Jan 18, 2021 | บทความยานยนต์
หลังจากที่ค่าย Ford Motors ได้ทำการเปิดตัว “Ford Bronco Concept 2021” ไปไม่นาน ค่ายรถอย่าง Jeep ก็ได้ตัดสินใจเปิดตัว “Wrangler Rubicon 392” ออกมาสู่ตลาดโลกที่เรียกได้ว่าตีคู่กันมาอย่างสูสี ซึ่งก่อนหน้านี้ทางทีมสร้างของ Jeep ได้ยกเลิกคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า Easter Jeep Safari และตัดสินใจมาทำรถในแบบ Wrangler Rubicon 392 แทนที่ และต้องบอกเลยว่านับเป็นการหวนกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของราชาสายลุย
แต่ก่อนที่จะพาทุกคนไปดู Jeep Wrangler Rubicon 392 เราอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของ “Jeep Wrangler” ที่มาพร้อมความยิ่งใหญ่จนกลายเป็นตำนานได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันเลย
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
“Jeep Wrangler” รถทหารสายเลือดอเมริกันที่ไม่ได้ใช้งานเพียงแค่ในสนามรบ
ถ้าใครเป็นคอหนังสงครามคงจะคุ้นเคยกับรถหน้าตาทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะรถ Jeep Wrangler ถูกใช้ในการรบมาตั้งแต่ปี 1940 หรือสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีคุณสมบัติเป็นรถแบบ 4×4 ขับได้ทุกสภาพเส้นทาง ลุยได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งน้ำ โคลน ดิน ป่า หรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก จึงเหมาะสำหรับเป็นพาหนะในการใช้รบเป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยนั้นรถเหล่านี้ยังไม่ได้มีชื่อเรียก แต่เมื่อเวลาผ่านช่วงสงครามโลกไปได้ 20 ปี ก็ได้มีเศรษฐีชาวอเมริกันนำซากของรถเหล่านี้ไปทำมาใหม่และนำมาขับใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่พูดถึงกันอย่างเป็นวงกว้างให้เหล่านักสะสมรถได้ตามสะสมกันในที่สุด
Credit: https://www.jeep.com/history.html
ในปี 1986 ได้มีการสร้างรถเหล่านี้ขึ้นอีกครั้งและมีการตั้งชื่อว่า “Jeep Wrangler” โดยเป็นการยึดดีไซน์แบบเดิมในสมัยสงครามโลกที่ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนอะไรมากเท่าไร แต่ได้เพิ่มในส่วนของแอร์เข้าไป มีกระจก และหลังคา เพื่อให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และเหมาะสมกับการขับใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับยุคนั้น โดยแบ่งทั้งหมดออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน
โดยรุ่นแรกนั้นเริ่มตั้งแต่ปี 1986 ที่มีการดีไซน์ไม่แตกต่างจากรถในสมัยสงครามโลก แต่ได้เพิ่มไฟหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมที่ในยุคสมัยนั้นรถส่วนใหญ่ที่มีความนิยมสูงจะมีไฟหน้าเป็นสี่เหลี่ยม จึงทำให้ Jeep Wrangler รุ่นแรกก็มีไฟหน้าเหลี่ยมเช่นเดียวกัน
มาถึงรุ่นที่สองกันบ้างซึ่งในรุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงไฟหน้าให้เป็นทรงกลมดูมีความวินเทจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลังคาแบบผ้าใบที่สามารถเปิดด้านบนออกได้ ภายในรถยังได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของแผงคอนโซลหน้าและเพิ่มระบบไฟฟ้าให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
ส่วนในรุ่นที่สามนั้นมีความคล้ายกับรุ่นที่สอง แต่จะมีความแตกต่างที่ตัวรถมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ 2 ประตู และ 4 ประตู ซึ่งเป็นที่นิยมที่ใช้งานมาจนถึงปัจจุบันที่ยังคงรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมไว้ แต่ได้เพิ่มในเรื่องของประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีต่างๆ ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
Jeep Wrangler Rubicon 392 มาพร้อมขุมพลังมากความสามารถ
หลังจากที่ Ford Bronco ได้ทำการเปิดตัวไป ทางค่าย Jeep จึงไม่รอช้าที่จะเปิดตัว “Wrangler Rubicon 392” ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 จากโรงงานที่นับว่าเป็นรุ่นแรกในรอบ 40 ปี เพื่อเป็นการประกาศที่พร้อมจะมาต่อสู้กับ Ford Bronco ในตลาดรถ และการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของราชาสายลุยอย่างเต็มรูปแบบ
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Jeep Wrangler Rubicon 392 มาพร้อมเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร (392 ลูกบาศก์นิ้ว) ให้กำลัง 470 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 637 นิวตัน-เมตร โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ของตัวรถ ใช้เวลา 4.5 วินาที เพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ส่วนการทำเวลาควอเตอร์ไมล์อยู่ที่ 13 วินาที
ออกผจญภัยได้ทุกเส้นทาง ตอบโจทย์สายลุยได้อย่างตรงจุด
Jeep Wrangler Rubicon 392 ยังถูกออกแบบมาพร้อมกับความสามารถในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยสามารถขับลุยน้ำได้ถึง 825.5 มม. แม้ว่าจะมีฝากระโปรงที่เปิดเพื่อถ่ายเทอากาศให้กับเครื่องยนต์ V8 ขนาดใหญ่ แต่ทางทีมงานก็ได้คิดค้นระบบท่ออากาศ Hydro-Guide พร้อมท่อ 3 ระดับ ที่คอยระบายน้ำออกแม้ว่าจะโดนคลื่นซัดเข้ามาที่ฝากระโปรงก็ตาม
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของความแข็งแกร่งของตัวรถที่เลือกใช้เหล็กกล้า รางเฟรมของตัวรถที่ได้รับการอัปเกรดและใช้ระบบป้องกันการสั่นสะเทือนจาก Fox เสริมความนุ่มนวลให้กับทุกสภาพเส้นทางด้วยยาง All-Terrain BFFoodrich KO2 ขนาด 33 นิ้ว และล้อขนาด 17 นิ้ว ลุยได้อย่างไร้กังวลกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Select-Track พร้อมอัตราทดเกียร์ต่ำ 2.72 ที่มีให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ 4WD Auto, 4WD High, Neutral และ 4WD Low
ห้องโดยสารภายในสุดหรูกับความบันเทิงแบบครบถ้วน
ภายในห้องโดยสารถูกดีไซน์มาอย่างเรียบหรูกับเบาะหนังสีดำสุดพรีเมียมที่รองรับการบิดและเบี้ยวที่โอบรับกับร่างกายในเส้นทางที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง โดดเด่นด้วยโลโก้สีบรอนซ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีต หน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเปิดระบบการนำทาง หรือเล่นเพลงได้ แผงหน้าปัดสีขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลของตัวรถไว้อย่างครบถ้วน
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
บนพวงมาลัยยังมาพร้อม Paddle Shifters ที่นับว่าเป็นครั้งแรกของ Jeep ที่ให้คุณสามารถควบคุมเกียร์ได้อย่างมั่นใจในขณะที่ขับขี่ สามารถเปลี่ยนเกียร์โดยใช้แป้นแบบติดตั้งบนพวงมาลัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ HEMI V8
เป็นครั้งแรกที่ Jeep Wrangler มีระบบ Dual-Mode Exhaust ที่มีปุ่มกดสามารถควบคุมเสียงของท่อไอเสียเพื่อช่วยให้คุณปรับระดับของเสียงเครื่องยนต์ โดยระบบนี้จะใช้วาล์วอิเล็กทรอนิกส์อีกคู่หนึ่งไว้สำหรับควบคุมเสียง Output เมื่อเดินเครื่องเบา หรือเมื่อไรที่กดเท้าลงบนแป้นเหยียบ
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
ระบบความปลอดภัยของ Wrangler Rubicon 392
Jeep ได้ให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ได้ใส่เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อมีรถขับมาใกล้ในระยะประชิดทั้งจากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง รวมถึงยังมีสัญญาณเตือนพร้อมกล้องมองหลังเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในเวลาที่ต้องจอดรถในพื้นที่แคบ
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
สรุปท้ายบทความ
จากข้อมูลทั้งหมดทางทีมงานของ Jeep ได้ยืนยันว่า “Wrangler Rubicon 392” จะเป็นรถ Off-Road ที่สุดแห่งยุคอย่างแท้จริง ด้วยภาพรวมที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร (392 ลูกบาศก์นิ้ว) ให้กำลัง 470 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 637 นิวตัน-เมตร โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ของตัวรถ ใช้เวลา 4.5 วินาที เพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ส่วนการทำเวลาควอเตอร์ไมล์อยู่ที่ 13 วินาที
ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะหนังหุ้มสุดหรูที่มาพร้อมโลโก้ Rubicon ถักด้วยด้ายสีบรอนซ์อย่างประณีต เสริมความดุดันด้วยพวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต ภายนอกมาพร้อมดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมแบบฉบับ Jeep ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เสริมประสิทธิภาพของช่วงล่างด้วยโช๊คอัพ สปริง และล้อคุณภาพสูง ผสานกับเทคโนโลยีอีกมากมายเพื่อออกผจญภัยไปในทุกเส้นทางที่กำลังรอคุณอยู่
สำหรับใครที่กำลังหาซื้อรถ Jeep มือสองคุณภาพดีราคาเป็นมิตร หรือรถยนต์มือสองรุ่นอื่นๆ สามารถลองเข้ามาเลือกดูได้ที่ Kaidee Auto แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่มีรถยนต์จำหน่ายกว่าสองหมื่นคัน
Jan 18, 2021 | บทความยานยนต์
สำหรับคนที่มองหารายได้เสริมได้วันหยุด นอกจากการไปสมัครงานพิเศษตามร้านอาหารแล้ว วิธีต่าง ๆ ในการหารายได้ที่สามารถทำง่ายเริ่มได้โดยไม่ใช้ต้นทุนเยอะ สามารถเลือกจากอุปกรณ์หรือสิ่งของใกล้ตัวมาเพื่อสร้างรายได้ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องเรือน เครื่องครัว หรือพาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายได้
เริ่มต้นธุรกิจระยะสั้นอย่างไรดี
การเริ่มต้นธุรกิจในระยะสั้นสำหรับวันหยุดยาว คือสิ่งที่หลายคนมักจะคิดไว้ในหัวแต่ไม่ได้ลงมือทำเสียที ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ ทั้งเรื่องทุน และหลาย ๆ อย่าง แต่ในวันนี้เราจะมาดูวิธีการเริ่มต้นธุรกิจระยะสั้นที่สามารถทำได้ทันทีเมื่อถึงวันหยุดยาว พูดเลยว่า ลงทุนครั้งเดียวก็ได้เงิน!
ทำธุรกิจในช่วงวันหยุด
การทำธุรกิจเพื่อหางานเสริมในวันหยุดนั้นมีหลายอย่างมากให้คุณเลือกว่าจะทำสิ่งใด ในยุคสมัยนี้มีหลากหลายงานโดยสามารถหาข้อมูลได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเดินเข้าไปหางานเหมือนแต่ก่อนให้เหนื่อย หนทางในการทำเงินช่วงวันหยุดก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เบื้องต้นในการเริ่มทำธุรกิจจำเป็นต้องมีต้นทุน เพราะไหนจะทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าสถานที่ และค่าโปรโมตอีก แต่ว่าในการทำธุรกิจทุกอย่างต้องมีการลงทุน จึงจะสร้างผลกำไรที่งอกงามได้ ไม่มีใครไม่ลงทุนเมื่อทำธุรกิจ มีเพียงแค่ว่าจะมากหรือน้อยก็เท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว นี่คือบทความที่จะช่วยหาวิธีลดการเสียเงินด้านต้นทุน โดยเริ่มจากการหยิบอุปกรณ์และเครื่องมือที่คุณมีอยู่แล้วมาเป็นธุรกิจในช่วงวันหยุด ที่เพียงมีรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ก็เริ่มต้นธุรกิจได้แล้ว!
5 วิธีสร้างรายได้ด้วยรถของคุณ
หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่ารถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้อยู่ทุกวัน สามารถนำมาดัดแปลงเป็นธุรกิจสร้างผลกำไรอันงอกเงยให้คุณได้ เรามาดูกันดีกว่ามันธุรกิจอะไรบ้างที่สามารถนำรถของคุณไปใช้ได้บ้าง
1.รถรับส่งผู้โดยสาร
งานเสริมประเภทนี้นับว่าเป็นงานเสริมที่กำลังมาและมีกลุ่มลูกค้ารายใหญ่มากในประเทศไทย สามารถเห็นได้จากการผุดขึ้นของแอปรับส่งผู้โดยสารหลากหลายเจ้า ยกตัวอย่างเช่น Grab และ Bolt ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้คนย่อมต้องสัญจรและใช้การเดินทางเพื่อไปทำงานในทุกวัน
การจับกลุ่มตลาดด้านการเดินทาง ที่นอกเหนือจากการเป็นแท็กซี่แล้ว ยังเลือกทางอื่น อย่างการนำรถตัวเองไปวิ่งรับผู้โดยสารในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันที่ให้บริการด้านนี้เป็นหลัก ก็จัดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ
เพราะสิ่งที่คุณต้องเสียไปกับงานเสริมนี้คือ ค่าน้ำมันรถยนต์และเวลาของคุณ แน่นอนว่าถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานเสริมในวันหยุด ก็ต้องยอมเสียสละเวลาส่วนนี้ไป ถ้าคุณรักที่จะขับรถ ไม่อารมณ์เสียบนท้องถนนหรือโดนยั่วยุง่าย การขับรถรับส่งโดยใช้รถของคุณเองคืองานเสริมที่น่าสนใจมาก แถมยังสมัครไม่ยากด้วย
2. ส่งอาหาร สิ่งของ
วิถีชีวิตของคน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คืออาหาร และแน่นอนว่าในวันหยุดหลายคนต้องการนอนพักร่างอยู่บนเตียงไม่ต้องขยับเขยื้อนไปไหน การสั่งอาหารเข้ามาทานภายในบ้านหรือที่อยู่ย่อมต้องดีกว่าการเตรียมพร้อมตนเองให้เดินออกไปข้างนอก
หลายคนจึงเลือกที่จะสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่ชื่อดัง ซึ่งเดลิเวอรี่มีชื่อเหล่านี้รับสมัครคนเกือบตลอดเวลา สมัครได้ง่ายผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันก็พร้อมรับงานวิ่งส่งอาหารได้เลย
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำงานเสริมนี้คือ การเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ของคุณ และค่าน้ำมันให้พร้อม เพราะถ้าคุณบริการดีล่ะก็ คุณจะได้รับทิปเป็นของแถมอีกด้วย ผู้เขียนแอบได้ยินมาว่า ยิ่งส่งเยอะยิ่งได้ค่ารอบเยอะ!
โดยสามารถสมัครได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันของผู้บริการโดยตรงเลย!
3. เปิดร้านอาหารแบบฟู้ดทรัค
การเปิดร้านอาหารแบบฟู้ดทรัค แน่นอนว่าต้องใช้รถบรรทุกคันเล็ก ๆ เพื่อทำธุรกิจ บางท่านอาจมีรถบรรทุกคันเล็กไว้ใช้ในการขนส่งสินค้าอยู่ที่บ้านแล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยเพิ่มเงินและรายได้เสริมของคุณได้ง่ายขึ้น
ยิ่งในวันหยุดโดยส่วนใหญ่มักจะมีงานเทศกาลต่าง ๆ คุณสามารถใช้โอกาสนี้ในการทำรถบรรทุกที่น่ารักของคุณไปดัดแปลง ตกแต่งให้ดูสวยงาม พร้อมคิดเมนูอาหารต่าง ๆ ให้สมบูรณ์เท่านี้ก็พร้อมขายของแล้ว
แต่หากใครที่ไม่มั่นใจว่าจะทำอาหารได้อร่อย ก็อาจสอบถามคนใกล้ตัวว่ามีใครสนใจร่วมหุ้นธุรกิจชั่วคราวบ้าง อาจไปเปิดร้านอาหารตามเทศกาลต่าง ๆ หรือเช่าพื้นที่เล็ก ๆ ในส่วนกลางของห้างเพื่อเปิดร้านก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยล่ะ
4. ติดโฆษณาที่รถ
ถ้าคุณคิดว่า การติดโฆษณาที่รถเป็นการทำให้รถคุณเสียภาพลักษณ์ไม่สวยงาม แต่รู้หรือไม่ว่า การติดโฆษณาครั้งหนึ่งได้เงินเป็นจำนวนมาก บอกเลยว่างานนี้ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะในวันหยุด เพราะคุณสามารถนำรถวิ่งไปได้ในทุก ๆ วัน แถมได้เงินค่าโฆษณาอีกด้วย
การเริ่มต้นอาจเริ่มจากการลงประกาศในกลุ่มซื้อขายป้ายโฆษณา และการลงโฆษณาต่าง ๆ หรือติดโปรโมตที่รถยนต์ของคุณยามวิ่งบนท้องถนน ให้คนสนใจและเข้ามาติดต่อ วิธีนี้นอกจากไม่ต้องเหนื่อยลงทุนและลงแรงเพิ่มให้มาก ก็เพิ่มกำไรได้รวดเร็ว
โดยเฉพาะกระแสของกลุ่มแฟนคลับศิลปิน ที่เริ่มให้ความสนใจในการติดป้ายโปรโมตตามรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน นอกจากจะสร้างการมองเห็นมากแล้ว ยังกระจายไปได้ไกลทั่วกรุงอีกด้วย เลยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังจะบูมแบบพลุแตกในช่วงนี้
5. บริการเช่ารถ
อีกหนึ่งธุรกิจน่าสนใจสำหรับคนที่มีรถมากกว่าหนึ่งคัน หรือถ้าคุณเป็นคนไม่ซีเรียสในการให้ผู้อื่นยืมรถไปขับ ก็เป็นหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ ปกติแล้วในช่วงท่องเที่ยว มักจะมีการเช่ารถเกิดขึ้น การเปิดประกาศให้ผู้อื่นเช่ารถเป็นหนึ่งในหนทางที่ทำเงินได้พอสมควร
หากคุณเป็นห่วงว่าถ้ารถของคุณเป็นรอยหรืออาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณสามารถเรียกการเก็บเงินประกันรถไว้ก่อนได้ หากเกิดรอยเฉี่ยวชนขึ้นก็ยึดเงินมัดจำค่าประกันรถได้เลย แถมยิ่งในช่วงที่คนต้องการเช่ารถเยอะ ราคาค่าเช่ารถตามท้องตลาดก็สูงขึ้นตาม ๆ กันไป เรียกได้ว่าไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย เงินก็วิ่งเข้ามาหาคุณ
แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้งานเสริมของคุณ เพิ่มรายได้มากกว่าเดิม การให้บริการเช่ารถยนต์ พร้อมคนขับ ซึ่งคนขับที่ว่าอาจหมายถึงคุณเอง แต่ต้องยอมรับเลยว่าการเป็นคนขับรถเพื่อท่องเที่ยว นั้นเหนื่อยมาก เพราะต้องคอยขับไป-มา แถมบางครั้งยังต้องนอนค้างภายในรถยนต์อีก
เทคนิคการทำงานให้เกิดรายได้ในวันหยุด
วิธีการสร้างรายได้ในวันหยุด นอกจากการนำรถยนต์ของคุณไปใช้เพื่อหารายได้เสริมแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกที่สามารถสร้างรายได้ให้คุณได้และเริ่มต้นง่ายที่บ้านคุณ
1. ขายของออนไลน์
อีกหนึ่งธุรกิจน่าสนใจที่สามารถทำได้ แม้ไม่ใช่วันหยุด อย่างการขายของออนไลน์ ที่เริ่มต้นการนำเข้าสิ่งของเพื่อมาขายและปล่อยต่อในราคาที่เพิ่มกำไร ยิ่งหากเป็นสินค้าที่พรีออเดอร์มาจากประเทศจีน ราคาสินค้าส่วนใหญ่จะไม่แพง แถมยังคุณภาพดี สามารถนำมาเพิ่มกำไรได้ดีอีกด้วย
แต่สำหรับใครที่มองว่า การต้องนำเข้าสินค้า เป็นการเพิ่มต้นทุนของตนเอง ก็เริ่มได้ง่าย ๆ โดยหยิบจับสิ่งของรอบตัวมาขายเป็นสินค้ามือสองได้ โดยลงขายผ่านแอปและเว็บไซต์ขายของมือสอง อย่าง Kaidee ก็เป็นทางเลือกที่ดี!
2. ช่างภาพ / ขายภาพ
ใครที่มีกล้องและมีฝีมือ ก็ต้องงานรับจ็อบเป็นช่างภาพ ทั้งถ่ายงานรับปริญญา งานแต่ง งานถ่ายรูปนอกรอบ ก็ต้องโดนไป งานรับจ้างถ่ายภาพเหล่านี้ แม้จะกินพลังงานค่อนข้างหนัก แต่ต้องยอมรับเลยว่า เงินค่าจ้างบางครั้งได้เกือบถึงหลักหมื่น! ใครที่มีฝีมือและความสนใจด้านนี้ต้องห้ามพลาด
ส่วนสำหรับใครที่ไม่อยากจะออกไปถ่ายภาพตามวันหยุดให้เหนื่อย ก็สามารถนำรูปถ่ายในอดีต หรือที่มีอยู่ในคลังออกมาลงขาย เพื่อรับเงินได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเว็บ Shutterstock ที่มีให้ลงขายรูปภาพ และมีคนจำนวนมากสนใจไปลงขายด้วย
3. สอนออนไลน์
อีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจ คือการรับสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสอนภาษา สอนวิชาในหนังสือเรียนต่าง ๆ ก็ทำได้เช่นเดียวกัน โดยเด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่นอกจากการไปสถาบันกวดวิชาแล้ว ก็มักสนใจที่เรียนตัวต่อตัวกับติวเตอร์ เพราะมองว่าเป็นความคุ้มค่าในการเรียนและได้ถามคำถามที่ตนเองสงสัยได้ดีกว่าการเรียนกับสถาบันกวดวิชาขนาดใหญ่
นี่คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่มีความรู้และรักการสอน การเริ่มต้นหากลุ่มผู้เรียนก็ไม่อยาก สามารถเข้าไปดูและหางานตามกรุ๊ปในเฟซบุกได้เลยค่ะ
สรุปท้ายบทความ
การเริ่มต้นหางานเสริมในวันหยุด อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองหาในช่วงนี้ เพราะต้องยอมรับว่า การทำงานและหางานในช่วงนี้ค่อนข้างหายากแถมเงินที่อาจไม่คุ้มกับการลงแรงที่เสียไปสักเท่าไร
ดังนั้นการหางานเสริมเพื่อให้ตนเองมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงเป็นทางเลือกในช่วงนี้ ยิ่งถ้าคุณสนใจว่าจะดัดแปลงรถยนต์ของคุณอย่างไรให้เป็นรายได้เสริม มาให้แอป Kaidee ของเราช่วยคุณสิคะ เรามีสิ่งของมากมายให้คุณได้เลือกสรรเลยล่ะ
Jan 6, 2021 | บทความยานยนต์
วันเด็กปีนี้ตรงกับวันที่ 9 มกราคม 2564 แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจัดงานวันเด็กต้องถูกประกาศเลื่อนออกไปอีกเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการติดโรค
ถึงอย่างนั้นการเลื่อนออกไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะฉลองวันเด็กภายในครอบครัวเล็ก ๆ ของเราไม่ได้
การฉลองวันเด็กของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น บางท่านอาจฉลองวันเด็กด้วยการพาลูกออกไปเที่ยวตามสถานที่จัดงานต่าง ๆ หรือ ซื้อของขวัญให้ลูกเป็นกำลังใจในการเรียนและการทำงาน
แน่นอนว่าการซื้อรถให้ลูกในวันเด็กก็ถือเป็นโอกาสที่ดีเช่นเดียวกัน ที่จะช่วยสนับสนุนและให้รางวัลลูกรักของคุณ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ควรได้รับรางวัลเสริมขวัญกำลังใจจากครอบครัว เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าถ้าจะซื้อรถให้ลูกของเราควรซื้อรถรุ่นไหน แบบไหนถึงจะเข้ากัน
ซื้อรถคันไหนให้ลูกดี ?
มาดูกันเถอะ ว่ารถยนต์คันไหนที่เหมาะสมกับลูกของคุณ โดยเราได้ลิสต์มาแล้วทั้ง 8 ประเภท ที่รับรองว่า ลูกคุณได้ “รถ” เหล่านี้เป็นของขวัญแล้วจะต้องปลื้มและรักมันมากแน่ๆ เพราะเราเน้นคำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยรวมถึงราคาที่น่ารักเหมาะกับกระเป๋าเหล่าผู้ปกครองที่สุดจริง ๆ
1.รถยนต์คันเล็ก
สำหรับของขวัญให้ลูกเป็นรถยนต์ โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นหรือกำลังย่างก้าวเป็นผู้ใหญ่ การซื้อรถยนต์คันเล็กให้เป็นของขวัญเป็นรถที่เหมาะสมอย่างมาก เพราะขับง่ายและค่อนข้างประหยัดน้ำมันพอสมควร โดยเฉพาะครอบครัวไหนที่มีรถมากกว่าหนึ่งคันอยู่แล้ว การซื้อรถยนต์คันเล็กเอาไว้ใช้สอยในระยะไม่ไกลก็ถือเป็นช้อยส์ที่ดีสำหรับลูก ๆ นะคะ
รถยนต์คันเล็กได้แก่ : Nissan March, Suzuki Swift, MG3, Mazda 3, Toyota Ativ, Honda Brio และ Mitsubishi Attrage
2. รถยนต์ Eco-Car
อีกหนึ่งประเภทรถยนต์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่นตอนปลายถึงการย่างก้าวเป็นผู้ใหญ่ คือรถยนต์ประเภท Eco-Car ที่นอกจากจะช่วยโลกในการลดมลพิษแล้วยังมีคุณสมบัติน่าสนใจ อย่าง การประหยัดน้ำมันอีกด้วย โดยรถยนต์คันเล็กส่วนใหญ่แล้วจะถูกรวมไว้อยู่ในประเภทของ Eco-Car
แต่หมวดของ Eco-Car นั้นก็รวมถึงรถยนต์ที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดอย่าง Honda Jazz, Toyota Yaris, Toyota Vios, Honda City และ Nissan Almera ด้วย ซึ่งรถยนต์เหล่านี้จะมีกำลังเครื่องแรงกว่ารถยนต์คันเล็ก ทั้งยังสามารถใช้งานเก็บของและจุคนได้ดีกว่ารถยนต์คันเล็กนั่นเอง
3. รถมอเตอร์ไซค์
รถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นรถเริ่มต้นสำหรับใครที่ต้องการใช้รถเพื่อการเดินทาง รถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นรถที่เหมาะกับการซื้อให้วัยรุ่นที่มีอายุมากกว่า 15 ปีเป็นต้นไป และแน่นอนว่าต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์แล้ว รถมอเตอร์ไซค์จะช่วยให้ลูกของคุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกของคุณต้องการไปไหนในระยะใกล้ การใช้รถมอเตอร์ไซค์จะทำให้คล่องตัวและไปถึงจุดหมายได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้ปกครองบ่อย ๆ ดังนั้นใครที่กำลังคิดว่าอยากให้ลูกได้ไปไหนมาไหนเองในระยะใกล้ได้ การซื้อรถมอเตอร์ไซค์แทนจักรยานก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย
4. รถจักรยานไฟฟ้า
รถจักรยานไฟฟ้าเหมาะสำหรับกลุ่มวัยรุ่นตั้งแต่มัธยมจนถึงวัยทำงานเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องเสียแรงปั่นให้เหนื่อยแถมยังสะดวกสบายคล้ายรถมอเตอร์ไซค์อีกด้วย แต่ข้อเสียคือแบตเตอรี่ของรถจักรยานไฟฟ้าที่ทำให้ไปไกลมากไม่ค่อยได้
แต่สำหรับการไว้ใช้ขี่ไปไหนมาไหน ในระยะใกล้เคียงที่พักของลูกคุณ ก็จัดเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้รถมอเตอร์ไซค์ แถมยังไม่ต้องใช้น้ำมันอีกด้วย ข้อดีของรถจักรยานไฟฟ้า อาจกล่าวได้ว่า จากมุมมองคุณผู้ปกครองจะค่อนข้างดูปลอดภัยกว่าการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใช่ไหมล่ะคะ
5. รถแบตเตอรี่ไฟฟ้า
รถแบตเตอรี่ไฟฟ้าในที่นี้ หมายถึงรถแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ให้กลุ่มตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กโตได้ใช้เล่น โดยรถเหล่านี้จะคล้ายคลึงรถของเล่นที่ให้เด็ก ๆ ขึ้นไปนั่งแล้วใช้เท้าไถคันรถ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้การใช้เท้าไถอาจเป็นอะไรที่ไม่นิยมแล้ว
รถแบตเตอรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กเล็กจึงถูกผลิตออกมา โดยใช้ไฟฟ้าในการเคลื่อนที่ แบตหมดก็สามารถนำไปชาร์จได้ แถมยังปลอดภัยด้วยว่าเป็นรถที่แทบไม่มีความเร็วเลย เรียกได้ว่าเป็นของเล่นที่จะช่วยเสริมพัฒนาการในการขับขี่รถยนต์และสร้างความสนุกสนานอันแสนน่าประทับใจให้ลูกของคุณได้เป็นอย่างดี
Cr : appadvice
6. รถบังคับ
สำหรับรถบังคับ ในสมัยนี้อาจเห็นได้น้อยลง แต่เชื่อเถอะค่ะว่า เด็ก ๆ คนไหนที่ได้เล่นจะต้องชอบ เพราะรถบังคับมีลักษณะคล้ายโมเดลรถขนาดยักษ์ที่สามารถนำมาตั้งโชว์ก็ได้ อยากนำมาเล่นเมื่อไรก็ใส่ถ่านแล้วก็บังคับได้เลยทันที
ซึ่งการเล่นรถบังคับเหล่านี้มีข้อดีคือ การฝึกพัฒนาในด้านสายตาและการเคลื่อนไหวของมือ เนื่องจากการบังคับรถเหล่านี้ค่อนข้างต้องใช้สมาธิและสายตาได้การมองพอสมควร เรียกได้ว่าเป็นการฝึกสกิล อย่างหนึ่งก็ว่าได้ค่ะ
7. รถของเล่น (ที่ไม่ใช่เพลง)
มันต้องใช้น้ำตาแค่ไหนต้องร้องไห้กี่ครั้ง ให้พ่อและแม่ซื้อของเล่นมา ?
[โปรดอ่านเป็นทำนอง]
รถของเล่นนี้ไม่ใช่เพลง แต่หมายถึงรถคันเล็ก ที่ให้เด็กเล็กจับโยกไปมา เพื่อฝึกพัฒนาการในเรื่องของกล้ามเนื้อมือและสายตาให้ทำงานประสานกัน ของขวัญอย่างรถของเล่นก็เป็นหนึ่งในของขวัญที่ดีที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณสนุกกับชีวิตวัยเด็กมากขึ้นกว่าเดิม
Cr : carrefourae
8. รถหัดเดิน
ชื่อก็บอกอยู่แล้ว รถหัดเดิน ก็ต้องเป็นรถหัดเดินสุดกุ๊งกิ๊งสำหรับเด็กน้อยวัยคลานเตาะแตะที่กำลังจะฝึกเดิน โดยรถแบบนี้มีหลายแบบให้เลือก มีทั้งแบบน่ารัก ทั้งเท่ รวมถึงยังมีของเล่นบริเวณด้านหน้าให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับการหัดเดินมากกว่าเดิม
หากคุณผู้ปกครองคนไหนอยากซื้อของขวัญให้ลูกน้อยในวันเด็ก การซื้อรถหัดเดินเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกขึ้นมีพัฒนาการในการเดินได้ดีขึ้น ทั้งลูกน้อยของคุณยังเอ็นจอยกับของเสริมพัฒนาการชิ้นนี้ได้ไม่มีเบื่อเลยล่ะ
ซื้อรถที่ไหนดีในยุคโควิด-19
สำหรับสถานการณ์แบบนี้ หลายคนคงไม่อยากจะออกไปเจอคนเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเองมากนักใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นการจะซื้อรถและซื้อของขวัญข้างต้นจะทำได้อย่างไรกันบ้าง ยิ่งโดยเฉพาะรถยนต์ที่จำเป็นต้องไปดูรถยนต์ถึงศูนย์เหมือนที่ผ่าน ๆ มา หลายคนคงไม่อยากจะไปนัก
แต่เรามีวิธีง่าย ๆ ที่ทำให้คุณรู้จักรถยนต์ที่คุณจะซื้อมากขึ้น ทั้งยังสามารถติดต่อผู้ขายและเข้าไปชมรถได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลกับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นได้เลย
ซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์
ก่อนอื่นเราอาจดูข้อมูลรถยนต์ต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ก่อนได้ ดูได้โดยตรงทั้งทางเว็บไซต์หลักของแบรนด์รถยนต์เอง หรือจะเป็นการดูรถยนต์ผ่านเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสอง ยกตัวอย่างเช่น Kaidee Auto เป็นต้น
การดูผ่านเว็บไซต์เหล่านี้จะทำให้คุณได้รู้เรื่องของรถยนต์ที่คุณอยากได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถหารีวิวเกี่ยวกับรถคันดังกล่าวได้ดีมากขึ้นอีกด้วย หารีวิวรถอ่านได้ง่าย
ในส่วนนี้จะช่วยคุณประหยัดเวลาในการซื้อมากยิ่งขึ้น เพราะคุณได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับรถมาในระดับหนึ่งแล้ว การติดต่อผู้ขายก็ทำได้งาน โดยเฉพาะสำหรับเว็บซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง ที่จะช่วยเชื่อมการติดต่อระหว่างคุณกับผู้ขายได้ผ่านเว็บเดียว ลดเวลาการอยู่ร่วมกันกับผู้ขายให้น้อยลง แต่ได้รถที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ซื้อผ่านแอพขายรถออนไลน์
สำหรับการซื้อขายผ่านแอปขายรถออนไลน์ มีทั้งของ Kaidee[IOS] / Kaidee[Andriod] และของแบรนด์รถยนต์ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาเพื่อรองรับการค้นหาและเลือกรถยนต์ที่ถูกใจของคุณได้ดีขึ้น การดูผ่านแอปประเภทนี้จะช่วยให้คุณย่นระยะเวลาในการซื้อรถยนต์ได้เหมือนกันการดูผ่านเว็บไซต์นั่นเอง
จองคิวเพื่อไปดูรถในที่โชว์รูม
วิธีสุดท้ายสำหรับใครที่ต้องการไปทดลองขับ เพื่อยืนยันให้ชัวร์ว่านี่คือรถที่คุณต้องการจริง ๆ วิธีนี้คุณทำได้ง่ายไม่ยากเลย เพียงเข้าไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์รถยนต์ที่คุณถูกใจ กรอกรายละเอียดข้อมูลของคุณในหน้าทดลองขับ
ในระหว่างนั้นทางโชว์รูมใกล้บ้านของคุณจะโทรกลับมา เพื่อนัดวันเวลาที่คุณต้องการทดลองขับและสอบถามรายละเอียดรวมถึงให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรถคันนั้นแก่คุณ ในจุดนี้จะช่วยคุณเลี่ยงการพบปะคนจำนวนมากในวันเดียว และไม่ต้องเสี่ยง Walk-in เข้าไปให้กังวัลใจอีกด้วย นับเป็นวิธีที่อยากสนับสนุนให้หลายคนหันมาใช้ก่อนไปซื้อรถมาก ๆ เลย
สรุปท้ายบทความ
ในการซื้อรถเป็นของขวัญให้ลูกนั้น อย่างที่ได้กล่าวไปว่านอกจากจะดูช่วงอายุของลูกคุณแล้ว ว่าใกล้เคียงและเหมาะสมกับรถแบบใด ยังต้องมาดูเรื่องงบประมาณของผู้ปกครองอีกด้วย เพราะการซื้อของขวัญชิ้นนี้ควรมีงบประมาณเท่าไรถึงจะคุ้มค่าและไม่เจ็บตัวเกินไปนัก
ยิ่งสำหรับใครที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ให้ลูก การซื้อรถยนต์สักคันย่อมเป็นภาระและการใช้เงินในจำนวนที่ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นการซื้อรถยนต์คันแรกให้ลูกอาจดูเป็นรถยนต์มือสองไปก่อนก็ได้ ที่ Kaidee เรามีรถยนต์คุณภาพดี แอร์เย็น สภาพเยี่ยม แถมไมล์น้อยเหมือนมือหนึ่งให้คุณได้ลองเลือกเป็นของขวัญแล้ววันนี้!!!
Dec 7, 2020 | บทความยานยนต์
การรู้กฎหมายจราจร คือหนึ่งในข้อบังคับสำหรับการสอบเอาใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล กฎล่าสุดของกรมการขนส่งทางบก ระบุให้ผู้สมัครสอบต้องทำคะแนนสอบพาร์ทข้อเขียนให้ได้มากกว่าร้อยละ 90% หรือตอบผิดไม่เกิน 5 ข้อ จากข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ
หากสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ผู้สมัครจะไม่สามารถข้อสอบใหม่ และสอบปฏิบัติต่อได้ ต้องต่อคิวเพื่อมาข้อสอบใหม่อีกครั้งในวันหลัง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการเคารพและรู้กฎหมายการจราจรคือหนึ่งในผู้ขับขี่จำเป็นต้องรู้ การขับขี่โดยไร้กฎจราจรจะนำมาสู่หายนะครั้งยิ่งใหญ่บนท้องถนนเลยทีเดียว
กฎหมายจราจรสำคัญอย่างไร
กฎหมายคือสิ่งที่ออกมาเพื่อสร้างให้คนในสังคมที่มีความหลากหลายอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ดังนั้นไม่ใช่เพียงแค่กฎหมายที่ควบคุมการกระทำของผู้คนไม่ให้ระรานบุคคลอื่นแล้ว จำต้องมีกฎหมายเพื่อควบคุบการกระทำบนท้องถนนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลได้
แต่บางครั้งการได้ใบขับขี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะรู้กฎหมายจราจรอย่างครบถ้วน ดังนั้นบทความนี้จะช่วยคุณทบทวนกฎหมายจราจรที่ควรต้องทราบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง โดยมีรายละเอียดตัวกฎหมายดังต่อไปนี้
กฎหมายจราจรที่ควรรู้
สำคัญกฎหมายจราจรสำคัญที่ในประเทศไทย ที่เหล่าผู้ขับมักจะมองข้ามเป็นประจำ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือต้องเสียค่าปรับอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นวันนี้จะมาช่วยคุณเตือนความจำอีกครั้งว่ากฎจราจรสำคัญห้ามลืมโดยเด็ดขามีดังต่อไปนี้
1. ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด
กฎหมายการจราจรของไทยนั้นบังคับให้ทำความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับถนนที่ไม่เกิน 4 ช่องจราจร ส่วนถนนที่มีช่องการจราจรเกิน 4 ช่อง กฎหมายได้ปรับเปลี่ยนและอนุญาตให้รถยนต์ทำความเร็วห้ามเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนนี้เป็นกฎเฉพาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น
ขณะที่รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1,200 กิโลกรัม ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หากสรุปจากข้อมูลข้างต้นสามารถกล่าวได้ว่า ภายในกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลทุกจังหวัด ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ส่วนทางระหว่างจังหวัดสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
มอเตอร์เวย์ และวงแหวนกาญจนาภิเษก ใช้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2. เปิดไฟตัดหมอก
รถทุกคันที่เป็นรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันมักจะมีการติดไฟตัดหมอกมาให้อยู่แล้ว ทั้งในแง่ความงามของดีไซน์และเพื่อเป็นหนึ่งในฟังก์ชันการใช้งานในวันที่สภาพอากาศมีหมอกลงหนัก ทว่าเพื่อป้องกันการใช้ไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็น
โดยทางกฎหมายหรือ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2552 ได้ระบุไว้ว่า หากต้องการจะใช้ไฟตัดหมอกได้ จะสามารถใช้ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยอย่างเช่น สภาพหมอกลงหนัก ฝนตกจนมองไม่เห็นเส้นทาง ขึ้นภูเขาที่มีทัศนวิสัยแย่จนเห็นเส้นทางไม่ชัดเจนดั่งที่ควรเป็น
เพราะหากคุณเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย อาจสร้างปัญหาและผลกระทบให้แก่ผู้ใช้เส้นทางสัญจรเส้นเดียวกับคุณ เช่น การก่อให้เกิดไฟแยงตาผู้ร่วมถนนจนมองไม่เห็นและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
3. ขับรถแช่เลนขวา
หากลองสังเกตในถนนทั่วไปรอบกรุง จะเห็นว่ากลุ่มคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร อย่างการขับรถแช่ขวาตลอดทั้งเส้น ทำให้การสัญจรหรือรถยนต์ที่ต้องการจะแซงรถคันข้างหน้า ไม่สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกนัก และนี่คือหนึ่งในปัญหาที่เกิดยามขับขี่บนถนน
จึงมีกฎหมายออกมาเพื่อกำหนดให้สามารถขับในเลนขวาได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็น หากถนนเส้นนั้นมีตั้งแต่ 2 เลนเป็นต้นไป ถ้าขับรถแช่ขวาจะถือว่าเป็นการผิดกฎหมายจราจรตามข้อกำหนดพรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2552 มาตรา 34 มาตรา 43(3) และมาตรา 151 นั่นเอง
4. ห้ามเปลี่ยนเลนและแซงในเส้นทึบ รวมถึงเส้นประ
บางคนแม้จะเคยเรียนกฎหมายจราจรมาแล้ว แต่คนส่วนใหญ่มักจะละเมิดและลืมว่า การแซงหรือเปลี่ยนเลนในเส้นทึบนั้นผิดกฎหมาย เพราะเป็นจุดหรือช่วงที่ไม่ปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน
การเปลี่ยนเลนในเส้นทึบมักเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ จนทำให้ตำรวจหลายพื้นที่เริ่มทำการติดกล้องวงจรปิด เพื่อถ่ายรูปรถคันที่เปลี่ยนในเส้นทึบ สิ่งที่ถูกต้องคือการเปลี่ยนเลนบริเวณเส้นประ โดยกะระยะให้พ้นระยะอันตรายของรถคันหน้าและหลังคุณประมาณ 15 เมตร
5. รถทางเอกไปก่อน
หากถามว่ารถทางเอกและทางโทนั้นมีความสำคัญอย่างไร ถ้าพูดถึงว่าจะมีปัญหาตอนไหนที่สำคัญที่สุด คือเมื่อตอนอุบัติเหตุ หรือ มีเรื่องที่ต้องเรียกประกัน ความผิดทางกฎหมายจะตัดสินจากการใช้รถทางเอกและทางโทว่ารถยนต์เหล่านั้นเกิดอุบัติเหตุโดยมีรูปการณ์เป็นแบบใดบ้าง
โดยส่วนใหญ่แล้วรถยนต์ที่มักจะเป็นฝ่ายผิดคือรถยนต์ที่มาจากทางโท เนื่องจากกฎหมายจราจรให้ความสำคัญกับรถทางเอกเป็นหลัก เมื่อมีเรื่องจึงจะให้เป็นฝ่ายที่ตำรวจให้น้ำหนักมากกว่า
6. แซงซ้ายไม่ยอมแซงขวา
การแซงซ้ายคือสิ่งที่คนทำจนเป็นปกติ กลายเป็นวลีติดปากคนไทยว่า เลนที่เร็วที่สุดคือเลนซ้าย ส่วนเลนที่ช้าที่สุดกลับกลายเป็นเลนขวา ทำให้มักเกิดอุบัติเหตุที่เห็นได้บ่อยมาก ว่ารถทำความเร็วด้านซ้ายชนกับรถที่ขับด้วยความเร็วต่ำที่อยู่ในเลนที่ถูกต้องอยู่แล้ว
มักจะกลายเป็นปัญหาให้แก่ผู้ร่วมเส้นทางบนท้องถนน หากคุณรู้ว่าการขับแบบนี้ไม่ถูกต้องและยังสร้างอันตรายให้แก่ผู้อื่น พยายามอย่าแซงซ้ายหากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะนอกจากรถที่ขับอยู่ในเลนนั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากมายแล้ว ยังอาจไม่ปลอดภัยต่อตัวคุณเองอีกด้วย
7. เปลี่ยนเลนกะทันหัน
การเปลี่ยนเลยกะทันหัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในการขับรถ นอกจากคุณเป็นฝ่ายผิดเมื่อพูดถึงเรื่องกฎหมายแล้ว ยังอันตรายต่อตัวคุณอย่างมากอีกด้วย ในการเปลี่ยนเลนแต่ละครั้ง ควรมองและกะระยะให้ห่างจากตัวรถคุณอย่างต่ำ 15 เมตรจะดีที่สุด
8. ขับรถฝ่าไฟเหลือง
อีกหนึ่งกฎจราจรที่ผู้ขับขี่ทุกคนรู้ แต่ไม่ค่อยมีใครจะปฏิบัติตาม เมื่อคุณเห็นไฟเขียวนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง ทุกคนจะเหยียบคันเร่งให้รถยนต์ของคุณทะยานพ้นไฟแดงแบบเส้นยาแดง แต่คุณรู้หรือไม่การขับฝ่าไฟเหลืองทั้งๆ ที่ควรเป็นระยะที่จะต้องเหยียบเบรกนั้น อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดฝัน
อีกฝั่งที่กำลังรอสัญญาณไฟเขียว อาจไม่ได้ใจเย็นและกะเวลาเผื่อว่าคุณจะขับรถฝ่าไฟเหลือง ยิ่งบางแยกจะไม่มีการเว้นระยะสามวิหลังไฟแดง ทำให้รถยนต์อีกฝั่งออกตัวในทันที ลองคิดดูว่าถ้าคุณขับฝ่าไฟจราจร ทว่ารถอีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ใจเย็นที่จะรอไฟเขียวเต็มที่ ก็อาจเกิดเรื่องขึ้นได้
9. เลี้ยวรถไม่เปิดไฟเลี้ยว
สิ่งที่คนขับรถหลายคนน่าจะโมโหบ่อย ๆ คือการเลี้ยวรถไม่เปิดไฟเลี้ยว เช่นขับอยู่ในเลนกลางอยู่ แต่มีรถจากเลนขวาตีรถเข้ามาโดยไม่มีการเปิดไฟเลี้ยวเพื่อบอกกล่าวกันก่อน ทำให้จะเกิดการเหยียบเบรกฉุกเฉินและกลายเป็นอุบัติเหตุอันน่าปวดหัวตามมาอีก
10. เปิดเลนพิเศษ
เปิดเลนพิเศษสามารถเห็นได้บ่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่รถติดมาก ๆ กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจะแทรกซ้ายบริเวณขอบทาง และเกิดอุบัติเหตุเพราะการไม่ยอมกัน คือหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำแม้จะมีจังหวะให้ทำแค่ไหนก็ตาม เพราะแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่แค่ปฏิบัติกันจนชินและหลงลืมไปมากกว่า
ค่าปรับของกฎหมายจราจรที่สำคัญและมักผิดกฎบ่อย
กฎหมายที่คนมักจะผิดและเสียค่าปรับอยู่บ่อย ๆ นั้นมักจะเป็นกฎหมายที่ผู้ขับขี่หลายคนมักจะมองข้าม ยกตัวอย่างเช่น
การขับรถเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจะเป็นการขับรถฝ่าสัญญาณไฟ ที่หลายคนคงทำจนเคยชิน ทว่ารู้หรือไม่ว่าบางจุดได้มีการติดกล้องเพื่อจับการกระทำเหล่านี้อย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่แยกใหญ่ ๆ ตามเขตในกรุงเทพมหานคร ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายข้อนี้จะมีโทษปรับไม่เกินถึง 1,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
แม้การเสียเงินจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับบางคน แต่การฝ่าฝืนกฎจราจรที่ออกแบบมาให้ทั้งตัวคุณและเพื่อนร่วมเส้นทางปลอดภัยเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ผลดีสักเท่าไรนัก
เนื่องจากไม่ใช่เพียงคุณคนเดียวที่เดือดร้อน แต่นั่นหมายถึงผู้ร่วมทางของคุณด้วย หากเป็นไปได้ ในการขับรถทุกครั้ง การนึกถึงกฎจราจรและปฏิบัติตามน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพื่อสร้างระเบียบและความปลอดภัยในถนนอย่างสูงสุด
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
หากจะพูดถึงหนึ่งในประกันที่ได้รับความนิยมรองจากประกันชั้นที่ 1 คงหนีไม่พ้นประกันชั้นที่ 3 ซึ่งประกันที่หลาย ๆ บริษัทมักจะแนะนำให้เราทำ หากใครกำลังมีข้อสงสัยว่าประกันชั้นนี้ดีไหม เทียบกับประกันชั้นอื่น ๆ เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน
ประกันรถชั้น 3 คืออะไร
ประกันชั้น 3 คือประกันแบบสมัครใจชนิดหนึ่ง ที่กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายแก่คู่กรณีเท่านั้น หรือหากจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือประกันชนิดนี้จะไม่คุ้มครองตัวผู้ถือกรมธรรม์ ตัวยานพาหนะของเจ้าของประกัน แต่จะคุ้มครองคู่กรณีของเราแทนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งประกันชนิดนี้จะทำได้เฉพาะรถโดยสารส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งวงเงินที่คุ้มครองจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
จุดเด่นของประกันรถชั้น 3
ประกันชั้นที่ 3 แม้จะคุ้มครองน้อยกว่าประกันชั้น 1 ,ประกันชั้น 2 หรือ ประกันชั้นที่ 2+ แต่ก็แลกมากับเบี้ยประกันที่มีราคาถูกกว่าหลายบาท โดยหากเราเป็นคนที่ใช้รถน้อยเบี้ยประกันต่อปีก็ยิ่งต่ำลงไปอีก เพราะว่าโอกาสที่เราจะเกิดอุบัติเหตุมีน้อยนั่นเอง ซึ่งราคาอาจจะตกเพียงปีละหนึ่งพันกว่าบาทเท่านั้นหรือหากตีเป็นวันก็จ่ายวันละไม่ถึง 10 บาทก็มี นอกจากนี้ยังรองรับรถเก่า ๆ อีกด้วย
สิ่งที่ประกันชั้นที่ 3 ไม่คุ้มครอง
ในส่วนของสิ่งที่ประกันชั้นที่ 3 ไม่คุ้มครองได้แก่
ภัยธรรมชาติ
ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมจนรถสตาร์ทไม่ติด ลูกเห็บตกใส่กระจกแตก ลมพายุพัดสิ่งของมาโดนรถเรา ไฟไหม้อันเกิดมาจากเรื่องต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเหตุแผ่นดินไหวจนอาคารจอดรถของเราถล่มก็ เกิดความเสียหายต่อตัวรถ เราไม่สามารถที่จะเรียกความคุ้มครองได้เลย ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง
อุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่เอง
บางคนอาจจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่ อาจจะไม่ได้ชำนาญในการขับขี่รถยนต์มากนัก การขี่รถไปเฉี่ยวกับเสาบ้าน ถอยหลังชนฝาบ้านจนฝาแท้แตก หรือขี่รถไปขูดกับถนนฟุตบาท ก็ไม่สามารถที่จะขอความคุ้มครองได้เหมือนกับประกันภัยประเภทอื่น ๆ ดังนั้นอาจจะต้องขี่รถด้วยความระมัดระวังมาก ๆ เพราะประกันของเราไม่ได้ครอบคลุมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
การโจรกรรม
หากรถของเราถูกขโมยเราไม่สามารถที่จะเรียกเอาความคุ้มครองได้ เนื่องจากประกันชั้นที่ 3 ไม่ได้คุ้มครองเรื่องนี้ รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อยู่ในรถ ดังนั้นหากคุณถือประกันชั้นนี้ พยายามหาที่จอดรถดี ๆ ครับผมไม่งั้นก็ต้องดาวน์รถใหม่อย่างเดียว
วงเงินที่น้อย(แล้วแต่กรมธรรม์)
แม้จะคุ้มครองอุบัติเหตุกับคู่กรณีทั้งในแง่ของการรักษาพยาบาลและความเสียหายกับตัวรถ แต่ก็มีวงเงินที่น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราดันโชคร้ายไปชนกับรถหรู เราอาจจะต้องเสียค่าส่วนต่างกันประกันเอง และไม่เหมาะกับนักขับรถมือใหม่อย่างยิ่ง
ไม่ครอบคลุมรถเช่าหรือรถรับจ้างสาธารณะ
สำหรับบริษัทไหนที่มีรถเช่าหรือว่ารถรับจ้างสาธารณะ ไม่สามารถที่จะซื้อกรมธรรม์ของประกันชั้น 3 ได้โดยจะต้องซื้อประกันประเภทอื่น ๆ แทน
ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร
สำหรับประกันชั้นนี้เหมาะสำหรับใครที่ใช้รถน้อย หรือมีรถหลาย ๆ คันแต่อยากที่จะประหยัดเบี้ยงประกันก็สามารถที่จะเลือกประกันชนิดนี้ได้ เนื่องจากการที่เราใช้รถน้อย ทำให้โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมีน้อยด้วยเช่นกัน การใช้ประกันชั้นที่ 1-2 และ 2+ อาจจะไม่คุ้มกับเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่าไหร่ เพราะจุดเด่นสำคัญของประกันชั้นนี้คือเบี้ยประกันมีราคาที่ถูก
ประกันชั้นที่ 3 ยังเหมาะสำหรับใครที่หมดสัญญากับกรมธรรม์ประกันรถยนต์ขั้นที่ 1 หรือ 2 และมีความคิดที่จะเปลี่ยนรถ ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
นอกจากนี้ประกันชั้น 3 ยังรองรับรถรุ่นเก่า ๆ อีกด้วย ทำให้ใครที่เป็นสายรถ Classic หรือชอบรถสมัยรุ่นพ่อก็สามารถที่จะสมัครประกันประเภทนี้ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากได้ประกันแม้ว่าจะขับรถเก่าขนาดไหน
ประกันชั้น 3+ คืออะไร
ประกันชั้น 3+ เป็นประกันประเภทที่ 5 ที่จะให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันชั้นที่ 3 แบบปกติไปอีกหนึ่งข้อคือ การคุ้มครองความเสียหายของรถผู้ถือกรมธรรม์ด้วย แต่จะไม่ได้วงเงินที่สูงเหมือนกับประกันชั้นอื่น ๆ และผู้ถือกรมธรรม์จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ อาจจะทำให้ในแต่ละปีเบี้ยประกันอาจจะไม่เท่ากัน
ประกันรถชั้น 3 ซื้อที่ไหนดี
ประกันชั้น 3 สามารถที่จะหาซื้อได้ทั่วไปกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ซึ่งจะมีราคาและการคุ้มครองที่ต่างกันแล้วแต่กรมธรรม์ของเรา ซึ่งประกันชนิดนี้เราสามารถที่จะนำไปเพื่อต่อทะเบียนรถได้อีกด้วย
เอกสารที่นิยมใช้ในการสมัครประกันประเภทที่ 3
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนรถยนต์
นอกจากนี้บริษัทประกันบางแห่งอาจจะต้องขอใบตรวจสถาพรถและจำกัดรุ่นรถที่จะซื้อกรมธรรม์นี้อีกด้วย อาจจะรวมไปถึงรถจะต้องมีสภาพและอะไหล่เดิมจากโรงงานด้วยในบางกรณี ดังนั้นอาจจะต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้ดี
สรุป
ประกันชั้นที่ 3 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์หลายท่าน ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้รถยนต์หรือว่ามีรถที่เก่าแล้ว แต่ก็อยากจะได้ประกันรถถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก แต่ก็แลกมากับการคุ้มครองที่น้อยกว่าประกันชั้นอื่น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องประกันภัยชั้น 3 ที่เรานำเสนอในวันนี้ หากเพื่อน ๆ ต้องการความรู้เรื่องรถยนต์ด้านอื่น ๆ ก็สามารถที่จะเข้ามาดูได้ที่ Kaidee Blog ที่เราได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้อย่างครบครัน หรือหากใครอยากซื้อรถก็สามารถที่จะเข้าไปหาซื้อได้ที่ Kaidee Auto ได้เลย เรามีรถให้เลือกหลายรุ่นพร้อมราคาที่สุดประทับใจ