Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รูดแล้ว รูดอีก รูดเก่งแบบนี้คงไม่พ้นบัตรเครดิตในมือพวกเรานี่แหละ ในเวลาที่ของมันต้องมี คนส่วนใหญ่ก็จะเลิอกหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋าเรามารูดเพื่อให้เราได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่อันตรายมันอยู่ตรงนี้แหละค่ะ ถ้าหากเราใช้บัตรเครดิตแบบเพลินเพลิน อาจจะทำให้เรามีหนี้เกินก็ได้ แล้วแบบนี้เราควรจะใช้บัตรเครดิตอย่างไร ให้อุ่นใจ ไม่เป็นหนี้ ลองมาดูวิธีการเซฟตัวเองจากหนี้บัตรเครดิตกันดีกว่าค่ะ
อย่าลืมรอบการตัดบัญชีและการจ่ายบิล
ในการใช้จ่ายบัตรเครดิต สิ่งที่เราไม่ควรลืม คือ การศึกษารอบในการตัดบัญชีอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการจ่ายยอดที่สูงเกินไป เช่น ถ้าหากบัตรเครดิตของเราตัดยอดทุกวันที่ 18 ของทุกเดือน พลูโตแนะนำให้รูดบัตรเครดิตหลังวันที่ตัดรอบบิล 1 วัน เพื่อให้ยอดที่เราเพิ่งรูดและยอดที่เราต้องจ่ายของเดือนที่ผ่านมาไม่ไปปะปนกัน
และทุกๆครั้งของการจ่ายบิลพยายามจ่ายให้ตรงเวลาทุกครั้ง เพราะถ้าหากเราจ่ายช้าไปเพียงแค่ 1 วัน ธนาคารต้นสังกัดของบัตรเครดิตจะทำการคิดดอกเบี้ยในทุกๆวัน ซึ่งเพื่อนๆสามารถศึกษาวิธีการคิดดอกเบี้ยจากในเว็บไซต์ต่างๆที่มีการอธิบายรายละเอียดส่วนนี้ได้เลย
โดยวิธีการป้องกันที่ดีมากๆอีกหนึ่งวิธี คือ การเตรียมเงินที่จะจ่ายไว้ให้พร้อม แบ่งใส่บัญชีแยกไว้เลย เพื่อป้องกันการจ่ายช้า ไม่มีเงินสำรองจ่าย หรือจะตั้งค่าให้ตัดยอดผ่านบัญชีเลยก็ได้ วิธีการนี้จะไม่ส่งผลต่อยอดดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นจากการจ่ายรอบบิลช้ากว่ากำหนดนั่นเอง
สร้างประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิต
บัตรเครดิต มีประโยชน์มากกว่าการใช้เพียงแค่รูดของที่ต้องมีอย่างเดียว การใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง และรู้ว่าบัตรเครดิตแต่ละใบต้องใช้จ่ายกับอะไรที่ไหน ถึงจะได้พ้อยท์ ได้แต้ม หรือได้ส่วนลดยังไง การใช้บัตรเครดิตให้ถูกประเภทการใช้จ่าย จะทำให้เพื่อนๆ ได้ประโยชน์จากการรูดบัตรในแต่ละครั้ง
นอกจากส่วนลดต่างๆจากการชิม ช้อป เที่ยวแล้ว เพื่อนๆยัง สามารถเอาคะแนนจากการรูดบัตร มาแลกของรางวัลได้อีก หรือสามารถบัตรเครดิดบางเจ้า สามารถซื้อกองทุน LTF, RMF หรือประกันต่างๆได้ พอมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆจะเห็นแล้วว่า บัตรเครดิตไม่ได้มีโทษอย่างที่เราคิด ถ้าหากเราวางแผนการใช้จ่าย หรือการต่อยอดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัย
การใช้บัตรเครดิต มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่เราสามารถใช้บัตรเครดิตให้เป็นประโยชน์ได้ หากเรามีวืนัยในการใช้ และการจัดการในการรูดบัตรเครดิตให้ดี โดยมีวิธีการง่ายๆในการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยที่ใครๆก็สามารถทำได้ อย่างการคิดก่อนที่จะใช้บัตรรูด ว่าคุ้มค่าหรือไม่กับการรูดในครั้งนี้ ของที่เรารูดไป จำเป็นต้องใช้หรือไม่ เมื่อใช้จ่ายแล้ว เมื่อถึงเวลาก็จะต้องจ่ายให้ได้ตามที่ใช้ไป ต้องมีเงินสำรองที่จะใช้จ่าย เพื่อป้องกันหนี้ที่จะบานปลาย ข้อนี้สำคัญมากๆ
อีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะแนะนำ หากใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต หรือมีบัตรเครดิตในมือเพียง 1-2 ใบ และยังไม่มั่นใจในวินัยทางการเงินของตัวเอง แนะนำว่าให้พักก่อนนะคะ อย่าเพิ่งเพิ่มบัตรเข้ามาในมือมากจนเกินไป เพราะเป็นหนทางในการสร้างหนี้ให้กับเราอย่างรวดเร็วมากๆ แต่ถ้าแน่ใจแล้ว เลือกบัตรเครดิตที่จะเป็นประโยชน์กับเรามาสัก 3-4 ใบ เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าเรามีความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อการยื่นขอธุรกรรม หรือการกู้ยืมที่ง่ายขึ้นในอนาคต หรือถ้าจะให้ดีจริงๆ ปลอดภัยไร้กังวล แนะนำว่า ‘จ่ายด้วยเงินสด’ วิธีเวิร์กที่สุด และไม่เสี่ยงเป็นหนี้จากเงินที่เราไม่สามารถจ่ายได้ด้วย
ก่อนจะจากกันไป อยากให้เพื่อนๆลองเปิดใจและวางแผนในการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และไร้กังวลเมื่อจะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เพราะถ้าหากเราใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้องและมีประโยชน์ เราจะได้ผลลัพธ์จากการใช้งานบัตรที่คุ้มค่ามากกว่าการเสียประโยชน์นะคะ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันกีฬาประเภทวิ่งมาราธอนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจการวิ่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งในการส่งเสริมและกระตุ้นให้กีฬาประเภทนี้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับบางคนอาจวิ่งเพื่อสุขภาพและบางคนอาจตั้งเป้าหมายเพื่อลงแข่งขัน เชื่อว่านักวิ่งมือใหม่หลายคนต้องเคยได้ยินคำว่า “Pace (เพซ)” กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาอธิบายว่า Pace (เพซ) คืออะไร และมีความสำคัญกับการวิ่งอย่างไรบ้าง
Pace หรือ เพซ หมายถึง ค่าของความเร็วที่เราใช้ในการวิ่งต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร หรือ 1 ไมล์ เรียกว่าถ้าค่า Pace (เพซ) ยิ่งต่ำเท่าไร เวลาที่ใช้ในการวิ่งจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น รวมถึงยังบอกความเร็วโดยรวมในตลอดระยะทางวิ่งได้ว่าค่าเฉลี่ยเท่าไร ความเร็วสม่ำเสมอตลอดระยะทางหรือไม่ ทำลายสถิติของตัวเองได้หรือเปล่า
Pace (เพซ) คือเวลาที่ใช้ในการวิ่ง 1 กิโลเมตรหรือ 1 ไมล์ ที่นิยมใช้ในเมืองไทย คือ เวลาของการวิ่งต่อ 1 กิโลเมตร เช่น การวิ่ง Pace 5:10 แปลว่าใน 1 กิโลเมตรเราใช้เวลา 5 นาที 10 วินาที
วิธีการดูค่า Pace
เชื่อว่าคนที่รักการออกกำลังกายจะต้องมีสมาร์ทวอทช์กันอยู่แล้ว ซึ่งสมาร์ทวอทช์แต่ละแบรนด์เมื่อกดเริ่มต้นจับเวลา หน้าจอก็จะขึ้นค่าต่างๆ ให้สังเกตดูตรงคำว่า Pace นาฬิกาจะแสดงเพซที่เราวิ่งอยู่ในขณะนั้น หรือแสดงค่าเพซเฉลี่ยทั้งหมดเมื่อวิ่งครบระยะทาง สำหรับใครที่ไม่มีสมาร์ทวอทช์ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการวิ่งเพื่อมาดูเพซในขณะที่วิ่งได้เหมือนกัน
ประโยชน์ของ Pace
Pace มีประโยชน์และความสำคัญต่อนักวิ่งในหลายด้าน หากคุณอยากเป็นนักวิ่งที่มีการพัฒนาที่ดี การวางแผนฝึกซ้อมรู้ Pace ของตัวเองจึงจะทำให้วิ่งได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
1. ใช้กำหนดค่าในการซ้อมวิ่ง เช่น การฝึกซ้อมวิ่งระยะไกล Long Run ควรใช้เพซที่มีความเร็วไม่มาก แต่เพิ่มระยะทางในการวิ่งให้ไกลขึ้น หรือการซ้อมแบบ Interval ควรใช้เพซที่มีความเร็วในระยะทางที่สั้นลงเพื่อปรับให้ทำเวลาได้ดียิ่งขึ้น
2. เมื่อรู้เพซของตัวเองแล้วจะทำให้การควบคุมความเร็วในการวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถเริ่มต้นออกตัวด้วยความเร็วแล้วค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง และจบลงด้วยการเพิ่มความเร็วเพื่อเข้าเส้นชัยได้ในเวลาที่ซ้อมมา เพราะถ้าหากเราไม่มีการควบคุมเพซ วิ่งตามใจตัวเองก็จะทำให้จบในเวลาที่กำหนดไม่ได้ หรือถ้าวิ่งเร็วจนเกินไปอาจทำให้เกิดจุกเสียดบริเวณชายโครงและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้
3. ช่วยให้คุณรู้ตัวเองว่าเป็นนักวิ่งกลุ่มไหน เพซเท่าไหร่ เนื่องจากในการวิ่งแข่งขันมาราธอนแต่ละครั้งจะมีกลุ่มที่เรียกว่า Pacer ของเพซต่างๆ เพื่อให้คุณเลือกวิ่งเกาะกลุ่มเพซที่ต้องการและจบในเวลาที่ตั้งเป้าไว้
4. สถิติของการวิ่งจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเราเอาเพซมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพการวิ่งของตัวเอง เพื่อวิเคราะห์ว่าเพซของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือไม่ ต้องวางแผนปรับรูปแบบวิธีการซ้อมอย่างไรถึงจะทำเวลาได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือทำลายสถิติเดิมของตัวเองได้ยิ่งดี สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับนักวิ่งให้เป็นแรงขับเคลื่อนในการซ้อมให้เวลาดียิ่งขึ้น
ตอนนี้นักวิ่งมือใหม่หลายคนคงรู้กันแล้วว่า Pace (เพซ) คืออะไร และมีประโยชน์ต่อการวิ่งอย่างไรบ้าง ซึ่งเพซอาจเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ ที่ต้องนำไปผสมผสานกับแผนการฝึกซ้อม แต่กลับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการฝึกซ้อมไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ในการวิ่ง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“รถคลาสสิก” ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปี ผ่านเจ้าของมาหลายคน หรือเป็นรถที่รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าจะซ่อมกันบ่อยแค่ไหนก็ตาม แต่รถคลาสสิกก็ยังคงเอกลักษณ์ของความสวยงามที่มีเสน่ห์ และน่าหลงใหลจนต้องตามหาเพื่อมาเป็นเจ้าของกันให้ได้ ยิ่งรถปีเก่าๆ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นที่หมายปองของนักสะสม ราคาก็มีแต่ขึ้นและไม่มีตกง่ายๆ วันนี้ RodKaidee จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก 10 รถคลาสสิกในตำนานที่ขายดีราคาไม่มีตก
1. Nissan Figaro
หนึ่งในรถเล็กที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลกับการเปิดตัวครั้งแรกในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 1989 ฝีมือการออกแบบของมิสเตอร์โชจิ ทาคาฮาชิ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสไตล์วิคตอเรียน เน้นการตกแต่งด้วยโครเมียมรอบคัน แผงพลาสติกที่ติดตั้งกระจังหน้า ทำจากพลาสติก PPO คืนตัวได้เมื่อโดนกระแทก หลังคาสามารถเลื่อนพับเก็บได้ ภายในห้องโดยสารตกแต่งเน้นความหรูหราด้วยโครเมียมสไตล์อังกฤษ พวงมาลัย 3 แกนแบบคลาสสิก เครื่องยนต์ขนาด 987 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 76 แรงม้า เกียร์ออโต้ 3 สปีด โดยหลังจากที่เปิดตัวพร้อมกระแสตอบรับที่เกินคาดก็ได้ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 20,000 คัน โดยใน 8,000 คันแรกผลิตแบบปกติ ส่วนอีก 12,000 คันที่เหลือจะมีเลขกำกับอยู่เพื่อบ่งบอกความพิเศษที่คนสะสมต้องหลงรัก
2. Suzuki Caribian
ขวัญใจสายออฟโรดที่ปัจจุบันได้เลิกทำการผลิตไปแล้ว แต่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยความเป็นเอกลักษณ์ให้เหล่านักสะสมได้ตามหามาปั้นคัสตอมสไตล์ออฟโรดกันอย่างสนุก โดยผลิตครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1968 นำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1977 นิยมใช้ในราชการทหาร ก่อนที่จะขายในเชิงพาณิชย์ประมาณปี ค.ศ.1982 เป็นรถ 4 ที่นั่ง มีฉายาที่เรียกติดปากว่า “รถตู้ปลา” ในช่วงนั้นถือว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่ารถเก๋ง แต่หลายคนก็ต้องยอมตัดใจขายเพราะทนแรงสั่นสะเทือนของรถไม่ไหว ซึ่งถือว่าเป็นรถตรงสายสำหรับผู้ที่มีใจรักในเส้นทางออฟโรด โดยเครื่องยนต์ของรถนั้นใช้งานไม่ยาก กลไกไม่ซับซ้อน ทนทาน สมกับเป็นรถที่สายลุยตามหาซื้อไว้มาครอบครอง
3. Land Rover Series I, II, III และ Defender
ตำนานออฟโรดขนานแท้ที่คงเอกลักษณ์รูปทรงสี่เหลี่ยมอันโดดเด่นไว้อย่างยาวนานกว่า 70 ปี จัดว่าเป็นอีกหนึ่งในสุดยอดรถสำหรับใช้ขับเข้าป่า หรือจะใช้งานในเมืองก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังเป็นรถยอดนิยมของหน่วยงานราชการและได้รับเกียรติให้เป็น “รถทรงงาน” อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรถแห่งความสมบุกสมบันและจิตวิญญาณความเป็นออฟโรดขนานแท้
4. Volkswagen Beetle
“รถเต่า” ชื่อที่เราคุ้นเคยและเรียกติดปากสำหรับรถยอดนิยมตลอดกาลจากค่าย Volkswagen ที่ได้นำเข้ามาสู่บ้านเราตั้งแต่ยุค 50 ยาวนานจนถึงยุค 70 โดยมีหลากหลายรูปแบบหลายฉายา ตั้งแต่รุ่น จอแบ่ง, จอไข่, จอกว้าง, ตาเอียง, ตานอน, ตาหวาน, กันชนใหญ่, ไฟท้ายกลม หรือรุ่นเปิดประทุน ในอดีตนั้นรถเต่าเป็นรถธรรมดาสามัญทั่วไป แต่ด้วยรูปทรงที่สวยงาม ผสมกับความทนทาน และการผลิตที่ยาวนานจึงทำให้เริ่มได้รับความนิยมจากคนเล่นรถเก่ามาจนถึงปัจจุบัน
5. Porsche 911
รถสปอร์ตสุดคลาสสิกอีกหนึ่งรุ่นกับทรงกบในตำนาน สืบทอดต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่น 356 กลายเป็นรุ่น 911 เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1964 มาจนถึงปัจจุบันกว่า 7 เจเนอเรชั่น ด้วยเอกลักษณ์รถสปอร์ตเฉพาะตัว ไฟกลมท้ายลาด เครื่องยนต์วางท้าย มีรุ่นแตกไลน์ออกมาอีกมากมาย แต่รุ่นที่โดดเด่นคือ Targa, Speedster หรือ GT ซึ่งเป็นรุ่นที่เหล่านักสะสมเล่นรถนั้นต้องมีไว้ครอบครอง
เชื่อได้ว่ารถคลาสสิก 5 รุ่นที่เราได้มาแนะนำให้ทุกคนในวันนี้ ต้องมีรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ถูกใจคนอ่านกันบ้าง สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์มือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee กันเลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดถึงเสน่ห์ความเรียบง่ายของสิ่งต่างๆ ในอดีต อย่างเช่น กล้องฟิล์ม หรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง ที่ตอนนี้ได้กลับมาเป็นกระแสและได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง
เช่นเดียวกับ “กล้อง Instant Camera” หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “กล้องโพลารอยด์ (Polaroid)” ซึ่งมาจากชื่อบริษัทเจ้าแรกที่คิดค้นและผลิตกล้องแบบถ่ายปุ๊บได้รูปปั๊บ ก็ได้กลับมามีบทบาทในวงการภาพถ่ายอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลดีที่หลายแบรนด์ได้ทำการร่วมผลิตกล้องโพลารอยด์ออกมาแข่งขันกัน ทำให้มีตัวเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพได้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน
นอกจากความคลาสสิกแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่กล้องชนิดนี้ยังครองใจหลายๆ คน เนื่องจากการใช้งานง่ายไม่จำเป็นต้องมีสกิลในการถ่ายภาพมากมายแบบช่างภาพมืออาชีพ ก็สามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ เพียงแค่กดถ่ายง่ายนิดเดียว รวมถึงยังเก็บภาพในการ์ดไว้อีกหนึ่งช่องทางได้อีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบรวมกล้องโพลารอยด์ 5 รุ่นมาแนะนำให้กับคนที่สนใจไว้เป็นตัวเลือกให้ได้ช้อปกัน
1. Polaroid Originals OneStep 2
แบรนด์ต้นตำรับกล้อง Instant Camera ที่ได้ทำการผลิตขึ้นมาใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องรุ่นยอดฮิตจากปี 1977 อย่าง OneStep ผสมผสานการออกแบบระหว่างความคลาสสิกและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีแบตเตอรี่ภายในตัวที่ชาร์จซ้ำด้วยสาย USB อยู่ได้นานถึง 60 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง กล้องมาพรอมเลนส์ฟิกซ์สามารถถ่ายวัตถุได้ตั้งแต่ระยะ 2 ฟุตขึ้นไป มีแฟลชอัตโนมัติ และระบบตั้งเวลาถ่ายภาพ เริ่มต้นใช้งานง่ายเพื่อให้ทุกคน รวมถึงเด็กๆ สนุกสนานกับการถ่ายภาพเพียงแค่กดชัตเตอร์และรอดูผลงานภาพที่คุณถ่ายได้ทันที
2. Fujifilm instax mini 9
โดดเด่นกับสีสันที่บ่งบอกถึงความสนุกที่มีให้เลือกกันถึง 5 สี สามารถเขียนข้อความต่างๆ เพิ่มความพิเศษลงบนภาพได้ ถ่ายภาพได้ที่ระยะใกล้สุด 35 เซนติเมตร ด้วยเลนส์ Close-Up พร้อมตัววัดแสงอัตโนมัติที่ช่วยให้ค่ารูรับแสงและแฟลชทำงานกันได้อย่างสัมพันธ์ มีโหมด High-Key Mode สำหรับถ่ายในที่มืด มีกระจกเล็กๆ ข้างเลนส์สำหรับถ่ายเซลฟี่เพื่อไม่ให้หลุดเฟรม สามารถปรับโหมดการถ่ายภาพได้ถึง 5 แบบ เพื่อเพิ่มความสนุกในการถ่ายภาพได้มากกว่าที่เคย
3. KODAK SMILE Instant Print Digital Camera
กล้องรูปทรงสวยสะดุดตาด้วยการเลื่อนสไลด์เปิดเลนส์เพื่อเริ่มถ่ายภาพ สามารถดูเฟรมภาพแบบเต็มตาด้วยหน้าจอแบบ LCD เพื่อเช็กมุมภาพแบบไม่มีพลาด จุดเด่นของกล้องคือการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพแบบ Zink Zero Ink Printing ที่ให้ความคมชัดและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น สัดส่วนขนาดภาพที่ได้ออกมาจะอยู่ที่ 2×3 นิ้ว (กว้างxยาว) สามารถเก็บไฟล์ภาพบนการ์ดหน่วยความจำในเครื่องได้
4. Polaroid Snap Touch
รุ่นนี้รูปทรงการออกแบบจะแตกต่างจากกล้องโพลารอยด์ทั่วไป เพื่อช่วยให้คุณ Snap, Print และ Share เป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องพิมพ์แบบ Built-in ที่ถูกติดตั้งมาภายในทำให้ถ่ายและพิมพ์ภาพได้ทันที หรือจะเลือกเก็บไว้พิมพ์ภายหลังก็ได้ เพิ่มลูกเล่นให้กับภาพด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพิ่มกรอบฟิลเตอร์ สติกเกอร์ หรือตกแต่งแก้ไขภาพเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์อื่นๆ ได้อีกด้วย
5. Leica Sofort
กล้อง Instant ตัวแรกจาก Leica แบรนด์กล้องไฮเอนด์สัญชาติเยอรมันที่คนเล่นกล้องทั้งหลายอยากได้มาครอบครอง ดีไซน์กล้องมีความโมเดิร์นคลาสสิกมาในรูปทรงสี่เหลี่มจัตุรัส อัดแน่นด้วยคุณสมบัติโหมดการถ่ายภาพที่ครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน ตั้งแต่ Automatic, Party & People, Sports & Action, Macro, Multiple Exposures, Time Exposures, Self-portraits และ Self-timer รวมถึงยังมาพร้อมระบบ Manual Focus 3 ระยะ ตั้งแต่ Macro ถ่ายภาพวัตถุใกล้ได้ถึง 30 ซม. ไปจนถึงระยะไกล 3 เมตร เป็นต้นไป มีแฟลชภายในตัว ปุ่มปรับความมืด-สว่างของภาพ ได้ตามที่ผู้ถ่ายต้องการ
จบไปแล้วกับการแนะนำกล้องโพลารอยด์ 5 รุ่น หวังว่าจะมีประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังอยากช้อปอยากซื้อกล้องโพลารอยด์อยู่ ลองเข้ามาเลือกหาดูได้ที่ Kaidee กันเลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นทีละนิดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวมาเยือนเราอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีหลายคนวางแผนไปสัมผัสอากาศหนาวในพื้นที่ภาคเหนือหรืออีสาน
วันนี้เรารวบรวมทริคในการเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของเมืองไทยแบบครบถ้วนและครอบคลุมทุกช่วงอุณหภูมิ เพื่อให้ทุกคนแต่งตัวเข้ากับอากาศได้เป๊ะ ๆ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปมาไว้ให้แล้ว
ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าวิธีเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศประเทศเรานั้น ต้องเลือกอะไรและอย่างไรบ้าง
เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอุณหภูมิ
การเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศสามารถอ้างอิงได้จากระดับอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ได้ด้วย ส่วนระดับอุณหภูมิเท่าไรจะเหมาะกับเสื้อกันหนาวแบบไหน เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย
-10 – 0 องศาเซลเซียส
ส่วนใหญ่แล้วอากาศติดลบบ้านเราก็จะไม่ได้ติดลบไปไกลถึงขั้นเลขสองตัว ส่วนมากจะอยู่บริเวณ -1 ต้น ๆ ซึ่งพบได้บริเวณยอดดอยสูง ๆ
หากอยู่ในสภาพอากาศแบบนี้ ถ้ายิ่งมีลมก็ยิ่งควรสวมเสื้อผ้ากันหนาวไว้หลาย ๆ ชั้น ขนมาตั้งแต่เสื้อฮีทเทค เสื้อคอเต่า เสื้อโค้ตตัวหนา ลองจอน กางเกงหนา ๆ ผ้าพันคอ ถุงเท้าและรองเท้าบูทเลยก็ได้ หากลมแรงมากก็ใช้เป็นที่ปิดหูกันลม
แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่
เสื้อฮีทเทค (Heattech)
คือเสื้อที่มีนวัตกรรมเก็บกักความร้อนจากร่างกายเพื่อให้เราอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะกับการใส่ไว้ชั้นใน ออกแบบให้ค่อนข้างบางแต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้อุ่นได้ดีมาก
ลองจอน (Long Johns)
เป็นชุดเสื้อและกางเกงสำหรับใส่ชั้นในเพื่อกันหนาว อาจเลือกใส่ทั้งสองชิ้นเลยหรือเลือกใส่เฉพาะท่อนล่างหรือท่อนบนอย่างเดียวแล้วแต่สะดวก ส่วนมากจะทำจากผ้าฝ้าย โพลีเอสเตอร์ผสม หรือบางรุ่นก็ทำแบบผสมกำมะหยี่และผ้าขนสัตว์
ความแตกต่างระหว่างลองจอนและเสื้อฮีทเทคคือลองจอนจะมีความหนากว่าเหมาะกับสภาพอากาศที่หนาวมาก ๆ
0-5 องศาเซลเซียส
อากาศที่อุณหภูมิประมาณ 0-5 องศาเซลเซียสจะพบเจอได้บนยอดดอยสูง ๆ และในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือเราจะเห็นแม่คะนิ้งเกาะตามต้นไม้ใบหญ้าในระดับอุณหภูมิประมาณนี้
แนะนำว่าควรสวมใส่เสื้อกันหนาวหนา ๆ อาจจะสวมทับกันหลายชั้นให้อุ่นขึ้น เช่น เสื้อไหมพรม เสื้อโค้ท ถุงเท้า รองเท้าบูท สามารถเพิ่มผ้าพันคอหนา ๆ สักผืน และถุงมือดี ๆ เข้าไปอีกเพื่อป้องกันให้ครบทุกส่วน หากใครขี้หนาวมาก ก็สวมลองจอนเพิ่มเข้าไป
แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่
โค้ทผ้าวูล (Wool)
โค้ทผ้าวูลเป็นโค้ทผ้าที่ทักถอจากบรรดาขนสัตว์ทั้งหลาย เราจะเรียกผ้าที่ทอจากขนสัตว์รวม ๆ ว่าผ้าวูล ลักษณะของผ้าวูลจะมีความนุ่ม ละเอียด ไม่คัน และให้ความอบอุ่นได้ดี นิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์กันหนาว อาทิ โค้ทกันหนาว
โค้ทผ้าวูลส่วนใหญ่ที่ขายกันทั่วไปมักจะเป็นผ้าวูลผสม เช่น ผสมกับโพลีเอสเตอร์ เพื่อให้ราคาถูกลง แต่ยังกันหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าวูลมีคุณสมบัติในการกันหนาวได้ตั้งแต่ 15 องศาเซลเซียสจนถึงติดลบเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนาบางของโค้ทด้วย
5-10 องศาเซลเซียส
หากขึ้นไปยังพื้นที่บนดอยสูงหรือจังหวัดในแถบภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครพนม เลย สกลนคร ก็มีโอกาสจะได้เจอะเจออุณภูมิที่ลดต่ำลงประมาณนี้บางช่วงเวลา เช่น เช้ามืดหรือกลางดึก
อุณภูมิประมาณนี้ถือว่าเหมาะกับการสวมใส่เสื้อไหมพรมทั้งแบบสวมศีรษะ หรือติดกระดุมและสวมทับด้วยโค้ทและกางเกงหนา ๆ พร้อมกับรองเท้าบูทและถุงเท้ากันหนาว สำหรับคนที่ขี้หนาวเป็นพิเศษ อาจจะสวมเพิ่มเป็นเสื้อฮีทเทคหรือลองจอนสักตัว
แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่
รองเท้าบูทกันหนาว
สำหรับคนที่ขี้หนาวมาก ๆ หรือไม่ชอบให้เท้าเย็น รองเท้าบูทสักคู่ก็ถือเป็นไอเทมที่สำคัญ มีหลากหลายรูปแบบและวัสดุให้เลือก ตั้งแต่ผ้ากำมะหยี่ หนัง PU และอีกมากมาย ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศของพื้นที่ที่จะไป
หากเลือกซื้อบูทที่เนื้อหนากว่าสภาพอากาศจริง ใส่นาน ๆ อาจจะเหงื่อออก เหนอะหนะ ชวนให้เที่ยวไม่สนุก
หรือถ้าใครอยากซื้อคู่เดียวแล้วใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบขึ้นเขาลงห้วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สามารถเลือกซื้อเป็นรองเท้าบูทเดินป่าที่ใช้ได้ในหลายสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอยู่เมืองหนาวหรือในทะเลทราย
10-15 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิประมาณนี้อากาศทั่วไปสำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานช่วงหน้าหนาว อาจจะไม่ต้องสวมเสื้อกันหนาวหลาย ๆ ชั้นซ้อนกัน แค่สวมเสื้อกันหนาวสักตัวและกางเกงขายาว หรือจะเป็นเสื้อกันหนาวไหมพรมโดยไม่มีตัวนอกทับ
แต่ถ้าเป็นคนค่อนข้างขี้หนาว สามารถเพิ่มถุงเท้าสักคู่ ผ้าพันคอสักผืน หรือปรับเสื้อข้างในให้เป็นเสื้อหนาวไหมพรมที่หนาขึ้นและสวมทับด้วยเสื้อตัวนอก
แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่
เสื้อกันหนาวไหมพรม
เสื้อกันหนาวไหมพรมเป็นอีกไอเทมที่ต้องเห็นทุกหน้าหนาว มีหลากหลายรูปแบบทั้งแขนยาวแบบสวม เสื้อคอเต่า เสื้อกั๊ก เสื้อคาร์ดิแดน และโค้ทไหมพรม
ไหมพรมที่นำมาทำเสื้อกันหนาวมีหลายประเภท แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติ เสื้อกันหนาวไหมพรมแต่ละแบบจึงไม่ได้เหมาะกับอุณหภูมิและสภาพอากาศที่เท่ากันเสมอไป
เช่น หากต้องการเสื้อไหมพรมที่อุ่นมากอาจเลือกใช้เป็นไหมพรมวูล ไหมอัลปาคา และไหมโมแฮร์ ที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่นเหมาะนำไปทำเสื้อกันหนาว หมวก และถุงมือ
15-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิ 15 – 20 องศาเซลเซียสพบได้ทั่วใบช่วงฤดูหนาวของไทย เป็นอากาศที่กำลังเย็นสบาย เหมาะกับการสวมเสื้อผ้าที่หนากว่าปกติ เช่น สวมเป็นเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมบาง ๆ กับกางเกงขายาว หรือใส่เสื้อผ้าตามปกติและสวมทับด้วยคาร์ดิแกนไหมพรม
ถ้าเป็นคนที่ขี้หนาวหน่อย ก็เพิ่มระดับความหนาขึ้นได้ตามความเหมาะสม เช่น สวมเสื้อคลุมตัวนอกทับอีกรอบ
แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่
คาร์ดิแกน
เสื้อคลุมไหมพรมสุดฮิตที่สามารถหยิบมาใส่ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป คาร์ดิแกนคือเสื้อคลุมที่จะไม่มีปก เนื้อบาง และมีกระดุมผ่าหน้า มีทั้งแบบเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวและสั้น สามารถนำมาแมทช์กับการแต่งตัวของเราได้ง่ายและหลากหลาย
สรุป
แม้ว่าฤดูหนาวเมืองไทยจะไม่ได้ถึงขั้นหนาวมากเหมือนอยู่ต่างประเทศ แต่ในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ถือว่าอุณหภูมิต่ำมากในบางช่วง ดังนั้นจึงควรเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย
หากใครที่กำลังแพลนขึ้นไปยอดดอยสูง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อาจต้องเผชิญสภาพอากาศอุณหภูมิเลขตัวเดียวหรือถึงขั้นติดลบเลขต้น ๆ ในช่วงเช้าตรู่ เพราะฉะนั้นควรสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ผ้าพันคอ และถุงมือ หากใครขี้หนาวก็เลือกใส่ลองจอนหรือฮีทเทคเพิ่มได้
ถ้าอยู่ในสภาพอากาศ 10-15 องศา ซึ่งเป็นอากาศทั่วไปในบริเวณแถบภาคเหนือและอีสานช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ใส่เป็นสเวตเตอร์อุ่น ๆ กับกางเกงขายาว ส่วนอากาศประมาณ 15-20 องศาก็แค่หาเสื้อคลุมกันหนาวสักตัวมาสวมทับ
คนที่กำลังมองหาเสื้อกันหนาวจัดเต็มไว้ใส่ไปเผชิญอากาศหนาวบนดอยแบบฟิน ๆ หรือสวมใส่สบาย ๆ สู้อากาศเย็น ๆ ก็ลองเข้ามาดูกันที่ Kaidee.com ได้เลยค่ะ ที่นี่เรามีเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวให้เลือกซื้อหาเพียบแน่นอน