รีโมทรถยนต์หายควรทำอย่างไรดี ? และควรแก้ปัญหาอย่างไร

รีโมทรถยนต์หายควรทำอย่างไรดี ? และควรแก้ปัญหาอย่างไร

มื่อพูดถึงรีโมทรถยนต์หาย ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะคะ ? เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่สามารถปลดล็อกรถยนต์และใช้งานพาหนะได้นั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์รีโมทรถยนต์หาย ส่วนใหญ่จะเป็นการ “ลืม” รีโมทรถยนต์ทิ้งไว้ในรถ และทิ้งไว้ที่อื่น

เราสามารถเห็นได้ตามข่าวว่า ผู้ปกครองบางคนมักให้บุตรหลานนั่งรออยู่ในรถ ทว่าเด็กย่อมมีความสงสัยใคร่รู้ในหลาย ๆ เรื่อง บางครั้งจึงเผลอไปกดปุ่มล็อกประตูรถเสียอย่างนั้น และที่หนักกว่าคือ กุญแจรถยนต์ดันอยู่ในรถเช่นเดียวกัน! 

เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรีโมทรถยนต์หายเลยล่ะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายหรือลืมทิ้งไว้บนรถกันนะคะ

การทำงานของรีโมทรถยนต์

สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นในการทำงานของรีโมทรถยนต์ จะสามารถทำให้เราเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาหรือการป้องกันที่ดี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นได้

การทำงานของรีโมทรถยนต์นั้นใช้คลี่นความถี่เป็นสัญญาณผสมกับคลื่นความถี่วิทยุในการส่งคำสั่งไปยังรถยนต์ สาเหตุที่ต้องผสมคลื่นความถี่ของวิทยุนั้น เพราะว่าการส่งสัญญาณของรีโมทเพียงอย่างเดียว อาจถูกรบกวนด้วยคลื่นวิทยุในบางจุด รีโมทจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่นี่ก็คือช่องโหว่อย่างหนึ่ง ที่ทำให้มิจฉาชีพฉกฉวยโอกาสในการขโมยรถคุณ การปลดล็อกหรือล็อกรถไม่ได้ บางครั้งผู้ครองกุญแจอย่างเรา ๆ อาจนึกไม่ถึงว่าจะมีใครเฝ้ารอโอกาสกวนสัญญาณอยู่ก็ได้ โดยปกติแล้วสัญญาณรีโมทรถยนต์จะถูกปรับไว้ที่ระยะ 5 เมตรเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังคงมีบางรุ่นที่สามารถปลดล็อกได้ในระยะ 10-15 เมตร

สาเหตุที่ต้องปรับระยะที่ 5 เมตร ทั้ง ๆ ที่ความจริงรีโมทสามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 200 เมตร เพราะว่าปัจจุบันรีโมทรถยนต์นั้นสามารถถูกกวนสัญญาณและแอบดักจับสัญญาณได้ มิจฉาชีพจะใช้โอกาสนี้กวนสัญญาณระหว่างที่คุณกดรีโมทปลดล็อก ทำให้คุณต้องกดปลดล็อกหลายครั้ง 

ก่อนจะลบบันทึกคำสั่งที่มาในรูปแบบสัญญาณ และแปลงมันมาใช้ได้เหมือนตัวรีโมทหลักเลยทีเดียว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงลดระยะให้คุณต้องเดินประชิดรถเท่านั้นจึงจะสามารถปลดล็อกรถได้ 

ส่วนข้อดีของการใช้คลื่นสัญญาณส่งคำสั่งก็มี คือการที่เราสามารถสร้างกล่องรับสัญญาณโดยทำรูปแบบเป็นแอปพลิเคชันมือถือได้ นี่จึงเป็นที่มาของการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะในการปลดล็อกรถยนต์นั่นเอง

วิธีแก้ปัญหารีโมทรถยนต์หาย

เมื่อรีโมทหาย แน่นอนว่าอย่างแรกคุณควรตั้งสติและใจเย็น เพื่อให้คุณพอจะนึกวิธีหาทางออกได้บ้าง หากใครเคยทำรีโมทหาย อาจจะพอรู้วิธีคร่าว ๆ แล้ว แต่หากใครยังไม่เคย ลองดูวิธีดังต่อไปนี้นะคะ ในอนาคตน่าจะสามารถช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะ 

1. โทรหาศูนย์บริการ หรือ อู่บริการซ่อมรถยนต์

สิ่งแรกที่ง่ายและทำได้รวดเร็วที่สุด ในกรณีที่คุณไม่สามารถหากุญแจสำรองและใครสักคนมาช่วยเหลือคุณได้ ให้หยิบมือถือของคุณขึ้นมา แล้วกดเบอร์ตรงไปที่ศูนย์บริการเลย เขาจะบอกวิธีแก้ปัญหาคร่าว ๆ ให้คุณ ถ้าหากแก้ไม่ได้ อาจจะต้องให้ช่างมาตัดการทำงานของล็อกประตู ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้จะต้องเปลี่ยนระบบล็อกใหม่ทั้งหมด เพราะต้องออกชุดคำสั่งใหม่รวมถึงทำรีโมทใหม่ด้วยค่ะ 

แต่หากศูนย์บริการไม่ใช่ทางเลือกของคุณ ลองโทรหาอู่บริการซ่อมรถยนต์ดูก็ได้นะคะ แน่นอนว่าอู่บริการภายนอกจะถูกกว่าศูนย์รถยนต์ค่ะ เพียงแต่ว่า หากเกิดปัญหาตอนกลางคืน คุณควรโทรหาศูนย์รถยนต์ที่มีบริการ 24 ชั่วโมง และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. ค้นหารีโมทสำรอง

รถยนต์ทุกคันจะมีการให้รีโมทสำรองมาอยู่แล้ว หากไม่ใช้รีโมทก็มักเป็นกุญแจสำรองสำหรับไขปลดล็อกได้ แต่กรณีนี้จะพูดถึงที่เป็นตัวรีโมทอย่างเดียวก่อน คุณสามารถกลับบ้านไปนำรีโมทสำรอง หรือให้คนที่อยู่ที่บ้านนำมาให้เพื่อปลดล็อก

แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องอยู่ในสถานที่ไม่ไกลจากบ้านนัก สามารถไป-กลับมาได้ แต่ทางที่ดีแนะนำให้คนเอามาให้จะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่ารีโมทที่หายไปนั่นอยู่ในมือคนอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อยู่เฝ้ารถ มีโอกาสที่รถอาจจะหายได้

3. ปลดล็อกผ่านมือถือด้วยสัญญาณบลูทูธ / แอปพลิเคชัน

ในรถรุ่นใหม่ ๆ สมัยนี้มักมีเทคโนโลยีสามารถสั่งปลดล็อกระยะไกลได้ โดยเชื่อมกับตัวสมาร์ทโฟนของผู้ขับนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีการลงทะเบียนเบอร์และยืนยันตัวตนผู้ขับ คงทำให้ทุกคนสามารถปลดล็อกรถใครก็ได้อย่างง่ายดาย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่จะลงทะเบียนล็อกสัญญาณจากเบอร์มือถือ 

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สามารถโทรโดยตรงไปยังศูนย์บริการ แล้วให้เขาช่วยปลดล็อกรถให้ได้เลยค่ะ อาจจะต้องเสียเวลายืนยันตัวตนเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัยทางด้านทรัพย์สิน 

แต่สำหรับรถยนต์รุ่นไหนที่ไม่มีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกนี้ ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ ตัวอย่างเช่น ตัวโปรแกรม Car Chat ที่สามารถช่วยเช็กสภาพรถยนต์ ทั้งยังสามารถสั่งปลดล็อกผ่านแอปพลิเคชันได้โดยใช้สัญญาณบลูทูธเป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณเข้าไปยังกล่องของระบบรีโมทที่ถูกติดตั้งไว้ภายในรถ 

4. ปั๊มรีโมทสำรองได้ตามร้านค้า

วิธีนี้เหมาะสำหรับการที่คุณมีกุญแจสำรองในมือ ศูนย์บริการหรือรถบางรุ่นจะให้เพียงรีโมทหลักและกุญแจหนึ่งดอกไว้สำรองเท่านั้น ดังนั้นการจะหารีโมทสำรองอีกสักอันคงเป็นเรื่องน่าปวดหัว ถ้าต้องให้นำประตูออกหมดและติดตั้งล็อกใหม่ 

เรามีทางออกมาให้ลองดูค่ะ บางครั้งจะมีร้านรับทำรีโมทอยู่ ให้คุณนำกุญแจสำรองอันนั้นไปให้ทางร้านจัดการทำรีโมทออกมาให้อีกอัน โดยทางช่างจะให้คำแนะนำกับคุณได้อย่างดีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่ต้องเปลี่ยนล็อกประตูใหม่

แต่หากกุญแจรถคุณหายในที่สาธารณะ แนะนำให้คุณเปลี่ยนล็อกประตูใหม่ทั้งหมดจะดีกว่า เพราะต่อให้คุณไปทำที่ร้านค้าหรือให้ทางศูนย์เข้ารหัสกุญแจอันใหม่ให้คุณ แต่ตราบใดที่ล็อกยังเป็นชุดคำสั่งเดิม การที่มีใครแอบอ้างใช้กุญแจที่ได้มาจากคุณก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายเลยล่ะค่ะ

5. ไขกุญแจเพื่อปลดล็อกรถยนต์ กรณีที่กุญแจอยู่แยกกับรีโมท

ข้อนี้เหมาะกับคนที่ลืมกุญแจรถไว้ในรถ เพราะเมื่อคุณปลดล็อกด้วยกุญแจแล้ว เสียงสัญญาณกันขโมยจะดังขึ้นทันที เมื่อคุณเปิดประตูรถได้แล้ว จำเป็นต้องกดรีโมทรถยนต์อีกที เพื่อหยุดการทำงานของสัญญาณกันขโมยนั่นเอง 

6. แจ้งตำรวจ / รปภ. / คนในพื้นที่ให้ช่วยค้นหา

เมื่อทรัพย์สินของคุณหาย สิ่งแรกที่ควรทำคือการแจ้งตำรวจ หรือ รปภ.ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันค้นหารีโมทรถยนต์ที่คุณอาจทำตกไปในพื้นที่นั้น ๆ อาจมีพลเมืองดีนำรีโมทรถยนต์ของคุณไปฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ หรือ แผนกของสูญหายก็เป็นได้ ดังนั้นต่อให้คุณมีทางเลือกอื่น ๆ ก็อย่าลืมการติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วยอีกทาง

7. หาวิธีสะเดาะประตูรถ (ไม่แนะนำ)

วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ควรจะทำ เพราะการสะเดาะประตูรถ นอกจากจะหาผู้เชี่ยวชาญมาทำได้ยากแล้ว การทำเองอาจเสี่ยงต่อเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังไม่รู้จบอีกด้วย เมื่อคุณสะเดาะกุญแจเสร็จ สิ่งที่จะตามมาคือการต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์เพื่อไปแก้ล็อกประตูทั้งหมด 

ข้อควรระวังและป้องกันไม่ให้รีโมทรถยนต์หาย

การป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ ย่อมดีกว่าการไม่ป้องกันอะไรเลย วิธีง่าย ๆ ที่ลองทำดูเพื่อลดอัตราความเสี่ยงที่จะทำรีโมทรถยนต์หาย จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น สามารถอ่านได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ

1. ตรวจเช็กก่อนออกจากบ้าน หรือ ออกจากสถานที่ที่ต้องหยิบสิ่งของออกจากกระเป๋า

พอจะก้าวขาออกจากบ้านและลงกลอนล็อกประตูบ้าน หรือ ออกจากที่ใดก็ตาม ลองก้มสำรวจดูว่าหยิบของมาครบหรือเปล่า โดยเฉพาะรีโมทรถ บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่คุณเปิดกระเป๋าแล้วนำสิ่งของออกมา จึงทำให้รีโมทรถยนต์ตก ดังนั้นก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร หรือ ออกจากบ้านอย่าลืมเปิดเช็กกระเป๋าอีกที

2. ห้อยพวงกุญแจติดกับกระเป๋าไว้

ซื้อพวงกุญแจมาห้อยกับรีโมทรถยนต์เอาไว้ นอกจากจะสามารถค้นหาได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำพวงกุญแจเหล่านี้ไปห้อยติดกับกระเป๋าใบโปรดที่ใช้บ่อย ๆ ได้อีกด้วย เมื่อต้องหยิบของออกจากกระเป๋าตัวรีโมทจะได้ไม่ตกหล่นง่าย 

ทั้งนี้รีโมทสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การกดเพื่อปลดล็อกแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปใกล้ ๆ และตัวรถจะปลดล็อกอัตโนมัติเลย จึงไม่มีปัญหาเรื่องการห้อยพวงกุญแจรุงรังให้หงุดหงิดใจค่ะ 

3. ตั้งสติทุกครั้งก่อนลงจากรถ

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิต ที่สามารถเห็นได้ทั้งในข่าวและในกระทู้ตามเว็บต่าง ๆ ที่มักจะลืมกุญแจรถยนต์ทิ้งไว้ภายในรถยนต์ บางรุ่นของรถยนต์จะมีการตั้งค่าไว้ว่า หากไม่นำรีโมทรถยนต์ลงจากรถ รถยนต์จะไม่สามารถล็อกได้ แต่ขณะเดียวกันในบางรุ่น เมื่อคุณปิดประตูครบทุกบานภายในเวลาที่ตั้งไว้แล้ว รถยนต์จะล็อกอัตโนมัติ

กลายเป็นปัญหาประตูรถยนต์ล็อกโดยลืมนำรีโมทรถยนต์ออกมาด้วย ก่อนจะลงจากรถควรเช็กดี ๆ อีกรอบว่านำรีโมทใส่กระเป๋าติดตัวมาหรือยัง แต่ให้ง่ายกว่านั้นก็คือการห้อยรีโมทติดไว้ในกระเป๋าเลยค่ะ จะได้ไม่พลาดนะคะ

4. ติดตั้งระบบการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธ

การติดตั้งการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธหรือแอปพลิเคชัน อย่างที่บอกว่ารถยนต์บางรุ่นจะมีระบบนี้มาให้อยู่แล้ว แต่บางรุ่นไม่มีก็ต้องหาร้านติดตั้งเอง ทว่าความคุ้มค่าในการติดนั้น เรียกได้ว่า ติดครั้งเดียวใช้ได้อีกนานจนกว่าจะขายรถเลย

5. จัดเก็บรีโมทรถยนต์สำรองไว้ในจุดที่สะดวกและสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

วิธีนี้เป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ดีในระดับหนึ่ง เช่น การวางรีโมทสำรองไว้ในจุดที่สามารถหาได้ง่าย ภายในบ้าน เพื่อให้คนที่บ้าน สามารถช่วยเหลือคุณในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายได้ แต่ไม่แนะนำให้พกรีโมทรถยนต์สองอันไว้กับตัวนะคะ เพราะเสี่ยงจะหายทั้งหมดในครั้งเดียว

ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเจอเกี่ยวกับรีโมทรถยนต์

1. กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน

หากเจอกรณีแบบนี้แสดงว่าแบตรีโมทรถยนต์ของคุณกำลังอ่อนแรง แนะนำให้ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรีโมทได้ที่ศูนย์บริการ หรือตามร้านที่จำหน่ายแบตเตอรี่นะคะ

2.กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน รวมถึงระบบกันขโมย

ในส่วนนี้มักจะเกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีปัญหา อาจจะเป็นแบตเตอรี่ที่ใกล้หมดอายุแล้ว หรือระบบการทำงานของเครื่องยนต์ขัดข้อง ควรตามช่างมาดูจะดีที่สุด

3. รีโมทใช้งานได้ แต่ไม่สามารถปลดล็อกประตู

สังเกตว่ารีโมทรถยนต์สามารถกดใช้งานได้หรือไม่ โดยฟังจากการทำงานของตัวล็อก ถ้าตัวล็อกยังทำงานปกติ แต่ประตูรถเปิดไม่ได้ แสดงว่าระบบปลดล็อกของรถยนต์มีปัญหา นำรถไปเข้าศูนย์ให้ตรวจเช็กคือหนทางที่ดีที่สุด

4. รีโมทใช้งานได้ แต่สตาร์ทรถไม่ติด

ปัญหานี้เกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์และเครื่องยนต์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรีโมทรถยนต์โดยตรง ทว่าบางคนอาจมองว่าตัวรีโมทรถยนต์ส่งสัญญาณให้ตัวเครื่องทำงานไม่ได้ เพราะรถยนต์สมัยนี้จะใช้ปุ่มกดเพื่อสตาร์ทรถ เน้นการส่งสัญญาณจากรีโมทเป็นจุดเริ่มกระบวนการสตาร์ทรถนั่นเอง 

5. รีโมทล็อกประตูรถ แต่ไฟภายในรถไม่ดับ ทั้งไซเรนยังส่งเสียงดังออกมา

เสียงล็อกประตูดัง แต่ไฟภายในรถไม่ดับ แถมรอไปอีกสักพักรถดันส่งเสียงร้องจากสัญญาณกันขโมยออกมา อย่างแรกที่ควรเช็กคือ ประตูปิดสนิททุกบานหรือไม่ 

หากปิดสนิททุกบานแล้วต้องมาดูต่อว่า ตัวล็อกรถนั้นมีปัญหาหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น รถซีดานสี่ประตู ประตูล็อกไปสามบาน แต่บานที่สี่กลับไม่ล็อก ทำให้ระบบการสั่งการเรื่องล็อกขัดข้อง หากเป็นกรณีต้องให้ศูนย์แก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนล็อกประตูค่ะ

สรุปท้ายบทความ

รีโมทรถยนต์มีความสำคัญอย่างมากในการใช้รถยนต์ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้ทรัพย์สินของคุณปลอดภัยแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการขับขี่อีกด้วย หากใครที่รู้วิธีป้องกันรีโมทรถยนต์หายแล้ว อย่าลืมลองไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รีโมทหาย 

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าควรจะซื้อพวงกุญแจหรือหาปลอกรีโมทรถยนต์ใส่ดีหรือไม่ อย่าลังเลค่ะ ซื้อไว้เลยเพราะอย่างน้อยมีก็ดีกว่าไม่มี ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์มือสองทุกคันควรจะต้องมีกุญแจรถสำรองให้ จึงต้องอย่าลืมเช็กก่อนตกลงเซ็นสัญญาซื้อ ถ้าไม่มีก็ควรถามเหตุผล เพราะถือเป็นความเสี่ยงในการซื้อรถยนต์อย่างหนึ่งค่ะ

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตเจริญรุ่งเรือง

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตเจริญรุ่งเรือง

ตั้งแต่อดีต คนไทยอย่างเราก็มีความเชื่อในการปลูกต้นไม้หรือดอกไม้มงคลภายในบ้าน เพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การงาน การเงิน และความรัก โดยวันนี้เราจะมาแนะนำ 20 ดอกไม้มงคล ที่จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก

ข้อดีของการปลูก ดอกไม้มงคล

การปลูต้นไม้มงคล ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งบ้านให้สวยงามด้วย ดอกไม้มงคล สร้างความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านเกิดความผ่อนคลายมากขึ้น ฟอกอากาศในบ้านให้สะอาด คลายความอ่อนล้าของสายตา และยังช่วยให้นอนหลับสนิทในเวลากลางคืนอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นข้อดีทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว 

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง

ดอกกล้วยไม้

ขอบคุณรูปจาก: aopsan

ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้สีสันสดใสที่ช่วยให้บ้านเกิดความสวยงามได้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นดอกไม้มงคลที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบ ทำให้เชื่อกันว่า จะทำให้บ้านที่มี ดอกกล้วยไม้ จะเจริญก้าวหน้าและอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ดอกราชพฤกษ์

ขอบคุณรูปจาก: Prowpatareeya Tan

ดอกราชพฤกษ์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ดอกคูน เป็นดอกไม้มงคลสีเหลืองทองตัดกับท้องฟ้าสีสดใสที่หากนำมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีวาสนา ความเจริญรุ่งเรือง มีเกียรติ และมีอำนาจ เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยนั่นเอง

ดอกแก้ว

ขอบคุณรูปจาก: pisauikan

ดอกไม้มงคลสีขาวกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่นิยมปลูกอย่าง ดอกแก้ว สื่อถึงการมีจิตใจผ่องใสและความดี เชื่อกันว่าการปลูก ดอกแก้ว จะทำให้ “มีคนรักดั่งแก้วตาดวงใจ” และคนในบ้านมีจิตใจบริสุทธิ์ เพราะแก้วเป็นสิ่งที่มีความใสสะอาด แนะนำให้ปลูกทางทิศตะวันออกในวันพุธ

ดอกบานไม่รู้โรย

ขอบคุณรูปจาก: naturepost

ดอกบานไม่รู้โรย ก็เป็นอีกหนึ่งในดอกไม้มงคลที่มักจะถูกตกแต่งบนพานไหว้ครู เพราะชื่อที่มีความเป็นมงคลอยู่แล้ว ทำให้คนไทยหลายคนเชื่อว่า การปลูก ดอกบ้านไม่รู้โรย จะทำให้คู่รักมีความรักและผูกพันไม่เสื่อมคลายดั่งเช่น ดอกบานไม่รู้โรย

ดอกดาวเรือง

ขอบคุณรูปจาก: Peggy Choucair

ด้วยสีสันของ ดอกดาวเรือง สีเหลืองอร่ามสวยงามดั่งทองคำ ทำให้ ดอกดาวเรือง กลายเป็นดอกไม้มงคลที่จะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตเจริญก้าวหน้า ซึ่งยังถูกนำมาใช้ในการร้อยพวงมาลัยเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ดอกมะลิ

ขอบคุณรูปจาก: Capri23auto

ดอกมะลิ ดอกไม้มงคลประจำวันแม่สีขาวผ่องอันสูงค่า ที่เป็นตัวแทนของความสะอาดและบริสุทธิ์ ทำให้คนไทยหลายคนนิยมใช้ ดอกมะลิ ในการบูชาพระพุทธรูปและกราบไหว้แสดงความรักที่มีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะคุณแม่ และดอกกลิ่นหอมนี้เองที่ทำให้ ดอกมะลิ ถูกใช้ผลิตเครื่องหอมต่าง ๆ และลอยในน้ำ

ดอกพุด

ขอบคุณรูปจาก: Alejandra Acosta Brncich

อีกหนึ่งดอกไม้มงคลอย่าง ดอกพุด เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และเจริญมั่นคง หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทำให้บ้านที่ปลูก ดอกพุด นั้น อยู่เย็นเป็นสุขไม่เดือดร้อน ประสบความสำเร็จและเสริมสร้างบารมีให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ดอกเข็ม

ขอบคุณรูปจาก: Setthawit Yantaporn

ดอกเข็ม ก็เป็นอีกหนึ่งดอกไม้มงคลที่ถูกใช้ในการไหว้ครู เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความฉลาดหลักแหลม ทำให้คนไทยเชื่อว่าการปลูก ดอกเข็ม จะช่วยให้คนในบ้านมีความฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบเอาตัวรอดได้

ดอกโป๊ยเซียน

ขอบคุณรูปจาก: lesliexyang

ต้นโป๊ยเซียน เป็นดอกไม้มงคลแห่งโชคลาภที่คนไทยนิยมปลูกกันในบ้าน เพราะจะทำให้เกิดความสงบสุขและมีเงินทองเข้ามา นอกจากนี้ยังเป็นดอกไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่า ถ้าหากว่า ต้นโป๊ยเซียน ออกดอกมา 8 ดอกตามเทพเจ้าจีน 8 องค์ จะได้เลื่อนยศ และมีโชคลาภเงินทอง

ดอกชวนชม

ขอบคุณรูปจาก: Suanpa

ดอกชวนชม ดอกไม้มงคลที่เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะทำให้คนในบ้านมีเสน่ห์ และเป็นที่รักของคนรอบข้างเหมือนชื่อของดอกไม้มงคลต้นนี้ และในประเทศจีนดอกชวนชมก็ยังเป็นดอกไม้แห่งโชคลาภอีกด้วย โดยคนส่วนมากนิยมปลูก ดอกชวนชม กันในห้องรับแขก 

ดอกพุทธรักษา

ดอกไม้มงคล พุทธรักษา
ขอบคุณรูปจาก: Bishnu Sarangi

ดอกพุทธรักษา เป็นดอกไม้ประจำวันพ่อสีเหลืองสวยงาม ที่คนไทยถือว่าเป็นดอกไม้มงคลจะช่วยป้องกันวิญญาณร้าย ไสยศาสตร์มนต์ดำ หรือคนที่คิดร้ายไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน เพราะเชื่อกันว่าเจ้า ดอกพุทธรักษา นี้แหละที่มีพระเจ้าคุ้มครองอยู่

ดอกไลแลค

ดอกไม้มงคล ไลแลค
ขอบคุณรูปจาก: Sofia Iivarinen

ดอกไลแลค เป็นดอกไม้มงคลที่ในประเทศจีนเป็นตัวแทนของความอ่อนน้อมถ่อมตน ที่เชื่อว่า การปลูก ดอกไลแลค ไว้ภายในบ้านจะนำพาความสุขมาให้กับคนในบ้าน ซึ่งดอกไลแลคมีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีม่วงและสีขาว

ดอกสุพรรณิการ์

ดอกไม้มงคล สุพรรณิการ์
ขอบคุณรูปจาก: Suanpa

ดอกไม้เก่าแก่สมัยพุทธกาลที่นิยมปลูกไว้อย่าง ดอกสุพรรณิการ์ มีความหมายว่า ความศักดิ์สิทธิ์และสูงค่า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็นดอกไม้มงคลที่สูงค่า ใครปลูกแล้วจะเสริมความเป็นมงคลและช่วยคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่ดีมีสุข

ดอกโมก

ดอกไม้มงคล โมก
ขอบคุณรูปจาก: Stella Esther

ด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของ ดอกโมก ทำให้ ดอกโมก กลายเป็นดอกไม้มงคลที่หากใครปลูกแล้วจะทำให้เกิดความสบายใจและปลอดภัย เพราะคำว่า โมก(ข์) แปลว่า ความหลุดพ้นและนิพพาน ส่วนตัวเปลือกของต้นโมกนั้น ว่าวันว่าจะช่วยรักษาพิษจากสัตว์ต่าง ๆ ได้

ดอกโบตั๋น

ดอกไม้มงคล โบตั๋น
ขอบคุณรูปจาก: nile

ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส ทำให้ช่วยเยียวยาจิตใจให้กับคนปลูกได้ดี ให้พลังความรัก จริงใจ บริสุทธิ์ และอ่อนโยนภายในบ้านได้ดี ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ดอกโบตั๋น ก็ยังเป็นดอกไม้แห่งความรักและการแต่งงานอีกด้วย

ดอกกุหลาบ

ดอกไม้มงคล กุหลาบ
ขอบคุณรูปจาก: Myriams-Fotos

อย่างที่หลายคนรู้ว่า ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้มงคลแห่งความรักที่มีสีสันหลากหลาย การปลูก ดอกกุหลาบ จะทำให้คนในบ้านกลายเป็นผู้ที่สง่างาม มีเสน่ห์ มีแต่คนรัก และมอบความอบอุ่นมาให้ผู้อยู่อาศัย ทำให้นิยมมอบในโอกาสต่าง ๆ เพราะมีรูปร่างสวยงาม กลิ่นหอมและ มีความหมายดี ซึ่งดอกกุหลาบแต่ละสีก็มีความหมายยิบย่อยที่แตกต่างกันไป

ดอกบัว

อฃดอกไม้มงคล บัว
ขอบคุณรูปจาก: Mabel Amber

ถ้าหากจะพูดถึงดอกไม้ที่แสดงถึงความดีและบริสุทธิ์ก็คงจะหนีไม่พ้น ดอกบัว ดอกไม้มงคลที่มักถูกใช้ในพิธีการทางพุทธศาสนา เพราะเป็นดอกไม้แห่งความสงบและประเสริฐ การปลูก ดอกบัว จึงส่งผลให้บ้านสงบสุข อบอุ่น และเสริมสิริมงคลให้กับบ้าน

กระดังงา

ดอกไม้มงคล กระดังงา
ขอบคุณรูปจาก: Maya A. P

การปลูก ดอกกระดังงา ซึ่งเป็นดอกไม้มงคลจะทำให้คนที่อยู่ภายในบ้านมีชื่อเสียงก้องกังวาน มียศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง และได้รับการนับหน้าถือตา และยังช่วยในการเสริมเสน่ห์ให้คนในบ้านเป็นที่รักของคนรอบข้าง มีชีวิตที่หอมหวานดั่งกลิ่นของ ดอกกระดังงา อีกด้วย

จำปี

ดอกไม้มงคล จำปี
ขอบคุณรูปจาก: horjctu

ตามความเชื่อของคนโบราณ การปลูก ดอกจำปี ซึ่งเป็นดอกไม้มงคลภายในบ้านจะทำให้ชีวิตของสมาชิกมีการงานที่เจริญก้าวหน้า และได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายและบริวาร ซึ่งใครที่ได้กลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้จะต้องหลงเสน่ห์ของมันอย่างแน่นอน

ดอกเบญจมาศ

ดอกไม้มงคล เบญจมาศ
ขอบคุณรูปจาก: Peggy Choucair

ดอกเบญจมาศ ดอกไม้มงคลที่เป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์และจักรพรรดิ ทำให้คนไทยเชื้อสายจีนนิยมปลูกไว้เพื่อช่วยให้มีอายุมั่นขวัญยืนและมีความสุข ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วการปลูก ดอกเบญจมาศ ยังช่วยนำพาความโชคดีและความสำเร็จมาสู่สมาชิกในบ้าน

สรุป ดอกไม้มงคล ช่วยให้ชีวิตดี

นอกจาก ดอกไม้มงคล 20 ชนิดที่ได้เล่าให้ฟังแล้ว ยังต้นไม้มงคลอีกมากมายที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณรุ่งเรือง รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า และสำหรับใครที่ได้อยากได้บ้านสวย ๆ มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ของคุณกว้าง ๆ Kaidee Property มีให้คุณเลือกหลากหลายสไตล์เลย 

เลขทะเบียนรถมงคล ขับขี่ปลอดภัยไปไหนก็คล่อง

เลขทะเบียนรถมงคล ขับขี่ปลอดภัยไปไหนก็คล่อง

เมื่อตัดสินใจจะซื้อรถสักคันแล้ว นอกจากการศึกษาเรื่องรถว่าจะดูแลอย่างไรให้ดี การเลือกป้ายทะเบียนรถก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้หลายคนจะมองว่าเลขอะไรก็เหมือนกัน แต่แน่นอนว่า

สำหรับสายมูที่มีความเชื่อเรื่องนี้ เรื่องเลขทะเบียนรถเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหมายถึงว่า ยามที่คุณได้ขับขี่รถคันนี้ จะมีปัญหาหรือจะช่วยส่งเสริมกันนั้น ขึ้นอยู่กับป้ายทะเบียนแล้ว

นิยามของคำว่า เลขมงคล

เลขมงคลหมายถึงเลขที่ดีจะคอยช่วยส่งเสริมให้ชีวิตเราและดวงชะตาเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากใครที่ดีอยู่แล้ว จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป การเจรจาสื่อสารทางธุรกิจจะประสบความสำเร็จง่ายขึ้น จะริเริ่มทำสิ่งใด จะทำได้ดี ไม่ค่อยพบอุปสรรค นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า การเสริมดวง 

แน่นอนว่าการเสริมดวงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเลขเพียงอย่างเดียว แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทำง่ายและสร้างการเสริมดวงง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนหรือเลือกเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ เบอร์ป้ายทะเบียนรถ เพราะเป็นสิ่งที่หาเปลี่ยนและจองเบอร์ได้ง่าย แถมบางครั้งการเปลี่ยนสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้ ยังใช้เงินไม่มากด้วย

เลขทะเบียนรถมงคลสำคัญยังไง ทำไมต้องเลือก


เกริ่นก่อนว่านี่เป็น เรื่องความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น เลขทะเบียนรถมีความสำคัญอย่างมากในทางโหราศาสตร์ เพราะเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกอารมณ์ นิสัย และเรื่องราวของผู้ขับได้เป็นอย่างดี

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ป้ายทะเบียนรถของคุณมีเลขคู่ศัตรูอยู่ด้วยกัน อาจหมายถึง การทำลายล้างของตัวเลข ทำให้รถของคุณเกิดอุบัติเหตุ หรือ เจอปัญหาจุกจิกแสนกวนใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง

ยกตัวอย่างเช่น การเลือกเลข 1-3 ภายในป้ายทะเบียนเดียวกัน อันเป็นเลขศัตรู

คุณอาจพบปัญหารถเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง หรือมักเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ ขณะเดียวกันหากบนป้ายทะเบียนรถของคุณมีเลข 8 นั่นอาจบ่งบอกตัวตนว่าคุณเป็นคนขับเร็วและแรง มีอารมณ์ฉุนเฉียวเวลาขับรถ และเป็นคนใจร้อนอย่างมาก

นั้นคือเหตุผลว่าทำไมเราควรเลือกป้ายทะเบียนรถ เพื่อป้องกันและลดปัญหาของตัวเลขคู่ศัตรู แต่จะมีเลขอะไรบ้างที่ดี และวิธีเลือกแบบเลขมงคลแบบไหนจึงจะดีที่สุดนั้น ตามต่อได้จากรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ

วิธีเลือกเลขมงคลที่ดี

วิธีการดูเลขมงคล มีวิธีการดูได้หลายแบบเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับตำรานั้น ๆ ว่าจะนำมาประกอบใช้อย่างไร แต่ที่มักจะใช้กันบ่อยคือดูเลขจากทักษา ควบคู่กันไปกับวันเกิดของผู้ขับ เช่น เกิดวันจันทร์ ไม่ควรใช้เลข 1 หรือ การนำผลรวมของเลขทั้งหมดในป้ายทะเบียนมารวมกัน แล้วดูว่า ความหมายของเลขหมายถึงอะไร

ดังนั้นจึงสามารถแบ่งวิธีการเลือกเลขได้เป็นสองแบบ 

1.การเลือกเลขมงคลโดยทั่วไปตามอาชีพ 

2.เลือกเลขมงคลตามวันเกิด

วิธีเลือกเลขมงคลตามหลักเลขศาสตร์

ในการเลือกลักษณะนี้จะเริ่มด้วย การนำผลรวมของเลขป้ายทะเบียนทั้งหมดมาดูว่าได้เท่าไหร่บ้าง เช่น สมมติว่าป้ายทะเบียนคุณเป็น 7 กย 622 ก็นำผลรวมของ 7+6+2+2 = 17 และ รวมตัวหลังป้ายอีกรอบ 6+2+2= 10 

เหตุผลที่ต้องรวมทั้งสองแบบ เนื่องจากว่า บางตำราบอกให้รวมแค่เลขหลัง และบางตำราบอกให้รวมทั้งหมด ดังนั้นเพื่อการไม่พลาด ก็ควรรวมและได้เลขที่ดีทั้งคู่จะปลอดภัยสุดค่ะ 

แน่นอนว่า เมื่อดูเสร็จแล้ว เราสามารถเข้าไปเช็คตำราเลขศาสตร์ได้ว่า เลขที่คุณได้มานั้นดีหรือไม่ โดยเลขศาสตร์จะมีตั้งแต่เลข 1-100 โดยเช็คได้ที่ http://www.berdee.com/dooduangberdee1.html

แต่มีอีกวิธีที่สามารถดูได้เบื้องต้น คือการนำผลรวมทั้งหมดบวกจนเหลือเพียงเลขหลักเดียว ระหว่าง 0-9

แล้วนำมาเทียบมาดูความหมายของเลขนั้น ๆ ว่าหมายถึงดาวอะไร แล้วเลขที่นี้ดีต่อการงานอย่างไรบ้าง

  • เลข 0 

ดาวยูเรนัส หรือ ดาวมฤตยู หมายถึง เทพเจ้าแห่งความตาย พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีต่าง ๆ ข้อดีคือเป็นคนที่มีสติปัญญาดีมาก เชื่อมั่นในตนเอง เป็นนักค้นคว้า เช่น นักวิทยาศาสตร์ เป็นคนที่รักเทคโนโลยีก้าวหน้าและความทันสมัยอย่างมาก

ข้อเสียที่ควรระมัดระวังคือ เจ้าอารมณ์และหงุดหงิดขี้รำคาญมากจนเกินไป จึงมักจะมีความขัดแย้งกับผู้อื่นได้ง่ายมาก ๆ ต้องระวังเรื่องคำพูดและการแสดงอารมณ์ต่อคู่สนทนาค่ะ

  • เลข 1

ถ้าผลรวมของเลขทั้งหมดของคุณเป็นเลขนี้ เลข 1 หมายถึง ดวงอาทิตย์ โดยเลขนี้จะเป็นราชาของดาวทั้งหมด เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นสูง มีเกียรติยศ ทะเยอะทะยานและรักความก้าวหน้าในการงาน ดังนั้นเลขนี้จึงเหมาะกับคนที่ทำงาน ที่มียศมีตำแหน่ง เช่น ข้าราชการ เพราะมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ มักได้ดีจากความพยายามของตนเองเป็นหลัก 

ควรระวังว่า การมั่นใจในตนเองมากเกินจะไปจะส่งผลเสียให้คุณ

  • เลข 2

เลขนี้มีความหมายถึงดวงจันทร์ เป็นราชินีแห่งดวงดาว เป็นพลังแห่งจินตนาการ เลขนี้เหมาะกับคนที่ทำงานด้านการบริการ หรือ ด้านการพูด เพราะเป็นดาวที่หมายถึงความนุ่มนวลและอ่อนหวาน เด่นเรื่องความสวยความงามอย่างมากและช่วยส่งเสริมเรื่องการเงินด้วย 

ข้อเสียคือ อาจเป็นคนหัวอ่อน คล้อยตามคนง่ายเกินไป

  • เลข 3

เลข 3 คือเลขแห่งดาวอังคารผู้เป็นนักสู้ที่แสนองอาจ ที่จะช่วยส่งพลังแห่งความกล้าหาญให้คุณ อาชีพที่เหมาะกับเลขนี้คือ คนทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและต่อสู้อย่างกล้าหาญกับปัญหาต่าง ๆ  เช่น ทหาร ตำรวจ ช่างฝีมือ หรือ เหล่านักการแพทย์ทั้งหลาย  

โดยข้อควรระวังคือ การแสดงออกที่ไม่ยั้งคิด จะนำผลเสียสู่ตนเอง

  • เลข 4

ดาวพุธ ดาวแห่งการค้าและเจรจา เป็นดาวที่ให้พลังด้านสติปัญญา เพราะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เข้ากับดาวทุกดวงได้ ชอบในการติดต่อประสานงานกับผู้อื่น อาชีพที่เหมาะกับเลขนี้คือ ผู้สื่อข่าว นักพูด พิธีกร หรือนักเขียน ที่จะช่วยส่งให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น 

ข้อเสียคือ การพูดมากเกินไปอาจสร้างศัตรูให้คุณได้

  • เลข 5

หมายถึง ดาวพฤหัสบดี เป็นเทพเจ้าผู้ทรงธรรม มีความยุติธรรมในตนเองสูง เหมาะกับอาชีพ คนที่ทำงานด้านการศึกษา ด้านศาล จะช่วยส่งให้คุณมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เสริมให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

แต่ข้อควรระวังสำหรับคนที่ทำงานด้านนี้และใช้เลขนี้คือ คุณเป็นคนฉลาดก็จริง แต่มักจะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่อาจได้ด้วยทริค จึงต้องระวังว่าอาจเสี่ยงโดนคนจับได้

  • เลข 6

หมายถึง ดาวศุกร์ ที่เป็นดาวแห่งศิลปะ สนุกสนาน และความบันเทิง เหมาะแก่คนทำงานที่ต้องใช้หัวด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น งานด้านการแสดง เพลง หรือ อาชีพเสริมสวย โดยจะช่วยเสริมด้านจินตนาการ ความคิดฝัน และเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ๆ เลยล่ะ

ควรระวัง เรื่องการใช้เงินเกินจำเป็น มีปัญหากับคนรักไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว หรือ คนรัก มักมีนิสัยใช้ของฟุ้งเฟ้อ อวดโฉมและรักความสำราญเกินไป

  • เลข 7

ดาวเสาร์ คือ ผู้มากด้วยความเพียร ให้พลังงานแห่งความทุกข์โศก ดาวนี้เป็นที่ต้องใช้ความเพียรและอดทนเป็นอย่างมาก เช่น อาชีพด้านเกษตร แต่ผู้ที่มีดาวนี้อยู่ในเลข มักจะเป็นคนที่มีประสบการณ์สูง อ่อนไหวต่ออะไรยาก รักอิสระเสรีและความสงบ มีความรับผิดชอบสูงมาก ๆ ด้วย

ข้อควรระวัง เพราะเป็นคนที่มีความอดทนสูง จึงมักไม่ค่อยเล่าปัญหาของตนให้ใครฟัง อดกลั้นเก็บปัญหาของตนไว้เงียบ ๆ จนอาจเป็นความกดดันและมีความเครียดสูงมาก ต้องคอยเช็คสุขภาพจิตด้วยนะคะ 

  • เลข 8

หมายถึง ดาวราหู ที่เป็นพลังแห่งความลุ่มหลง เป็นนักดื่ม นักกิน นักเที่ยว จึงเหมาะกับคนที่ทำงานกลางคืน หรือ อาชีพที่เสี่ยงอันตราย อาชีพสีเทา รวมถึง นักโหราศาสตร์ด้วย เพราะเป็นดาวที่ช่วยส่งเสริมด้านการมีเล่ห์เหลี่ยม รู้จักกลโกงเป็นอย่างดี ไม่ถูกหลอกลวงได้ง่าย ทั้งยังมีความหนักแน่น กล้าหาญและเข้มแข็ง

ข้อเสียคือ การลุ่มหลงจนเกินปัญหา เป็นคนโมโหร้าย บางครั้งหยาบคาย ไม่รู้จักการควบคุมตนเอง ปล่อยให้กำลังเป็นตัวแก้ปัญหา มากกว่าการใช้สติในการยั้งตนเอง

  • เลข 9 

เลขของดาวพระเกตุ คือเทพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่งความลึกลับ เลขนี้หมายถึง การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง มีญาณหยั่งรู้ มักแคล้วคลาดสิ่งร้าย ๆ ด้วยสัญชาตญาณที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักจริงจังกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่เป็นอย่างมาก เหมาะกับคนทุกอาชีพเลยค่ะ

ข้อควรระวัง คือ มักจะฟุ้งซ่าน คิดมาก ใจว้าวุ่นอยู่เรื่อยๆ มีพฤติกรรมที่คนรอบข้างอาจมองว่า แปลก ก็เป็นได้ ดังนั้นต้องระวังในการแสดงออกเสียหน่อย

วิธีเลือกเลขมงคลตามวันเกิด 

การเลือกเลขแบบนี้ จะเน้นเลขดีและเลขเสีย ตามทักษาของวันที่คุณเกิด โดยจะแบ่งเป็นเลขดีและเลขเสียตามรายละเอียดต่อไปนี้

  • วันอาทิตย์

เลขดี : เลขที่ดีมากๆ ต่อ คนวันอาทิตย์คือเลข 4 , 2 และ 1 เพราะเลข 4 เป็นศรีในดาวทักษาของคุณ 

เลขเสีย : ไม่ควรให้มีผลรวมเลขเป็น 6 โดยเด็ดขาด

  • วันจันทร์

เลขดี : เลข 4 กับ 2 เพราะเป็นเลขที่ดีเรื่องของ บริวารและเดช ซึ่งหมายถึง อำนาจและคนที่อยู่ใต้อำนาจจะเชื่อฟัง

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 1 โดยเด็ดขาด เพราะเลข 1 ตกอยู่ในทักษากาลกิณี ควรเลี่ยงหากเลี่ยงได้

  • วันอังคาร

เลขดี : เลขที่ดีคือ เลข 4, 5 และ 9 เพราะอยู่ในเรือน อายุ และ ศรี อายุคือเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนศรีจะเกี่ยวกับ เรื่องดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 2 ทั้งในเบอร์และผลรวมโดยเด็ดขาด

  • วันพุธ

เลขดี : เลขที่ดีคือ 5, 1 และ 6 เพราะเป็นเลขที่อยู่ในเรือน อุตสาหะ เดช และ ศรี อุตสาหะ หมายถึงการทำงานที่ใช้แรง ทว่ามีเลขที่ช่วยเสริมเดชหรืออำนาจ และศรีที่เป็นเรื่องดี ทำให้อุตสาหะกลายเป็นผลดีนั่นเอง

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 3 โดยเด็ดขาด

  • วันพฤหัสบดี

เลขดี : เลข 5 และ 9 ซึ่งหมายถึงบริวารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองให้คุณปลอดภัย โดยมีบริวารคอยล้อมรอบส่งเสริมให้ชีวิตดีมากยิ่งขึ้น

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 7 โดยเด็ดขาด

  • วันศุกร์

เลขดี : เลขที่ดีคือ 3, 6 และ 5 จะดีในเรื่อง บริวาร ศรี และมนตรี กล่าวคือ จะมีบริวารและผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือและอุปถัมภ์ รวมถึง ศรี คือเรื่องดี ๆ ที่จะส่งให้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 8 โดยเด็ดขาด

  • วันเสาร์

เลขดี : เลขดีคือ 3,6 และ 5 จะช่วยส่งในเรื่อง มนตรี ศรี และ อายุ กล่าวคือมีผู้ใหญ่ช่วยอุปถัมภ์ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และจะช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต

เลขเสีย : ห้ามมีเลข 4 ไม่ว่าจะเป็นเลขในป้ายทะเบียนหรือในผลรวมจะดีที่สุด

เลขต้องห้ามมีอะไรเลขใดบ้าง

การเลือกเลขนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่บางครั้งเราอยากจะได้เลขมาเร็วๆ โดยไม่ได้สนใจว่าจะได้เลขอะไร ซึ่งเป็นที่สามารถเข้าใจได้ดี ในความจำเป็นที่แตกต่างกันของแต่ละคน แต่ถึงอย่างนั้นการรู้เลขต้องห้าม หรือ เลขที่ไม่ควรอยู่ด้วยกันบนป้ายทะเบียนนั้นมีอะไรบ้าง เผื่อไว้เป็นความรู้ติดตัวดีกว่าค่ะ 

1.เลขคู่ศัตรู

เลขศัตรูหมายถึง เลขที่นำมาอยู่ด้วยกัน หรือคู่กันแล้วจะส่งผลทำลายล้างต่อตนเอง เป็นเลขที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่ากาลกิณีเสียอีก เพราะมันจะทำลายกันเอง และส่งผลให้ผู้ที่มีเลขนี้ในครอบครองรู้สึก ร้อนรุ่ม มีปัญหารุมเร้า หรือดึงดูดแต่เรื่องไม่ค่อยดีเข้าตัว

เลข 1 กับ 3 

1 คือ ดวงอาทิตย์ ไม่ถูกกับ ดาวอังคาร เป็นคู่อาฆาต จ้องจะทำลายกันมากที่สุดในบรรดาทุกเลขคู่ ใครที่มีเลขนี้ควรเลี่ยงด่วนมาก ๆ เลย

เลข 2 กับ 5

2 คือ ดวงจันทร์กับดาวพฤหัส เป็นศัตรูที่เกลียดแบบหมั่นไส้กันเบาๆ ให้พอรำคาญใจบ้าง อาจมีปัญหาเรื่องจุกจิกให้เจอบ่อย ๆ หรือเวลาขับรถอาจจะมีเรื่องหงุดหงิดใจบ้าง เป็นต้นค่ะ

เลข 4 กับ 8

4 คือดาวพุธ เป็นศัตรูกับดาว 8 ซึ่งหมายถึงการโลเล และ เจ้าอารมณ์ เวลาขับรถอาจก่อให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่ทันที ไม่รวดเร็วเพราะลังเล และมักจะโมโหหงุดหงิดง่าย

เลข 6 กับ 7

เลข 6 คือดาวศุกร์ และ 7 คือดาวเสาร์ เป็นดาวที่สร้างควาเอื่อยเฉื่อย มีความกังวล และทุกข์ใจ ใครที่มีเลขนี้ในป้ายทะเบียนอาจรู้สึกเบื่อ ๆ และมักมีเรื่องกังวลใจให้คิดถึงบ่อย ๆ ทุกข์ใจ จนรู้สึกเหนื่อยใจอยู่บ่อยๆ ก็เป็นได้

2.ดูตามวันธงชัย และ วันโลกาวินาศ

แน่นอนว่าเลขไม่ดี ทั้งกับทักษาดาวในดวงเกิด และเลขที่ไม่ดีนั้น ปกติแล้วเลขเรานี้จะส่งผลให้เราหงุดหงิดใจ เกิดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ซะมากกว่า แต่สิ่งที่จะทำให้มันยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าเลขของดาวนั้น ๆ ไปตกในภพไม่ดี และเป็นวันวิปโยคไปอีก จะเกิดเรื่องแย่ ๆ แบบสุด ๆ ไปเลยค่ะ 

สามารถเช็ควันธงชัยและวันวิปโยคได้ตามปฏิทินเลยค่ะ วันธงชัยหมายถึง วันที่ดีเป็นฤกษ์แห่งชัยชนะ รบกับใครก็ชนะ ส่วนวันวิโลกาวินาศคือ วันที่แย่ที่สุด ไม่เหมาะแก่การออกรถ หรือเดินทาง ยิ่งถ้าเลขทะเบียนเป็นคู่เสีย และตรงกับเลขเสียในปี ๆ นั้น จะทำให้เรื่องแย่เกิดแบบทวีเลยล่ะค่ะ

3.เลขหาม

เลขหามคือ เลขที่ซ้ำกันสองตัว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ห้ามเลขหามเพราะว่า มันแปลเหมือนว่ากำลังหามโลงหรือหามร่างนั่นเอง และเลขหามที่ควรเลี่ยงมากที่สุดคือเลข 1 ทั้งหน้าและหลัง เพราะเลข 1 เหมือนคน ถ้าเป็น 1 ทั้งหน้าและหลัง ก็เหมือนคนแบกหามเลยค่ะ  

สามารถหาป้ายทะเบียนมงคลได้ยังไง

การเลือกป้ายทะเบียนมงคลมีทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่

  1. จองกับศูนย์บริการที่ซื้อรถ

การเข้าไปจองกับศูนย์บริการรถยนต์ให้ช่วยเลือกเลขทะเบียนให้ การเลือกเลขทะเบียนแบบนี้ มักจะไม่มีค่าใช้จ่าย หากเลขที่คุณเลือกไม่ใช่เลขสวย หรือ เลขตองสามตองสี่ อย่างที่ต้องนำมาประมูลกัน 

  1. การจองผ่านหน้าเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก 

ซึ่งแน่นอนว่าจะจองขั้นตอนนี้ได้ คุณต้องมีการออกรถเป็นของตัวเองแล้ว จึงจะสามารถทำเรื่องขอเลือกป้ายทะเบียนมงคลได้ แต่นั่นไม่รวมถึงป้ายแดงที่คุณจะได้ในตอนต้น เพราะป้ายแดงจะเป็นป้ายของทางศูนย์บริการรถยนต์

  1. ลงเงินเพื่อซื้อป้ายทะเบียนจากการประมูล

ลงประมูลซื้อ-ขาย เลขป้ายทะเบียนรถยนต์ผ่านหน้าเว็บไซต์ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยจะมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักสิบล้านให้ได้เลือกกันเลยทีเดียว มีเลขหลากหลายแถมเป็นเลขที่มักจะเป็นคู่ดีที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วด้วยค่ะ

สรุปท้ายบทความ

การเลือกป้ายทะเบียนเป็นสิ่งที่คนมักให้ความสนใจ รองจากสมรรถภาพของรถยนต์ว่าดีและตอบโจทย์การขับขี่ของคุณหรือไม่ แม้จะเป็นสิ่งที่ฟังดูแล้วน่าปวดหัวในการเลือกเลข ทว่าป้ายทะเบียนเลขเหล่านี้จะอยู่กับคุณไปอย่างต่ำ 3-8 ปีเลยทีเดียว อีกอย่าง อะไรที่ป้องกันก็ควรป้องกันไว้ก่อนใช่ไหมละคะ เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหายอยู่แล้วค่ะ 

ดังนั้นใครที่กำลังลังเลคิดว่า ถ้าซื้อรถแแล้วจะออกป้ายทะเบียนยังไง หรือ เลขอะไรดี หวังว่าบทความนี้จะมีคำตอบและมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกทะเบียนรถที่ดีและเหมาะสมกับคุณได้นะคะ ถ้าหากสนใจซื้อรถยนต์สักคัน สามารถคลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 

รู้ไหม IELTS TOEIC TOEFL ต่างกันอย่างไร ?

รู้ไหม IELTS TOEIC TOEFL ต่างกันอย่างไร ?

ในปัจจุบัน การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นความสามารถพิเศษที่ใคร ๆ ก็อยากมี ด้วยสังคม ณ ตอนนี้ มีการเชื่อมการสื่อสารระหว่างประเทศเข้าหากันทั่วโลก ทำให้โลกของเราได้มีการสอบวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษขึ้นมากมาย แต่ข้อสอบที่ได้รับการยอมรับและรู้จักกันดีก็คงจะหนีไม่พ้น IELTS TOEIC และ TOEFL ซึ่งรู้ไหมว่าการสอบทั้ง 3 แบบนี้ มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง

IELTS

IELTS หรือที่เรียกว่า International English Language Testing System เป็นการสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับความร่วมมือจากสถาบันสอนภาษาอังกฤษอันโด่งดังของประเทศอังกฤษคือ IELTS Australia, British Council และ Cambridge English Language Assessment ผลสอบของ IELTS มักจะถูกใช้ในการยื่นเข้าศึกษาต่อต่างประเทศ ของระบบอังกฤษ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ รวมถึงใช้ในการยื่นเพื่อศึกษาต่อหรือย้ายถิ่นฐานในบางประเทศอีกด้วย

ข้อสอบ IELTS มีการทดสอบภาษาอังกฤษทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งผลสอบก็จะแยกออกเป็นทักษะทั้ง 4 ด้านนี้เช่นกัน โดยแบ่งคะแนนออกเป็น 9 ระดับ ส่วนค่าสอบของข้อสอบ IELTS นั้นอยู่ที่ 6,900 บาท (กันยายน 2563)

TOEIC

TOEIC หรือ Test of English for International Communication เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่มักจะถูกใช้ในการสมัครงาน เพราะจุดประสงค์หลักข้อสอบนั้นมีไว้เพื่อวัดภาษาอังกฤษเชิงการสื่อสาร ซึ่งการสอบ TOEIC นั้น ถูกจัดทำโดย Educational Testing Service 

สำหรับค่าสอบของ TOEIC ในประเทศไทยอยู่ที่ 1,800 บาท (กันยายน 2563) ตัวข้อสอบจะเป็นแบบ Multi Choice หรือข้อสอบแบบปรนัยทั้งหมด 200 ข้อ 990 คะแนน มีทั้งหมด 2 ส่วน ดังนี้ 

  1. การฟัง 495 คะแนน (45 นาที) แบ่งออกเป็น 4 ส่วนย่อย ได้แก่ Photographs, Question-Response, Conversations และ Short Talks
  2. การอ่าน 495 คะแนน (75 นาที) แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย ได้แก่ Incomplete Sentences, Text Completion และ Reading Comprehension 

TOEFL

TOEFL (The Test of English as a Foreign Language) ของสหรัฐอเมริกา เป็นการทดสอบระดับภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่มีจุดประสงค์ในการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา โดยตัวผลคะแนนจะมีอายุถึง 2 ปีเลยทีเดียว และข้อสอบ TOEFL ก็เป็นข้อสอบที่ได้รับการยอมรักจากทั่วโลกเช่นเดียวกัน

ข้อสอบ TOEFL มีเวลา 4 ชั่วโมงในการทำข้อสอบ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ส่วนละ 30 คะแนน รวมทั้งหมด 120 คะแนน โดยคะแนนเหล่านี้นั้นจะมีผลอย่างมากต่อการเข้ามหาลัยชั้นนำในต่างประเทศ และข้อสอบ TOEFL มีค่าสอบทั้งหมด 1,800 บาท (กันยายน 2563)

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อต่างประเทศ หรือ ทำงานทั้งในและต่างประเทศ ก็ควรที่จะเข้าทำการทดสอบวัดระดับให้ถูกต้องกับจุดประสงค์ของเราให้ดี และก่อนที่จะถึงวันสอบอย่างลืมอ่านหนังสือเตรียมตัวทำข้อสอบเยอะ ๆ Kaidee มีหนังสือเตรียมตัวสอบให้ได้เลือกสรรมากมาย ลองเข้าไปหาดู

แจกพิกัด เด็กจบใหม่ ของาน ที่ไหนให้สมหวัง

แจกพิกัด เด็กจบใหม่ ของาน ที่ไหนให้สมหวัง

จากการแพร่กระจายของโรค COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจนเกิดผลเสียด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ท่องเที่ยว และธุรกิจ ซึ่งปัญหาด้านธุรกิจนี้เองที่ทำให้หลาย ๆ คน เกิดปัญหาการตกงาน ทั้งเด็กจบใหม่ หรือ ถูก Lay Off ก็ยากเหลือเกินที่จะหางานตอนนี้ แต่ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล ! วันนี้เราจะมา แจกพิกัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาว่ากันว่า ของาน เมื่อไรได้แน่นอน จะมีที่ไหนบ้างไปดูกัน

พิกัด ของาน แล้วต้องได้ !

ท้าวมหาพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์

ขอบคุณรูปจาก: Supanut Arunoprayote

ในศาสนาฮินดู พระพรหมถือได้ว่าหนึ่งในองค์ตรีมูรติ ซึ่งเป็นเทพสูงสุดขอศาสนาฮินดู ซึ่งพระพรหมเป็นเทพแห่งการสร้างและใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดเพราะเป็นเทพที่กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ตามความเชื่อฮินดู ด้วยความที่พระพรหมมี 4 พักตร์ ทำให้มีความเชื่อว่าแต่ละพักตร์มีความเกี่ยวข้องกับทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความรัก สุภาพ การเงิน และการงาน นั่นเอง

โดยประเทศไทยก็มีสถานที่อันโด่งดังในการของานจากพระพรหมอย่าง ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ที่ตั้งอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ใกล้ ๆ กับเซ็นทรัลเวิลด์ หน้าโรงแรมเอราวัณ จนมีชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามามากมาย

สำหรับวิธีการไหว้นั้นควรไหว้วันอังคารและพฤหัสบดีช่วงเวลาค่ำ ไม่ควรไหว้ในวันพระ โดยเตรียม ธูป 16 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด ไหว้จากพักตร์ตรงกลางวนตามเข็มนาฬิกา

หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร

ถ้าหากจะพูดถึงหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลวงพ่อโสธร ก็คงเป็นอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ศักดิ์สิทธิ์จนมีคำพูดที่ว่า ขอสิ่งไหนได้สิ่งนั้น สมหวังดั่งใจคิด ไม่ว่าจะเป็น การงาน การเงิน โชคลาภ สุขภาพ ครอบครัว แต่ห้ามขอลูก และ ขอให้ไม่ได้เป็นทหาร เชียวล่ะ

ในการไหว้หลวงพ่อโสธรนั้น ใช้ธูป พวงมาลัย หรือไข่ต้ม ขอเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน แล้วคุณจะสมหวัง !

สมเด็จพระปิยมหาราช พระบรมรูปทรงม้า

ลานพระรูปทรงม้าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ขอพรยอดฮิตหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่ชาวไทยนิยมกราบไหวกันอย่างล้นหลามไม่ว่าจะเรื่อง การเงิน การงาน ความรัก หรือสุขภาพ ก็ตาม

ไหว้โดยการ เตรียม ธูป 16 ดอก (ครั้งต่อไป 9 ดอก) ดอกกุหลาบสีชมพู น้ำมะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า ทองหยิบ ทองหยอด บรั่นดี ซิการ์ และข้าวคลุกกะปิ สำหรับการไหว้ แนะนำว่าควรเป็นวันอังคารเวลา 4 ทุ่มและวันพฤหัสบดีที่ถือว่าเป็นวันครู

ศาลหลักเมือง ใกล้พระบรมมหาราชวัง

ในอดีต เมื่อมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมา จะต้องมีการสร้างศาลหลักเมืองซึ่งเป็นเสาคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย และจากชื่อของศาลหลักเมืองนี้เองที่ทำให้คนไทยเชื่อว่าการขอพรจากที่แห่งนี้เป็นการเพิ่มหลักความมั่นคงให้กับชีวิตในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการงานที่มีคนสมหวังมากมาย

ในการไหว้ผู้ไหว้ต้องเตรียมธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ทองคำเปลว /ทองคำแผ่น ดอกบัว 2 ดอก พวงมาลัย 2 พวง และผ้าแพร 3 สี ในการไหว้ โดยเริ่มจากไหว้พระที่หอพระพุทธรูปแล้วปิดทองผูกผ้าแพรที่องค์พระหลักของเมืองจำลอง นำพวงมาลัยไปถวายหลักเมืององค์จริง ถวายพวงมาลัยแก่องค์เทพารักษ์ทั้ง 5 พร้อมเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด และอธิษฐานขอพรท่องคาถาบูชาองค์พระหลักเมือง ตามลำดับ

หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ

หลวงพ่อทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันโด่งดังประจำจังหวัดเชียงใหม่มามากกว่า 1,400 ปีในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการสร้างพระเจ้าทันใจนั้นมีการสร้างที่แตกต่างจากพระพุทธเจ้ารูปอื่น ๆ คือมีการบรรจุวัตถุมงคลและหัวใจที่คล้ายกับมนุษย์ไว้ในพระเจ้าทันใจนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าการขอพรเรื่องการเงิน การงาน และโชคลาภจากท่านนั้นทันใจสมชื่อเลยทีเดียว

ซึ่งในการไหว้ต้องนำพวงมาลัยดอกมะลิที่มากกว่า 50 พวงนำมาถวาย พร้อมกับบอกชื่อ นามสกุล สิ่งที่จะขออย่าละเอียดเพียงเรื่องเดียว แล้วก็อย่าลืมบอกจำนวนพวงมาลัยที่นำมาถวายด้วยนะ

ศาลพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง

พระพิฆเนศถือได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จและสติปัญญา และศาลพระพิฆเนศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครคือศาลพระพิฆเนศที่สี่แยกห้วยขวาง ใครที่อยากประสบความสำเร็จเรื่องการงานหรือการเรียนก็สามารถมาขอกันได้

ส่วนวิธีการไหว้ศาลพระพิฆเนศนั้นต้องเตรียมพวงมาลัยดาวเรือง เทียนสีประจำวันเกิด ผลไม้ นม และขนม ตั้งจิตอธิษฐานเพียงเรื่องเดียว นำพวงมาลัยวางไว้ที่เท้าของพระพิฆเนศ ขอพระอีกครั้ง ลูบที่เท้าทั้งหมด 3 ครั้ง กระซิบหูหนู ลูบที่หนู 3 ครั้ง ปิดหูข้างนั้น และกระซิบที่หูอีกครั้ง แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น

พระตรีมูรติ

พระตรีมูรติเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพราะเป็นการรวมตัวของ 3 เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และถึงแม้ว่าพระตรีมูรติจะเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก แต่ก็มีคนมากมายนิยมมากกราบไหว้ขอพรทั้งเรื่องความรัก และหน้าที่การงานกันที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เลย

ซึ่งในการไหว้นั้นควรไหว้วันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น ผู้ไหว้ต้องเตรียมธูปแดง 9 ดอก เทียนแดง 1คู่ (ถ้าคนที่มีคู่ให้เทียบวางติดคู่กัน) ดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ผลไม้สีแดง น้ำอ้อย และนมสด (ห้ามถวายอาหารคาวเด็ดขาด) มาพนมมือพร้อมดอกกุหลาบและธูปในมือ เพื่อขอพรเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน และถวายของอื่น ๆ ตามมา 

ใครที่อ่านกันแล้วอยาก ของาน และขี้เกียจไป ก็ลองเข้ามาหาซื้อของดี ๆ ศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นที่พึ่งทางกายติดตัวที่ Kaidee ดู ที่นี่มีให้เลือกแน่นอน แล้วคุณจะโชคดี