น้ำมันรถแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร รถคันไหนเติมได้บ้าง

น้ำมันรถแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร รถคันไหนเติมได้บ้าง

เชื้อเพลิงเป็นสิ่งที่คอยให้พลังงานในการขับเคลื่อนให้แก่รถยนต์ ซึ่งน้ำมันที่เราเติม ๆ กันอยู่ทุกวันก็เป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงที่ช่วยให้รถยนต์สามารถเคลื่อนตัวไปได้ ซึ่งหากมาลองมอง ๆ ดูกันให้ดีแล้ว จะพบได้เลยว่าที่ปั๊มน้ำมันที่เราเข้าไป มีน้ำมันอยู่หลากหลายประเภทเสียเหลือเกิน บางชนิดเราก็อาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้

วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าน้ำมันสำหรับเติมรถเนี่ย มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร แล้วรถที่รถขับ ๆ กันอยู่ทุกวันเนี่ย ควรจะต้องเลือกเติมน้ำมันอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด

น้ำมันคืออะไร

หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าน้ำมันแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ น้ำมันเชื้อเพลิงที่เราใช้ ๆ กันในปัจจุบันนั้น คือ ของเหลวชนิดหนึ่งที่ได้มาจากการทำปิโตเลี่ยม และได้ออกมาเป็นน้ำมันดิบ ก่อนที่จะผ่านกระบวนการการกลั่นน้ำมัน เพื่อแยกน้ำมันดิบเหล่านี้มาเป็นส่วนต่าง ๆ และนำเอาไปใช้ประโยชน์แตกต่างกันออกไปตามชั้นของน้ำมันที่ได้ ซึ่งก่อนที่จะไปดูประเภทของน้ำมัน มาทำความรู้จักคำศัพท์คำนี้เสียก่อน

  • ค่าออกเทน

คำศัพท์สำคัญเลยที่จะทำให้ทราบถึงประโยชน์ของน้ำมันแต่ละชนิดได้ในระดับหนึ่ง ค่าออกเทน คือ ค่ามาตรฐานในการกำหนดความสามารถของเชื้อเพลิงในการที่นำมาใช้กับเครื่องยนต์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขของค่าออกเทนนั้นบ่งบอกถึงเปอร์เซ็นต์ในการต่อต้านการจุดระเบิดตัวเอง (Self-Ignition) ซึ่งหลาย ๆ คนเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่ายิ่งค่าสูงรถยนต์จะยิ่งเร็วและแรง

ประเภทของน้ำมันรถและความแตกต่าง

ได้ทราบถึงความหมายและที่มาของน้ำกันไปแล้ว ทีนี้มาดูกันว่าน้ำมันแต่ละประเภทนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งน้ำมันที่สามารถนำมาใช้กับรถยนต์ได้นั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ซึ่งทุกท่านน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ได้แก่

1. น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน (GASOLINE)

น้ำมันเบนซินเป็นน้ำมันที่มีความเบาที่สุด โดยได้มากจากการกลั่นน้ำมันดิบ แล้วนำมาปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้สามารถมาใช้กับรถยนต์ได้ โดยน้ำมันชนิดนี้แบ่งออกได้มากมายตามค่าของออกเทน

  • น้ำมันเบนซิน 95

เป็นหนึ่งในน้ำมันที่มีราคาสูงที่สุดในตลาดของน้ำมันแล้วก็ว่าได้ เป็นน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงถึง 95 แถมยังไม่มีส่วนผสมของ เอทิลแอลกอฮอล์ ทำให้มีความเป็นน้ำมันบริสุทธิ์สูง ทำให้มีผลดีอย่างมากต่อรถยนต์ เพราะช่วยให้รถยนต์นั้นตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

  • น้ำมันเบนซิน 91

น้ำมันชนิดนี้มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับ น้ำมันเบนซิน 95 ที่ไม่มีเอทิลแอลกอฮอล์เช่นเดียวกัน แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ค่าออกเทนที่ลดลงเป็น 91 ซึ่งส่งผลต่อรถยนต์เพียงเล็กน้อยจนแทบแยกไม่ออก

  • น้ำมันเบนซินธรรมดา

เป็นน้ำมันเบนซินแบบเดียวกับน้ำมันเบนซิน 91 ที่มีค่าออกเทนอยู่ที่ 91 แต่สิ่งที่ทำให้น้ำมันชนิดนี้นั้นแตกต่างก็คือ น้ำมันชนิดนี้จะไม่ผสมสารตะกั่วเข้าไปด้วย ปัจจุบันนั้นหาเติมได้ยากมากแล้ว เนื่องจากไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก

  • น้ำมันเบนซินพิเศษ

น้ำมันเบนซิน 95 ที่มีคุณสมบัติแบบเดียวกันทุกประการ แต่สิ่งที่แตกต่างกันเลยคือเป็นน้ำมันไร้สารตะกั่ว ซึ่งปัจจุบันนั้นได้เลิกผลิตและเลิกใช้งานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

เป็นน้ำมันพลังงานทดแทนการใช้น้ำมันแบบเบนซิน 95 ซึ่งแก๊สโซฮอล์ 95 นั้นมีส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ถึง 99.5% โดยใช้อัตราส่วน น้ำมัน 9 ส่วน ต่อแอลกอฮอล์ 1 ส่วนที่นอกจากจะให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซิน 95 เดิมแล้ว ยังไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อีกด้วย ทำให้มีราคาที่ถูกลง แถมช่วยโลกให้มีพลังงานทดแทนมากขึ้นอีกด้วย

  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91

เป็นน้ำมันพลังงานทดแทนเช่นเดียวกันกับแก๊สโซฮอล์ 95 ที่นำเมทิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% นำมาผสมเข้ากันในอัตราส่วน น้ำมัน 9 ส่วน ต่อแอลกอฮอล์ 1 ส่วน แต่ที่แตกต่างกันออกไปเลยก็คือค่าออกเทนที่ลดลงให้เหลือ 91 

  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นอีกหนึ่งพลังงานที่ต้องนำน้ำมันเบนซินเดิม ๆ มาเพิ่มเติมส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ แต่ทั้งนี้มันต่างอย่างไรกับแก๊ซโซฮอล์ปกติล่ะ มันต่างกันที่อัตราส่วนในการผสมของน้ำมันกับแอลกอฮอล์ โดยที่ E20 นั้นจะใช้น้ำมัน 80 เปอร์เซ็นต์ ต่อ เมทิลแอลกอฮอล์ 20 เปอร์เซ็นต์ และให้ค่าออกเทนอยู่ที่ 95 จึงได้มาเป็นชื่อนี้ว่า E20 นั่นเอง

  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

อีกหนึ่งน้ำมันที่ส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เช่นด้วยกัน ซึ่งน่าจะพอเดา ๆ กันได้แล้วล่ะว่าจุดที่แตกต่างคืออะไร นั่นก็คืออัตราส่วนในการผสมนั่นเอง โดยส่วนผสมของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 คือ น้ำมัน 85 เปอร์เซ็นต์ ต่อ เมทิลแอลกอฮอล์ 15 เปอร์เซ็นต์ และให้ค่าออกเทนที่ 95 แบบเดียวกับ E20

2. น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล (DIESEL)

เป็นน้ำมันส่วนหนึ่งที่ถูกกลั่นออกมาจากน้ำมันดิบ ที่เหมาะกับรถยนต์ที่ต้องการทำรอบเครื่องที่สูง รวดเร็วและมีแรงอัดสูง สามารถจุดระเบิดด้วยตัวเองได้  ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นรถยนต์ประเภทกระบะและรถบรรทุก นั่นเอง

เลือกน้ำมันแบบไหนดีจึงเหมาะกับรถยนต์ของเรา?

แล้วทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจริง ๆ แล้วรถยนต์ของเรานั้นเหมาะกับน้ำมันประเภทไหน แล้วควรที่จะเลือกเติมอย่างไรไม่ให้รถยนต์ของเราพัง ซึ่งวิธีง่าย ๆ และเป็นวิธีเดียวเลยที่เราจะรู้ก็คือการดูสติ๊กเกอร์อยู่ใต้ฝาถังน้ำมัน เมื่อเปิดออกออกจากจะสามารถพบเห็นได้ในทันที ซึ่งบนสติ๊กเกอร์นั้นจะมีข้อมูลไว้ ดังนี้

1. สติ๊กเกอร์ระบุว่า E0-E85

หากเปิดฝาเติมน้ำมันมาแล้วพบว่ามีสติ๊กเกอร์ที่เขียนแบบนี้แสดงว่ารถยนต์ของคุณนั้นสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 หรือออกเทน 91 ขึ้นไป

Tips : หากไม่มีสติ๊กเกอร์ที่ระบุว่า E85 ห้ามเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เด็ดขาดเนื่องจากเป็นน้ำมันชนิดพิเศษที่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถเผาไหม้น้ำมันชนิดนี้ได้

2. สติ๊กเกอร์ระบุว่า 91-E20

สติ๊กเกอร์นี้หมายถึงรถยนต์ที่สามารถเติมน้ำมันได้ตั้งแต่ น้ำมันที่มีค่าออกเทน 91 ไปจนถึง แก๊สโซฮอล์ E20 ได้นั้นเอง

Tips : เช่นเดียวกันกับกรณี E85 หากไม่มีสติ๊กเกอร์ที่ระบุเอาไว้ว่าสามารถเติม E20 ได้ ห้ามเติมน้ำมันชนิดนี้อย่างเด็ดขาด ต้องนำรถยนต์ไปปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถเผาไหม้ได้เสียก่อน

3. สติ๊กเกอร์ระบุชนิดน้ำมันแต่ละชนิดเลย

เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด เมื่อเปิดมาแล้วพบน้ำมันชนิดใด ก็เลือกเติมน้ำมันชนิดนั้นได้เลย ซึ่งจะมีประเภทของน้ำมันแยกมาให้ตามที่ได้บอกข้อมูลไปแล้วในข้างต้น ทีนี้ก็จะสามารถเลือกเติมน้ำมันที่ดีที่สุดและปลอดภัยต่อรถยนต์ของคุณแล้ว

เติมน้ำมันอย่างไรให้คุ้มค่าและประหยัดที่สุด

หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่ามีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเติมน้ำมันที่จะให้รถยนต์ของคุณนั้นดึงน้ำมันออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าและประหยัดที่สุด โดยมีวิธีง่าย ๆ ทั้ง 3 เทคนิค ดังนี้

1. เติมน้ำมันก่อนที่จะหมดถัง

การที่เรานั้นควรเติมน้ำมันก่อนที่จะหมดนั้น หากลองสังเกตเวลาเราขับรถยนต์หลังจากที่เราเติมน้ำมันเสร็จใหม่ ๆ น้ำมันรถของเราจะหมดลงช้ามาก แต่เมื่อเลยครึ่งถึงไปแล้วกลับลดลงเร็วกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อมีพื้นที่ว่างของถังน้ำมันเป็นจำนวนมากแล้ว จะทำให้น้ำมันที่เหลืออยู่นั้นได้ง่ายและเร็วขึ้น เมื่อพบว่าน้ำมันของเราเหลือ 1 ใน 4 ของถังแล้วให้รีบเติม

2. เติมน้ำมันช่วงเวลากลางคืน

เทคนิคนี้ก็เป็นในเรื่องของกฎการระเหยของน้ำมันอีกเช่นเดิม หากเติมน้ำมันในเวลากลางวันนั้น ด้วยความที่อากาศมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงทำให้ระหว่างที่เติมน้ำมันไปนั้น มีโอกาสที่น้ำมันจะระเหยได้ง่าย การเติมน้ำมันในช่วงเวลากลางคืนจึงช่วงลดปัญหานี้ลงไปได้นั่นเอง

3. กดปุ่ม ECO ที่มีอยู่ในรถยนต์

ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคันเล็ก หรือว่าจะเป็นคันใหญ่ก็ตาม มักจะมีฟังก์ชันให้ผู้ขับขี่นั้นสามารถประหยัดน้ำมันในการขับขี่ลงไปได้ โดยต้องแลกกับความเร็วและอัตราเร่งของรถยนต์ที่ลดลงในการที่ประหยัดน้ำมัน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการประหยัดน้ำมันได้

สรุปท้ายบทความ

ได้รู้กันไปแล้วกับความแตกต่างของน้ำมันแต่ละประเภท แต่ละชนิด ซึ่งส่งผลให้แก่รถยนต์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำมันให้ตรงความต้องการของผู้ขับขี่ รวมไปถึงข้อกำหนดที่รถยนต์แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อกำหนดมาให้อย่างเหมาะสมในรถยนต์แต่ละคัน

นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงวิธีเติมน้ำมันอย่างไรให้คุ้มค่าและประหยัดมากที่สุด เนื่องจากน้ำมันนั้นเป็นอะไรที่ระเหยได้ค่อนข้างง่าย อุณหภูมิจึงเป็นเรื่องสำคัญเอาอย่างมากในระหว่างการเติม รวมไปถึงรูปแบบการขับขี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้เช่นเดียวกัน

หากใครที่รู้สึกว่ารถยนต์ของตัวเองนั้นขับแล้วไม่ประหยัดน้ำมันเอาเสียเลย อยากจะลองหารถยนต์สักคันที่สามารถแบ่งเบาภาระอันมหาศาลส่วนนี้ได้แล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูรถยนต์ ECO Car ดูสักคันได้ที่ Kaidee Auto

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินเขา ต้องเอาอะไรไปบ้าง ?

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินเขา ต้องเอาอะไรไปบ้าง ?

ฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งฤดูยอดฮิตสำหรับนักเดินเขาที่ต้องการเพิ่มขีดจำกัดของความท้าทายในการพิชิตเป้าหมายให้สำเร็จ ซึ่งในแต่ละเส้นทางก็จะมีความโหด ความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ให้นักเดินเขาได้มีการเตรียมความพร้อมของร่างกายตัวเองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในการเดินเขาแต่ละครั้งจะต้องใช้พละกำลังตัวเอง 100% และส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเดิน 3-4 ชั่วโมง ต่อวัน ถ้าเกิดเส้นทางมีความชันที่ยากลำบากก็อาจจะใช้เวลาเดิน 6-8 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

หลายคนอาจเป็นมือใหม่ที่เริ่มสนใจในกิจกรรมแอดเวนเจอร์นี้ ซึ่งการเดินเขาแต่ละครั้งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมที่ดี ทั้งในเรื่องของร่างกาย จิตใจ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคืออุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมอะไรบ้างที่จำเป็นต่อการเดินเขาและเพียงพอกับกระเป๋าที่มีพื้นที่จำกัดในการจัดเก็บสัมภาระ วันนี้ Kaidee จะมาแนะนำไว้เป็นทริคเตรียมตัวสำหรับนักเดินเขามือใหม่กัน

1. เต็นท์ 

เต็นท์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรานอนพักแรมภายในป่าได้อย่างสบาย และปลอดภัย นอกจากการนอนหลับแล้วยังสะดวกในการเปลี่ยนเสื้อผ้า ควรเลือกเต็นท์ให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะไป ขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด เพื่อให้สามารถจัดเก็บใส่กระเป๋าได้ หรือบางสถานที่อาจมีเต็นท์ไว้ให้เช่า หากใครที่ไม่สะดวกจะแบกเต็นท์เองก็สามารถเช่าเต็นท์ที่มีให้เพื่อลดน้ำหนักของกระเป๋า

2. ฟลายชีท

เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันน้ำค้าง บังแดด หรือกันฝนในระหว่างที่นั่งทานข้าวกับเพื่อนๆ อีกทั้งยังสามารถนำฟลายชีทไปกางคลุมเหนือเต็นท์ของเราอีกทีหนึ่งก็ได้ เพื่อป้องกันฝนตกและน้ำค้างในระหว่างที่นอนหลับ หากไปกับกลุ่มเพื่อนแนะนำให้กางฟลายชีทไว้เป็นแคมป์กลางสำหรับทานข้าว พูดคุย ก็จะยิ่งช่วยให้บรรยากาศการเดินเขาครั้งนี้สนุกมากยิ่งขึ้น

3. ถุงนอน

เปรียบเสมือนผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในเวลานอนหลับ มีให้เลือกหลายแบบ โดยจะแบ่งเป็นตัวเลขอุณหภูมิที่ป้องกันได้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยเด็ดขาด เพราะบนยอดเขามีสภาพอากาศที่หนาว ถ้าหากไม่มีถุงนอนล่ะก็รับรองนอนตัวสั่นทั้งคืนแน่นอน

4. เสื้อผ้าสำหรับเดินป่า

ปัจจุบันมีแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับเดินป่าให้เลือกซื้อตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงราคาแพง โดยหลักการในการเลือกซื้อต้องเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการสวมใส่ที่ให้ความคล่องตัวสูง อย่างเช่น เสื้อ เน้นเสื้อแขนยาว หรือถ้าเป็นแขนสั้นก็ควรจะสวมปลอกแขนเพื่อป้องกันหญ้าบาด และแมลงต่างๆ ได้ เนื้อผ้าแห้งไวระบายอากาศได้ดี, กางเกง ควรเป็นขายาว ไม่แนะนำเป็นขาสั้นและกางเกงยีนส์, เสื้อกันหนาว เลือกให้เหมาะกับอุณหภูมิของสถานที่ที่เราไป 

5. รองเท้าเดินป่า

ควรพกรองเท้าไปประมาณ 2 คู่ คู่หลักเลยคือรองเท้าเดินป่า สำหรับมือใหม่แนะนำเป็นแบบหุ้มข้อ เพื่อช่วยป้องกันข้อเท้าพลิก หรือเป็นรองเท้าผ้าใบพื้นแบบดอกยางลึก เหมาะกับการยึดเกาะดิน หินเป็นหลัก อีกคู่จะเป็นรองเท้าแตะไว้ใส่ตอนที่อยู่จุดตั้งแคมป์ เพื่อให้เท่าได้พักผ่อนหลังจากที่เดินมาทั้งวัน 

6. ถุงเท้าและถุงกันทาก

ควรใส่ถุงเท้ายาว และหนาสักหน่อย เพื่อป้องกันการเสียดสีกับรองเท้าเป็นเวลานานจนทำให้เท้าพองและเป็นแผลได้ รวมถึงก่อนไปควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าสถานที่นั้นมีทากรึเปล่า เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวถูก แต่ทางที่ดีก็ควรพกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจที่สุด

7. หมวก และผ้าบัฟ

สิ่งจำเป็นสำหรับกันแดดในระหว่างการเดิน ควรเลือกหมวกที่มีตาข่ายระบายอากาศ และผ้าบัฟสำหรับคลุมใบหน้าที่จะช่วยป้องกันฝุ่น ควันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

8. เสื้อกันฝน

แน่นอนว่าเดินป่าหน้าฝนก็ต้องทำใจเรื่องการเจอฝนตกระหว่างการเดิน แต่ถึงจะไปช่วงไหนก็ควรจะพกติดกระเป๋าไปด้วย ซึ่งราคาไม่แพงหาซื้อได้ง่าย แต่ถ้าหากจะใช้งานยาวๆ ควรซื้อเป็นเสื้อกันฝนแบรนด์เดินป่าโดยตรงที่จะช่วยป้องกันฝนได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังทำให้เดินคล่องตัวกว่าเสื้อกันฝน

9. ไฟฉาย

ไฟฉายแบบคาดหัว หรือแบบมือจับก็ได้แล้วแต่ที่ถนัด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวในเวลากลางคืน

10. ไม้เทรคกิ้ง

ตัวช่วยอย่างดีในการเดิน เพราะไม้เทรคกิ้งจะช่วยลดพละกำลังเพื่อช่วยค้ำและพยุงไม่ให้ลื่นบนทางลาดชัน รวมถึงยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

11. ยาประจำตัว

ยาประจำตัวที่แนะนำให้ติดตัวไปได้แก่ ยาแก้ปวดหัว, ยาแก้แพ้, ยาแก้ท้องเสีย, อุปกรณ์ทำแผล, พลาสเตอร์ เป็นต้น ควรพกไปเป็นของตัวเอง เนื่องจากประวัติการแพ้ยาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

12. ทิชชู่เปียก

เป็นสิ่งที่จะทำให้เราสดชื่นได้แบบแก้ขัด เนื่องจากข้างบนไม่มีที่ให้อาบน้ำ เราจึงต้องใช้ทิชชู่เปียกเช็ดตัวแก้ขัดไปก่อน เพราะกว่าที่เราจะได้อาบน้ำก็คือตอนที่เดินลงมาถึงข้างล่างนั่นเอง

13. Rain Cover

ปกป้องกระเป๋าให้รอดจากฝน และยังป้องกันรอยเปื้อนต่างๆ ที่อาจทำให้กระเป๋าเลอะ ซึ่งส่วนใหญ่จะแถมมากับกระเป๋าที่ซื้อ แต่ถ้าหากไม่มีก็ควรจะซื้อแยกและนำมาใช้ร่วมกันได้

14. Power Bank

เพราะบนเขาไม่มีแหล่งไฟฟ้าให้ใช้ ที่ชาร์จแบตสำรองจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่จะช่วยต่ออายุการใช้งานของสมาร์ทโฟนให้สามารถถ่ายรูปสวยๆ โมเมนต์สำคัญเอามาลงโซเชียลได้

15. ขวดน้ำดื่ม

ควรมีขวดน้ำดื่มเป็นของตัวเอง เพื่อลดปริมาณขวดพลาสติกและลดขยะให้กับธรรมชาติ ยิ่งถ้าหากเป็นขวดน้ำดื่มพร้อมตัวกรองก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าน้ำที่เราได้ดื่มไปนั้นปลอดภัยแน่นอน

สำหรับนักเดินเขามือใหม่คนไหนยังขาดอุปกรณ์ตามที่ได้แนะนำไป สามารถเข้ามาเลือกช้อปได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์คุณภาพดีราคาถูก

อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

โลกแห่งยุค Digital นี้ใครๆ ก็มีแอปพลิเคชันที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ยิ่งแอปยูทูปที่มีรายการดีๆมากมาย เปิดดูกี่วันกี่เดือนก็ไม่หมด แต่หากวันนี้เราอยากเปลี่ยนจากมุมคนดูเป็นคนทำคลิปที่เขาเรียกกันว่า ยูทูปเบอร์ บ้างล่ะ จะทำอย่างไรดี ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เรามีข้อมูลดีๆมาให้คุณก่อนเริ่มต้นเป็นยูทูปเบอร์กัน 

ก่อนทำคลิป ต้องคิดอะไรบ้าง

หากคุณเริ่มมีความคิดที่จะเปิดช่องทำยูทูปแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งใจร้อนวางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ก่อนเลย

1.เป้าหมาย

ก่อนอื่นเลยให้เริ่มคิดก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้คืองานอดิเรกคืออยากเริ่มฝึกให้กลายเป็นอาชีพ ไม่ว่าก็อาชีพหลักหรืออาชีพรองก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะทำเป็นงานหลักหรืองานรองก็ควรทำให้อย่างเต็มที่ เพราะใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำอาจสร้างให้คุณกลายเป็นยูทูปเบอร์ชื่อดังที่หาเงินได้มากมายก็เป็นได้

2.คิดชื่อ Channel

ชื่อช่องของคุณมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่เราทำคลิปออกมาแล้วเริ่มมีคนดูมากขึ้น เขาก็จะจำชื่อช่องของเรา ดังนั้นชื่อช่องของเรานั้นไม่ควรยาวมาก อาจเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ จะมีความหมายโดยนัยหรือดัดแปลงจากวลีเด็ดได้จะยิ่งดี เพราะจะช่วยให้คนดูจำชื่อช่องของเราได้ง่ายขึ้น

3.โลโก้

เมื่อคิดชื่อช่องได้แล้ว คิดต่อมาเลยว่าอยากมีรูปโลโก้ช่องเป็นแบบไหน อาจทำให้สอดคล้องกับชื่อช่องก็ได้ เพื่อช่วยให้คนจำได้ง่ายขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะยากหน่อยสำหรับมือใหม่หรือคนที่ไม่ถนัดด้านศิลปะ เราอาจใช้แอปพลิเคชันช่วย หรือจ้างดีไซน์เนอร์ออกแบบโลโก้ให้เราก็ได้นะ รับรองว่าคุ้มค่าเพราะลงทุนแค่ครั้งเดียวก็มีโลโก้ดีๆใช้ได้ยาวๆ

4.วางแผนคอนเทนต์ที่จะทำ

แน่นอนว่าการทำช่องยูทูปนั้น ควรมีแกนหลักของคอนเทนต์หรือคลิปที่เราจะทำ เพื่อให้คลิปภายในช่องมีความสอดคล้อง และเป็นไปในทางเดียวกัน อาจไม่จำเป็นต้องมีหนึ่งอย่าง หากมีหลายอย่างก็สามารถสร้างเป็นชื่อรายการที่จะทำแล้วใส่เลขตอนต่อลงไป หรือคิดง่ายๆว่าเป็นการจัดระเบียบให้คลิปในช่องของคุณ และทำให้คนดูติดตามได้ง่ายมากขึ้น

5.เตรียมอุปกรณ์

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม แผนพร้อม ให้เริ่มเตรียมอุปกรณ์ได้เลย อาจไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง เริ่มต้นจากของระดับปานกลางที่ใช้งานได้ เพราะจุดสำคัญคือถ้าคอนเทนต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ครึ่งที่เหลือคือการถ่ายทำและตัดต่อ

อุปกรณ์สำหรับยูทูปเบอร์

ตามจริงแล้วอุปกรณ์การเป็นยูทูปเบอร์มีอยู่ไม่กี่อย่าง และแต่ละคนก็มักจะใช้อย่างเดียวกัน (แต่อาจคนละรุ่นหรือแบรนด์กัน) อุปกรณ์จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.กล้อง

อุปกรณ์หลักที่ยูทูปเบอร์ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว แต่การเลือกใช้กล้องนั้น หากคุณเป็นมือใหม่หรือไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ให้คุณเลือกกล้องที่คุณใช้แล้วถนัดมือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งค่าต่างๆ ของคุณภาพไฟล์ที่ได้ 

หากให้แนะนำก็ควรเป็นกล้องที่ต่อไมโครโฟนได้ และมีหน้าจอที่สามารถพลิกกลับมาดูตัวเองได้ เพราะเริ่มแรกหลายๆคนก็มักถ่ายด้วยตัวเองคนเดียว และหากมีช่องต่อไมค์แยกก็จะยิ่งทำให้เสียงในคลิปของเราชัดเจนมากขึ้น 

แต่หากใครงบจำกัด กล้องของสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้ได้นะ ยิ่งสมาร์ทโฟนสมัยนี้อัดกล้องที่มีความสามารถดีๆแถมบางรุ่นยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวอีก เพราะฉะนั้นแล้วลองเริ่มจากสมาร์ทโฟนก่อนก็ได้ แต่อาจต้องระวังเรื่องความจำเครื่องด้วยล่ะ

2.อุปกรณ์เสริมกล้อง

เมื่อมีกล้องแล้วก็ควรมีอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้การถ่ายของคุณมีความสะดวกหรือมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่น เลือกใช้เลนส์ที่เหมาะ ยิ่งหากคุณเป็นสาย Vlog เดินไปถ่ายไป ก็ควรใช้เลนส์ที่มีความกว้างของมุมมองภาพ เพื่อเก็บภาพไม่ให้แคบจนคนดูรู้สึกอึดอัดตาม

หรือจะเป็นไม้ถือหรือไม้กันสั่น ยิ่งหากคุณใช้สมาร์ทโฟนล่ะก็ ในท้องตลาด Gadget ก็มีอุปกรณ์เสริมเป็นไม้กันสั่นที่จะช่วยให้ภาพของคุณสมูทมากยิ่งขึ้น แต่ก็อาจแลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

3.ไฟ Ring Light

หากใครที่ตั้งถ่ายเองในบ้านหรือในสตูดิโอก็ควรมีไฟวงสักอัน เพื่อเพิ่มแสงของภาพในวิดีโอ โดยเฉพาะสาวๆที่ทำคลิปแต่งหน้ารีวิวเครื่องสำอางต่างๆ ยิ่งควรมี และควรซื้อแบบที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่หน่อย เพื่อสามารถตั้งกล้องได้ และที่สำคัญควรเลือกรุ่นที่ปรับสีได้หลายแบบหลายอุณหภูมิ

แต่หากคุณยังไม่อยากลงทุนเยอะ หน้าต่างบ้านแบบกระจกใสที่มีแสงธรรมชาติเข้าก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่อาจะต้องกะเวลาให้ดีก่อนแสงหมดนะ 

4.ฉากหลังสวยๆ

ใครที่ทำคลิปตั้งถ่ายเองในบ้าน ก็ควรจัดห้องในเป็นระเบียบหรืออาจตกแต่งด้วยไฟต่างๆให้มีมิติมากขึ้น แต่หากคุณไม่อยากให้ภาพพื้นหลังของคลิปคุณเป็นห้องที่รกๆล่ะก็ สามารถซื้อฉากขาวพร้อมขาตั้งมาใช้เป็นพื้นหลังทำให้ดูเหมือนถ่ายอยู่ในสตูดิโอได้เลย แต่หากมีพื้นที่จำกัดหน่อยก็อาจใช้ผ้าขาวมาติดแทนได้ 

5.สมุด

มือใหม่ในช่วงแรกๆอาจยังจำไม่ได้ว่าควรพูดเรื่องใดก่อนเรื่องใดหลัง เราควรจดลงสมุดหรือกระดาษเพื่อทำเป็นสคริปท์ให้เราดู ทำให้การพูดของเราลื่นไหลและมีการเรียงลำดับเรื่องราว ทำให้คนดูไม่สับสน 

หากแนะนำวิธีง่ายๆคือจดลงกระดาษหรือแท็บเล็ต จดเฉพาะหัวข้อที่ต้องการพูดแล้วเรียงลำดับ เริ่ม กลาง จบ เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราไม่ลืมเรื่องราวที่จะพูด และทำให้เราพูดไม่นอกเรื่องได้อีกด้วย 

สรุป

การเป็นยูทูปเบอร์นั้นไม่ยาก แต่การจะเป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้คนติดตามจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะถึงแม้เราเตรียมตัวดีมีอุปกรณ์พร้อม แต่หากเนื้อหาที่เราทำไม่ได้ถูกใจคนดูในช่วงนั้นๆก็อาจทำให้ยอดรับชมน้อยก็เป็นได้ และอีกข้อที่สำคัญคือการทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อคนมีคนติดตามแล้ว พวกเขาก็จะรอดูคลิปใหม่ๆของคุณ หากคุณไม่ได้ทำเป็นประจำหรือมาๆหายๆก็อาจทำให้คนดูเชื่อมกับเราไม่ติดก็เป็นได้

และหากยูทูปเบอร์มือใหม่คนไหนยังไม่มีอุปกรณ์ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหลากหลายหมวดหมู่สินค้าให้คุณได้ลองเข้าไปเลือกชม ไม่ว่าจะกล้องหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่ารอช้า รีบเข้ามาดูกันเลย

7 บอร์ดเกม ยอดฮิต ตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้

7 บอร์ดเกม ยอดฮิต ตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้

เบื่อหรือยังกับเกมในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณเบื่อแล้วลองหันมาเล่น บอร์ดเกม เกมที่จะพาทุกคนสนุกไปด้วยกันแบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี เพียงแค่นั่งรวมกัน มีกล่องให้เล่น ก็สนุกได้แล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับบอร์ดเกมที่ต้องตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้ ทั้ง 7 เกมจะสนุกแค่ไหน ไปรู้จักกัน

7 บอร์ดเกม ยอดฮิตสร้างความสัมพันธ์ (?)

Ultimate Werewolf

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

Ultimate Werewolf บอร์ดเกมยอดฮิตที่ชื่อคุ้นหูใครหลายคน เพราะการเล่นที่เข้าใจง่าย แต่มีหลากหลายบทบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือ ชาวบ้านและมนุษย์หมาป่า ซึ่งในการเล่นนี้ทุก ๆ คืน มนุษย์หมาป่ามีหน้าที่ในการฆ่าชาวบ้าน และตอนกลางวันชาวบ้านจะต้องจับผิดและโหวตฆ่ามนุษย์หมาป่า ฝั่งเหลือน้อยที่สุดก็ชนะไปเลย

Avalon

ขอบคุณรูกจาก: boardgamegeek.com

Avalon อีกหนึ่งบอร์ดเกมยอดฮิตที่เป็นตำนานมีวิธีการเล่นที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย โดยผู้เล่นทั้งหมดจะต้องไปทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ระวังให้ดีเพราะจะมีหนอนบ่อนไส้ที่จะมาขัดขวางให้ภารกิจนั้นไม่สำเร็จแบบเนียน ๆ ใครทำสำเร็จครบ 3 ครั้งก่อนก็เป็นฝ่ายชนะไป

Spyfall

ขอบคุณรุปจาก: boardgamegeek.com

Spyfall บอร์ดเกมจับสปายที่สามารถเล่นได้หลายคน มีวิธีการเล่นคือ ผู้เล่นทุกคนจะได้การ์ดที่มีสถานที่เหมือนกันยกเว้นผู้เล่นหนึ่งคนที่จะต้องเป็นสปาย และทุกคนจะต้องผลัดกันถามคำถามเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้รับนั้นคนละ 1 คำถาม ทั้งหมด 2 รอบ เพื่อที่จะจับผิดสปายให้ได้ เพราะฉะนั้นหาให้เจอแล้วรีบจับเอาไว้ !

Coup

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

พูดให้ดี อย่าให้โดนจับได้ใน Coup บอร์ดเกมที่จะต้องบังคับให้ทุกคนเกทับ ว่าตัวเองได้ตัวละครใดบ้าง 2 บทบาทที่มีความสามารถแตกต่างกันไป โดยมีเป้าหมายคือ หยิบเหรียญได้ตามกำหนดและสะสมให้ครบเพื่อนำไปแลกกับการสั่งประหารใครก็ได้ 1 ตัวละคร ใครอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายก็จะได้ราชบัลลังก์ไป

CS File

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

CS File บอร์ดเกมที่ทุกคนจะต้องมาร่วมกับสืบสวนสอบสวนไขปริศนาที่มีคนถูกฆาตกรรมจากคำใบ้อุปกรณ์ที่ใช้ลงมือและหลักฐานของฆาตกรที่นิติวิทยาศาสตร์ไปรู้มา โดยผู้เล่นทั้งหมดจะต้องคิดและจับตามองผู้เล่นรอบ ๆ ข้างว่าใครนะ ที่เป็นฆาตกรผู้ปั่นหัวคนอื่น คิดให้ดี ๆ แล้วจะรู้ว่าใครกันแน่ที่ทำให้เรื่องมันวุ่นวาย

สามก๊กกลยุทธ์

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

สามก๊กกลยุทธ์ บอร์ดเกมอิงนิยายอันโด่งดังที่มีวิธีการเล่นง่าย ๆ เพียงแค่แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ ภักดี กบฏ และทรยศ ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ ในการชนะคือ ฆ่าอีกฝ่ายให้ตายโดยใช้อาวุธและการ์ดเกมต่าง ๆ ที่มีในมือในการต่อสู้ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าใครอยู่ฝ่ายไหน ยกเว้นจักรพรรดิเท่านั้นที่ต้องเปิดไพ่ออกมา เรียกได้ว่าต้องทั้งแอบและวางแผนเล่นให้ดีเลยทีเดียว

Salem

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

Salem หรือเกมล่าแม่มด เป็นบอร์ดเกมที่ต้องใช้ทั้งความเนียนและไหวพริบในการเล่น เพราะเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝั่งชาวบ้าน และแม่มด โดยฝั่งชาวบ้านมีหน้าที่หาแม่มดและฆ่าให้ได้ ในขณะที่แม่มดก็มีหน้าที่ในการฆ่าชาวบ้านหรือเผยแพร่ลัทธิแม่มดให้ใหญ่ขึ้นไปอีก ดังนั้นอย่าเชื่อใจใครง่าย ๆ นะจ๊ะ

เป็นยังไงบ้างคะกับบอร์ดเกมแบบที่ต้องตีเนียน จริง ๆ ยังมีบอร์ดเกมอีกมากมายให้ได้เล่นกันอีก ดังนั้นถ้าคุณเล่นจนเบื่อและอยากหาอันใหม่แล้วก็สามารถเอาบอร์ดเกมที่มีอยู่มาลงขายใน Kaidee ได้นะคะ อาจจะมีใครบางคนรอเป็นเจ้าของบอร์ดเกมเหล่านั้นแทนคุณก็ได้นะ

7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดในหน้าฝนนี้

7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดในหน้าฝนนี้

ในช่วงนี้ที่นอกจากจะเข้าหน้าฝนแล้ว ประเทศไทยของเรายังเจอพายุที่ทำให้ฝนตกเกือบจะทุกวัน เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหาเดียวกันกับการที่ต้องออกไปข้างนอกแล้วเปียกเฉอะแฉะ ทั้งฝน ทั้งชื้น วันนี้เราจึงมาแนะนำ 7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตในช่วงหน้าฝนแบบนี้ได้แบบสบาย

1. ร่ม

หน้าฝนแบบนี้ “ร่ม” คือไอเทมสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้เด็ดขาด นอกจากจะใช้กันฝนแล้วยังสามารถใช้กันแดดสำหรับหน้าร้อนได้อีกด้วย ยิ่งในทุกวันนี้แต่ละแบรนด์ได้พัฒนาใส่เทคโนโลยีที่สามารถกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่พกพาง่าย พร้อมความสวยงามและมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบด้วยกัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ผสมความเป็นแฟชั่นสำหรับหลายๆ คนไปเลย

2. เสื้อกันฝน

เสื้อกันฝนนับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้พอๆ กับร่มเหมือนกัน เพราะสามารถสวมใส่ตอนขับรถมอเตอร์ไซค์ได้หรือสวมใส่ในระหว่างที่เดินกลับบ้านได้ ซึ่งยุคนี้ชุดกันฝนได้ถูกออกแบบให้มีความเป็นแฟชั่นที่สามารถนำมาแมทช์เข้ากับชุดทำงานได้แบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบพกร่มแล้วมาเลือกพกชุดกันฝนที่ทั้งขนาดเล็กและพกพาง่ายสุดๆ

3. รองเท้า Sandals

หน้าฝนแบบนี้คงไม่เหมาะสำหรับการสวมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดออกไปข้างนอกแน่ๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยิบรองเท้า Sandal รองเท้าแตะรัดส้นที่ให้ความรู้สึกถึงการสวมใส่ที่เบาสบาย ให้ความคล่องตัวสูง โดยแต่ละแบรนด์ก็ต่างมีดีไซน์ที่ทันสมัย ออกแบบมาเพื่อใส่ลุยและแมทช์เข้ากับชุดทำงานในแต่ละวันได้อย่างลงตัว เพิ่มความสนุกให้คุณแต่งตัวมันๆ ให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

4. กระเป๋ากันน้ำ

อีกหนึ่งไอเทมกันฝนสำหรับคนที่ขับมอเตอร์ไซค์มาทำงาน เพื่อปกป้องเอกสารหรือของใช้ส่วนตัวไม่ให้เปียกระหว่างการเดินทาง มีให้เลือกมากมายเพราะแต่ละแบรนด์ก็ต่างออกแบบและใส่เทคโนโลยีเพื่อแข่งขันกันอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์สำหรับหน้าฝนแบบนี้ให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี

5. เครื่องสำอางกันน้ำ

แม้ฝนจะตกหนัก พายุจะเข้าแค่ไหนผู้หญิงกับความสวยงามก็ต้องมาคู่กันเสมอ ไม่ว่าใครก็ต้องพกเครื่องสำอางติดตัวเอาไว้แต่งเติมหน้า ยิ่งเรื่องคิ้วจะให้ลบไม่ได้เด็ดขาด เพราะคิ้วคือมงกุฏของใบหน้าที่ขาดไม่ได้ การมีเครื่องสำอางกันน้ำพกติดตัวจึงช่วยให้สาวๆ ทุกคนสวยและดูดีได้ตลอดเวลา

6. ทิชชู่เปียก

ไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าร้อน หรือหน้าหนาว ทิชชู่เปียกจะมีประโยชน์เสมอในเวลาที่เปียกฝน เลอะโคลนระหว่างเดินทางแต่ไม่มีที่ให้ล้าง เราก็สามารถนำทิชชู่เปียกออกมาเช็ดทำความสะอาดได้ หรือหากในเวลาที่รู้สึกไม่สบายตัว ทิชชู่เปียกก็ช่วยให้สดชื่นได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

7. ผ้าขนหนู

ไอเทมสุดท้ายที่เราอยากแนะนำให้ควรมีติดกระเป๋าไว้สำหรับหน้าฝนนี้ก็คือ “ผ้าเช็ดตัว” เพราะนอกจากจะใช้ทิชชู่เปียกไว้ทำความสะอาดคราบสกปรกแล้ว ผ้าขนหนูก็ยังช่วยให้ซับผมได้ในเวลาที่โดนฝน แต่ขอแนะนำว่าควรพกผืนเล็กๆ ไว้สำหรับเช็ดหน้าก็พอแล้ว

จบไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ 7 ไอเทมสุดเจ๋งที่จะช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดได้จากหน้าฝนนี้ หากผู้อ่านท่านไหนที่ยังไม่มีไอเทมเหล่านี้ไว้ติดกระเป๋า สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย