เทคนิคถอยจอดไม่ว่าจะเข้าซองหรือจอดเทียบก็ไร้ปัญหา

เทคนิคถอยจอดไม่ว่าจะเข้าซองหรือจอดเทียบก็ไร้ปัญหา

ทั้งมือเก่าและมือใหม่ล้วนมีปัญหาคล้ายๆกัน คือกลัวการจอดรถ ยิ่งเวลาจอดใกล้กับรถของคนอื่นยิ่งกลัว ทำให้บางคนวนรอจนลานจอดโล่งจึงค่อยจอด ซึ่งเสียเวลามากๆใช่ไหมล่ะคะ? แถมถ้าไม่ได้ฝึกก็ไม่มีทางจอดได้สักที แต่หากรู้เทคนิคแล้วล่ะก็ การจอดรถจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ 

สองเทคนิคน่ารู้สำหรับการจอดได้แก่  

1.เทคนิคถอยจอดเข้าซอง  2.เทคนิคจอดเทียบขนาน

แต่ก่อนจะไปต่อ ขอให้ทุกคนลองเปิดใจและกล้าทำตามดูนะคะ ไม่ต้องกังวลว่าจะถอยรถแล้วชนเพราะคุณสามารถกะได้จากกระจกมองข้างว่าใกล้จะชนหรือยัง ยิ่งถ้ามีกล้องหลังและเซนเซอร์ยิ่งไม่ต้องกลัว มันจะทำหน้าที่เตือนเราได้ดีมากๆเลยค่ะ แม้เทคนิคที่จะบอกต่อไปนี้ เป็นเทคนิคที่จอดรถภายในการใส่เกียร์ R รอบเดียวไม่ได้ก็จริง แต่รับรองว่าไม่เบียดไม่ชนสบายใจหายห่วงแน่นอน งั้นมาเริ่มกันกับเทคนิคแรกเลยดีกว่าค่ะ

1.เทคนิคถอยจอดเข้าซอง 

Ver.1

เทคนิคนี้สามารถใช้กับการจอดเข้าซองได้เกือบทุกกรณี ทั้งจอดรถข้างเสาโดยฝั่งคนขับติดกับเสา และจอดระหว่างรถสองคัน มีเพียงแค่การจอดรถที่ฝั่งคนนั่งติดกับเสาที่จะต่างออกไปเล็กน้อย

ขั้นแรก ให้สัญญาณไฟโดยกดปุ่มไฟฉุกเฉินว่าคุณกำลังจะถอยจอดเข้าซอง หลังจากนั้นเดินหน้ารถของคุณไปทางซ้ายเล็กน้อยให้ใกล้กับรถที่จอดคันถัดไปจากซองที่คุณจะเข้า

ขั้นสอง เดินหน้ารถจนกว่ากระจกข้างรถของคุณพอดีกันกับไฟหน้าดวงแรกของรถคนที่จอดนำหน้าคุณ

ขั้นสาม หักพวงมาลัยขวาให้สุดพร้อมเดินหน้าไปในเวลาเดียวกัน จนกว่าจะเห็นไฟหน้าของรถที่จอดอยู่ซองด้านซ้ายของคุณ

ขั้นสี่ เข้าเกียร์ R พร้อมหักพวงมาลัยซ้ายสุด และค่อย ๆ ถอย ให้ท้ายรถของคุณอยู่ประมาณประตูหน้าของรถคันข้าง ๆ 

ขั้นห้า เปลี่ยนเป็นเกียร์ D เดินหน้าให้รถอยู่ระหว่างเส้นของซองที่จะเข้าโดยกะให้ระยะตรงกลางพอดีโดยสามารถมองผ่านกระมองข้างได้ การกะแบบนี้จะทำให้รถคุณไม่เบียดไปข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป

ขั้นหก เมื่อเห็นว่าตรงกลางพอดีแล้ว ให้ถอยตรง ๆ เลยค่ะจนกว่าจะชนกับที่กันล้อหรือดูแล้วรถไม่ยื่นเกินไป ก็เป็นอันเสร็จสิ้นของการจอดเข้าซองค่ะ

Ver. 2

เป็นเทคนิคใช้จอดสำหรับการจอดชิดเสาโดยที่ฝั่งคนนั่งเป็นฝั่งชิดเสา ซึ่งจะต่างกับเทคนิคแบบแรกเล็กน้อย

ความต่างจะอยู่ที่ขั้นตอนแรกก่อนจะเริ่มจอด เนื่องจากการกะระยะจะเปลี่ยนจากรถยนต์คันข้างๆ เป็นเสาแทนนั่นเอง

เมื่อคุณให้สัญญาณพร้อมจะจอดแล้ว ให้คุณเดินหน้ารถของคุณไปจนกระจกข้างรถคุณจะอยู่ประมาณกลางเสา และทำการหักเลี้ยวตามขั้นตอน 2-6 เลย แต่คุณต้องคอยดูกระจกหลังก่อนเข้าเกียร์ R ว่าคุณเห็นเสาเกือบเต็มไหม ถ้าเกือบเต็มแล้วให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ R แล้วถอยได้เลยค่ะ

2.เทคนิคถอยจอดขนานเส้น

การจอดขนานเส้น หรือ ที่เรียกง่าย ๆ ว่า จอดเทียบระหว่างสองคันเป็นสิ่งที่นับว่าโหดหินมากโดยเฉพาะกับมือใหม่ แน่นอนว่าการที่จะจอดได้คล่องอย่างรวดเร็วต้องอาศัยการฝึก หากไม่เริ่มฝึกก็คงจอดไม่ได้สักทีใช่ไหมล่ะคะ 

ขั้นแรก เมื่อคุณหาจุดที่ต้องการจะจอดได้แล้ว แนะนำกดไฟเพื่อให้สัญญาณแล้วเดินหน้ารถของคุณ จนเทียบระยะรถกับคันข้างหน้าได้พอดี กะเอาจากการที่กระจกข้างรถเรานำหน้ากระจกข้างอีกคันที่เราจอดเทียบอยู่เล็กน้อย โดยเว้นระยะของรถทั้งสองคันไว้ประมาณ 2 ฟุต

ขั้นสอง หักพวงมาลัยซ้ายให้สุดแล้วเข้าเกียร์ R ค่อย ๆ ปล่อยเบรกให้รถคุณถอยไปจนขอบตรงกระจกบานข้างของคุณจอดเทียบพอดีกับไฟท้ายคันหน้า(มุมนี้จะเป็นมุมมองแบบทแยง) ประกอบกับการมองกระจกข้างแล้วเห็นป้ายทะเบียนรถคันหลัง 

ขั้นสาม ปล่อยพวงมาลัยตรง และถอยรถจนกว่ากระจกข้างจะบังไฟท้ายรถคันหน้าพอดี 

ขั้นสี่ เมื่อได้มุมแบบข้างต้นแล้ว ให้หมุนพวงลัยขวาสุดจนกว่ารถของคุณจะขนานเส้นหรือขนานกับคันด้านหลังเป็นแนวเดียวกันได้ 

ขั้นห้า ใส่เกียร์ D เดินหน้าเพื่อขยับรถเล็กน้อย ให้กะระยะเว้นเผื่อพื้นที่ให้รถของตนเองและรถคันหน้าขยับออกได้ เท่านี้ก็เป็นจบสิ้นกระบวนการการจอดแล้วค่ะ

การถอยจอดรถไม่ยาก แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ หลายครั้งการเรียนเทคนิคแล้วยังไม่มั่นใจ ถอยไม่ได้ภายในคราเดียวก็ไม่เป็นไรนะคะ ขยับหลาย ๆ ครั้งเพื่อลองดูก็ได้ค่ะ

ทุกอย่างจะดีได้ด้วยการฝึกบ่อย ๆ ทั้งมีเซนเซอร์และกล้องหลังเป็นเทคโนโลยีที่คอยซัพพอร์ตเราอยู่แล้ว ยิ่งจะช่วยให้การถอยเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปค่ะ สำหรับมือใหม่ที่ต้องการถอยรถสักคัน แนะนำเป็นรถคันเล็กที่จอดง่าย ถอยได้ไวที่ Kaidee ไม่ต้องกังวลเรื่องสเปซในการจอดใด ๆ เลยค่ะ

10 ร้านนวด นวดคลายเส้นแล้วสบายเหมือนเกิดใหม่

10 ร้านนวด นวดคลายเส้นแล้วสบายเหมือนเกิดใหม่

จากผลสำรวจเชิงสถิติของโรงพยาบาลสมิติเวชประจำปี พ.ศ.2562 พบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ถึง 80% เป็นเรื่องที่น่าตกใจเพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่กลายเป็นโรคนี้กันเกือบหมด แถมยังปวดหลังทรมานชนิดว่าพอนั่งทำงานปุ๊ป อาการก็เริ่มถามหาทันที

หลายคนคงมองหาตัวช่วยแก้ปวดด้วยการนวด แต่จะไปนวดร้านไหนดี ที่ไม่แพงมากเกินไป เหมาะสมกับฐานะพนักงานกินเงินเดือนตัวเล็ก ๆ วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จัก 10 ร้านขุมทรัพย์(ไม่)ลับที่จะนวดให้คุณทำงานสบายตัวไปตลอดทั้งสัปดาห์

1.อรุณี สปา Arunee Spa

ร้านนวดสำหรับคนทำงานย่านรัชดา ร้านก็หาไม่ยากเลย เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามศาลอาญา รัชดาภิเษก เป็นร้านนวดที่ราคาเป็นมิตร นวดไทยเริ่มที่ราคา ชั่วโมงละ 300 บาท 2 ชั่วโมง 500 บาทเท่านั้น! จุดเด่นของร้านนี้คือ การนวดอโรม่าพร้อมขัดผิวเป็นแพคเกจในราคาพันกว่า ๆ แถมบรรยากาศร้านยังดี บ่งบอกความเป็นไทยอย่างชัดเจนอีกด้วยค่ะ 

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 300 บาท

2.มนตราเฮลท์แอนด์สปา Montra Health & Spa at Central World

สำหรับคนที่อาศัยอยู่ใจกลางกรุง ร้านนวดติดบีทีเอสเป็นสิ่งที่มักจะค้นหาเป็นอย่างแรก ร้านนวดร้านนี้น่าจะตอบโจทย์ผู้ที่เดินทางตามแนวเส้นบีทีเอสแน่นอน เพราะตัวร้านตั้งอยู่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 ราคานวดก็จะแพงขึ้นมาอีกนิด ประมาณชั่วโมงละ 500 บาท สำหรับการนวดแผนไทย คอบ่าไหล่ และนวดเท้า 

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 500 บาท

3.ไทเกอร์ มาสสาจ Tiger Massage

ร้านนวดย่านทองหล่อ ที่มีหลายแพคเกจให้คุณได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทยผสานกันน้ำมันอโรม่า หรือ การขัดผิวเพื่อลดเลือนจุดด่างดำ ด้วยสครับออร์แกนิคผสานกับนมฮอกไกโดอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ ราคาจะอยู่ช่วงประมาณ 899 – 999 บาท สำหรับการนวด หากคุณสนใจในการขัดผิว ราคาจะอยู่ที่ประมาณพันต้น ๆ ค่ะ 

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 899 บาท

4.โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน ฯ WAT PHO THAI TRADITIONAL MASSAGE SCHOOL 

ต้องการสัมผัสการนวดแบบต้นตำรับ พลาดไม่ได้กับการสัมผัสประสบการณ์การนวดที่โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัตโพธิ์แห่งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่เหล่าหมอนวดแผนไทยมาร่ำเรียนวิชาแล้ว ยังเป็นร้านที่รับรองได้ว่า นวดคลายเส้นได้ดีมากๆ ปกติแล้วมักจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มไปหมด หากอยากลองนวดแบบตื่นขึ้นมาอีกที รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดที่จะไปลองนะคะ ! ราคาประมาณ ชั่วโมงละ 350 บาทเท่านั้น

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 350 บาท

5.มาดี มาสสาจ Madi Massage Cafe

ร้านนวดที่ไม่เหมือนร้านนวด เพราะร้านนี้มีการตกแต่งร้านสไตล์ Loft ทั้งยังมีการเปิดคาเฟ่บริเวณหน้าร้านอีกด้วย ทำให้คนแวะเวียนมาทั้งถ่ายรูปภายในร้านและใช้บริการนวดไปพร้อม ๆ กันหลายคนเลยค่ะ สถานที่ตั้งของร้าน อยู่ที่ ราม2 ค่ะ ราคาไม่แรงเลย เริ่มต้นที่ประมาณ 250 บาทค่ะ

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 250 บาท

6.สปา เซ็นวารี Spa Cenvaree

มาถึงร้านนวดร้านดัง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความหรูหราและบริการสุดประทับใจ กับสปา เซ็นวารีตั้งอยู่ที่เซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-23.00 น. เลยทีเดียว แน่นอนว่าตอนนี้มีโปรโมชั่นสุดพิเศษอยู่ สำหรับการจองล่วงหน้าลดเลย 15% ทุกรายการ  และยังสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ได้อีก

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 1,000 บาท

7.บ้านสบายสปา Baan Sabai Spa

ต่อกันที่ร้านนวด บริเวณซอยสุขุมวิท 26 ที่ให้บริการทุกระดับประทับใจอีกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าชาวต่างชาติหรือชาวไทยก็ให้ความสนใจในร้านนวดร้านนี้ จุดเด่นในการนวดคือการนวดประคบสมุนไพรและการนวดอโรม่า ทั้งยังมีบริการนวดหน้าและนวดมืออีกด้วย สำหรับการนวดต่อชั่วโมงเริ่มต้นที่ 500 บาทเป็นต้นไป

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 500 บาท

8.คือหัตถาสปาและนวดไทยสบาย KHUE HATTHA SPA AND THAI MASSAGE SABAI

ใครที่อาศัยอยู่ใกล้โชคชัย 4 หรือ แถวเสนานิคม ห้ามพลาดร้านนี้โดยเด็ดขาด! แค่ชื่อร้านก็อลังการแล้ว ฝีมือการนวดก็เยี่ยมยอดไม่แพ้กันแน่นอน และอัธยาศัยของหมอจัดว่าดีสุดๆไปเลยค่ะ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย เริ่มต้นที่ 350 บาทค่ะ

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 350 บาท

9.เลอเล็กเย็นอากาศ Le Lek Massage Yen Akat

สำหรับใครที่อยู่แถวสาธรที่ต้องการหาร้านนวดดีๆ สักร้านไม่ไกลที่ทำงาน ร้านเลอเล็กบริเวณถนนเย็นอากาศก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เลวเลยล่ะค่ะ ราคาย่อมเยาเหมาะกับพนักงานออฟฟิศอย่างเรา ๆ นวดแผนไทยที่ 250 บาทต่อช่วงโมงเท่านั้น และสำหรับใครที่เป็นสายนวดอโรม่าก็ต้องไม่พลาดกับการนวดด้วยน้ำมันมะพร้าว ชั่วโมงละ 850 บาท

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 250 บาท

10. นวดโดยผู้พิการทางสายตา Perception Blind Massage

ร้านนี้จัดว่าเป็นร้านนวดที่พิเศษมาก ๆ เพราะให้บริการนวดโดยหมอนวดที่เป็นผู้พิการทางสายตา เป็นการส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้พิการ ราคานวดต่อชั่วโมงก็ไม่แรง เพียง 300 บาทต่อชั่วโมง สถานที่ตั้งของร้านก็มีอยู่สองสาขาคือ สาขาสาธรและสาขาสีลม หากใครต้องการสัมผัสการนวดสุดพิเศษพร้อมอุดหนุนบริการของผู้พิการต้องห้ามพลาดร้านนี้เลยค่ะ 

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 300 บาท

โรคออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่ไม่ควรปล่อยผ่าน อาการเบื้องต้นจะเริ่มจากการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และลามไปปวดบริเวณเบ้าตา วิธีแก้เบื้องต้น คือการไปนวดเพื่อคลายเส้น แต่หลายคนมักไม่มีเวลาไปนวดที่ร้าน การซื้อเก้าอี้นวดที่ Kaidee สักตัวถือเป็นการซื้อทั้งเวลาและความสะดวกสบายให้แก่คุณ เพียงแค่กลับบ้านมาก็สามารถนอนปล่อยตัวบนเก้าอี้นวดได้ทันที

5 เคล็ดลับดูแลรถสีขาวให้ใหม่ ไร้คราบเหลือง!

5 เคล็ดลับดูแลรถสีขาวให้ใหม่ ไร้คราบเหลือง!

สีขาวเป็นอีกหนึ่งสีรถยนต์ที่ฮอตฮิตตลอดกาล ถ้ามองหาความสวย คลาสสิก สะอาดตา สีขาวก็เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับเราเช่นกัน แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าดูแลยาก ต้องบอกเลยว่ารถขาวไม่ได้ดูแลยากอย่างที่คิด แค่นำ 5 ทริคเด็ดเคล็ดลับที่เรารวบรวมมาให้วันนี้ไปใช้ รถสีขาวของคุณก็จะดูใหม่ ไร้คราบเหลืองแล้ว ใครอยากรู้ว่ามีทริคอะไรบ้าง เลื่อนลงไปดูได้เลย

หมั่นล้างรถบ่อย ๆ ช่วยชะลอคราบเหลือง

วิธีดูแลรถสีขาวให้ใหม่ไร้คราบเหลืองที่ง่ายและควรทำเป็นอันดับแรกเลยคือหมั่นล้างรถบ่อย ๆ เนื่องจากรถสีขาวค่อนข้างเสี่ยงเป็นรอยเปื้อนได้ง่าย ถ้าปล่อยรอยเปื้อนเหล่านั้นไว้นานเกินไป อาจจะทำให้เกิดเป็นรอยฝังลึก ล้างออกยาก 

ทางเราขอแนะนำให้หมั่นล้างรถอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เท่านี้ก็ช่วยให้รถสีขาวของคุณดูใหม่ ไร้คราบเหลืองเสมอแล้วค่ะ

เช็ดรถให้แห้งสะอาดหมดจด 

หลังล้างรถแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือเช็ดรถให้แห้ง เราไม่แนะนำให้ปล่อยรถแห้งเองนะคะ เพราะหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวรถอาจจะทำให้เกิดคราบด่างดวงรวมทั้งสนิมที่ตัวถังรถยนต์ได้ 

ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าที่ดูดซับน้ำและเช็ดฝุ่นละอองได้สะอาดหมดจด อาทิ ผ้าชามัวร์ ผ้าไมโครไฟเบอร์

ใช้ดินน้ำมันสำหรับล้างรถช่วยขจัดคราบเหลือง

อีกหนึ่งตัวช่วยสุดว้าวที่จะทำให้งานลบรอยเปื้อนและคราบเหลืองต่าง ๆ ง่ายขึ้นในพริบตาคงหนีไม่พ้น ‘ดินน้ำมันสำหรับล้างรถ’ เนื่องจากเจ้าดินน้ำมันมีความหนืด จึงช่วยดูดซับสิ่งสกปรกได้ดี

 วิธีใช้ก็ง่าย ๆ แค่ซับตรงคราบเหลือง ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย แค่ปีละสองครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ

หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด 

รู้หรือไม่? แสงแดดก็ทำร้ายผิวรถยนต์เหมือนกัน การจอดรถตากแดดนาน ๆ อาจจะทำให้รถยนต์สีขาวสุดที่รักของคุณเหลืองไวขึ้น ขอแนะนำให้เลี่ยงการจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าจำเป็น ลองพกผ้าคลุมป้องกันแสง UV ติดไว้คลุมตัวรถก็ดีนะคะ 

ขยันเคลือบสีรถอย่างสม่ำเสมอ 

การเคลือบสีถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สีรถของคุณเงางามทันตา การเคลือบสีก็มีให้เลือกหลายแบบ อาทิ เคลือบแก้วและเคลือบแว็กซ์ การเคลือบแก้วช่วยให้สีรถเงาสวย ติดทนนาน แถมป้องกันคราบเหลืองต่าง ๆ ได้นานกว่าเคลือบปกติ แต่ราคาจะก็สูงกว่าเคลือบแว็กซ์และต้องให้ช่างมืออาชีพทำให้

ส่วนเคลือบแว็กซ์นั้นจะไม่ยากเท่า เราสามารถใช้บริการช่างมืออาชีพ หรือถ้าอยากประหยัดเพิ่มขึ้นอีก ก็สามารถซื้อน้ำยามาทำเองได้นะคะ โดยเคลือบสักประมาณสองอาทิตย์ต่อครั้งก็ถือว่าโอเคแล้วค่ะ

ถึงการดูแลรถยนต์สีขาวอาจจะดูมีขั้นตอนเยอะแยะ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าดูแลไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ทำตาม 5 วิธีที่เราคัดมาให้วันนี้ คุณก็จะได้ใช้รถสีขาวกระจ่างใสไร้คาบเหลืองไปอีกนานแสนนาน! หรือถ้าใครกำลังเล็งอยากขายรถสีขาว จะเอาไปใช้ดูแลรถตัวเองให้สวยเช้งเหมือนมือหนึ่งก่อนขายก็เลิศนะคะ รับรองว่าได้ราคาดีไม่มีตกฮวบ

สำหรับคนที่สนใจอยากซื้อหรือขายรถสีขาวสวย ๆ แจ่ม ๆ สักคัน แวะเข้ามาที่ Kaidee Auto ได้เลยค่ะ เรามีรถสีขาวหลากรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกกันแบบไม่อั้น ส่วนคนที่อยากปล่อยเจ้ารถขาวที่บ้านสักคัน ก็มีคนรอซื้อเพียบ อย่ามัวรอช้า เข้าไปส่องตอนนี้เลยค่ะ

แก้ปัญหารถเร่งไม่ขึ้น! เหยียบแหลกยังไงก็เต่าคลาน

แก้ปัญหารถเร่งไม่ขึ้น! เหยียบแหลกยังไงก็เต่าคลาน

สโลแกน กรุงเทพ ฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวเป็นวลีที่ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะนอกจากจะรถติดคับคั่งท้องถนนแล้ว หลายคนต้องเลี่ยงรถติดออกเช้าหรือกลับดึกขึ้น ใจที่อยากถึงบ้านเร็ว ยอมเหยียบร้อยกว่าบนทางด่วนในทุกๆวัน แต่แล้ววันหนึ่งคุณดันพบว่า เหยียบให้ตายก็แค่ไหนก็เร่งไม่ได้ทันใจสักที ยิ่งสำหรับใครที่ออกต่างจังหวัดยิ่งรู้สึกเซ็ง

แต่เราเข้าใจความลำบากในการหาเวลาเอารถไปศูนย์ของคุณเป็นอย่างดี บางทีการลองแก้ปัญหาพื้นฐานของประเด็นนี้อาจช่วยคุณได้ เพราะรถยนต์ของคุณอาจไม่ได้มีปัญหาที่เกิดจากสาเหตุภายในตัวเครื่องยนต์ แต่เกิดจากปัญหาการใช้งานของคุณเองก็เป็นไปได้ค่ะ

สาเหตุของรถเร่งไม่ขึ้นและวิธีการแก้ปัญหา

1.น้ำมัน

ใครจะไปนึกถึงว่าน้ำมันที่เติม ๆ กันอยู่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถเครื่องอืดได้ อันนี้ไม่ได้นับปัญหาที่เติมน้ำมันผิดจนเครื่องสะอึกหรือสำลักน้ำมันนะคะ ในยุคนี้น้ำมันผสม เช่น E10 (แก๊สโซฮอลล์) , E20, E85 ต่างๆ เป็นตัวเลือกที่ผู้ขับขี่นิยมใช้มากกว่าเบนซิน 95, 91 ด้วยราคาที่ถูกกว่าหลายบาทต่อลิคร

ยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้แล้ว การเลือกน้ำมันที่ประหยัดที่สุดสำหรับการวิ่งในเมือง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แต่รู้ไหมคะว่า การเลือกน้ำมันที่ประหยัด แม้จะเป็นเรื่องดีสำหรับการใช้วิ่งในเมือง

 ทว่าเมื่อคุณต้องทำความเร็วขณะขับขี่บนทางด่วนหรือทางหลวงออกต่างจังหวัด กลับเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเวิร์ค เพราะน้ำมันเหล่านี้ถูกเจือจางผสมกับเอทานอล ทำให้น้ำมันที่สามารถนำไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้เร็วและเร่งแรงได้น้อยลง เมื่อคุณขับด้วยน้ำมันผสมเหล่านี้ จึงรู้สึกว่ารถเร่งไม่ขึ้นและอืดอย่างมาก 

วิธีแก้คือ หากคุณเป็นผู้ขับขี่ที่มักใช้ความเร็วเป็นประจำ แนะนำให้เติมเบนซิน 95, 91 ไปเลยจะดีกว่า ยิ่งวิ่งไกลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็ใกล้เคียงเจ้าตัวน้ำมันผสมเลยค่ะ หรือถ้าคุณคิดว่าเบนซินแพงเกินไป อาจเติมเป็นแก๊สโซฮอลล์แทนก็ได้นะคะ 

2.โหมด ECON

รถยนต์สมัยใหม่มักจะมีโหมดประหยัดน้ำมันหรือโหมด ECON ติดมาให้ด้วย ไม่ว่าคุณจะขับรถรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ล้วนมีมาด้วย ทว่าโหมดนี้ช่วยประหยัดน้ำมันก็จริง แต่ในการเร่งแซงหรือขับด้วยความเร็ว มักเกิดอาการเร่งไม่ขึ้น เช่น คุณต้องการจะเร่งแซงขวาบนทางหลวง แต่เมื่อคุณออกขวาไปแล้วแทนที่รถจะพุ่ง กลับกลายเป็นว่าคุณดันขับช้าจนคันหลังที่ตามมาต้องกระพริบไฟใส่ 

วิธีแก้ของปัญหานี้คือ การเร่งแซงด้วยเกียร์ S แทนการใช้เกียร์ D หากคุณต้องใช้รถในระยะไกลแนะนำให้ปิดโหมด ECON เพราะนอกจากจะอืดแล้ว ยังเปลืองน้ำมันมากกว่าการไม่ใช้โหมดนี้อีกค่ะ

3.ลมยาง

ปัญหาง่าย ๆ แต่หลายคนคิดว่าคงไม่เกี่ยว ลมยางที่อ่อนลงไปเพียงนิดหน่อยก็สามารถทำให้รถของคุณเต่าคลาน เพราะว่าลมยางที่อ่อนทำให้รถไม่ยึดติดถนนเท่าที่ควร ขับเร็วหน่อยรถก็ส่ายเสียแล้ว ไหนจะแรงขับเคลื่อนล้อที่เร็วแต่สภาพยางกลับเป็นตัวรั้งทำให้วิ่งช้ากว่าที่ควร หากนึกไม่ออกลองจินตนาการภาพคุณขี่จักรยานยางแบนดูว่าคุณต้องใช้แรงถีบมากขนาดไหนกว่าจักรยานคันนั้นจะขยับ จะขี่ตามเพื่อน ๆ ก็ไม่ทันใครเขา

วิธีแก้คือ การหมั่นเช็คลมยางบ่อยๆ และสำรวจว่ายางของคุณมีจุดรั่วตรงไหนบ้างหรือเปล่า ผู้ขับขี่มักจะสังเกตได้ก่อนจากความรู้สึกส่ายของรถ การควบคุมพวงมาลัยไม่เสถียร เร่งไม่ค่อยขึ้น เป็นต้น อย่างน้อยควรเช็คสักสองอาทิตย์ต่อครั้งเวลาไปเติมน้ำมันก็ได้ค่ะ

4.บรรทุกสิ่งของ 

สำรวจดูภายในรถและหลังรถของคุณว่าได้ขนของอะไรไว้เยอะ ๆ มั้ย เช่น หลังรถคุณอาจจะมีทั้งเครื่องสูบลมรถยนต์ อุปกรณ์การช่าง หรือสาว ๆ อาจจะมีของใช้ของกินไว้เต็มรถ หนึ่งในสาเหตุที่รถเร่งไม่ขึ้นก็มาจากการบรรทุกของหนักเกินไป แน่นอนว่า หลายคนอาจมองว่าการบรรทุกของหนักไม่เห็นเป็นไรเลย ก็รถมีไว้ขนของอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ได้ใช้ความเร็วก็ไม่เป็นไร แต่หากคุณต้องการใช้ความเร็วล่ะก็ น้ำหนักของสิ่งของเหล่านี้เป็นตัวถ่วงชั้นเลิศที่นอกจากจะทำให้รถขับได้ช้ามากแล้ว ยังเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุอีกด้วย 

สำหรับวิธีแก้ก็ง่าย ๆ เลยค่ะ อย่าขนของเยอะจนเกินจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น หลังรถมีแต่น้ำเปล่าสองลัง น้ำก็มีน้ำหนักเยอะด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ยิ่งมีสองลังคิดไม่ออกเลยค่ะว่าจะหนักขนาดไหน

5.ระบบแอร์รถไม่เย็น

บางคนอาจจะสงสัยระบบแอร์มันเกี่ยวกับอัตราเร่งของรถยนต์ได้อย่างไร ต้องบอกก่อนว่าระบบแอร์รถยนต์นั้นใช้การทำงานของเครื่องยนต์มาช่วยในการทำงานของคอมแอร์ เมื่อแอร์ไม่เย็น หรือคอมแอร์มีปัญหา การดึงแรงเครื่องยนต์มาจะเยอะกว่าปกติ ทำให้รอบการทำงานของเครื่องสูงและมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ เหตุนี้ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินจำเป็นและไม่ถ่ายกำลังไปใช้ในการเร่งเครื่องยนต์

วิธีแก้ปัญหานี้คือ การพารถยนต์เข้าศูนย์เพื่อเช็คปัญหาระบบคอมแอร์ หากคุณเริ่มสังเกตว่าแอร์คุณไม่เย็น หรือสตาร์ทรถแล้วมีเสียงดังมาจากตัวแอร์ ควรนำเข้าไปให้ช่างเช็คระบบทุกอย่าง ประกอบกับมีอาการรถเร่งไม่ขึ้นแล้ว ไม่ควรโฟกัสไปที่ปัญหาจากเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากตัวชดเชยรอบ หรือ A/C Idle-up Valve ของระบบแอร์อาจพังทำให้เครื่องยนต์ทำรอบสูงกับระบบแอร์เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการชดเชยรอบให้แก่การทำงานของเครื่องยนต์

ดั่งสำนวนสุภาษิตที่ว่า เส้นผมบังภูเขา คนเรามักจะตามหาสาเหตุและวิเคราะห์ปัญหาจากการอนุมานเป็นอย่างแรก หลายคนเมื่อรู้สึกว่ารถเร่งไม่ขึ้น มักจะโฟกัสไปที่ระบบเครื่องยนต์มีปัญหาเป็นอย่างแรก โดยลืมนึกถึงปัจจัยง่าย ๆ หลายอย่าง แน่นอนว่าปัจจัยที่ได้กล่าวมาก็ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาทั้งหมด เพียงเป็นคำแนะนำสำหรับปัญหารถเร่งไม่ขึ้นที่สามารถลงมือแก้ไขในเบื้องต้นได้ก่อน 

หากใครที่มองว่าการซื้อรถยนต์สักคันจะต้องดูแลเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ใช้ไม่นานก็คงต้องเปลี่ยน การลงทุนซื้อรถยนต์มือสองที่มีราคาประหยัดและสามารถเปลี่ยนได้บ่อยแถมราคาขายไม่ตกอย่างในแอปพลิเคชัน Kaidee ก็เป็นทางเลือกที่ใหม่ ๆ ที่น่าลองพิจารณาดูนะคะ

5 รถเล็ก ยอดฮิตคนรุ่นใหม่

5 รถเล็ก ยอดฮิตคนรุ่นใหม่

รถยนต์เป็นยานพาหนะที่คนนิยมใช้เป็นอย่างมาก และยิ่งในปัจจุบันสังคมของเราก็เป็นสังคมที่แออัดพอสมควร ทำให้ รถเล็ก กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่ารถคันใหญ่ ประหยัดน้ำมัน มีสมรรถนะที่ไม่ได้แย่ และมีสไตล์พอ ๆ กับรถคันใหญ่เลยทีเดียว

5 รถเล็ก ยอดฮิตคนรุ่นใหม่

Nissan March 2020

ขอบคุณรูปจาก: Nissan

Nissan March 2020 รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2553 เพราะถูกออกแบบมาด้วยสไตล์ที่ทันสมัยและสวยหรู ผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจากกระจังหน้าแบบ V-shape และช่องกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต ตัวรถมีสีให้เลือกหลายสี เหมาะกับคนทุกสไตล์ พร้อมไฟ LED ที่เห็นชัดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ด้านในมีพื้นที่กว้างขวาง โปร่งสบายเพราะมีหลังคาที่สูงกว่าเดิม ใช้เครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบแถวเรียง DOHC ขนาด 1,198 ซีซี 79 แรงม้า ทำให้ลดแรงเสียดทาน ให้อัตราเร่งที่ดี ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ Nissan March กลายเป็นรถยนต์คันเล็กที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท

Honda Jazz 2020

ขอบคุณรูปจาก: Honda

Honda Jazz 2020 รถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปร่างที่กะทัดรัด ปราดเปรียวถูกใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตตั้งแต่กระจังหน้าจนถึงกันชนท้าย ด้านในมาพร้อมกับความกว้างสบายสะท้อนความสปอร์ตผ่านเบาะดีไซน์ใหม่สีดำปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ถึง 4 แบบ
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และ ECON Mode ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง รองรับน้ำมัน E85 เรียกได้ว่าครบครันจริง ๆ

ราคาเริ่มต้น 555,000 บาท

Suzuki Swift 2020

รถเล็ก Suzuki Swift
ขอบคุณรูปจาก: Suzuki

ด้วยดีไซน์สุดล้ำที่ทำให้ Suzuki Swift 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กดีไซน์สปอร์ตที่คนนิยมใช้ ตัวรถมีกลิ่นอายความเป็นรถยุโรป ภายในดีไซน์สปอร์ตเข้ากับตัวรถด้านนอก มีเทคโนโลยีสุดล้ำอำนวยความสะดวก
พร้อม Suxuki Smart Connect จอระบบสัมผัสที่ให้ความบันเทิงหลากหลาย สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Blutooth ที่มีโปรแกรม Apple CarPlay สำหรับระบบ ios อีกด้วย มีเครื่องยนต์หัวฉีดคู่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดเชื้อเพลิง และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย

ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

Mazda 2 2020

รถเล็ก mazda
ขอบคุณรูปจาก: Mazda

รถเล็กที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามภายใต้คอนเซปต์ ‘Less is More’ สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร อย่าง Mazda 2 2020 ภายในห้องโดยสารมีดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม มีการจัดวางองค์ประกอบจากการใช้งานของมนุษย์อย่างเหมาะสม ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน มาพร้อมกับ Active Driving Display สกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบควบคุมความเร็วคงที่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
นอกจากนี้ยังมี Center Display หน้าจอสีรองรับความบันเทิงที่มี Apple CarPlay ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์คันเล็กจิ๋วมีความทันสมัยสูงมากเลยทีเดียว

ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท

Toyota Yaris 2020

รถเล็ก yaris
ขอบคุณรูปจาก: Toyota

Toyota Yaris 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย เรียกได้ว่าขับไปทางไหนก็เจอ เพราะดีไซน์ที่ทันสมัยแต่คงความสปอร์ต ภายในมีพื้นที่กว้างทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
มาพร้อมเบาะหนังสีดำดีไซน์สปอร์ต ตัวรถมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะ และให้ความบันเทิงผ่านระบบสัมผัสรองรับ Apple CarPlay ให้เครื่องยนต์เบนซินตัวใหม่ Dual VVT-iE ขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

ราคาเริ่มต้น 539,000 บาท

และสำหรับใครที่สนใจรถมือสองสภาพดี ราคาไม่แพงก็สามารถหาซื้อรถยนต์ที่เข้ากับสไตล์ของคุณได้ที่ Kaidee Auto ได้เลยนะคะ รับรองว่าทั้งถูกและสภาพดีแน่นอน

อ่านบทความ รีวิวยานยนต์ อื่น ๆ