ใกล้เข้ามาแล้วกับวันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของชาวจีน เป็นเทศกาลที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยแบ่งเป็น 3 วันคือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ตามลำดับ ซึ่งในปี 2564 นี้ เทศกาลตรุษจีนมีตั้งแต่วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2564 และสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าวันตรุษจีนตามธรรมเนียมและประเพณีของชาวจีนแท้ ๆ เป็นอย่างไร มี อาหารมงคล อะไรบ้างที่กินแล้วจะทำให้ชีวิตเฮง ! วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง

อาหารมงคล วันตรุษจีน
อาหาร ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ทำให้ในเทศกาลตรุษจีน นอกจากการแต่งกายและกิจกรรมแล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญ ซึ่งอาหารที่เราจะพูดถึงในวันนี้ถือเป็น อาหารมงคล ที่เราควรกินในตรุษจีน เพราะจะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้น
รวม อาหารมงคล
ปลา (鱼 Yú) “ความเหลือเฟือ”
คำว่า ปลา ในภาษาจีน มีการออกเสียงที่คล้ายกับคำที่แปลว่า “ความเหลือเฟือ” ทำให้ชาวจีนเชื่อว่าการรับประทานปลาจะทำให้ชีวิตมีกินมีใช้เหลือเฟือ และนอกจากนี้แล้วปลายังเป็นสัตว์ที่ยังสามารถต่อสู้กับวิญญาณที่ชั่วร้ายได้อีกด้วย โดยปลาที่ชาวจีนนิยมกินกันก็มีชื่อที่เป็นมงคล ทั้งปลาตะเพียน ปลาแกง และปลาดุก นิยมทำเป็นปลานึ่งซีอิ๊ว ปลาทอดเปรี้ยวหวาน และ ปลาทอดสามรส
ซึ่งวิธีการกินปลาของชาวจีนนั้นจะต้องเป็นจานสุดท้าย กินให้เหลือเพียงหัวและหางของปลาเพื่อสื่อความหมายว่า เริ่มต้นและจบปีด้วยความเหลือเฟือ โดยหันไปทางแขกหรือผู้สูงอายุเพื่อแสดงความเคารพ
เกี๊ยว (饺子Jiǎozi) “ความมั่งคั่งร่ำรวย”
ด้วยรูปลักษณ์ของอาหารมงคลอย่าง เกี๊ยว ที่คล้ายกับลักษณะของเงินสกุลจีนในยุคโบราณ ทำให้ตามความเชื่อของชาวจีน การรับประทานเกี๊ยวจะส่งผลให้ผู้ที่รับประทานมีความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งเมนูของเกี๊ยวที่นิยมกินมักจะมาจากการผสมผสานกับหมู ไก่ กุ้ง และปลา อย่าง ขนมจีบ เกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง หรือ เกี๊ยวน้ำ
โดยชาวจีนจะทำเกี๊ยวที่มีจำนวนของจีบเป็นเลขมงคล ไส้ป่องกำลังดี และไม่ใช้กะหล่ำปลีดองในการทำไส้เกี๊ยว เพราะมีการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าอุปสรรคในภาษาจีน และในบางครอบครัวจะมีการใส่เส้นด้านสีขาวเพื่อแสดงอายุที่ยืนนานของคนที่รับประทาน
เปาะเปี๊ยะ (春卷 Chūnjuǎn) “ความร่ำรวย”
เนื่องจากชื่อของ เปาะเปี๊ยะ มีเสียงที่พ้องกับ ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงฤดูของเทศกาลตรุษจีน และรูปลักษณ์ที่มีลักษณะยาวเหลืองคล้ายกับแท่งคำทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย เปาะเปี๊ยะทอดจึงเป็นหนึ่งใน อาหารมงคล วันตรุษจีนของชาวจีน
หมี่ซั่ว (长寿面 Chángshòu Miàn) “อายุยืนยาว”
เหตุผลที่ หมี่ซั่ว เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนนาน เพราะเส้นหมี่เป็นอาหารเส้นที่มีความยาวมากกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่น ๆ ซึ่งชาวจีนส่วนใหญ่จะรับประทานหมี่ซั่ว ผัดหมี่ใส่กุ้งซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่าหัวเราะ แฝงนัยการมีความสุขตลอดทั้งปี
โดยการรับประทานหมี่ซั่วที่ดีนั้น ไม่ควรตัดเส้นเพราะชาวจีนเชื่อกันว่ายิ่งกินเส้นที่ยาวเท่ามาก ก็จะยิ่งมีอายุที่ยืนยาวมากเท่านั้น
ไก่ (鸡 jī) “ความเจริญก้าวหน้า”
สัตว์ปีกที่ความหมายดีอย่าง ไก่ ก็เป็นอีกหนึ่ง อาหารมงคล ที่ชาวจีนนิยมรับประทาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าจากเอกลักษณ์ของไก่ 2 อย่างคือ ลักษณะของหงอนไก่ที่เปรียบเสมือนหมวกของขุนนาง และลักษณะนิสัยของไก่ที่ขันตรงเวลาเปรียบเสมือนการมีวินัยและรู้หน้าที่ ซึ่งนอกจากความเจริญก้าวหน้าแล้ว ไก่ยังมีความหมายถึงความพร้อมหน้าภายในครอบครัวและชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย
สังเกตได้ว่าการรับประทานไก่ในวันตรุษจีนจะรับประทานทั้งลำตัวไม่ว่าจะเป็น หัว ตัว และขา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถสับหรือหั่นได้ แต่การไหว้เจ้านั้นห้ามทำเด็ดขาด
ขนมเข่ง (年糕 Niángāo) “เดินสูงขึ้นในทุก ๆ ปี”
จากชื่อในภาษาจีนของ ขนมเข่ง ที่ออกเสียงเหมือนคำว่า ได้รับสูงกว่าปีก่อน ทำให้ขนมเข่งกลายเป็นอีกหนึ่งขนมมงคลที่ชาวจีนนิยมรับประทานกันในวันตรุษจีน ซึ่งมีหลากหลายความหมายทั้งความสูงที่เพิ่มขึ้น คะแนนที่เพิ่มขึ้น ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น หรือแม้แต่การงานที่ดีขึ้น
บัวลอย (汤圆 Tāngyuán) “ความร่มเย็นในครอบครัว”
บัวลอย ขนมหวานมงคลของชาวจีนที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลโคมไฟและตลอดฤดูใบไม้ผลิ มีเสียงและลักษณะที่สื่อถึงความกลมเกลียวภายในครอบครัว ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายเมนู

ผลไม้มงคล
นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีผลไม้มากมายที่มีความหมายดี ๆ ดังนี้
ส้ม (橘子 Júzi) “ความโชคดีและร่ำรวย” เพราะชื่อที่คล้ายกับคำว่าความสำเร็จ ทำให้ส้มเป็นนผลไม้มงคลที่คนจีนนิยมรับประทาน โดยจะต้องมีรูปร่างที่กลมและสีเหลืองทอง
กล้วย (香蕉 Xiāng jiāo) “ลูกหลานเต็มเมือง” จากลักษณะของหวีกล้วยที่ออกเป็นเครือ จึงเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวที่เจริญงอกงามขยายใหญ่และร่ำรวยเงินทอง
แอปเปิล (苹果 Píngguǒ) “อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” มีความหมายถึงความเงียบสงบ ไม่มีความวุ่นวายหรือโรคภัย และมีแต่ความสันติ
องุ่น (葡萄 Pútáo) “การงานประสบความสำเร็จ” องุ่นเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตและเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน เพราะในภาษาจีนแต้จิ๋ว คำว่าองุ่นนั้นมีการออกเสียงเหมือนกับคำว่า งอกงาม และอีกเหตุผลหนึ่งคือ องุ่น มีการออกผลที่เป็นพวงนั่นเอง
สับปะรด (菠萝 bōluó) “ความโชคดี” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว สับปะรด เป็นคำพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า เรียกสีแดงมา ซึ่งสีแดงถือเป็นสีแห่งความโชคดีของประเทศจีน ทำให้สับปะรดเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีนั่นเอง
สาลี่ (酥梨 Sūlí) “มีโชคลาภเงินทอง” ด้วยสีเหลืองของสาลี่ที่เหมือนทองคำ และสาลี่เป็นผลไม้ที่มีความเย็นสดชื่น ทำให้คนจีนชื่อกันว่าสาลี่เป็นผลไม้มงคลที่กินแล้วจะทำให้มีโชคลาภและพบเจอแต่เรื่องดี ๆ
ทับทิม (石榴 Shíliu) “ครอบครัวอบอุ่น พี่น้องรักใคร่” เพราะทับทิมมีเนื้อที่เป็นสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลของชาวจีน ส่วนตัวเมล็ดทับทิมที่มีเยอะแยะมากมายเปรียบเสมือนกับลูกหลานที่เยอะ ทำให้ทับทิมเป็นผลไม้มงคลของชาวจีน ซึ่งชาวจีนจะแบ่งทับทิมให้กับทุกคนในบ้านได้รับประทาน เพื่อเป็นกุศโลบายในการแบ่งปัน รวมถึงยังเป็นผลไม้ที่มีอำนาจในการไล่ภูตผีปีศาจอีกด้วย
ผลไม้ต้องห้ามในวันตรุษจีน คือผลไม้ที่มีสีดำเพราะเป็นผลไม้ที่ใช้สำหรับการไว้ทุกข์ ได้แก่ องุ่นดำ เชอร์รี่ดำ มังคุด เป็นต้น
สรุปท้ายบทความ
ดังนั้นถ้าอ่านแล้ว อย่าลืมกลับบ้านไปหาครอบครัวที่น่ารักและพูดคุยด้วยความรู้สึกดี ๆ กันนะคะ
ส่วนใครที่ไม่รู้จะสั่งอาหารวันตรุษจีนกันที่ไหน Kaidee ก็มีอาหารและผลไม้ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อมากมายเช่นเดียวกัน
