Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ได้เปิดตัวรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองมาเยอะมาก บางคนซื้อเพื่อใช้งานยาวหลายปี แต่บางคนซื้อมาใช้เพื่อขายต่อแล้วเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการรุ่นปีที่ใหม่ล่าสุดและทันสมัยอยู่ตลอด จึงทำให้ตลาดรถยนต์มือสองนั้นมีรถยนต์ที่นำมาขายเต็นท์รถเยอะมาก มีหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ หลากหลายราคา
ทำให้ตลาดรถยนต์มือสองคึกคัก เนื่องจากรถยนต์บางรุ่นห่างจากรุ่นใหม่เพียงแค่ 1 รุ่นก็มี บางรุ่นสภาพใหม่มาก ตัวเลขไมล์น้อย ซึ่งทำให้คนที่กำลังหารถยนต์มือสองอยู่มีตัวเลือกมากมาย แต่เพื่อน ๆ ทุกคนรู้หรือไม่ว่ารถยนต์มือสองบางคันอาจจะทำให้ดูใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนชิ้นส่วนมาก็ได้ วันนี้เรามีวิธีการดูรถยนต์มือสอง ว่าก่อนซื้อควรดู ควรเช็กอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องโดนหลอก มาดูกันเลย
1. ตัวถังรถ
สิ่งแรกที่จะต้องเห็นก่อนเป็นอันดับแรก คือ ตัวรถยนต์ ให้สังเกตและเดินดูด้วยตาว่ารถอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอยบุบ รอยยุบจากการกระแทกใด ๆ สีมีถลอกหรือไม่ มีอะไรที่ผิดสังเกต ถ้ามีตั้งแต่ข้อแรกนี้ ให้เปลี่ยนคันหรือเปลี่ยนเต็นท์รถได้เลย เพราะถ้ามีรถลักษณะแบบนี้แล้ว ให้คิดว่ารถยนต์คันอื่น ๆ ในเต็นท์นี้คงจะมีอีกแน่ ไม่น่าไว้วางใจที่จะซื้อและดูต่อในข้อที่ต่อไปแล้วนะครับ
2. ชิ้นส่วนน็อต
น็อตคือสิ่งที่จะบ่งบอกได้เหมือนกันว่ารถได้ผ่านการปรับแต่ง ถอดชิ้นส่วนออกไปแล้วใส่กลับคืนมาบ้างหรือไม่ โดยจะสังเกตได้จากหลายจุด เช่น น็อตในฝากระโปรงรถ ข้างรถยนต์ เป็นต้น ถ้ามีการขันน็อต ตัวน็อตจะมีรอยของการถูกขันไว้ ให้ตีความได้เลยว่า รถยนต์คันนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนมานั่นเองครับ
3. เลขไมล์
สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างเลย คือ ตัวเลขการวิ่งของรถยนต์คันนี้ว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตรแล้ว ซึ่งถ้าเลขไมล์เยอะ แสดงว่ารถคันนี้อาจจะใช้งานมาหนัก เครื่องอาจจะเสื่อมสภาพได้ อีกข้อสังเกต คือ ถ้ารถสภาพสมบูรณ์มาก ๆ แล้วเลขไมล์น้อย เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากรถหลายปีแล้ว เลขไมล์น้อยแบบผิดสังเกต ให้ตีความได้เลยว่า รถอาจจะผ่านการกรอเลขไมล์มาได้
4. เครื่องยนต์
เป็นอีกหนึ่งสิ่งและเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ต้องมีในการขับเคลื่อน แนะนำให้ตรวจและเช็กเครื่องยนต์อย่างละเอียดโดยการสตาร์ทรถยนต์ ดูการทำงานของเครื่องยนต์ว่ามีจุดไหนผิดปกติหรือไม่ และดูส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง หม้อพักน้ำว่าถูกเปลี่ยนหรืออยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่
5. ระบบช่วงล่าง
จุดนี้อาจจะต้องใช้เครื่องยกรถยนต์ขึ้นเพื่อดูใต้ท้องรถว่ามีจุดไหนที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น มีจุดรั่วซึมของเหลวตรงจุดไหนบ้างหรือเปล่า มีจุดฉีกขาดหรือโดนขูดไหม ระบบโช๊คอัพ ยางรถมีรอยแตกหรือไม่ เป็นต้น
6. ทดลองขับ
ขั้นตอนที่สำคัญคงหนีไม่พ้นการได้ทดลองขับรถจริง ซึ่งจะทำให้ได้รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติตรงจุดไหนบ้างจากการขับจริง มีเสียงตรงไหน ระบบช่วงล่างเป็นอย่างไร ระบบไฟฟ้าของรถยนต์เป็นอย่างไร อัตราเร่งเป็นอย่างไร หรือเครื่องยนต์กระตุกหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะสามารถตัดสินใจได้ทันทีที่เราได้ทดลองขับเสร็จ แนะนำให้ขับให้นานหน่อยนะครับ เพื่อที่จะได้ทดสอบรถยนต์จริง ๆ อาจจะมีอาการที่ผิดปกติแสดงออกมาตอนที่ได้ขับขี่อยู่นั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อน ๆ กับวิธีเช็กรถยนต์มือสอง ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง แล้วอยากได้รถที่ดี มีคุณภาพ แถมราคาที่ถูกกว่า ลองมาดูที่ Kaidee Auto ก่อนได้นะครับ เรามีรถยนต์มือสองสภาพดี มีคุณภาพ และราคาที่ดีมาก ๆ นัดดูรถและนำวิธีดูรถยนต์มือสองไปใช้ดูได้เลยนะครับ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หนึ่งในกิจกรรมสำหรับทุกครอบครัวที่จะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของทุกคนเข้าไว้ด้วยกันนั่นก็คือ การได้ร่วมกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ที่นอกจากรสชาติของอาหารจะอร่อยถูกปากแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานกับบทสนทนาของการได้นั่งเล่าเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวันที่แต่ละคนได้ไปพบเจอมา หรือเรื่องราวประสบการณ์ของความหลังที่ครอบครัวได้มีความสุขด้วยกันนั้นก็ยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยมากยิ่งขึ้น
“โต๊ะกินข้าว” จึงเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของความทรงจำที่เป็นมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน การเลือกโต๊ะกินข้าวที่ดีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะโต๊ะกินข้าวที่ดีนอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ยังต้องถูกใจคนในครอบครัว ผลิตจากวัสดุที่ทนทานและแข็งแรง รวมไปถึงความสะดวกสบายในการนั่ง แล้วเราควรจะเลือกโต๊ะกินข้าวอย่างไรดี มาหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย
วิธีการเลือกโต๊ะกินข้าว
การเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวที่ดีนั้นมีความสำคัญไม่แพ้ไปกับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้านเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวได้กินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พบปะพูดคุยกันหลังเลิกงาน หรือกลับจากโรงเรียน เวลาที่ต้องการซื้อโต๊ะกินข้าวจึงควรใส่ใจในรายละเอียดหลายด้านที่นอกเหนือจากความสวยงามแล้วยังต้องคำนึงถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย
เลือกจากรูปทรง
การเลือกรูปทรงของโต๊ะกินข้าวเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ของแต่ละบ้านมีความแตกต่างกัน ซึ่งโดยทั่วไปโต๊ะกินข้าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ดังนี้
- โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า นับว่าเป็นรูปทรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อีกทั้งปัจจุบันยังมีการดีไซน์ออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ให้เข้ากับความทันสมัย เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่เยอะหรือบ้านที่มีสมาชิกมากกว่า 4 คนขึ้นไป สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ได้เช่นกัน
- โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยขนาดที่กะทัดรัดสามารถจัดวางเข้ากับพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปทรงสุดคลาสสิกที่เรามักเห็นกันบ่อยภายในคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์
- โต๊ะวงกลม รูปทรงเป็นที่คุ้นตากันอย่างดีที่อาจทำให้เรานึกถึงโต๊ะจีน แต่โต๊ะรูปทรงนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก อาจเพราะดูไม่ทันสมัย แถมกินพื้นที่ในการวาง เนื่องจากปรับให้เข้ากับผนังได้ยาก แต่ยังมีข้อดีในเรื่องของความปลอดภัยที่โต๊ะไม่มีมุมเหลี่ยมคม จึงช่วยป้องกันอุบัติจากการกระแทกได้ในระดับหนึ่ง
วัสดุของโต๊ะ
วัสดุที่นำมาผลิตโต๊ะกินข้าวนั้นมีมากมายหลายแบบให้เราเลือกซื้อ ส่วนใหญ่ที่นิยมจะทำมาจากไม้, พลาสติก หรืออะลูมิเนียม ด้านบนของโต๊ะมักทำมาจากไม้ ลามิเนต หรือหินอ่อน ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกัน แต่ต้องเน้นความทนทานต่อการใช้งาน รวมไปถึงสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากโต๊ะกินข้าวจะเป็นโต๊ะส่วนรวมที่ทุกคนได้ใช้และดูแลร่วมกัน
พื้นที่ในการวาง
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เพราะโต๊ะกินข้าวที่ดีควรนำไปวางให้มีระยะห่างจากผนังรอบๆ อย่างน้อย 1.25 เมตร เพื่อให้สามารถลุกนั่ง เดินเข้าออกรอบโต๊ะได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ติดขัด และไม่เบียดกับคนรอบข้าง ส่วนขนาดของโต๊ะโดยทั่วไปความสูงจะอยู่ประมาณ 75 เซนติเมตร พื้นที่บนโต๊ะอาหารของแต่ละคนควรมีขนาดกว้าง ข้อศอกไม่ชนกัน หรือพาสมาชิกครอบครัวไปเลือกซื้อแล้วทดลองลองนั่งเพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกันมากที่สุด
เมื่อทราบเทคนิคสำหรับการเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวกันแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 แบบโต๊ะกินข้าวสำหรับครอบครัวใหญ่ เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย
- MyHome Design : Nazis Wooden Dining Table
โต๊ะไม้รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ถูกออกแบบมาในขนาดที่พอดี เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ ท็อปด้านบนเลือกใช้วัสดุเป็นไม้ยางพาราที่มีลวดลายของไม้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทุกแผ่น ซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานไม่แตกหัก ไม่ผุพังง่ายเมื่อเทียบกับโต๊ะไม้อัดปกติทั่วไป ในส่วนของขาโต๊ะเป็นเหล็กเคลือบผงที่สามารถปรับระดับความสูงได้แม้วางในพื้นที่ไม่เท่ากัน รองรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม ดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่สามารถวางเข้ากับบ้านทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว
- INDEX FURNITURE : โต๊ะอาหารกระจก รุ่น ซอนย่า 200 ซม.
โต๊ะอาหารกระจกที่โดดเด่นด้วยท็อปกระจกรูปทรงรีโค้งมนบางเฉียบที่ผลิตจากกระจกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายผ่อนคลายในเวลาที่กินข้าว โดยท็อปกระจกนิรภัยยึดติดกับขาไม้คุณภาพสูงทั้ง 4 มุม ซึ่งช่วยกระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดี มีชั้นวางของใต้โต๊ะเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางของและยังหยิบออกมาได้อย่างสะดวก รองรับได้ประมาณ 5-6 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกที่ไม่เทอะทะ จัดวางตรงกลางห้องก็ได้เช่นเดียวกัน รวมถึงยังสามารถผสมผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นได้อย่างลงตัว ทนทานต่ออุณหภูมิที่หลากหลายแต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาหรือสารเคมีในการทำความสะอาดเพื่อไม่ให้พื้นผิวเสียหาย
- RINA HEY : HECTOR/140
โต๊ะท็อปไม้ดีไซน์สวยงามที่ดูแข็งแรงแต่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพราะมีน้ำหนักเบา ตัวท็อปไม้ทำจาก MDF ทั้งแผ่น ซึ่งรับน้ำหนักและแรงกดทับได้เป็นอย่างดี พร้อมขาโครงเหล็กทั้ง 4 ด้าน ที่เรียวบางแต่แข็งแรงไม่มีความเทอะทะ ที่สำคัญยังปลอดภัยด้วยการออกแบบของมุมขอบโต๊ะที่มีความโค้งมนไม่เป็นอันตราย รองรับที่นั่งได้ประมาณ 5-6 คน เหมาะกับการใช้งานสำหรับคนชอบสังสรรค์หรือบรรยากาศการกินข้าวแบบเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นโต๊ะกินข้าวสำหรับจัดงานเลี้ยงกลางแจ้งก็ได้เช่นเดียวกัน
- INDEX FURNITURE : ชุดโต๊ะอาหาร รุ่นดาร์โย่+คาร์เมน
โต๊ะอาหารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผลิตจากไม้ Veneer คุณภาพสูง ให้ความแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ลวดลายของไม้สวยงามสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่น ตัวโครงสร้างถูกประกอบขึ้นอย่างแข็งแรงและมีขนาดที่ใหญ่ กว้างขวาง รองรับได้สูงสุดถึง 6 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่และผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานสังสรรค์น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ ด้วยน้ำหนักและความยาวกว่า 210 เซนติเมตร แถมยังทำด้วยไม้ทั้งชิ้นจึงทำให้เคลื่อนย้ายค่อนข้างลำบาก เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับบ้านหลังใหญ่ที่ไม่ว่าจะวางมุมไหนก็ดูสวยงามได้อย่างลงตัว
- IKEA : Lisabo/Tossberg
โต๊ะกินข้าวซีรีส์ Lisabo จาก IKEA ที่การันตีด้วยรางวัล Red Dot Award ที่มาพร้อมความพิเศษกับการประกอบง่าย ออกแบบอย่างประณีตดุจงานฝีมือด้วยท็อปและขาโต๊ะผลิตจากไม้แท้เคลือบแลคเกอร์เพื่อป้องกันความชื้นและรอยขีดข่วน ทำให้สามารถทำความสะอาดง่าย มาพร้อมเก้าอี้เบาะนุ่มผลิตจากใยโพลีเอสเตอร์ 100% ที่มีความยืดหยุ่นสูงและรองรับน้ำหนักได้ดี ทำให้นั่งสบายไม่เกิดความอึดอัด เหมาะสำหรับบ้านขนาดกลางที่จะช่วยเพิ่มความเรียบหรูด้วยดีไซน์การออกแบบที่สวยงาม พร้อมปรับขอบโต๊ะให้มีความโค้งมนเพื่อไร้กังวลเรื่องอุบัติเหตุ เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีที่สุด
สรุป
โต๊ะกินข้าวทั้งหมด 5 แบบที่เราได้แนะนำไปเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีโต๊ะกินข้าวอีกมากมายหลายรูปแบบที่น่าสนใจอีกเพียบ เชื่อว่าบทความนี้คงทำให้ผู้อ่านได้ไอเดียใหม่ๆ ไว้นำไปปรับใช้สำหรับการเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวที่รับรองได้ว่าคุณจะต้องพบกับโต๊ะกินข้าวที่ถูกใจทุกคนในครอบครัวและตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกครอบครัวอย่างแน่นอน
สำหรับใครที่อ่านข้อมูลและวิธีการเลือกซื้อได้อย่างครบถ้วนแล้ว สามารถเข้ามาเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ของดีราคาถูกที่มีให้คุณเลือกซื้ออีกเพียบ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
คนเราเดินไปไหนมาไหนอยู่ทั้งวันและทุกวัน และแน่นอนว่ารองเท้าก็ติดกับเราไปด้วยเสมอ ซึ่งการเดินนั้นหากเดินมากไปหรือไม่เดินเลยก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ แต่ที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่จะช่วยรองรับการเดินของคุณให้มีความสบายมากยิ่งขึ้นนั่นคือรองเท้าที่ดีและออกแบบมาเพื่อสุขภาพของคุณ
รองเท้าที่ดีคือกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี
การเคลื่อนไหวของคุณเริ่มต้นที่เท้าของคุณเสมอไม่ว่าจะเดินไปไหน ดังนั้นการมีรองเท้าที่ดีก็จะช่วยให้คุณเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย
บางครั้งรองเท้าที่ดูสวย ทันสมัยอาจไม่ได้ส่งผลดีกับเท้าของเราเสมอ บางครั้งอาจกัดเท้า ทำให้เท้าเป็นแผล หรืออาจทำให้กระดูกส้นเท้าของคุณปวด และเมื่อใดที่มีการเจ็บปวดเกิดขึ้นในบริเวณเท้าของเรา การคเลื่อนไหวของเราก็จะเริ่มน้อยลงด้วยคำสั่งจากสมอง เพื่อลดอาการเจ็บที่เกิดขึ้น
และหากคุณยังดันทุรังใส่รองเท้าที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคุณ สุดท้ายก็จะส่งผลที่มีความรุนแรงมกาขึ้นกับร่างกาย เช่น หากรองเท้ากัดหรือมีการเสียดสีมากๆ ก็จะมีอาการพอง และเป็นหนองได้ เพราะรองเท้าเป็นสิ่งที่เจอกับพื้นที่มีเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา และหากเป็นรองเท้าที่ส่งผลต่อกระดูกเช่นรองเท้าส้นสูงมากๆ หากใส่บ่อยๆก็จะทำให้เราปวดหลัง และอาจมีอาการเรื้อรังที่หนักขึ้นได้
ดังนั้นรองเท้าเพื่อสุขภาพจึงได้เกิดขึ้น เพื่อปกป้องเท้าของคุณ รวมถึงท่าทางสรีระที่ส่งผลต่อกระดูกของคุณด้วย หากคุณได้ลองใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพดูสักครั้งแล้วกลับไปใส่รองเท้าทั่วไป ก็จะสังเกตได้เลยว่า รองเท้าเพื่อสุขภาพนั้นสบายกว่าจริงๆ
รองเท้าเพื่อสุขภาพต้องเป็นแบบไหน ?
ปัจจุบันแบรนด์เพื่อสุขภาพต่างผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพออกมากันมากมาย ซึ่งมักจะแข่งขันกันด้วยดีไซน์ รูปทรง และเทคโนโลยีใหม่ๆในการช่วยรองรับเท้าของเรา แต่รองเท้าแบบไหนล่ะที่เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพจริงๆ เราลองสังเกตได้ตาม 5 ข้อนี้เลย
1.พื้นที่บริเวณนิ้วมีความกว้างพอให้กับนิ้วโป้งเท้า
เมื่อลองสวมรองเท้าเข้าไปแล้ว ลองขยับนิ้วโป้งเท้าดูว่าสามารถเคลื่อนได้บ้างไหม เพราะรองเท้าที่ดีต่อสุขภาพนั้นจะมีความกว้างในส่วนนิ้วเท้าที่พอดีกับนิ้วเท้าของคุณโดยเฉพาะนิ้วโป้ง จะไม่พอดีจนเกินไปหรือหลวมจนเกินไป หากสวมแล้วรู้สึกพอดี ให้ลองเดินดูสักพักว่ามีนิ้วโป้งเท้าของคุณถูกบีบหรือไม่
2.พื้นรองเท้า
ส่วนพื้นรองเท้าที่ติดกับเท้าของเราเมื่อสวมใส่ ในส่วนนี้เมื่อใส่แล้วควรรู้สึกนุ่มสบาย ไม่ควรแข็งจนเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อกระดูกของเราเมื่อเดินนานๆได้
3.มีที่รองรับการกระแทกของเอ็นร้อยหวาย
ตั้งแต่บริเวณส้นของรองเท้าขึ้นมาจนถึงขอบรองเท้าด้านหลังที่เมื่อเวลาสวมรองเท้าแล้วจะติดกับเอ็นร้อยหวายของเรา ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยป้องกันการเสียดสีและลดแรงเสียดทานระหว่างรองเท้ากับผิวหนังไม่ให้เกิดการอักเสบจนเป็นแผลผุพอง
4.ตัวรองเท้ามีความยืดหยุ่น
หากไปดูที่ร้านควรหยิบขึ้นมาแล้วลองขยับๆเบาๆว่ามีการเคลื่อนตัวของวัสดุไหม รองเท้าที่ดีต่อสุขภาพนั้นจะมีความยืดหยุ่น เพื่อรองเท้าการลงน้ำหนักและการสัมผัสกับพื้นไม่ให้กระทบกันแรงจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อกระดูกได้
5. น้ำหนักเบา
หากรองเท้ามีน้ำหนักมาก จะทำให้เราออกแรงช่วงเท้ามากขึ้นเพื่อยกและก้าวไปข้างหน้า เมื่อเดินนานๆก็จะทำให้ปวดเท้าหรือข้อเท้าได้ ดังนั้นรองเท้าที่ดีควรมีน้ำหนักเบา ซึ่งจะทำให้เราออกแรงยกเท้าน้อยลงและเคลื่อนไหวได้อย่างสบายมากขึ้น
เลือกซื้ออย่างไรดีนะ?
การเลือกซื้อรองเท้าให้ดีต่อสุขภาพนั้น นอกจากจะต้องรู้ว่ารองเท้าเพื่อสุขภาพเป็นอย่างไรแล้ว ก็ยังรู้วิธีการเลือกซื้อรองเท้าที่ถูกต้องตามนี้ด้วย
1.ซื้อรองเท้าตอนบ่ายเป็นต้นไป
หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคนี้ที่เราควรซื้อรองเท้าในช่วงบ่ายเป็นต้นไป เพราะในช่วงเช้าที่เราเพิ่งตื่นและยังไม่ได้เดินไปไหนมากๆ เท้าเราจะยังไม่ขยายเป็นขนาดปกติ และเมื่อบ่ายเป็นต้นไปแล้วเท้าเราจะบวมขึ้นประมาณ 10% ถึง 15% ดังนั้นไซส์เท้าของเราตอนเช้ากับตอนบ่ายๆเย็นๆก็จะต่างกันด้วยนะ
2.ลองใส่แล้วเดินสักพัก
หากลองใส่แล้วรู้สึกพอดี ให้ลองเดินไปเดินมาสักพัก เพื่อดูว่าเท้าของเราถูกบีบจากรองเท้าหรือไม่ เพราะบางครั้งแค่เราใส่แล้วยืนนิ่งๆอาจพอดี แต่พอเดินไปสักพักอาจเริ่มเจ็บก็เป็นได้
3.อย่ายึดติดกับเลขไซส์
เลขไซส์รองเท้ามีหลายแบบไม่ว่าจะเป็น UK US หรือ JPN ซึ่งในขนาดเดียวกันตัวเลขของไซส์แต่ละแบบก็จะต่างกัน อีกทั้งขนาดของรองเท้าผู้ชายและรองเท้าผู้หญิงก็จะแตกต่างกันด้วย ดังนั้นการลองรองเท้าควรให้พนักงานแนะนำไซส์ก่อน หลังจากนั้นลองใส่แล้วเดินดูสักพัก แล้วลองไซส์ที่ใหญ่ขึ้นด้วย เผื่อว่าไซส์ที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยอาจทำให้เราเดินสบายขึ้นก็เป็นได้นะ
สรุป
รองเท้าเพื่อสุขภาพนั้น อาจไม่ได้อยู่ในแบรนด์เพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว เพียงแค่เราเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วเดินสบาย ไม่ปวดเมื่อย และไม่มีอาการเจ็บจากรองเท้ากัดก็ถือว่ารองเท้านั้นคือรองเท้าที่เหมาะกับสุขภาพของคุณแล้ว
หากใครกำลังมองหารองเท้ามือสองสภาพสวยราคาดีๆอยู่ล่ะก็ Kaidee ของเราก็มีนะ ลองเข้ามาเลือกดูกันก่อนเลย
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ปัจจุบันคงมีไม่น้อยเลยที่อยากขายรถยนต์ที่มีอยู่ในครอบครองคันนี้ทิ้งไป ไม่ว่าจะด้วยสภาวะเศรษฐกิจ หรือเหตุผลอื่น ๆ ก็ตามแต่ ซึ่งเวลาขายในแต่ละทีก็ยากแสนยาก ด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ไม่ว่าเป็นเรื่องของสภาพรถยนต์ รุ่นของรถยนต์ รวมไปถึงสี
แต่ทั้งนี้ภาพถ่ายที่ใช้ในการประกาศขายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นเดียวกันที่จะดึงความสนใจได้ ดังนั้นเราจะมาดูเทคนิคที่จะถ่ายภายในให้ดี และช่วยดึงดูดเมื่อนำรถยนต์ที่มีมาประกาศให้คนที่พบเห็นนั้นมีความสนใจมากขึ้นได้ ว่าจะมีเทคนิคอย่างไรบ้าง
องค์ประกอบของรถยนต์ที่จำเป็น
การที่จะประกาศขายรถยนต์ลงในเว็ปไซต์ต่าง ๆ ผู้ที่เข้ามาเลือกซื้อนั้นย่อมมีความต้องการเห็นในทุก ๆ ส่วนของรถยนต์ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจว่ารถยนต์คันนี้สามารถมอบความต้องการให้ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นจะต้องมีองค์ประกอบจำเป็นต่าง ๆ
1. ภายนอกของรถยนต์
องค์ประกอบสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดเลยก็คือ ภายนอกของรถยนต์ ที่สามารถบ่งบอกสภาพของรถยนต์คันนั้น ๆ ได้ในเบื้องต้น ก่อนที่จะไปเริ่มดูในส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์คันนั้น หากสามารถถ่ายให้ภายนอกของรถนั้นดูใหม่แล้วล่ะก็ จะช่วยให้ผู้คนสนใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
- ภายนอกโดยรวม
- กระจังหน้า-หลัง
- กันชน
- ชุดแต่งต่าง ๆ ที่ตกแต่งเพิ่ม (หากมี)
2. ภายในของรถยนต์
การถ่ายภายในของรถยนต์เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยในการตัดสินใจเพิ่มเติมให้แก่ผู้ซื้อได้เช่นกัน ถ้าทำให้ภายในของรถยนต์ยังมีสภาพที่ใหม่เอี่ยมเหมือนกับรถใหม่ ดังนั้นควรที่จะทำความสะอาดก่อนที่เริ่มถ่ายภายในของรถ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย
- เบาะรถยนต์
- คอนโซลและหน้าปัด
- พื้นที่เก็บของภายใน
3. ฟังก์ชันที่มาพร้อมกับรถยนต์
การถ่ายอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะเสริมให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบายในระหว่างการเดินทาง ซึ่งอาจทำให้ตรงกับความต้องการที่ผู้ซื้อนั้นสนใจอยู่พอดี ควรถ่ายมาให้ที่สุดเท่าที่จะพอทำได้และเป็นฟังก์ชันสำคัญอย่าง
- เครื่องเสียง
- ฟังก์ชันบนพวงมาลัย
- ระบบรักษาความปลอดภัยที่มี
4. เครื่องยนต์
หากเครื่องยนต์มีสภาพที่ดีพร้อมใช้งานสวย สะอาด และยังไม่เสื่อมสภาพ จะทำให้มีความน่ามองมากขึ้น รวมไปถึงยังทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกว่า รถยนต์ของคุณนั้นพร้อมที่จะใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา
5. ตำหนิที่มี
แน่นอนว่าหากเราเป็นผู้ซื้อย่อมอยากจะรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ที่เราเล็งเอาไว้นั้นมีตำหนิอะไรบ้าง ดังนั้นคนที่รู้ถึงสิ่งเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือตัวของเจ้าของรถ ที่จะช่วยให้ผู้ซื้อนั้นตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่ดีในการเลือกถ่ายภาพ
การเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมในการถ่ายก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้รถยนต์ของคุณดูโดดเด่นมากขึ้น มีความน่าสนใจมากขึ้น รวมไปถึงทำให้เห็นถึงรายละเอียดของรถได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์อย่างไฟมากเพิ่ม ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
1. ช่วงเช้า
เป็นช่วงหนึ่งที่เหมาะสมและดีในการถ่ายรูป (6 โมงเช้า – 8 โมงเช้า) ด้วยแสงที่กำลังดีไม่ถึงขั้นแรงมาก ซึ่งจะไม่ให้รถของเรานั้นดูแข็งและจืดจนเกินไป ซึ่งจะทำให้รูปรถที่เราถ่ายมีเสน่ห์น่าดึงดูดได้อีกด้วย
2. ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ
เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เรียกได้ว่าแสงสวยที่สุดของวัน ที่เรียกกันว่า Twilight (บ่าย 4 – 5 โมงเย็น) เป็นเวลาที่แสงอ่อน ๆ ไม่เกิดเงา ทำให้เห็นรายละเอียดของรถยนต์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังให้ความสาวงามแบบที่ช่วงเวลาอื่นของวันไม่สามารถให้ได้
Tips : ไม่ควรถ่ายในช่วงเวลาเที่ยง เนื่องจากพระอาทิตย์นั้นจะลอยอยู่เหนือศีรษะของเราพอดี ทำให้เงานั้นตกลงมา ภาพที่ได้จะดูแข็ง ๆ และรายละเอียดไม่ชัด
4 เทคนิคในการถ่ายภาพ
การใช้เทคนิคเพียงเล็กน้อย หรือใช้ลูกเล่นต่าง ๆ รวมไปถึงจินตนาการในการสร้างสรรค์เรื่องของการถ่ายภาพ ช่วยให้ภาพรถยนต์ของคุณมีอะไรที่น่าสนใจและสะดุดตาและล่อให้เข้ามาดูมากกว่ารถยนต์คันอื่น ๆ ในเว็บขายรถยนต์มือ 2 คันอื่นอย่างแน่นอน จะมีเทคนิคอะไรบ้างไปดูกันเลย
1. ถ่ายมุม 45 องศา
หลักการถ่ายรูปรถก็คล้าย ๆ กับการถ่ายรูปคนนั่นแหละ นั่นคือการถ่ายด้วย 45 องศาจากด้านข้างเข้าไปสู่ตัวรถ ที่นอกจากจะเป็นมุมที่ทำให้รถนั้นสวยขึ้นแล้ว ยังเป็นมุมเดียวที่สามารถทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วเห็นรถยนต์ได้เต็มคันมากที่สุดนั่นเอง
2. ถ่าย Close-Up
การถ่ายแบบ Close-up นั้นคือการถ่ายบางอย่างเข้าไปใกล้ ๆ และเจาะจงเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเท่านั้น เป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้กับจุดที่เราเน้นได้มากยิ่งขึ้นและยังเป็นการชูโรงในเรื่องที่น่าสนใจของรถยนต์แต่ละรุ่นได้อีกด้วย
3. กฎ 3 ส่วนและจุดตัดตาราง 9 ช่อง
เป็นกฎพื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมือใหม่หรือมือเก๋าก็ควรรู้เอาไว้ เพราะเป็นเทคนิคที่ง่าย เพียงเราต้องจินตนาการเส้น 3 เส้น ทั้งแนวตั้งและแนวนอน นำมาตัดกันจึงเกิดขึ้นมาเป็นช่องสี่เหลี่ยมทั้ง 9 ช่อง เมื่อถ่ายภาพให้เราวางสิ่งของที่อยากจะถ่ายไว้ตามจุดตัดต่าง ๆ ซึ่งกรณีของเราคือรถยนต์ อาจจะวางจุดที่อยากจะนำเสนอไว้ เช่น อยากถ่ายไฟหน้า อาจจะถ่ายไฟหน้า ให้อยู่ในบริเวณของจุดตัดเหล่านั้นนั่นเอง
4. เลือกฉากหลังให้ตัดกับสีของรถ
การเลือกสถานที่ให้เข้ากับสีรถยนต์ของเรานั้น หากเลือกให้ตัดกับสีรถได้แล้วล่ะก็ จะทำให้รถนั้นโดดเด่นขึ้นมาได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสีไหนเหมาะสม ให้ดูตารางสีตรงข้ามได้เลย โดยสีคู่ตรงข้ามมี ดังนี้
- แดง – เขียว
- ม่วง – เหลือง
- น้ำเงิน – ส้ม
- ขาว – ดำ
Tips : นอกจากหาพื้นหลังที่เป็นสีแล้ว อาจจะหาเป็นโลเคชั่นอื่น ๆ ที่ดูสวยแทนก็ได้
สรุปท้ายบทความ
การขายรถยนต์นั้นก็มีหลากหลายช่องทางที่จะทำให้รถของคุณที่ไม่ได้ขับแล้ว หรือว่าเก่าเกินไปนั้นขายออก ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตีราคาที่เต๊นท์รถยนต์เจ้าดังต่าง ๆ หรือขายต่อให้กับคนข้างตัว ซึ่งทางเลือกสุดท้ายเลย คือการไปปล่อยตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่จะพอเพิ่มโอกาสในการขายไม่มากยิ่งขึ้น
นอกจากการเขียนสเปคของรถยนต์อย่างระเอียดแล้วนั้น สิ่งที่จะหลอกล่อให้ผู้ที่สนใจรถยนต์เข้ามาดูและติดต่อได้มากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปก็เป็นอีกปัจจัยที่เป็นจุดสนใจอันดับแรก ๆ ของใครหลาย ๆ คน รูปสวยย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ใครที่กำลังแพลนว่าจะขายรถแล้วล่ะก็ บทความนี้เรารวมวิธีมาให้ครบที่สุด อ่านจบแล้วพร้อมกลับบ้านไปและสามารถถ่ายได้เลยทันที
หากใครที่กำลังมองว่าจะขายรถยนต์ที่มีอยู่ ลองเข้ามาอ่านบทความนี้ถึงวิธีถ่ายรูปให้ดูดี และจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย และเมื่อรู้วิธีแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเอารูปเหล่านี้ไปใช้ขายในเว็บไซต์ไหนแล้ ลองเข้ามาดูที่ Kaidee Auto สิ ลงขายง่าย
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
“ยางรถยนต์” จัดว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญมากที่สุดอีกหนึ่งชิ้นของรถยนต์ เนื่องจากยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นผิวของถนน และรองรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวรถ หากผู้ขับขี่ใช้งานเพียงอย่างเดียวจนลืมให้ความใส่ใจ ดูแล และตรวจเช็กยางรถยนต์ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายขึ้นได้ โดยสาเหตุมาจากยางรถยนต์ เช่น ยางแตก, ยางรั่ว และอื่นๆ อีกมากมาย
ดังนั้นผู้ขับขี่จึงต้องให้ความสำคัญกับยางรถยนต์เป็นอย่างมาก หมั่นตรวจเช็กข้อมูลอย่างครบถ้วนว่าใช้มากี่ปีแล้ว ถึงเวลาควรเปลี่ยนแล้วหรือยัง
ยางรถยนต์มีอายุกี่ปี ?
การเปลี่ยนยางรถยนต์อาจไม่มีกำหนดตายตัวว่าต้องเปลี่ยนปีไหนหรือเมื่อไหร่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานโดยตรงว่าเราได้พารถคู่ใจคันนี้ขับไปลุยที่ไหนมาแล้วบ้าง ซึ่งหลักการสังเกตง่ายๆ ได้จากลักษณะสภาพภายนอกของยาง เช่น ดอกยางยังมีอยู่มั้ย เริ่มมองเห็นยากแล้วหรือยัง รวมถึงเวลาเอามือไปจับแล้วรู้สึกว่ายางไม่มีความยืดหยุ่นแต่กลับแข็งตัว อาจใช้เกณฑ์วัดเป็นการใช้งานระยะ 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ซึ่งก็ควรจะต้องถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์แล้ว
ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยาง ควรดูอะไรบ้าง
หลักๆ แล้วการเปลี่ยนยางรถยนต์จะต้องนำรถเข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการที่มีผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้บริการ แต่ถ้าหากเราทำการบ้านศึกษาวิธีการเลือกยางรถยนต์ไปพอประมาณจะช่วยให้เราสามารถเลือกยี่ห้อและราคาที่ถูกใจ แล้วนำไปพูดคุยปรึกษากับเจ้าหน้าเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะสมตรงกับการใช้งานของผู้ขับขี่ให้ได้มากที่สุด
โดยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับยางสามารถดูได้ที่แก้มของยาง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกซื้อยางได้อย่างถูกต้อง และช่วยให้บำรุงรักษายางได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ยางรถยนต์นั้นมีหลายประเภท แล้วแต่ละจุดประสงค์ของการใช้งาน วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวิธีอ่านค่ายางง่ายๆ ได้ตามนี้
ยกตัวอย่างค่ายาง 215/70R15 88H
- 215 คือ ขนาดของหน้ายางหรือความกว้างของยางโดยมีหน่วยเป็นมิลิเมตร
- 70 คือ ซีรีส์ยางและความสูงของแก้มยางที่มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ (70% ของ 215 มม.)
- R คือ โครงสร้างยางแบบเรเดียล
- 15 คือ เส้นผ่าศูนย์กลางของยางที่ใส่ไว้กับกระทะล้อมีหน่วยเป็นนิ้ว
- 88 คือ เลขดัชนีในการรับน้ำหนักของยาง
- H คือ ขีดจำกัดความเร็วสูงสุด
ข้อมูลเหล่านี้สามารถสอบถามได้จากพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ หลังจากการเปลี่ยนยางรถยนต์แล้วยังต้องมีการเช็กศูนย์ถ่วง เพลาต่างๆ ของดอกยางรถยนต์ว่าไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า การเลือกยางรถยนต์ที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการยึดเกาะพื้นผิวถนนทุกสถานการณ์ และให้ความปลอดภัยมากที่สุด ผู้ขับขี่จึงต้องใส่ใจในการเลือกเป็นพิเศษ วันนี้มาดูกันว่าถ้าเราจะเปลี่ยนยางควรเลือกใช้ยางยี่ห้อไหนดี มาหาคำตอบกับบทความนี้ไปพร้อมๆ กัน
ยางรถยนต์ชื่อคุ้นหูคนไทยที่ส่งตรงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองแอครอน รัฐโอไฮโอ โดยชื่อ “กู๊ดเยียร์” มาจาก มร.ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ผู้คิดค้นยางรถยนต์หรือต้นแบบยางที่นำมาใช้ในปัจจุบัน ซึ่ง มร.แฟรงค์ ไซเบอร์ลิ่ง ผู้ก่อตั้งบริษัทกู๊ดเยียร์ ไทร์แอนด์รับเบอร์ ได้เลือกใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ มร.ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์
กู๊ดเยียร์ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตยางรถยนต์ที่ทันสมัย และไม่ได้ผลิตแค่ยางรถยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตยางเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของโลกและยังเป็นยางรถยนต์ยี่ห้อแรกที่ได้ขึ้นไปสัมผัสกับพื้นผิวของดวงจันทร์อีกด้วย รวมถึงยังมีประวัติศาสตร์การชนะการแข่งขันรถแข่งทั้งสนามเล็ก และสนามใหญ่ที่เรียกได้ว่าการันตีชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนาน
ด้วยความเป็นยี่ห้อยางรถยนต์อันดับหนึ่ง กู๊ดเยียร์จึงไม่หยุดพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ใส่เข้าไปในการผลิตยางรถยนต์ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการคิดค้นยางที่ใช้น้ำมันถั่วเหลืองในการผลิตซึ่งจะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานได้กว่า 10% และยังช่วยลดการใช้น้ำมันปิโตรเลียมในขั้นตอนการผลิต หากผู้ขับขี่ที่กำลังมองหายางรถยนต์สมรรถนะสูง กู๊ดเยียร์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่คุณต้องเลือก
หนึ่งในยี่ห้อยางรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณยางของรถฟอร์มูล่าวัน (Formula) รวมไปถึงการแข่งขันรถทุกประเภท พร้อมการันตีชื่อเสียงและคุณภาพยางรถยนต์ยี่ห้อ Bridgestone ด้วยการคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ประเภทยางรถยนต์ถึง 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดยางรถยนต์
การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุดคือแนวทางที่ถูกวางไว้มาโดยตลอด พวกเขาสะท้อนภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น ยางรถยนต์ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับให้กับรถประเภทประหยัดน้ำมัน สำหรับรถสายผจญภัยทางแบรนด์ก็ได้ออกแบบยางรถยนต์ที่รองรับทุกสภาพพื้นผิว หรือแม้แต่รถหรูอย่างซูเปอร์คาร์ก็มียางรถยนต์ที่มีขีดจำกัดของความเร็วไว้สูงมาก เพื่อตอบสนองกับผู้ใช้งานและความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ Bridgestone ยังได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของแบรนด์จากสนามแข่งขันระดับโลกที่นับไม่ถ้วน รวมไปถึงเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งรถอย่างรายการ Super GT Championship ที่การันตีได้ว่าระดับรถแข่งขันยังใช้งานยางของเรา เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่จึงมั่นใจได้ว่ายางของ Bridgestone จะยึดเกาะกับถนนได้ดี ขับนิ่มนวลและปลอดภัย ที่สำคัญคุณภาพและราคาคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ยางรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสที่เดิมทีเป็นโรงงานผลิตยาง และคิดค้นยางรถยนต์แบบถอดได้ ซึ่งชื่อมิชลินมาจากนามสกุลของสองพี่น้องมิชลิน อองเดร (André) และ เอดูอาร์ (Édouard) ผู้เป็นต้นกำเนิดนวัตกรรมสำคัญของโลกอย่างยางรถที่สามารถถอดออกได้ สองพี่น้องมิชลินได้ทำลายข้อจำกัดของตัวเองเพื่อทำให้มนุษย์เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระมากขึ้น สิ่งนี้จึงเป็นแนวคิดหลักของแบรนด์มาโดยตลอด
หลังจากที่มิชลินเคยพามนุษย์ให้ก้าวข้ามขีดกำจัดของตัวเองไปสู่การเดินทางที่อิสระมากขึ้น ทุกวันนี้มิชลินได้เปลี่ยนให้ผู้ใช้งานมุ่งไปสู่การใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน ยางรถยนต์ในอนาคตจะทำจากเครื่องพิมพ์สามมิติ ด้วยการนำยางเก่ามารีไซเคิลและใช้วัสดุชีวภาพที่ไม่ต้องใช้ลม สามารถพิมพ์ดอกยางได้เรื่อยๆ รวมถึงยังมีระบบแจ้งเตือนให้ผู้ขับรับรู้ถึงสภาพยางเพื่อความปลอดภัย
ประวัติที่แสนยาวนานและคุณภาพของมิชลินปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือหนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของวงการยางรถยนต์ ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมความใส่ใจในการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ขับขี่ใช้งานอยู่เสมอ จึงทำให้มิชลินเป็นอีกหนึ่งย่อห้อยางรถยนต์ที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน
ข้ามฟากไปที่ยุโรปกันบ้างกับยางรถยนต์ที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี โดยเป็นผู้ผลิตยางอ่อนใยผ้าผสมยาง และล้อยางแข็งสำหรับรถม้าและรถจักรยาน พร้อมสร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ระดับโลกมามากมาย
นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในรายการแข่งขันและทำลายสถิติมากนักต่อนัก ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของ Continental เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 200,000 คนทั่วโลกในมากกว่า 56 ประเทศ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมยางแล้วยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งในอุตสาหกรรม Chasis&Safety, Powertrain, Interior และ Contitech อีกด้วย
โดย Continental ยังได้นำเสนอยางรถยนต์แบบมีดอกยางเป็นรายแรกของโลก เป็นผู้ผลิตยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสมผสานกับการคิดค้นและนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งความที่เป็นเจ้าแรกในหลายๆ ด้าน จึงบ่งบอกได้ว่านี่คือหนึ่งในยี่ห้อยางรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก
ยางรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองโยโกฮามา จังหวัดคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพัฒนาและผลิตยางคุณภาพมานานกว่า 100 ปี โดยในปี พ.ศ. 2462 เริ่มการผลิตยางรถยนต์ครั้งแรกที่โรงงานฮิรานุมะ เมืองโยโกฮามา และต่อมาในปี พ.ศ. 2464 ได้ผลิตยางผ้าใบเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโยโกฮามาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อในวงการยานยนต์ที่ไม่เคยหยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถเก๋ง, รถสปอร์ต, รถกระบะ, รถตู้ รวมไปถึงรถบรรทุกของขนาดใหญ่ที่มีให้เลือกได้ทุกประเภท เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการให้กับผู้ใช้อย่างครบครัน
สรุป
ตัวเลือกยี่ห้อยางรถยนต์ทั้งหมดที่เราหยิบยกมาพูดถึงให้ฟังนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันในวงการตลาดยางรถยนต์มีแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกวัน การเลือกยี่ห้อยางรถยนต์และการหมั่นดูแลเอาใจใส่จึงมีความสำคัญมากๆ เพราะยางรถยนต์ที่ดีจะทำให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
สำหรับใครที่กำลังมองหายางรถยนต์ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee แหล่งซื้อขายรถยนต์มือสอง รวมไปถึงอะไหล่ และอื่นๆ ที่รวบรวมทั้งหมดไว้ให้คุณที่นี่ที่เดียว