ติดไวไฟบ้านอย่างไรให้แรง และครอบคลุมทั้งบ้าน

Apr 30, 2021 | บทความอสังหาฯ

ในช่วง Work from home เน็ตเร็วแรงเป็นเรื่องสำคัญ มี Zoom Meeting ทั้งทีจะมามัวภาพกระตุก ภาพเบลอไม่ได้ เพราะปัญหาเน็ตช้าไม่เข้าใครออกใคร วันนี้ Kaidee จึงนำวิธีที่จะทำให้การติดไวไฟบ้านทั้งเร็ว! และแรง!! มาฝาก ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าทำอย่างไรไวไฟบ้านถึงจะแรงสมใจ

ทำอย่างไรให้ไวไฟบ้านแรงขึ้น

ปัญหาติดไวไฟบ้านไม่แรงนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครือข่ายไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วปัญหาส่วนมากจะเป็นสิ่งที่เราแก้ได้เองแบบไม่ต้องง้อช่าง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับจุดที่ติดตั้งไวไฟบ้าน และตัวอุปกรณ์ของไวไฟบ้าน หากแก้ได้ตรงจุด ก็จะสามารถใช้ไวไฟบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

1.เลือกสถานที่ติดตั้งไวไฟบ้านและ Router ให้เหมาะสม

ควรติดตั้ง Router ไว้บนโต๊ะ หรือตู้หนังสือในจุดที่สามารถมองเห็นได้ง่าย และในพื้นที่โล่งของบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการอับสัญญาณของไวไฟบ้าน และไม่ควรเก็บ Router ไว้ในตู้เก็บของและบนพื้น เพราะการกระจายสัญญาณไวไฟบ้านจะอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ควรติดตั้งไวไฟบ้านให้ห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัตถุโลหะต่างๆ เช่น ไมโครเวฟ เพราะวัสดุเหล่านี้จะรบกวนสัญญาณไวไฟบ้านและทำให้เกิด Dead Spot หรือมุมอับสัญญาณของไวไฟบ้านได้ ทิปส์อีกข้อหนึ่งคือควรวางให่ห่างจากผนังบ้านประมาณ 15 เชนติเมตร

หากบ้านใครยังใช้โทรศัพท์บ้านอยู่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งไวไฟบ้านใกล้โทรศัพท์บ้านเพราะ Router หลายรุ่นใช้คลื่นความถี่เดียวกับโทรศัพท์บ้านคือ 2.4 GHz ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกันเองได้

2.ปิด Router เพื่อพักตัวเครื่อง วันละครั้ง

ใช้ไวไฟบ้านทำงานมาทั้งวัน ทั้งดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ควรให้ Router ได้พักเพื่อรีเซตตัวเองบ้าง เพราะหากเครื่องร้อนไป การทำงานของไวไฟบ้านจะผิดปกติได้ นอกจากนี้การพัก เปิด-ปิดเครื่อง หรือการรีเซตเครื่องยังทำให้ Router ได้รีเซตระบบใหม่เพื่อการทำงานของไวไฟบ้านที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

3.ทิศทางของเสาอากาศ

ใครจะไปรู้ว่าทิศทางของเสาอากาศ Router ก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะตัวรับสัญญาณไวไฟในแต่ละอุปกรณ์มีลักษณะแตกต่างกัน จึงต้องปรับเสาอากาศตามอุปกรณ์นั้น ๆ ด้วย กล่าวคือ ตัวรับสัญญาณไวไฟของคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ Notebook จะเป็นแนวนอน การตั้งเสาอากาศ Router จึงควรปรับเป็นแนวนอน

อย่างไรก็ตามหากเป็น คอมพิวเตอร์แบบ Desktop หรือแบบตั้งโต๊ะนั้น ตัวรับสัญญาณจะเป็นแนวตั้ง เราจึงควรปรับเสาเป็นแนวตั้งนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว หากมี Router มี 2 เสา เราก็ปรับอันหนึ่งเป็นแนวตั้ง อีกอันหนึ่งเป็นแนวนอน ให้ทั้ง 2 เสานั้นตั้งฉากกัน จะได้ไม่ต้องทำการปรับบ่อย ๆ

4.ตัวช่วยกระจายสัญญาณไวไฟบ้านอย่างกระป๋องน้ำอัดลม

อย่างที่เรารู้กันว่าวัสดุจำพวกเหล็กหรืออลูมิเนียมสามารถสะท้อนสัญญาณไวไฟบ้านได้ หากเราวางไว้ถูกจุดก็จะสามารถกระจายสัญญาณไวไฟบ้านได้อีกด้วย วิธีการคือตัดกระป๋องแล้วคลี่ออกเป็นแผ่นโค้ง เสร็จนำมาวางไว้หลังเสาของ Router ตามภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก
https://www.youtube.com/watch?v=tonZeKP-Mi4

5. ขยายความเข้มของสัญญาณไวไฟบ้านด้วย Repeater

หากเป็นบ้านหลายชั้นหรืออยู่กันเป็นครอบครัว Repeater คือสิ่งที่คุณต้องมี เนื่องจาก Router ปกติสามารถส่งสัญญาณไวไฟบ้านได้แค่ในระยะ 30 – 45 เมตรเท่านั้น จึงทำให้ถ้าหาก Router อยู่ชั้นล่าง ชั้นบนสุดของบ้านจะได้รับสัญญาณไวไฟที่อ่อนมากนั่นเอง

ในปัจจุบัน Repeater หาซื้อไม่ยาก เพียงเข้าไปที่ร้านค้าไอทีหรือเข้ามาที่ Kaidee ก็จะได้กลับไป 1 เครื่องแล้วค่ะ

6. Bandwidth สิ่งสำคัญที่หลายคนลืม

Bandwidth หรือ แบนด์วิธ คือสิ่งที่เราควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะแบนด์วิธคืออัตราความกว้างในการส่งข้อมูล ยิ่งกว้างเท่าไรก็ยิ่งดี โหลดเร็ว รับส่งข้อมูลได้มากขึ้น วิธีการเลือกแบนด์วิธที่ดีคือเราควรจะเลือก 10 Mbps เป็นอย่างต่ำ หากอยู่กันหลายคนก็ควรเลือกแพคเกจให้เหมาะสม โดยเพิ่มแบนด์วิธเข้าไปอีกค่ะ

7.เปลี่ยน Router ทุก ๆ 6 ปี

เพราะ Router เองก็เหมือนของทั่ว ๆ ไปที่มีอายุการใช้งานและเสื่อมสภาพไปตามการเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ตัว Router เองยังมี Firmware ที่จะเป็นเหมือนกับโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อควบคุมการทำงานไวไฟบ้านอีกที ซึ่งเราก็ควรอัปเดต Firmware เพื่อให้ไวไฟบ้านลื่นไหล เสถียร และ Router มีการทำงานที่ดีขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรเปลี่ยน Router ทุก ๆ 6 ปี เพราะเป็นการดูแลรักษาคุณภาพไวไฟบ้านอย่างหนึ่งนั่นเอง

โปรโมชันไวไฟบ้านสุดคุ้ม

หากดูแลรักษาก็แล้ว ซ่อม Router ก็แล้ว แต่ไวไฟบ้านยังไม่แรงสักที ทาง Kaidee มีโปรโมชันไวไฟบ้านจากหลาย ๆ ค่ายมานำเสนอ

AIS

สำหรับ AIS ในช่วงนี้ก็มีโปรโมชันไวไฟบ้านที่น่าสนใจคือ POWER 4 mini ที่มาพร้อมกับไวไฟบ้านแรง 200/200 Mbps แถมยังมีซิม AIS 10GB ที่มาพร้อมกับ AIS Super WiFi + แพ็คเกจ AIS Play Family เป็นเวลา 12 เดือน ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 399 บาท

3BB

ส่วนทาง 3BB เองก็มีโปรสุดคุ้ม 3BB GIGAFIBER ที่เริ่มต้นเพียง 590 บาท กับความเร็ว 1000/100Mbpsแถมยังฟรีค่าติดตั้งถึง 5000 บาท ! นอกจากนี้ยังบริการลูกค้าแบบถึงใจด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลบน 3BB Cloudbox ฟรี 20-40 GB ทั้งยังสามารถยืม  WiFi Router WiFi6 มูลค่ารวม 3,000 บาท อีกด้วย ลูกค้าที่สนใจจะได้รับสิทธิ์ฟรีค่าแรกเข้าอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

TOT

ทาง TOT ก็สู้ไม่ถอยด้วย Gigabolt MAX ที่ปล่อยมาเพื่อเอาใจคนรักการเล่นเกมและสตรีมมิ่งด้วยไวไฟจากอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ออพติก พร้อมความเร็วที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 ระดับคือ

  1. 1 Gbps/200 Mbps ราคา 590 บาท เหมาะสำหรับที่บ้าน
  2. 1 Gbps/500 Mbps ราคา 700 บาท เหมาะสำหรับที่ทำงาน
  3. 1 Gbps/700 Mbps ราคา 900 บาท เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่รักการสตรีมมิ่ง

มีตั้ง 3 เครือข่ายให้ได้เลือกสรร ยังไงเพื่อน ๆ ลองเลือกอันที่เหมาะที่ใช่สำหรับตัวเองกันนะคะ จะได้ทำงานหรือเล่นเกมไม่มีสะดุดค่า

สรุปท้ายบทความติดไวไฟบ้านอย่างไรให้แรง

อ่านจบแล้วเพื่อน ๆ คนไหนที่รู้สึกว่าไวไฟบ้านอืด ไม่แรง ไม่เร็วอย่างที่เคยเป็นก็ลองเอาไปทำดูนะคะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ไวไฟบ้านที่เร็วและแรงขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็คเกจใหม่ วิธีที่ Kaidee เอามาให้ก็หลากหลายและครบถ้วน เรียกได้ว่าเขียนมาเพื่อคนที่รักการท่องโลกอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ เพราะปัญหาไวไฟบ้านช้า สะดุด ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ สำหรับใครที่อยากหา Router ไว้ขยายสัญญาณที่บ้าน ลองมาเลือกดูเลือกช้อปกันได้ที่ Kaidee