Dji Pocket 2 รุ่นใหม่ เร้าใจกว่าเดิม

Dji Pocket 2 รุ่นใหม่ เร้าใจกว่าเดิม

นวัตกรรมและอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าไปไวมาก ทุกช่วงหรือทุกควอเตอร์ในแต่ละปีมีของใหม่ๆออกมาสู่ตลาดตลอดเวลา หนึ่งในนั้นก็คือกล้องถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอ ยิ่งช่วงนี้ที่คนหันมาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น ใครๆก็อยากมีกล้องดีๆเพื่อถ่ายรูปถ่ายวีดีโอลงโซเชียล 

แต่บางครั้งขนาดและน้ำหนักก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งในการพกพาไปถ่าย ซึ่ง Dji ก็ได้มองเห็นปัญหาตรงนี้และสร้างเจ้า Dji Osmo Pocket ขึ้น ที่เป็นหนึ่งในกล้องขนาดเล็กพกง่ายสุดๆ จนปีนี้รุ่นที่ 2 ก็ออกมามาวางขายในตลาดเรียบร้อย 

Dji แบรนด์นี้มาจากไหน?

Dji แบรนด์ดังที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ซึ่ง Dji เป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านเครื่องบินโดรน ที่สามารถบังคับให้ลอยบนอากาศเพื่อเก็บภาพวีดีโอมุมสูงจากบนฟ้าได้ 

ซึ่งภายหลัง Dji ก็ได้ออกสินค้าด้านเทคโนโลยีต่างๆมากมาย เช่น ไม้กันสั่น Osmo Mobile ที่ใช้คู่กับสมาร์ทโฟน หรือ Ronin ที่ใช้กับกล้องถ่ายรูป เพื่อให้ภาพวีดีโอมีความสมูทไหลลื่นแบบมืออาชีพ และยิ่งในตอนนี้ที่มี Gadget ตัวใหม่ล่าสุดออกมานั่นคือ Dji Pocket 2 ที่ได้ความนิยมเป็นอย่างมากกับสายกล้องวีดีโอที่เน้นประสิทธิภาพและการพกพาสะดวก

Dji Pocket 2

กล้องพกพารุ่นที่ 2 ต่อจาก Dji Osmo Pocket ที่ขายดีจนขาดตลาดไปในช่วงแรกที่วางขายในปลายปี 2018 ด้วยขนาดและน้ำหนักที่เล็กและเบาแบบถือมือเดียวได้สบายๆ อีกทั้งตัวกล้องยังมีระบบกันสั่นที่ช่วยให้ภาพสมูท เรียกว่าพกเจ้าตัวนี้ตัวเดียวก็ถ่ายคลิปวีดีโอได้สบายๆ โดยการกลับมาในรุ่นที่ 2 นี้มีการปรับปรุงความสามารถหลากหลายด้านให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทำให้หลายๆคนที่มีรุ่นแรกอยู่แล้วยังต้องแอบคิดในใจที่จะซื้อรุ่นใหม่มาใช้แทน

กล้องเล็ก สเปคจัดเต็ม

ถึงแม้ขนาดของเจ้า Dji Pocket 2 นี้จะเล็กกระทัดรัด หลายคนคงคิดสงสัยว่าประสิทธิภาพจะเล็กตามไปด้วยไหม เรามีดูรายละเอียดทีละข้อกันเลย

1.น้ำหนักเบา ถือง่ายไม่เมื่อยมือ

ด้วยน้ำหนัก 117 กรัม และความสูงประมาณปากกา ทำให้พกง่ายไม่ว่าจะใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายก็ไม่เกะกะ แถมมีเคสใส่ป้องกันที่มีช่องเสียบอแดปเตอร์ต่างๆภายในอีกด้วย

2.ภาพนิ่งหรือวีดีโอก็คมชัด

ด้วยความละเอียดภาพนิ่ง 64 ล้านพิกเซลและความละเอียดวีดีโอระดับ 4K 60p ตัวเลนส์ขนาด 20mm มีค่ารูรับแสง f/1.8 และเซนเซอร์ CMOS แถมยังซูมภาพแบบดิจิทัลได้ถึง 8 เท่า ทำให้ได้ภาพที่คมชัดแบบมืออาชีพ

3.ภาพวีดีโอนิ่ง สมูท 

ด้วยระบบกันสั่น 3 แกนที่ติดมา ทำให้ไม่ต้องกลัวเรื่องภาพสั่นไหวตอนเดินถ่าย เหมาะมากๆสำหรับสาย Vlog พาเที่ยวพากินต่างๆ

4.มุมภาพที่กว้างขึ้น

ด้วยเลนส์ขนาด 20mm ที่ให้ภาพมุมกว้างขึ้นกว่ารุ่นแรก ทำให้เวลาถ่าย Vlog ภาพไม่ดูอึดอัดจนเกินไป แต่หากอยากได้ภาพที่กว้างขึ้นอีกล่ะก็ในเซ็ต Creator Combo จะมีเลนส์มุมกว้างเพิ่มให้ในกล่องด้วย

5.ฟังก์ชั่น Activetrack 3.0 

Activetrack เป็นฟังก์ชั่นการถ่ายวีดีโอแบบติดตามเป้าหมายที่เลือกไว้ เช่นหากเลือกสิ่งของขนาดเล็กหรือใบหน้าแล้ว ตัวกล้องจะหันไปตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายนั้น ทำให้ไม่ต้องกลัวหลุดเฟรม

6.ไมโครโฟนในกล้องที่ดีขึ้นกว่าเดิม

DJI Pocket 2 มาพร้อมไมโครโฟนภายใน 4 ตัว ที่เก็บเสียงได้รอบทิศทาง และยังสามารถเลือกซูมเสียงจากบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย

7.ใช้ไลฟ์สตรีม Facebook และ Youtube ได้

หนึ่งในฟังก์ชันโดนใจของใครหลายคนก็คือการไลฟ์สตรีมได้ ซึ่งคุณภาพของการไลฟ์นั้นจะสูงสุดที่ 720p โดยเราสามารถไลฟ์สตรีมได้ผ่านแอพลิเคชัน DJI Mimo ในสมาร์ทโฟน

8.Accessary ที่ครบครัน

หากคุณซื้อแบบ Creator Combo ก็จะได้อุปกรณ์เสริมเพิ่มมากขึ้นจนทำให้การถ่ายภาพและวีดีโอของคุณมีความสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น Joystick, Wireless Microphone Transmitter, Tripod Mount, Micro Tripod, Wide-Angle Lens เป็นต้น 

 สรุปท้ายบทความ

DJI Pocket 2 นี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นแรกที่ออกมาในปี 2018 แล้ว ข้อบกพร่องต่างๆถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก และราคาก็ยังไม่โดดขึ้นไปไหน แถมยังมีเซ็ต Creator Combo ที่เหมาะมากๆสำหรับ Vlogger ดังนั้นหากใครลังเล ลองไปเล่นดูกันก่อน

และหากใครที่มีรุ่นแรกอยู่แล้วอยากปล่อยมือสองเพื่อไปซื้อรุ่นใหม่ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดกล้องให้คุณได้วางขายอย่างสะดวกและปลอดภัย อยากขายต้องไม่ลังเล รีบเข้ามาดูที่นี่เลย

10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

10 รุ่นโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 5,000 งบเท่านี้ใช้รุ่นไหนดีสุด?

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนกลายเป็นสิ่งของที่ต้องมีติดตัวกันทุกคน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสำคัญมากในเรื่องของการติดต่อสื่อสารหรือแม้กระทั่งบางคนอาจจะใช้โทรศัพท์ทำงานแทนคอมพิวเตอร์ในเวลาเร่งรีบก็มี จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือพัฒนากันอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดโทรศัพท์มือถือนับว่าเป็นตลาดหนึ่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มราคาที่สูง ราคาปานกลางหรือจะกลุ่มราคาประหยัดก็ตาม ก็ต่างแข่งขันกันออกรุ่นใหม่ ๆ มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้มีตัวเลือกที่เยอะขึ้นในการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

ปัจจัยการซื้อโทรศัพท์มือถือ

ซี่งการที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่สักเครื่อง เราต้องคำนึงในเรื่องของปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งสเปกของตัวเครื่อง ฟีเจอร์ ราคา เพราะการกำหนดราคาซื้อของแต่ละบุคคลก็ไม่เท่ากัน บางคนกำหนดราคาซื้อไว้สูง เพราะต้องการสเปกที่ดีที่สุด บางคนกำหนดราคาไว้ระดับปานกลางถึงราคาต่ำ เพราะต้องการเครื่องที่คุ้มค่า แค่ใช้งานได้ทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกในกำลังทรัพย์และความพึงพอใจของแต่ละคน 

ซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนดี? 

วันนี้เรามี 10 โทรศัพท์มือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท มาแนะนำให้คนที่ไม่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือราคาสูง แต่ต้องการโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าหรือต้องการโทรศัพท์ไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองจากเครื่องหลัก มาดูกันเลยมีรุ่นอะไรบ้าง

1. Redmi 9 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,020 mAh รองรับระบบการชาร์จไว ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.53 นิ้ว ตอบโจทย์การรับชมทุกคอนเทนต์ต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี โดยตัวเครื่องจัดเต็มเรื่องการถ่ายภาพกับกล้องหลังทั้งหมด 4 เลนส์และกล้องหน้า 1 เลนส์

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio G80 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ MIUI 11 based on Android 10.0
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP(Ultrawide) + 5MP(Macro) + 2MP(Depth) 
  • คุณสมบัติการกันน้ำ (ชั่วคราว)
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,020 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไฟ 18W (Fast Charging) 

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

2. Realme 5 

สมาร์ตโฟนสเปกดี แต่ราคาคุ้มค่าที่ราคาไม่ถึง 5,000 บาท ดีไซน์ตัวเครื่องโดดเด่น มีเอกลักษณ์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ตอบโจทย์คนที่ชอบรับชมคอนเทนต์และเล่นเกมได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 4 เลนส์ที่แต่ละเลนส์ทำหน้าที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพอีกด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับชาร์จไว ใช้งานได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแบตหมดกับราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 6.0 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB
  • Ram 4/Rom 64/128 GB 
  • กล้องหน้า 13MP (Wide)
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP (dedicated macro camera) + 2MP depth sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

3. Oppo A12

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.22 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI แบบกล้องคู่ เร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผลความเร็ว 2.3 GHz กับดีไซน์ตัวเครื่องที่โดดเด่นและแบตเตอรี่ขนาด 4,230 mAh เล่นทั้งวันสบาย ๆ กับราคาสุดคุ้ม     

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.1.2 based on Android 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 5MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,599 บาท

4. Oppo A5 2020 

สมาร์ตโฟนแบตอึด 5,000 mAh จัดเต็มเรื่องความบันเทิงกับเสียงจาก Dual Stereo ลำโพงคู่ผสานกับ Dolby Atmos ให้เสียงที่ดังและมีมิติในทุกคอนเทนต์ที่อยู่ในหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว อีกทั้งยังจัดเต็มเรื่องกล้องถ่ายรูปในราคาสุดคุ้ม 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS Color OS 6.0.1 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 12MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท 

5. Oppo A5s

สมาร์ตโฟนหน้าจอ 6.2 นิ้ว ใหญ่เต็มตามาพร้อมกับกล้องหลังคู่พลัง AI Beauty 2.0 จาก Oppo ที่จะทำให้ใบหน้าของเพื่อน ๆ ออกมาสวยหล่อ คมชัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตที่อึดทน เล่นได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ 4,230 mAh

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek MT6765 Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 5.2 based on Android 8.1(Oreo) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,230 mAh

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

6. Redmi Note 7 

สมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่ 6.3 นิ้ว มาพร้อมกับชิปประมวลผลสุดแรงกับ Snapdragon 660 AIE Octa Core ทำให้เล่นเกมและโซเชียลมีความลื่นไหล อีกทั้งยังชูจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพ 48+5 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับความฉลาดของ AI นอกจากนี้ยังให้แบตเตอรี่มาถึง 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 13MP
  • กล้องหลัง 48MP + 5MP 
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

7. Vivo Y15 2020

สมาร์ตโฟนแบตอึด ใช้ได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ดูคอนเทนต์ได้แบบเต็มตา อีกทั้งยังมากับกล้องหลัง 3 ตัว  13 + 8 + 2 ล้านพิกเซลทำงานร่วมกับ AI ที่ฉลาดสุด ๆ 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 based on Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

8. Vivo Y12 

เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ Vivo ที่มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh เล่นได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.35 นิ้ว ชมคอนเทนต์เต็มตาแบบฟิน ๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับกล้องหลังพลัง AI ถึง 3 เลนส์ โดยมีเลนส์การถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษให้มาด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 3/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 8MP + 2MP + 8MP + 2MP
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

9. Samsung Galaxy A10s 

สมาร์ตโฟนจากแบรนด์ Samsung รุ่น A10s ที่ถูกพัฒนาต่อจากรุ่น A10 ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นพี่ โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว และมีกล้องหลังเพิ่มเป็น 2 เลนส์ 13 + 2 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย  

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 2/Rom 32 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP Depth Camera
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,999 บาท

10. Motorola One Macro 

ปิดท้ายกันด้วย Motorola One Macro เป็นสมาร์ตโฟนที่ชูจุดเด่นเรื่องกล้อง Macro สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้มากถึง 2 เซนติเมตร และยังมีกล้องอีก 3 เลนส์ที่ทำหน้าที่ต่างกันอีกด้วยด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ทำให้ดูคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตา แถมแบตเตอรี่ให้มาถึง 4,000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไวอีกด้วย 

ข้อมูลสเปกโดยสังเขป 

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว (หน้าจอหยดน้ำ)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) 
  • หน่วยความจำ 
  • Ram 4/Rom 64 GB 
  • กล้องหน้า 8MP
  • กล้องหลัง 13MP + 2MP (Dedicated Macro Camera) + 2MP Depth Sensor  
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)

ราคาเครื่องศูนย์ 4,990 บาท

สรุปท้ายบทความ

โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนราคาถูก ไม่ได้แปลว่าจะไม่ดีเสมอไป เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับของที่คุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของที่มีราคาสูงตลอด เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ผู้ผลิตพยายามจะผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีสเปกกลาง ๆ หรือใกล้เคียงกับตัว Top แล้วนำมาขายในราคาที่คุ้มค่า ทุกคนสามารถเอื้อมถึง แต่อาจจะลดฟีเจอร์หรือสเปกบางอย่างลง เพื่อที่จะขายในราคาที่ถูกได้ ซึ่งถือว่าได้กระแสตอบรับดี ทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือที่มีราคาคุ้มค่าในปัจจุบันก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน ทีนี้ก็แล้วแต่ผู้ใช้งานอย่างเราว่าจะเลือกใช้แบรนด์ไหนดี

ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการหาโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนสเปกดี ราคาคุ้มค่า ทาง Kaidee เราก็มีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย มาดูกันก่อนได้นะ 

แนะนำหนังสือดีครึ่งปีหลัง 2020

แนะนำหนังสือดีครึ่งปีหลัง 2020

“ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้มาตั้งแต่เด็ก และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว บางคนใช้เวลาว่างไปกับการดูหนังฟังเพลงที่ชอบ หรือบางคนชอบที่จะใช้เวลาว่างคือการนอน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบความถนัดในด้านที่ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือก็คือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมเสริมความรู้ อาหารสมองดีๆ ให้เราได้เหมือนกัน วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำหนังสือดีน่าอ่านครึ่งปีหลัง 2020 ว่ามีหนังสือสไตล์ไหนบ้างที่อ่านสนุก และแฝงแง่คิด เชื่อว่าถ้าอ่านจบแล้วคุณต้องอยากบอกต่อให้เพื่อนอย่างแน่นอน

1. Put the Right Me Right Job กี่ดราม่าก็ฆ่ามนุษย์ออฟฟิศไม่ได้

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เป็นมนุษย์ออฟฟิศมันไม่ง่าย พร้อมมาหาคำตอบพึ่งพาทางใจของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศกับ “ท้อฟฟี แบรดชอว์” คอลัมนิสต์จากคอลัมน์ “GAME ON, BITCH !”บทความตอบปัญหาดราม่าในที่ทำงานสุดร้อนแรงจาก THE STANDARD ที่คนอ่านพร้อมใจกันแชร์ลอยๆ ให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานคู่กรณีอ่าน มาใช้เวลาว่างพร้อมรับวิธีคิดที่เต็มไปด้วยพลังบวกจากหนังสือเล่มนี้ แล้วลุยต่อในวันพรุ่งนี้เพื่อให้รู้ว่าทุกดราม่าก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้เลย

2. ของขวัญจากบ๊อบ

เมื่อไม่นานมานี้หลายคนคงทราบข่าวการจากไปของ “บ๊อบ” เจ้าแมวจรที่ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตชายติดยาคนหนึ่งที่มีนามว่า “เจมส์” ผู้ที่จมอยู่กับความรู้สึกเกลียดชังตัวเองมานานเป็นสิบปี ช่างเป็นเรื่องที่แสนพิเศษสำหรับเจมส์ที่เจอเจ้าแมวข้างถนนตัวหนึ่งที่ทำให้ชายคนนี้ได้ค้นพบความหมายของชีวิต ที่จะพาเราย้อนความทรงจำเกี่ยวกับคริสต์มาสของเจมส์ในอดีต และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคริสต์มาสของเขาในปัจจุบันเมื่อบ๊อบก้าวเข้ามาในชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับผู้อ่าน พร้อมทำให้หัวใจพองโตจากเรื่องราวของเจมส์และบ๊อบ

3. วะบิ ซะบิ : แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต

“วะบิ ซะบิ” คือปรัชญาเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ฝังร่างลึกอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างกว้างขวาง แต่ถ้าหากถามคนญี่ปุ่นว่า “วะบิ ซะบิ” คืออะไร ก็แทบไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนตอบได้ตรงๆ โดย “เบท เคมป์ตัน” นักเขียนหญิงที่ได้รับการยอมรับว่าเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง เธอได้แกะรอย “วะบิ ซะบิ” ว่ามันคือสิ่งใดและมีประโยชน์อะไรที่เราสามารถหยิบจับมาใช้ได้ เธออกตามหาความหมายตั้งแต่ที่บ่อน้ำในวัดศักสิทธิ์ตามตำนานของซามูไร ไปจนถึงแนวทางการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดัง เพื่อมากลั่นวิถีของปรัชญาอันเก่าแก่ออกมาเป็นแนวคิดและวิธีปฏิบัติ เพื่อนำมาใช้ในโลกแห่งชีวิตจริง โดยแท้จริงแล้วชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตเรานั้นเปล่งประกายงดงามขึ้นมาแทนที่

4. จีน-อเมริกา : จากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี ถึงสงครามเย็น 2.0

ผู้เขียนเริ่มต้นจากการเล่าเรื่องราวที่ดูจริงจังให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายและสนุก โดยมีเนื้อหาตั้งแต่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อนของจีนและอเมริกา สอดแทรกแนวคิดและมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เขียน สะท้อนการปะทะและการแยกตัวระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เดิมเคยเป็นมิตรพึ่งพากัน แต่วันนี้กลับมาห้ำหั่นแข่งขันกันอย่างรอบด้าน เริ่มต้นจากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี และกำลังขยายผลเป็นสงครามเย็น 2.0 ที่แตกต่างจากสงครามเย็นครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ 

5. ทฤษฎีความเหงา Alone”s Theory

หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์จากมุมมองความรักของผู้หญิงคนหนึ่งใน 3 สถานะ ตั้งแต่ การแอบรัก (in love), การได้รักกัน (in relationship) และเรื่องราวของการจากลา (broken heart) เราทุกคนล้วนหลีกเลี่ยงไม่ได้จากสถานะเหล่านี้ ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีวันจากลา และความสัมพันธ์ที่เรามั่นใจจะอยู่ถึงวันสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีอะไรที่มั่นคงเสมอไป แต่การที่ได้ตกหลุมรักใครสักคนและการที่ได้รัก ได้ส่งความรู้สึกดีๆ ให้กันและกัน ย่อมเป็นสิ่งที่งดงามและทำให้หัวใจของเราอบอุ่นขึ้นมา

หวังว่าหนังสือทั้งหมด 5 เล่ม ที่เราคัดสรรมาแนะนำจะทำให้ผู้อ่านทุกคนสนุก อ่านเพลินแถมได้แง่คิดดีๆ พร้อมรับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อนๆ สามารถหาซื้อหนังสือที่ชอบได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่เรารวบรวมทุกอย่างไว้ให้คุณ

15 เกมเก่าน่าเล่น สุดฮิตติดตำนาน

15 เกมเก่าน่าเล่น สุดฮิตติดตำนาน

เกมถือเป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายและสร้างความบันเทิงให้กับเรา โดยปัจจุบันมีทั้งเครื่องเล่นเกมโดยเฉพาะจากหลายแบรนด์ รวมถึงสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ไม่ว่าจะ iOS หรือแอนดรอยด์ ทำให้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเล่นเกมได้ และเกมก็มีจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย   

เกมเกิดขึ้นตอนไหน

เกมเกิดขึ้นมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน โดยมีแบรนด์ดังต่างๆอาทิ Nintendo Sony Atari ฯลฯ ที่เริ่มผลิตเครื่องเล่นเกมส์ขึ้น โดยเกมแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นคือเกม Pong จากบริษัท Atari Inc. ในปี 1972 ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับเกม ที่เป็นสิ่งสร้างความสุขและความบันเทิงได้

เครื่องเกมดังในตำนาน

เครื่องเล่นเกมเริ่มแรกนั้นคือ Magnavox Odyssey และต่อมาก็มีเครื่องเกม Famicom ที่สร้างขึ้นโดย Nintendo เกิดขึ้น แล้วจึงตามมาด้วยเครื่องเล่นเกม Playstation และ Xbox ในเวลาต่อมา  

1.Famicom (NES)

เครื่องเล่นเกมรุ่นแรกจาก Nintendo ที่เปิดตัวและเริ่มวางขายในปี 1990 ยอดขายที่ทั่วโลกมากกว่า 60 ล้านเครื่อง ถือเป็นเครื่องเกมที่ได้รับความนิยมมาก เกมที่เล่นนั้นจะซื้อแยกเป็นแบบตลับที่นำมาเสียบในช่องอ่าน  โดยเครื่องเกมนี้มีเกมดังมากมาย เช่น Super Mario Bros. Donkey Kong และ The Legend Of Zelda 

2.Playstation 2 (PS2)

เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจาก Playstation (PS1)  ซึ่งรุ่นที่2นี้ถือเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาเครื่องเกมของ Sony  เพราะทำยอดขายได้มากถึง 158 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งในช่วงยุค 2000 นั้น ถือว่าเกือบทุกบ้านจะมีเครื่องเกมนี้ เพราะด้วยกราฟิกที่พัฒนาได้ดีขึ้นจากเดิม และเกมสนุกๆมากมาย เช่น GTA : San Andreas หรือจะเป็น Grand Turismo 

3.Game Boy Advance

เครื่องเกมพกพา 8 Bit ที่สร้างปรากฏการณ์ในปี 1989 ทำยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ด้วยขนาดที่เล็กและสามารถพกพาไปได้ โดยใช้แบตเตอรี่แบบถ่านก้อน ในเครื่องเกมพกพานี้สร้างเกมดังเป็นตำนานหลายเกม เช่น Super Mario Land, Kirby’s Dream Land และเกมแรกของเฟรนไชส์ในตำนานอย่าง Pokemon Red และ Pokemon Blue

15 เกมเก่าน่าเล่น

มากกว่า 50 ปี ที่เกมเกิดขึ้นบนโลก มีเกมมากมายนับไม่ถ้วนเกิดขึ้น เรามาย้อนดู 15 เกมเก่าน่าเล่นกัน ว่ามีเกมไหนบ้าง 

1.Super Mario Bros.

เกมแนว Side Scrolling ที่ใครๆต่างรู้จัก โดยเราจะบังคับเจ้า Mario ทั้งกระโดดและเก็บเห็ดเพื่อให้ร่างกายโตขึ้น ถือเป็นเกมดูดวิญญาณเกมหนึ่งที่เมื่อเล่นแล้วจะเพลินจนวางไม่ลงทีเดียว 

2.Mario Kart

เกมขับรถยอดนิยมสำหรับสาวก Nintedo ที่ไม่ว่าจะออกมากี่ภาคก็เป็นเกมติดเครื่องที่เล่นคนเดียวก็ว่าสนุกแล้ว แต่เมื่อเล่นกับเพื่อนยิ่งสนุกเข้าไปอีก เพราะนอกจากจะแข่งรถแล้ว ยังมีไอเท็มที่สามารถแกล้งเพื่อน เพื่อให้ตัวเองขับแซงไปได้ 

3.The Legend Of Zelda 

เกมแนวแอคชั่นผจญภัย ที่ภาคแรกเกิดขึ้นในสมัยเครื่องเกม Famicom ที่กลายเป็นหนึ่งเกมในตำนานของสาวกนินเทนโด โดยตัวหลักในเกมที่เป็นเด็กหนุ่มใส่ชุดสีเขียวนั้นไม่ได้ชื่อ Zelda แต่ชื่อ Link  กลับกันคนที่ชื่อ Zelda นั้นคือเจ้าหญิงที่ Link ต้องไปช่วยภายในเกม 

ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายภาคในแต่ละเครื่องเกมของนินเทนโด จึงถือเป็นเกม Exclusive ที่น่าไปลองเล่นกัน  

4.Pokemon Gold & Silver

อีกหนึ่งเฟรนไชส์เกมในตำนานนั่นคือโปเกมอน ในภาค Gold & Silver นี้เป็นภาคที่ออกต่อจากภาค Red & Blue ถือเป็นภาคหนึ่งที่สนุกมาก เพราะมีโปเกมอนใหม่ๆมากขึ้นกว่าภาคเดิมและยังมีแผนที่ที่กว้างขึ้น จึงทำให้เล่นได้ยาวๆแบบลืมเวลาเลยทีเดียว

5.Wii Sport

เกมรวมกีฬาหลากหลายประเภทที่อยู่ในเครื่องเล่นเกม Wii ซึ่งความโดดเด่นนั้นคือเราจะใช้คอนโทรลเลอร์ของเครื่อง Wii ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ทำให้การบังคับเป็นแบบ Motion ดังนั้นเวลาเล่นก็จะเหมือนเราได้ขยับแขนก้าวขาไปตามจริงได้ด้วย และหากเล่นกับเพื่อนก็จะเป็นเกมสนุกๆในปาร์ตี้ได้เลย 

6.Monster Hunter 

สำหรับใครสายเล่นเกมลุยๆ ปราบมอนสเตอร์ตัวใหญ่ๆก็ต้องรู้จักกับเกมนี้ Monster Hunter สำหรับสาวกมักจะเรียกกันว่า “ล่าแย้” โดยเฉพาะภาคแรกในเครื่อง Playstation 2 ที่ทำให้หลายๆคนติดกันงอมแงม และเมื่อพัฒนาต่อมาในเครื่อง PSP ในภาค Freedom ยิ่งทำให้เป็นกระแสมากขึ้น สำหรับเกมนี้หลายๆคนคงโดนกันไปถึงร้อยสองร้อยชั่วโมงทีเดียว

7.God of War

เกมที่เริ่มต้นจากเครื่อง Playstation 2 ที่เป็นหนึ่งในเกมเรือธงเมื่อเปิดตัวเครื่องเกมเจนใหม่ของ Sony ตัวเกมเป็นแนวแอคชั่นผจญภัยที่มีกราฟิกอลังการ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีภาคใหม่ๆออกมา รวมถึงภาคล่าสุดที่กำลังจะออกมาพร้อมเครื่องเกม Playstation 5 เร็วๆนี้

8.Final Fantasy X

หนึ่งในเกมในซีรีส์ Final Fantasy ที่เป็นเกมในดวงใจของหลายๆคน โดยในภาคนี้เริ่มวางขายในเครื่องเกม Playstation 2 และได้ความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันก็มีภาค Remaster ที่ปรับคุณภาพ กราฟิกและการเล่นให้สนุกมากยิ่งขึ้น ใครชอบเล่นเกมเนื้อหาดีๆเล่นได้ยาวๆ เกมนี้ห้ามพลาด

9.Grand Theft Auto : San Andreas

เกมในตำนานที่ใครได้เล่นก็ต้องมีกระดาษหนึ่งแผ่นที่เต็มไปด้วยสูตรกดมือเต็มไปหมด เกมแนวแอคชัน ที่มีแผนที่กว้าง สามารถเล่นได้อิสระ ไม่ว่าจะไปทำภารกิจตามเนื้อหาหรือขับรถเล่นไปเมืองต่างๆ ซึ่งตัวเกมยังอิงโลกความเป็นจริง เช่น หากทำร้ายผู้อื่นจนมีดาวขึ้นก็จะโดนตำรวจตามล่าเพื่อจับ ซึ่งในภารกิจก็อาจต้องมีการถูกไล่ล่าจากตำรวจด้วย ซึ่งถ้าได้เล่นแล้ว ก็ยากที่จะวางลง

10.Grand Turismo

เกมรถแข่งกราฟิกเทพที่มีเฉพาะในเครื่องเกม Playstation และถือเป็นอีกหนึ่งเกมเรือธงที่ออกมาพร้อมเครื่องเจนใหม่ เพื่อโชว์ประสิทธิภาพด้านกราฟิก ดังนั้นสำหรับสายเกมแข่งรถ หากได้เล่นเกมนี้แล้วจะต้องติดใจกับภาพกราฟิกที่สวยสมจริงเหมือนขับเองอยู่บนสนาม

11.Halo 2

เกมยิงเอเลี่ยนแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากในเครื่อง Xbox โดยเฉพาะในภาค 2 นี้ที่มีความยากให้เลือกเล่น 4 ระดับ ตัวผู้เล่นสามารถพกอาวุธได้ 2 ชิ้น และยังสามารถเล่น 2 คนได้แบบแบ่งหน้าจอ เล่นกับเพื่อนได้เพลินๆ

12.Need For Speed : Hot Pursuit

หนึ่งเฟรนไชส์เกมขึ้นหิ้ง Need For Speed ซึ่งในภาค Hot Pursuit นี้ลงให้กับเครื่องเกมมากมาย เช่น Plastation 3, Xbox 360 รวมถึงระบบสมาร์ทโฟน iOS และ Android โดยภาคนี้ได้รับรางวัล Best Racing Game ในปี 2010 โดย Game Critics Awards มีรางวัลการันตีแบบนี้ยิ่งต้องลอง

13.Half Life 2

เกมยิงแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่มีเรื่องราวในเกมที่น่าติดตามมากๆ ทั้งภาพกราฟิกในเกม เสียงเอฟเฟค เนื้อหาและความสนุก ทำให้ Half Life 2 นี้ได้คะแนนจากการวิจารณ์ของสำนักต่างๆสูงมาก จนได้รับรางวัลเกมแห่งปีมากมายในปี 2004 ซึ่งก็คือปีที่ตัวออกวางขาย แม้ในตอนนี้ตัวเกมอาจจะดูเก่าแล้ว แต่ก็เป็นเกมเก่าที่ใครๆก็ต้องรู้จัก 

14.Dakapon Kingdom

เกมสร้างความสัมพันธ์และสร้างความร้าวฉานกับเพื่อนๆได้อย่างดี เกมแนว RPG ทอยลูกเต๋าเดิน เล่นได้สูงสุด 4 คน โดยตัวเกมก็มีเนื้อเรื่องให้เล่นตามด้วย แต่ส่วนมากมักจะแกล้งกันเองระหว่างผู้เล่นเสียมากกว่า ซึ่งภาคที่เป็นตำนานก็คือภาคที่ลงให้กับเครื่อง Playstation (PS1) ที่ตอนนี้แม้ว่าจะยังไม่มีภาคใหม่ แต่หากได้ย้อนกลับไปเล่นแล้ว ความสนุกในแบบวันวานก็ยังคงอยู่

15.Harvest Moon : Friends Of Mineral Town

ภาคในตำนานของซีรีส์เกม Harvest Moon ถูกลงให้กับเครื่องเกมบอยในปี 2003 ด้วยแนวเกมที่เราสามารถเล่นเป็นเจ้าของฟาร์มที่ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก สร้างความสัมพันธ์กับคนในเมืองเหมือนกับการจำลองชีวิตตัวเองลงในเกม ทำให้เกมได้รับความนิยมมาก ซึ่งในปัจจุบันภาคนี้ถูก Remaster ปรับกราฟิก การเล่นและลงใหม่ในเครื่อง Nintendo Switch แม้ว่าปัจจุบันจะมีทั้ง Harvest Moon และ Story Of Season ที่แนวเกมคล้ายกัน แต่ขอกระซิบว่าใครที่ชอบภาพน่ารักๆ เกมสนุกๆแบบสมัยก่อน เราแนะนำเป็นเกม Story Of Season นะ

สรุป

มีเกมอีกมากมายจากหลากหลายเครื่องที่เล่นสนุกครองใจผู้เล่นหลายๆคน แต่แน่นอนว่าเกมเก่าที่ออกมานานแล้ว บางครั้งเมื่อย้อนกลับไปเล่นอาจตกใจกับภาพกราฟิกที่มีความแตกต่างจากเกมในปัจจุบัน แต่ความรู้สึกดีๆที่เราได้เล่นนั้น อาจทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของเรากลับมาอีกครั้งก็เป็นได้ 

หากใครอยากย้อนวันวานเล่นเกมเก่าหรืออยากหามาสะสมไว้ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดเกมให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกชมอย่างสะดวก ลองเข้ามาดูกันเลย

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Toyota ที่ควรรู้

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Toyota ที่ควรรู้

Toyota หนึ่งในยี่ห้อของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ต่างต้องรู้จัก หานึกถึงรถยนต์แล้ว แน่นอนว่าชื่อแรก ๆ ที่จะต้องพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ เลย ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์นี้อย่างแน่นอน ด้วยความที่มีรถมากมายหลากหลายสไตล์ ที่ตอบสนองได้ทุก ๆ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

แต่ว่าจะมีสักกี่คนกันที่จะรู้ลึกถึงความเป็นมาของแบรนด์ดังอย่าง Toyota กัน ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ใครเป็นผู้ริเริ่มและเริ่มต้นมาจากอะไร เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูไปพร้อม ๆ กัน ถึงประวัติอันน่าเหลือเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งหลอมรวมจนกลายมาเป็น Toyota ในรูปโฉมปัจจุบันนี้ได้

ความเป็นมาและจุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของ Toyota นั้นมีเรื่องราวมากมาย โดยริเริ่มมากจาก Sakichi Toyoda ซึ่งเดี๋ยวเราจะเกรินให้รู้จักคน ๆ นี้แค่ชื่อเสียก่อน หลังจากนี้เราจะพาทุกคนนั่งทามแมชชีนย้อนอดีตไปในแต่ละทามไลน์พร้อมกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

  • ปี 1918

ในปีนี้นั้นคุณ Sakichi Toyoda ได้คิดริเริ่มที่จะเปิดโรงงานทอผ้าของตัวเอง เนื่องจากเค้าเกิดมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพช่างไม้และอุตสาหกรรมด้านการทอ โดยใช้ชื่อว่า Toyota Boushoku ซึ่งมีจุดเด่นเหนือกว่าโรงทอเจ้าอื่น ๆ ในสมัยนั้น ด้วยเครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่สามารถหยุดทำงานทันทีหากมีข้อผิดพลาด

  • ปี 1929

หลานของ Sakichi Toyoda ที่มีชื่อว่า Kiichiro Toyoda นั้นได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศในโซนยุโรปและอเมริกา เพื่อไปดูนวัตกรรมต่าง ๆ ทางด้านอุตสาหกรรม เพื่อจะได้นำมาต่อยอดให้กับเครื่องจักรที่ใช้อยู่ของครอบครัว แต่ทว่าความคิดด้านการทอผ้าก็ต้องจบลง เพราะเครื่องจักรและเอกสิทธิ์ได้ถูกขายไปให้บริษัทหนึ่งของอังกฤษไปเสียแล้ว ทำให้ Kiichiro Toyoda กลับมาถึงญี่ปุ่น จึงได้เปลี่ยนมาศึกษาการทำรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันแทน

  • ปี 1930

ปีแห่งความเศร้าโศก ที่ Sakichi Toyoda ผู้ที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจนั้นได้เสียชีวิตลง ซึ่งส่งผลต่อจิตใจของ Kiichiro Toyoda เป็นอย่างมาก แต่เค้าก็ไม่ย่อท้อและพยายามอยู่เสมอ

  • ปี 1933

และด้วยการศึกษาอย่างหนักหน่วงของ Kiichiro Toyoda นั้น ส่งผลให้เป็นปีนี้เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่ได้ถือกำเนิด Toyoda Automatic Loom Work, Ltd. ที่หันมาผลิตรถยนต์อย่างจริงจัง

  • ปี 1936

จากแบรนด์ Toyoda ได้ถูกนำมาปรับเปลี่ยนให้ให้กลายมาเป็นชื่อ Toyota แบบที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลของชื่อเดิมมีความหมายไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก คำว่า Toyoda เวลาเขียนชื่อด้วยผู้กัน ต้องเขียนด้วยกันถึง 10 เส้น ซึ่งพ้องเสียงกับคำในภาษาญี่ปุ่นว่า “จูบุน” ซึ่งแปลว่า พอแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Toyota ทำให้การเขียนลดจำนวนเส้นลดลงเหลือ 8 เส้น ที่แปลว่า ไม่มีที่สิ้นสุดแทน

  • ปี 1989

เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหน้าสนใจไม่น้อยไปกว่าปีอื่น ๆ เลย เพราะปีนี้เป็นปีที่ Toyota เปลี่ยนโลโก้อย่างยิ่งใหญ่ ไม่มีเค้าโครงเดิมเหลือเลย และมาใช้โลโก้แบบที่ใช้กันอยู่ในปัจุบันนั่นเอง

ความหมายของโลโก้ Toyota

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า Toyota นั้นได้มีการเปลี่ยนโลโก้มาใช้ในแบบปัจจุบันที่ใช้กันตั้งแต่ปี 1989 ซึ่งความหมายของห่วงวงรีทั้ง 3 ที่นำมาซ้อนทับกัน คืออะไรกันแน่ ซึ่งมีวิธีดูได้ทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน

1. หากมองวงรีทั้ง 3 วง

หากเลือกมองวงรีทั้งหมดของโลโก้แล้ว วงรีที่ทับกันไปมานั้นสามารถสามารถสื่อถึงตัวอักษรที่มีอยู่ทั้งหมดของคำว่า Toyota ที่ในที่เดียวกันนั่นเอง

2. หากมองวงรีแค่ 2 วง

แต่หากมองแค่ 2 วง มันจะเหมือนกับรูปของหัวใจที่ถูกครอบเอาไว้อีกทีหนึ่ง โดยมีความหมายว่า ผู้ขับขี่นั้นผสานหัวใจเข้ากับ Toyota โดยวงรีรอบนอกนั้นให้ความหมายว่า Toyota นั้นจะพัฒนาตัวเองออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

รถยนต์รุ่นแรกที่ผลิต

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1929 ที่ Kiichiro Toyoda นั้นได้ศึกษาการผลิตรถยนต์นั้น เค้าได้ทดลองผลิตรถยนต์ต้นแบบเพื่อทำการวิจัยเอาไว้ถึง 2 รุ่น โดยใช้ชื่อว่า A1 ที่เป็นรถเก๋ง และG1 ที่เป็นรถกระบะ ออกมาทดลองขาย ปรากฎว่า A1 กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ G1 ที่เป็นรถกระบะนั้นขายได้ดี เรียกได้ว่า ถล่มถลาย ด้วยความที่ซื้อไว้เพื่อใช้งาน ส่งผลให้ Toyota มีเงินทุนมหาศาลจากรถยนต์รุ่นทดลองคันนี้ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่คันแรกที่แท้จริงในสายการผลิต

  • Toyota AA

เป็นรถเก๋งรุ่นแรกที่ทาง Toyota นำข้อผิดพลาดจากต้นแบบอย่าง A1 มาปรับปรุง และเข้าสู่การผลิตที่แท้จริงในปี 1936 และถูกนำออกมาเปิดตัวสู่สายตาประชาชนชาวญี่ปุ่นในงาน Exhibition เมืองโตเกียว เพียง 1,404 คันเท่านั้น โดย Toyota AA นั้นมีเครื่องยนต์ขนาด 3.6 ลิตร 3,389 cc และให้แรงม้าสูงสุดถึง 62 แรงม้า ซึ่งในช่วงนั้นถือว่าเป็นรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเครื่องยนต์ที่ใส่เอาไว้ในรถยนต์คันนี้นั้น Kiichiro Toyoda ได้ทำการเลียนแบบเครื่องยนต์จากแบรนด์ดังของฝั่งยุโรปมาใช้อย่าง Chevrolet นั่นเอง

Toyota  ในประเทศไทย

ในปี 1962 หรือเป็นปีเดียวกับที่ Toyota ญี่ปุ่นกำลังเฉลิมฉลองเรื่องสามารถผลิตรถยนต์ได้ 1 ล้านคันพอดี วันที่ 5 ตุลาคม 2505 เป็นวันที่ Toyota Motor Thailand Co,. Ltd. ได้ก่อตั้งขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียน 11.8 ล้าน เพื่อก่อตั้งโรงงานการผลิตเอาไว้ในประเทศไทย โดยรถยนต์คันแรกที่ประเทศไทยได้ผลิตออกมานั้นคือ Toyota Colona ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากในช่วงเวลานั้น ซึ่งในปัจจุบัน Toyota ประเทศไทย ถือครองรุ่นในการผลิตดังนี้

  • รถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ Toyota Camry
  • รถยนต์ซีดานขนาดกลาง Toyota Altis
  • รถยนต์ซีดานขนาดเล็ก Toyota Vios
  • รถยนต์แฮตซ์แบค 5 ประตู Toyota Yaris
  • รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก Toyota Hilux Vigo
  • รถตู้ Toyota Hiace
  • รถตู้ Toyota Commuter
  • รถตู้ Toyota Ventury
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV Toyota Wish
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV Toyota Innova
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดเล็ก Toyota Avanza
  • รถยนต์อเนกประสงค์ SUV Toyota Fortuner

รถยนต์ Toyota ที่ฮิตตลอดกาล

เป็นรถยนต์ในตำนานที่ยังไม่มีเจ้าไหนในโลกสามารถล้มตำแหน่งนี้ลงไปได้ กับยอดขายที่สูงที่สุดตลอดกาล ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าประเทศไหนก็ต้องมีรุ่นนี้ให้เห็นกันอยู่บ้าง กับรถยนต์ซีดานขนาดกลางอย่าง Toyota Corolla ที่ทำสถิติยาดขายสูงสุดถึง 43 ล้านคัน ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ซึ่งในปัจจุบันรุ่นของ Corolla ก็ยังคงผลิตและมีรุ่นที่ต่อยอดออกมามากมายต่อเนื่องให้ได้เห็นกันอยู่อย่าง Toyota Corolla Altis และ Toyata Corolla Cross 

สรุปท้ายบทความ

แบรนด์ Toyota ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้น กว่าที่จะมาเป็นที่นิยมได้อย่างในตอนนี้นั้น มีการผ่านวิกฤตและความยากลำบากมากมาย ที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็น Toyota อย่างในทุกวันนี้

ซึ่งบทความนี้ก็ให้ข้อมูล รวมไปถึงการเปิดประวัติสุดยอดแบรนด์ที่น้อยคนนักจะรู้และสนใจความเป็นมาของความยิ่งใหญ่นี้ จนกลายมาเป็นแบรนด์ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนทั่วโลกได้ ด้วยความที่รถยนต์ของ Toyota นั้นสามารถเข้าได้ทุกไลฟ์สไตล์นั่นเอง

หากใครที่ชอบ สนใจ หรือมีรถยนต์ Toyota เอาไว้ในครอบครอง และมีความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนรถลองนำรถยนต์เก่า ๆ ที่ไม่ได้ขับแล้วมาลงขาย รวมไปถึงหารถยนต์คันใหม่ที่ใช่กว่า ในราคาที่ประหยัดกว่าที่ Kaidee Auto