การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

ในยุคที่เทรนด์การแต่งบ้านกำลังมา ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล โมเดิร์น หรือคุมโทนสแกนดิเนเวียนด้วยเฟอร์นิเจอร์จากอิเกีย คุณไม่ใช่คนเดียวที่เลือกไม่ถูกว่าจะแต่งบ้านสไตล์ไหนดี แต่ไม่ว่าจะรักพี่เสียดายน้อง หรือลังเลเลือกไม่ถูก Kaidee Property ก็มีกฎการจัดบ้านง่ายๆ 10 ข้อมาฝากคุณ รับรองว่าแค่ทำตามนี้ บ้านก็ดูดีไปกว่าครึ่ง

10 ข้อควรระวังสำหรับบ้านทุกสไตล์

อยากจัดบ้านทั้งทีแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป วันนี้ Kaidee Property สรุปการจัดบ้านแบบ101 มาให้คุณแล้ว จะต้องโฟกัสอะไรกันบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1.ของสะสมฝุ่น

เคยไหมคะที่เดินผ่านชั้นวางของแล้วเห็นอะไรเยอะแยะยุบยับไปหมด ถ้าเคย นั่นอาจเป็นเพราะคุณวางของตกแต่งกระจุกกระจิกต่างๆ เช่น ตุ๊กตา กรอบรูป หรือโมเดลตัวเล็กๆ มากเกินไป ซึ่งของพวกนี้เมื่ออยู่รวมกันเยอะๆ แล้วไม่ก่อให้เกิดพลังบวกเท่าไร เพราะนอกจากจะสะสมฝุ่นแล้ว ยังทำให้มุมนั้นของคุณดูรกไปหมด

ทางแก้ก็คือลองเลือกวางของที่ทำให้คุณนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูเมื่อไหร่ก็ทำให้คุณมีกำลังใจและได้พลังบวกได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ “น้อยแต่มาก”

การเลือกเพียงแค่ของบางอย่างมาตั้งโชว์นี้จะทำให้คุณรักมุมๆ นี้ของคุณมากขึ้น เพราะมองไปเมื่อไรก็สบายใจและได้พลังบวก

2.จัดระเบียบการเก็บของซะใหม่

คุณควรทำตู้สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ แล้วเอาของที่ไม่ค่อยได้ใช้ ไปเก็บไว้ในที่เดียวกัน เพราะการเก็บของเป็นที่เป็นทางจะทำให้คุณหาของง่ายขึ้นเมื่อต้องการใช้ และยังทำให้บ้านของคุณดูสะอาดสบายตาขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตู้เก็บของนี้ควรเป็นตู้ที่มีฝาปิดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นมุมรกสายตาเหมือนอย่างในข้อแรกที่กล่าวไว้ อีกทั้งเรายังสามารถติดพวก Post-it หรือลิสต์ของที่เก็บไว้ในตู้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า ติดฝาทีเดียว ได้ประโยชน์สองต่อ

3.หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงเยอะเกินไป
หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงอาจดูเหมือนปัจจัยเล็กที่ไม่ค่อยสำคัญ แต่ลองนึกถึงภาพโซฟาที่มีแต่หมอนอิงเต็มไปหมด แถมยังสีไม่คุมโทนอีก แบบนั้นห้องนั่งเล่นของเราอาจดูไม่ค่อยน่ามองเท่าไร

คำแนะนำจาก Kaidee คือให้ลองใช้หมอนอิงแบบที่ปลอกสามารถถอดเปลี่ยนได้ เพราะจะทำให้เราสามารถเปลี่ยนสไตล์ไปมาได้ตามใจชอบโดยที่ไม่ต้องซื้อหมอนอิงมาเพิ่ม เพียงแค่ซื้อปลอกมาเปลี่ยนตามอารมณ์แทนเท่านั้น แถมปลอกหมอนยังหาที่จัดเก็บง่ายกว่าหมอนอิงทั้งใบและไม่เปลืองเนื้อที่มากอีกด้วย

4.กรอบรูปกระจัดกระจาย

สำหรับคนที่ชอบดูรูปแล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆ การติดรูปไว้บนผนังอาจจะดูเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดในการย้อนรำลึกวันวาน แต่เมื่อรูปมันเริ่มเยอะมากเกิน เราก็ต้องจัดหมวดหมู่กันเสียหน่อย

การติดรูปบนผนังนั้นต้องต้องการความใส่ใจเล็กน้อย โดยลองจัดกลุ่มให้กรอบรูปอยู่ใกล้ๆ กันดู เช่น กลุ่มนี้สำหรับรูปภาพวัยเด็ก ส่วนอีกกลุ่มเป็นรูปภาพจากงานสังสรรค์ เป็นต้น

การจัดหมวดหมู่แบบนี้นอกจากจะทำให้ผนังดูโล่งและเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น ยังทำให้เราสามารถเลือกดูภาพได้ตามหมวดหมู่อีกด้วย

5.เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

Inhouse plant
เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

ดูจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในบ้านเราแบบนี้ Kaidee เห็นด้วยว่าเราควรจะมีต้นไม้สักต้นสองต้นในห้อง อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญอยู่ที่เราต้องโฟกัสการเลือกชนิดและไซส์ของต้นไม้

จริงอยู่ที่ต้นไม้บางชนิดช่วยฟอกอากาศและทำให้บ้านดูสดชื่น แต่หากเลือกมาผิดไซส์แล้ว ห้องกว้างๆ จะดูเหมือนป่าเอาได้ หากเพดานห้องคุณสูงเพียง 2 เมตร ต้นไม้ประดับไม่ควรสูงเกิน 1 เมตร และควรเลือกชนิดที่ไม่แผ่กิ่งก้านสาขา หรือพุ่มไม่ใหญ่มากนัก เพียงเท่านี้ห้องของคุณจะดูสดชื่นเหมือนมีสวนเล็กๆ ส่วนตัว

6.ผนังไม่เคยว่าง

สำหรับคนที่รักการแต่งบ้านเป็นชีวิตจิตใจที่เวลาไปไหนก็จะต้องมีของติดไม้ติดมือกลับมาตกแต่งบ้านด้วยเสมอ อาจจะพบปัญหาที่ว่า “ผนังเต็ม” และ “ไม่รู้จะเอาชิ้นนี้ไว้ติดไว้ตรงไหนดี”

ทางแก้ที่ Kaidee แนะนำคือ ลองสับเปลี่ยนของตกแต่งทุกๆ 3 เดือน วิธีนี้เราจะไม่ต้องเพิ่มของบนผนังไปเรื่อยๆ แต่เลือกที่จะเอาอันใดอันหนึ่งลง แล้วเอาอันใหม่ติดขึ้นไปแทน ส่วนเวลาติดก็ให้เว้นช่องไฟด้วยสักหน่อย จะได้รู้สึกว่ามีพื้นที่ว่างบนผนังบ้าง

อีกข้อหนึ่งคือพยายามจัดมุมตกแต่งไว้แค่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ไม่ใช่ติดไปทุกผนัง ลองปล่อยให้ผนังห้องว่างบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกสบายตาขึ้นไม่มากก็น้อย

7.พรมผิดไซส์

Living Room
ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่

พรมดูเหมือนของที่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไร แต่หากขาดไปหลายคนก็คงรู้สึกว่าห้องนั่งเล่นมันโล่งแปลกๆ เพราะเหตุนี้พรมจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องเลือกอย่างใส่ใจ

การจัดโซนของห้องทำได้ง่ายๆ ด้วยการปูพรม สิ่งสำคัญคือต้องเลือกไซส์ให้พอดีกับขนาดพื้นที่ว่างระหว่างโซฟากับโต๊ะรับแขก แต่ถ้าหากพลาดซื้อพรมที่มีขนาดเล็กกว่าพื้นที่มาแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่ตรงส่วนนั้น แถมยังเป็นการซ่อนพื้นที่ว่างไว้อีกด้วย

8.ผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกัน

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยประสบกับเหตุการณ์ “รักพี่เสียดายน้อง” รักมินิมอลแต่ก็แอบขี้เกียจคุมโทนทั้งบ้าน แล้วไปๆ มาๆ การตกแต่งก็ผสมปนเป ไม่ไปทางไหนสักทาง แถมยังผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกันอีกต่างหาก

ทางแก้ที่เราจะเสนอก็คือ “ต่างห้องต่างสไตล์” ให้ลองแบ่งห้องตามสไตล์การตกแต่ง เช่น ห้องนั่งเล่นมินิมอล แต่ห้องนอนโมเดิร์น เป็นต้น วิธีแก้อันนี้นอกจากจะ win-win ให้เราได้ห้องทุกสไตล์ที่เราชอบแล้ว เรายังไม่ต้องมาห่วงว่าของที่ซื้อมาจะหลุด Theme หรือไม่คุมโทนอีกด้วย

9.โซฟารูปตัว L

เชื่อว่าใครๆ ก็ชอบนอนดูหนังบนโซฟาในวันหยุด โซฟา L-shape เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเอนจอยช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทว่าก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนการซื้อโซฟา L-shape เช่นกัน

เนื่องจากเป็นโซฟาไซส์ใหญ่และกินพื้นที่มาก คุณต้องคำนึงถึงเรื่องพื้นที่ของห้องให้มากว่าสามารถจุโซฟาชนิดนี้ไหวหรือไม่ เพราะด้วยความที่เป็นรูปตัว L โซฟาชนิดนี้อาจทำให้ห้องดูทึบและแคบลงได้ ทางที่ดีคุณควรวัดขนาดพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น จะได้จัดโซนพื้นที่ให้พอเหมาะพอดีกับไซส์ของเฟอร์นิเจอร์นั้นๆ

10. ทาสีบนเพดาน

Ceiling Paint

การทาสีเพดานให้เหมือนกับท้องฟ้าจำลองในยามค่ำคืนเป็นไอเดียที่ดีมากสำหรับห้องที่มีเพดานกว้างและสูง 3 เมตรขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากห้องของคุณมีขนาดที่เล็กกว่านั้น การเพนต์ห้องให้เหมือนกับท้องฟ้าตอนกลางคืนอาจจะทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา Kaidee ขอแนะนำว่าให้เลือกเพนต์เป็นสีสว่างหรือสีพาสเทลแทนเพราะสีโทนนี้จะกระจายแสงและยังทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

การจัดบ้านนับเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเพราะบ้านคือสถานที่ที่สะท้อนจิตใจของเรา หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้อยู่อาศัยก็มองแล้วสบายตาส่งผลให้สบายใจตามไปด้วย หากจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยตาม 10 ข้อนี้แล้ว มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไม่ได้ใช้ มาลงขายไว้ได้ที่ Kaidee

เข้าสู่โลกดิจิทัล! ซื้ออสังหาฯ ด้วยเหรียญคริปโตได้แล้วที่ Cornerstone Real Estate

เข้าสู่โลกดิจิทัล! ซื้ออสังหาฯ ด้วยเหรียญคริปโตได้แล้วที่ Cornerstone Real Estate

บ้าน พัทยา
อสังหา พัทยา

การเข้ามาของเทคโนโลยีนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง และความสะดวกสบายในชีวิตเราหลายอย่าง แต่ถ้าต้องหยิบยกขึ้นมาหนึ่งสิ่งที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในยุคนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง “สกุลเงินดิจิทัลหรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซี (Cryptocurrency)” ซึ่งคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตท (Cornerstone Real Estate) ผู้คร่ำหวอดวงการอสังหาฯ ในพัทยากว่า 15 ปีเอง ก็ไม่พลาดเรื่องนี้! เพราะเราเข้าใจและเล็งเห็นถึงการเติบโตในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ด้วยการเปิดโอกาสให้คุณซื้ออสังหาริมทรัพย์ของเราด้วยเหรียญคริปโตได้แล้ววันนี้!

ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า เป็นเรื่องง่าย ภายใต้ความเสี่ยงต่ำและเป็นไปตามกฏหมายอย่างแน่นอน ตลอดการดำเนินงานเรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำอยู่คุณเสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่พัทยา ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทุกอย่างก็สามารถจัดการได้อย่างราบรื่นและสะดวก ผ่านระบบตัวกลางแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Wanda POS จากบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นใจได้

ขั้นตอนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยคริปโต by Cornerstone Real Estate

  1. เลือกอสังหาริมทรัพย์ของคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตทที่ต้องการซื้อ
  2. ทีมงานของเราจะตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซีของคุณกับสกุลเงินบาท ณ ตอนนั้น
  3. เมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทแล้ว พบว่าสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท คุณต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน KYC (Know your customer) – ระบบยืนยันตัวตนลูกค้า และพิสูจน์ตัวตนอย่างถูกต้อง
  4. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ด้วยการระบุจำนวนเงินบาทที่ต้องการ ลงในระบบ Wanda POS ผ่านเคาน์เตอร์ OTC
  5. ระบบจะส่งรหัส QR Code ให้ผู้ใช้โอนเงินในสกุลเงินดิจิตอลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท โดยอัตราที่ได้จะอ้างอิงตามเรตในขณะนั้น
  6. เงินบาทที่แลกเปลี่ยนได้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยของผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งตามปกติแล้วจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คุณจะได้รับใบเสร็จและ SMS ยืนยันจำนวนเงินที่ได้รับทันที แต่หากตรงกับช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจมีความล่าช้าบ้าง
  7. นำเงินบาทที่ได้มาซื้ออสังหาฯ กับเรา Cornerstone Real Estate

คริปโต ซื้อคอนโด

หมายเหตุ : ระบบการแลกเปลี่ยนเงินดังกล่าวของ Cornerstone Real Estate อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับอนุมัติเรื่องการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลสำหรับสินค้าและบริการราคาสูง (มีค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน)

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://cornerstone.co.th/th หรือโทรศัพท์ EN (+66) 38411250
TH (+66) 810820433

PropertyScout สตาร์ตอัปอสังหาฯ น้องใหม่ บุกตลาดเต็มตัว เข้าซื้อ “Fresh และ Piri Property” สองเอเจนซีอสังหาฯ เจ้าดัง!

PropertyScout สตาร์ตอัปอสังหาฯ น้องใหม่ บุกตลาดเต็มตัว เข้าซื้อ “Fresh และ Piri Property” สองเอเจนซีอสังหาฯ เจ้าดัง!

Credit : www.naewna.com

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ใครที่คลุกคลีหรือติดตามวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา คงจะเห็นได้ว่า เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการอสังหาฯ ที่น่าจับตามอง นั่นก็คือ การควบรวมกันของสามบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำของไทย

การร่วมทุนครั้งสำคัญดังกล่าว เกิดขึ้นจาก “PropertyScout” บริษัทสตาร์ตอัปด้านอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ไฟแรง ต้องการรุกตลาดอสังหาฯ ในไทยอย่างจริงจัง ด้วยการตัดสินใจเข้าซื้อเอเจนซีอสังหาฯ สองเจ้าดัง อย่าง Fresh Property และ Piri Property ซึ่งได้ชื่อว่าคร่ำหวอดในวงการบ้าน คอนโดและที่ดินในเมืองไทยมายาวนาน ภายใต้เม็ดเงินระดมทุนกว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ.

การเสริมทัพความแข็งแกร่งของทั้งสามบริษัทในครั้งนี้ ส่งผลให้ PropertyScout รวมเอาจุดแข็งด้านอสังหาฯ ที่น่าสนใจไว้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานและทีมบริหารระดับมืออาชีพ ฐานลูกค้าที่กว้างขวางขึ้น การมีเครือข่ายพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ที่เอื้อให้เข้าถึงฐานข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งทั้งหมดนั้นทาง Mario Peng ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง PropertyScout มองว่าคือปัจจัยสำคัญ ที่จะนำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของบริษัท

เรียกว่าเริ่มศักราชเปิดตลาดอสังหาริมทรัพย์กันแบบคึกคักรับต้นปี 2022 เลยทีเดียว

ทรงไทยใครว่าเก่า?  มาดูแบบบ้านทรงไทยประยุกต์กัน

ทรงไทยใครว่าเก่า? มาดูแบบบ้านทรงไทยประยุกต์กัน

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า Back to Basic วันนี้ Kaidee จะพาคุณมาย้อนยุค ดูแบบบ้านทรงไทยประยุกต์ที่ผสมผสานความไทยและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แบบที่ว่าไม่ Basic จนเกินไปและยังซ่อนความเก๋ มีสไตล์ไว้ด้วย

บ้านทรงไทย

แบบบ้านทรงไทยประยุกต์คือ ?

บ้านทรงไทยประยุกต์คือแบบบ้านที่ถูกพัฒนามาจากแปลนบ้านเรือนไทยในสมัยก่อน ซึ่งแบบบ้านจะต่างออกไปในแต่ละภาคคือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยจะปรับเปลี่ยนตามสภาพภูมิอากาศของแต่ละภาคและการใช้สอยพื้นที่ในชีวิตประจำวันนั่นเอง

การประยุกต์แบบบ้านนั้นจะมี 2 อย่างหลัก ๆ คือ การประยุกต์โดยเน้นพื้นที่ใช้สอย และการประยุกต์โดยเน้นรูปแบบ

การประยุกต์โดยการเน้นพื้นที่ใช้สอย จะเป็นการเอาลักษณะของแบบแปลนสมัยก่อนมาปรับใช้ ยกตัวอย่าง เช่น การใช้ชานหรือระเบียงเป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างสองอาคาร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ข้อดีของการประยุกต์แบบนี้คือทำให้บ้านมีพื้นที่ที่แสงส่องถึงมากขึ้น รวมถึงอากาศจะถ่ายเทสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ถือว่าเป็นการลดใช้ไฟฟ้าและประหยัดไปได้ในตัว

ตัวอย่างของฝาปะทนในบ้านทรงไทยประยุกต์

ส่วนการประยุกต์ที่เน้นรูปแบบ จะเป็นในเชิงของการเอาแพทเทิร์นของบ้านเรือนไทยมาใส่ไว้ในบ้าน เช่น การเอาหลังคาทรงสูง ชายหลังคายาวที่มีส่วนช่วยในการระบายน้ำฝนมาปรับใช้ รวมทั้งการตกแต่งภายในที่สามารถเอา ‘ฝาปะทน’ ซึ่งเป็นลายผนังในสมัยโบราณมาตกแต่งเพื่อให้กลิ่นอายของความเป็นไทย

โดยรวมแล้ว หากใส่ใจในรายละเอียดและตกแต่งให้เข้ากันนั้น บ้านทรงไทยประยุกต์จะดูไม่เก่าหรือเชย แต่จะกลายเป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ในตัวสูงเป็นอย่างมาก

4 เอกลักษณ์บ้านทรงไทยประยุกต์

เอกลักษณ์ 4 อย่างที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1.ใต้ถุนสูง

ใต้ถุนที่สูงของบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นถือว่าเป็นจุดเด่น เพราะการมีใต้ถุนสูงนั้น นอกจากจะทำให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้นแล้ว ยังเอาไว้หลบแดดในตอนกลางวันได้อีกด้วย ทั้งนี้การยกใต้ถุนสูงในบ้านทรงไทยประยุกต์จะทำให้ลมพัดผ่านตัวบ้าน ถือเป็นการระบายอากาศที่ดี แถมตอนฤดูฝน ยังทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านอีกด้วย

2.วัสดุเป็นไม้ผสมปูน

เป็นความแปลกใหม่อีกหนึ่งอย่างของบ้านทรงไทยประยุกต์บางหลังที่จะทำชั้นล่างเป็นปูนเพื่อความแข็งแรงและคงทนของตัวบ้าน ส่วนชั้นที่สองจะทำจากไม้ ถึงจะทำจากคนละวัสดุกันแต่ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการใช้สอยของตัวบ้านในทุกสภาพอากาศ แถมยังเป็นการลดใช้วัสดุจากไม้ เป็นการรักษาผืนป่าไปในตัว 

3.มีชานหรือระเบียงไว้นั่งเล่น

ชานของบ้านทรงไทยประยุกต์

ชานและระเบียงเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของบ้านทรงไทยประยุกต์เพราะนอกจากจะสามารถใช้เป็นที่ต้อนรับแขก ยังสามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ นั่งจิบชาหรือกาแฟยามเช้าได้อีกด้วย หากท่านไหนรักธรรมชาติ หรือชอบปลูกต้นไม้ ก็ยังสามารถนำเอาต้นไม้เล็ก ๆ มาตกแต่งเพื่อเพิ่มความสดชื่นในทุก ๆ วัน

4.หลังคาทรงสูง

หลังคาทรงสูงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ของบ้านทรงไทยประยุกต์ เพราะความเป็นชั้นของหลังคานั้นจะช่วยถ่ายเทน้ำฝน อีกทั้งยังระบายความร้อนจากตัวบ้านได้เร็วกว่าบ้านในยุคปัจจุบัน ทำให้ตัวบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นเย็นสบายกว่าบ้านทั่ว ๆ ไป ส่วนหลังคาที่จะเรียกว่าเป็นทรงสูงนั้น จะต้องเป็นหลังคาที่มีความชันอย่างน้อย 35 องศา

แบบบ้านทรงไทยประยุกต์ในแต่ละภาค

1.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลาง

บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลาง
ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com

เมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ จะสังเกตเห็นได้ว่า บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลางนั้นมีใต้ถุนสูงกว่าภาคอื่น ๆ เหตุคือ ในสมัยก่อนชาวภาคกลางนิยมปลูกบ้านไว้ริมน้ำ เพราะการโดยสารหลักในสมัยนั้นคือเรือ จึงทำให้การมีบ้านริมน้ำสะดวกต่อการเดินทาง 

เมื่ออยู่ริมน้ำจึงต้องสร้างใต้ถุนให้สูงเข้าบ้าน เพื่อที่ว่าในฤดูน้ำหลาก น้ำจะได้ไม่ท่วมบ้าน ทั้งยังช่วยป้องกันผู้อยู่อาศัยจากสัตว์รบกวนต่าง ๆ อีกด้วย ในเรื่องของหลังคาที่สูงนั้นจะทำให้ระบายน้ำตอนฝนตกได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการรั่วซึมของหลังคาและระบายความร้อนของภูมิอากาศแถบภาคกลาง

2.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือ

บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือ
ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com

ด้วยความที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ราบสูง และมีภูมิอากาศหนาวเย็นกว่าภาคกลาง จึงทำให้ต้องทำใต้ถุนแบบไม่สูงมากนักเพื่อรับความอบอุ่นจากพื้นดิน รวมทั้งหน้าต่างที่เล็กเพื่อให้ลมหนาวพัดผ่านได้น้อยลง โดยหน้าต่างนั้นจะเป็นแบบบานกระทุ้ง 

ส่วนหลังคาของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือจะไม่สูงชันเท่าภาคกลาง และจะออกแบบแตกต่างกันคือออกแบบเป็นหลังคาทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว และประดับกาแลที่เป็นไม้ไขว้กันเพื่อไม่ให้นกจำพวก แร้ง หรือกามาเกาะ เนื่องจากชาวภาคเหนือมีความเชื่อว่านกจำพวกนี้ถือเป็นลางร้าย

3.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสาน

บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสาน
ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com

บ้านทรงไทยประยุกต์ของภาคอีสานจะมีส่วนคล้ายของภาคกลางอยู่บ้างในส่วนของการยกใต้ถุนสูงเพื่อใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ โดยชาวภาคอีสานจะนิยมเอาไว้ใช้เป็นพื้นที่ในการทอผ้า หรือเอาไว้เก็บอุปกรณ์ในการเพาะปลูกและอุปกรณ์เกี่ยวกับอาชีพหัตถกรรม

เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งกว่าภาคกลาง และฝนตกไม่ชุก จึงทำให้หลังคาไม่จำเป็นต้องมีความชัน อีกนัยหนึ่งคือหลังคาของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสานสามารถทำเป็นทรงจั่วได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทรงสูง ในส่วนของหน้าต่างจะแคบเพื่อป้องกันลมพัดผ่านในฤดูหนาว

4.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้

บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้
ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com

ด้วยความที่ภาคใต้เป็นภาคที่มีฝนตก ลมแรง และเจอพายุบ่อย ลักษณะของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้จึงถูกสร้างให้เข้ากับภูมิอากาศคือ เสาเรือนจะตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต หรืออาจจะเป็นเสาคอนกรีตทั้งเสาก็ได้ ส่วนความสูงของใต้ถุนจะไม่สูงมาก จะเน้นที่ความแข็งแรงของโครงสร้างมากกว่าพื้นที่ใช้สอย

ในส่วนของหลังคาสามารถพบได้แบบตั้งแต่หลังคาทรงปั้นหยา หลังคาทรงมนิลา และหลังคาทรงบรานอร์ที่เกิดมาจากผสมผสานสไตล์ระหว่างหลังคาจั่วกับหลังคาทรงปั้นหยา

ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์

ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์คือสามารถซื้อแบบที่ขึ้นเรือนไว้แล้วได้เลย เหมือนกับซื้อบ้านสำเร็จรูปแล้วจึงนำมาประกอบบนผืนที่ดินของเรา ซึ่งเมื่อประกอบเสร็จก็มุงหลังคาตามแบบที่ชอบได้เลย พร้อมเข้าอยู่

นอกจากนี้การมีบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นทำให้เราจะต่อเติมเพิ่มกี่หลังก็ได้ตราบใดที่ที่ดินของเรามีพื้นที่มากพอ เพราะบ้านทรงไทยประยุกต์อาศัยชานบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลางในการเชื่อมกันอยู่แล้วจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการต่อเติมเลย

ข้อเสียของบ้านทรงไทยประยุกต์

ด้วยความที่ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์คือการต่อเติมแบบไม่จำกัดจึงทำให้ข้อเสียที่ตามมาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือการที่บ้านจะมีความสัมพันธ์หรือความเข้ากันน้อยลง เพราะการต่อเติมทีหลังทำให้มีโอกาสมากที่บ้านจะออกมาคนละแนวนั่นเอง

นอกจากนี้อาจต้องระวังเรื่องการกินพื้นที่ของบ้านที่ต่อเติมใหม่อีกด้วย ต้องวางแผนและจัดสรรพื้นที่ดินของเราให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นว่าบ้านเต็มพื้นที่ และไม่เหลือที่ไว้ให้เดินเล่นเลย ทั้งนี้อีกเรื่องที่ควรระวังคือการทรุดของบ้าน เพราะบ้านทรงไทยประยุกต์บางหลังอาจจะไม่ได้มีการคำนวณโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักของตัวบ้าน จึงอาจจะทำให้บ้านทรุด เสาไม่เท่ากัน หรือระดับของพื้นไม้ในบ้านไม่ขนานกับพื้นดิน เป็นต้น

สรุปท้ายบทความแบบบ้านทรงไทยประยุกต์

อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าบ้านทรงไทยประยุกต์ของเรานั้นไม่ได้ดูเก่าเลย กลับดูโมเดิร์นและแฝงความเป็นไทยไว้ได้อย่างลงตัว ใครสนใจอยากดูบ้านทรงไทยประยุกต์แบบอื่น ๆ ลองกดเข้ามาได้ที่ Kaidee

คนรักดีไซน์ต้องชอบ! ชวนดู 5 อสังหาฯ เด่นสถาปัตย์

คนรักดีไซน์ต้องชอบ! ชวนดู 5 อสังหาฯ เด่นสถาปัตย์

ทุกวันนี้เทรนด์อสังหาฯ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามการหมุนรอบตัวเองของโลกและ
แปรผันไปตามความสนใจของผู้บริโภค ทำให้การแข่งขันกันในวงการนี้ค่อนข้างดุเดือดและมีสีสัน ฝั่ง Developer จึงพากันงัดกลยุทธ์กันสุดฤทธิ์ เพื่อจูงใจลูกค้าให้เลือกโครงการของเรา

นอกจากปัจจัยหลักอย่างเรื่องทำเล ราคาและสิ่งอำนวยความต่างๆ ที่ Developer นำมาชูเป็นจุดขายสำคัญแล้ว ดีไซน์ที่สวยเก๋ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างอย่างมีสไตล์ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลูกค้าระดับกลางไปถึงบน นำมาพิจารณาไม่แพ้กัน

5 อสังหาฯ สุดเจ๋ง เด่นสถาปัตย์

วันนี้อยากให้ทุกคนทิ้งเรื่องทำเลและราคาเอาไว้ข้างหลัง แล้วเดินไปข้างหน้ากับเรา ด้วย 5 โครงการอสังหาฯ ดีไซน์เจ๋ง โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมไอเดียดี เพลิดเพลินกับแนวความคิดที่หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮมและคอนโด ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1. บ้านภูริปุรี

Baan-Puripuri-02
Credit : www.baanpuripuri.com/

โครงการนี้คือการรวมกลุ่มกันของสถาปนิกและบริษัทแอสเซทไวส์ เพื่อสร้างบ้านขนาดเล็ก ทว่าเต็มไปด้วยฟังก์ชันดีๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งยังไก๋เก๋ด้วยดีไซน์ ด้วยการนำเอาแนวคิดสถาปัตยกรรมไทย “ย่อมุมไม้สิบสอง” มาใช้เป็นแผงกันแดด ให้ร่มเงา กั้นความร้อนไม่ให้เข้าอาคาร (ศิลปะแนวนี้มักพบตามวัดหรือพิพิธภัณฑ์)

จุดเด่นของ “บ้านภูริปุรี” คือการใช้ศิลปะไทยผสานกับความโมเดิร์นได้อย่างมีระดับ ทั้งยังมีสวนเล็กๆ ให้คุณดื่มด่ำกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว และด้วยไอเดียที่แข็งแกร่งแบบนี้ โครงการดังกล่าวจึงได้รับรางวัลอสังหาฯ เพื่อคุณภาพชีวิตประเภทบ้านดีเด่น (ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน) จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA Real Estate Development Award 2019)

Baan-Puripuri-01
Baan-Puripuri

เพราะทางแอสเซทไวส์และบ้านภูริปุรีเชื่อว่า “บ้านที่ดี” คือจุดเริ่มต้นของความสุขและความสำเร็จในชีวิต

ราคาเริ่มต้น : 9.9 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.baanpuripuri.com/

2. อณาสิริ รังสิต-คลอง 2

anasiri-rangsit-klong2
Credit : www.sansiri.com

หนึ่งในโครงการพร้อมอยู่ของแสนสิริ ซึ่งเป็นไวรัลอยู่ในทวิตเตอร์ช่วงหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เข้าไปในหัวใจคนรุ่นใหม่ เรียบง่ายในสไตล์ Modern Japanese ให้คุณสัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นได้อย่างแนบชิด ทั้งการออกแบบและการตกแต่ง ไปจนถึงสภาพแวดล้อมโครงการทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด แถมบ้านแต่ละประเภทยังมีรายละเอียดการตกแต่งแตกต่างกัน ด้วยการอิงจากฤดูกาลในญี่ปุ่น อย่าง ฟุยุ ฤดูหนาว, อะกิ ฤดูใบไม้ร่วง, ฮารุ ฤดูใบไม้ผลิ ฯลฯ เน้นตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ด้วยการชูเรื่องวิถีสมดุลแนวตะวันออกเป็นจุดขาย

anasiri-rangsit-klong2-house-aki-152-f1
anasiri-rangsit-klong2-house-aki-152

ไม่ว่า “ความพอดี” ของคุณจะเป็นแบบไหน อณาสิริก็ให้คุณได้ทุกความต้องการ ทั้งยังใส่ใจกับทุกรายละเอียดของชีวิต ไหนจะบริการหลังการขายอันยอดเยี่ยมของแสนสิริ ที่ได้รับคำชื่นชมจากลูกบ้านมากมาย

ราคาเริ่มต้น : 3.9 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.sansiri.com/singlehouse/anasiri-rangsit-klong2/th

3. 98 Wireless

98 Wireless Thailand
Credit : www.98wireless.com

“คอนโดมิเนียมระดับเวิลด์คลาสเจ้าแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

คือจุดขายสำคัญของ 98 Wireless ที่ทางแสนสิริตั้งใจทำมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับบนโดยเฉพาะ

ความ Super Luxury ของที่นี่ อลังการตั้งแต่เม็ดเงินลงทุนที่มากกว่า 8,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขที่มากสุดในรอบ 33 ปีของแสนสิริ ภายใต้แนวคิด “The Best Comes as Standard” ทั้งยั้งนำความคลาสิคของศิลปะโบซาร์ (Beaux-arts) ที่รุ่งเรืองในอเมริกาและยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19-20 ผสานกับงานฝีมือชั้นสูง

98wireless
Credit : www.98wireless.com

นอกจากนี้ยังเป็นโครงการแรกของแสนสิริ ซึ่งใช้บริษัทที่ปรึกษาด้านดีไซน์ เพื่อพัฒนาคอนโดแห่งนี้ให้สวยงามตามที่ตั้งใจ ตลอดจนใช้เฟอร์นิเจอร์ Ralph Lauren Home ตกแต่งทั้งหมด จนเป็นโครงการเดียวของไทยที่ได้เข้าชิงรางวัลระดับโลก “Best Luxury Residence – Global” จากเวที The International Design & Architecture Awards 2017 ของอังกฤษ

98wireless Lobby
Credit : www.98wireless.com

ราคาเริ่มต้น : 70 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.98wireless.com/

4. Ashton Asoke-Rama 9

Credit : www.ananda.co.th

นอกจากจะมีทำเลสุดโดดเด่นในย่านพระรามเก้า New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพแล้ว โครงการนี้ยังสะดุดตาด้วยตึกแฝดดีไซน์หรูเหนือระดับ ภายใต้แนวคิด Alpha & Omega ที่โดดเด่นและสง่างามกว่าใคร เปรียบเสมือนงานประติมากรรมสำคัญของเมือง

ทางอนันดาเชื่อว่า คอนโดที่ดีต้องเป็นมากกว่าที่พักอาศัย “All Corner Window unit with bay window” จึงเป็นคอนเซปต์หลักของการออกแบบห้องพักของ Ashton ด้วยการให้ห้องพักทุกห้องอยู่ตรงมุมทั้งหมด เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ได้รับลมและแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

Ashton-Asoke-rama9-Top
Credit : www.ananda.co.th

ราคาเริ่มต้น : 6.49 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ananda.co.th/th/condominium/ashton-asoke-rama-9

5. Magnolias Ratchadamri Boulevard

Credit : www.magnolias-ratchadamri

หนึ่งในโครงการ Super Luxury-Mix Used แห่งย่านราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับ “Waldorf Astoria Bangkok” โรงแรมหรู 5 ดาว ที่ผสานเอาความสมัยใหม่และความหรูหราให้อยู่คู่กับค่านิยมเดิมอย่างลงตัว เพื่อให้คุณได้ประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร ภายใต้คอนเซปต์ “Truly High Performance Building” แห่งเมืองหลวง

ส่วนตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ตามชื่อโครงการ ทำให้ตัวตึกมีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ หมุนวนขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความสูงของคอนโด ให้ฟีลนุ่มนวล นับเป็นความงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของ Magnolias Ratchadamri Boulevard ได้เป็นอย่างดี

magnolias-ratchadamri-room
Credit : www.magnolias-ratchadamri

ราคาเริ่มต้น : 30 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.magnolias-ratchadamri.com/

สรุปท้ายบทความ

จะเห็นได้ว่าเทรนด์อสังหาฯ บ้านเรา ใช้ปัจจัยหลายอย่างเข้ามาช่วยเรื่องการตลาด ด้วยความเชื่อที่ว่า “บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย” ทำให้ Developer หลายเจ้าต่างพากันงัดกลยุทธ์มาเอาใจผู้บริโภคสุดฤทธิ์

อย่างเรื่องดีไซน์ที่สวยงามและแตกต่างก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โครงการนั้นๆ ได้รับความนิยมจากลูกค้า จะเห็นได้ว่าโครงการที่เราแนะนำไป ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พิสูจน์ได้ว่า การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้ชัด และตรงมากขึ้น

นอกจาก 5 โครงการอสังหาฯ ที่เราแนะนำไปแล้ว ยังมีบ้านสวยๆ คอนโดเจ๋งๆ ให้เข้าไปดูเป็นแรงบันดาลใจอีกมากที่ Kaidee Property คลิกเลย!