มือใหม่ควรรู้ ก่อนคิดลงทุนอสังหาฯ ให้รอดและรุ่ง !

มือใหม่ควรรู้ ก่อนคิดลงทุนอสังหาฯ ให้รอดและรุ่ง !

ถ้าพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วการลงทุน
อสังหาฯ นับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่คิดจะลงทุนทั้งที .. ความเข้าใจของการลงทุนแต่ละประเภทก็เป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อผลดีอาจตามมาในภายภาคหน้า ไม่มานั่งเสียใจภายหลัง
แล้วมือใหม่อย่างเราควรรู้อะไรบ้างก่อนลงสนามจริง วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้ว

อสังหาริมทรัพย์คืออะไร?

อสังหาริมทรัพย์คือ (Real Estate) หรือสิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องอยู่ติดกับที่ (Immovable)
เช่น คอนโดมิเนียม อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไปจนถึงที่ดิน และทรัพยากรตามธรรมชาติที่อยู่กับที่ดินนั้น ไม่ว่าจะเป็นดิน แม่น้ำ ฯลฯ

ซึ่งจะตรงกันข้ามกับสังหาริมทรัพย์ ที่หมายถึง สิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ (Movable) เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เป็นต้น และถ้ามีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร บ้านเรือน ในทางกฎหมายแล้วต้องทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น โฉนด หรือทะเบียนที่ดินเป็นเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ๆ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นทรัพย์สินทีมีมูลค่าสูง จึงต้องมีกฎหมายควบคุมเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ประเภทของอสังหาริมทรัพย์

ในทางกฎหมายมีการแบ่งอสังหาริมทรัพย์ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. ที่ดิน เช่น พื้นที่ราบ ภูเขา พื้นที่ชายฝั่งทะเล เป็นต้น
2. ทรัพย์ที่ประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน เช่น หิน ดิน ทราย
3. ทรัพย์สิทธิ เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน สิทธิครอบครองที่ดิน สิทธิจำนองที่ดิน เป็นต้น
4. ทรัพย์ติดที่ดินทั้ง 2 แบบ คือแบบที่ติดกับที่ดินโดยธรรมชาติ เช่นต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่นั้นมาอย่างยาวนาน และแบบทรัพย์ที่ติดกับที่ดินโดยมีผู้นำมาติด ยกตัวอย่างเช่น สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เราเห็นกันโดยทั่วไป ตั้งแต่บ้าน คอนโด ตึกออฟฟิศ รวมไปถึงอาคารต่าง ๆ

นอกจากการแบ่งประเภทตามกฎหมาย อสังหาฯยังมีการจัดกลุ่มตามลักษณะการประกอบธุรกิจหรือการใช้ประโยชน์ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์โฮม หอพัก อพาร์ตเมนต์
2. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม ตลาด ออฟฟิศ
3. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม ห้องเย็น คลังสินค้า
4. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน เช่น โรงแรม โฮสเทล รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ
5. อสังหาริมทรัพย์เพี่อการเกษตร เช่น ไร่ นา สวน หรือพื้นที่ประโยชน์ที่ดินเพื่อการทำเกษตรกรรม

ปัจจัยหลักในการลงทุนอสังหาฯ

  1. ตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
  2. ราคา
  3. ทำเล
  4. ปริมาณอสังหาฯ
  5. ความต้องการซื้ออสังหาฯ
  6. อัตราดอกเบี้ย
  7. มาตรการของภาครัฐ

ทำความรู้จักการลงทุนอสังหาฯ ประเภทต่าง ๆ

ลงทุนแบบเก็งกำไร

นักลงทุนมือใหม่มักลงทุนในรูปแบบดังกล่าว ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ ได้ผลตอบแทนเร็ว อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นการลงทุนกับใบจองห้องชุดในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมขายใบจองในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ตนเองได้จองไว้

สำหรับเงินลงทุนในการซื้อใบจองจะอยู่ที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และตัวทำเลของโครงการ ส่วนโครงการที่ปล่อยง่าย และได้กำไรสูง มักอยู่ในย่านชุมชน ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน

แต่การลงทุนประเภทนี้ต้องศึกษาเรื่องความต้องการของผู้ซื้อ รวมถึงจำนวนโครงการคอนโดที่ขายและเรื่องของทำเลอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ขายใบจองได้รวดเร็วและไม่ขาดทุน

ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน

อีกหนึ่งประเภทของการลงทุนที่ได้รับความนิยมในวงการนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าว อาจต้องมีเงินเย็นหรือเงินเก็บในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต ประกอบกับการที่ต้องใช้เงินส่วนนี้ในการเลือกซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด หรือแม้แต่ที่ดิน เพื่อปล่อยเช่าเป็นรายเดือน

ซึ่งนักลงทุนสามารถตกแต่งห้องหรืออสังหาฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯ ที่ปล่อยเช่าได้อีกด้วย แต่การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือนจำเป็นต้องเลือกทำเลที่ดี มีราคาที่เหมาะสม เพื่อเปรียบเทียบกับความเป็นไปได้ของการตั้งราคาค่าเช่า สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่ายิ่งอสังหาฯ ทำเลดีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถตั้งราคาเช่าได้สูงมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเป็นดังนั้นนักลงทุนก็จะได้ผลกำไรที่มากขึ้นด้วย

ลงทุนปล่อยเช่ารายวัน

การลงทุนปล่อยเช่าแบบรายวัน มีความคล้ายคลึงกับการปล่อยเช่าแบบรายเดือน แต่จะแตกต่างตรงที่รูปแบบของการปล่อยเช่ารายวันจะเหมาะกับอสังหาฯ ที่ทำเลตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยว เช่น ทองหล่อ ถนนข้าวสาร หรือจังหวัดยอดนิยมอย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ

เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก นักลงทุนอสังหาจึงสามารถใช้โอกาสนี้ในการตกแต่งบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่คอนโด ให้กลายเป็น Hostel หรือ Airbnb เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว เวลาพวกเขาค้นหาห้องหรือบ้านพักในราคาที่ถูกกว่าโรงแรม

นอกจากนั้นการตกแต่งก็นับว่าเป็นตัวช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเช่นกัน นักลงทุนจึงควรใส่ใจและพยายามตกแต่งให้ดูทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา

ลงทุนรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

รูปแบบสุดท้ายของการลงทุนด้านอสังหาฯ คือการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด ในรูปแบบมือสองหรือแบบห้องใหม่โครงการใหม่ ที่ถูกทอดขายในตลาดมาตกแต่งใหม่ตามสไตล์ต่างๆ ตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งรูปแบบการลงทุนนี้จะเน้นลงทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนสูง แต่นักลงทุนบางคนอาจเลือกซื้ออสังหาฯ จากสถาบันการเงิน หรือกรมบังคับคดี เพื่อมาตกแต่ง แต่ทำเลที่ได้มักจะอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ แต่โครงสร้างมีความแข็งแรง และราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ

นักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจกลัวความรู้สึกว่าตนเองกำลังขาดทุน ซึ่งการลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ ก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ อีกทั้งรูปแบบของการลงทุนประเภทนี้ สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับนักลงทุนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ต่อเนื่องอย่างไร อธิบายแบบเห็นภาพก็คือเพียงมีเงินแค่หลักพัน ก็สามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาวได้แล้ว และยังได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

เพราะการลงทุนทุกครั้งก็มักจะมาคู่กับสิ่งเหล่านี้เสมอ ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดี ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ พยายามปรับปรุงจุดแข็งจุดอ่อนอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นหลักการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อคิดว่าพร้อมแล้ว เลือกการลงทุนที่ใช่แล้วลงมือได้เลย อนาคตคุณอาจจะรวยจากการลงทุนก็ได้ใครจะรู้

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ CO-CEO หนุ่ม แห่ง Origin Condominium กับแนวคิดเพื่อ Next Generation

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ CO-CEO หนุ่ม แห่ง Origin Condominium กับแนวคิดเพื่อ Next Generation

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ CO-CEO หนุ่ม แห่ง ORIGIN Condominium กับแนวคิดเพื่อ Next Generation

Kaidee Property วันนี้เราจะพาคุณไปพบกับมุมมองสุด Exclusive ของคุณบู้ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ Co-CEO หนุ่มของอสังหาฯ ชื่อคุ้นหูอย่าง ORIGIN Condominium ที่มีต่อภาพรวมอสังหาฯ หลังวิกฤติ Covid-19 กับ Trend Gen Z ในยุคปัจจุบัน

คุณบู้ Co-CEO ที่มีไลฟ์สไตล์สุด Gen Z เริ่มค้นหาตัวเองจากการเริ่มต้นทำงานกับบริษัทสิ่งพิมพ์ จากนั้นก็บริษัทสี จนมาถึงบริษัททางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง ORIGIN โดยคุณบู้กล่าวว่าการได้เรียนรู้ในหลายสายงานทำให้ตนเองได้เรียนรู้ทั้งทางด้านการตลาด การขาย สั่งสมประสบการณ์มาจนถึงในปัจจุบันที่ทำให้เขาสามารถนำทุกองค์ความรู้มาปรับใช้

Gen Z เป็นคนรุ่นใหม่
ที่กำลังจะมีบทบาทในอนาคต

อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ

สำหรับบทสัมภาษณ์ตัวเต็มสามารถรับชมได้ใน Youtube

อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ: “ทำยังไงให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ง่ายที่สุด”

Kaidee Property: ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

คุณอภิสิทธิ์: ภาพรวมอสังหาฯ ตอนนี้ต้องบอกว่าถือว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างยากในตลาด เพราะว่าเราเจอสถานการณ์ Covid-19 เข้ามาในปีที่แล้ว แต่โดยรวมแล้วปีนี้น่าจะเป็นปีที่ทุกแบรนด์เริ่มมีภูมิต้านทานกันแล้ว ผมเชื่อว่า Developer ทุกแบรนด์จะมีการเตรียมพร้อมในการปรับตัวเพื่อที่จะลุยตลาดอสังหาฯ ปีนี้ก็คิดว่าตลาดอสังหาฯ น่าจะดีขึ้น ดูตัวเลขแล้วอยู่ประมาณสัก 20% ที่คาดว่าน่าจะเติบโต

Kaidee Property: แสดงว่าเป็นช่วงที่เหมาะในการซื้อบ้านและคอนโด?

คุณอภิสิทธิ์: ถือว่าเป็นช่วงที่ดีเพราะว่าในช่วงนี้มีหลายแบรนด์ที่มีโปรโมชั่นและราคาพิเศษออกมาจูงใจผู้บริโภค ถ้าตลาดมีการปรับเปลี่ยนหรือทุกอย่างกลับมาดีขึ้น ราคาก็จะกลับมาสูงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์

Kaidee Property: อยากทราบที่มาของ Concept “Origin Next Normal” และการเปิดตัวของ Event Prop ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจาก Sale Office ไปสู่การจองคอนโดผ่านช่องทางออนไลน์ที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุดเพื่อเข้าสู่ตลาด Mid – Entry ของ The ORIGIN

คุณอภิสิทธิ์: ปีที่แล้วเราเจอสถานการณ์ Covid เข้ามา เพราะฉะนั้นวิธีการทำงานเราต้องเปลี่ยน สิ่งที่เราสนใจคือการ Connect กับลูกค้าผ่าน Online เรามานั่งคิดว่าทำยังไงให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ง่ายที่สุด และได้รับ Product ที่ดีที่สุดในราคาที่ดีที่สุด นั่นเป็นที่มาของ Event Prop หรือการจองคอนโดผ่านออนไลน์ เราให้ลูกค้าไปเจอเราที่ออนไลน์โดยการ Simulate ตัว Sale Office ไปที่ Online ทั้งหมด เพราะฉะนั้นลูกค้าก็สามารถจองคอนโดได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาเจอเรา ทั้งนี้เราก็มีทีม Support คอยดูแลลูกค้าอยู่ นั่นก็คือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามี Concept “ORIGIN Next Normal”

Kaidee Property: โฟกัสที่เป็นคนรุ่นใหม่เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เปลี่ยนไป = Gen Z?

คุณอภิสิทธิ์: Target Group ของ The ORIGIN ที่เรามองคือ ​Gen Z อยู่แล้ว เพราะคนรุ่นนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะมีบทบาทในอนาคต แล้วก็เขามีโอกาส Growth ในข้างหน้า อีก 3 ปี 5 ปี 10 ปี เขาก็จะเป็น Market หนึ่งที่เรามอง เขาเรียกว่า Virgin Financial คือไม่มีภาระหนี้สินเยอะ ก็ตอบโจทย์ของปัญหาของ LTV ที่เกิดขึ้นที่ทำให้กู้ยากขึ้น

Kaidee Property: ถ้า Gen Z กำลังฟังอยู่อยากจะบอกอะไรพวกเขา?

คุณอภิสิทธิ์: คนรุ่นนี้กล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าลงมือทำ และ Creative เราอยากให้เขาเติบโตและได้รับสิ่งที่ดีๆ กล้าที่จะทำอะไรในสิ่งที่เขาคาดหวังไว้ เพราะพวกเขาคือคนที่จะโตไปในวันข้างหน้า และเป็นกำลังหลักของประเทศ

Kaidee Property: อยากจะให้คนรุ่นใหม่ นึกถึง The ORIGIN ในแบบไหน?

คุณอภิสิทธิ์: อยากให้เขานึกถึงแล้วอยู่ได้อย่างมีความสุข อยากให้เป็นบ้าน เป็นสิ่งที่เติมเต็มความฝันของเขา เติมเต็มในโอกาสที่เขาอยากทำ

โครงการ Mixed-Use คืออะไร ทำไมใครๆ ก็อยากลงทุน

โครงการ Mixed-Use คืออะไร ทำไมใครๆ ก็อยากลงทุน

หลายคนคงสงสัยว่า อะไรคือโครงการ Mixed-Use ทำไมต้อง “Mix” ทำตึกอสังหาฯ โดยมุ่งเป้ากลุ่มเดียวไปเลยไม่ได้เหรอ วันนี้ Kaidee Property มีคำตอบมาให้คุณ

โครงการ Mixed-Use คืออะไร

โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) คือการผสมผสานการใช้งานของอสังหาฯเข้าด้วยกันเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อย้อนกลับไปมองอดีต เทรนด์ Mixed-Use เริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 (ค.ศ. 2017) และเริ่มกลายเป็นเทรนด์ฮิตขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน

จากแต่เดิมที่เหล่า Developer นิยมทำตึกสำนักงานรวมกับร้านค้าเชิงพาณิชย์ดังที่เราเห็นได้ทั่วไปตามสีลมและสาทร Developer หลายแบรนด์เริ่มหันกลับมามองการ Mix การใช้งานแบบอื่น ๆ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้น

ในการ “Mix” การใช้งานแบบอื่นๆ นั้น แน่นอนว่าผสมแบบตามใจไม่ได้เนื่องจากทุก Developer  ล้วนมุ่งให้ตึกของตนนั้นมีผู้บริโภคมาใช้งานให้มากที่สุด หากอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ EIC การผสมผสานจุดประสงค์การใช้งานที่ส่งเสริมกันมากที่สุดประกอบไปด้วย

1.ที่อยู่อาศัย+สำนักงาน

2.ตึกเพื่อการเรียนการศึกษา+สำนักงาน

3.ตึกเพื่อการเรียนการศึกษา+พื้นที่สันทนาการ

4.โรงแรม+สำนักงาน

5.โรงแรม+พื้นที่เชิงพาณิชย์

6.พื้นที่เชิงพาณิชย์+สำนักงาน

7.พื้นที่เชิงพาณิชย์+พื้นที่สันทนาการ

mixed use synergy
ขอขอบคุณภาพจาก EIC

ผลกระทบทางบวกและทางลบของมิกซ์ยูส

เป็นที่แน่นอนว่าเทรนด์ของ Mixed-Used จะเพิ่มการแข่งขันทางการตลาดของอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากตึกอสังหาฯ ส่วนมากในปัจจุบันเป็นประเภท “Single-Use”ซึ่งตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคเพียงด้านเดียวและการเข้ามาของ Mixed-Use สามารถตอบสนองผู้บริโภคได้มากกว่า

จากกราฟวิเคราะห์อัตราการเช่าพื้นที่ออฟฟิศของ EIC พบว่า อัตราการเช่าพื้นที่ออฟฟิศเริ่มลดลงมาตั้งแต่ ปี 2018 หลังจากการเข้ามาของเทรนด์ Mixed-Used เพียงปีเดียว และลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบันดังภาพ

mixed use occupancy rate
ขอขอบคุณภาพจาก EIC

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการมาของตึก Mixed-Use จะมีแต่ผลกระทบทางลบเสมอไป หากโครงการมิกซ์ยูสนั้นตั้งอยู่ที่นอกเมืองสักหน่อย และวิธีการทำกำไรของโครงการนั้นแตกต่างกับพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบ จะทำให้เกิดผลทางบวกอย่างมากเนื่องจากโครงการจะดึงผู้บริโภคจำนวนมากเข้าพื้นที่ ดังเช่น โครงการ ICONSIAM ที่เพิ่มยอดจองห้องของโรงแรมรอบแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคตามร้านภัตตาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีกด้วย

โครงการมิกซ์ยูสมาแรง

เมื่อโอกาสทางการตลาดอยู่ตรงหน้า เหล่า Developer ต่างก็ปล่อยโปรเจคมิกซ์ยูสออกมากันพอสมควร ซึ่ง Kaidee Property จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือในเมือง(CBD) และนอกเมือง

ในเมือง (CBD)

1.ดุสิต เซนทรัลพาร์ค

Dusit Central Park
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Dusit Central Park

สำหรับที่ตั้งของโครงการนี้เรียกได้ว่าพอเหมาะพอเจาะ เพราะตั้งอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานีเดิม ใกล้กับ BTS ศาลาแดง

ดุสิต เซนทรัลพาร์คจะเป็นการ Mix ระหว่าง โรงแรม, อาคารที่พักอาศัย และสำนักงาน โดยที่ 8 ชั้นแรกจะเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ Central โดยรวมคาดว่าโครงการจะสร้างเสร็จประมาณปี 2567

2.One Bangkok

one bangkok
ขอขอบคุณรูปภาพจาก One Bangkok

มาต่อกันที่โครงการที่อาจเรียกได้ว่าเป็น Mega Project เนื่องจากประกอบไปด้วยโรงแรม, อาคารสำนักงาน, พื้นที่อยู่อาศัย และอาคารสำหรับใช้ประชุมหรือจัดนิทรรศการ

จุดเด่นของโครงการนี้จะอยู่ที่ “ตึกพิกุลทาวเวอร์” ซึ่งมีความสูงถึง 92 ชั้น ส่วนความอลังการคงต้องรอดูว่าตอนสร้างเสร็จใน Phase แรก ปี 2565 จะสุดยอดขนาดไหน

ส่วนทำเลก็ดีไม่แพ้กับดุสิต เซนทรัลพาร์ค เพราะตั้งอยู่ใกล้ MRT ลุมพินีใกล้ถนนวิทยุ ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าเมื่อสร้างเสร็จคงมีผู้คนเข้าจับจองพื้นที่กันไม่น้อยเลย

3.Samyan MitrTown

Samyan_Mitrtown_สามย่านมิตรทาวน์
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Wikipedia

ทำเลของโครงการนี้นับว่าดึงดูดผู้บริโภคอย่างสูงสุด เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับ MRT สามย่าน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอย่างมาก 

ในส่วนของการ Mix การใช้งาน โครงการนี้ประกอบไปด้วย พื้นที่เชิงพาณิชย์ใน 6 ชั้นแรก และที่เหลือเป็นส่วนที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียม

จุดเด่นของโครงการนี้คือมีโซนที่เปิด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเอาใจฐานลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษา ซึ่งจะมี ร้านค้า, ฟิตเนส และ Co-Working Space คอยเปิดให้บริการ

นอกเมือง

1.Bangkok Mall

Bangkok Mall
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Wikipedia

โครงการนี้จะตั้งอยู่บริเวณบางนาบนถนนสายสุขุมวิท โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่นอกเมืองไปสักหน่อย

คอนเซ็ปต์ของโปรเจคนี้คือการสร้างเมืองเล็กๆ ในโครงการของตัวเอง จึงมีการ Mix รูปแบบอาคารหลายรูปแบบมากซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่ศูนย์การค้า, สวนสนุก, โรงแรม, อาคารสำนักงาน, และพื้นที่พักอาศัย

ส่วนกำหนดการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการทั้งโครงการคือภายในปี 2567

2.The Forestias

foretias
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Expat life in Thailand

ที่ตั้งของโครงการนี้จะตั้งอยู่บนถนนบางนา ตราด ตรงช่วงกิโลเมตรที่ 7 และด้วยความที่ตั้งอยู่นอกเมืองนี่เองที่ทำให้คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้แตกต่างจากโครงการ Mixed-Use อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้คือการสร้างป่าและเมืองไว้ด้วยกัน โดยพื้นที่ใช้สอยจะประกอบไปด้วย คอนโดมิเนียม, บ้านเดี่ยว, พื้นที่เชิงพาณิชย์, อาคารสำนักงาน, และโรงแรม

3.The Grand Rama 9

Grand Rama9
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Grandcannalland

โครงการนี้ตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกอบไปด้วย 3 อาคาร ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักๆ คือเน้นพื้นที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม

ส่วนจุดประสงค์การใช้งานจะผสมผสานระหว่าง พื้นที่เชิงพาณิชย์, อาคารสำนักงาน, โรงแรม และคอนโดมิเนียม

ในเรื่องกำหนดการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565

สรุปท้ายบทความ

Mixed-Use Project นับได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังปังอย่างแท้จริง เมื่อตลาดอสังหาฯ กำลังประสบปัญหา Over Supply จากอาคารประเภท Single-Use หรืออาคารสำนักงานแบบเดี่ยวๆ Kaidee Property เชื่อว่าการเข้ามาของเทรนด์สุดปังอันนี้นั้น จะช่วยให้ตลาดอสังหาฯ ปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น และเนื่องจากมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคและผู้ใช้บริการก็จะได้รับสิ่งดีๆ ตามไปด้วย

Welcome to Aging Society: 3 บ้านพักคนชราสุดหรู

Welcome to Aging Society: 3 บ้านพักคนชราสุดหรู

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าหนุ่มสาววัยรุ่นยุคนี้นิยมใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงและโฟกัสกับตัวเองมากขึ้น เหตุผลนี้ทำให้อัตราการเกิดและอัตราของวัยทำงานที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานน้อยลง นำไปสู่การเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยหรือ “Aging Society” โดยสมบูรณ์ หากใครยังนึกภาพไม่ออก สามารถนำไปเปรียบกับญี่ปุ่นได้ เพียงแต่ญี่ปุ่นนั้นเข้าสู่สังคมสูงวัยนานแล้ว แต่สำหรับไทยนั้นเพิ่งจะเริ่มต้น

ขอขอบคุณภาพจาก EIC

จากการวิเคราะห์ของ EIC พบว่ากลุ่มของผู้สูงอายุนั้นเพิ่มขึ้นถึง 12 % และจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 18 % ภายใน 8 ปีนับจากปี 2021 ทั้งนี้รูปแบบการใช้จ่ายของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อนั้นจะโฟกัสไปที่การทำให้ชีวิตของตนนั้นสะดวกสบายขึ้น โดยที่ 82 % นั้นจะพุ่งเป้าไปยังที่อยู่อาศัยซึ่งรองรับกลุ่มสูงวัยหรือถูกออกแบบโดยคำนึงถึง Senior Living Design เป็นหลัก

3 โครงการบ้านพักคนชราสุดหรู

จากข้อมูลที่กล่าวมา เหล่า Developer ต่างก็วางแผนปล่อยโครงการออกมาตอบสนอง Demand กันยกใหญ่เกือบทุก Segment ตั้งแต่ราคาหลักแสนไปจนถึงหลักล้าน ในวันนี้ Kaidee Property จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 3 โครงการบ้านพักคนชราสุดหรูที่จะทำให้ชีวิตวัยเกษียณของคุณเข้ารู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างเต็มเปี่ยม

1. จิณณ์ เวลบีอิ้ง

ที่ตั้ง: อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 

ราคาเริ่มต้น: 4,100,000 บาท 

สิทธิ์: ขายขาด

ค่าส่วนกลาง: 60 บาท/ตร.ม./เดือน

ค่าบริการ: 1,500 บาท/คน/เดือน

jin wellbeing
ขอขอบคุณภาพจาก Jin Wellbeing

ด้วย concept ที่อยากให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกว่าตนได้รับการดูแลอย่างเต็มเปี่ยมทั้งร่างกาย ใจ และจิตวิญญาณ (Body, Soul, Spirit) จิณณ์ เวลบีอิ้ง ได้ให้บริการคุณแบบครบวงจรทั้งแพทย์ พยาบาล และยังมีรถรับส่งไปโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่เพียงแค่หน้าโครงการ  เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ คุณก็ไม่ต้องกังวลใจใดๆ อีกต่อไปเพราะ จิณณ์ เวลบีอิ้ง จะดูแลคุณตั้งแต่การขนย้ายของออกจากที่พักอาศัยเดิม ไปจนถึงการปรุงอาหารโดยนักโภชนาการให้คุณตามความเหมาะสมของร่างกาย

JIn wellbeing2
ขอขอบคุณภาพจาก Jin Wellbeing

ตัวโครงการจะมีทั้งหมด 5 อาคารคือ คือ อาคารสิริ, อาคารสราญ, อาคารรุ่งเรือง, อาคารร่มเย็น และอาคารรื่นรมย์ การตกแต่งจะเป็นแบบโมเดิร์น ลดทอนความซับซ้อนของการออกแบบเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยเน้นไปที่โทนสีแบบ Earth Tone ทำให้ดูแล้วสบายตา

Jin-Wellbeing3
ขอขอบคุณภาพจาก Jin Wellbeing

ส่วนเรื่อง Security ก็สมกับเป็นยุคของ Smart Home เพราะโครงการนี้มีระบบติดตามตัวอัจฉริยะ (Tracking System) และระบบแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่ให้คุณสามารถกดขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อรู้สึกไม่สบาย

Jin-well-being4
ขอขอบคุณภาพจาก Jin Wellbeing

ในเรื่องของส่วนกลางที่โครงการจัดมาให้นั้นก็เรียกได้ว่าเอนเตอร์เทนเหมาะสมกับวัย เช่น  ห้องคาราโอเกะ, สระออกกำลังกาย, ห้องปฐมพยาบาล, ห้องทำสมาธิสวดมนต์, ห้องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย และห้องกิจกรรมอเนกประสงค์

ขอขอบคุณภาพจาก Jin Wellbeing

2. วิลล่ามีสุข เรสซิเดนท์เซส

ที่ตั้ง: อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

ราคาเริ่มต้น: 3,400,000 – 5,500,000 บาท 

สิทธิ์: ขายขาด

โครงการนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คอนโดมิเนียมและวิลล่า โดยยังมีคลินิกเฉพาะโรคสำหรับ Dementia, Alzheimer’s Disease, Parkinson’s Disease, Stroke ภายในตัวโครงการอีกด้วย

villa meesuk
ห้องแบบวิลล่า
ขอขอบคุณภาพจาก วิลล่ามีสุข

จากการสร้างและออกแบบจากคอนเซปต์ “Smart Senior Home System” การร่วมทุนจาก Panasonic วิลล่ามีสุขได้จัดสรรอุปกรณ์อัจฉริยะไว้รอบๆ เช่น i-Pro Extreme Camera, IP Intercom, Emergency Button และ Video Intercom ฯลฯ เพื่อให้ติดต่อกับผู้ดูแลได้โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี พื้นกันกระแทกแบบ Soft Floor ในส่วนพักผ่อนเพื่อความปลอดภัยของคุณ

villa meesuk2
ห้องแบบคอนโดมิเนียม
ขอขอบคุณภาพจาก วิลล่ามีสุข

การพักผ่อนหลังเกษียณของคุณจะเต็มไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย ด้วยพื้นที่ส่วนกลางและกิจกรรมแบบจัดเต็ม เช่น นวดผ่อนคลาย,ทำผม, สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมจากุซซี่ และบริการนำเที่ยวตามประเพณี

villa meesuk facility
ขอขอบคุณภาพจาก วิลล่ามีสุข

ทั้งนี้พื้นที่โครงการจะถูกแบ่งออกเป็น 4 โซน เพื่อคืนสมดุลให้กับชีวิตให้ได้มากที่สุด คือ Active Living, Assisted Living, Private Clinic, School & Daycare Clubhouse

3. แสนสรา แอท แบคเม้าท์เท่น

ที่ตั้ง: อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ราคาเริ่มต้น: 6,900,000 บาท

สิทธิ์: สำหรับเช่า 30 ปีเท่านั้น (สามารถต่อสัญญาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี)

ด้วยความที่โครงการแสนสรานั้น ตั้งอยู่ติดกับสนามกอล์ฟแบล็คเมาท์เทน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่พักใจแห่งนี้เหมาะกับคนวัยเกษียณเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นที่พักแบบวิลล่าริมสระน้ำหรืออพาร์ตเมนต์สุดหรู ทุกยูนิตก็สามารถเห็นวิวแฟร์เวย์เขียวชอุ่มของสนามกอล์ฟแบล็คเมาท์เทน

Sansara-surroundings
ขอขอบคุณภาพจาก แสนสรา

ที่พักอาศัย ณ โครงการแสนสรานั้นมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบคือ แบบวิลล่าและอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งจะถูกแบ่งแยกย่อยออกไปอีกตามสไตล์การตกแต่ง ขนาดของห้อง และแบบแปลน

วิลล่านั้นจะมีให้เลือก 3 แบบ ซึ่งขนาดจะอยู่ระหว่าง 256 – 277 ตารางเมตร แตกต่างกันไปตามจำนวนห้องนอน ยูนิตในระยะที่ 1 ของวิลล่าริมสระน้ำนั้น มีทั้งหมด 12 ยูนิต ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 21.184 ล้านบาท

Sansara room
ขอขอบคุณภาพจาก แสนสรา

ส่วนอพาร์ตเมนต์วิวสนามกอล์ฟนั้น มีให้เลือกแบบ 1 หรือ 2 ห้องนอน มีพื้นที่ตั้งแต่ 59 – 143 ตารางเมตร ยูนิตในระยะที่ 1 นั้นมีทั้งหมด 50 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 6.9 ล้านบาท

ขอขอบคุณภาพจาก แสนสรา

แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพหลังวัยเกษียณเป็นเรื่องสำคัญ ทางโครงการแสนสราเองก็คำนึงว่าจุดนี้เป็นหัวใจสำคัญจึงได้จัดหาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเครือโรงพยาบาลสินแพทย์ที่พร้อมดูแลคุณในทุกช่วงเวลา

นอกจากนี้ทุกๆ วันในช่วงหลังเกษียณของคุณจะมีแต่การพักผ่อนหย่อนใจแเพราะทางแสนสราได้จัดสรรกิจกรรมที่หลากหลายมาไว้เพื่อคุณ เช่น ชั้นเรียนที่จัดขึ้นมาเพื่อบริหารสมองอย่างการเรียนรู้ภาษาใหม่ หรือชมรมอ่านหนังสือ

หากคุณเป็นคนชอบออกกำลังกาย ที่นี่ก็มีชั้นเรียนออกกำลังกายที่ให้บริการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพ เช่น ชั้นเรียนชั้นเรียนไท้เก๊ก, โยคะ และเปตอง 

นอกจากนี้แสนสรายังมีกิจกรรมกลางแจ้งให้คุณได้พบปะเพื่อนบ้านเพื่อคลายความเหงา เช่น บาร์บีคิวกลางแจ้ง เลานจ์ ฯลฯ

ในส่วนของเรื่องความปลอดภัย แสนสราก็จัดหนักจัดเต็มด้วยระบบ Smart Home ที่ร่วมทุนกับ Samsung จนได้แอปพลิเคชัน Samsung SmartThings ที่สามารถควบคุมบ้านอัตโนมัติแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส

นอกจากนี้ ผู้พักอาศัยสามารถดูบริการทางด้านไลฟ์สไตล์และตรวจเชคความปลอดภัยที่บ้านได้โดยแอปพลิเคชัน Sansara SmartLife และด้วยระบบ Security และ เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ทุกๆ วันของคุณจะมีแต่ความปลอดภัยไร้กังวล ดังนั้นโครงการแสนสราเหมาะกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างแท้จริง

สรุปท้ายบทความ

เมื่อไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยหรือ “Aging Society” การใส่ใจในการออกแบบและคำนึงถึงเรื่อง Senior Living Design จึงเป็นเรื่องสำคัญ Kaidee Property จึงคัดสรร 3 โครงการบ้านพักสำหรับวัยเกษียณให้มาได้เลือกดูเลือกชมกัน ทาง Kaidee หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลนี้จะสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจของผู้อ่านในอนาคต