แนะนำ ‘หนังสือ’ น่าอ่าน ที่ถูกสร้างเป็น ‘ภาพยนตร์’

แนะนำ ‘หนังสือ’ น่าอ่าน ที่ถูกสร้างเป็น ‘ภาพยนตร์’

หนังสือ และ ภาพยนตร์ เป็นศิลปะ 2 แขนงที่สามารถผสมผสานได้อย่างลงตัว ด้วยความเหมือนของการคิดสร้างสรรค์งานทั้งสองประเภทที่ต้องใช้ความคิดในการเล่าเรื่องราวให้สละสลวยน่าอ่านน่าชม 

จากหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมมานาน เพราะด้วยเอกลักษณ์ของหนังสือเกิดจากการใช้คำที่สวยงามจินตนาการง่าย มีเรื่องราวที่น่าติดตาม และสะท้อนอารมณ์ของตัวละครได้ดี สู่ภาพยนตร์ ที่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพ แสง และเสียงขององค์ประกอบต่าง ๆ ในภาพยนตร์ ที่สะท้อนอารมณ์ เนื้อเรื่อง หรือข้อความที่ต้องการสื่อ 

ทำให้การสร้างภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องทั้งในและต่างประเทศก็เกิดขึ้นจากหนังสือนิยายที่ได้รับความนิยมมาก่อนแล้ว และวันนี้เราจะมาแนะนำหนังสือนิยายน่าอ่านที่ได้รับความนิยมจนกลายมาเป็นภาพยนตร์อันโด่งดัง

5 หนังสือ สู่ ภาพยนตร์

Harry Potter

หนังสือ ภาพยนตร์ harry
ขอบคุณรูปจาก Flipsnack Blog

ถ้าหากจะพูดถึงนิยายอันโด่งดังในใจของหลายคน ก็คงจะหนีไม่พ้น Harry Poter หนังสือนิยายแฟนตาซีสัญชาติอังกฤษที่เขียนโดย เจ. เค. โรว์ลิง บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของพ่อมดหนุ่ม ซึ่งออกหนังสือนิยายมาถึง 7 เล่ม มีการแปลภาษาไปถึง 80 ภาษาทั่วโลก รวมทั้งหมดกว่า 500 ล้านเล่ม 

ส่วนภาพยนตร์ชุด Harry Poter นั้นทีมเขียนบทได้ทำการแบ่งนิยายทั้ง 7 เล่มให้กลายเป็นภาพยนตร์ทั้งหมด 8 ภาค ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงเรื่องราวและแก่นเรื่องของหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดี และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีรายได้ถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงมากพอ ๆ กับหนังสือนิยายเลยทีเดียว

The Hunger Games

หนังสือ ภาพยนตร์ hunger game
ขอบคุณรูปจาก cultureoflifestudies.com

อีกหนึ่งภาพยนตร์ชุดแนวแอ็กชันที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้ง 4 ภาคอย่าง The Hunger Games ก็เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีการดัดแปลงมาจากนิยายชุด 3 เล่มอันโด่งดังที่มีชื่อเดียวกันจากสหรัฐอเมริกาที่ถูกเขียนขึ้นโดย ซูซาน คอลลินส์ 

โดยเรื่องราวในหนังสือและภาพยนตร์นั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่า ‘ชีวิต’ เพื่อกลายเป็นที่หนึ่ง สะท้อนถึงระบบทุนนิยมและความรุนแรงในโลกยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี รับรองว่า ทั้งสนุก ลุ้นระทึก และหวาดเสียวแน่นอน

Alice in Wonderland

หนังสือ ภาพยนตร์ alice
ขอบคุณรูปจาก booksonthewall.com

Alice in Wonderland เป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่มีเรื่องราวมาจากนวนิยายสุดคลาสสิกของลูอิส แคร์รอล เรื่อง Alice’s Adventures in Wonderland ในปี 1856 ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยในโครงกระต่ายของเด็กหญิงวัย 19 ปี ที่ร่างกายหดเล็กลง ซึ่งถึงแม้เรื่องราวในภาพยนตร์และหนังสือจะมีความน่ารักสดใส แต่มันแฝงไปด้วยประสบการณ์อันยากลำบากของ “การเติบโต” และ “การค้นพบตัวเอง” ที่ทุกคนต้องเผชิญ

Twilight

หนังสือ ภาพยนตร์ twilight
ขอบคุณรูปจาก Twilighters Dream

ภาพยนตร์ชุดแวมไพร์อย่าง Twilight เป็นภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิยายความรักสุดโรแมนติก ของสเตเฟนี เมเยอร์ ซึ่งได้รับรางวัลระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น The New York Times, USA Toda และ สมาคมห้องสมุดแห่งอเมริกา 

ซึ่งทั้งตัวภาพยนตร์และหนังสือนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่าง เบลล่า สวอน หญิงสาววัยรุ่นและแวมไพร์หนุ่มนาม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ที่ทำให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ โดยภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 ภาคให้ติดตามชมกัน

Peter Rabbit

ขอบคุณรูปจาก The Sleep Lady

Peter Rabbit เป็นหนังสือนิทานสำหรับเด็กสุดคลาสสิกจากประเทศอังกฤษที่ใครหลายคนน่าจะรู้จัก ตั้งแต่ปี 1902 ที่ถูกแต่งโดย เบียทริกซ์ พอตเตอร์ และด้วยความน่ารักของเจ้ากระต่ายน้อยปีเตอร์พร้อมครอบครัวที่เข้ามาขโมยผักผลไม้ในสวนนี้เอง ทำให้เกิดภาพยนตร์สุดน่ารักภาคต่อของตัวหนังสือนิทานที่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น ทั้งสนุกและซาบซึ้ง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

จบกันไปแล้วกับ 5 หนังสือน่าอ่านที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์ยอดฮิตหลาย ๆ เรื่อง และถ้าใครอยากอ่านหนังสือนิยาย นิทาน หรือวรรณกรรมต่าง ๆ Kaidee ก็มีหนังสือหนังสือมากมายหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกซื้อเช่นกัน

7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ย้อนยุคในตำนาน

7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ย้อนยุคในตำนาน

มอเตอร์ไซค์ ถือเป็นยานพาหนะที่คนไทยหลายคนใช้ในการเดินทางในชีวิตประจำวันมาอย่างช้านาน เพราะความสะดวกรวดเร็วไม่ต้องเจอรถติดนาน ๆ มอเตอร์ไซค์จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจในการขับขี่ และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังมีมอเตอร์ไซค์รูปทรงคลาสสิกหลาย ๆ รุ่นที่ยังได้รับความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ในตำนานที่นักบิดหลายคนหลงใหล !

เหตุผลที่คุณควรมี มอเตอร์ไซค์คลาสสิก

ประหยัด

การใช้รถยนต์คันใหญ่มักจะมีค่าใช้จ่ายแยกย่อยแบบที่นับไม่ถ้วน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าท่าด่วน หรือ ค่าที่จอดรถ แสงแพง แต่การใช้รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กจิ๋วนี้แหละ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มากกว่าครึ่งเลยทีเดียว

หาที่จอดง่าย

ถ้าคุณไปห้างแล้วหาที่จอดไม่ได้ซักที ลองซื้อมอเตอร์ไซค์สักคันมาดู เพราะที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าแทบจะทุกที่จะมีที่จอดรถเฉพาะมอเตอร์ไซค์แยกไว้เป็นสัดส่วน เรียกได้ว่าสะดวกกว่ารถยนต์คันใหญ่เสียอีก

ราคาเอื้อมถึง

การซื้อรถยนต์คงเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนที่ไม่ได้มีงบประมาณมาก เพราะมีราคาที่แพง ต้องยื่นกู้เยอะ กว่าจะผ่อนหมดก็ปาเข้าไปหลายปี แต่การกู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่มีราคาถูกกว่าทำให้หลาย ๆ คนสามารถซื้อได้โดยที่ไม่จำเป้นต้องผ่อน หรือผ่อนน้อยกว่าการกู้ซื้อรถยนต์อย่างแน่นอน

ลดเวลาการเดินทาง

ถ้าคุณเบื่อกับรถที่แสนเยอะในท้องถนน เบื่อกับรถที่แสนติดในเวลาเร่งรีบ และเบื่อกับการอ้อมรถที่แสนไกลแทนที่จะเข้าซอยเล็ก ๆ เพื่อมุ่งไปยังที่หมาย การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้นสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะขนาดที่เล็กกระทัดรัดที่ทำให้คุณสามารถซอกแซกบนนถนนได้อย่างง่ายดาย

7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ย้อนยุคในตำนาน

Vespa PX-Series

vespa px150
ขอบคุณรูปจาก: motorscooterguide.net

Vespa คงเป็นหนึ่งในชื่อแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเอ่ยถึง โดยในรุ่น Vespa PX-Series เป็นรุ่นที่ทาง Vespa ได้ออกมาใหม่เรื่อย ๆ แต่ก็ยังคงความคลาสสิกไว้ได้เป็นอย่างดี โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ มีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปี 2017 ซึ่งเป็นปีสุดท้าย เจ้า Vespa PX-Series ถือเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตในตำนานสุด ๆ เพราะมียอดขายถึง 3 ล้านคัน เลยล่ะ

ราคาประมาณ : 209,000-224,900 บาท

Triumph Bonneville

ขอบคุณรูปจาก: triumphmotorcycles.co.th

ถ้าหากจะพูดถึงแบรนด์มอเตอร์ไซค์คลาสสิกจากฝั่งยุโรปแล้ว ชื่อ Triumph ก็คงขึ้นมาในหัวของใครหลายคน และมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตของแรนด์นี้ที่มีมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกก็คงจะหนีไม่พ้น Triumph Bonneville ด้วยดีไซน์สปอร์ต เท่ ดุดัน จากสีดำเข้มรอบคัน รับรองว่าถูกใจสายบิดหลายคนแน่นอน

ราคาประมาณ : 420,000-595,000 บาท

Royal Enfield Continental GT 650

ขอบคุณรูปจาก: royalenfield.com

มอเตอร์ไซค์คลาสสิกจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมมานาน Royal Enfield Continental GT เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการจับตามองอย่างล้นหลาม ด้วยความโดดเด่นจากไฟหน้าแบบกลมและรูปทรงแสนคลาสสิกเรียบง่ายแต่มีสไตล์ โดยรุ่นล่าสุดที่ Royal Enfield Continental GT ได้ออกมานั้น คือรุ่น GT650 เป็นการพัฒนารุ่นเก่าให้ขับนุ่มกว่าเดิม รวมถึงดีไซน์ภายนอกที่มีการปรับปรุงให้ประณีตและเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

ราคาประมาณ : 227,700-232,800 บาท

Yamaha SR400

ขอบคุณรูปจาก: yamaha-motor.co.th

ในฝั่งทวีปเอเชีย Yamaha เป็นหนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่มีการผลิตเป็นอันดับแรก ๆ ของโลก และ Yamaha SR400 ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่ยุค 70 จนถึงปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและคล่องตัวนี้เอง ที่ทำให้มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้กลายเป็น มอเตอร์ไซค์ในดวงใจของใครหลายคน

ราคาประมาณ : 285,000 บาท

BMW R nine T Limited Edition

มอเตอร์ไซค์คลาสสิก BMW R nine T Limited Edition
ขอบคุณรูปจาก: motodeal.com.ph

แบรนด์ BMW ถือเป็นแบรนด์รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมที่ได้ยินชื่อแล้วต้องร้อง อ๋อ เพราะเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดมายาวนาน โดย BMW nine T Limited Edition นั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่พัฒนามาจาก BMW R32 ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของ BMW ในโอกาสครบรอบ 90 ปี ของแบรนด์ ซึ่งรุ่นนี้ผลิตออกมาเพียงแค่ 15 คันเท่านั้น ถ้าใครอยากได้มาครอบครองก็ต้องตามหากันหน่อยนะ

ราคาประมาณ : 1,190,000 บาท

Suzuki VanVan 125

มอเตอร์ไซค์คลาสสิก Suzuki VanVan 125
ขอบคุณรูปจาก: topspeed.com

ไฟทรงกลมเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์แบบคลาสสิกที่ทำให้คนจดจำและ Suzuki VanVan 125 ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ออกแบบมาด้วยทรงกลมแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว หรือหน้าปัด เพื่อเพิ่มความคลาสสิกให้มากขึ้นไปอีก

ราคาประมาณ : 105,000 – 108,000 บาท

LAMBRETTA V-200

มอเตอร์ไซค์คลาสสิก LAMBRETTA V-200
ขอบคุณรูปจาก: lambrettaallride.com

สำหรับวัยรุ่นสายฮิปสเตอร์หลาย ๆ คน คงจะรู้จัก Lambretta แบรนด์มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิกจากประเทศอิตาลีที่มีมาแล้วกว่า 70 ปี และ LAMBRETTA V-200 ก็เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เรียกว่าทั้งภายนอกและภายในมีความคลาสสิกสุด ๆ

ราคาประมาณ : 99,500-104,500 บาท

แหล่งซื้อขาย มอเตอร์ไซค์คลาสสิก

ก็ได้รู้กันไปแล้วกับ 7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ที่มีมาตั้งแต่ในอดีตและยังฮิตในวงการนักบิดจนถึงปัจจุบัน และนอกจากมอเตอร์ไซค์รุ่นคลาสสิกแบบนี้แล้ว ใน Kaidee Auto ก็ยังมีมอเตอร์ไซค์สไตล์อื่น ๆ หรือยานยนต์ประเภทต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้คนแทบทุกสไตล์ได้หาซื้อเช่นเดียวกัน เพียงแค่คลิกด้านล่าง

อ่านบทความ รีวิวยานยนต์ อื่น ๆ

อาชีพเสริม เรียนไปทำงานไป ได้เงินจ่ายค่าเทอม !

อาชีพเสริม เรียนไปทำงานไป ได้เงินจ่ายค่าเทอม !

ในวัยเรียน การเรียนรู้นอกห้องเรียน ถือเป็นส่วนช่วยสำคัญในการพัฒนาความคิดและความรู้ให้กับวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะการเรียนรู้นอกห้องเรียนจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ ฝึกทักษะ และยังได้ค้นหาตัวเองอีกด้วย และการทำงานพาร์ทไทม์ก็เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่นอกจากจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แล้ว ยังมีข้อดีคือ การช่วยเหลือพ่อแม่โดยการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ! แต่จะมี อาชีพเสริม อะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

8 อาชีพเสริม น่าทำขณะเรียน

พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต

เริ่มกันที่ อาชีพเสริม สุดฮิตของเหล่านักศึกษาหลาย ๆ คน เพราะลักษณะงานที่เป็นกะ ทำให้สามารถจัดตารางเรียนได้ง่าย มีเวลาว่างที่ชัดเจน แถมซูเปอร์มาร์เก็ตบางที่ยังใจดี ให้สวัสดิการเยอะแยะมากมายอีกด้วย โดยงานตำแหน่งนี้มีหน้าที่หลัก ๆ คือ คำนวณราคาสินค้า ออกบิล เสนอโปรโมชั่น และทอนเงิน เรียกได้ว่าใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ก็สามารถทำได้แล้ว

Youtuber

Youtube เป็นแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงสำหรับยุคสังคมออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้ให้ Youtuber หลาย ๆ คนได้มหาศาล ทำให้อาชีพนี้ก็เป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะแค่หาเวลาว่าง ถือกล้องและถ่าย ก็มีโอกาสได้รับความนิยมแล้ว โดยคุณสามารถลงคลิปได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น คลิปท่องเที่ยว คลิปเกม คลิปทำขนม หรือคลิปเสียง และยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งได้สปอนเซอร์ ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นไปอีก 

ขอบคุณรูปจาก: pch.vector

บาริสต้า

เนื่องจากในปัจจุบันมีร้านกาแฟผุดขึ้นมามากมายทำให้นักศึกษาหลาย ๆ คน หันไปสนใจการทำงานในร้านกาแฟเหล่านั้นมากขึ้น ซึ่งอาชีพนี้ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ ต้องใช้ทั้งศิลปะและความประณีต ถึงจะได้กาแฟที่มีหน้าตาสวยงามและรสชาติกลมกล่อมถูกใจลูกค้า ใครที่อยากเปิดร้านกาแฟในอนาคต อาชีพนี้ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจเช่นกัน นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ประสบการณ์ไปทำกาแฟเองเป็นของแถมกลับไป!

นักแสดงประกอบ (Extra)

เชื่อว่าความฝันวัยเด็กของหลายคงก็คงจะหนีไม่พ้นการได้ออกทีวี และอาชีพนี้นี่แหละ ช่วยสานต่อความฝันของคุณได้ เพียงแค่เข้าไปในฉากก็ได้เงินแล้ว นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากเป็นนักแสดงอันโด่งดังการเข้าไปทำอาชีพนี้ก็ยังช่วยเก็บเกี่ยวประสบการณ์และคอนเนกชั่นอีกด้วยนะ แต่มีข้อเสียคืออาจจะไม่ได้เงินที่เท่ากันในทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความยากง่ายของงานนั้น ๆ

ขอบคุณรูปจาก: pch.vector

นักเขียน

อาชีพสำหรับคนชอบเขียนที่มีรายได้เยอะพอสมควรในปัจจุบัน เพราะการตลาดที่เติบโตขึ้น ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจหันมาสนใจการเขียนบทความเพื่อการตลาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้อาชีพนี้ไม่จำเป็นจะต้องทำงานที่ออฟฟิศก็ได้ และหลายบริษัทก็หันมาจ้างนักเขียนบทความฟรีแลนซ์มากมาย และยิ่งใครที่มีความสามารถอื่น ๆ ก็ยิ่งเพิ่มราคาได้เยอะขึ้นอีกด้วยนะ

ขายสินค้าออนไลน์

เนื่องจากตอนนี้การตลาดออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำให้การขายสินค้าออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้เยอะพอสมควร และสำหรับนักศึกษานั้น และด้วยความที่อาชีพนี้อยู่บนโลกออนไลน์แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถหาเวลาในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น ๆ อีกด้วย และยังสามารถพัฒนาให้กลายเป็นอาชีพหลักในอนาคตอีกด้วย

ช่างภาพ

ใครที่ถ่ายรูปสวย ๆ นี่ก็เป็นอีกอาชีพเสริมสำหรับนักศึกษาที่น่าสนใจ เพียงแค่มีอุปกรณ์การถ่ายภาพและมุมมองที่สวยงามก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือดี ๆ สักเครื่องแล้วอัปโหลดลงเว็บไซต์ขายภาพถ่าย หรือ การรับจ้างถ่ายรูปต่างงานสำคัญต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ติวเตอร์

ทุก ๆ คนก็ต่างมีความสามารถของตัวเองที่โดดเด่น และการใช้ความสามารถพิเศษที่เรามีให้เกิดรายได้ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะนักศึกษาในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ได้เข้าถึงความรู้ที่เฉพาะเจาะจงจนสามารถส่งต่อความรู้เหล่านั้นให้เยาวชนได้แทบจะทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ คณิตศาสตร์ ภาษา หรือวิทยาศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยากและยังได้รายได้เยอะพอสมควร

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ อาชีพเสริม ที่เราสามารถทำได้ขณะที่เรียนอยู่ แต่ก็ยังมีอาชีพอีกมากมายที่นักศึกษาวัยเรียนสามารถทำได้ แค่มีทักษะและความมั่นใจ และถ้าใครที่ยังไม่รู้จะทำอะไรลองเข้ามาดูใน Kaidee เพราะที่นี่มีงานให้เลือกมากมายเลยล่ะ

10 รุ่น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ใช้รุ่นไหนดี ?

10 รุ่น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ใช้รุ่นไหนดี ?

ในความคิดของใครหลายคน สำหรับสมาร์ตโฟนคงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีราคาสูงมาก แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วก็ยังมีสมาร์ตโฟนที่จัดอยู่ในระดับกลางไม่ต้องใช้เงินเยอะ และยังมีสเปคน่าสนใจอีกด้วย จะมีรุ่นไหนบ้าง มาพบกับ 10 รุ่นมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่น่าจับตามอง

10 รุ่นมือถือน่าใช้ราคาไม่เกิน 15,000

Realme 6 Pro

เริ่มต้นที่ realme 6 Pro เป็นมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท สายเกมที่มาพร้อมหน้าจอและกล้องคมชัดถึง 90Hz กล้อง 64MP มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอ Punch-Hole ซึ่งเป็นนวัตกรรมเจาะรูปบนหน้าจอมือถือ ทำให้เล่นเกมได้อย่างจุใจแน่นอน

หน้าจอ: LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz

CPU: MediaTek Helio G90T

RAM: 4GB และ 8GB

ความจุ: 128GB รองรับ MicroSD Card (มีช่องแยก)

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และกล้อง Telephoto 12MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 16MP และ กล้อง Ultrawide 8MP

แบตเตอรี่: 4,300 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Lightning Blue และ Lightning Red

ราคา 10,999 บาท

OPPO Reno 4

มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีแรงบันดาลใจมาจากแสงในกาแล็กซีอย่าง OPPO Reno 4 ทำให้เกิดสีสันส่องประกายสวยงาม แข็งแรงและลดรอยลายนิ้วมือได้ด้วยการผลิตแบบพิเศษ โดยเจ้ามือถือรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอ OLED และมีสีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน คือ Crystal Blue, Dream Mirror Black และ Taro Purple

หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FullHD+

CPU: Snapdragon 765G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB/256GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และ กล้องโมโน 2MP 

กล้องหน้า: กล้อง 32MP และ Smart Sensor

แบตเตอรี่: 4,015 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Space Black, Nebula Purple และ Galactic Blue

ราคา 11,990 บาท

HUAWEI nova 7 SE 5G

HUAWEI nova 7 SE 5G เป็นหนึ่งในมือถือสมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีความสามารถในการรองรับ 5G มีจุดเด่นที่กล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพด้วยกล้องหลัง 4 ตัวทำให้การถ่ายรูปของคุณสวยงามกว่าเดิม มาพร้อมกับชิปเซตรุ่นใหม่ ตัวเครื่องที่มีความหรูหราพรีเมียม และความสามารถที่ทำให้คุณแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ไปยังอุปกรณ์อื่นได้ง่ายขึ้น

หน้าจอ: LTPS IPS LCD 24-bit ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: Octa Core

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก Wide-Angle 64MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และ กล้อง Bokeh 2MP

กล้องหน้า: กล้องหน้าแบบฝังจอ ความละเอียด 16MP และรองรับ AI Beauty

แบตเตอรี่: 4,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 40W

สี: Space Silver, Midsummer Purple และ Crush Green

ราคา 11,990 บาท

Samsung Galaxy A71

แบรนด์สมาร์ตโฟนชื่อดังอย่าง Samsung ออกมือถือ Samsung Galaxy A71 ราคาหมื่นต้น ๆ ไม่เกิน 15,000 บาทออกมา มีดีไซน์ใหม่จากการเจาะรูหน้าที่กลางจอเครื่อง และมีจุดเด่นที่หน้าจอแบบไร้ขอบ รวมถึงกล้องหลังที่วางดีไซน์เป็นรูปตัว L สวยงาม สเปคแรงทำให้เล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม

หน้าจอ: Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730

RAM: 8GB

ความจุ: 28GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 512GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้อง Ultrawide 12MP กล้อง Depth 5MP และ กล้องมาโคร 5MP

กล้องหน้า: ความละเอียด 32MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

สี: Haze Crush Silver, Black และ Blue

ราคา 12,490 บาท

Sony Xperia 10 II

สำหรับจุดเด่นของ Sony Xperia 10 II ซึ่งเป็น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท นั้นอยู่ที่ ความสามารถในการกันน้ำ IP68 ที่ไม่ค่อยมีในสมาร์ตโฟนราคานี้สักเท่าไรนัก และยังมีกล้องที่ละเอียดสวยงามเพราะมาจากแบรนด์กล้องสุดดังอย่าง Sony ทำให้เหมาะกับการถ่ายภาพเอามาก ๆ เรียกได้ว่าใครที่เป็นสายถ่ายรูปต้องรีบจับจองกันให้ทัน

หน้าจอ: Cinematic OLED ขนาด 6.0 นิ้ว ความละเอียด 1080×2520 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665

RAM: 4GB

ความจุ: 128GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 1TB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 12 MP กล้อง Ultrawide 8 MP และ กล้อง Telephoto 8MP

กล้องหน้า: ความละเอียด 8MP

แบตเตอรี่: 3600 mAh

สี: Mint, Blue, White และ Black

ราคา 12,990 บาท

realme X50 5G

อีกหนึ่งมือถือสายเกมเมอร์จากแบรนด์ realme ที่ออก มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท รุ่น realme X50 5G เป็นมือถือรองรับ 5G และ NR ได้หลากหลายความถี่ และชิปประมวลผลที่เร็วแรงเล่นเกมได้ลื่นไหลระดับเทพเลยทีเดียว ส่วนตัวเครื่องมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอแบบเกือบเต็มจอและมีฝาหลังที่ใช้กระจกกระทบลวดลายได้สวยงามหรูหรา

หน้าจอ: Ultra Smooth 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 pixel

CPU: Snapdragon 765G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้อง มาโคร 2MP และ กล้อง B&W MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 16MP และ กล้อง Portrait 2MP

แบตเตอรี่: 4200mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Ice Silver และ Jungle Green

ราคา 12,990 บาท

Vivo V19

เชื่อว่าสายเซลฟีเป็นอันต้องหลงรัก vivo V19 อย่างแน่นอนเพราะ มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท รุ่นนี้มีจุดเด่นเป็นกล้องหน้าแบบคู่ที่สวยงามคมชัดถูกใจช่างภาพ แล้วยังมีแบตอึดทน หน้าจอคมชัดครบทุกความบันเทิง ตัวเครื่องเป็นขอบโค้ง 3 มิติ กระชับมือ และเล่นเกมได้อย่างสบาย ๆ โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย 

หน้าจอ: Super AMOLED Ultra O Screen ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 pixel 408 ppi

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 712

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Super-Wide Angle 8MP กล้อง Bokeh 2MP กล้องมาโคร 2MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 32MP และ กล้อง Super-Wide Angle 8MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W

สี: Sleek Silver และ Gleam Black

ราคา 12,999 บาท

Xiaomi Mi Note 10 Lite

หลาย ๆ คนคงทราบดีว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ที่มีเทคโนโลยีออกมาให้เราได้ชื่นชมมากมาย และ Xiaomi Mi Note 10 Lite ก็เป็น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทน้องใหม่ที่น่าสนใจเช่นกัน โดยรุ่นนี้ทาง Xiaomi ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้โมเดิร์นและทันสมัย ด้วยหน้าจอแบบพรีเมียมให้ภาพหน้าจอคมชัดสวยงาม และที่สำคัญคือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอให้ผู้ใช้สะดวกยิ่งขึ้น

หน้าจอ: 3D Curved AMOLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด 1080×2340 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้องUltrawide 8MP กล้อง Depth 5MP และ กล้องมาโคร 2MP

กล้องหน้า: 16MP

แบตเตอรี่: 5260 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Midnight Black, Nebula Purple และ Glacier White

ราคา 12,999 บาท

iPhone SE 2020

Apple เป็นค่ายแบรนด์สมาร์ตโฟนค่ายใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคย โดยทางค่ายนี้ได้มีการออก iPhone SE 2020 ซึ่งมือถือราคาย่อมเยาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีความทันสมัยและพกพาง่าย ส่วนการปลดล็อกหน้าจอของรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีเพราะใช้การปลดล็อกผ่านการสแกนลายนิ้วมือจากฟังก์ชัน TouchID และยังกันน้ำกันฝุ่นและทนทานกว่ารุ่นอื่น ๆ

หน้าจอ: Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334×750 pixel

CPU: Apple A13 Bionic

RAM: 3GB

ความจุ: 64GB, 128GB และ 256GB

กล้องหลัง: 12MP

กล้องหน้า: 7MP

แบตเตอรี่: 1,821 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W

สี: Black, White, และ Product (Red)

ราคา 14,900 บาท

Samsung Galaxy Note 10 Lite

ปิดท้ายด้วย มือถือราคาไม่กิน 15,000 จากค่ายใหญ่อย่าง Samsung Galaxy Note 10 Lite ที่มาพร้อมกับปากกา S-Pen เหมือนกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ของค่าย หน้าจอเต็ม ๆ ตา ที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับคอนเทนต์สนุก ๆ อย่างจุใจ รวมถึงกล้องความละเอียดสูงที่ทำให้การถ่ายรูปของคุณดีขึ้นไปอีกขั้น

หน้าจอ: Super AMOLED 24-bit ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: One UI 2 based on Android 10.0

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก Wide 12MP, กล้อง Telephoto 12MP และ กล้อง Ultrawide 12MP

กล้องหน้า: 32MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

สี: Aura Black และ Aura Glow

ราคา 14,490 บาท

สรุปท้ายบทความ

นี่คือ มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทที่ทาง Kaidee ได้รวบรวมมาให้อ่านกัน ซึ่งแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับมือถือแต่ละรุ่นต่างกันไป อย่าลืมตัดสินให้ดีก่อนเข้ามาดูมือถือรุ่นต่าง ๆ ที่ Kaidee แล้วคุณจะเจอมือถือที่เหมาะกับคุณแล้ว

ปี 2020 ยังติดแก๊สรถยนต์แล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม

ปี 2020 ยังติดแก๊สรถยนต์แล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ผ่านมานั้นมีการชลอตัวเป็นอย่างมากทำให้อะไรที่สามารถประหยัดได้ก็ประหยัดไปเสียก่อน ซึ่งนั่นรวมถึงการขับขี่รถยนต์และใช้พลังงานอื่น ๆ ในการมาทดแทนการใช้พลังงานของน้ำมันอย่างการติดแก๊ส 

การติดแก๊สนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันนั้นอาจจะได้ยินคำว่าติดแก๊สน้อยลงไปบ้าง บทความนี้จึงหาคำตอบของคำถามที่ว่า ติดแก๊สรถยนต์ในปีนี้คุ้มหรือไม่ มาให้แล้วในที่เดียว

ประเภทของแก๊สรถยนต์

หลาย ๆ คนอาจจะไม่ทราบว่าแก๊สรถยนต์ที่ใช้กันบนท้องถนน ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วแก๊สติดรถยนต์ มีทั้งหมดด้วยกันถึง 2 ประเภท และแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยวมาดูกัน ดังนี้

LPG

แก๊ส LPG หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Liquefied Petroleum Gas หรือที่รู้จักกันว่า “ก๊าซหุงต้ม” ที่เราใช้กันในบ้าน ซึ่งเป็นก๊าซปิโตเลียมเหลวที่คุณสมบัติเป็นทั้งก๊าซและของเหลว ได้มาจากการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่น และถูกนำมาแยกเป็น LPG ซึ่งประกอบไปด้วย โพนเพรและบิวเทน ที่ให้ความร้อนสูงและติดไฟได้ง่าย

NGV

แก๊ส NGV หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Natural Gas Vehicles เป็นแก๊สที่เกิดจากธรรมชาติ ที่ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน ที่สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันให้แก่รถยนต์ได้ ซึ่งการที่จะนำมาใช้ได้นั้นจะต้องใช้แก๊สนี้มาอัดเข้าด้วยกันจนมีแรงดันสูง ประมาณ 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว นำมาเก็บไว้ในถังที่แข็งแรงสูง โดยแก๊ส NGV นั้นมีคุณสมบัติพิเศษ ดังนี้

  1. มีความสะอาดสูง เพราะแก๊ส NGV มีคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆ และมีความสามารถในการเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและควันที่ดำ
  1. แก๊ส NGV นั้นมีความปลอดภัยสูง เนื่องจาก แก๊สนี้ติดไฟได้ยาก ด้วยความร้อนที่ต้องมีมากถึง 650 องศาเซลเซียส จึงจะทำให้แก๊สชนิดนี้ติดไฟได้นั่นเอง

ข้อดี-ข้อเสียของการติดแก๊ส

ทุก ๆ สิ่งบนโลกนี้ ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อที่เป็นจุดบกพร่อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยอยู่เสมอ การติดแก๊สในรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน เดี๋ยววันนี้จะพามาดูว่ารถที่ติดแก๊สนั้นจะมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

ข้อดี

ขอเริ่มจากข้อดีกันก่อนเลย การติดแก๊สรถยนต์นั้นมีดีอย่างไรบ้าง และคุ้มค่าพอหรือไม่ที่จะนำไปติดตั้ง โดยมีข้อดี ดังนี้

  1. ประหยัดกว่าน้ำมัน เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าวัตถุประสงค์หลัก ๆ ของการนำรถยนต์สุดที่รักนั้นไปติดแก๊ส ก็เพื่อที่จะประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด แต่ทว่ามันจะประหยัดกันเสียเท่าไรกันล่ะ โดยเฉลี่ยของรถยนต์ทั่ว ๆ ไปแล้วนั้น เติมน้ำมันตกอยู่ที่ลิตรละ 21-26 บาท แต่การติดแก๊สนั้นราคาจะอยู่ที่ 16-18 บาท ต่อกิโลกรัม (1 กิโลกรัม ​= 1.8 ลิตร) อาจจะดูเหมือนไม่มากเท่าไรนัก แต่หากว่าวิ่งไปเยอะ ๆ แล้วย่อมถูกกว่าอย่างแน่นอน
  1. สถานีเติมมีอยู่เยอะ ในช่วงแรก ๆ อาจจะเป็นหนึ่งในข้อเสียของการติดแก๊สก็เป็นได้ ด้วยความที่ในตอนนั้น ประเทศไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ทำให้มีสถานีที่เติมค่อนข้างน้อย แต่ในปัจจุบันได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ ที่เกือบทุกคันจะต้องติดแล้ว ยังมีรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปที่เริ่มหันมาสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานีเติมแก๊สมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสีย

ถึงตาของข้อเสียกันบ้างแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่สามารถทำให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายสามารถตัดสินใจได้เลยว่า จะนำรถยนต์ไปติดแก๊สดีหรือไม่ โดยมีข้อเสีย ดังนี้

  1. ในระยะยาวอาจจะส่งผลต่อเครื่องยนต์ อย่างที่ทราบกันว่า การที่จะติดแก๊สรถยนต์นั้นคือการดัดแปลงระบบการจ่ายเชื้อเพลิงภายในตัวรถ ทำให้ไม่เป็นของเดิม ๆ ที่มาจากโรงงาน แถมยังส่งผลอย่างมากในอนาคต สำหรับรถที่ใช้งานไปในนาน ๆ ด้วยความที่ต้องใช้ความร้อนที่สูงกว่าในการทำให้แก๊สที่นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ส่งผลให้เครื่องนั้นสึกหรอได้อย่างรวดเร็วตามไปด้วย
  1. อันตรายต่อสุขภาพ อย่างที่ได้บอกไว้ว่าแก๊สนี้สามารถเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์กว่าน้ำมันและยังไม่ส่งผลที่ก่อให้เกิดมลพิษอีกด้วย แต่ในช่วงระหว่างการเติมนั้นหากหลาย ๆ คนได้ลองไปยืนใกล้ ๆ กับบริเวณหัวจ่าย ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือว่า NGV ก็ตาม จะรับรู้ได้ทันทีถึงกลิ่นที่แรงติดจมูก โดยที่การเติมแก๊สรถยนต์หนึ่งครั้งยังใช้เวลา 5-10 นาที เท่ากับว่าเราจะต้องทนกับแก๊สเหล่านี้เป็นระยะเวลานานเป็นอย่างมาก หากดมแก๊สเหล่านี้ไปนาน ๆ อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้
  1. ประกันรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจคาดไม่ถึงว่า ประกันรถยนต์ที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้น ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการเกิดไฟไหม้จากการที่แก๊สติดรถยนต์รั่วไหลออกมา ดังนั้นก็เป็นอีกหนึ่งข้อเสียที่ควรจะระมัดระวังเป็นอย่างมาก และควรหาหรืออ่านกรมธรรม์ให้ดีในตอนที่จะเลือกซื้อประกัน
  1. สมรรถนะของรถยนต์ลดลง ปัญหาใหญ่ ที่หลาย ๆ คนพบเจอเลยคือเร่งเครื่องไม่ขึ้นและดับไปตามระเบียบ นั่นเป็นสาเหตุมาจากการติดแก๊สในส่วนหนึ่ง ด้วยขั้นตอนและกระบวนการติดตั้งนั้นมีการดัดแปลงส่วนต่าง ๆ หลายอย่าง ซึ่งปัญหาที่มักจะเจอส่วนใหญ่เลย คือ
  • เร่งเครื่องไม่ขึ้น
  • รถออกตัวได้ช้ากว่าปกติ
  • อัตราเร่งไม่สมูท
  • เร่งเครื่องแซงได้ยาก
  • เครื่องดับง่าย
  1. รถยนต์ราคาตกเวลาขาย โดยปกติของรถยนต์นั้นเมื่อซื้อมาไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งและนำมาขายต่อเป็นรถยนต์มือสองราคาย่อมตกเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากนำรถยนต์ไปติดแก๊สแล้วล่ะก็ รถนั้นราคาจะยิ่งตกลงไปมากยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากสาเหตุหลัก ๆ เลยมาจากการดัดแปลง หรือที่เรียกกันว่า “รถไม่เดิม ๆ” นั่นเอง

เลือกติดแก๊สรถยนต์ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

หากสนใจเลือกที่จะติดตั้งแก๊สรถยนต์แล้วล่ะก็ มีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะนำรถยนต์ไปติดแล้วจะให้ประสิทธิภาพสูงและดีที่สุด รวมไปถึงความปลอดภัยต่างๆ

1. ตรวจเช็คเครื่องยนต์

การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ของเรานั้นเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็นสูงมาก หากอะไหล่และเครื่องยนต์ต่าง ๆ ไม่อยู่ในสภาพการใช้งานที่พร้อมแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็เป็นได้ โดยสิ่งที่ควรตรวจเช็คและควรรีบเปลี่ยนเมื่อพบว่าเก่าเกินไปแล้ว มีดังนี้

  • หัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อขับขี่ประมาณ 40,000 กิโลเมตร 
  • คอยล์จุดระเบิด ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อขับขี่ประมาณ 150,000 กิโลเมตร
  • สายหัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อสายนั้นเริ่มกรอบและแตก
  • กรองอากาศ ควรตวรจเช็คและเปลี่ยนเมื่อมีฝุ่นเกาะเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีผลทำให้เครื่องยนต์นั้นร้อนได้ง่ายขึ้น
  • หม้อน้ำ ควรตรวจเช็คระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอ

2. เตรียมเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการ

ก่อนที่จะติดตั้งแก๊สติดรถยนต์ได้นั้นต้องเตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อนำไปจดแจ้งต่อกรมขนส่ง โดยมีขั้นตอนและเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาทะเบียนรถ
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • เอกสาร ตต-09 (ได้จากการนำรถยนต์ไปติดตั้งที่อู่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย)

Tip : เมื่อเตรียมเอกสารเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้นำไปยื่น “จดทะเบียนรถติดตั้งแก๊ส” ที่กรมขนส่งทางบกได้เลย

สรุปท้ายบทความ

ได้รู้กันไปแล้วถึงเรื่องของแก๊สรถยน์ว่ามีกี่ประเภทและมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง น่าจะพอเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ขับขี่ทั้งหลาย ได้ตัดสินใจและเลือกแก๊สรถยนต์หรือน้ำมันได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในปี 2020 นี้

ทั้งนี้ความคุ้มค่าในการติดแก๊ส ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ขับขี่ว่าอยากที่จะประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงสามารถขับขี่ได้ในระยะทางไกลๆ ถ้าหากอยากให้รถยนต์ยังคงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแบบที่แก๊สติดรถยนต์นั้นให้ไม่ได้แล้วล่ะก็ การติดแก๊สนั้นอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไรนักก็เป็นได้

หากใครที่กำลังเลือกที่จะติดแก๊ส แต่ยังหาอู่ที่ติดตั้งที่ดีและน่าไว้ใจยังไม่ได้แล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์และอู่สำหรับติดแก๊สรถยนต์ได้ที่ Kaidee Auto ที่มีบริการมากมาย ที่เหมาะสมกับความต้องการของทุกคน