ซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง ต้องดูอะไรบ้าง

ซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง ต้องดูอะไรบ้าง

คอมพิวเตอร์ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญกับการใช้ชีวิตของเรา ถึงแม้จะไม่สามารถพกพาไปข้างนอกแบบโน๊ตบุ๊คได้ แต่คอมพิวเตอร์นั้นสามารถปรับแต่งชิ้นส่วนต่างๆได้ตามใจชอบหรือตามงบประมาณที่มี ดังนั้นสเปคของแต่ละเครื่องก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเน้นเล่นเกม ทำงานกราฟิกหรือทำงานเอกสาร ก็สามารถปรับแต่งได้แบบเฉพาะทาง และมีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย  

คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย . . .

คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องประกอบด้วยอุปกรณ์หลายชิ้น หากขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ดังนั้นมารู้จักกับอุปกรณ์ทั้งหมดกันก่อนจะซื้อคอมหรือประกอบคอมสักเครื่องกันดีกว่า

1.เคส (Case)

อุปกรณ์ที่เป็นเหมือนกล่อง มีเพื่อใส่อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เคสมีหลายขนาด แต่ส่วนมากที่ใช้กันจะเป็น Mini Tower, Mid Tower และ Full Tower โดยขนาดจะขึ้นอยู่กับขนาดของเมนบอร์ด

2.เมนบอร์ด (Motherboard)

เมนบอร์ดคือแผงวงจรหลักที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเหมือนตัวกลางในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนอื่นๆ และตัวเมนบอร์ดมีช่องไว้เพื่อใส่หน่วยประมวลผลหรือหน่วยความจำเพิ่มเติมต่างๆ

3.CPU

CPU หรือหน่วยประมวลผลหลักซึ่งหลายคนมักเรียกผิดว่า CPU คือเคส แต่ความจริงแล้วมันคือหน่วยประมวลผลที่เป็นเหมือนสมองของคอมพิวเตอร์ที่ประมวลคำสั่งที่ได้รับและควบคุมการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ

4.GPU (Graphics Card)

GPU หรือหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือที่เราเรียกกันว่าการ์ดจอ GPU มีหน้าที่ช่วยผลประมวลด้านกราฟฟิก เช่นเวลาเล่นเกมหรือทำงานด้านกราฟิกโดยเฉพาะ จะได้ภาพที่ดีและลื่นไหลมากขึ้น

5.แรม (RAM)

แรมคือหน่วยความจำหลักที่มีผลกับประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยปกติแล้วในปัจจุบันแรมมักจะเริ่มต้นที่ 8GB เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลมากขึ้น 

6.HDD และ SSD

HDD และ SDD คือหน่วยบันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดยความแตกต่างเบื้องต้นนั้น SDD นั้นจะมีความอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า HDD

7.พัดลมระบายความร้อน 

การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ย่อมมีความร้อนเกิดขึ้นเสมอ ยิ่งภายในเคสที่มีชิ้นส่วนมากมายทำงานอยู่นั้น ยิ่งมีความร้อนภายในมากขึ้น ซึ่งหากมีความร้อนสูงเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้ ดังนั้นจึงต้องมีพัดลมระบายความร้อนภายในด้วย

8.PSU (Power Supply)

อุปกรณ์สำคัญในแปลงกระแสไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับเมนบอร์ดและส่งต่อกระแสไฟฟ้าไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่ง

9.จอมอนิเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ

อุปกรณ์นอกเหนือจากชิ้นส่วนภายในเคสก็ยังมี จอมอนิเตอร์ คีย์บบอร์ด เมาส์ หูฟัง ลำโพงต่างๆ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ

ชิ้นส่วนไหนสำคัญที่สุดล่ะ

หากพิจารณาตามการทำงานของคอมพิวเตอร์แล้ว ชิ้นส่วนภายในเคสสำคัญมาก อาทิ CPU เนื่องจากเป็นเหมือนสมองที่รับคำสั่งและควบคุม Power Supply ที่ช่วยจ่ายกระแสไฟ ซึ่งหากชิ้นส่วนใดมีปัญหาเราสามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ แต่จะต้องศึกษาวิธีอย่างละเอียดก่อน หรือยกไปให้ร้านซ่อมต่างๆจัดการให้จะปลอดภัยที่สุด

ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองต้องดูอะไรบ้าง?

เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์มือสองมีขายมากมายไม่ว่าจะตามห้างหรือในเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ แต่การซื้อของมือสองย่อมต้องสังเกตให้ดี บางครั้งอาจไม่มีอะไรผิดพลาดหรือมีปัญหา แต่การตรวจสอบให้ดีทุกจุดก็ทำให้เราสบายใจขึ้นในการซื้อได้

1.ประกัน

บางครั้งคอมพิวเตอร์มือสองที่วางขายนั้นอาจมีอายุการใช้งานที่ไม่นาน เราต้องคอยเช็คประกันว่ายังมีชิ้นไหนที่ประกันยังไม่หมดหรือไม่ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง เราก็สามารถนำไปเปลี่ยนได้ แต่อย่าลืมขอใบเสร็จหรือใบรับประกันจากเจ้าของเดิมนะ

2.ระยะเวลาการใช้งาน

ระยะเวลาการใช้งานถือเป็นอีกเรื่องสำคัญเวลาซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง เพราะเมื่อเรารู้อายุการใช้งานว่าใช้มานานแค่ไหนแล้ว ก็สามารถรู้ได้ว่าชิ้นส่วนไหนอาจมีการเสื่อมสภาพบ้าง ทางที่ดีควรสอบภามหรือเช็คจากใบเสร็จของเจ้าของเดิมก่อน

3.สภาพภายนอก

สภาพภายนอกก็เป็นสิ่งที่บอกถึงการดูแลเอาใจใส่ของเจ้าของเดิมได้ หากภายนอกมีรอยขีดข่วนเยอะแยะไปหมดก็ให้เผื่อใจว่าชิ้นส่วนภายในอาจต้องเช็คให้ละเอียดมากขึ้น หรือหากภายนอกตัวเคสเป็นรุ่นเก่าๆก็มักจะไม่มีช่องสำหรับพอร์ท USB ใหม่ๆแบบ USB-C ดังนั้นควรเช็คให้ดีเสมอนะ

4.ตรวจสอบสเปค

สเปคถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด รวมถึงโปรแกรมต่างๆก็มีการอัพเดทเรื่อยๆ ดังนั้นการมีคอมที่มีสเปคสูงเพื่อรองรับการทำงานในอนาคตก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะหากซื้อสเปคต่ำก็อาจใช้งานได้ไม่นานก็ต้องไปเสียเงินอัพชิ้นส่วนต่างๆเพิ่มอีก

5.ลองเปิดเครื่องใช้งาน

เมื่อเช็คสเปค ประกันและสภาพภายนอกทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ควรขอเปิดเครื่องดูเพื่อเช็คการทำงานว่าปกติหรือไม่ และเพื่อเช็คสเปคที่ขึ้นโชว์ว่าตรงกับที่แจ้งขายไว้หรือไม่อีกด้วย บางครั้งอาจมีการสลับแบรนด์หรือรุ่นที่ต่ำกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นเช็คให้ละเอียดเลยล่ะเมื่อเปิดเครื่องใช้งานแล้ว 

สรุป

คอมพิวเตอร์ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แม้ว่าจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนากว่าโน๊ตบุ๊ค แต่ก็ยังมีวันเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามเราก็ยังสามารถซื้อชิ้นส่วนใหม่มาปรับเปลี่ยนเพื่อคงประสิทธิภาพให้ดีอยู่เสมอได้ ดังนั้นการเลือกซื้อไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสองก็ควรตรวจเช็คให้ดีก่อนจ่ายเงินเสมอ 

หากใครมองหาคอมมือสองอยู่ล่ะก็รีบเข้ามาที่ Kaidee ของเราเลย มีคอมพิวเตอร์สภาพสวยราคาดีเพียบ ! 

ประตู หน้าต่าง ใช้แบบไหนเหมาะสมกับคุณ

ประตู หน้าต่าง ใช้แบบไหนเหมาะสมกับคุณ

บ้านทุกหลัง ไม่ว่าจะหลังใหญ่หรือหลังเล็ก จะเป็นบ้านที่สมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าหากขาดองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น เสาบ้าน รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่าง ประตูและหน้าต่างด้วยนั่นเอง ซึ่งมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ที่ประกอบรวมเข้าด้วยกันแล้ว จะทำให้บ้านออกมาสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะให้เราได้อยู่อาศัย 

ซึ่งบ้านที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่คิดว่าจะใส่อะไรไปก็ได้ ถ้าเลือกของที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีประโยชน์ ก็อาจจะทำให้บ้านไม่น่าอยู่และมีปัญหาตามมาทีหลังก็ได้นะ เพราะฉะนั้นการเลือกส่วนประกอบของบ้านต้องเลือกให้เข้ากับบ้าน แข็งแรง ทนทาน ที่ประกอบเข้ากับบ้านแล้วสวยงามและบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้ 

ประโยชน์ของประตูและหน้าต่าง 

ประตูและหน้าต่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความสำคัญมาก โดยประตูจะต้องใช้เป็นทางเข้าและออกจากบ้าน ส่วนหน้าต่างเป็นสิ่งที่ช่วยให้มีอากาศไหลผ่าน ถ่ายเทสะดวก ไม่อึดอัด อีกทั้งยังช่วยให้มีแสงสว่าง ปลอดโปร่ง ทำให้ภายในบ้านไม่มืดทึบ ถ้าขาด 2 สิ่งนี้ บ้านจะขาดคุณสมบัติของการเป็นที่พักอาศัยเลยล่ะครับ 

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า ประตูและหน้าต่างแบบไหน วัสดุแบบไหน ที่เหมาะสมกับบ้านของเพื่อน ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะติดตั้งประตูหน้าต่างกัน มาดูกันเลย   

ประเภทของประตูและหน้าต่าง

ประตู

  1. ประตูบานเปิด

เป็นประตูที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย จะมีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ มีลักษณะการเปิดประตูแบบไปในทิศทางเดียว คือ การเปิดแบบผลักออกจากตัวผู้เปิดหรือการเปิดแบบดึงเข้าหาตัวผู้เปิด โดยประตูบานเปิดจะนิยมนำมาใช้เป็นประตูสำหรับเข้าบ้าน ประตูเข้าห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน และห้องน้ำ 

  1. ประตูบานสวิง

เป็นประตูที่ทำได้ทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ ถูกออกแบบมาให้เปิดได้ทั้งแบบผลักออกจากตัวและเปิดดึงเข้าหาตัว มีลักษณะบานพับเป็นแบบหมุน 180 องศา โดยประตูประเภทนี้จะนิยมใช้ในสถานที่ที่คนใช้เยอะ เข้า-ออกบ่อย เช่น โรงภาพยนตร์ อาคารสำนักงานต่าง ๆ เป็นต้น แต่ไม่นิยมใช้ในบ้าน 

  1. ประตูบานเลื่อน

เป็นอีกหนึ่งประเภทประตูยอดฮิตที่ทุกบ้านนิยมใช้ ประตูบานเลื่อนจะมีลักษณะการเปิดด้วยการเลื่อนประตูไปในทิศทางของรางเลื่อนที่ทำยึดไว้ด้านบนและด้านล่างของประตู ซึ่งประตูบานเลื่อนมีหลากหลายรูปแบบทั้งบานเดี่ยว บานคู่ หรือมากกว่านั้น โดยจะนิยมและเหมาะใช้ภายในบ้านกับห้องต่าง ๆ 

  1. ประตูบานเฟี้ยม

ประตูบานเฟี้ยมจะมีลักษณะบานประตูหลายบานติดกันเป็นแผงประตูขนาดใหญ่ที่สามารถพับได้ ซึ่งถ้าเปิดประตูแล้วประตูจะไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทำให้ได้พื้นที่ห้องเพิ่มขึ้น โดยจะนิยมใช้ในการตกแต่งห้องให้ดูสวยงามและกั้นระหว่างห้อง ซึ่งในปัจจุบันก็จะเห็นบ้านที่นำประตูนี้มาใช้และจะเห็นบ่อยในสำนักงานใหญ่ ๆ ที่ใช้กับห้องโถงขนาดใหญ่  

หน้าต่าง

  1. หน้าต่างบานเปิด

เป็นประเภทหน้าต่างที่นิยมและพบเห็นบ่อยที่สุด มีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ เปิดได้โดยการผลักออก ซึ่งในปัจจุบัน หน้าต่างบานเปิดแบบบานเดี่ยวเป็นที่นิยม เพราะเวลาที่หน้าต่างถูกเปิดออก ทำให้เรียงกันอย่างสวยงาม ที่สำคัญสามารถรับลมได้มากทำให้อากาศถ่ายเท ไม่อึดอัด ซึ่งหน้าต่างประเภทนี้เหมาะกับบ้านทั่วไป 

  1. หน้าต่างบานกระทุ้ง 

หน้าต่างประเภทนี้ เป็นหน้าต่างประเภทที่เปิดขึ้นด้านบน ซึ่งบานพับจะอยู่ด้านบนของหน้าต่าง โดยหน้าต่างที่เวลาเปิด สามารถเปิดได้กว้าง ลมสามารถผ่านเข้ามาได้มาก อากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก ที่สำคัญหน้าต่างที่เปิดออกสามารถกันฝนได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้จะนิยมสร้างในคอนโด 

  1. หน้าต่างบานเลื่อน   

หน้าต่างประเภทนี้เป็นหนึ่งในหน้าต่างยอดนิยมเลยก็ว่าได้ มีลักษณะการเปิด – ปิดที่สวนทางกัน โดยจะมีชุดล้อซ่อนไว้กรอบด้านล่างของบานหน้าต่าง โดยหน้าต่างประเภทนี้จะเป็นที่นิยมของบ้านทั่วไปและคอนโด

  1.  หน้าต่างบานเกล็ด

หน้าต่างประเภทนี้จะมีลักษณะการเปิด – ปิดด้วยมือหมุน และมีกระจกมาซ้อนกันจนเต็มพื้นที่หน้าต่าง เป็นหน้าต่างที่สามารถรับลมได้อย่างเต็มพื้นที่ แต่ต้องใช้คู่กับมุ้งลวดด้วย เพื่อที่จะได้กันแมลงและยุงได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้นิยมใช้กับบ้านทั่วไป

วัสดุของประตูและหน้าต่าง

  1. ไม้

เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความแข็งแรง มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ โดยไม้ที่นิยมใช้ทำประตูหน้าต่าง คือ ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้เต็ง ไม้แดง เป็นต้น แต่ถ้าใช้วัสดุไม้ที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีหรือวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพใช้ทำประตูหน้าต่างนอกบ้าน ถ้าหากโดนน้ำหรือน้ำฝน โดนแดด จะทำให้ไม้บวม โก่ง งอ เกิดเชื้อราขึ้นได้ 

แต่ถ้าอยากจะทำประตูหน้าต่างด้วยไม้จริง ๆ แนะนำให้ใช้ไม้เนื้อแข็ง แต่ต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างดีและใช้วัสดุที่มีคุณภาพ 


ทั้งนี้ ยังมีวัสดุไม้หลากหลายรูปแบบให้เลือกอีกเยอะ คุณสมบัติหรือคุณภาพก็จะแตกต่างกันออกไป ควรเลือกและศึกษาให้ดีกันด้วยนะครับ เช่น 

  • ไม้ HDF (High Density Fiber) 
  • ไม้ Engineer 
  • ไม้อัด 
  • วัสดุ WPC (Wood-Plastic Composite) เป็นต้น

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุไม่จริงเหมาะกับคนที่ชอบความสวยงามของไม้ มีความเป็นธรรมชาติ แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน  

  1. เหล็ก

เหล็กเป็นวัสดุที่ใช้ทั้งประตูหน้าต่างได้ สามารถตกแต่งลวดลายให้เป็นรูปแบบที่สวยงามต่าง ๆ ได้หลากหลาย โดยวัสดุชนิดนี้จะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าวัสดุอื่น ๆ และสามารถเป็นสนิมได้หากถูกน้ำ ความชื้นเป็นระยะเวลานาน จึงต้องตัดสินใจดูจุดที่ติดตั้ง ดูรูปแบบของผนัง ว่าสามารถที่จะติดตั้งวัสดุนี้ได้หรือไม่

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุเหล็กเหมาะกับคนที่ประหยัดงบ ชอบความสวยงามที่สามารถตกแต่งลวดลายได้ตามรูปแบบที่เราต้องการ แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน เพราะวัสดุสามารถขึ้นสนิมได้ง่าย 

  1. อะลูมิเนียม 

วัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่ทนแดด ทนฝนได้ดี หาได้ง่ายตามท้องตลาดและเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ใช้ทำประตูหน้าต่าง เพราะราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง โดยวัสดุอะลูมิเนียมจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 

  • อะลูมิเนียมชุบสีด้วยไฟฟ้า (Anodizing) 
  • อะลูมิเนียมพ่นอบสี (Powder Coating) 

โดยอะลูมิเนียมพ่นอบสี จะมีความพิเศษตรงที่เป็นการพ่นและอบผงสีเคลือบที่ชั้นผิว สามารถทำได้หลายเฉดสี ที่สำคัญสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าอะลูมิเนียมที่ชุบสีด้วยไฟฟ้า จึงทำให้มีราคาที่สูงกว่า แต่ข้อจำกัดของวัสดุอะลูมิเนียมคือ เป็นโลหะที่ไม่ค่อยแข็งแรง ถ้าเกิดการกระแทกอาจจะทำให้บุบและมีรอยขีดข่วนได้

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมจะมีหลากหลายราคาตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง แล้วแต่กรรมวิธีในการผลิตเป็นอย่างไรด้วยนะครับ

  1. พีวีซี (PVC)

เป็นวัสดุทางเลือกหนึ่งที่ราคาไม่แพง โดยวัสดุจะเป็นประเภทพลาสติก โดยคุณสมบัติของ PVC เป็นวัสดุที่ทนความชื้นได้ดี น้ำหนักเบา หมดปัญหาเรื่องปลวก แต่มีข้อเสียที่เป็นวัสดุที่น้ำหนักเบา จึงทำให้ไม่ค่อยแข็งแรง แตกหักง่าย ไม่ทนแรงกระแทก ควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุนี้ในที่ภายนอก 

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ PVC นั้น เป็นอีกทางเลือกของคนที่ต้องการประหยัดงบภายในบ้านบางส่วน เพราะมีราคาค่อนข้างถูก แต่ต้องดูพื้นที่ในการใส่ด้วย เนื่องจากวัสดุค่อนข้างไม่แข็งแรง 

  1. ยูพีวีซี (UPVC)

วัสดุ UPVC หรือที่เรียกกันว่า ประตูหน้าต่างไวนิล ขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์นวัตกรรมใหม่ที่รักษ์โลก โดยวัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ ซึ่งวัสดุ UPVC เป็นโพลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าโพลิเมอร์หรือพลาสติกทั่วไป โดยมีคุณสมบัติที่คงทนและแข็งแรงกว่า คือ สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนได้ดี ป้องกันรังสี UV (ไม่ดูดซับความร้อน) ดูแลรักษาง่ายไม่เป็นคราบเหลือง แข็งแรงทนทานเพราะมีการเสริมเหล็กกล้า และที่สำคัญช่วยลดเสียงได้ ปกป้องเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ UPVC นั้น เหมาะกับคนที่พร้อมจะจ่ายด้วยราคาที่แพงกว่าแลกมากับวัสดุที่มีคุณภาพ เพราะวัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่มีกรรมวิธีการผลิตค่อนข้างยาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง แต่คุณสมบัตินั้นเหมาะสมกับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน  

สรุปท้ายบทความ

ประตูและหน้าต่างล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านทุกหลัง การเลือกใช้ประตูหน้าต่างรูปแบบต่าง ๆ ควรเลือกรูปแบบและวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละห้องในบ้านด้วย เพื่อที่จะได้ออกมาเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ สวยงามน่าอยู่ แข็งแรง และคงทนนะครับเพื่อน ๆ

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ กับบทความนี้ ช่วยให้เพื่อน ๆ มีความรู้และตัดสินใจที่จะซื้อประตูหน้าต่างไว้แล้วใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่จะซื้อประตูหน้าตกแต่งบ้าน เพื่อน ๆ ลองเข้ามาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านหลากหลายรูปแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมากมาย ซื้อบ้านเสร็จแล้วตกแต่งด้วยประตูหน้าต่างตามที่ชอบต่อก็เป็นความคิดที่ดีเลยล่ะครับ

3 ปัญหายอดฮิตสำหรับคนที่อยู่คอนโด และวิธีรับมือที่ต้องรู้

3 ปัญหายอดฮิตสำหรับคนที่อยู่คอนโด และวิธีรับมือที่ต้องรู้

ปัจจุบันการอาศัยอยู่คอนโดถือว่าเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนยุคใหม่ เนื่องจากคอนโดมีราคาที่ถูกกว่าบ้าน และทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่ติดรถไฟฟ้าทำให้การเดินทางเข้าเมืองมีความสะดวกสบาย อีกทั้งในแต่ละโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อย่างครบครัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว แต่ความสะดวกสบายต่างๆ นี้ก็อาจจะต้องเจอกับปัญหายอดฮิตภายในที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะป้องกันไม่ได้ วันนี้ BaanKaidee จะมาทำการสรุปปัญหา 3 ข้อของการอยู่คอนโด พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังสนใจกัน

1. ที่จอดรถไม่เพียงพอ

ปัญหาเรื่องที่จอดรถนับว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อาศัยอยู่คอนโด เนื่องจากที่จอดรถของเราอาจมีรถคันอื่นมาจอดแทนที่ แถมยังเป็นรถที่ไม่ใช่ลูกบ้าน เพราะไม่มีสติกเกอร์ติดเอาไว้ จึงทำให้ต้องวนรถหาที่จอดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีที่ว่างสำหรับเรา ปัญหาเหล่านี้ต้องย้อนกลับไปศึกษาดูที่ตัวโครงการแต่ละที่ว่ามีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ถ้าหากทำเลที่ตั้งของคอนโดที่อยู่ไม่ไกลจากระบบข่นส่งต่างๆ เช่น BTS หรือ MRT จะพบได้ว่าคอนโดย่านนี้จะมีปริมาณที่จอดรถไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดที่อยู่ไกลจากระบบขนส่งที่ไม่สามารถเดินถึงได้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริหารจัดการของนิติบุคคลที่เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด

นอกจากปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอแล้ว ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดก็คือ การจอดรถซ้อนคันแล้วดึงเบรกมือ หรือรถที่ไม่ใช่ลูกบ้านเข้ามาแอบอ้างจอด หากพบเจอปัญหาเหล่านี้ควรแจ้งนิติบุคคลเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกอย่างรอบคอบ รวมไปถึงการออกกฏและค่าปรับต่างๆ ซึ่งถ้าหากใครฝ่าฝืนก็จะได้นำค่าปรับต่างๆ เพื่อนำมาบำรุงส่วนกลาง เป็นต้น

2. ปัญหาจากเพื่อนบ้าน

สิ่งหนึ่งที่ต้องลุ้นกับการอาศัยอยู่คอนโดนั่นก็คือ เพื่อนข้างห้องของเราจะเป็นแบบไหน เปรียบเสมือนกับการซื้อหวย ถ้าโชคดีคุณก็จะพบกับเพื่อนบ้านที่ดีเป็นมิตรน่าคบหา และไม่สร้างความรบกวน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหากคุณโชคร้ายก็จะพบกับเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ส่งเสียงดังรบกวน, จัดปาร์ตี้ไม่เกรงใจ, กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเจอกับเพื่อนบ้านพฤติกรรมแบบไหน แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าววิธีแก้ปัญหาคือ หลีกเลี่ยงการปะทะกันทุกรูปแบบ ทางออกที่ดีที่สุดคือการแจ้งไปยังนิติบุคคลเพื่อให้ขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะนิติบุคคลจะเป็นคนกลางคอยประสานใช้ระเบียบข้อกำหนดกฏเกณฑ์เป็นเครื่องมือในการพูดคุย โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเราเป็นคนแจ้ง

อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรามีเพื่อนบ้านที่ดีนั้นคือ การเข้าไปทำความรู้จักแสดงมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนรอบๆ ห้อง ยิ้มพูดคุยทักทายให้กัน สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยให้พฤติกรรมที่ไม่ดีลดน้อยถอยลงเพราะความเกรงใจที่เรามีให้ต่อกันนั้นเพิ่มมากขึ้น 

3. น้ำรั่วซึม และท่อน้ำตัน

หากคุณเป็นคนที่เครียดและซึมบ่อย ยิ่งถ้าหากเจอปัญหานี้แล้วจะต้องซึมหนักไปมากกว่าเดิมแน่นอน เนื่องจากปัญหาท่อน้ำตัน น้ำรั่วซึม น้ำไม่ไหล การที่จะตามช่างอาคารมาซ่อมบ่อยๆ ก็คงจะไม่สะดวก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียวด้วยแล้วจึงดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องมาหาสาเหตุต้นตอให้เจอว่าเกิดขึ้นจากอะไร เช่น ปัญหาน้ำรั่วซึมอาจเกิดจากพื้นห้องด้านบนที่ตรงกับเราเกิดยาแนวเสื่อม ก็ต้องแจ้งไปที่นิติบุคคลเพื่อให้มาจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่เสมอ ควรเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะทุกปัญหามีทางแก้ไข การแก้ไขอย่างตรงจุดเชื่อว่าปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกแน่นอน 

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม สามารถเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้ที่ BaanKaidee แหล่งรวมบ้าน คอนโดทุกทำเลที่คุณต้องการได้เลย

รีวิวเลนส์ wide Fujifilm ตัวไหนเหมาะกับใคร

รีวิวเลนส์ wide Fujifilm ตัวไหนเหมาะกับใคร

เลนส์แต่ละแบบก็เหมาะกับการถ่ายภาพในสไตล์ที่แตกต่างออกไป เลนส์มุมกว้างหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเลนส์ Wide (Wide Angle Lenses) เองก็เป็นเลนส์อีกประเภทหนึ่งที่สายถ่ายรูปควรมีติดบ้านไว้สักตัว

วันนี้เราขอเอาใจชาว Fujifilm ด้วยลิสต์เลนส์ Wide ยอดฮิตของ Fujifilm ที่คัดแล้วว่าดีทุกตัว แต่เลนส์ตัวไหน ระยะใด จะเหมาะกับใครต้องไปอ่านรายละเอียดกันดูก่อนนะคะ ใครที่กำลังมองหาเลนส์ Wide สักตัว บอกเลยว่าต้องอ่าน ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีตัวไหนน่าใช้บ้าง 

เลนส์ Wide คืออะไรและมีไว้ทำไม

ก่อนที่จะไปเริ่มส่องลิสต์เลนส์ Wide ตัวฮิตน่าใช้จาก Fujifilm เรามาทำความรู้จักเลนส์มุมกว้างหรือเจ้าเลนส์ Wide กันให้มากขึ้นอีกสักนิด เลนส์ Wide เป็นเลนส์มุมกว้างที่มีทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 35 มม. โดยจะแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ๆ

  • Prime Wide Lenses

เลนส์ Wide ระยะ Fixed หรือระยะที่ไม่สามารถซูมเข้าออกได้ แบ่งย่อยได้เป็นเลนส์ Wide ปกติ และเลนส์ Wide พิเศษ (Ultra Wide Lense) สำหรับเลนส์ Wide ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำมาก ๆ เช่น 12 มม. 

  • Zoom Wide Lenses

เลนส์ Wide ที่สามารถซูมเข้าออกได้ เช่น เลนส์ Wide 10-24 มม. 

  • Fisheye Lenses

เลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างแบบพิเศษ เนื่องจากมีความบิดเบี้ยวสูง ทำให้ได้องศาภาพแบบ 180 องศา ออกมาเป็นวงกลม ถือเป็นอีกมุมที่แปลกใหม่

เจ้าเลนส์ Wide จะนิยมใช้ในการถ่ายวิวทิวทัศน์ที่ต้องการเก็บภาพมุมกว้างให้ครอบคลุม หรือเมื่อต้องการถ่ายสถานที่ในดูกว้างขึ้น เช่น ภายในห้องแคบ เป็นต้น แต่ข้อเสียคือจะบิดเบี้ยวสูง ยิ่งทางยาวโฟกัสต่ำก็จะยิ่งบิดเบี้ยว หากใช้ถ่ายรูปบุคคลอาจจะทำให้วัตถุดูบวมได้

Fujinon XF 8-16 mm F2.8 R LM WR 

Ultra Wide Lenses แบบซูม ทางยาวโฟกัส 8-16 mm เทียบเท่า 12-24 mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F2.8 ทำงานได้ดีในที่แสงน้อย ตัวเลนส์เคลือบด้วย Nano-GI ที่ช่วยให้ถ่ายรูปย้อนแสงได้ดี โฟกัสไวและเงียบ ตัวเลนส์น้ำหนัก 805 กรัม ตัวเลนส์เคลือบกันน้ำและไรฝุ่น

ราคา 69,990 บาท

Fujinon XF 8-16 mm F2.8 R LM WR เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปมุมกว้างหลายระยะ อยากได้แบบตัวเดียวจบ ไม่ต้องแบกหลายเลนส์ให้วุ่น ใช้ถ่ายได้ทั้งวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และพื้นที่แคบ ๆ ที่อยากให้ภาพดูกว้างขึ้น

นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ออกทริปค่อนข้างสมบุกสมบันเพราะตัวเลนส์เป็นแบบ Water Resistance กันละอองน้ำและฝุ่นได้ดี

Fujinon XF 10 – 24 mm F4 R OIS 

เลนส์ Wide ค่าย Fujifilm ตัวนี้เป็นเลนส์ซูมได้ตัวฮิต ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 15-36 mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F4 จะไม่เหมาะทำงานในที่ที่แสงน้อยมาก ๆ แต่ก็ถือว่าคมชัดถึงใจ มีระบบกันสั่นในตัวเลนส์ น้ำหนักค่อนข้างเบาเพียง 410 กรัม

ราคา 34,990 บาท

Fujinon XF 10 – 24 mm F4 R OIS เหมาะกับใคร

เลนส์ซูม Wide ตัวนี้เหมาะกับคนที่มองหาเลนซ์ซูมระยะครอบคลุม ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในราคาที่ถูกลงกว่าตัวแรก ทั้งถ่ายวิวและถ่ายวิวติดคนแบบไม่เน้นละลายหลัง และไม่ใช้ในที่ที่แสงน้อยมาก ๆ  

แต่ตัวนี้จะไม่มี Water Resistance จึงอาจจะไม่เหมาะเอาไปใช้ในที่ที่สภาพอากาศรุนแรง เช่น หิมะตก หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง 

Fujinon 14mm F2.8 R

เลนส์ Prime ประเภท Ultra Wide ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 21mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดคือ F2.8 มีความคมชัดสูง ให้รายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์และโฟกัสไว น้ำหนักเบาเพียง 235 กรัมเท่านั้น 

ราคา 29,990 บาท

Fujinon 14mm F2.8 R เหมาะกับใคร

เหมาะกับคนมองหาเลนส์ Wide สักตัวที่เบา กะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมหรือสถานที่แคบให้ดูกว้าง ใช้ถ่ายรูปคนพร้อมวิวได้  แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่อยากได้เลนส์เดียวจบเพราะเป็นระยะฟิกซ์

Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR 

เลนส์ Prime ตัวท็อปจากค่าย Fujifilm ระยะ 16mm เทียบเท่า 24mm ของกล้องฟูลเฟรม รูรับแสงสูงสุดถึง F1.4 ใช้ถ่ายรูปในที่ที่แสงน้อยได้ดีมาก ให้ภาพคมชัดและมีมิติแสงดี ตัวเลนส์เป็นแบบ Water Resistance สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ น้ำหนัก 375 กรัม

ราคา 35,990 บาท

Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR เหมาะกับใคร 

เหมาะกับคนที่ต้องการเลนส์ Wide เกรดโปร ระยะกลาง ๆ ที่ใช้ถ่ายได้ทั้งวิวทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม ภาพแนวสตรีท และแม้แต่ภาพบุคคลก็ถ่ายสนุกเนื่องจากมีรูรับแสงสูงสุดถึง F1.4 ถ่ายละลายหลังสวยงาม เป็นเลนส์ที่หยิบขึ้นมาถ่ายได้เรื่อย ๆ เลย

นอกจากนี้ความพิเศษยังอยู่ที่เจ้าเลนส์ตัวนี้สามารถนำมาดัดแปลงถ่ายรูปมาโครได้ด้วย เพราะมีคุณสมบัติถ่ายวัตถุในระยะใกล้ได้ถึง 15 ซม. ถือว่าเป็นเลนส์เกรดโปรอเนกประสงค์ที่น่าสนใจมาก

Fujinon XF 18mm F2 R

เลนส์ Prime Wide ระยะ 18mm เทียบเท่าระยะ 27mm ของกล้องฟูลเฟรม รูรับแสงสูงสุด F2 เป็นเลนส์ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียง 116 กรัม ตัวเลนส์ไม่มีกันสั่นและ Water Resistance แต่ก็ทำจากวัสดุที่ทนทานแข็งแรง 

ราคา 18,990 บาท

Fujinon XF 18mm F2 R เหมาะกับใคร

เลนส์ตัวนี้สำหรับคนที่มองหาเลนส์ Wide ในระยะที่เหมาะกับการถ่ายรูปทั่วไป ราคาย่อมเยา ถ่ายได้ทุกแบบตั้งแต่วิวทิวทัศน์ในมุมที่ไม่ได้กว้างมาก ถ่ายบุคคล อาหาร เมือง และอื่น ๆ ถือเป็นเลนส์อีกตัวที่ใช้ติดกล้องได้ตลอด

Fujinon XF 23mm F2 R WR 

เลนส์ Wide ตัวสุดท้ายจาก Fujifilm ที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ก็คือเลนส์ Prime Wide เกือบค่อนไปทาง Normal ระยะ 23mm หรือเทียบเท่าระยะ 34.5 บนกล้องฟูลเฟรม เป็นเลนส์อเนกประสงค์ที่คนนิยมใช้กัน รูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F2 น้ำหนักประมาณ 180 กรัม 

ข้อดีคือมี Water Resistance สำหรับกันน้ำกันฝุ่นพร้อม สามารถพาตระเวนไปถ่ายรูปแบบสมบุกสมบันได้ค่อนข้างดี

ราคา 17,990 บาท

Fujinon XF 23mm F2 R WR เหมาะกับใคร 

เลนส์ Wide ระยะ 23mm F2 จะเหมาะกับคนที่มองหาเลนส์ติดกล้องที่พาไปลุยสมบุกสมบันได้ เน้นถ่ายวิวทิวทัศน์ในระยะที่ไม่ต้องการความกว้างมากนัก ถ่ายสตรีท ถ่ายอาหาร ถ่ายสัตว์ และถ่ายคนแบบเน้นติดวิว ไม่ได้เน้นละลายหลัง เนื่องจากเป็นระยะที่ไม่ได้ถึงกับกว้างมากและรูรับแสงก็อยู่ในระดับกลาง ๆ

สรุป

เลนส์ Wide เป็นเลนส์อีกประเภทที่สายถ่ายภาพมักมีติดบ้านไว้ถ่ายวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และภาพสถานที่แคบ ๆ ที่ต้องการให้ออกมาดูกว้างตามชื่อเลนส์ สำหรับเลนส์ Wide ในค่าย Fujifilm ก็มีหลากหลายตัวที่น่าสนใจ แบ่งกันออกไปตามระยะและฟังก์ชันพิเศษ 

ใครที่มองหาเลนส์ Wide ตัวเดียวจบ ถ่ายได้ในหลายระยะแนะนำให้เลือกเลนส์ Wide ประเภทซูมได้ เช่น Fujinon XF 8-16mm F2.8 R LM WR และ Fujinon XF 10-24mm F4 R OIS

แต่ถ้าอยากได้เลนส์ Fixed ซูมไม่ได้ ก็มีให้เลือกหลายระยะตามความต้องการทั้งระยะกว้างเหมาะถ่ายวิวทิวทัศน์อย่าง Fujinon XF 14mm F2.8 R และ Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR หรือจะเป็นระยะที่ใช้ติดกล้องถ่ายได้ทุกอย่างแต่อาจไม่ได้กว้างมากอย่าง Fujinon XF 23mm F2 R WR 

สาวก Fujifilm คนไหนอ่านแล้วเกิดกิเลสอยากสอยมาติดกระเป๋าสักตัวสองตัว Kaidee ของเรามีเลนส์มือสองให้เลือกสรรมากมาย แวะเข้ามาดูกันก่อนได้นะคะ ดีไม่ดีอาจจะได้ครบเซ็ตในราคาที่ถูกใจเลย!

5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตามองปี 2020

5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตามองปี 2020

“รองเท้าสนีกเกอร์” เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ซึ่งความหมายของรองเท้าสนีกเกอร์คือ พื้นรองเท้าที่ทำมาจากยาง หรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีที่มาจากรากศัพท์โบราณในช่วงศตวรรษที่ 16 เรียกว่า “Snican” ใช้เรียกพวกย่องเบาที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิตรองเท้าที่มีพื้นเป็นยางออกมา ทำให้เวลาเดินเสียงจะไม่ดังเหมือนรองเท้าแบบอื่นในสมัยนั้น จนถูกเรียกติดปากว่า “Sneaks” มีความหมายคล้ายกันคือการถ้ำมอง ทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งในอเมริกานิยมใช้เรียกรองเท้าเทนนิสที่มีพื้นเป็นยางจนถูกพ้องไปสู่คำว่า “Sneaker”

ปัจจุบันนิยมใช้เรียกเหมารวมทั้งรองเท้าเทนนิส รองเท้าบาสเก็ตบอล ไปจนถึงรองเท้าวิ่งที่ใส่นวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสานแฟชั่นที่ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บสะสมกัน และวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตาปี 2020 ว่าจะมีคู่ไหนน่าซื้อกันบ้าง

1. Travis Scott x Nike SB Dunk Low

แร็ปสตาร์คนดังอย่าง Travis Scott ไม่ว่าจะออกรองเท้ารุ่นไหนก็ย่อมได้รับความนิยม เรียกได้ว่า Sold Out ทุกรอบอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้เขาได้ทำการออกแบบ Nike SB Dunk Low ลายผ้าสก๊อตตัดสลับกับลาย Paisley ได้อย่างลงตัว พร้อมโลโก้ Swoosh ที่ด้านข้างและกึ่งกลางของตัวรองเท้า แต่ละข้างจะมีสีที่แตกต่างกัน โดยมีการปักคำว่า Nike ไว้ที่บริเวณส้นรองเท้าด้วยด้ายสีชมพูอ่อน สวยงามและลงตัว ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บกันให้ทัน

2. SACAI X NIKE PEGASUS VAPORFLY SP

หลังจากเมื่อปีที่แล้วมีการคอลแลปกันระหว่างสองแบรนด์นี้จนออกมาเป็น The Sacai x Nike LDWaffle ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสนีกเกอร์ที่ดีที่สุดในปี 2019 ซึ่งปีนี้เขาได้กลับมาเขย่าวงการสนีกเกอร์กันอีกครั้ง โดยได้เลือกใช้รองเท้าโมเดล Pegasus Vaporfly SP ยังคงยึดต้นแบบในครั้งก่อนเช่น ในส่วนของตาข่าย, การเลือกใช้วัสดุหนังกลับ และลิ้นสองชั้น สิ่งที่แตกต่างในครั้งนี้คือบริเวณพื้นที่หนาเป็นพิเศษ ส่งผลให้ภาพรวมดูเป็นรองเท้าที่สวยงามและแฝงไปด้วยความเป็นไฮเอนด์แฟชั่นขึ้นไปอีกขั้น

3. New Balance 327

โมเดลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งของแบรนด์ในช่วงยุค 70’s ถึง 3 รุ่น อย่าง New Balance 320, 355 และ SuperComp มาผสมผสานรวมกันไว้ในคู่เดียวจนเกิดกลิ่นอายของความคลาสสิกจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างลงตัว โดยเลือกใช้วัสดุทั้งไนลอนและหนังกลับ พร้อมโลโก้ตัว “N” แบบโมเดล 320 นำมาปรับให้มีขนาดใหญ่เต็มด้านข้างของตัวรองเท้า พื้น Outsole แบบโมเดล 355 ที่ดูมีความทันสมัยพร้อมกับความมินิมอลไปในตัว นอกจากนี้ยังมีการ Collaboration กับแบรนด์อื่นๆ อย่าง Casablanca, WTAPS อีกด้วย

4. Sean Wotherspoon x adidas SUPEREARTH Superstar

Sean Wotherspoon ดีไซน์เนอร์สายสตรีทแฟชั่นและเจ้าของร้าน Round Two ผู้ที่เคยร่วมงานกับ Nike ออกแบบคอลเลคชันพิเศษอย่าง Nike Air Max 1/97 ในปี 2018 โดยล่าสุดเขาได้ร่วมมือกับ adidas เพื่อรังสรรค์โมเดลสุดคลาสสิกอย่าง adidas Superstar ผ่านการดีไซน์อย่างประณีต พร้อมกับแนวคิดรักษ์โลกจนเกิดมาเป็น SUPEREARTH Superstar ที่ทุกส่วนประกอบของรองเท้าตั้งแต่ Upper ไปจนถึง Outsole เป็นรองเท้าวีแกนที่ปราศจากการใช้วัสดุจากสัตว์ การออกแบบที่ตัวรองเท้าโดดเด่นด้วยลายปักรูปดอกไม้จากฝีมือการวาดของเขา ในส่วนของลิ้นรองเท้าและส้นเป็นสัญลักษณ์ SUPPEREARTH นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ adidas และ Sean Wotherspoon

5. Converse “Black” & “White & Off-White” Reconstructed Chuck 70 High

ปิดท้ายกันที่ Converse กับการจับเอาโมเดลยอดฮิตอย่าง Chuck 70 มาประกอบร่างใหม่ใส่คู่สีทูโทนเอาใจแฟนๆ พร้อมวัสดุผ้าแคนวาสตามมาตรฐานของแบรนด์ โดดเด่นด้วยการแบ่งครึ่งรองเท้าด้วยสีอย่างชัดเจน โดยทั้งคู่ดำ-เทา และ ขาว-ขาวนวล ทั้งสองโมเดลจะมีแถบสีดำและส้มตกแต่งอยู่ ตามด้วยเชือกสีเดียวกันกับรองเท้าแต่ละคู่ และข้อสูงทรง High-top ที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Converse 

จบไปแล้วกับ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตามองปี 2020 เชื่อว่าต้องมีสักคู่ที่ถูกใจคนอ่านแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองหารองเท้ามือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย