Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ความที่ช่วงนี้ยังเดินทางไปไหนได้ไม่มากนัก แต่ครั้นจะให้นอนๆ ลุกๆ ขลุกอยู่แต่ในห้อง คงไม่ใช่เวย์ของเราเท่าไร วันหยุดที่ผ่านมาเราเลยตัดสินใจไปกินเที่ยวเล่นที่ “ถนนจันทน์” ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยไปมาแล้วช่วงกินเจ ทำให้ร้านโปรดที่เราเล็งๆ ไว้ส่วนใหญ่ขายกันแต่อาหารเจ ปักธงเหลืองเต็มไปหมด
ครั้งแรกพลาดแล้ว…. ครั้งนี้เลยว่าจะล้างตาด้วยการมาให้ถูกจังหวะ เพื่อให้ได้ลิ้มลอง
อาหารที่ถูกใจ แถมช่วงนี้หลายๆ ร้านก็เงียบเหงา เพราะด้วยผลพวงจากโควิดอย่างที่เรารู้ๆ กัน ไหนๆ แล้วไปรับบทนางขับเคลื่อนเศรษฐกิจกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าร้านที่เราคัดมาไม่แพง อร่อยคุ้มค่าในราคาไม่เกินร้อย!
ถนนจันทน์ตอนเย็นคึกคักคักครื้น
7 ร้านเด็ด มา “ถนนจันทน์” แล้วต้องกิน!
ก่อนจะไปตะลุยกินแบบฟินๆ เราขอเล่าที่มาที่ไปของถนนเส้นนี้คร่าวๆ เพื่อความเข้าใจในอาหารพื้นถิ่นของคนย่านนี้กันก่อน
ช้อปปิ้งก็เพลินไม่น้อย
แหล่งรวมสตรีทฟูดสไตล์จีน ราคาดี
ถนนจันทน์เป็นถนนสายรอง (ยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร) เชื่อมต่อกับถนนเจริญกรุง ช่วงแรกจนถึงปัจจุบันที่นี่เป็นย่านของคนจีนเป็นหลัก ก่อนจะถูกรายล้อมด้วยชุมชนย่อยๆ หลากหลาย สังเกตได้ว่ารอบๆ มีวัดพุทธ มัสยิดและโบสถ์กระจายตัวอยู่ เพราะฉะนั้นช่วงเทศกาลเจและตรุษจีน ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ เหมาะกับการมาหาอะไรอร่อยกิน รับรองว่าละลานตาและหลากหลาย
…พอรู้พื้นเพของถนนจันทน์แล้ว อย่ารอช้า เตรียมพื้นที่กระเพาะและเงินให้พร้อม ไปลุยกันค่ะ!
1. ก๋วยจั๊บมิสเตอร์โจ
คิวหน้าร้านการันตีได้ถึงความอร่อย
กว่าหลายสิบปีที่ชื่อเสียงและกลิ่นหอมของน้ำซุปร้านนี้ เป็นที่เลื่องลือบนถนนจันทน์ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ความฮิตของร้านนี้ยังคงเส้นคงวา การันตีด้วยจำนวนคิวหน้าร้านที่ยืนออกันแน่นขนัด ทั้งเดลิเวอรี่และผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ที่สำคัญยังมีรางวัล “บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand)” ร้านอาหารที่ได้ชื่อว่าถูกและดี จากมิชลินไกด์เป็นตัวชวนชิม
“ก๋วยจั๊บน้ำใส” ที่อัดแน่นด้วยเครื่องพริกไทย คือ “เมนูสร้างชื่อ” ของมิสเตอร์โจ จุดเด่นของเมนูนี้คือ ซุปรสชาติกลมกล่อมที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เสริมทัพด้วยหมูนุ่ม หมูกรอบ และเครื่องในชิ้นโต ไม่มีกลิ่นคาว นุ่มหนึบ เคี้ยวง่าย
ก๋วยจั๊บน้ำใสรวมทุกอย่าง
อัดแน่นทั้งเครื่องและพริกไทย
นอกจากก๋วยจั๊บที่สร้างชื่อให้มิสเตอร์โจแล้ว “หมูกรอบ” ร้านนี้คือหนึ่งในอาวุธลับที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน มั่นใจได้ว่าชาวหมูกรอบเลิฟเวอร์ทั้งหลายต้องหลงใหล ทั้งความกรอบ ความมัน และส่วนเนื้อ ผสานกันอย่างลงตัว ไหนจะน้ำจิ้มรสหวานนิดๆ ฟินมากๆ เรียกว่า…เราเคี้ยวที ได้ยินถึงเพื่อนที่นั่งข้างๆ
ที่ตั้ง : https://g.page/Guay-Jub-Mr-joe?share
เปิด-ปิด : 08.00-16.30 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : ก๋วยจั๊บใส่ทุกอย่าง 70 บาท / หมูกรอบจานเล็ก 65 บาท
2. ทับทิมกรอบเจ๊ลี้
อิ่มกับของคาวที่ร้านมิสเตอร์โจแล้ว ออกนอกร้านเลี้ยวซ้ายมาไม่กี่ก้าว ก็จะเจอกับเมนูของหวานละลานตา ทั้งลอดช่องเผือก สาคูแคนตาลูป มะพร้าวอ่อน ขนมถ้วย ฯลฯ แต่ที่ถูกใจเราและหลายๆ คนเป็นพิเศษคือ “ทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน”
ร้านรถเข็นเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ
ทับทิมกรอบเม็ดใหญ่สะใจ
ความพิเศษที่ทำให้ทับทิมกรอบร้านนี้แตกต่างกว่าร้านอื่นๆ คือความอร่อยของตัวกะทิที่ครบเครื่องเรื่องความเข้มข้นหอมมัน รวมทั้งความช่างเจรจาของคุณป้าผู้ขาย “กะทิของเราอบไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง” ซึ่งระหว่างพูดคุยกันไปเรื่อยๆ คุณป้าก็เรียกเราให้มาเติมข้าวโพดเพิ่ม พร้อมบอกว่า “อร่อย! ข้าวโพดกับทับทิมกรอบต้องกินคู่กัน”
“อยากอร่อยให้มาแต่เช้า มาสายขนมหมด แล้วถ้ามาวันธรรมดาจะรักมาก เพราะช่วงนี้เงียบๆ ขายไม่ค่อยดีเท่าไร”
….คุณป้ากล่าวปิดท้าย ใครอยู่แถวนั้น ไปอุดหนุนคุณป้ากันนะคะ
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/apXrusrE9tCX65v27
เปิด-ปิด : 10.00-15.00 น. หยุดวันจันทร์
ราคาเริ่มต้น : 30 บาท
3. บ๊วยเกี๊ยสูตรไหหลำ (เจ๊น้อย)
อร่อยกับทับทิมกรอบแล้ว สลับไปเอ็นจอยกับของหวานสไตล์จีนกันบ้าง ถึงตรงนี้บางคนอาจจะสงสัยว่า “บ๊วยเกี๊ย” คืออะไร บ๊วยเกี๊ยคือแป้งสีขาวรูปร่างอวบอ้วนคล้ายลอดช่อง ใส่เครื่องสมุนไพรจีนต่างๆ อย่างถั่วแดง แปะก๊วย ลูกเดือย เฉาก๊วย ฯลฯ โปะด้วยน้ำแข็งไส
ต่อกันที่ร้านขนมหวานอีกเจ้า
บ๊วยเกี๊ยแป้งนุ่มหนึบ
ร้านบ๊วยเกี๊ยสูตรไหหลำ (เจ๊น้อย) แห่งถนนจันทน์เจ้านี้ เปิดขายมากว่า 14 ปี ถือเป็นร้านขนมหวานเพียงไม่กี่ร้าน ที่ยังคงสูตรแบบไหหลำไว้ ด้วยการใส่ถั่วลิสง ถั่วแดง และน้ำตาลโอวทึ้ง
ที่สำคัญพี่น้อย (เจ้าของร้าน) ยังบอกเคล็ดลับความอร่อยกับเราเอาไว้ว่า ตัวแป้งบ๊วยเกี๊ยสีขาวนุ่มหนึบ เป็น “งานแฮนด์เมด” ที่พี่น้อยนวดและปั้นเองกับมือ ต่างจากร้านอื่นๆ ที่ส่วนมากเป็นแป้งสำเร็จรูป รวมถึงถั่วแดงและถั่วลิสงคั่วเอง และปลูก (เอง) แบบปลอดสาร ที่บ้านในจ.อุบลราชธานี แล้วให้ญาติส่งขึ้นมา
เปิดทุกวันนะ แต่ก็ตามอารมณ์แม่ค้านั่นแหละ
พี่น้อยตอบเราด้วยรอยยิ้ม พร้อมลอกผิวถั่วลิสงไปพลาง
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/qp8SymZArDbE8xHy6
เปิด-ปิด : 11.00-21.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 30 บาท
4. ขนมผักกาดอาชวน
- ขนมผักกาดที่ไม่ได้แปลว่าของหวาน
- ขนมผักกาดที่ไม่ได้มีผักกาดอยู่ในนั้น …สักหนึ่งใบ
ถึงร้านขนมผักกาดอาชวนจะไม่ได้ตั้งอยู่ริมถนนจันทน์เส้นหลัก อยู่ในซอยจันทน์ 51 (450 เมตร) แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหาไม่ยาก เสียงตะหลิวเคาะกระทะและกลิ่นหอมของขนมผักกาด จะดึงดูดให้คุณเจอกับร้านเด็ดร้านนี้ได้ไม่ยาก
เสียงกระทะกับตะหลิวทำหน้าที่เรียกลูกค้าได้ดี
ถึงตอนนี้อาชวนจะไม่ได้ผัดเองเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ยังคอยกำกับลูกหลานที่มารับช่วงต่ออยู่ไม่ห่าง เรียกว่าคุณภาพและความอร่อยยังเหมือนเดิม ที่สำคัญยังรอคิวนานเหมือนเดิม จากสถิติที่เรารออยู่ราวๆ 30 นาทีได้ เรียกว่ารอจนเหงื่อชุ่มหลัง
“ทุกการรอคอยย่อมคุ้มค่า หากสิ่งนั้นคู่ควร”
ขนมผักกาดอาชวนจัดอยู่ในหมวดหมู่นั้น แป้งนุ่มหนึบปรุงรสมาอย่างดี ถูกใจรสไหนเป็นพิเศษบอกคนผัดได้ เปรี้ยว เผ็ด หวาน แถมให้มาปริมาณเยอะ จุใจในราคาสบายกระเป๋า หรือถ้าใครอินเลิฟผัดไทย ที่ร้านก็มีไว้ให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/qe7KCZX1JkvcfRuA8
เปิด-ปิด : 09.00-16.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 35 บาท
5. หลับจับเชนชวนชิม พ.ศ. 2486
เพื่อให้คุณผู้หิวเห็นภาพชัดเจนขึ้น หลับจับก็คือราดหน้ารวมมิตร ที่ใส่เครื่องแบบจัดเต็ม ทั้งหมูชิ้น หมูแดง ปลาหมึกแช่ กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ ส่วนผสมอื่นๆ เส้นใหญ่ ผักคะน้า และรสชาติไม่ต่างจากราดหน้าเลยค่ะ
ถึงจะเป็นเมนูที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทว่าร้านราดหน้าสไตล์กวางตุ้งหนึ่งเดียวของไทยแห่งนี้ เปิดให้บริการในย่านบางรักมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 ก่อนจะย้ายมาถนนจันทน์ในช่วงหลัง แถมความหลากหลายของร้านนี้ยังน่าสนใจ ทั้งเมนูอาหารจีนและอาหารตามสั่ง
เชนชวนชิม พ.ศ.2486
หลับจับสไตล์กวางตุ้ง
เจ้าเดียวของไทย
ส่วนความอร่อยของหลับจับถือว่าทำได้ดี ตัวเส้นมีความนุ่มหนึบ และมีกลิ่นไหม้อ่อนๆ ของกระทะอย่างไร้ที่ติ รสชาติกลมกล่อม ตัวคะน้ากรอบและอ่อน ถูกใจผู้เคี้ยว แถมเครื่องยังแน่นแบบสมราคา (หมูนุ่มคือหมักมาดีมาก)
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/w7DYZWG1yGRXjeuq8
เปิด-ปิด : 10.00-02.00 น. ทุกวัน (ช่วงโควิดปิดไวกว่าปกติ)
ราคาเริ่มต้น : 45 บาท (หลับจับ 75 บาท)
6. ห่านพะโล้รสเด็ด บุญเอก
อีกหนึ่งร้านเด็ดแห่งถนนจันทน์ 18/7 ซึ่งคนแถวนั้นเรียกกันติดปากว่า “ซอยเซนต์หลุยส์” จะว่าไปร้านนี้เปิดประสบการณ์การกินห่านของเราเป็นครั้งแรก ถือเป็น “First Impression” ที่อิ่มเอมใจเอามากๆ เมนูข้าวหน้าห่านของบุญเอก ทำให้เราอยากกลับไปกินซ้ำๆ วนไปเรื่อยๆ สักหนึ่งอาทิตย์
ข้าวหน้าห่านครั้งในชีวิต ฟินมาก!
ด้วยราคาที่ย่อมเยา จับต้องง่าย รสชาติดี ตัวห่านมีความแน่นความหนึบกว่าเป็ด (ไม่มีกลิ่นสาป) มีทั้งเนื้อหนังครบ! โปะลงมาบนข้าวสวยร้อนๆ เม็ดร่วนพอดีคำ ให้เท็กเจอร์ไม่แข็งและไม่นุ่มจนเกินไป แถมน้ำราดเป็ดก็ดีงามหอมเครื่องยาจีน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและกลมกล่อม
แนะนำให้มาช่วงเช้า หากไม่เกินเที่ยงได้ยิ่งดี เพราะความอร่อยจะมีให้คุณเลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเมนูซุปร้อนๆ อย่างหัวไชเท้าตุ๋นซี่โครงหมู ฟักตุ๋นบ๊วย ขาห่านตุ๋นยาจีน ฯลฯ และที่ไม่อยากให้พลาดกับ “ไส้แก้วพะโล้” กรุบกรอบรสชาติดี ไม่มีกลิ่นคาว ให้เป็นหนึ่ง Very best ของร้านนี้!
ร้านบุญเอกห่านพะโล้
ไส้แก้วพะโล้ อีกหนึ่งเมนูเด็ด
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/ELou4SYtbMv9o2wD7
เปิด-ปิด : 08.00-16.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 40 บาท
7. สตรีทฟู้ด ถนนจันทน์ 18/5
ปิดท้ายทริปอร่อยไม่เกินร้อยที่ถนนจันทน์ ที่ซอยจันทน์ 18/5 แหล่งรวมร้านอาหารรสชาติเยี่ยม ราคาดี เริ่มต้นที่ 40 บาท แถมมีให้คุณเลือกหลากหลายประเภท ขนมาครบร้านเด็ดร้านดัง ไม่ว่าจะเป็นอ๋าราดหน้าทะเล ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ๊ปากแดง ตือฮวนเกี่ยมฉ่าย ก๋วยจั๊บ มิกกี้มินนี่ ฯลฯ
ซอยรวมร้านเด็ดร้านดัง
อร่อยได้ในราคาย่อมเยา
หากคุณมาถนนจันทน์ช่วงเย็นๆ แล้วบรรดาร้านที่เราแนะนำส่วนใหญ่ปิดหมดแล้ว ขอให้แวะมาเดินซอยนี้รับรองไม่ผิดหวัง คุ้มค่าทั้งราคาและความอร่อย ยิ่งช่วงนี้ลูกค้าบางตาลงไปกว่าเดิมพอสมควร ขนาดเราไปช่วงวันหยุดหลายๆ ยังร้านเงียบเหงา มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุดหนุนคุณป้าคุณน้ากันเยอะๆ นะคะ
ตือฮวนเกี่ยมฉ่าย ร้อนๆ น้ำซุปกลมกล่อม
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/nsB5Djie16i8Vbsu5
เปิด-ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 17.00-22.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : ส่วนใหญ่เริ่มต้น 40 บาท
ส่งท้ายความอร่อย ณ ถนนจันทน์
ถนนจันทน์สำหรับเราถือว่าเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย ราคาดี ที่วันไหนนึกไม่ออก ว่าจะไปเดินเล่นกินเที่ยวที่ไหน ย่านนี้ก็ยังตอบโจทย์เราเสมอ กำเงินมาไม่เกิน 2-300 บาท ก็อิ่มสบายท้อง ได้มากกว่าหนึ่งเมนู จะมาเช้า มาเที่ยงหรือเย็น ก็ยังมีร้านอาหารดีๆ รองรับคุณอยู่เสมอ
ความที่โดยรอบยังเป็นชุมชน วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนยังมีให้เราเห็น มีวัด มัสยิด แทรกอยู่เรื่อยๆ ระหว่างทาง เสน่ห์ของถนนเส้นนี้ยังเปี่ยมล้น รอให้เราไปสัมผัสด้วยตัวเองเสมอ
ยิ่งช่วงนี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า บ่นกับเรามาค่อนข้างเยอะ ว่าขายของแย่ลง คนเงียบ หากมีโอกาสแวะไปนะคะ ถึงที่นี่จะยังไม่แมสหรือเป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่มากนัก แต่ความอร่อยครบเครื่องของที่นี่ มีให้คุณเกินร้อย! แน่นอน
Feb 11, 2021 | บทความยานยนต์
การไปเดทครั้งแรก ใคร ๆ ก็อยากให้เป็นที่จดจำ แม้ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ที่คาดหวังกันไว้จะไม่ได้ไปต่อ แต่ความประทับใจในครั้งแรก นั้นยากที่จะลืมเลือน หลายคนจึงคาดหวังกับเดทแรกไว้ค่อนข้างสูงกับคู่เดทของตนเอง ว่าจะเป็นไปได้ดีและเราสามาถสื่อสารและพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีความสุขกับเดทครั้งแรก
แต่การเดทที่จะประสบความสำเร็จหรือไปต่อกันได้ดี ดันมีปัจจัยภายนอกเข้ามายุ่งซะอย่างนั้น แม้เราจะชอบใช้วลีอย่างเช่น
“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน”
เชื่อหรือไม่ว่า คำ ๆ นี้ หากไม่เคยเจอด้วยตนเอง ย่อมไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่รักกันอยู่แค่สองคน มันควรจะเป็นแค่เรื่องของความรู้สึกทางใจ แต่พูดเลยว่า บางครั้งปัจจัยภายนอกก็ทำให้เดทล่มได้ เช่นเดียวกัน
แม้ในปัจจุบัน “คนไทย” โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีแนวคิดและการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเอง (ปัจเจกบุคคล) มากขึ้น ทว่าต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ยังยึดถือแนวคิดแบบเดิมก็ยังคงมีอยู่และเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอกลุ่มคนเหล่านี้
การมีรถจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายชายที่ถูกมาตรฐานทางสังคมคาดหวังและครอบงำให้ต้องเป็นฝ่ายมีพร้อมในแง่ของทรัพย์สินและเงินทอง จึงกลายเป็นว่า “การมีรถ” ไปในเดทแรกจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความประทับใจของฝ่ายหญิงในเดทแรกได้ แต่คำกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอ ?
เหตุผลที่เดทล่ม
ส่วนใหญ่เหตุผลที่เดทล่มมักเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พึงพอใจต่อการกระทำอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่เดทกันอยู่ โดยบางครั้งการเดทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้ากันเพียงอย่างเดียว บางทีบางคนก็คิดว่าการไปเดทก็คาดหวังปัจจัยภายนอกจากอีกฝ่ายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงอาหารมื้อแรกที่ทานด้วยกัน หรือเป็นการขับรถไปรับ-ส่งคู่เดทของคุณที่บ้าน
พอเกิดการคาดหวังแบบนี้ขึ้น เมื่อไปถึงสถานที่เดทจริงกลับไม่เป็นดั่งฝัน จาก “เดทแรก” จึงกลายเป็น “เดทสุดท้าย” ซึ่งน่าเศร้าพอสมควรกับการตัดสินใจจากเรื่องเช่นนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้คนเลือกคู่ครองชีวิตจากเหตุผลนี้ เพราะใคร ๆ ก็ต้องการความมั่นคงถูกไหม ?
1.ใครจ่ายค่าอาหาร
หนึ่งในเหตุผลสุดฮิต ไม่ว่าจะในกระทู้พันทิปหรือประสบการณ์ในวงเหล้าก็พูดเป็นเสียงเดียวกันคือ
“แก เขาไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร”
เพราะเหตุผลนั้นความสัมพันธ์ที่ควรจะพัฒนาต่อไป ก็กลับล่มอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ความจริงเหตุผลเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอก แต่อย่างที่เข้าใจกันว่า ความคิดของคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงมักจะถูกปลูกฝังมาในแง่ที่ว่า “ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจ่าย”
ทั้ง ๆ ที่บางทีคนที่เรากำลังดูใจกับเขาก็เป็นเพียงเด็กจบใหม่ แต่การคาดหวังให้เขาเลี้ยงอาหารเราค่อนข้างเป็นเรื่องที่เกินตัวไป ในยุคหลัง ๆ มา หลายคนจึงพยายามสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง ของวัฒนธรรมที่เรียกว่า “อเมริกันแชร์” หรือก็คือใครสั่งอะไรมา ก็แชร์กันทั้งหมดแบบแฟร์ ๆ ไม่มีใครเสียเปรียบและได้เปรียบจากการทานอาหารร่วมกันครั้งนี้
เช่นเดียวกัน ก็มีกรณีที่ฝ่ายหญิงต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวฝ่ายชายอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเกิดตกลงกันว่า รอบนี้ฝ่ายหญิงเป็นคนจ่าย รอบหน้าฝ่ายชายเป็นคนจ่าย ผลัดกันไปมาก็ย่อมเป็นเรื่องที่หยวนกันได้ แต่ถ้าเป็นทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงเลี้ยง บอกเลยค่ะว่า โอกาสเดทล่มค่อนข้างสูง
ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ เราควรจะแชร์กันทั้งสองฝ่ายจะดีที่สุด
2.ทิ้งให้คู่เดทรอนาน
ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นหรือฝั่งยุโรปเพียงอย่างเดียว ที่การ On-time (ตรงต่อเวลา) เป็นเรื่องสำคัญ ในเดทแรกสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการทิ้งให้คู่เดทต้องนั่งรอยืนรอจนปวดขา ดังนั้นการมาตรงต่อเวลาแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้แค่ไหน
ถ้าหากเกิดเหตุสุดวิสัย อย่าง รถติด รถไฟฟ้าพัง หรือฝนตกต้องรอจนกว่าฝนจะหยุด นี่ก็เป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ แต่ทั้งนี้เดทแรกก็ควรเผื่อเวลาไว้ไม่ให้กระชั้นชิดกับเวลานัดจนมากเกินไปนัก เพื่อไม่ให้เดทล่ม อย่าลืมเลือกเสื้อผ้าไว้ในคืนก่อนหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในวันเดทจริง
3.ไม่เอารถมาในวันเดทแรก
การไม่เอารถมาในเดทแรก ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องตลกสำหรับประเทศกรุงเทพฯ ที่รถติดมากแถมเวลาที่ควรจะได้ใช้ในการเดทก็หมดไปบนท้องถนนเสียแล้ว หลายคนจึงคิดว่าเราควรเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถสาธารณะในการไปเดทมากกว่านำรถไปเอง
ถึงแม้หลายคนจะคิดเช่นนี้ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่คิดว่า เดทครั้งแรก เธอควรเอารถมารับฉันไปเดทสิ ไม่ก็นัดเจอที่เดทก็ได้ แต่ตอนกลับเธอต้องไปส่งฉันนะ ฟังแล้วเหมือนจะดูน่าเหลือเชื่อว่า ยุคนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรอ บอกเลยค่ะว่า มีและมีจำนวนค่อนข้างเยอะด้วย
บางคนมองว่าการนำรถมา เป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นถึงฐานะได้ว่า คน ๆ นี้มีฐานะอย่างไร โดยตัดสินใจจากการใช้รถ พูดจริง ๆ ค่ะว่า บางคนก็คบคนจากการดูรถยนต์ที่ขับ แม้จะเป็นเรื่องที่รู้สึกแล้วไม่โรแมนติกเหมือนรักใส ๆ หัวใจพองโต แต่ความจริงมักโหดร้ายเช่นนี้แล
4.พ่อแม่เซย์โน
สำหรับประเด็นพ่อแม่เซย์โน คือประเด็นที่อ่อนไหวสุด ๆ เลย เพราะความรักมักถูกตัดสินโดยคนนอกอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงบอกว่าให้มั่นใจก่อน จึงค่อยพาคู่เดทของคุณเข้าบ้าน
แน่นอนว่าบางบ้านก็ปฎิเสธที่จะให้คนรักของลูกเข้าบ้าน เนื่องจากพอได้เจอตัวจริงแล้ว แต่พอเห็นว่าคน ๆ นี้ไม่เหมาะสมหรือไม่น่าจะดูแลลูกตนเองได้ ก็ปฏิเสธทันที เลยกลายเป็นว่า ต้องยอมตัดสัมพันธ์แบบเดทแรกก็ล่มปุ๊ปแทบจะทันที เศร้าสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
5.พูดแต่เรื่องตัวเอง
ผลสำรวจมากมายหลากหลายแห่งที่พอทราบมา ใครก็ตามที่ไปเจอคู่เดทที่พูดแต่เรื่องของตัวเอง ก็ต้องส่ายหน้าปฏิเสธกันไปหมด ใครบ้างล่ะมาเดทแล้ว อยากจะฟังเรื่องของคนอื่นอยู่ตลอดบทสนทนา จริง ๆ แล้วถ้าคุณอยากรู้เรื่องอีกฝ่ายมาก การที่อีกฝ่ายพูดแต่เรื่องของตัวเองก็อาจเป็นที่ยอมรับได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมใจไปฟังเรื่องของคู่เดท อาจจะเซ็งจนอยากจะบอกว่า พอก่อนนะ ความสัมพันธ์ของเรา หรือก็คือ “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกว่ารำคาญ” นั่นแหละ
เรื่องรถกับการออกเดท
แต่แน่นอนว่าท็อปปิกก็บอกอยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีรถกับการไปเดทจะเพิ่มโอกาสทำให้เดทล่มหรือไม่ บอกเลยตรงนี้ว่า “มีสิทธิ์ที่จะทำให้เดทล่ม แต่ไม่ใช่ 100%”
บางคนมองว่าเรื่องของฐานะ ยังไม่ได้นำมาเพื่อพิจารณาขนาดนั้นในเดทแรก แถมพื้นที่การเดทสำหรับชาวกรุงเทพฯ ถ้านำรถมาก็กลายเป็นรถติดจนไม่มีทางเลี่ยง จากเดทแสนสนุกอาจกลายเป็นเดทสุดกร่อยบนรถแทนก็ได้ ดังนั้น การเดทโดยไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่ม 100% นะคะ
แค่ว่า ถ้าคุณมีรถไปในการเดทอาจจะช่วยเพิ่มคะแนนในใจของคู่เดทคุณได้ ก็เท่านั้น ก็เหมือนกับการตัดเกรดนั้นแหละค่ะ หากคุณต้องการ A 100% การมีรถก็เพิ่มคะแนนส่วนนี้ได้ แต่ถ้าไม่มีคุณอาจได้ A ที่ 95% เท่านั้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นขอย้ำอีกทีว่า “การไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่มเสมอไปนะคะ” โดยเฉพาะบางคนที่คิดว่าการใช้ของเกินตัวจะทำให้คู่เดทของคุณตกลง ต้องอธิบายก่อนว่า ในส่วนนั้นก็มีสิทธิ์แต่นาน ๆ ไปมันจะทำให้ชีวิตคุณลำบากมากขึ้น การใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุขคือ การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องฝืนตัวเองค่ะ ถ้ารู้สึกฝืนและเหนื่อยเมื่อไร ให้รู้ไว้นะคะ ว่าเขาคือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณค่ะ
ถ้าไม่มีรถควรทำอย่างไรในเดทแรก
แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีกำลังซื้อรถยนต์เพื่อไปออกเดทล่ะก็ คุณสามารถออกรถแบบซื้อปุ๊ปได้ปั๊ป ที่เว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์มือสองอย่าง Kaidee ได้เลย นอกจากราคารถจะดีแสนดี ราคาเป็นมิตรแล้ว สภาพรถยังดีน่าใช้งานอีกด้วย ใครก็ดูไม่ออกว่านี่มันรถมือสอง แหม ขนาดนี้แล้วอย่ารอช้า ไปตำเลย!
Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เราเชื่อเลยว่า ในวันวาเลนไทน์ช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 แบบนี้คู่รักหลายคู่ก็คงไม่อยากออกไปไหนสักเท่าไร แต่ถ้าอยู่บ้านเฉย ๆ เหมือนวันปกติก็คงน่าเบื่อมากเกินไป ลองเติมความหวานชื่นให้กับความรักด้วย เครื่องพ่นควันอโรม่า ที่นอกจากจะเพิ่มบรรยากาศให้ความโรแมนติกแล้ว ก็ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย
เครื่องพ่นควันอโรม่า คืออะไร ?
ก่อนที่จะไปถึงเบื้องลึกของเครื่องพ่นควันอโรม่า เรามาทำความรู้จักกันแบบเบื้องต้นก่อนว่า เครื่องพ่นควันอโรม่าเป็นเครื่องพ่นควันไอน้ำจากน้ำที่อยู่ภายในเครื่อง ซึ่งเราสามารถเติมน้ำมันหอมระเหยเพิ่มลงไปได้ โดยในตลาดทั่วไปเราก็สามารถพบเครื่องพ่นควันอโรม่าได้หลายประเภท หลายยี่ห้อ และหลายคุณสมบัติ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันเลยทีเดียว
ประเภทของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
อย่างที่บอกไปว่า เครื่องพ่นควันอโรม่าสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทตามคุณสมบัติและหลักการทำงาน ดังนี้
Humidifiers เป็นเครื่องเพิ่มความชื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหาระบบทางเดินหรือผิวแห้งได้
Ultrasonic Diffuser เป็นเครื่องพ่นควันที่สร้างไอน้ำจากน้ำมันหอมระเหยโดยใช้เทคโนโลยี Ultasonic ทำให้ไอน้ำที่ออกมามีความละเอียด ไม่เห็นหยดน้ำบนพื้น และส่งกลิ่นหอมไปอย่างกว้างขวาง
Nebulizing Diffuser เครื่องพ่นควันอโรม่าที่สามารถส่งกลิ่นได้กว้างที่สุด เพราะใช้แรงดันในการดันน้ำมันหอมระเหยออกมา มักจะถูกใช้ในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีความกว้างขวาง
Heat Diffusers จัดอยู่ในเครื่องพ่นควันประเภท Diffuser ที่มีการทำงานคล้ายเตาในสมัยก่อน โดยใช้ความร้อนในการทำน้ำมันหอมระเหย แต่เครื่องพ่นควันอโรม่าประเภทนี้ก็มีข้อเสียคือ ทำให้ความหอมน้อยลง
Evaporative Diffusers พัดลมปรับอากาศที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกับเครื่องพ่นควันอโรม่า และด้วยหลักการทำงานนี้เองที่ทำให้น้ำมันหอมระเหยกระจายอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่ต้องหมั่นเติมน้ำหอมระเหยอยู่บ่อย ๆ
ประโยชน์ของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
นอกจากความหอมของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มาจากน้ำมันหอมระเหย และความสวยงามในการประดับตกแต่งแล้ว การใช้เครื่องพ่นควันอโรม่ายังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่เราอาจคาดไม่ถึง ดังนี้
อากาศมีความบริสุทธิ์มากขึ้น
งานวิจัยพบว่า ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยอย่างออริกาโนและไทม์ จะช่วยฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศได้ รวมถึงอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย
ลดฝุ่น
เนื่องจากไอน้ำที่พ่นออกมาจากเครื่องพ่นควันอโรม่ามีไอออนประจุลบ จะสามารถจับตัวกับประจุบวกที่เป็นฝุ่นซึ่งลอยอยู่บนอากาศ และส่งผลให้ฝุ่นเหล่านี้ตกลงมาสู่พื้นห้อง ทำให้อากาศภายในห้องมีความสะอาดมากขึ้น
เพิ่มความชื้น
ไอน้ำจากเครื่องพ่นควันอโรม่าจะทำให้อากาศภายในห้องมีความชื้นมากขึ้นถึง 40-60% ส่งผลให้สุขภาพคอและจมูกของเราดีขึ้น หายใจคล่องยิ่งขึ้น และผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
บำบัดอารมณ์ความรู้สึก
รู้หรือไม่ว่า น้ำมันหอมระเหยจากเครื่องพ่นควันอโรม่าจะช่วยบำบัดอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งเพิ่มความสดชื่น ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย รู้สึกกระฉับกระเฉง ผ่อนคลาย และลดความเครียดได้
สร้างบรรยากาศให้ห้อง
คุณสมบัติของกลิ่นที่นอกจากมีความหอมแล้ว กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยยังช่วยเพิ่มบรรยากาศให้กับพื้นที่โดยรอบและห้อง ทำให้เราสามารถจดจำช่วงเวลาอันมีคาเหล่านั้น ได้เป็นอย่างดี
วิธีเลือกซื้อ เครื่องพ่นควันอโรม่า
ถ้าหากเราเลือกเครื่องพ่นอโรม่าที่ไม่เหมาะสมกับห้องเรา ก็อาจทำให้กลิ่นที่ระเหยออกมากระจายได้ไม่ทั่วทั้งห้อง ซึ่งเกณฑ์ในการเลือกนั้นมีอยู่ 2 ส่วนประกอบด้วยกัน คือ
เลือกจากขนาด เครื่องพ่นควันอโรม่า
เครื่องพ่นควันอโรม่าส่วนใหญ่จะมีขนาดที่สามารถบรรจุน้ำได้ประมาณ 100-300 มิลลิลิตร โดยการเลือกเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มขนาดเหมาะสม จะต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของพื้นที่ภายในห้อง และความจุของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่เหมาะสมกันเพื่อกลิ่นหอมที่ทั่วถึง ดังนี้
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 100 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาดไม่เกิน 25 ตารางเมตร
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 300 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาด 25-50 ตารางเมตร
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 500 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาดมากกว่า 50 ตารางเมตร
เลือกจากฟังก์ชันการทำงานของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
ปัจจุบัน เครื่องพ่นควันอโรม่าจะมีการทำงานอยู่ 2 ฟังก์ชัน ได้แก่ ระยะเวลาการทำงาน ที่มีตั้งแต่ 1-8 ชั่วโมง ซึ่งความแรงของไอน้ำที่ออกมาจะแปรผกผันกับระยะเวลา หรือพูดง่าย ๆ คือ ยิ่งเครื่องทำงานหนักก็จะมีระยะเวลาการพ่นควันอโรม่าที่น้อยลงนั่นเอง และ แสงไฟ ของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มีหลากหลายสีเพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดีขึ้นหรือหรี่ลงเพื่อให้นอนหลับสบายนั่นเอง
น้ำมันหอมระเหยช่วยเพิ่มความหวานให้วันวาเลนไทน์
นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว การใช้เครื่องพ่นควันอโรม่าพร้อมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มอารมณ์ความรู้สึกให้กับคนที่อาศัยอยู่ ซึ่งรู้ไหมว่าน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ ก็ส่งผลต่ออารมณ์ของเราที่แตกต่างกัน และเนื่องจากในวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เราจะมาพูดถึง 5 กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยให้ความรักมีความโรแมนติกมากยิ่งขึ้นไปอีก
กลิ่นกุหลาบ
ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้แห่งความรัก ดังนั้นแน่นอนว่ากลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่ออกมาจากเครื่องพ่นควันอโรม่า จะให้กลิ่นที่จะช่วยให้ความรักในวันวาเลนไทน์ของคุณหวานชื่น และยังช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทั้งจิตใจและร่างกายของคุณ ทำให้กลิ่นดอกกุหลาบกลายเป็นกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ได้รับความนิยมจากคนชนชั้นสูงในอดีต โดยเฉพาะ นางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นราชินีแห่งความสวยงาม
กลิ่นกระดังงา
ดอกกระดังงา ถือเป็นดอกไม้กลิ่นหอมที่มีกลิ่นเย้ายวน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่า น้ำมันหอมระเหยกลิ่นกระดังงาเพียงไม่กี่หยดก็ช่วยกระตุ้นอารมณ์ของคู่รักได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังช่วยสร้างอารมณ์ความสนุกสนานได้อีกด้วย แต่ในการใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ก็ควรจะระวังไม่ให้มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดความรู้สึกคลื่นไส้เวียนหัวได้
กลิ่นมะลิ
มะลิ เป็นดอกไม้อีกหนึ่งกลิ่นที่สถาบันวิจัยในประเทศอังกฤษยังกล่าวด้วยว่า จะช่วยลดอาการซึมเศร้าและความรู้สึกเชิงบวก ซึ่งกลิ่นนี้ก็เป็นกลิ่นที่สาวหลาย ๆ คนชื่นชอบเพราะมีทั้งกลิ่นที่หอม และสรรพคุณต่าง ๆ ในการเพิ่มความสุข สร้างจิตใจที่เบิกบาน และช่วยให้หลับสบายตลอดทั้งคืน
กลิ่นวานิลลา
สำหรับคู่รักคู่ไหนที่ชอบกลิ่นที่หวานหอม น้ำมันหอมระเหย กลิ่นวานิลลา ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะกลิ่นนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ของคุณหวานเหมือนกลิ่นวานิลลา รวมถึงช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
กลิ่นลาเวนเดอร์
นอกจากการกลิ่นหอมที่จะช่วยให้บรรยากาศโรแมนติกด้วยเครื่องพ่นควันอโรม่าแล้ว กลิ่นลาเวนเดอร์ ยังเป็นดอกไม้ที่มีสรรพคุณการลดความตึงเครียด ซึมเศร้า หดหู่ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งกลิ่นมะลิก็เป็นกลิ่นที่สาว ๆ ก็มักจะใช้หยุดในอ่างอาบน้ำ
สรุปท้ายบทความ
นี่คือเครื่องพ่นควันอโรม่าที่เรานำมาให้อ่านกันว่ามีประเภทไหนบ้าง และมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นไหนบ้าง ที่ช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้กับวันวาเลนไทน์ของคุณ ซึ่งใน Kaidee ก็มีให้เลือกซื้อมากมาย รวมถึงบทความที่จะทำให้ความรักของคุณดียิ่งขึ้น 5 แบรนด์เทียนหอมตัวดัง ต้องตำมาติดบ้าน และ อยากมีคู่ใช้ตัวช่วยนี้ 5 แอปหาคู่ 2021
Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รวม 3 เจ้าแม่ตำนานรักสุดตราตรึงที่สายมูต้องไปไหว้ขอคู่
นับถอยหลังสู่วันวาเลนไทน์กันหรือยังคะทุกคน ขอมือคนโสดกันหน่อยยย เพื่อนพี่น้องรอบข้างคนไหนจะแพลนไปเดตกับคนรู้ใจก็อย่าหาได้แคร์ไม่ เพราะสายมูอย่างเรา (หรือคนที่ยังไม่เข้าสู่วงการสายมูก็เวลคัมค่า) ยังมีเวลาไปเยี่ยมเยียนไหว้พระขอคนรู้ใจแบบไว ๆ ทันใจ
ถ้าสายมูคนไหนไปไหว้พระเด็ด ๆ ดัง ๆ ตั้งแต่พระตีมรูติ พระลักษณมี พระพรหม มาหมดแล้ว เราขอแนะนำ 3 เจ้าแม่ที่ยืนหนึ่งเรื่องขอคู่ครองที่คุณอาจจะยังไม่เคยไปไหว้ พิเศษสุด! เวลาเหลือน้อย เราแถมลิสต์ของไหว้และวิธีไหว้ขอคู่มาให้แบบเน้น ๆ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง
แม่นากพระโขนง
ตำนานรักแท้อมตะคู่คนไทยมานับร้อยปี
หากนึกถึงตำนานรักอมตะที่คนไทยคุ้นเคย เชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่จะแวบขึ้นมาในใจใครหลายคนคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘แม่นาก’ หรือที่หลายคนมักสะกดว่า ‘แม่นาค’ หญิงสาวเจ้าของตำนานรักแท้ไม่เลือนหายแม้เหลือเพียงวิญญาณชวนตราตรึงใจใครหลายคน
มาย้อนรำลึกถึงเรื่องราวของแม่นากกันหน่อยดีกว่า ว่ากันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่สี่ ช่วงรัตนโกสินทร์ แม่นากมีสามีชื่อมาก ทั้งสองครองรักและมีลูกด้วยกัน
ระหว่างที่แม่นากท้อง พ่อมากจำต้องไปประจำการเป็นทหารในเมือง ทว่าในระหว่างที่พ่อมากไม่อยู่ แม่นากถึงกำหนดคลอดและตายท้องกลม
ต่อให้กายสลาย แต่ความรักและห่วงหาสามีที่จากบ้านไปไกลทำให้วิญญาณแม่นากยังไม่ยอมไปไหน เมื่อพ่อมากกลับมา ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาตามปกติโดยที่พ่อมากไม่รู้เลยว่าภรรยาและลูกได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว
แม้สุดท้ายเรื่องนี้จะจบโศก แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดคือความรักอมตะ เหนือกาลเวลาและสังขารที่แม่นากมีต่อพ่อมากไม่เสื่อมคลายจวบจนวันสุดท้าย แม่นากจึงกลายเป็นตำนานรักแท้ที่โด่งดังจวบจนทุกวันนี้
ในปัจจุบันความเชื่อเรื่องแม่นากยังคงไม่เสื่อมคลายไป ผู้คนยังคงไปสักการะบูชากันที่ศาลย่านาค ตั้งอยู่ภายในวัดมหาบุศย์ ซอยสุขุมวิท 77
รวมทริคไหว้ขอคู่ที่ศาลย่านาก วัดมหาบุศย์ ไหว้ยังไงให้ได้ผล
การไหว้ขอพรความรักกับแม่นากนั้นมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่บ้าง เริ่มจากต้องขอพรหาคู่แท้ เพราะแม่นากเป็นผู้ที่รักแท้มั่นคงกับสามี ข้อปฏิบัติสำคัญเลยคือต้องซื่อสัตย์ ยึดมั่นในรักเดียวใจเดียว บางความเชื่อให้เน้นขอพบรักที่ซื่อสัตย์มั่นคง
ของไหว้ขอคู่เสริมความขลัง
- พานชุด ผลหมากรากไม้ (ยกเว้นมังคุด) น้ำแดง ขนมหวาน น้ำมะพร้าว
- ธูปเทียน
- พวงมาลัย
- ชุดสไบ เครื่องแต่งกาย
ข้อห้ามในการไหว้ขอคู่กับแม่นาก
- ห้ามพรมน้ำอบและรดน้ำแม่นาก
- ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ดวงตา และปาก
- ห้ามน้ำมันจันที่องค์แม่นาก
เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก
รักแท้ข้ามแดนจีน-ไทย กับโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความพ่อแง่แม่งอน
ตำนานรักของ ‘เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก’ และ ‘พระเจ้าสายน้ำผึ้ง’ เป็นตำนานที่อยู่คู่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยามายาวนาน เรื่องราวความรักของทั้งคู่ถือเป็นรักอมตะโศกเศร้าเคล้าน้ำตาที่เกิดขึ้นสองฟากฝั่งแม่น้ำ
เดิมทีเจ้าแม่สร้อยดอกหมากเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน เมื่อถึงวัยออกเรือน โหรหลวงทำนายว่าจะได้คู่ครองเป็นกษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา พระเจ้ากรุงจีนจึงส่งสาส์นไปยังพระเจ้าสายน้ำผึ้ง พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปยังกรุงจีน
หลังฝ่าภัยอันตรายมากมาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จมาถึงกรุงจีนโดยสวัสดิภาพและเข้าพระราชพิธีราชาภิเษกกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก หลังจากใช้ชีวิตคู่อย่างแสนสุขในกรุงจีนชั่วระยะหนึ่ง ทั้งสองก็กลับมายังประเทศไทย
ช่วงที่ถึงริมฝั่งแม่น้ำบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหารในปัจจุบัน พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จเข้าวังเพื่อเตรียมขบวนมาต้อนรับพระนาง ครั้นเมื่อขบวนเสด็จมาถึง เจ้าแม่สร้อยดอกหมากไม่เห็นพระสวามีมาด้วยก็เกิดความน้อยใจ ฝากไปบอกว่าถ้าพระองค์ไม่เสด็จมารับ ก็จะไม่ขึ้นไป
เมื่อเสนาบดีมาทูล พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงแกล้งตอบกลับว่าถ้าไม่อยากขึ้น ก็อยู่ที่นั่นต่อไป เจ้าแม่สร้อยดอกหมากน้อยใจจนกลั้นลมหายใจฆ่าตัวตาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งโศกเศร้ากับการจากไปของนางอันเป็นที่รัก ภายหลังตัดสินใจสร้างวัดเจ้าพระนางเชิง
ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก จะไหว้ขอคู่ทั้งทีต้องที่นี่
ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมากโด่งดังในด้านการขอพรความรักมานมนาน ตามคำบอกเล่าแต่โบราณ เจ้าแม่สร้อยดอกหมากมั่นคงในความรักที่มีต่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งมาก
จุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งที่คนนิยมไปไหว้กันจึงหนีไม่พ้นเรื่องบนบานขอความรัก ขอลูก ถ้าสมหวังดั่งใจแล้ว
ของที่นิยมนำมาแก้บนไหว้ขอคู่ เช่น
- สร้อยไข่มุก
- เครื่องสำอาง
- สิงโตเชิด
- ผลไม้ ดอกไม้ น้ำดื่ม
เจ้าแม่เขาสามมุข
สามมุข-แสน เมื่อรักแท้ต้องแลกด้วยชีวิต
เจ้าแม่องค์สุดท้ายที่เราหยิบยกมาบอกเล่าเรื่องราวความรักสุดตราตรึงคือเจ้าแม่เขาสามมุข แห่งศาลเจ้าแม่เขามุข จ.ชลบุรี เรื่องราวชีวิตรักที่ยิ่งใหญ่ของหนุ่มสาวชาวบ้านชื่อ ‘สามมุข’และ ‘แสน’ สามมุขเป็นหญิงฐานะยากจนที่พบรักกับแสน และสัญญาว่าจะครองรักกันชั่วนิรันดร์ หากใครผิดคำสาบาน ต้องโดดหน้าผาตาย
แต่เส้นทางรักของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นอย่างใจคิด เมื่อ ‘กำนันบ่าย’ พ่อของแสนรู้เข้า ก็กีดกันและจับแสนคลุมถุงชน เมื่อสามมุขรู้เข้าก็เสียใจ สามมุขตัดสินใจจะกระโดดหน้าผาตามคำสัญญา เมื่อแสนตามมาเห็นเช่นนั้นจึงกระโดดหน้าผาตายตาม สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็จบลงด้วยน้ำตา
รักแท้ที่แลกด้วยชีวิตของทั้งคู่เป็นที่พูดถึงไปทั่ว หลังกำนันบ่ายสำนึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้ลูกชายและคนรักต้องตาย ก็นำสิ่งของของทั้งคู่ไปไว้ที่ภูเขาซึ่งภายหลังตั้งชื่อว่าเขาสามมุข และได้มีการจัดตั้งศาลขึ้นมา
ไหว้ขอคู่ที่ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข จ.ชลบุรีต้องทำยังไง
จากตำนานรักแท้สุดซึ้งที่ยอมแลกด้วยชีวิต ทำให้ศาลเจ้าแม่เขาสามมุขโด่งดังเป็นที่นิยมในด้านการมาขอพรให้ความรักสมหวัง เชื่อกันว่าหากใครมาขอความรักที่นี่ เจ้าแม่จะช่วยให้สมหวังไม่เหมือนความรักของตนเอง
ของที่ใช้ไหว้ขอคู่ที่ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข
*เขียนชื่อนามสกุลและคำขอพรลงในว่าว ถ้ามีคนรัก เขียนชื่อคนรักลงไปด้วย
- ของถวายแก้บนได้แก่ผลไม้ 5 อย่าง (ต้องมีมะพร้าวอ่อน สัปปะรด และกล้วยน้ำว้า)
- ของบนอื่น ๆ ได้แก่ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ชุดไทย
สรุปท้ายบทความ
อีกไม่กี่วันก็วันวาเลนไทน์แล้ว ถึงเวลาชาวมูเตลูออกเดินสายไหว้ขอคู่กันหรือยัง ถ้าแวะไปไหว้พระตรีมูรติ พระลักษณมี พระแม่อุมาเทวีมาหมดแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะเรายังมีเจ้าแม่อีกหลายองค์ที่โดดเด่นและโด่งดังเรื่องขอความรัก
เจ้าแม่ทั้งสามที่เรายกมาวันนี้ซึ่งก็คือ แม่นากพระโขนง เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และเจ้าแม่เขาสามมุข ทั้งสามองค์มีเรื่องราวชีวิตที่ตราตรึงใจไปคนละแบบ
แม้จะเป็นความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมทั้งสิ้น แต่เนื้อในความรักที่มั่นคงและบริสุทธิ์ของทั้งสาม ทำให้มีผู้คนไปสักการะขอความรักและ(ว่ากันว่า)สมหวังกันหลายต่อหลายคนแล้ว สายมูคนไหนที่ยังไม่ได้ไปเยือน แนะนำว่าอ่านเสร็จแล้วไปเลย เผื่อจะเจอคนพิเศษไปเดตกันทันวันวาเลนไทน์
หรือถ้าใครที่ไปไม่ทัน ลองแวะเข้า Kaidee.com เลือกเช่าเครื่องรางของขลังเสริมดวงด้านความรัก หรือจะเป็นวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับแม่นากพระโขนง เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และเจ้าแม่เขาสามมุข ของดี ๆ มีให้เลือกกันตรงนี้ อย่ารอช้า ไปดูกันเลย
Feb 10, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ใกล้เข้ามาแล้วกับวันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของชาวจีน เป็นเทศกาลที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยแบ่งเป็น 3 วันคือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ตามลำดับ ซึ่งในปี 2564 นี้ เทศกาลตรุษจีนมีตั้งแต่วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2564 และสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าวันตรุษจีนตามธรรมเนียมและประเพณีของชาวจีนแท้ ๆ เป็นอย่างไร มี อาหารมงคล อะไรบ้างที่กินแล้วจะทำให้ชีวิตเฮง ! วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง
อาหารมงคล วันตรุษจีน
อาหาร ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ทำให้ในเทศกาลตรุษจีน นอกจากการแต่งกายและกิจกรรมแล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญ ซึ่งอาหารที่เราจะพูดถึงในวันนี้ถือเป็น อาหารมงคล ที่เราควรกินในตรุษจีน เพราะจะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้น
รวม อาหารมงคล
ปลา (鱼 Yú) “ความเหลือเฟือ”
คำว่า ปลา ในภาษาจีน มีการออกเสียงที่คล้ายกับคำที่แปลว่า “ความเหลือเฟือ” ทำให้ชาวจีนเชื่อว่าการรับประทานปลาจะทำให้ชีวิตมีกินมีใช้เหลือเฟือ และนอกจากนี้แล้วปลายังเป็นสัตว์ที่ยังสามารถต่อสู้กับวิญญาณที่ชั่วร้ายได้อีกด้วย โดยปลาที่ชาวจีนนิยมกินกันก็มีชื่อที่เป็นมงคล ทั้งปลาตะเพียน ปลาแกง และปลาดุก นิยมทำเป็นปลานึ่งซีอิ๊ว ปลาทอดเปรี้ยวหวาน และ ปลาทอดสามรส
ซึ่งวิธีการกินปลาของชาวจีนนั้นจะต้องเป็นจานสุดท้าย กินให้เหลือเพียงหัวและหางของปลาเพื่อสื่อความหมายว่า เริ่มต้นและจบปีด้วยความเหลือเฟือ โดยหันไปทางแขกหรือผู้สูงอายุเพื่อแสดงความเคารพ
เกี๊ยว (饺子Jiǎozi) “ความมั่งคั่งร่ำรวย”
ด้วยรูปลักษณ์ของอาหารมงคลอย่าง เกี๊ยว ที่คล้ายกับลักษณะของเงินสกุลจีนในยุคโบราณ ทำให้ตามความเชื่อของชาวจีน การรับประทานเกี๊ยวจะส่งผลให้ผู้ที่รับประทานมีความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งเมนูของเกี๊ยวที่นิยมกินมักจะมาจากการผสมผสานกับหมู ไก่ กุ้ง และปลา อย่าง ขนมจีบ เกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง หรือ เกี๊ยวน้ำ
โดยชาวจีนจะทำเกี๊ยวที่มีจำนวนของจีบเป็นเลขมงคล ไส้ป่องกำลังดี และไม่ใช้กะหล่ำปลีดองในการทำไส้เกี๊ยว เพราะมีการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าอุปสรรคในภาษาจีน และในบางครอบครัวจะมีการใส่เส้นด้านสีขาวเพื่อแสดงอายุที่ยืนนานของคนที่รับประทาน
เปาะเปี๊ยะ (春卷 Chūnjuǎn) “ความร่ำรวย”
เนื่องจากชื่อของ เปาะเปี๊ยะ มีเสียงที่พ้องกับ ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงฤดูของเทศกาลตรุษจีน และรูปลักษณ์ที่มีลักษณะยาวเหลืองคล้ายกับแท่งคำทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย เปาะเปี๊ยะทอดจึงเป็นหนึ่งใน อาหารมงคล วันตรุษจีนของชาวจีน
หมี่ซั่ว (长寿面 Chángshòu Miàn) “อายุยืนยาว”
เหตุผลที่ หมี่ซั่ว เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนนาน เพราะเส้นหมี่เป็นอาหารเส้นที่มีความยาวมากกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่น ๆ ซึ่งชาวจีนส่วนใหญ่จะรับประทานหมี่ซั่ว ผัดหมี่ใส่กุ้งซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่าหัวเราะ แฝงนัยการมีความสุขตลอดทั้งปี
โดยการรับประทานหมี่ซั่วที่ดีนั้น ไม่ควรตัดเส้นเพราะชาวจีนเชื่อกันว่ายิ่งกินเส้นที่ยาวเท่ามาก ก็จะยิ่งมีอายุที่ยืนยาวมากเท่านั้น
ไก่ (鸡 jī) “ความเจริญก้าวหน้า”
สัตว์ปีกที่ความหมายดีอย่าง ไก่ ก็เป็นอีกหนึ่ง อาหารมงคล ที่ชาวจีนนิยมรับประทาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าจากเอกลักษณ์ของไก่ 2 อย่างคือ ลักษณะของหงอนไก่ที่เปรียบเสมือนหมวกของขุนนาง และลักษณะนิสัยของไก่ที่ขันตรงเวลาเปรียบเสมือนการมีวินัยและรู้หน้าที่ ซึ่งนอกจากความเจริญก้าวหน้าแล้ว ไก่ยังมีความหมายถึงความพร้อมหน้าภายในครอบครัวและชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย
สังเกตได้ว่าการรับประทานไก่ในวันตรุษจีนจะรับประทานทั้งลำตัวไม่ว่าจะเป็น หัว ตัว และขา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถสับหรือหั่นได้ แต่การไหว้เจ้านั้นห้ามทำเด็ดขาด
ขนมเข่ง (年糕 Niángāo) “เดินสูงขึ้นในทุก ๆ ปี”
จากชื่อในภาษาจีนของ ขนมเข่ง ที่ออกเสียงเหมือนคำว่า ได้รับสูงกว่าปีก่อน ทำให้ขนมเข่งกลายเป็นอีกหนึ่งขนมมงคลที่ชาวจีนนิยมรับประทานกันในวันตรุษจีน ซึ่งมีหลากหลายความหมายทั้งความสูงที่เพิ่มขึ้น คะแนนที่เพิ่มขึ้น ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น หรือแม้แต่การงานที่ดีขึ้น
บัวลอย (汤圆 Tāngyuán) “ความร่มเย็นในครอบครัว”
บัวลอย ขนมหวานมงคลของชาวจีนที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลโคมไฟและตลอดฤดูใบไม้ผลิ มีเสียงและลักษณะที่สื่อถึงความกลมเกลียวภายในครอบครัว ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายเมนู
ผลไม้มงคล
นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีผลไม้มากมายที่มีความหมายดี ๆ ดังนี้
ส้ม (橘子 Júzi) “ความโชคดีและร่ำรวย” เพราะชื่อที่คล้ายกับคำว่าความสำเร็จ ทำให้ส้มเป็นนผลไม้มงคลที่คนจีนนิยมรับประทาน โดยจะต้องมีรูปร่างที่กลมและสีเหลืองทอง
กล้วย (香蕉 Xiāng jiāo) “ลูกหลานเต็มเมือง” จากลักษณะของหวีกล้วยที่ออกเป็นเครือ จึงเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวที่เจริญงอกงามขยายใหญ่และร่ำรวยเงินทอง
แอปเปิล (苹果 Píngguǒ) “อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” มีความหมายถึงความเงียบสงบ ไม่มีความวุ่นวายหรือโรคภัย และมีแต่ความสันติ
องุ่น (葡萄 Pútáo) “การงานประสบความสำเร็จ” องุ่นเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตและเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน เพราะในภาษาจีนแต้จิ๋ว คำว่าองุ่นนั้นมีการออกเสียงเหมือนกับคำว่า งอกงาม และอีกเหตุผลหนึ่งคือ องุ่น มีการออกผลที่เป็นพวงนั่นเอง
สับปะรด (菠萝 bōluó) “ความโชคดี” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว สับปะรด เป็นคำพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า เรียกสีแดงมา ซึ่งสีแดงถือเป็นสีแห่งความโชคดีของประเทศจีน ทำให้สับปะรดเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีนั่นเอง
สาลี่ (酥梨 Sūlí) “มีโชคลาภเงินทอง” ด้วยสีเหลืองของสาลี่ที่เหมือนทองคำ และสาลี่เป็นผลไม้ที่มีความเย็นสดชื่น ทำให้คนจีนชื่อกันว่าสาลี่เป็นผลไม้มงคลที่กินแล้วจะทำให้มีโชคลาภและพบเจอแต่เรื่องดี ๆ
ทับทิม (石榴 Shíliu) “ครอบครัวอบอุ่น พี่น้องรักใคร่” เพราะทับทิมมีเนื้อที่เป็นสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลของชาวจีน ส่วนตัวเมล็ดทับทิมที่มีเยอะแยะมากมายเปรียบเสมือนกับลูกหลานที่เยอะ ทำให้ทับทิมเป็นผลไม้มงคลของชาวจีน ซึ่งชาวจีนจะแบ่งทับทิมให้กับทุกคนในบ้านได้รับประทาน เพื่อเป็นกุศโลบายในการแบ่งปัน รวมถึงยังเป็นผลไม้ที่มีอำนาจในการไล่ภูตผีปีศาจอีกด้วย
ผลไม้ต้องห้ามในวันตรุษจีน คือผลไม้ที่มีสีดำเพราะเป็นผลไม้ที่ใช้สำหรับการไว้ทุกข์ ได้แก่ องุ่นดำ เชอร์รี่ดำ มังคุด เป็นต้น
สรุปท้ายบทความ
ดังนั้นถ้าอ่านแล้ว อย่าลืมกลับบ้านไปหาครอบครัวที่น่ารักและพูดคุยด้วยความรู้สึกดี ๆ กันนะคะ
ส่วนใครที่ไม่รู้จะสั่งอาหารวันตรุษจีนกันที่ไหน Kaidee ก็มีอาหารและผลไม้ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อมากมายเช่นเดียวกัน