ป้านชาโบราณ ของสะสมราคาแพง

ป้านชาโบราณ ของสะสมราคาแพง

ของใช้หรือของที่เก็บสะสมกันเฉพาะกลุ่มเล็กๆในสมัยก่อน บางชิ้นก็กลายเป็นของมีราคาเทียบเท่ารถมอเตอรไซค์ รถยนต์ หรือบางชิ้นราคาสูงลิ่วจนเทียบเท่าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งส่วนมากก็เป็นของที่อาจคาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากมายในปัจจุบันนี้ โดยหนึ่งในนั้น ก็คือ กาน้ำชา และป้านชาโบราณ

ป้านชา/ปั้นชา

  อุปกรณ์หรือภาชนะสำหรับชงชา เกิดขึ้นจากประเทศจีนตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน แต่ในประเทศไทยเองก็มีผลิตขึ้นเองด้วยเช่นกัน ซึ่งรูปทรงและลักษณะของป้านชาก็มีหลากหลายสี หลากหลายที่มาและหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ที่คิดอยากสะสมนั้นยิ่งต้องศึกษาและใช้ประสบการณ์ที่ช่ำชองในการตรวจดูและเลือกชิ้นที่ดีที่สุด ที่จะมาอยู่ในคลังสะสมของตน

วิธีการเลี้ยงป้านชา

            เมื่อคุณซื้อป้านชามาใหม่ๆ ป้านชาจะยังไม่ได้ดูดซับกลิ่นของชาจึงทำให้ไม่สามารถดึงเอารสชาติของชาออกมาไม่ได้เท่าที่ควร ในการเลี้ยงป้านชาโดยแรกเริ่มเมื่อคุณซื้อมาใหม่จะมีวีธีการหลายขั้นตอนแต่จะไม่ซับซ้อนและยุ่งยากจนเกินไปเพื่อที่จะดึงรสชาติของตัวชาออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ก่อนการชงชา

นำป้านชาล้างโดยน้ำสะอาดหรือจะเป็นน้ำร้อนเดือดและทำการขัดถูได้โดยทั่วไปแต่สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดคือการใช้ของแข็งหรือสารเคมีต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างจาน เป็นต้น โดยสิ่งข้อห้ามเหล่านี้จะทำให้ป้านชาดูดซับสารเคมีนั้นๆไว้และจะทำให้เสียรสและกลิ่นของชา

2. หลังการชงชา

นำเศษชาออกจากป้านชาและล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากป้านชา จากนั้นให้นำป้านชาลงน้ำต้มเดือดโดยใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีเพราะว่าการทำให้ความร้อนจะทำให้ผิวของป้านชาขยายและจะคายเศษตะกอนออกมาโดยวิธีนี้จะต้มน้ำเดือดให้สุดแล้วลดไฟต่ำลงมาและต้มจนกว่าฟองอากาศที่เกาะบนป้านชาจะหายไปหมด จากนั้นแล้วนำเต้าหู้แข็งสีขาวที่ไม่ผสมไข่ลงไปใส่ลงไปในป้านชาเพื่อดูดสารพิษจำพวกโลหะออกจากป้านชา จากนั้นชะล้างป้านชาด้วยน้ำเย็นและเช็ดทำความสะอาดแค่นี้ถือเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางวิธีหลังจากต้มป้านชาเป็นเวลา 45-60 นาทีให้นำใบชาที่ใช้แล้วหรือยังไม่ได้ใช้โดยการลงชงในน้ำและยกใบชาขึ้น จากนั้นแช่ป้านชาข้ามคืนและนำมาล้างเพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ

วิธีการเลือกป้านชามาสะสม

หลายบ้านอาจมีปั้นชาอย่างน้อยสักหนึ่งชิ้นอยู่ในบ้าน ลองหยิบมาศึกษาดู ไม่แน่ว่าชิ้นที่อยู่ในบ้านของคุณอาจมีราคาก็ได้นะ 

1.ความสมบูรณ์

สิ่งสำคัญสำหรับของสะสมทุกชนิดที่จะทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นหรือลดต่ำลง นั่นคือความสมบูรณ์ ไม่ว่าจะริ้วรอยขีดข่วนต่างๆที่มี ควรสังเกตให้ดีด้วยการใข้แว่นขยายหรือกล้องขยายแบบมีไฟ ค่อยๆใช้เวลาส่อง เพราะหากมีรอยแม้แต่นิดเดียวก็เท่ากับว่าชิ้นนั้นไม่สมบูรณ์ และราคาก็จะถูกลดต่ำลงตามไปด้วย

2.รูปทรงและสีของเนื้อดินที่ใช้ทำป้านชา

รูปทรงของป้านชามีหลากหลายแบบ ซึ่งการสะสมนั้นก็จะมีมากน้อยตามความนิยมในท้องตลาด รวมถึงความชอบส่วนบุคคล สีก็เช่นกัน สีของตัวป้านชาจะบอกถึงเนื้อที่นำมาใช้ปั้นเป็นป้านชา ซึ่งแต่ละเนื้อก็มีการสะสมและมีระดับราคาในการซื้อขายที่แตกต่างกัน ดังนั้นสังเกตให้ดีที่เรามีอยู่นั้นสีอะไรและเนื้อแบบไหน

3.ฝา

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับส่วนฝานั่นคือฝาคนละชิ้นกับตัวป้านชา โดยสังเกตได้จากเวลาวางฝาลงไปแล้ว หากยังสามารถขยับเขยื่อนฝาได้ หรือตัวฝามีสีที่ต่างจากตัวป้านชาก็ถือได้ว่าฝากับตัวป้านชานั้นอาจถูกสลับมาหรือไม่ใช่ของป้านชานั้น นอกจากนี้ตัวฝาสามารถสังเกตว่าสมบูรณ์หรือไม่ ได้จากการเอานิ้วไปลูบเบาๆ ที่ขอบฝาด้านล่าง หากมีความคมบางส่วน ควรรีบส่องกล้องขยายเพื่อดูว่ามีการแตกหักหรือไม่  

4.ตราสัญลักษณ์

ตราสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านล่างของตัวป้านชาเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าของป้านชาชิ้นนั้นได้เช่นเดียวกัน เพราะบางสัญลักษณ์นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่บอกที่มาของตัวป้านชา หากเป็นตราสัญลักษณ์ที่คนนิยมก็มักจะมีราคาที่ดีหรือมักถูกซื้อไปเก็บสะสมเสมอ

แหล่งซื้อ-ขายป้านชา

1.ตลาดตึกแดง

หากใครเคยผ่านไปที่สวนจตุจักรอาจสังเกตเห็นตึกสีเทาที่มีลายสีแดงชัดเจน รอบๆตึกแดงบริเวณด้านหน้าก็มีแผงร้านค้าวางของเก่าของสะสมมากมาย และภายในตึกแดงก็มีร้านค้าของโบราณที่มีป้านชาและของโบราณอื่นๆ ถ้าหากใครชอบของสะสมและของโบราณล่ะก็ที่นี้อาจเป็นสวรรค์ของคุณก็เป็นได้

2.พันทิพย์ งามวงศ์วาน

บนชั้น 8 ของห้างพันทิพย์งามวงศ์วาน จะเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ มีทั้งของหลากหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือของโบราณและป้านชา หากจะเดินดูให้ครบชั้นนั้นก็สามารถเดินเพลินๆจนเกือบหมดวันได้เลย 

นอกจากนี้บนชั้น 3 ที่เป็นโซนพระเครื่องก็มีบางร้านที่รับซื้อ-ขายของโบราณรวมถึงป้านชาโบราณด้วย หากใครไปแล้วก็เริ่มจากชั้นนี้ก่อนเพื่อดูของเรื่อยๆได้

3.Kaidee 

Kaidee ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Market Place ที่เป็นที่นิยมของคนไทย ไม่ว่าจะทางเว็บไซต์หรือแอพลิเคชัน คุณก็สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้อย่างสะดวก และที่สำคัญคือมีหมวดหมู่จัดไว้มากมาย ไม่ว่าจะรถยนต์ บ้าน-คอนโด คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ของสะสม ดังนั้นหากคุณมองหาแหล่งซื้อ-ขายป้านชาและของสะสมอยู่ล่ะก็ ต้องลองเข้าไปดูเลย 

สรุป

แม้ว่าป้านชาจะเกิดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้ว แต่การสะสมและการซื้อขายแลกเปลี่ยนยังคงมีมาถึงยุคปัจจุบัน อีกทั้งวงการสะสมหรือซื้อขายของเก่าก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ มือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นก็ควรศึกษาให้ดี อาจต้องลองผิดลองถูกอยู่ระยะเวลาหนึ่งถึงจะเข้าใจ แต่เมื่อใดที่สัมผัสได้ถึงความงามของศิลปะในตัวป้านชา และมีความชำนาญในการตรวจดูแล้ว ความสนุกที่น่าหลงใหลก็จะทำให้เราหยุดที่จะหยิบขึ้นมาเชยชมหรือค้นหาชิ้นต่อไปไม่ได้

แอโรไดนามิกคืออะไร และสำคัญอย่างไร

แอโรไดนามิกคืออะไร และสำคัญอย่างไร

แอโรไดนามิกน่าจะเป็นคำที่หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินมาบ้าง และมีความคลับคล้ายคลากันมาไม่มากก็น้อย ว่าเป็นเรื่องของอากาศ แต่ว่าแอโรไดนามิกนี้มันสำคัญอย่างไรกันล่ะ ทำไมนักพัฒนาหรือผู้ผลิตรถยนต์ทุกเจ้าถึงเห็นความจำและเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการออกแบบให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดกัน

บทความนี้จะมาเป็นคำตอบและไขข้อกระจ่างในเรื่องของแอโรไดนามิกอย่างละเอียดให้ทุกคนได้เข้าใจกันเองว่า จริง ๆ แล้วมีประโยชน์มากมายที่อยู่ในเรื่องของอากาศ รวมไปถึงความน่ากลัวโหดร้ายหากรถยนต์ที่ผลิตออกมาและมีเรื่องของแอโรไดนามิกที่ไม่ดีจะส่งผลอย่างไร?

แอโรไดนามิก คือ?

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับคำว่าแอโรไดนามิกกันก่อน แอโรไดนามิก (Aero Dynamic) คือ หลักของอากาศพลศาสตร์ ถ้าบอกแบบนี้น่าจะงงกันไปใหญ่ หากอธิบายอย่างง่าย ๆ มันก็คือ เรื่องของการเคลื่อนที่ของอากาศนั่นเอง ซึ่งในตอนแรกเริ่มเดิมทีนั้น นักวิศวกรรมนั้นนำมันมาใช้ในการออกแบบเรื่องของอากาศยานและเครื่องบิน เพื่อทำให้เครื่องบินนั้นลอยได้อย่างคงที่และปลอดภัยได้มากที่สุดเวลาที่ลอยอยู่กลางอากาศ และต่อมาจึงได้ถูกนำมาพัฒนาต่อในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมักใช้กับรถแข่งซะส่วนใหญ่ โดยนักวิศวะเหล่านี้ใช้อุโมงค์ลมในการออกแบบการไหลของอากาศ

อุโมงค์ลม สำคัญอย่างไร?

อุโมงค์ลมเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบทางด้านกลศาสตร์ของไหลของอากาศที่มีความจำเป็นมากอีกหนึ่งอย่าง โดยนำมาทดสอบที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมในด้านอากาศพลศาสตร์ การใช้อุโมงค์ลมทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ ตั้งแต่วัตถุที่มีรูปทรงง่าย ๆ จนถึงวัตถุที่มีรูปทรงยุ่งยาก

การออกแบบเพื่อนำมาใช้กับรถยนต์

หลักการในการออกแบบให้รถยนต์นั้นมีแอโรไดนามิกที่ดีนั้นจริง ๆ สำหรับนักวิศวะแล้วมีใช้อยู่ไม่กี่ข้อที่ทำให้ช่วยในเรื่องของแอโรไดนามิกได้ โดยที่ไม่ทำให้รถยนต์นั้นไม่ดูแปลกตาไปจากเดิม โดยสรุปมาให้แล้ว ดังนี้

1. รูปร่างเพรียว

การที่ออกแบบให้ตัวถังของรถยนต์นั้นมีความผอมบางและขนาดเล็กลงนั้น ส่งผลอย่างมากในเรื่องของแอโรไดนามิก ยิ่งรถมีความผอมมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อากาศสามารถไหลผ่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. ใช้กฎของแบร์นูลลี

กฎของแบร์นูลลีพูดเอาไวถึงเรื่องของการไหลของสสาร ซึ่งเป็นทฤษฎีที่นำมาใช้ในเรื่องนี้อย่างตรงตัว เพราะรถยนต์ที่มีตัวถังที่เป็นผิวเรียบนั้นจะทำให้อากาศไหลผ่านไปได้ง่ายและรวดเร็วกว่าที่ผิวขรุขระ

3. ความสูงของรถ

ความสูงก็มีผลในเรื่องของแรงต้านอากาศ ยิ่งรถยนต์สูงเท่าไหร่ ลมยิ่งไหลผ่านได้ยาก ดังนั้นการปรับความสูงให้มีความเหมาะสมกับชนิดของรถนั้น ๆ เป็นสิ่งนักวิศวะต้องออกแบบตามการใช้งาน 

4. แรงกดอากาศด้านหน้าหลัง

การออกแบบให้กระโปรงหน้า-หลังนั้นลาดลงนั่นก็เพื่อต้องการให้อากาศไหลผ่านมาจากข้างหน้าไหลผ่านไปสู่ข้างหลัง ที่ช่วยส่งให้อากาศช่วยกดตัวของรถยนต์ทั้งข้างหน้าและหลังในเวลาเดียวกัน

5. ออกแบบช่องลม

การออกแบบช่องลมในบริเวณของกระจังหน้า ที่จะช่วยให้กระแสลมผ่านจากหน้ารถไปสู่หลังรถได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบในส่วนนี้นั้นยังช่วยเป็นอย่างมากเพื่อให้รถไม่ส่ายไปส่ายมาในเวลาที่ใช้ความเร็วสูง

สำคัญอย่างไร

มาดูกันต่อเลยกับความสำคัญของแอโรไดนามิกกันเลยดีกว่า มาดูกันว่าจริง ๆ นักวิศวะไม่ได้แค่ออกแบบมาเพื่อเล่น ๆ แต่เป็นความใส่ใจในรายละเอียดและความปลอดภัยขั้นสูงให้แก่ผู้ขับขี่อย่างเรา ๆ มากเพียงใด

1. รถเกาะถนนมากขึ้น

เหตุผลแรก ๆ ที่สามารถบอกได้อย่างง่ายที่สุดเลยว่าแอโรไดนามิกนั้นสามารถช่วยให้รถยนต์นั้นเกาะถนนได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยอากาศที่ไหลจากด้านหน้าของรถไปสู่ข้างหลังของตัวรถนั้นจะมีแรงกดอากาศจากบนลงไปล่าง ทำให้รถนั้นยึดกับถนนได้ดีขึ้นแม้ว่ารถยนต์คันนั้นจะน้ำหนักเบาก็ตาม

2. ขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป็นอีกประโยชน์ของแอโรไดนามิกที่ช่วยทำให้รถยนต์ของคุณนั้นมีความเร็วและประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการทำให้ลดแรงต้านของอากาศนั่นเอง หากงงว่าแรงต้านอากาศคืออะไร ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ง่าย ๆ หากคุณลองเดินฝ่าลมพายุแรงและรู้สึกว่าตัวคุณกำลังถูกผลักอย่ารุนแรง นั่นแหละคือแรงต้านอากาศ การทำให้รถยนต์มีแอโรไดนามิกขึ้นมาก็เพื่อฝ่าแรงลมเหล่านี้และขับไปได้โดยไม่โดนลมพัดไปนั่นเอง

3. ลดเสียงรบกวนจากลม

น่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยเปิดกระจกขับรถเวลาที่อากาศหนาว ๆ ในไทยมาถึง และคุณเคยลองสังเกตกันไหมว่าเวลาเปิดกระจกแล้วขับรถไปด้วย นั่นทำให้รถยนต์ของคุณกำลังสูญเสียแอโรไดนามิกไป เสียงลมที่เข้ามาในรถนั้นจะดังเป็นอย่างมาก จนบางทีนั้นอาจจะคุยกับคนข้างไม่รู้เรื่องเลยก็เป็นได้ นี่แหละจึงเป็นอีกหนึ่งความสามารถของแอโรไดนามิกที่จะมาลดเสียงเหล่านี้นั่นเอง

4. ลดเสียงจากท่อไอเสีย

หลักการเดียวกันกับการลดเสียงรบกวนจากแรงลมในข้อเมื่อสักครู่เลย ด้วยความที่รถยนต์บางคันนั้น มีท่อไอเสียที่มีเสียงค่อนข้างดัง ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่ได้อยากได้ยินเสียงที่มันดังจนทะลุเข้ามาในห้องโดยสารนั่นเอง

5. ประหยัดน้ำมัน

เคยมีงานวิจัยงานหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่าการขับรถเปิดกระจกนั้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการขับรถปิดกระจกแล้วเปิดแอร์ นั่นก็เพราะว่าขณะที่เปิดกระจกนั่นรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้ปิดกระจกขับนั้นสูญเสียแอโรไดมิกไปนั่นเอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าแอโรไดนามิกช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไร

ชุดแต่งที่ช่วยเรื่องของแอโรไดนามิก

ด้วยความที่แอโรไดนามิกนั้นมีความสำคัญอย่างมากกับรถยนต์ที่ต้องการใช้ความเร็วที่สูง ดังนั้นย่อเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีอุปกรณ์แต่ง (Aero Kits) ที่นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังคอยเสริมให้รถยนต์เหล่านั้นมีความสามารถในด้านของแอโรไดนามิกมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความสำคัญให้ได้ดีไปยิ่งขึ้น โดยมีชุดแต่งต่าง ๆ ดังนี้

1. Canard

มีลักษณะเหมือนครีบปลา ติดเอาไว้ด้านหน้าของตัวรถยนต์ โดยมีหน้าที่สร้างลมหมุนในขณะที่ขับขี่เพื่อสร้างแรงกดอากาศบริเวณของด้านหน้ารถยนต์

2. Side Skirt

อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันอากาศจากภายนอกไหลเข้ามาใต้ท้องรถ ซึ่งในปัจจุบันรถหลาย ๆ เจ้านั้น มีการติดตั้งชุดแต่งนี้มาให้ตั้งแต่ในโรงงานเลย

3. Spoiler

น่าจะเป็นชุดแต่งที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ติดตั้งเอาไว้บริเวณกระโปรงหลังเพื่อให้กระแสลมไหลม้วนอยู่ข้างหลัง ช่วยให้มีแรงกดในส่วนของท้ายรถ

4. Gurney Flap

เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บน Spoiler อีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาไว้ช่วยให้การทำงานของ Spoiler นั้นดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กระแสลมกดมาบริเวณท้ายรถได้มากขึ้น

5. Diffuser

หรือที่รู้จักกันว่า “ที่รีดอากาศท้ายรถ” ซึ่งอุปกรณ์นี้จะถูกติดตั้งไว้ที่บริเวณท้ายรถข้าง ๆ กับท่อไอเสีย ซึ่งมีหน้าที่ในการลดแรงต้านจากใต้ท้องรถได้ทั่วทั้งคัน

สรุปท้ายบทความ

แอโรไดนามิกนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับยานพาหนะแทบทุกชนิด รวมไปถึงรถยนต์ที่การออกแบบในแต่ละครั้ง นักวิศกรรมต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นั้นสนใจที่จะซื้อ

ทั้งนี้นอกจากรถยนต์เดิม ๆ ที่มาพร้อมชุดแต่งจากทางโรงงานที่จะช่วยให้ระบบแอโรไดนามิกนั้นดีขึ้นแล้ว ยังมีชุดแต่งอีกมากมายที่คอยเข้ามาเสริมให้ดียิ่งขึ้น ใครที่เป็นสายความเร็ว ความแรง ต้องสนใจอย่างแน่นอน

ใครที่อ่านบทความนี้แล้วเกิดสนใจในเรื่องชุดแต่งของรถยนต์ที่นอกจากจะทำให้รถของคุณนั้นดูเท่และโดดเด่นกว่าใคร ๆ บนท้องถนนแล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูที่ Kaidee Auto สิ ที่นี่รวมอุปกรณ์ในการแต่งรถและช่างยนต์ที่พร้อมดูแลคุณในทุกความต้องการ

5 ไอเดียแต่งสวนให้สวยได้แค่ปูหญ้าเทียม

5 ไอเดียแต่งสวนให้สวยได้แค่ปูหญ้าเทียม

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้น เช่นเดียวกันกับคนที่ชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้ในบ้าน ชอบสีเขียวของธรรมชาติ แต่บางคนอยากมีพื้นที่สีเขียวแต่ไม่ค่อยอยากดูแล เพราะไหนจะต้องรดน้ำ ต้องหมั่นดูแลให้เขียวตลอดเวลา อย่างว่าแหละครับ คนเมืองกว่าจะไปทำงาน กว่าจะกลับมาจากที่ทำงาน ก็หมดเวลาวันหนึ่งแล้วยังไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังต้องเหนื่อยดูแลต้นไม้ใบหญ้าที่บ้านอีก บางคนก็ต้องตัดใจที่จะไม่ค่อยได้ปลูกอะไรเท่าไร แต่ยังมีวิธีสำหรับคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติแต่ไม่อยากที่จะต้องมาดูแล เอาไว้มองให้ได้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายพอกับ ‘หญ้าเทียม’ นั่นเอง 

หญ้าเทียมดียังไง? 

ขึ้นชื่อว่าหญ้าเทียม ในความหมายก็คือ การสร้างหญ้าปลอมที่มีความคล้ายคลึงและใกล้เคียงของจริงมากที่สุด โดยในปัจจุบันหญ้าเทียมได้รับความนิยมนำมาแต่งสวนเป็นอย่างมาก เพราะการดูแลที่สะดวกและง่ายกว่าหญ้าของจริง ซึ่งสามารถนำเอาหญ้าเทียมไปตกแต่งตรงไหนก็ได้เพื่อเพิ่มความสวยงามของบ้าน ที่สำคัญยังมีความดูแลรักษาง่าย ทนทาน อยู่ได้ทุกสภาพอากาศและใช้งานได้อย่างน้อย 5 ปีเลยล่ะ 

รู้ถึงประโยชน์ของหญ้าเทียมกันแล้ว วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งสวนให้สวยด้วยหญ้าเทียม ไม่ว่าจะมีพื้นที่เยอะหรือพื้นที่น้อยก็สามารถตกแต่งได้ เอาไว้นั่งชิลเวลาพักผ่อนกัน มาดูกันเลย

1. พื้นที่หลังบ้าน 

จะดีไม่น้อย หากว่าบ้านของคุณมีพื้นที่หลังบ้านว่าง ๆ ลองเนรมิตให้เป็นสวนเอาไว้นั่งชิลก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย โดยการใช้หญ้าเทียมในบริเวณที่ว่างหรือบริเวณที่ต้องการ อาจจะหาต้นไม้จริงที่อยู่ในกระถางและหินสวย ๆ มาตกแต่งบริเวณโดยรอบให้เข้ากับหญ้าเทียมที่เราได้ปูไปแล้ว ปิดท้ายด้วยการนำเก้าอี้ ม้านั่งหรือเบาะลองนั่งมาวางบนหญ้าเทียมและตกแต่งด้วยดวงไฟล้อมรอบเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้เวลาว่างพักผ่อนกับครอบครัวหรือจะจัดปาร์ตี้ก็เป็นความที่ดีเลยล่ะ

2. ข้างบ้าน 

พื้นที่ข้างบ้านก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย ถ้าหากปล่อยว่างแล้ว ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากพื้นที่ ลองนำหญ้าเทียมมาปูตกแต่งให้เป็นมุมพักผ่อนพร้อมด้วยการนำกระถางต้นไม้ประดับมาวางหรือจะเป็นหินธรรมชาติอาจจะเสริมด้วยการมีมุมน้ำพุขนาดเล็ก ตั้งไว้มุมใดมุมหนึ่งเพิ่มบรรยากาศที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติขึ้นไปอีก เอาไว้นั่งจิบชายามเช้าหรือจะเปลี่ยนบรรยากาศเอาไว้นั่งทานข้าวนอกบ้านก็ได้นะ

3. พื้นที่สนามหน้าบ้าน

บางบ้านที่มีพื้นที่เยอะมาก ๆ อย่างเช่นพื้นที่หน้าบ้าน ถ้ายังไม่รู้จะใช้ทำประโยชน์อะไร ลองใช้หญ้าเทียมปู เพื่อทำเป็นสถานที่ทำกิจกรรมร่วมกันสำหรับครอบครัวอย่างสนามวิ่งเล่นหรือใช้เป็นสถานที่สำหรับเล่นกีฬาอย่างสนามฟุตบอลขนาดย่อม ๆ เอาไว้เล่นกับลูก ๆ ในช่วงวันหยุดก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ อาจจะตกแต่งรอบ ๆ สนามด้วยกระถางต้นไม้ประดับสวยงามและมีเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนชิล ๆ ก็ได้นะ 

4. ระเบียงบ้านและคอนโด

ไม่ว่าจะเป็นระเบียงบ้านหรือระเบียงคอนโด นอกจากจะใช้เป็นที่เอาไว้ออกไปรับอากาศยามเช้า ใช้เป็นที่พักผ่อนหรือบางคนก็เอาไว้ใช้วางราวตากผ้าสำหรับตากผ้านั่นเอง แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราจะตกแต่งด้วยการนำหญ้าเทียมมาตกแต่งให้เต็มพื้นที่หรือมุมเล็ก ๆ ของระเบียงเสริมด้วยการนำต้นไม้จริงมาประดับตกแต่งด้วยเล็กน้อย เหมือนเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้น่าออกมานั่งพักผ่อนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

5. พื้นที่หน้าบ้านแบบจำกัด

เมื่อพื้นที่หน้าบ้านโล่งหรือมีพื้นที่แบบจำกัด ลองจัดมุมพักผ่อนสร้างสวนหย่อมขนาดเล็กไว้สำหรับนั่งเล่นชิล ๆ โดยการสร้างพื้นที่สีเขียวจากหญ้าเทียมให้มีขนาดที่พอดีหรือให้เหมาะสมตามที่ต้องการ และเสริมด้วยการนำกระถางต้นไม้ประดับมาวางตกแต่งเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้น่านั่งพักผ่อนมากยิ่งขึ้น พร้อมปิดท้ายด้วยการนำเก้าอี้หรือชุดโต๊ะสำหรับนั่ง 2 คนหรือ 4 คน มาวางไว้ เพียงเท่านี้ก็ได้มุมพักผ่อนหน้าบ้านเพิ่มขึ้นแล้วล่ะครับ

6. พื้นที่ในบ้าน 

ใครบอกว่าพื้นที่ในบ้านสร้างสวนเอาไว้พักผ่อนไม่ได้ เพราะหญ้าเทียมสามารถใช้ตกแต่งได้ทุกที่  ลองหามุมใดมุมหนึ่งของบ้านที่เหมาะกับการตกแต่ง แล้วลองนำหญ้าเทียมมาปูและเสริมด้วยการนำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อาจจะมีกระถางต้นไม้ประดับเล็ก ๆ วางตกแต่งอยู่บริเวณรอบ ๆ ด้วยก็ได้ เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่ดีไปเลยล่ะ เหมาะสำหรับใครที่อยากจะมีสวนเล็ก ๆ ไว้ในบ้านให้เป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้นั่งพักผ่อนกับครอบครัวก็เป็นความคิดที่ดีเลย 

สรุปท้ายบทความ

การที่มีสวนเล็ก ๆ ไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือนอก ทำให้บ้านมีพื้นที่สีเขียวเอาไว้ผ่อนคลายเวลาเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือจากการเดินทาง สำหรับใครที่ต้องการพื้นที่สีเขียวแต่ไม่อยากดูแลหลายขั้นตอนหรือต้องหมั่นดูแลตลอดเวลา การปูหญ้าเทียมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราลดขั้นตอนการดูแลลงไปได้เยอะ อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวที่เหมือนหญ้าของจริงเอาไว้นั่งพักผ่อนในวันพักผ่อนอีกด้วย สำหรับราคาหญ้าเทียมก็จะมีหลากหลายราคา ตั้งแต่ราคาที่ถูกจนถึงราคาที่สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการผลิตด้วยนะครับ 

สำหรับใครที่อยากให้บ้านมีพื้นที่สีเขียวโดยใช้หญ้าเทียม ลองแวะมาดูกันก่อนที่ Kaidee Marketplace ได้นะ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อหลายเจ้าเลย      

5 รุ่น Smart watch น่าสนใจ ซื้อรุ่นไหนดี

5 รุ่น Smart watch น่าสนใจ ซื้อรุ่นไหนดี

ช่วงหลายปีมานี้ Smart watch เริ่มวางขายกันมากขึ้นหลากรุ่นหลายแบรนด์ในท้องตลาด ด้วยความสามารถของมันนั้น ทำให้บางครั้งเราจะกลับไปเปลี่ยนใช้นาฬิกาข้อมือทั่วไปก็ยากที่จะเปลี่ยนใจ ยิ่งในปัจจุบันนี้ราคาก็มีหลากหลายให้เลือก หลายคนจึงเริ่มตัดสินใจซื้อมาลองใช้กัน

Smart Watch ดีอย่างไร? 

เราต่างรู้กันว่าเวลานั้นคือสิ่งสำคัญในชีวิต เราจึงควรพก “เวลา” ไว้กับตัว นาฬิกาข้อมือจึงเป็นเครื่องประดับที่มีความสำคัญกับคนยุคใหม่มาก แต่เมื่อเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เจ้านาฬิกาข้อมือนี้ก็ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น จนกลายเป็นนาฬิกาอัจฉริยะหรือที่เรียกกันว่า Smart Watch หลายคนที่ยังไม่มีหรือยังสงสัยว่ามันดีจริงไหม เราค้นข้อมูลข้อดีของมันมาให้คุณตามนี้

1.ช่วยตรวจวัดการออกกำลังกาย

หลักๆที่คนส่วนมากซื้อ Smart Watch มาใช้นั้น เป็นเพราะความสามารถในการตรวจวัดการออกกำลังกายต่างๆ เช่น ระดับการเผาพลาญ ระยะทางการวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น +

ซึ่งตัวนาฬิกาเองยังสามารถตั้งค่าได้ว่าหากเรามีเป้าหมายจะลดน้ำหนักหรือต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้นควรออกกำลังกายประมาณเท่าไหร่ในหนึ่งวัน  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆของคนยุคนี้ที่ต้องการความสะดวกและความรวดเร็ว และผลสุดท้ายคือร่างกายที่แข็งแรง

2.ดูข้อความแจ้งเตือนจากแอพต่างๆ

ส่วนมากแล้ว Smart Watch จะต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราเพื่อโหลดแอพลิเคชันมา และเมื่อเชื่อมต่อแล้วจึงจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆได้มากขึ้น รวมถึงแอพลิเคชันแชทต่างๆก็จะไปแจ้งเตือนในนาฬิกาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เราไม่พลาดจากการติดต่อของผู้อื่นในแชท

3.โทร-รับสายโทรศัพท์ได้

ในหลายๆรุ่นของ Smart Watch นั้น นอกจากการดูข้อความแจ้งเตือนแล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เรายังสามารถรับสายและโทรออกได้ผ่านนาฬิกา ดังนั้นเวลาถือของหรือมีสัมภาระเยอะๆ ก็ไม่ต้องมาค้นโทรศัพท์เพื่อรับสายอีกต่อไป 

4.มีแอพรองรับมากมาย

ในหลายรุ่นนั้นรองรับการเชื่อมต่อของแอพลิเคชันอื่นๆ เช่น ควบคุมหรือเปลี่ยนเพลงใน Spotify กดถ่ายรูปในสมาร์ทโฟนผ่าน Smart Watch หรือจะดูนัดหมายในแอพปฏิทินก็ทำได้อีกด้วย 

5 รุ่น Smart Watch น่าซื้อ

ตอนนี้ในตลาด Smart Watch มีให้เลือกหลากหลายรุ่นจากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งราคาก็มีไล่ระดับกัน รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่ส่งผลสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อด้วย ดังนั้นเราหยิบ 5 รุ่นน่าสนใจมาแนะนำกันตามนี้

1.Apple Watch 6

อุปกรณ์จากแบรนด์ดังอย่าง Apple นั้น เราต่างรู้กันว่ามีคุณภาพที่ดีและสร้างความสะดวกให้กับเรามาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ไอโฟนก็จะสามารถเชื่อมต่อเพื่อใช้งาน Apple Watch ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยตัวเรือนมี 2 ขนาด คือ 40mm และ 44mm

ในรุ่น Apple Watch 6 นี้มีการปรับปรุงให้ดีกว่ารุ่นก่อนๆมาก ทั้งหน่วยประมวลผลที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงมาก รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆที่นำมาผลิตก็มีทั้งความสวยงามในด้านการออกแบบและมีความทนทานด้านการใช้งาน 

ด้านสุขภาพตามปกติแล้ว Apple จะมีแอพลิเคชัน Health ที่สามรารถเข้าไปตั้งค่าข้อมูลด้านสุขภาพและตรวจข้อมูลต่างๆได้ และแอพลิเคชัน Fitness มีตรวจวัดการออกกำลังกาย อัตราการเผาพลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณออกซิเจนในเลือด และอีกมากมาย ถือว่าในด้านนี้ทำออกมารองรับผู้ที่ใส่ใจด้านสุขภาพได้ดีมาก 

ส่วนการเชื่อมต่อต่างๆเช่น แอพลิเคชัน ก็ทำออกมาได้ดี สามารถดูข้อความแจ้งเตือน ควบคุมการเล่นเพลง โทรออก-รับสายโทรศัพท์ได้ ถือว่าเหมาะมากๆกับผู้ที่ใช้ไอโฟน

2.Samsung Galaxy Watch 3

ซัมซุงก็ไม่น้อยหน้าในเรื่อง Smart Watch ที่ทำมารองรับกับสมาร์ทโฟนในแบรนด์ของตัวเอง ตัวเรือนมี 2 ขนาด คือ 41mm และ 45mm พร้อมหน้าปัดทรงกลมที่มีให้เลือก 2 สี คือ Mytic Black และ Mystic Silver 

ขอบตัวเรือนสามารถหมุนได้เพื่อการควบคุมแอพลิเคชันต่างๆที่รองรับ หน้าปัดสามารถเปลี่ยนได้มากถึง 40 รูปแบบ 

ด้านสุขภาพ Galaxy Watch 3 ก็ทำออกมาทำได้ มีฟีเจอร์การตรวจวัดต่างๆ เช่น ตรวจวัดการนอนหลับ เพื่อดูว่าการพักผ่อนของเราเหมาะสมและเพียงพอมากแค่ไหน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการออกกำลังกายมากมายให้เลือกใช้ตรงกับการออกกำลังกายของเรา 

ด้านแอพลิเคชัน ก็สามารถดูข้อความแจ้งเตือน ตอบข้อความด้วยเสียง Bitmoji หรือการเขียนตัวอักษร (ยังไม่รองรับการตอบเป็นภาษาไทย)  ดังนั้นสาวกซัมซุงก็สามารถไม่พลาดข้อความแจ้งเตือนต่างๆเช่นเดียวกัน โดยสรุปแล้วด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ ทำให้ Galaxy Watch 3 นี้ถือเป็นนาฬิกาที่ชาวซัมซุงควรมีไว้ครอบครอง

3.Xiaomi Mi band 5

แบรนด์ดังจากเมืองจีน ที่ทำสมาร์ทโฟนและ Gadget ต่างๆมากมายรวมถึงนาฬิกาอัจฉริยะในชื่อ Mi band นี้ ปัจจุบันออกมาแล้วถึง 5 รุ่น โดยสำหรับ Mi band 5 นี้ มีหน้าปัดเป็นรูปทรงยาวคล้ายวงลีและมีสายนาฬิกาให้เลือกหลากหลายสี น้ำหนักเบา สวมใส่ง่าย เหมาะกับทุกช่วงวัย  

จุดเด่นที่ทำให้ Mi band นี้ครองใจใครหลายคนนั่นคือเรื่องของราคา ด้วยราคาพันต้นๆแต่ได้ความคุ้มค่าเกินราคา ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกกำลังกายที่มีให้เลือกโปรแกรมถือ 11 โหมด การตรวจวัดการเผาพลาญไขมันในร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และการตรวจวัดการนอน โดยสามารถเข้าไปเลือกใช้และตรวจดูได้ในแอพลิเคชัน Mifit 

สรุปแล้วถือว่า Xiaomi Mi Band 5 มีความสามารถที่ทำได้พอๆกับแบรนด์รุ่นใหญ่ที่ราคาสูงเลยทีเดียว หากใครอยากได้ Smart Watch แต่งบมีจำกัด รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์

4.Fitbit Versa 3

หากพูดถึง Smart Watch สำหรับคนรักสุขภาพ แบรนด์ Fitbit ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่ผู้คนมักนึกถึง ด้วยดีไซน์ที่ัทันสมัย ขนาดและน้ำหนักที่เบา รวมถึงฟังก์ชันต่างๆมากมาย ทำให้ผู้คนตัดสินใจซื้อได้อย่างไม่ต้องลังเล

ฟีเจอร์ต่างๆในตัวนาฬิกา เรียกว่าจัดเต็มในด้านสุขภาพ เช่นการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง การตรวจวัดคุณภาพการนอน การปลุกแบบไม่ทำให้เสียสุขภาพ การแนะนำการหายใจในรูปแบบของผู้ที่สวมใส่ โหมดการออกกำลังกายมากกว่า 20 โหมด ดังนั้นอยากออกกำลังกายแบบมีตัวช่วยวัดผล ต้องลองจริงๆ

ด้านฟีเจอร์อื่นๆ เช่นการเชื่อมกับแอพลิเคชันก็ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นด้านการฟังเพลง โทรศัพท์รับสาย การแจ้งเตือนข้อความ และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ที่เคลมว่าอยู่ได้นานมากกว่า 6 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ถือว่าเหมาะจริงๆกับทุกเพศทุกวัย

5.Apple Watch SE

สุดท้ายกับ Apple Watch SE ที่ออกมาพร้อม Series 6 ขนาด น้ำหนัก รูปทรง ประเภทจอนั้นถือว่าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างนั้นคือหน่วยประมวลผลที่ใน Series 6 มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยในรุ่น SE ถูกตัดฟีเจอร์การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดออกไปและฟังก์ชั่นหน้าจอ Always on ที่เปิดตลอดก็จะมีเฉพาะใน Series 6

ดังนั้นด้วยราคาที่ถูกกว่ารุ่น Series 6 อยู่หลายพันบาท หากใครไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ต่างๆมากมายนัก รุ่น SE ก็ถือเป็นรุ่นที่มีความคุ้มค่ากับราคาหนึ่งหมื่นมีทอน และยังรองรับการใช้งานได้อีกยาว

สรุป 

จะเห็นได้ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตของเราค่อยๆเปลี่ยนไป และมีตัวช่วยที่จะเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตเช่น นาฬิกาอัจฉริยะนี้ด้วย ดังนั้นการลงทุนกับสิ่งของที่ให้ความสะดวกและช่วยส่งเสริมสุขภาพของเรานั้นก็ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว ที่สำคัญหากใครกำลังสนใจอยากครอบครอง Smart Watch ดีๆสักเครื่องล่ะก็ มาที่ Kaidee ของเราเลย

10 อันดับพระเครื่องที่แพงที่สุดในประเทศไทย

10 อันดับพระเครื่องที่แพงที่สุดในประเทศไทย

พระเครื่อง’ ของสะสมยอดนิยมในเมืองไทย โดยเฉพาะเหล่านักสะสมรุ่นใหญ่ที่มีความชื่นชอบในด้านพระเครื่องเป็นพิเศษ ในวงการพระเครื่องจะทราบกันดีว่า ยิ่งพระเครื่องเนื้อดี พระพุทธคุณเยี่ยม ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการและนิยม 

10 อันดับพระเครื่องที่เป็นที่นิยมและมีราคาสูงที่สุด

คุณทราบหรือไม่ว่า พระเครื่องบางองค์มีมูลค่าสูงมาก ถึงแม้ว่าคุณมีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ วันนี้พลูโตจึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จัก 10 อันดับพระเครื่องที่แพงที่สุด และเป็นที่นิยมว่ามีพระอะไรบ้าง และพระเครื่องแต่ละองค์มีดีอย่างไร ตามไปดูกัน

1.สมเด็จวัดระฆัง

พระเครื่องรางรูปสมมติพระพุทธเจ้า สร้างโดย สมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆัง เป็นพระเกจิเถราจารย์ ที่ใครๆนับถือตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้ 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 ณ บ้านจันไก่ (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2343 หลังจากที่ท่านบวชเข้าในร่มกาสาวพัสตร์จนถึงปี พ.ศ. 2350 ในขณะที่บวชเป็นพระอยู่นั้น สามเณรโตได้รับการโปรดและเมตตาจากสมเด็จพระรพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้อุปสมบทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีฉายานามในพุทธศาสนาว่า “พฺรหฺมรํสี”  

  ด้วยความสมถะของสมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี รวมไปถึงวิชาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะ ‘พระสมเด็จ’ ที่ท่านสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นพุทธบูชา ถูกจัดอยู่ 1 ใน 5 สุดยอดพระเครื่องวัตถุมงคลของประเทศไทย เป็นพระเครื่องที่จัดอยู่ในเบ
ญจภาคี ที่แขวนอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของสร้อย โดยพระสมเด็จวัดระฆังโฆษิตาราม มีราคาสูงถึงยอดล้านบาทเลยทีเดียว

ราคา : 25,000,000 บาท

2.พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม เป็นพระพิมพ์วัดบางขุนพรหม ที่สร้างโดย สมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี สร้างและบรรจุพระสมเด็จบางขุนพรหมไว้ในองค์พระเจดีย์วัดบางขุนพรหม ที่เป็นวัดเก่าแก่ต้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2413 ในปลายสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเสมือนตราด้วง ได้อาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จฯ ไปทำพิธีการที่วัด แสดงพระธรรมเทศนา 

ในช่วงของการสร้างพระสมเด็จฯ เพื่อบรรจุในพระเจดีย์ ‘อุเทสิกเจดีย์’ ตามคติของคนโบราณ ได้มีการโขลกเนื้อพระต่อหน้าเจ้าประคุณสมเด็จฯ และเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้โรยผงวิเศษ 5 ประการ คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนสิงเห และผงพระพุทธคุณ เป็นส่วนผสมในเนื้อมวลสารพระเครื่องที่ท่านสร้าง จึงทำให้พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเป็นพระเครื่องที่มีผู้นิยมสูงสุดในประเทศไทย และนักสะสมยกให้เป็นจักรพรรดิ์แห่งพระเครื่อง

ราคา: 3,000,000 บาท

3.พระรอดมหาวัน

พระรอดมหาวัน ถูกค้นพบในต้นสมัยรัชกาลที่ 5 จากบันทึกวัดมหาวันระบุไว้ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2325 พระเจดีย์วัดมหาวันชำรุดและพังทลายลงบางส่วน ในสมัยของเจ้าหลวงเหมพินทุไพจิตร ผู้ครองนครประเทศราชลำพูน ทางวัดได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ใหม่ ซึ่งพบพระรอดเป็นจำนวนมาก และได้มีการขุดพบ แจกจ่ายให้กับข้าราชการ ผู้มาร่วมงานเรื่อยๆ จนกระทั่งหลังจากปี พ.ศ. 2506 เป็นครั้งสุดท้ายที่ขุดพบพระริดในบริเวณวัดมหาวันเป็นจำนวนมาก โดยมีคาดการณ์เกี่ยวกับการเกิดของพระรอดมหาวันว่าถูกสร้างขึ้นโดย ‘พระฤาษีนารอด’ หรือ ‘พระฤาษีนารทะ’ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ของพระนางจามเทวีพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรหริภุญไชย เมื่อปี พ.ศ.1223 ถูกบรรจุไว้ในกรุพระเจดีย์วัดมหาวัน ที่ตั้งอยู่ จ.ลำพูน ในปัจจุบัน

พระรอดมหาวัน เป็นเอกอุภาคี หนึ่งในเบญจภาคีฝ่ายบุญญฤทธิ์ ที่มีสมเด็จวัดระฆังเป็นประธาน พระรอดมหาวัน เป็นสุดยอดพระนิรันตราย ที่บรรดานักนิยมพระกล่าวว่า ช่วยคุ้มครองผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาและมีพระรอดมหาวันอยู่ในครอบรองให้รอดจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยเกื้อหนุนเมตตามหานิยมและโชคลาภด้วย

ราคา : 30,000,000 บาท

4.พระผงสุพรรณ

อีกหนึ่งสุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย ที่เป็นหนึ่งใน ‘พระชุดเบญจภาคี’ พระกรุเก่าแก่ศิลปะยุคอู่ทอง พบที่พระปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี โดยชาวจีนที่ปีนขึ้นไปปลูกผักที่เนินฐานองค์พระปรางค์ และในปี พ.ศ. 2456 ทางราชการโดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ หาที่ตั้งของเจดีย์ยุทธหัตถี ได้พบว่าภายในปรางค์มีหลักศิลาจารึกที่ไม่ครบส่วนและพระผงสุพรรณ ที่นำมาถวายแด่พระยาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้มีบางส่วนอยู่ในข้าราชการเก่าๆ เนื่องจากพระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารในพระองค์ด้วย

มวลสารที่สร้างพระผงสุพรรณ เป็นดินเนื้อละเอียดที่เมื่อผสมน้ำว่านยาต่างๆ มีความละเอียดคล้ายผง และยังมีการกล่าวถึงส่วนผสมของผงว่านและเกสรดอกไม้ ใน “จารึกลานทอง” จึงได้ชื่อเรียกว่า “เกสรพระสุพรรณ” หรือ “พระผงสุพรรณ” พระผงสุพรรณ มี 2 ขนิด คือ พระเนื้อดิน ที่มีมวลสารผสมจากว่านและเกสรต่างๆ โดยเผาตามวิธีโบราณ และ พระผลสุพรรณที่ทำจากแร่ธาตุโลหะ ซึ่งเรียกว่า แร่สังฆวานร หรือพระผงสุพรรณยอดโถ ซึ่งพระผงสุพรรณที่เป็นพระยดนิยมจะเป็น ‘พระเนื้อดินเผา’

ราคา: 20,000,000 บาท

5.พระนางพญา

มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับ วัดนางพญา ว่าเป็นวัดที่มีชื่อมาจาก พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี ซึ่งเป็นแหล่งที่พบพระเครื่องพิมพ์ พระนางพญา ตามบันทึกมีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะในปี พ.ศ. 2090 – 2100 ได้ทรงสร้าง “พระนางพญา” บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ตามความเชื่อของโบราณคติ วัดนี้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งหลังขุดพบพระนางพญา ในปี พ.ศ.2444 ที่มีการขุดพื้นที่เพื่อสร้างปะรำพิธีในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเครื่องพิมพ์นางพญา อยู่ใต้ซากปรักหักพัง และได้ทูลเกล้าฯถวายล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพาร จึงมีบางส่วนกลับมากรุงเทพฯด้วย

พระนางพญา ได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งพระเครื่อง” ด้วยพุทธลักษณะของพระเครื่องที่แทบทุกพิมพ์จะมีความงดงาม โดยบริเวณหน้าอกจะมีรูปทรงนูนเด่นขึ้นมา ลำแขนอ่อนช้อย ราวกับ “อิสตรีผู้ทรงศักดิ์” ซึ่งพระนางพญาเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีที่ทรงคุณค่า พระเนื้อดินเผา มีหลายสีและหลายขนาดตามพระเนื้อดินเผาทั่วไป เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างสุโขทัยและอยุธยา พิมพ์รูปทรงสามเหลี่ยม เป็นเลิศในด้านเมตตามหานิยม อำนาจวาสนาบารมี และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี 

ราคา: 10,000,000 บาท

6.พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน หรือพระปางลีลาเม็ดขนุน จัดอยู่ในกลุ่มพระกำแพงลีลาที่เป็นที่นิยม มีอยู่ 3 แบบ คือ เม็ดขนุน พลูจีบ กลีบจำปา ตามคำกล่าวของนักสะสมพระรุ่นใหญ่ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน มีอายุการสร้างกว่า 600 ปี ที่ถือกำเนิดในรัชสมัย พระมหาธรรมาลิไทย โดยครั้งที่พบพระกำแพงลีลาเม็ดขนุนมากที่สุดคือที่กรุวัดพระบรมธาตุ ปี พ.ศ.2392 และหลังจากนั้นพบอีกจำนวนหนึ่งบริเวณลานทุ่งเศรษฐี แถบวัดพิกุล วัดอาวาสน้อย แต่ก็พบน้อยมาก 

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน มีมวลสาร 3 แบบ คือ พระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ เนื้อว่านล้วนและเนื้อชิน โดยพบเห็นมักจะมีอยู่ 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียว พระเครื่องพิมพ์มีความสวยงาม พระเนื้อดินละเอียดไม่มีเม็ดกรวด ตามแบบพระกำแพงเพชร เป็นปางลีลาที่สมส่วน สวยงาม เหมือนกำลังเดินก้าวย่างไปข้างหน้า ใครที่บูชาพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน จะมีความเจริญก้าวหน้า มีโชคลาภเดินทางมาตลอด แต่พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนหายากและมีราคาเช่าสูงมาก 

ราคา: 2,500,000 บาท

7.พระซุ้มกอ

หนึ่งในพระเบญจภาคีแห่งพระเครื่องในเมืองไทย อย่าง ‘พระซุ้มกอ’ เป็นพระอันดับหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะเป็นองค์พระปะติมากรรม พบจารึกบนแผ่นลานเงินในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม มีการสันนิษฐานว่า พระซุ้มกอ สร้างโดยพระมหาธรรมราชาภิไท ครั้งที่ดำรงพระยศครองเมืองชากังราว ก่อนการสถาปนาเป็นกษัตริย์ในสมัยสุโขทัย

พระเครื่องพระซุ้มกอ สร้างจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ และทำจากเนื้อชิน ซึ่งไม่ว่าจะสร้างด้วยชนิดใด ก็ยังมีความขลังในทุกรูปแบบ พระซุ้มกอมีความครบเครื่องทั้งเมตตา มหานิยม แคล้วคลาด โชคลาภ จนใครๆที่มีพระเครื่องพระซุ้มกอ พูดคำเดียวกันว่า ‘มีแล้วไม่จน’ ซึ่งด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระซุ้มกอ ทำให้มีความต้องการสูงในพระเครื่องหนึ่งในเบญจภาคีนี้มาก จนทำให้ราคาเช่าแพง แถมยังหายากมาก เพราะถูกจัดอยู่ในอมตะพระกรุที่ควรค่าแก่การค้นหา นำมาเป็นสิริมงคล

ราคา: 50,000,000 บาท

8.พระท่ากระดาน 

พระท่ากระะดาน หรือ พระท่ากระดาน เกศคดตาแดง พระประจำเมืองกาญจนบุรี ถูกค้นพบที่วัดท่ากระดาน หรือวัดกลาง วัดหนึ่งในสามของเมืองท่ากระดาน ในปี พ.ศ.2495 มีข้อสันนิษฐานจากหลักฐานบนใบลานเงินลานทองกล่าวว่า พระท่ากระดานถูกสร้างโดย ฤาษีตาไฟ โดยการอารธนาของเจ้าเมืองท่ากระดานในยุคนั้น หลังจากสร้างเสร็จได้ถูกบรรจุในพระอารามของวัดท่ากระดาน เมืองศรีสวัสดิ์ และเมืองกาญจนบุรี การถูกค้นพบของพระท่ากระดาน ส่งผลให้มีการแบ่งแยกพระท่ากระดานเป็นพระกรุใหม่และพระกรุเก่า ซึ่งแบ่งการเรียกจากระยะเวลาที่ถูกค้นพบ

พระท่ากระดาน ถูกตั้งชื่อตามทำเลของที่ตั้งวัด ถูกสร้างขึ้นจาก เนื้อชินตะกั่ว ซึ่งเมื่อถึงอายุเนื้อตะกั่วจะปกคลุมบนผิว เรียกว่า ‘สนิมตะกั่ว’ และด้วยระยะเวลาที่นานกว่า 500 ปี จึงทำให้พระทากระดานที่ถูกค้นพบมีลักษณะของสนิมไขแและสนิมแดง พระท่ากระดานมีคุณลักษณะพระพักตร์เคร่งขรึม แต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนอย่างน่าพิศวง พระเครืองปฏิมากรรมแบบนูนสูง มีด้านหน้าด้านเดียว ด้านหลังแบน พุทธคุณของพระท่ากระดาน คือสุดยอดแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ซึ่งใครที่ได้ครอบครองจะหวงแหนมาก เพราะเป็นพระเครื่องที่หายากและราคาสูงด้วย

ราคา: 5,000,000 บาท

9.พระคงลำพูน

พระคงลำพูน หรือพระลำพูน เป็นพระกรุที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด เป็นที่นิยมของล้านนา ด้วยอายุยาวนานถึงประมาณ 1,200 ปี และถึงแม้ว่าระยะเวลาจะยาวนาน แต่พระคงยังคงความสวยงามสมบูรณ์ขององค์พระเครื่อง พระคงถูกค้นพบที่วัดพระคงฤาษี เป็นที่แรก แต่ไม่ปรากฏช่วงเวลาในการค้นพบ จึงได้นามพระสกุลลำพูนว่า พระคง

พระคง จัดอยู่ในประเภทพระเนื้อดินเผาละเอียด บางองค์มีแร่ดอกมะขาม และด้วยการเผาที่ไม่เท่ากันทำให้ที่มีสีไม่เหมือนกัน  ลักษณะพระปฏิมากรรมแบบช่างหริภุญชัย เป็นรูปองค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย พุทธคุณของพระคงเป็นที่โด่งดังในวงการพระเครื่อง เป็นเลิศด้านป้องกันภยันอันตราย รวมทั้งเสน่ห์เมตตามหานิยม เหล่าเซียนพระทั้งหลายจะทราบดีกว่า พระคงมีอายุการสร้างที่ยาวนาน

ราคา: 5,000,000 บาท

10.พระขุนแผนบ้านกร่าง

พระขุนแผน ได้รับความนิยมอันดับต้นของ จ.สุพรรณบุรี สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในครั้งออกศึกกับพม่าที่เมืองสุพรรณ เพื่อให้ทหารที่รบพกติดตัวไว้ และเมื่อเสร็จศึกเหล่าทหารจึงได้นำพระขุนแผนกลับมาไว้ที่เจดีย์วัดบ้านกร่าง ตามความเชื่อของคนสมัยนั้นว่า พระต้องอยู่ที่วัด โดยพระขุนแผนบ้านกร่าง ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2447 ที่กรุวัดบ้านกร่าง แตกกรุจากเจดีย์หลังพระวิหาร ในขณะนั้นพระขุนแผนบ้านกร่างยังไม่เป็นที่นิยม แต่หลังจากสืบค้นประวัติก้กลายมาเป็นที่นิยมในเวลาถัดมา

หลายคนที่ได้เห็นพระขุนแผนบ้านกร่าง จะคิดว่าเป็นเนื้อดินละเอียด แต่หากสังเกตุแล้วจะพบว่า พระขุนแผนบ้านกร่าง ทำจากเนื้อดินหยาบมีเม็ดกรวด ทำให้มีโพรงอากาศบนองค์พระเครื่องด้วย เนื้อดินเผาผสมว่านและเกสรดอกไม้หลายชนิด มีความงดงามทางพุทธศิลปะ ด้านพระพุทธคุณของพระขุนแผนบ้านกร่าง โดดเด่นในด้านการแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และเรื่องเมตตามหานิยม

ราคา : 700,000 บาท

พระพุทธคุณเด่น ทำให้พระเครื่องเหล่านี้กลายเป็นที่นิยม

พระเครื่องยอดนิยมแม้ว่าจะราคาค่าบูชาสุดแพง แต่ยังคงเป็นพระเครื่องที่เหล่าเซียนพระ ผู้ที่บูชาเช่าพระ ต้องการมีไว้ในครอบครอง เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นำไปสะสมไว้ ตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งในประเทศไทยยังมีพระเครื่องที่พระพุทธคุณโดดเด่นในแต่ละด้านอีกมากมาย หลายราคา ตามกำลังทรัพย์ของผู้ที่ต้องการเช่า

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีความศรัทธาในศาสนา ให้ความเชื่อ และอยากเช่าบูชาพระเครื่องรูปแบบอื่น ลองมาดู พระเครื่อง พระพุทธคุณแรง ใน Kaidee กันได้นะคะ