เพราะอะไร! เราถึงควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน

Nov 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม

 แหม เห็นชื่อหัวข้อก็สงสัยแล้วใช่ไหมคะ 

‘นั่นสิ เราจะมีมากกว่า 1 อันไปทำไมนะ?’ 

งั้นขอตั้งคำถามกลับไปนะคะว่า

‘คุณเคยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับเข้าไปที่ห้องเพราะลืมสายชาร์จหรือไม่?’

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” แปลว่าเราคือเพื่อน(ที่ประสบชะตากรรมเดียว)กัน 

หากพูดถึงอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ คำตอบคงหนีไม่พ้น โทรศัพท์มือถือ อย่างแน่นอน เมื่อมีมือถือ ย่อมต้องมีสายชาร์จเป็นของคู่กัน ไม่ว่าคุณจะไปไหนอย่างน้อยถ้าไม่มีเพาเวอร์แบงค์ ก็ต้องมีสายชาร์จ ยิ่งกับมนุษย์แบตมือถือเสื่อมสุดกู่แล้ว ขาดสายชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์ก็เหมือนขาดออกซิเจน 

นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่คนเราควรมีสายชาร์จมีถือมากกว่า 1 อัน แต่แค่เหตุผลนี้คงจะโน้มน้าวให้คุณมีสายชาร์จมากกว่าหนึ่งอันก็คงจะดูสิ้นเปลืองเกินไป เหตุผลซัพพอร์ตที่ควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน คืออะไรสามารถอ่านประกอบการตัดสินใจได้เลยค่ะ 

 5 เหตุผลหลักที่จะโน้มน้าวให้คุณมีสายชาร์จมากกว่า 1 อัน 

1.สายชาร์จพังง่ายและสายหาย

ข้อแรกเปิดมาก็เป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะสาวก iOS หรือ Android ก็ต้องประสบพบเจอประหนึ่งพี่น้อง เพราะสายชาร์จสมัยนี้ทั้งบางแถมพังง่ายมาก ๆ พยายามดูแลดีแค่ไหนก็จากเราไปจนได้ แถมสวรรค์ก็เหมือนเล่นตลกส่งให้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพิ่งซื้อสายใหม่มา ปรากฎว่าค้นกระเป๋าดูอีกที เอ๊ะ สายชาร์จหายไปไหนนะ จำไม่ได้ว่าให้ใครยืมไป หรือ วางทิ้งไว้ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่หาอีกทีก็ไม่เจอเสียแล้ว

นี่แหละค่ะ เหตุผลที่เราควรมีสายชาร์จซื้อติดบ้านไว้อีกสักอัน ไม่งั้นพอจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา แล้วสายชาร์จดันมีปัญหาล่ะยุ่งเลย จะให้ออกไปซื้อตอนสามทุ่มกว่า นอกจากเซเว่นแล้วก็ไม่คิดออกอีกว่าต้องไปที่ไหน

แล้วถ้าบังเอิ๊ญบังเอิญ คุณออกจากบ้านเองไม่ได้ กว่าจะได้ใช้มือถืออีกที คงเป็นตอนบ่ายของอีกวันแล้ว ดังนั้นการซื้อเผื่อเอาไว้ก็เหมือนคำพูดที่ว่า มีไว้ดีกว่าไม่มี ใช่ไหมคะ

2.สายขี้ลืมสายชาร์จ

คนขี้หลงขึ้ลืมมีกันให้เห็นถมเถไป ยอมรับด้วยก็ได้ค่ะว่า ตัวผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นสำหรับสายขี้ลืมบ่อย ๆ แบบเราต้องเตรียมสายชาร์จให้พร้อมทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าไปตรงไหนก็หาสายชาร์จได้ทันควัน สถานที่หลัก ๆ ที่ควรมีเก็บไว้ก็ได้แก่

  • ในรถยนต์

สำหรับรถคันไหนที่มี USB Port ให้เสียบชาร์จได้ อย่าลืมทิ้งสายชาร์จไว้อีกสักอันนะคะ เพราะบางครั้งเราเปิดเพลงผ่านบลูทูธและใช้จีพีเอส ทำให้แบตมือถืออันน่ารักของเรา ลดฮวบ ๆ ยิ่งกว่าตอนหุ้นตกอีกค่ะ การมีทิ้งไว้สักอันนอกจากสะดวกในการใช้สอยแล้ว ยังป้องกันการหยิบสายชาร์จจากที่บ้านมาลืมทิ้งไว้ในรถอีกค่ะ 

  • ที่ทำงาน

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่แบตจะลดฮวบ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วน่าจะแบตลดน้อยสุดเพราะงานยุ่ง แม้ความจริงหลายบริษัทจะมีนโยบายห้ามชาร์จแบตในสถานที่ทำงาน แต่ทุกคนก็รู้กันใช่ไหมคะว่า แบตเสื่อมนั้นไม่ปราณีหรอกค่ะ ต่อให้ใช้ไม่ใช้ น้องแบตของเราจะโชว์ความสามารถ จาก 70% สู่ 20% ในระยะเวลาครึ่งวันให้ดู 

ดังนั้นนอกจากการพกเพาเวอร์แบงค์ไว้ชาร์จในยามฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญคือสายชาร์จที่หากไม่มีแล้วเราจะชาร์จยังไง! ยังไงก็ต้องโยนไว้ที่ทำงานสักอันค่ะ เพื่อความปลอดภัย แถมลดโอกาสลืมไว้ที่ทำงานแล้วกลับบ้านมือเปล่าอีกค่ะ

  • ที่หอพัก / คอนโด

ใครที่มีที่พักใกล้ที่ทำงาน/ที่เรียน นอกเหนือจากบ้าน การมีสายชาร์จสองอันเป็น To-do list เลยค่ะ เพราะมันต้องมีเหตุการณ์ลืมสายชาร์จไว้ที่บ้าน และพอกลับมาถึงที่ห้อง อ้าว ตายล่ะ ฉันลืมสายชาร์จไว้ที่บ้านเกิดขึ้นแน่นอน จะให้กลับไปเอาก็ไกล ยิ่งใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดแล้วด้วย ให้นั่งรถเพื่อกลับไปเอาสายชาร์จ 2 ชั่วโมงก็คงไม่ไหว แต่จะให้ไปหาซื้อก็ลำบากแถมเปลืองอีก 

ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการเสียตังค์ตั้งแต่ต้นให้มันจบค่ะ ซื้อมาตุนไว้ในห้องสักอัน เวลาใช้ก็ใช้แค่ในห้อง ไม่ต้องเอากลับบ้าน ส่วนของที่บ้านก็วางมันไว้อย่างนั้น รับรองได้ว่าปัญหาลืมสายชาร์จจะหายไป

  • ในกระเป๋าที่ใช้บ่อยสักสองใบ

สำหรับใครที่ต้องพึ่งระบบคมนาคม การมีสายชาร์จและเพาเวอร์แบงค์ติดตัวไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะว่ากว่าจะถึงบ้านแบตของคุณอาจจะแดงแจ๋แล้วก็ได้ ดังนั้นการพกสายชาร์จไว้ในกระเป๋าที่ใช้บ่อย ๆ สักใบสองใบจะช่วยให้คุณสามารถชาร์จมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะเดี๋ยวนี้บนแท็กซี่ หรือ บนรถตู้บางคันเริ่มมีการทำ USB Port ไว้ให้ชาร์จมือถือได้แล้ว

3.ความสะดวกสบายในการชาร์จ

เรื่องความสะดวกสบายในการชาร์จนอกจากที่ว่า ชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว อีกปัจจัยที่นึกกันไม่ถึงคือ อยากนอนเล่นมือถือ แต่แบตใกล้หมด แถมข้างเตียงก็ไม่มีที่ชาร์จอีก คนส่วนใหญ่ก็จะตัดใจยอมนอนให้จบ ๆ ไปก็ได้ แต่ ๆ เราจะยอมแพ้แค่นั้นเหรอ ?

มาแก้ปัญหานี้ด้วยการซื้อสายชาร์จที่ยาว 3 เมตร 5 เมตรมาใช้กันดีกว่าค่ะ ไม่ว่าปลั๊กชาร์จจะอยู่ตรงไหนของห้องก็สามารถเสียบแล้วเดินลากมาใช้บนเตียงได้ โอ้โห เอกเขนกจะดูซีรี่ย์หรือเล่นเกมก็สบาย ไม่ต้องยอมตัดใจชาร์จมือถือทิ้งไว้แล้วหนีไปนอนอีกต่อไป

4.เผื่อแผ่คนมายืม

ข้อนี้แล้วแต่ความเป็นแม่พระพ่อพระในตัวคุณเลยค่ะ บางครั้งการเตรียมสายไว้ให้คนอื่นยืมก็ดูเป็นประเด็นที่น่าหงุดหงิดหน่อย ๆ ทำไมเขาต้องมาคอยยืมของเรานะ แต่ถ้ากลับกันคนมายืมเป็นคนใกล้ตัวเรา ให้เตือนเขาไป เขาก็อาจจะเถียงกลับมา

วิธีแก้ปัญหาคือ เตรียมสายไว้ให้เขาเลยค่ะ ถามบ่อย ๆ นัก ก็เอาไปใช้เลย ฉันมีสำรองอีกอัน ประมาณนี้เลยค่ะ ถึงจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ค่อยถูกเท่าไร แต่เพื่อความสบายใจและหมดปัญหาชวนทะเลาะของเรา วิธีนี้ก็ไม่แย่นักใช่ไหมคะ

5.มีหลายไทป์ไว้ชาร์จอย่างอื่นด้วย

อย่างกรณีที่คุณมีทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และเพาเวอร์แบงค์ อย่างน้อยหากคุณอยากชาร์จทุกอย่างพร้อมกัน คุณก็ควรจะมีสายชาร์จหลาย ๆ อัน นอกเหนือจากนั้น การชาร์จอุปกรณ์แต่ละอันอาจใช้สายชาร์จไม่เหมือนกันด้วย อย่างเช่น คุณอาจใช้มือถือ iPhone, แท็บเล็ตเป็น iPad แต่เพาเวอร์แบงค์ของคุณดันแบตหมดเกลี้ยง จะชาร์จด้วยสายเดียวกับมือถือและแท็บเล็ตก็ไม่ได้ แถมใครจะขยันพกสายหลายไทป์ไปมาหลาย ๆ ที่อีก  

สายชาร์จจะมีกี่ไทป์มีออะไรบ้าง ลองมาดูกันนะคะ

  • Lightning

ชนิดแรกเป็นสายชาร์จแบบ Lightning ที่มีไว้ใช้เฉพาะกับอุปกรณ์ iOS สามารถใช้ชาร์จได้กับ iPhone, iPad, iPod เป็นต้น 

  • Micro USB

อันถัดมาเป็นสายชาร์จสำหรับมือถือ Android โดยทั่วไป นอกจากนี้หัวชาร์จแบบนี้สามารถใช้ร่วมกับตัวเพาเวอร์แบงค์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย นับว่าเป็นสายชาร์จอเนกประสงค์เลยค่ะ หากต้องการมีสายชาร์จสำรองสักอันติดบ้านไว้ ห้ามพลาดที่จะซื้อตัวนี้เลยค่ะ 

  • Type C

สำหรับไทป์ถัดมาเป็นไทป์ที่ทำออกมาไว้รองรับการชาร์จที่รวดเร็วขึ้น ทว่าถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะชาร์จได้ ส่วนใหญ่จะเป็นมือถือที่เพิ่งออกมาเป็นรุ่นใหม่ ๆ จึงจะสามารถใช้หัวชาร์จไทป์ C ได้ ดังนั้นก่อนจะใช้สายนี้ ควรเช็คก่อนว่ามือถือคุณสามารถใช้ได้ใช่ไหม 

พอทราบเหตุผลที่คุณควรมีสายชาร์จมากกว่า 1 อันกันไปแล้ว หากคุณรู้สึกว่าการมีสายชาร์จอันเดียวมันไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต คุณลองตัดสินใจมีสายชาร์จมากกว่า 1 อันดู แล้วจะรู้สึกเหมือนคุณได้เปิดโลกใบใหม่เลยล่ะค่ะ สายชาร์จดี ๆ ราคาเหมาะสมเชิญทางนี้ที่ Kaidee เลยค่ะทุกคน