10 อันดับพระเครื่องที่แพงที่สุดในประเทศไทย

Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม

พระเครื่อง’ ของสะสมยอดนิยมในเมืองไทย โดยเฉพาะเหล่านักสะสมรุ่นใหญ่ที่มีความชื่นชอบในด้านพระเครื่องเป็นพิเศษ ในวงการพระเครื่องจะทราบกันดีว่า ยิ่งพระเครื่องเนื้อดี พระพุทธคุณเยี่ยม ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการและนิยม 

10 อันดับพระเครื่องที่เป็นที่นิยมและมีราคาสูงที่สุด

คุณทราบหรือไม่ว่า พระเครื่องบางองค์มีมูลค่าสูงมาก ถึงแม้ว่าคุณมีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ วันนี้พลูโตจึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จัก 10 อันดับพระเครื่องที่แพงที่สุด และเป็นที่นิยมว่ามีพระอะไรบ้าง และพระเครื่องแต่ละองค์มีดีอย่างไร ตามไปดูกัน

1.สมเด็จวัดระฆัง

พระเครื่องรางรูปสมมติพระพุทธเจ้า สร้างโดย สมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆัง เป็นพระเกจิเถราจารย์ ที่ใครๆนับถือตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้ 7 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 ณ บ้านจันไก่ (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2343 หลังจากที่ท่านบวชเข้าในร่มกาสาวพัสตร์จนถึงปี พ.ศ. 2350 ในขณะที่บวชเป็นพระอยู่นั้น สามเณรโตได้รับการโปรดและเมตตาจากสมเด็จพระรพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้อุปสมบทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีฉายานามในพุทธศาสนาว่า “พฺรหฺมรํสี”  

  ด้วยความสมถะของสมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี รวมไปถึงวิชาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะ ‘พระสมเด็จ’ ที่ท่านสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นพุทธบูชา ถูกจัดอยู่ 1 ใน 5 สุดยอดพระเครื่องวัตถุมงคลของประเทศไทย เป็นพระเครื่องที่จัดอยู่ในเบ
ญจภาคี ที่แขวนอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของสร้อย โดยพระสมเด็จวัดระฆังโฆษิตาราม มีราคาสูงถึงยอดล้านบาทเลยทีเดียว

ราคา : 25,000,000 บาท

2.พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม เป็นพระพิมพ์วัดบางขุนพรหม ที่สร้างโดย สมด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี สร้างและบรรจุพระสมเด็จบางขุนพรหมไว้ในองค์พระเจดีย์วัดบางขุนพรหม ที่เป็นวัดเก่าแก่ต้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2413 ในปลายสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเสมือนตราด้วง ได้อาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จฯ ไปทำพิธีการที่วัด แสดงพระธรรมเทศนา 

ในช่วงของการสร้างพระสมเด็จฯ เพื่อบรรจุในพระเจดีย์ ‘อุเทสิกเจดีย์’ ตามคติของคนโบราณ ได้มีการโขลกเนื้อพระต่อหน้าเจ้าประคุณสมเด็จฯ และเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้โรยผงวิเศษ 5 ประการ คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนสิงเห และผงพระพุทธคุณ เป็นส่วนผสมในเนื้อมวลสารพระเครื่องที่ท่านสร้าง จึงทำให้พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเป็นพระเครื่องที่มีผู้นิยมสูงสุดในประเทศไทย และนักสะสมยกให้เป็นจักรพรรดิ์แห่งพระเครื่อง

ราคา: 3,000,000 บาท

3.พระรอดมหาวัน

พระรอดมหาวัน ถูกค้นพบในต้นสมัยรัชกาลที่ 5 จากบันทึกวัดมหาวันระบุไว้ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2325 พระเจดีย์วัดมหาวันชำรุดและพังทลายลงบางส่วน ในสมัยของเจ้าหลวงเหมพินทุไพจิตร ผู้ครองนครประเทศราชลำพูน ทางวัดได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ใหม่ ซึ่งพบพระรอดเป็นจำนวนมาก และได้มีการขุดพบ แจกจ่ายให้กับข้าราชการ ผู้มาร่วมงานเรื่อยๆ จนกระทั่งหลังจากปี พ.ศ. 2506 เป็นครั้งสุดท้ายที่ขุดพบพระริดในบริเวณวัดมหาวันเป็นจำนวนมาก โดยมีคาดการณ์เกี่ยวกับการเกิดของพระรอดมหาวันว่าถูกสร้างขึ้นโดย ‘พระฤาษีนารอด’ หรือ ‘พระฤาษีนารทะ’ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ของพระนางจามเทวีพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรหริภุญไชย เมื่อปี พ.ศ.1223 ถูกบรรจุไว้ในกรุพระเจดีย์วัดมหาวัน ที่ตั้งอยู่ จ.ลำพูน ในปัจจุบัน

พระรอดมหาวัน เป็นเอกอุภาคี หนึ่งในเบญจภาคีฝ่ายบุญญฤทธิ์ ที่มีสมเด็จวัดระฆังเป็นประธาน พระรอดมหาวัน เป็นสุดยอดพระนิรันตราย ที่บรรดานักนิยมพระกล่าวว่า ช่วยคุ้มครองผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาและมีพระรอดมหาวันอยู่ในครอบรองให้รอดจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยเกื้อหนุนเมตตามหานิยมและโชคลาภด้วย

ราคา : 30,000,000 บาท

4.พระผงสุพรรณ

อีกหนึ่งสุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย ที่เป็นหนึ่งใน ‘พระชุดเบญจภาคี’ พระกรุเก่าแก่ศิลปะยุคอู่ทอง พบที่พระปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี โดยชาวจีนที่ปีนขึ้นไปปลูกผักที่เนินฐานองค์พระปรางค์ และในปี พ.ศ. 2456 ทางราชการโดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ หาที่ตั้งของเจดีย์ยุทธหัตถี ได้พบว่าภายในปรางค์มีหลักศิลาจารึกที่ไม่ครบส่วนและพระผงสุพรรณ ที่นำมาถวายแด่พระยาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้มีบางส่วนอยู่ในข้าราชการเก่าๆ เนื่องจากพระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารในพระองค์ด้วย

มวลสารที่สร้างพระผงสุพรรณ เป็นดินเนื้อละเอียดที่เมื่อผสมน้ำว่านยาต่างๆ มีความละเอียดคล้ายผง และยังมีการกล่าวถึงส่วนผสมของผงว่านและเกสรดอกไม้ ใน “จารึกลานทอง” จึงได้ชื่อเรียกว่า “เกสรพระสุพรรณ” หรือ “พระผงสุพรรณ” พระผงสุพรรณ มี 2 ขนิด คือ พระเนื้อดิน ที่มีมวลสารผสมจากว่านและเกสรต่างๆ โดยเผาตามวิธีโบราณ และ พระผลสุพรรณที่ทำจากแร่ธาตุโลหะ ซึ่งเรียกว่า แร่สังฆวานร หรือพระผงสุพรรณยอดโถ ซึ่งพระผงสุพรรณที่เป็นพระยดนิยมจะเป็น ‘พระเนื้อดินเผา’

ราคา: 20,000,000 บาท

5.พระนางพญา

มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับ วัดนางพญา ว่าเป็นวัดที่มีชื่อมาจาก พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี ซึ่งเป็นแหล่งที่พบพระเครื่องพิมพ์ พระนางพญา ตามบันทึกมีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะในปี พ.ศ. 2090 – 2100 ได้ทรงสร้าง “พระนางพญา” บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ตามความเชื่อของโบราณคติ วัดนี้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งหลังขุดพบพระนางพญา ในปี พ.ศ.2444 ที่มีการขุดพื้นที่เพื่อสร้างปะรำพิธีในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเครื่องพิมพ์นางพญา อยู่ใต้ซากปรักหักพัง และได้ทูลเกล้าฯถวายล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพาร จึงมีบางส่วนกลับมากรุงเทพฯด้วย

พระนางพญา ได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งพระเครื่อง” ด้วยพุทธลักษณะของพระเครื่องที่แทบทุกพิมพ์จะมีความงดงาม โดยบริเวณหน้าอกจะมีรูปทรงนูนเด่นขึ้นมา ลำแขนอ่อนช้อย ราวกับ “อิสตรีผู้ทรงศักดิ์” ซึ่งพระนางพญาเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีที่ทรงคุณค่า พระเนื้อดินเผา มีหลายสีและหลายขนาดตามพระเนื้อดินเผาทั่วไป เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างสุโขทัยและอยุธยา พิมพ์รูปทรงสามเหลี่ยม เป็นเลิศในด้านเมตตามหานิยม อำนาจวาสนาบารมี และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี 

ราคา: 10,000,000 บาท

6.พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน หรือพระปางลีลาเม็ดขนุน จัดอยู่ในกลุ่มพระกำแพงลีลาที่เป็นที่นิยม มีอยู่ 3 แบบ คือ เม็ดขนุน พลูจีบ กลีบจำปา ตามคำกล่าวของนักสะสมพระรุ่นใหญ่ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน มีอายุการสร้างกว่า 600 ปี ที่ถือกำเนิดในรัชสมัย พระมหาธรรมาลิไทย โดยครั้งที่พบพระกำแพงลีลาเม็ดขนุนมากที่สุดคือที่กรุวัดพระบรมธาตุ ปี พ.ศ.2392 และหลังจากนั้นพบอีกจำนวนหนึ่งบริเวณลานทุ่งเศรษฐี แถบวัดพิกุล วัดอาวาสน้อย แต่ก็พบน้อยมาก 

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน มีมวลสาร 3 แบบ คือ พระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ เนื้อว่านล้วนและเนื้อชิน โดยพบเห็นมักจะมีอยู่ 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียว พระเครื่องพิมพ์มีความสวยงาม พระเนื้อดินละเอียดไม่มีเม็ดกรวด ตามแบบพระกำแพงเพชร เป็นปางลีลาที่สมส่วน สวยงาม เหมือนกำลังเดินก้าวย่างไปข้างหน้า ใครที่บูชาพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน จะมีความเจริญก้าวหน้า มีโชคลาภเดินทางมาตลอด แต่พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนหายากและมีราคาเช่าสูงมาก 

ราคา: 2,500,000 บาท

7.พระซุ้มกอ

หนึ่งในพระเบญจภาคีแห่งพระเครื่องในเมืองไทย อย่าง ‘พระซุ้มกอ’ เป็นพระอันดับหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะเป็นองค์พระปะติมากรรม พบจารึกบนแผ่นลานเงินในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม มีการสันนิษฐานว่า พระซุ้มกอ สร้างโดยพระมหาธรรมราชาภิไท ครั้งที่ดำรงพระยศครองเมืองชากังราว ก่อนการสถาปนาเป็นกษัตริย์ในสมัยสุโขทัย

พระเครื่องพระซุ้มกอ สร้างจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ และทำจากเนื้อชิน ซึ่งไม่ว่าจะสร้างด้วยชนิดใด ก็ยังมีความขลังในทุกรูปแบบ พระซุ้มกอมีความครบเครื่องทั้งเมตตา มหานิยม แคล้วคลาด โชคลาภ จนใครๆที่มีพระเครื่องพระซุ้มกอ พูดคำเดียวกันว่า ‘มีแล้วไม่จน’ ซึ่งด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระซุ้มกอ ทำให้มีความต้องการสูงในพระเครื่องหนึ่งในเบญจภาคีนี้มาก จนทำให้ราคาเช่าแพง แถมยังหายากมาก เพราะถูกจัดอยู่ในอมตะพระกรุที่ควรค่าแก่การค้นหา นำมาเป็นสิริมงคล

ราคา: 50,000,000 บาท

8.พระท่ากระดาน 

พระท่ากระะดาน หรือ พระท่ากระดาน เกศคดตาแดง พระประจำเมืองกาญจนบุรี ถูกค้นพบที่วัดท่ากระดาน หรือวัดกลาง วัดหนึ่งในสามของเมืองท่ากระดาน ในปี พ.ศ.2495 มีข้อสันนิษฐานจากหลักฐานบนใบลานเงินลานทองกล่าวว่า พระท่ากระดานถูกสร้างโดย ฤาษีตาไฟ โดยการอารธนาของเจ้าเมืองท่ากระดานในยุคนั้น หลังจากสร้างเสร็จได้ถูกบรรจุในพระอารามของวัดท่ากระดาน เมืองศรีสวัสดิ์ และเมืองกาญจนบุรี การถูกค้นพบของพระท่ากระดาน ส่งผลให้มีการแบ่งแยกพระท่ากระดานเป็นพระกรุใหม่และพระกรุเก่า ซึ่งแบ่งการเรียกจากระยะเวลาที่ถูกค้นพบ

พระท่ากระดาน ถูกตั้งชื่อตามทำเลของที่ตั้งวัด ถูกสร้างขึ้นจาก เนื้อชินตะกั่ว ซึ่งเมื่อถึงอายุเนื้อตะกั่วจะปกคลุมบนผิว เรียกว่า ‘สนิมตะกั่ว’ และด้วยระยะเวลาที่นานกว่า 500 ปี จึงทำให้พระทากระดานที่ถูกค้นพบมีลักษณะของสนิมไขแและสนิมแดง พระท่ากระดานมีคุณลักษณะพระพักตร์เคร่งขรึม แต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนอย่างน่าพิศวง พระเครืองปฏิมากรรมแบบนูนสูง มีด้านหน้าด้านเดียว ด้านหลังแบน พุทธคุณของพระท่ากระดาน คือสุดยอดแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ซึ่งใครที่ได้ครอบครองจะหวงแหนมาก เพราะเป็นพระเครื่องที่หายากและราคาสูงด้วย

ราคา: 5,000,000 บาท

9.พระคงลำพูน

พระคงลำพูน หรือพระลำพูน เป็นพระกรุที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด เป็นที่นิยมของล้านนา ด้วยอายุยาวนานถึงประมาณ 1,200 ปี และถึงแม้ว่าระยะเวลาจะยาวนาน แต่พระคงยังคงความสวยงามสมบูรณ์ขององค์พระเครื่อง พระคงถูกค้นพบที่วัดพระคงฤาษี เป็นที่แรก แต่ไม่ปรากฏช่วงเวลาในการค้นพบ จึงได้นามพระสกุลลำพูนว่า พระคง

พระคง จัดอยู่ในประเภทพระเนื้อดินเผาละเอียด บางองค์มีแร่ดอกมะขาม และด้วยการเผาที่ไม่เท่ากันทำให้ที่มีสีไม่เหมือนกัน  ลักษณะพระปฏิมากรรมแบบช่างหริภุญชัย เป็นรูปองค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย พุทธคุณของพระคงเป็นที่โด่งดังในวงการพระเครื่อง เป็นเลิศด้านป้องกันภยันอันตราย รวมทั้งเสน่ห์เมตตามหานิยม เหล่าเซียนพระทั้งหลายจะทราบดีกว่า พระคงมีอายุการสร้างที่ยาวนาน

ราคา: 5,000,000 บาท

10.พระขุนแผนบ้านกร่าง

พระขุนแผน ได้รับความนิยมอันดับต้นของ จ.สุพรรณบุรี สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในครั้งออกศึกกับพม่าที่เมืองสุพรรณ เพื่อให้ทหารที่รบพกติดตัวไว้ และเมื่อเสร็จศึกเหล่าทหารจึงได้นำพระขุนแผนกลับมาไว้ที่เจดีย์วัดบ้านกร่าง ตามความเชื่อของคนสมัยนั้นว่า พระต้องอยู่ที่วัด โดยพระขุนแผนบ้านกร่าง ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2447 ที่กรุวัดบ้านกร่าง แตกกรุจากเจดีย์หลังพระวิหาร ในขณะนั้นพระขุนแผนบ้านกร่างยังไม่เป็นที่นิยม แต่หลังจากสืบค้นประวัติก้กลายมาเป็นที่นิยมในเวลาถัดมา

หลายคนที่ได้เห็นพระขุนแผนบ้านกร่าง จะคิดว่าเป็นเนื้อดินละเอียด แต่หากสังเกตุแล้วจะพบว่า พระขุนแผนบ้านกร่าง ทำจากเนื้อดินหยาบมีเม็ดกรวด ทำให้มีโพรงอากาศบนองค์พระเครื่องด้วย เนื้อดินเผาผสมว่านและเกสรดอกไม้หลายชนิด มีความงดงามทางพุทธศิลปะ ด้านพระพุทธคุณของพระขุนแผนบ้านกร่าง โดดเด่นในด้านการแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และเรื่องเมตตามหานิยม

ราคา : 700,000 บาท

พระพุทธคุณเด่น ทำให้พระเครื่องเหล่านี้กลายเป็นที่นิยม

พระเครื่องยอดนิยมแม้ว่าจะราคาค่าบูชาสุดแพง แต่ยังคงเป็นพระเครื่องที่เหล่าเซียนพระ ผู้ที่บูชาเช่าพระ ต้องการมีไว้ในครอบครอง เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นำไปสะสมไว้ ตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งในประเทศไทยยังมีพระเครื่องที่พระพุทธคุณโดดเด่นในแต่ละด้านอีกมากมาย หลายราคา ตามกำลังทรัพย์ของผู้ที่ต้องการเช่า

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีความศรัทธาในศาสนา ให้ความเชื่อ และอยากเช่าบูชาพระเครื่องรูปแบบอื่น ลองมาดู พระเครื่อง พระพุทธคุณแรง ใน Kaidee กันได้นะคะ