5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าสุดปัง ทำง่าย ๆ ได้เหมือนมืออาชีพ!

5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าสุดปัง ทำง่าย ๆ ได้เหมือนมืออาชีพ!

เรื่องทำขนมอาจจะดูยุ่งยากในสายตาใครหลายคน เพราะขั้นตอนเยอะ แถมใช้อุปกรณ์เพียบ คิดแล้วก็ต้องถอยทัพกลับไปซื้อมากินแทน ถ้าใครติดเรื่องนี้ เรามีทางออกมาฝาก! นั่นก็คือ 5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณทำขนมง่ายขึ้นในพริบตา! บอกเลยว่าง่ายจริงไม่มีหลอก เลื่อนลงไปดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องไหนโดนใจใช่เลยบ้าง

เครื่องทำมินิโดนัท

สาวกโดนัทต้องปริ่ม เตรียมตัวจัดปาร์ตี้โดนัทชุดใหญ่ด้วย ‘เครื่องทำมินิโดนัท’ วิธีใช้งานก็แสนง่าย แค่เสียบปลั๊ก ผสมแป้งโดนัทไว้ให้พร้อม เทลงแม่พิมพ์ ปิดฝา รออึดใจเดียวก็ได้กินโดนัทร้อน ๆ นุ่ม ๆ แถมดีต่อสุขภาพมากกว่าเพราะไม่ต้องทอดให้อมน้ำมัน ใครชอบกินโดนัทเป็นชีวิตจิตใจควรมีติดบ้านไว้สักเครื่อง

เครื่องทำมินิโดนัทยี่ห้อไหนดี?

  • HOUSE WORTH เครื่องทำโดนัท รุ่น HW290
  • FRY KING เครื่องทำเค้กป๊อปและโดนัท (2 in 1) รุ่น FR-C4 
  • SONAR เครื่องทำโดนัท รุ่น DM-007

เครื่องทำวาฟเฟิล

‘เครื่องทำวาฟเฟิล’ ถือเป็นเครื่องทำขนมไฟฟ้ายอดฮิตเลย สมัยนี้ต้องบอกว่ามีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะแบบเหลี่ยม แบบกลม หรือแบบพิมพ์ลายน่ารัก ๆ ข้อดีของเจ้าเครื่องนี้คือใช้งานง่าย แค่ผสมแป้งแล้วเทลงพิมพ์ ปิดฝา รอให้สุก เท่านี้ก็ได้วาฟเฟิลอร่อย ๆ หน้าตาน่ากินเหมือนที่ขายกันตามท้องตลาดแล้ว ใครทำจนคล่อง อยากลองขายเป็นอาชีพเสริม ก็เลิศค่ะ

เครื่องทำวาฟเฟิลยี่ห้อไหนดี? 

  • HOUSE WORTH เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HW-294
  • FRY KING เครื่องทำวาฟเฟิลและแซนวิช 2 in 1 รุ่น FR-C9
  • Stärker เครื่องทำขนมวาฟเฟิลลายการ์ตูน รุ่น WF115

เครื่องทำทาโกะยากิ

ขอมือคนชอบกินทาโกะยากิหน่อย จัด ‘เครื่องทำทาโกะยากิ’ สักเครื่อง รับรองว่าฟิน เจ้าเครื่องทำทาโกะยากิแบบนี้ใช้งานง่ายมากค่ะ แค่เปิดปิดสวิตซ์ อยากกินแป้งเยอะแป้งน้อย ชอบไส้อะไรก็ใส่ได้ไม่อั้น หรือถ้าใครอยากดัดแปลงทำเมนูอื่นก็เวิร์ก เช่น ไข่นกกระทา ขนมครกไทย ทำได้หลากหลายเมนูในเครื่องเดียวขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว

เครื่องทำทาโกะยากิยี่ห้อไหนดี?

  • HOUSE WORTH เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น HW2131T 
  • CASIKO เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น CK5004A

เครื่องทำแพนเค้ก

หมดเวลาหยอดแพนเค้กลงกระทะแล้วเสี่ยงทายว่าจะสุกหรือไม่สุกแล้วค่ะ! คนเลิฟแพนเค้กเป็นชีวิตจิตใจต้องมี  ปิดเตาแก๊ส วางตะหลิว เตรียมแค่แป้งแพนเค้กให้พร้อม หยอดลงแม่พิมพ์ เปิดสวิตซ์ รออึดใจเดียว ก็ได้แพนเค้กร้อน ๆ นุ่ม ๆ สุกกำลังดีแล้ว ทำกินเพลิน ๆ ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

เครื่องทำแพนเค้กยี่ห้อไหนดี?

  • FRY KING เครื่องทำแพนเค้ก รุ่น FR-C7

เครื่องทำคัพเค้ก

ใครว่าเค้กทำยาก อยากให้ลองใช้ ‘เครื่องทำคัพเค้ก’ ดูสักที แล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง ขอบอกว่าใช้ง่ายเวอร์ แค่ผสมแป้งเค้กแล้วเทลงพิมพ์ ไม่ต้องกังวลว่าเค้กจะไม่สุกหรือเกรียมเพราะเรามีระบบเวลาที่ตั้งไว้อย่างพอเหมาะ คุณจะได้เค้กที่สุกกำลังดี เนื้อเนียนนุ่มประหนึ่งมืออาชีพทำแน่นอน! พอได้ตัวเค้กที่ถูกใจแล้วก็เอามาแต่งหน้าตามชอบ จะทานเองก็ได้ ให้เป็นของฝากก็เลิศ พอฝึกปรือจนคล่องมือแล้วก็ใช้ทำขายได้ด้วย เครื่องเดียวคุ้มเวอร์

เครื่องทำคัพเค้กยี่ห้อไหนดี? 

  • CUIZIMATE เครื่องอบคัพเค้ก 800 วัตต์ 
  • CASIKO เครื่องทำคัพเค้ก รุ่น CK-5006

เห็นไหมคะว่าการทำขนมจะง่ายขึ้นถ้าเรามีตัวช่วยที่สามารถรังสรรค์เมนูที่ดูยุ่งยากให้ง่ายในทันตา ใครเล็งเครื่องทำขนมไฟฟ้าแบบไหนไว้ ลองแวะเข้ามาดูเครื่องทำขนมไฟฟ้ามือสองใน Kaidee ก่อนได้เลยค่ะ อาจจะเจอของที่ถูกใจในราคาที่ปลาบปลื้มแบบไม่ทันตั้งตัว และถ้าใครมีเครื่องทำขนมเหล่านี้แล้วอยากทำขนมหารายได้เสริม แต่ไม่รู้จะไปลงขายที่ไหน แวะมาเปิดตลาดที่ Kaidee ได้เช่นกันนะคะ มีคนรอทานขนมอร่อย ๆ เพียบเลย

5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายจะต้องเก็บ

5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายจะต้องเก็บ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในวัยเด็กหลายคนต้องผ่านยุคที่แอบเอานิยายอ่านใต้โต๊ะในคาบเรียน บางคนอาจจะหลงลืมไปแล้วว่าในวัยนั้นมีนิยายอะไรบ้าง แต่แน่นอนว่า ยิ่งโตยิ่งหวนนึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ การเก็บนิยายในวัยเด็กก็เหมือนได้เก็บความทรงจำนั้น ๆ เอาไว้

รวม 5นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายต้องเก็บ

 แม้ราคาหนังสือจะถูกลงทุกวัน แต่ความทรงจำที่มีกับนิยายเหล่านี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย หากได้หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งความทรงจำของเราต่อนิยายเหล่านี้อาจเปลี่ยนไปก็เป็นได้ วันนี้เลยรวบรวม 5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายควรจะมีและนำมาอ่านอีกครั้งไว้ให้แล้ว

1.Harry Potter

Credit : Atdowloaded

นิยายดังที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ถึง 7 ภาค อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่สร้างรายได้ถล่มทลายและประทับภาพแห่งความทรงจำในใจของใครหลายคนจนไม่อาจลบเลือนได้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่โตมาพร้อมกับเด็กเจนวายจริง ๆ ค่ะ 

การได้อ่านนิยายเรื่องนี้จะช่วยย้ำความทรงจำเกี่ยวกับแฮร์รี่ และผองเพื่อนให้ชัดขึ้น รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ในนิยายแต่หนังไม่ได้ทำออกมา นิยายเรื่องนี้ถือเป็นนิยายในตำนานที่ไม่มีวันตายเหมาะแก่การเอามาอ่านซ้ำอีกรอบจริง ๆ ค่ะ

เรื่องย่อ : แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มกำพร้าผู้อาศัยอยู่กับลุงและป้าของเขา ที่มักจะถูกครอบครัวของลุงกลั่นแกล้ง ทว่าวันหนึ่งกลับมีจดหมายปริศนาส่งมาให้แฮร์รี่ไปเข้าเรียนที่ ฮอกวอตส์ โรงเรียนของเหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ แต่พวกลุงและป้ากลับปิดบังแฮร์รี่ ยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัย และวันหนึ่งเขาก็ค้นพบว่าเขาสามารถพูดคุยกับงูได้

ท้ายที่สุดความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เมื่อแฮกริดได้มารับแฮร์รี่ไปเรียนที่ฮอกวอร์ดด้วยตนเอง ที่นั่นแฮร์รี่ได้พบผองเพื่อนมากมาย มีแต่เรื่องราวชวนประหลาดใจให้เขาได้พบได้เห็น ที่สำคัญที่สุด เขาคือผู้เป็นตำนานในการรอดชีวิตจาก ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโรงเรียนของแฮร์รี่ พอตเตอร์

2.รักป่วน ๆ ฉบับก๊วนเด็กหอ

Credit : Dek-D

สาว ๆ ต้องเคยได้ยินชื่อเรื่องนี้เกือบ 100% แน่นอน เพราะเป็นนิยายรักวัยรุ่นที่ดังมากเรื่องหนึ่งของสำนักพิมพ์ แจ่มใส ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เมื่อพูดขึ้นมาก็ต้องนึกถึงเรื่องนี้แน่นอน ถึงขนาดว่าทางสำนักพิมพ์เองยังทำรีปริ้นท์ปกพิเศษออกมาขายเป็น Box Set กันเลยทีเดียว หากใครที่คิดถึงเด็กหอและอิโมจิฉบับแจ่มใสแล้ว ก็อย่าลืมตามเก็บเซ็ทเฮีย ๆ กันด้วยนะคะ 

เรื่องย่อ : เนออน สาวน้อยที่เป็นลูกคนสุดท้องท่ามกลางพี่ชายสุดหวงน้องอีก 4 คน วันหนึ่งพ่อของเนออนตัดสินใจจะให้เธอหมั้นกับโฉ๋ เพื่อหวังให้สืบทอดโรงเรียนศิลปะป้องกันตัว ทว่าเนออนไม่อยากหมั้นกับเขา เหล่าเฮีย ๆ ที่ไม่เห็นด้วยจึงพร้อมใจกันพาน้องสาวไปเข้าโรงเรียนประจำ หวังรอโอกาสให้พ่อของตนใจอ่อน 

ที่นั่นเอง เนออนได้มิตรภาพใหม่ ๆ ทว่าชีวิตในหอกลับไม่เรียบง่ายนัก เเพราะเนออนไปมีเรื่องกับ เบียร์ ที่เป็นเจ้าพ่อคุมโรงเรียน ที่ลั่นวาจาไว้ว่า ต้องไล่เนออนออกจากหอให้ได้ ความรักและชีวิตวัยเรียนสุดป่วนของเนออนก็ได้เริ่มต้นขึ้น

3.เพชรพระอุมา

Credit : 365trends

หากไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นนิยายในตำนานที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อยาวมาจนรุ่นลูกกันเลยทีเดียว ประพันธ์ขึ้นโดยศิลปินแห่งชาติ อย่าง ‘คุณพนมเทียน’ ด้วยเซตติงเนื้อเรื่องที่เป็นการผจญภัยอย่างกับหนัง อินเดียน่าโจนส์ ทำให้หลายคนติดงอมแงม อ่านหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว

 แม้ตัวนิยายจะมีความยาวมากกว่า 48 เล่ม แต่ก็ไม่ทำให้ใครย่อท้อในการอ่านเลย ด้วยเนื้อหาชวนติดตามลุ้นระทึกไปตามตัวละคร ทำให้หลายคนรักเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเป็นนิยายร่วมสมัยตลอดกาล

เรื่องย่อ : รพินทร์ พรานป่าผู้ถูกว่าจ้างให้เข้าไปตามหาคนหายในป่าลึก พร้อมกันกับคณะผู้ว่าจ้างอย่าง มรว เชษฐา วราฤทธิ์ และ มรว ดาริน วราฤทธิ์ ผู้เป็นน้องสาว ซึ่งในคณะเดินทางนี้ประกอบไปด้วยผู้ร่วมภารกิจหลายคน ทว่าหนึ่งในนั้นก็มีชาวกะเหรี่ยงลึกลับมาขอสมัครเข้ามาเป็นคนรับใช้ของมรว.ดารินด้วย 

การผจญภัยในป่าดงดิบที่แฝงไปด้วยอันตรายก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีทั้งมาจากความอันตรายของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งอาถรรพ์ภูตผีปีศาจต่าง ๆ ทำให้การตามหาคนกลายเป็นการค้นพบเรื่องราวของอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่ง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยภาคต่ออันแสนสนุกของเรื่องนี้

4.หัวขโมยแห่งบารามอส

Credit : Twitter

หากผู้ถึงนิยายแฟนตาซีวัยใสที่มีจำนวนการรีปริ้นท์หลายต่อหลายครั้ง ก็ต้องเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส นี่แหละ นับว่าเป็นนิยายแฟนตาซีอมตะที่เรียกได้ว่าเปิดโลกนิยายแฟนตาซีให้วัยรุ่นวัยใสในช่วงนั้น จนเป็นกระแสนิยายแฟนตาซีแนวโรงเรียนและความรักออกมาจำหน่ายกันให้เห็นเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว

เรื่องย่อ : เฟริน หัวขโมยแห่งประเทศบารามอส ทายาทหัวขโมยอันโด่งดัง โดนพ่อของตนเองให้ไปทำภารกิจลักพาตัว เจ้าชาย หรือ เจ้าหญิงของประเทศใดสักพระองค์หนึ่งมา เพื่อเรียกค่าไถ่ เฟรินจึงรับปากจะทำภารกิจนี้เพื่อความสบายในภายภาคหน้าของตน จึงได้ตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนพระราชาเอเดนเบิร์ก ที่เต็มไปด้วยบรรดาองค์ชายองค์หญิงผู้เลื่องชื่อ 

แม้เส้นทางการสอบเข้าจะไม่ได้ลำบากสำหรับเฟรินเสียเท่าไร แต่เพื่อนร่วมหอที่คนหนึ่งเป็นนักฆ่านามว่า คิล และอีกคนที่เป็นถึงเจ้าชาย อย่าง คาโล ทำให้ชีวิตและภารกิจของเฟรินต้องดำเนินไปอย่างชวนหัว ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปริศนาของชาติกำเนิดของเฟรินเท่านั้นเอง

5.บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน

Credit : Samsenbook

นิยายแปลจีนแนวขุดสุสานที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เพราะเป็นเนื้อหานิยายที่อ่านง่าย ใช้คำศัพท์และภาษาวัยรุ่นอยู่พอสมควร แต่เนื้อเรื่องนั้นชวนหลอนลุ้นระทึกน่าติดตามจนวางไม่ลงทั้ง 11 เล่มเลยล่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นตัวฉบับนิยายเองก็ถูกดัดแปลงเป็นซีรี่ย์หลายครั้งหลายครานับไม่ถ้วน รวมถึงเคยเป็นภาพยนตร์ที่ได้คนดังอย่าง ‘ลู่หาน’ มานำแสดงด้วยค่ะ 

เรื่องย่อ : อู๋เสีย นายน้อยตระกูลอู๋ที่บรรพบุรุษต่างเชียวชาญในเรื่องการขุดสุสาน ผู้ดำเนินกิจการเป็นเถ้าแก่ของร้านรับซื้อวัตถุโบราณ วันหนึ่งเขาได้รับแผนที่โบราณมาโดยบังเอิญ อู๋เสียได้เรียกให้อาสามของเขามาช่วยดูแผนที่ก่อนจะพบว่าเป็นแผนที่ของสุสานที่เต็มไปด้วยสมบัติ อาสามของเขาได้ตัดสินใจจะเดินทางไปยกเค้าสมบัติเหล่านั้น อู๋เสียจึงขอติดตามไปด้วยแม้จะโดนทัดทานเพียงใด

อาสามได้รวบรวมคนมาจำนวนหนึ่งในการขุดสุสานครั้งนี้ ที่นั่นเองเขาได้พบกับ เสี่ยวเกอ หรือ เมินโหยวผิงที่อู๋เสียแอบตั้งชื่อให้ในใจ ชายผู้มากด้วยปริศนาที่มีความเชี่ยวชาญและเก่งกาจในการขุดสุสานเป็นอย่างมาก อันตรายที่รอคนทั้งหมดอยู่ภายใต้พื้นดินนั้น แค่เริ่มต้นก็ชวนขนหัวลุกเสียแล้ว อู๋เสียและคณะจะสามารถกลับไปได้อย่างครบ 32 หรือไม่ ต้องมาเอาใจช่วยกัน

สายอ่านนิยายต้องห้ามพลาดนิยาย 5 เรื่องข้างต้น เพราะจัดว่าเป็นนิยายในตำนานที่เด็กเจนวายหลายคนต้องเคยเห็นผ่านหน้าผ่านตากันมาบ้างแล้ว บางเรื่องอาจหาผลิตไม่ได้แล้ว 

Kaidee ได้รวบรวมหนังสือมือสองไว้อย่างมากมายแล้ว! รอให้เหล่าเด็กเจนวายและเด็กเจนใหม่ ๆ ที่อยากอ่านนิยายสักเรื่องมาค้นพบนิยายแห่งตำนานที่ยังคงเป็นตำนานต่อไปเพราะความสนุกและสีสันภายในเนื้อเรื่องที่แม้จะเก่าแต่ก็ยังความคลาสสิคไว้อย่างเต็มเปี่ยม 

เลือกเมาส์ให้เป๊ะ แล้วชีวิตการทำงานของคุณจะง่ายขึ้น 10 เท่า!

เลือกเมาส์ให้เป๊ะ แล้วชีวิตการทำงานของคุณจะง่ายขึ้น 10 เท่า!

โดยทั่วไปนั้นทุกคนคงจะพอรู้กันอยู่บ้างแล้วว่าเมาส์มีกี่แบบ มีกี่ประเภท และอีกนานา แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง เมาส์ที่เหมาะกับสายอาชีพไหนและเมาส์อันไหนที่เหมาะกับใครอย่างไรกันบ้าง เพราะไม่งั้นปัญหาไม่จบที่เมาส์เดียวแน่นอนค่ะ จะมีเมาส์ที่ 1, 2, 3 และ 4 งอกออกมาเต็มไปหมดเลยค่ะ  มาค้นหาเมาส์ที่เข้ากันกับคุณกันดีกว่าค่ะ !

เมาส์อันไหนที่เป็นคู่ของคุณกันนะ ?

1.Apple Magic Mouse 2 เหมาะกับสายสาวก Apple 

สาวก Mac OS พลาดไม่ได้เลยสำหรับเจ้าเมาส์วิเศษ หรือ Magic Mouse ที่ถ้าให้เล่าตามตรงคือ ผู้เขียนก็เพิ่งถอยมาหมาด ๆ ด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและคล่องตัวของเจ้าเมาส์นี้ที่ทำให้หลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองใช้ เพราะด้วยความที่ตัวเมาส์นั้นเชื่อมต่อกับ Mac ทันทีที่แกะกล่องโดยใช้การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธไม่พึ่ง USB แถมสปีดการเลื่อนเมาส์หรือลากเมาส์ก็เร็วทันใจอีกด้วย แม้รูปทรงเมาส์จะทำให้จับไม่ถนัดไปบ้างในช่วงแรก 

 ถึงแม้จะมี Trackpad ให้ใช้อยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับเลยว่า ถ้าเมาส์ตัวนี้ได้ใช้กับอุปกรณ์ Apple แล้ว ประสิทธิภาพที่ได้นั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพียงแค่ใช้ 1 นิ้วลากบนพื้นผิวเรียบของเมาส์ตัวนี้ก็ใช้แทนคำสั่ง Scroll Up/ Down ได้แล้ว แถมยังใช้นิ้วปัดซ้ายขวาเพื่อเลื่อนหน้าจอคอม หรือเรียกเปิดโปรแกรมอื่น ๆ ได้อีกด้วยค่ะ

แต่จุดขายที่สุดสำหรับตัวนี้คือ แค่ Double Tap คุณก็สามารถซูมเข้าซูมออกได้อย่างง่ายดาย สายกราฟฟิกที่เน้นทำ Photoshop ก็สามารถใช้ในการพ้อยท์จุดได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ

ราคา : สีเงิน : 2,290 บาท

สีสเปซเกรย์ : 3,290 บาท

2.Wacom Intuos เมาส์ปากกา สายนักวาด

สายครีเอทีฟ ยิ่งทำงานอยู่ในสายกราฟิก หรือ UX  เมาส์ปากกาของ Wacom จัดเป็นของจำเป็นอย่างมาก นอกจากจะสามารถใช้ได้ที่ทำงานแล้ว ยังสามารถใช้ได้ในการวาดฝึกมือ หรือ งานนอกได้ดีเยี่ยมอีกด้วย

เมาส์ปากกาจะมาพร้อมกับแพด 1 อัน ให้คุณได้โชว์ลายเส้นผ่านการวาดเฉกเช่นการจับปากกาวาดลงบนกระดาษแผ่นหนึ่งเลยทีเดียว แม้ช่วงแรกจะใช้งานลำบากไปบ้างแต่หากได้ใช้ไปนาน ๆ รับรองว่าจะติดใจจนอยากจะหอบไปใช้ทุกที่เลยค่ะ 

สัมผัสที่เหมือนได้จับปากกาวาดจริงๆ สำหรับสายกราฟิกคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วใช่ไหมคะ ทั้งจับถนัดทั้งสามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจประหนึ่งปากกาของจริง ยิ่งไปกว่านั้นการลงสี หรือ เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำได้ดีกว่าเมาส์ทั่วไปหลายขั้น ยิ่งสำหรับใครที่รักการร่างเส้นเอง

เมาส์ตัวนี้แหละค่ะ จะตอบโจทย์คุณเหมือนคุณกำลังวาดรูปอยู่บน iPadPro เลย สำหรับสายตัดต่อก็เหมาะ เพราะคุณสามารถตัดและเพิ่มเอฟเฟกต์ลงในวิดีโอได้ง่ายราวกับจับวางจริง ๆ ค่ะ 

ราคา : Wacom Intuos Small : 3,990 – 12,900 บาท

Wacom Intuos Medium : 8,990 บาท

Wacom Intuos Pro : 9,990 – 28,990 บาท

3.Logitech Wireless Mouse M331 Silent Plus

สายออฟฟิศต้องการความสงบ

สายมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานแต่ไม่ชอบเสียงคลิกเมาส์ที่ดังจนกังวลว่าจะไปรบกวนผู้อื่นนั้น ขอแนะนำ Logitech Silent Mouse ที่ต่อให้คุณคลิกแรงสนั่นลั่นบ้านขนาดไหน ก็ไม่มีเสียงคลิกเมาส์เลยค่ะ เรียกว่าเงียบมาก ๆ ยิ่งกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ Hybrid อีก ยิ่งกว่านั้น เมาส์ตัวนี้ยังเป็น Wireless Mouse 

 เอาเป็นว่าถ้าคุณกำลังแอบพิมพ์งานในห้องน้ำ ก็ไม่มีใครรู้ค่ะ เพราะไม่มีเสียงเลยจริง ๆ รับประกันได้ แถมดีไซน์ยังเหมาะพอดีอุ้งมือ ทำให้จับแล้วไม่เมื่อย ใช้สบายมากจนถึงขั้นว่าเมาส์ไหนก็ไม่เหมาะเท่าเมาส์ตัวนี้ในการทำงานอีกแล้ว ซึ่งข้อเสียคือ การที่ไม่มีเสียงแล้วไม่สะใจสายชอบเสียงคลิกนั่นแหละค่ะ บอกเลยค่ะว่า ถ้าคุณต้องทำงานในที่เงียบมาก ๆ แนะนำตัวนี้เลยค่ะ รับรองว่าดีไม่มีหยุด  

ราคา :  699 บาท  มีทั้งหมดสามสีได้แก่ แดง น้ำเงิน และ ดำ

4.Logitech Mouse Gaming LIGHTSPEED สายเกมมิ่งสุดมัน

ในมุมของเหล่าเกมเมอร์ เมาส์คือหัวใจของการเล่นเกม พอ ๆ กับ CPU, Ram และการ์ดจอ เพราะว่าเมาส์ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้ชะตาชัยชนะในแต่ละเกม ยิ่งสำหรับใครที่เล่นเกมแนว MMORPG (Massive Multiplayer Online Role Playing Game) และ Battle Royale Game แล้วล่ะก็ ความไวของมือและเมาส์ต้องไปคู่กันเลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าจะเล่นเกมให้เทพก็ต้องพึ่งอุปกรณ์ระดับเทพ 

ถ้าถามว่าเมาส์ LIGHTSPEED มีความพิเศษยังไง ก็ต้องตอบว่าเป็นเมาส์ที่สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของมือได้อย่างทันท่วงที ทั้งยังมีปุ่มหลายปุ่มให้สามารถเซ็ทคีย์ลัดได้อีกด้วย หลายคนมักจะนำเมาส์แบบนี้มาเซ็ท Macro ที่เป็นคำสั่งอัตโนมัติโดยการคลิกเพียงหนึ่งปุ่ม ทว่าในบางเกมการเซ็ท Macro เป็นการผิดกฎ ดังนั้นก่อนจะเซ็ตเพื่อใช้ในการแบทเทิลหรือลงดันเจี้ยน ต้องเช็คกฎให้ดีก่อนนะคะ 

ราคา : G903 – 5,990 บาท

G502 – 5,990 บาท

Pro Wireless – 5,990 บาท

G703 – 3,799 บาท

G604 – 3,299 บาท

G304 – 1,599 บาท

สายไหนเหมาะกับเมาส์ชนิดไหนก็พอทราบกันไปบ้างแล้ว ทว่าทั้งหมดนั่นก็ไม่ใช่เกณฑ์ที่บังคับว่าคุณจำเป็นต้องใช้เมาส์เหล่านั้นเท่านั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและสบายใจของแต่ละบุคคลเลย นี่เป็นเพียงแค่ไกด์นำทางให้คุณได้เห็นทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นแล้วหากคุณต้องการหาเมาส์คู่ใจสักอัน Kaidee ถือเป็นจุดศูนย์รวมเมาส์คู่ใจที่อาจเป็นเพื่อนคู่ชีวิตที่จะเดินไปพร้อมคุณในทุกสถานการณ์ของชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ 

เพราะอะไร! เราถึงควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน

เพราะอะไร! เราถึงควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน

 แหม เห็นชื่อหัวข้อก็สงสัยแล้วใช่ไหมคะ 

‘นั่นสิ เราจะมีมากกว่า 1 อันไปทำไมนะ?’ 

งั้นขอตั้งคำถามกลับไปนะคะว่า

‘คุณเคยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับเข้าไปที่ห้องเพราะลืมสายชาร์จหรือไม่?’

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” แปลว่าเราคือเพื่อน(ที่ประสบชะตากรรมเดียว)กัน 

หากพูดถึงอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ คำตอบคงหนีไม่พ้น โทรศัพท์มือถือ อย่างแน่นอน เมื่อมีมือถือ ย่อมต้องมีสายชาร์จเป็นของคู่กัน ไม่ว่าคุณจะไปไหนอย่างน้อยถ้าไม่มีเพาเวอร์แบงค์ ก็ต้องมีสายชาร์จ ยิ่งกับมนุษย์แบตมือถือเสื่อมสุดกู่แล้ว ขาดสายชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์ก็เหมือนขาดออกซิเจน 

นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่คนเราควรมีสายชาร์จมีถือมากกว่า 1 อัน แต่แค่เหตุผลนี้คงจะโน้มน้าวให้คุณมีสายชาร์จมากกว่าหนึ่งอันก็คงจะดูสิ้นเปลืองเกินไป เหตุผลซัพพอร์ตที่ควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน คืออะไรสามารถอ่านประกอบการตัดสินใจได้เลยค่ะ 

 5 เหตุผลหลักที่จะโน้มน้าวให้คุณมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน 

1.สายชาร์จพังง่ายและสายหาย

ข้อแรกเปิดมาก็เป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะสาวก iOS หรือ Android ก็ต้องประสบพบเจอประหนึ่งพี่น้อง เพราะสายชาร์จสมัยนี้ทั้งบางแถมพังง่ายมาก ๆ พยายามดูแลดีแค่ไหนก็จากเราไปจนได้ แถมสวรรค์ก็เหมือนเล่นตลกส่งให้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพิ่งซื้อสายใหม่มา ปรากฎว่าค้นกระเป๋าดูอีกที เอ๊ะ สายชาร์จหายไปไหนนะ จำไม่ได้ว่าให้ใครยืมไป หรือ วางทิ้งไว้ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่หาอีกทีก็ไม่เจอเสียแล้ว

นี่แหละค่ะ เหตุผลที่เราควรมีสายชาร์จซื้อติดบ้านไว้อีกสักอัน ไม่งั้นพอจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา แล้วสายชาร์จดันมีปัญหาล่ะยุ่งเลย จะให้ออกไปซื้อตอนสามทุ่มกว่า นอกจากเซเว่นแล้วก็ไม่คิดออกอีกว่าต้องไปที่ไหน

แล้วถ้าบังเอิ๊ญบังเอิญ คุณออกจากบ้านเองไม่ได้ กว่าจะได้ใช้มือถืออีกที คงเป็นตอนบ่ายของอีกวันแล้ว ดังนั้นการซื้อเผื่อเอาไว้ก็เหมือนคำพูดที่ว่า มีไว้ดีกว่าไม่มี ใช่ไหมคะ

2.สายขี้ลืมสายชาร์จ

คนขี้หลงขึ้ลืมมีกันให้เห็นถมเถไป ยอมรับด้วยก็ได้ค่ะว่า ตัวผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นสำหรับสายขี้ลืมบ่อย ๆ แบบเราต้องเตรียมสายชาร์จให้พร้อมทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าไปตรงไหนก็หาสายชาร์จได้ทันควัน สถานที่หลัก ๆ ที่ควรมีเก็บไว้ก็ได้แก่

  • ในรถยนต์

สำหรับรถคันไหนที่มี USB Port ให้เสียบชาร์จได้ อย่าลืมทิ้งสายชาร์จไว้อีกสักอันนะคะ เพราะบางครั้งเราเปิดเพลงผ่านบลูทูธและใช้จีพีเอส ทำให้แบตมือถืออันน่ารักของเรา ลดฮวบ ๆ ยิ่งกว่าตอนหุ้นตกอีกค่ะ การมีทิ้งไว้สักอันนอกจากสะดวกในการใช้สอยแล้ว ยังป้องกันการหยิบสายชาร์จจากที่บ้านมาลืมทิ้งไว้ในรถอีกค่ะ 

  • ที่ทำงาน

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่แบตจะลดฮวบ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วน่าจะแบตลดน้อยสุดเพราะงานยุ่ง แม้ความจริงหลายบริษัทจะมีนโยบายห้ามชาร์จแบตในสถานที่ทำงาน แต่ทุกคนก็รู้กันใช่ไหมคะว่า แบตเสื่อมนั้นไม่ปราณีหรอกค่ะ ต่อให้ใช้ไม่ใช้ น้องแบตของเราจะโชว์ความสามารถ จาก 70% สู่ 20% ในระยะเวลาครึ่งวันให้ดู 

ดังนั้นนอกจากการพกเพาเวอร์แบงค์ไว้ชาร์จในยามฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญคือสายชาร์จที่หากไม่มีแล้วเราจะชาร์จยังไง! ยังไงก็ต้องโยนไว้ที่ทำงานสักอันค่ะ เพื่อความปลอดภัย แถมลดโอกาสลืมไว้ที่ทำงานแล้วกลับบ้านมือเปล่าอีกค่ะ

  • ที่หอพัก / คอนโด

ใครที่มีที่พักใกล้ที่ทำงาน/ที่เรียน นอกเหนือจากบ้าน การมีสายชาร์จสองอันเป็น To-do list เลยค่ะ เพราะมันต้องมีเหตุการณ์ลืมสายชาร์จไว้ที่บ้าน และพอกลับมาถึงที่ห้อง อ้าว ตายล่ะ ฉันลืมสายชาร์จไว้ที่บ้านเกิดขึ้นแน่นอน จะให้กลับไปเอาก็ไกล ยิ่งใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดแล้วด้วย ให้นั่งรถเพื่อกลับไปเอาสายชาร์จ 2 ชั่วโมงก็คงไม่ไหว แต่จะให้ไปหาซื้อก็ลำบากแถมเปลืองอีก 

ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการเสียตังค์ตั้งแต่ต้นให้มันจบค่ะ ซื้อมาตุนไว้ในห้องสักอัน เวลาใช้ก็ใช้แค่ในห้อง ไม่ต้องเอากลับบ้าน ส่วนของที่บ้านก็วางมันไว้อย่างนั้น รับรองได้ว่าปัญหาลืมสายชาร์จจะหายไป

  • ในกระเป๋าที่ใช้บ่อยสักสองใบ

สำหรับใครที่ต้องพึ่งระบบคมนาคม การมีสายชาร์จและเพาเวอร์แบงค์ติดตัวไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะว่ากว่าจะถึงบ้านแบตของคุณอาจจะแดงแจ๋แล้วก็ได้ ดังนั้นการพกสายชาร์จไว้ในกระเป๋าที่ใช้บ่อย ๆ สักใบสองใบจะช่วยให้คุณสามารถชาร์จมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะเดี๋ยวนี้บนแท็กซี่ หรือ บนรถตู้บางคันเริ่มมีการทำ USB Port ไว้ให้ชาร์จมือถือได้แล้ว

3.ความสะดวกสบายในการชาร์จ

เรื่องความสะดวกสบายในการชาร์จนอกจากที่ว่า ชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว อีกปัจจัยที่นึกกันไม่ถึงคือ อยากนอนเล่นมือถือ แต่แบตใกล้หมด แถมข้างเตียงก็ไม่มีที่ชาร์จอีก คนส่วนใหญ่ก็จะตัดใจยอมนอนให้จบ ๆ ไปก็ได้ แต่ ๆ เราจะยอมแพ้แค่นั้นเหรอ ?

มาแก้ปัญหานี้ด้วยการซื้อสายชาร์จที่ยาว 3 เมตร 5 เมตรมาใช้กันดีกว่าค่ะ ไม่ว่าปลั๊กชาร์จจะอยู่ตรงไหนของห้องก็สามารถเสียบแล้วเดินลากมาใช้บนเตียงได้ โอ้โห เอกเขนกจะดูซีรี่ย์หรือเล่นเกมก็สบาย ไม่ต้องยอมตัดใจชาร์จมือถือทิ้งไว้แล้วหนีไปนอนอีกต่อไป

4.เผื่อแผ่คนมายืม

ข้อนี้แล้วแต่ความเป็นแม่พระพ่อพระในตัวคุณเลยค่ะ บางครั้งการเตรียมสายไว้ให้คนอื่นยืมก็ดูเป็นประเด็นที่น่าหงุดหงิดหน่อย ๆ ทำไมเขาต้องมาคอยยืมของเรานะ แต่ถ้ากลับกันคนมายืมเป็นคนใกล้ตัวเรา ให้เตือนเขาไป เขาก็อาจจะเถียงกลับมา

วิธีแก้ปัญหาคือ เตรียมสายไว้ให้เขาเลยค่ะ ถามบ่อย ๆ นัก ก็เอาไปใช้เลย ฉันมีสำรองอีกอัน ประมาณนี้เลยค่ะ ถึงจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ค่อยถูกเท่าไร แต่เพื่อความสบายใจและหมดปัญหาชวนทะเลาะของเรา วิธีนี้ก็ไม่แย่นักใช่ไหมคะ

5.มีหลายไทป์ไว้ชาร์จอย่างอื่นด้วย

อย่างกรณีที่คุณมีทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และเพาเวอร์แบงค์ อย่างน้อยหากคุณอยากชาร์จทุกอย่างพร้อมกัน คุณก็ควรจะมีสายชาร์จหลาย ๆ อัน นอกเหนือจากนั้น การชาร์จอุปกรณ์แต่ละอันอาจใช้สายชาร์จไม่เหมือนกันด้วย อย่างเช่น คุณอาจใช้มือถือ iPhone, แท็บเล็ตเป็น iPad แต่เพาเวอร์แบงค์ของคุณดันแบตหมดเกลี้ยง จะชาร์จด้วยสายเดียวกับมือถือและแท็บเล็ตก็ไม่ได้ แถมใครจะขยันพกสายหลายไทป์ไปมาหลาย ๆ ที่อีก  

สายชาร์จจะมีกี่ไทป์มีออะไรบ้าง ลองมาดูกันนะคะ

  • Lightning

ชนิดแรกเป็นสายชาร์จแบบ Lightning ที่มีไว้ใช้เฉพาะกับอุปกรณ์ iOS สามารถใช้ชาร์จได้กับ iPhone, iPad, iPod เป็นต้น 

  • Micro USB

อันถัดมาเป็นสายชาร์จสำหรับมือถือ Android โดยทั่วไป นอกจากนี้หัวชาร์จแบบนี้สามารถใช้ร่วมกับตัวเพาเวอร์แบงค์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย นับว่าเป็นสายชาร์จอเนกประสงค์เลยค่ะ หากต้องการมีสายชาร์จสำรองสักอันติดบ้านไว้ ห้ามพลาดที่จะซื้อตัวนี้เลยค่ะ 

  • Type C

สำหรับไทป์ถัดมาเป็นไทป์ที่ทำออกมาไว้รองรับการชาร์จที่รวดเร็วขึ้น ทว่าถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะชาร์จได้ ส่วนใหญ่จะเป็นมือถือที่เพิ่งออกมาเป็นรุ่นใหม่ ๆ จึงจะสามารถใช้หัวชาร์จไทป์ C ได้ ดังนั้นก่อนจะใช้สายนี้ ควรเช็คก่อนว่ามือถือคุณสามารถใช้ได้ใช่ไหม 

พอทราบเหตุผลที่คุณควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อันกันไปแล้ว หากคุณรู้สึกว่าการมีสายชาร์จอันเดียวมันไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต คุณลองตัดสินใจมีสายชาร์จมากกว่า 1 อันดู แล้วจะรู้สึกเหมือนคุณได้เปิดโลกใบใหม่เลยล่ะค่ะ สายชาร์จดี ๆ ราคาเหมาะสมเชิญทางนี้ที่ Kaidee เลยค่ะทุกคน

 

6 เทคนิคหาที่จอดรถในห้างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

6 เทคนิคหาที่จอดรถในห้างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

วันหยุดทั้งทีก็อยากออกไปเที่ยวสักที่ แต่ก็คงไม่พ้นห้างใกล้บ้าน แน่นอนว่าสุดสัปดาห์แบบนี้ หลายคนก็คงคิดแบบเดียวกัน นอกจากนอนอยู่บ้านก็ต้องพากันออกไปห้าง แต่สิ่งที่ท็อกซิกกว่าการทำงานจนเหนื่อย ก็คือการที่ต้องวนหาที่จอดรถจนหมดแรง จุดนี้ต้องพึ่ง 6 เทคนิคหาที่จอดชนิดเดอะแฟลชยังต้องยอมแพ้ 

1.บัตรสมาชิกต่าง ๆ

สำรวจบัตรสมาชิกในมือว่าคุณมีบัตรอะไรที่สามารถใช้พรีวิเลจของที่จอดได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นบัตรฟิตเนส บัตรของบริษัทประกัน บัตรเครดิต หรือ บัตรของค่ายมือถือที่ให้สิทธิพิเศษแก่คุณ อย่าลังเลที่จะใช้มันเพราะที่จอดในห้างช่วงวันหยุดนั้นยิ่งกว่าการแก่งแย่งของลดราคาเสียอีก แถมเลี่ยงปัญหารถติดบนลานจอดที่ยาวเหยียดอย่างกับรถที่รอต่อขึ้นเขาคิชฌกูฏได้ด้วย

บัตรเครดิตที่ให้สิทธิพิเศษเรื่องที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำมีตามลิสต์ข้างล่างนี้เลยค่ะ

เครือเซ็นทรัล 

  • Central The 1 BLACK
  • KTC-KTB Precious Plus Visa Infinite
  • Citi Premier
  • Citi Ultima Prestige
  • Scb Private Banking
  • SCB First
  • SCB Beyond 
  • Krungsri Exclusive (เฉพาะ เซ็นทรัล ชิดลม)

เครือ M

  • M Card Platinum
  • SCB M VISA
  • Citi M Visa Signature
  • Citi Premier (เฉพาะ เอ็มควอเทียร์ และ พารากอน)
  • ONE SIAM (เฉพาะ สยาม พารากอน)
  • SCB First (เฉพาะ เอ็มควอเทียร์)
  • UOB Infinite (เฉพาะ เอ็มควอเทียร์ และ เอ็มโพเรียม )
  • Krungsri Exclusive (เฉพาะ เอ็มควอเทียร์)

ห้างสรรพสินค้าอื่นๆ 

  • Big C Platinum Paywave  (สำหรับห้างสรรพสินค้า Big C)
  • SCB First (เมกะบางนา)
  • SCB Beyond (สยาม เซ็นเตอร์ และ เมกะบางนา)
  • ONE SIAM (เฉพาะ สยาม เซ็นเตอร์)
  • Krungsri Exclusive (เดอะ พรอมานาด)

สำหรับใครที่ไม่มีบัตรสมาชิกข้างต้น ก็ไม่เป็นไรนะคะ ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ทำให้หาที่จอดรถได้อีกเช่นเดียวกันค่ะ

2.Lady Parking

สาว ๆ ที่มักจะไปห้างสรรพสินค้าคนเดียว ห้ามพลาดที่จอดตรงชั้น Lady Parking เลยนะคะ เพราะเป็นชั้นที่จอดได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้โดยสารที่มาด้วยกันก็ต้องเป็นผู้หญิงทั้งหมด สำหรับโซนนี้นั้นถูกจัดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในหลายด้านรวมถึงมาตรการในด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้หญิงที่เดินทางมาห้างสรรพสินค้า 

ดังนั้นสมาคมหญิงล้วนอย่างเรา ๆ พลาดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปใช้สิทธิ์นะคะ เพราะหลายคนมักจะไม่ทันสังเกตว่าในห้างมี Lady Parking ด้วย รู้แบบนี้แล้วต้องห้ามพลาดเลยล่ะค่ะ โซนของ Lady Parking มักจะตั้งอยู่ไม่เกิน ชั้นที่ 2 ของลานจอดรถ หากไม่แน่ใจว่าห้างนี้มีหรือไม่ แนะนำให้ถามรปภ. หรือ พนักงานตรงจุดรับบัตรดูนะคะ

3.ชั้นครึ่งที่ไม่ต่อกับตัวห้างโดยตรง

เมื่อสักครู่ได้กล่าวถึงวิธีใช้สิทธิพิเศษกับชั้นจอดรถพิเศษกันไปแล้ว ดังนั้นจะมาพูดถึงวิธีจอดรถโดยทั่วไปกันบ้าง หากคุณต้องการหาที่จอดสักที่แล้ว การที่เลือกวนหาที่จอดกับชั้นที่ต่อกับตัวห้างโดยตรง ย่อมเป็นความคิดที่พับเก็บไปได้เลย เพราะชั้นเหล่านี้มักจะไม่ว่างตั้งแต่ช่วงห้างเปิดแล้ว 

ดังนั้นชั้นที่เป็นชั้นลอยคั่นกลางระหว่างชั้นเชื่อมเข้าอาคาร มักจะเป็นที่นิยมน้อยกว่า ทำให้โอกาสได้ที่จอดมีมากกว่า การมุ่งจุดหมายไปชั้นครึ่งมักจะทำให้เราได้เปรียบและได้ที่จอดเร็วกว่าคนอื่น แน่นอนว่ายิ่งโลเคชั่นไกลบันไดแค่ไหนโอกาสยิ่งมีมากเท่านั้น

4.จอดขวาง

หลายคนมักไม่กล้าจอดขวาง เพราะกลัวรถตนเองถูกเข็นไปชนรถคันอื่น หรือจอดไม่ได้เพราะไม่ชำนาญ แต่ถึงอย่างนั้น การจอดขวางเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าประหยัดเวลาในการหาที่จอดเกือบที่สุดแล้ว เพราะเมื่อที่จอดเต็ม รปภ.ห้างส่วนใหญ่มักจะโบกให้เราจอดขวาง ดังนั้นการเจอที่จอดขวางว่าง ก็ให้สัญญาณแล้วเข้าเลยค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าต้องวนรถรอไปถึงชาติไหนถึงจะได้ที่จอด 

แต่มารยาทที่ดีในการจอดขวางนั้นห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด เมื่อจอดรถเสร็จแล้วอย่าลืมปลดเกียร์ว่างและตั้งล้อให้ตรงด้วยนะคะ เราต้องเห็นใจคนที่จอดต่อจากเราและคนที่เราไปจอดขวางทางเข้า-ออกเขาด้วย เพราะหากคุณไม่ใส่ใจในเรื่องนี้อาจกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตตามมาถึงขั้นกรีดรถกันก็ได้นะคะ

5.เวลาทองจำให้ขึ้นใจ 10, 3 และ 6

การระบุช่วงเวลาไปห้างตามหัวข้อข้างต้น จะทำให้คุณได้ที่จอดรถได้เกือบ 90% เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ที่จอดรถจะว่างหรือมีคนออกจากห้างบ่อยที่สุด 

เวลาแรก 10 โมงเช้า 

10 โมงเป็นเวลาห้างเปิด หลายคนยังคงไม่ตื่นนอนหรือไม่ออกจากบ้านเพื่อมาถึงห้าง 10 โมงเป๊ะกันเท่าไรนัก ส่วนใหญ่คนจะเดินทางมาถึงห้างหลังห้างเปิดไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง เหมือนคอนเซ็ปต์ เฟิร์สคัมเฟิร์สเสิร์ฟนั่นแหละค่ะ มาก่อนก็ได้ก่อน ยิ่งมาถึงตอนห้างเปิดพอดี ที่ว่างยังเหลือเพียบให้เลือกได้ตามใจกันเลยทีเดียวเชียว

เวลาที่สอง 3 โมงเย็น  

ช่วงเวลาบ่าย 3 เป็นช่วงที่คนมักจะเริ่มทยอยเดินทางออกจากห้าง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มาห้างในช่วงเช้าถึงช่วงเที่ยง เพื่อมาหาซื้อของและทานมื้อกลางวัน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ยามบ่ายแสงเริ่มคล้อยลงเรื่อย ๆ ช่วงเวลาอย่างบ่าย 3 ผู้คนมักทยอยออกจากห้างเพื่อกลับไปพักผ่อน ดังนั้นการมาห้างในช่วงเวลานี้ หากคุณช่างสังเกตจ้องมองผู้คนสัญจรเดินกลับไปที่รถสักหน่อย แค่นี้คุณก็จะได้ที่จอดง่าย ๆ ไม่ยากแล้ว 

ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาบ่าย 3 ก็เป็นช่วงมีคนเดินทางมาห้างน้อยมาก เนื่องจากคนที่จะมาเซ็ทช่วงเย็นจะเริ่มทยอยเข้าห้างสรรพสินค้ากันตอน 4 โมงเพื่อทานมื้อเย็นค่ะ

เวลาสุดท้าย 6 โมงเย็น

6 โมงเย็นเป็นช่วงเวลาที่คนจะทยอยกลับเยอะที่สุด หลังจากรับประทานอาหารและทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้าง คนส่วนใหญ่จะรีบกลับบ้านไปทำอย่างอื่นต่อ ซึ่งจะตรงกันข้ามกับวันทำงานที่ช่วง 6 โมงเย็นซึ่งมีผู้ใช้บริการห้างเยอะเกือบที่สุด แต่วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ช่วง 6 โมงเย็นมักจะเป็นกลุ่มที่มาเพื่อทานมื้อเย็นและดูหนังรอบดึกมากกว่าค่ะ เลยมีที่ว่างพอสมควรให้คุณได้จอดรถ เหมาะสำหรับในกรณีที่คุณไม่รีบร้อนต้องมาใช้บริการห้างในยามบ่าย

6.คาถาที่จอดรถ จักรกฤษณ์

วิธีสุดท้ายในการหาที่จอดรถก็คือการใช้สายมู อย่างคาถาจอดรถอันแสนโด่งดัง อย่างพี่จักรกฤษณ์ ที่มาก็มาจากเน็ตไอดอลคนดังอย่างคุณพิมฐาที่เคยใช้คาถานี้ในการหาที่จอดรถ จนกลายเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก 

เรื่องเล่าของจักรกฤษณ์ถูกเล่าขานไปเป็นสองเรื่องแง่มุมด้วยกัน เรื่องแรกมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ จักรกฤษณ์ เขาได้จอดรถทิ้งเอาไว้ที่ห้างสรรพสินค้า เมื่อเขากลับมาเอารถเพื่อจะขับกลับบ้าน กลายเป็นว่าทางเข้า-ออกจากอาคารจอดรถถูกปิดอยู่ เขาจำต้องนอนบนรถแทน แต่นั่นก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า เพราะเขาได้เสียชีวิตลงในวันถัดมาเพราะขาดอากาศหายใจ 

เรื่องเล่าแบบที่สองอ้างอิงจากคุณพิมฐา ที่มาของจักรกฤษณ์คือ เขาเป็นเพื่อนของพ่อหรือคนรู้จักของพ่อคุณพิมฐา ซึ่งเป็นคนที่โชคดีเรื่องที่จอดรถมาก ๆ ไม่ว่าไปที่ไหนก็ได้ที่จอด จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อ จักรกฤษณ์ นั่นเอง

สองเรื่องเล่าดังกล่าวจึงกลายเป็นที่เล่าขานกันว่า หากใครต้องการที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าให้ใช้คาถาเรียกชื่อ ‘จักรกฤษณ์’ ย้ำ ๆ ระหว่างวนหาที่จอดรถไม่ก็กล่าวขอที่จอดรถจาก ‘พี่จักรกฤษณ์’ แล้วคุณจะได้ที่จอดแทบจะทันที ไม่เชื่อก็ต้องลองเพราะว่ามันเวิร์คจริง ๆ ค่ะ

การหาที่จอดรถตอนวันหยุดแม้จะเป็นเรื่องแสนชวนหัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมยามว่างของหลายคนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คือการไปห้างสรรพสินค้าราวกับเป็นตารางสิ่งที่ต้องทำในวันหยุด การหาที่จอดเป็นเรื่องยากก็จริง แต่หากรถของคุณเป็นรถไซส์เล็ก การหาที่จอดหรือการจอดขวางก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หารถไซส์เล็กมือสองแสนน่ารักพร้อมพาคุณไปห้างในวันหยุดได้แล้ววันนี้ที่ Kaidee เลยค่ะ