ทำไม พร้อมพงษ์ จึงเป็นย่านที่ใครๆก็อยากอยู่

ทำไม พร้อมพงษ์ จึงเป็นย่านที่ใครๆก็อยากอยู่

กรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทย จุดหมายปลายทางที่ชาวไทยและชาวต่างชาติต้องมาเยือน ด้วยความความศิวิไลซ์ของเมือง และสเน่ห์ที่น่าค้นหาของเมืองไทยรวมไว้ที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึง ทำให้หลายย่านในกรุงเทพ ถูกจัดเป็นย่านเด่น ย่านทำเลทองที่ใครๆก็อยากมาสัมผัส อยากมาอยู่อาศัย รวมถึง ย่านพร้อมพงษ์ ที่ไม่ได้เป็นย่านจุดหมายของชาวต่างชาติเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นย่านที่คนไทยเอง อยากมาอยู่ในพร้อมพงษ์

รู้จักย่านพร้อมพงษ์แบบคร่าวๆ

เดิมเป็นทุ่งนา มีอาณาเขตที่ใหญ่มาก คนที่มาจับจองพื้นที่ส่วนใหญ่ในย่านพร้อมพงษ์เป็นกลุ่มตระกูลเก่าแก่ เก็บสะสมไว้ไม่ได้พัฒนา จนมีการพัฒนาพื้นที่ในกรุงเทพ พร้อมพงษ์จึงมีการเริ่มพัฒนาขึ้น การพัฒนาในยุคแรก เป็นการพัฒนาอาคารพาณิชย์ และบ้านขนาดใหญ่ของเจ้าของที่ดินสืบทอดมรดกกันมา และเริ่มมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยในพื้นที่นี้ แต่ยังไม่มีมากเท่าในปัจจุบัน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 มีการเกิดขึ้นของห้างเอมโพเรียม ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ในยุคนั้น ได้รับความนิยมจากคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ทำให้พร้อมพงษ์เป็นย่านที่คนเริ่มรู้จัก และตามมาด้วยการเปิดตัวของรถไฟฟ้า BTS, โครงการ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ที่มีห้าง ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มสเฟียร์ พื้นที่ 650,000 ตารางเมตร และโครงการคอนโดมิเนียม ที่ถูกยกระดับพื้นที่ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก 

ในอนาคตอันใกล้ ย่านพร้อมพงษ์มีการวางแผนเกี่ยวกับ การสร้างสถานที่จัดคอนเสิร์ตระดับโลก ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ ดิ เอ็ม ดิสทริค ร่วมกับ AEG บริษัทธุรกิจบันเทิงและกีฬาระดับโลก ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ในรูปแบบของ world class arena สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่จะดึงโชว์ระดับโลกเข้ามาแสดงที่ไทย โดยมีแนวโน้มว่าหลังจากที่ทุกอย่างเปิดพร้อมให้บริการแล้ว จะมีชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่นี้มากขึ้น ซึ่งการพัฒนาจะแปรผันตรงกับความต้องการ ดังนั้น ย่านนี้จะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนอกจากความสะดวกสบาย การพัฒนาศักยภาพของพื้นที่แล้ว ในพร้อมพงษ์ยีงมีชาวพร้อมพงษ์เก่าแก่ดั้งเดิมที่มีฐานะ ทำให้ย่านพร้อมพงษ์กลายเป็นย่านทำเลทอง เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรูหรา พื้นที่แห่งความลักซัวรี่

ทำไมต้องเป็นพร้อมพงษ์ แล้วพร้อมพงษ์มีดีอะไร

คงเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัยว่าทำไมหลายๆคนถึงอยากมาอยู่ที่พร้อมพงษ์ และพร้อมพงษ์มีอะไรที่นอกจาก ที่ดินราคาแพงบ้าง ลองมาทำความเข้าใจไปด้วยกัน

ซอยหมื่นล้าน

ด้วยความที่ย่านนี้เป็น Land of demand ของประเทศไทย ทำให้ถูกได้รับการขนามนามว่าเป็นย่านทำเลทองที่ได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อผลกำไร หรือการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเอง เนื่องจาก บริเวณย่านพร้อมพงษ์ อุดมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อย่าง รถไฟฟ้า BTS, MRT ร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังระดับไฮเอนด์มากมาย ใครที่เป็นสายปาร์ตี้ พร้อมพงษ์ยังเป็นแหล่งรวมสถานที่เอนเตอร์เทนเม้นท์ ไนท์คลับยามค่ำคืน 

  และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้พร้อมพงษ์ ถูกขนามนามว่าเป็น “ซอยหมื่นล้าน” (สุขุมวิท39 หรือซอยพร้อมพงษ์) ด้วยทำเลพร้อมพงษ์เป็นทำเลที่โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ย่านนี้มักเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ค่อนข้างมีกำลังจับจ่ายใช้สอย ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวก การเดินทาง และปัจจัยอื่นๆจึงทำมาเพื่อตอบรับคนกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ และด้วยศักยภาพของพื้นที่ ทำให้ราคาที่ดินในบริเวณนี้มีราคาค่อนข้างสูง ใครที่มาอยู่ในย่านนี้ จึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้สุดคูลไปโดยปริยาย

รวมคอนโดหรู

ความพร้อมของพร้อมพงษ์ ที่กลางวันก็มีชีวิตชีวา พร้อมให้หนุ่มสาวชาวกลางวันได้ใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ ส่วนกลางคืนก็เอาใจสาวสวยหนุ่มหล่อที่รักการ์ปาร์ตี้ด้วยความเป็นย่านไนท์ไลฟ์ที่โดดเด่น ทำให้เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหลาย พร้อมใจกันเปิดคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้จะเป็นคอนโดมิเนียมแบบลักซัวรี่ ที่พร้อมเซอร์วิสลูกบ้านให้เสมือนคุณเป็นคนพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยดีไซน์ที่หรูหรา การบริการที่ดีเยี่ยม ชื่อเสียงของแต่ละคอนโดมิเนียมที่จะการันตีความเป็นคนมีระดับของคุณ

เหมาะกับการลงทุน

หลังจากที่ได้กล่าวไปแล้ว เกี่ยวกับราคาที่ดินที่ราคาค่อนข้างสูง พร้อมพงษ์จึงเป็นย่านที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก จากสถิติราคาที่ดินย่านนี้สูงขึ้น 5-10% ต่อปี ทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านนี้ จึงมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ที่ 2.5-3 แสนบาท/ตารางเมตร และราคาชายต่อยูนิตอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท และสำหรับนักลงทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากราคาที่ดินและคอนโดจะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว หากใครสนใจที่จะลงทุนในรูปแบบการปล่อยเช่า Rental yield มีอัตราสูงเฉลี่ย 5% ต่อปี ตกอยู่ที่มูลค่า 1,000 บาท/ตร.ม./เดือน จึงเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก

International hub ของกรุงเทพ

หากใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวโซนนี้บ่อยๆ คงจะเห็นแล้วว่า พร้อมพงษ์เป็นย่านที่คึกคักมากอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ที่นอกจากจะมีชาวต่างชาติอย่างชาวญี่ปุ่นมาพักอาศัยที่นี่เยอะมาก จนกลายเป็นชุมชนคนญี่ปุ่นแล้ว พร้อมพงษ์ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวต่างชาติ เพราะคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า พร้อมพงษ์มีทุกอย่างไว้คอยตอบรับทุกการใช้ชีวิตของคุณ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นปลายทางหลักที่ชาวต่างชาติเลือกมา เราลองไปดูพร้อมกันดีกว่าว่า International Hub ของกรุงเทพฯ มีอะไรอยู่ในนี้บ้าง

-ออฟฟิศเกรดเอ สำหรับนักธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการมาทำงานหรือทำธุรกิจในประเทศไทย โดยมีอาคารสำนักงานที่โดดเด่น ดังนี้้ Bhiraj Tower @Emquartier, Exchange Tower, The Beverage และ Minor International

-เดินทางง่ายๆด้วยรถไฟฟ้าสายหลัก BTS พร้อมพงษ์, ทางด่วนคลองเตย และ MRT ใกล้ๆอย่างสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

-ไม่สบาย ไม่ต้องไปไกล เพราะมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง สมิติเวช ไว้คอยบริการคุณ

-วันหยุดเบื่อมาก ชอปปิ้งง่ายมากที่ชอปปิ้งมอลล์ชั้นนำอย่าง The Emporium และ The Emquartier ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Gucci, Lius vuitton, Dior ไว้ในที่เดียว

ที่พักของนักเที่ยวจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก พร้อมพงษ์

หลายคนก็คงตั้งคำถามในใจว่า นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมากมาย ครบครันแบบนี้ ยังมีอะไรอีกบ้างที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจที่มาแวะเวียนให้เลือกจุดหมายปลายทางเป็นย่านพร้อมพงษ์ ก็คงจะไม่พ้นที่พักคุณภาพดี บริการเยี่ยม แถมยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

พร้อมพงษ์มีโรงแรม ที่พักหลากหลายราคา ที่คอยตอบโจทย์ความต้องการและกำลังทางการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ อย่างเช่น Hilton Sukhumvit, Bangkok Marriott Marquis Bangkok, Mercure Bangkok, Ibis Bangkok, Hyatt Place, หรือ Holiday Inn Bangkok Sukhumvit  จะเห็นจากรายชื่อโรงแรมที่มีราคาถูกจับต้องได้ จนไปถึงราคาแพงแต่การบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 

ยกระดับชีวิตติดดาวที่พร้อมพงษ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมพงษ์เป็นอีกหนึ่งย่านที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ด้วยความสะดวกสบายและความพร้อมของสถานที่ รวมถึงศักยภาพของทำเลพร้อมพงษ์ การพัฒนาความเจริญในพื้นที่ และอีกหลายเหตุผล ที่จะทำให้คุณตัดสินใจรักย่านพร้อมพงษ์ได้อย่างไม่ยากเย็นเลยใช่ไหม

มือใหม่ควรรู้ ก่อนคิดลงทุนอสังหาฯ ให้รอดและรุ่ง !

มือใหม่ควรรู้ ก่อนคิดลงทุนอสังหาฯ ให้รอดและรุ่ง !

ถ้าพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วการลงทุน
อสังหาฯ นับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่คิดจะลงทุนทั้งที .. ความเข้าใจของการลงทุนแต่ละประเภทก็เป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อผลดีอาจตามมาในภายภาคหน้า ไม่มานั่งเสียใจภายหลัง
แล้วมือใหม่อย่างเราควรรู้อะไรบ้างก่อนลงสนามจริง วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้ว

อสังหาริมทรัพย์คืออะไร?

อสังหาริมทรัพย์คือ (Real Estate) หรือสิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องอยู่ติดกับที่ (Immovable)
เช่น คอนโดมิเนียม อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไปจนถึงที่ดิน และทรัพยากรตามธรรมชาติที่อยู่กับที่ดินนั้น ไม่ว่าจะเป็นดิน แม่น้ำ ฯลฯ

ซึ่งจะตรงกันข้ามกับสังหาริมทรัพย์ ที่หมายถึง สิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ (Movable) เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เป็นต้น และถ้ามีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร บ้านเรือน ในทางกฎหมายแล้วต้องทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น โฉนด หรือทะเบียนที่ดินเป็นเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ๆ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นทรัพย์สินทีมีมูลค่าสูง จึงต้องมีกฎหมายควบคุมเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ประเภทของอสังหาริมทรัพย์

ในทางกฎหมายมีการแบ่งอสังหาริมทรัพย์ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. ที่ดิน เช่น พื้นที่ราบ ภูเขา พื้นที่ชายฝั่งทะเล เป็นต้น
2. ทรัพย์ที่ประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน เช่น หิน ดิน ทราย
3. ทรัพย์สิทธิ เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน สิทธิครอบครองที่ดิน สิทธิจำนองที่ดิน เป็นต้น
4. ทรัพย์ติดที่ดินทั้ง 2 แบบ คือแบบที่ติดกับที่ดินโดยธรรมชาติ เช่นต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่นั้นมาอย่างยาวนาน และแบบทรัพย์ที่ติดกับที่ดินโดยมีผู้นำมาติด ยกตัวอย่างเช่น สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เราเห็นกันโดยทั่วไป ตั้งแต่บ้าน คอนโด ตึกออฟฟิศ รวมไปถึงอาคารต่าง ๆ

นอกจากการแบ่งประเภทตามกฎหมาย อสังหาฯยังมีการจัดกลุ่มตามลักษณะการประกอบธุรกิจหรือการใช้ประโยชน์ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์โฮม หอพัก อพาร์ตเมนต์
2. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม ตลาด ออฟฟิศ
3. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม ห้องเย็น คลังสินค้า
4. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน เช่น โรงแรม โฮสเทล รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ
5. อสังหาริมทรัพย์เพี่อการเกษตร เช่น ไร่ นา สวน หรือพื้นที่ประโยชน์ที่ดินเพื่อการทำเกษตรกรรม

ปัจจัยหลักในการลงทุนอสังหาฯ

  1. ตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
  2. ราคา
  3. ทำเล
  4. ปริมาณอสังหาฯ
  5. ความต้องการซื้ออสังหาฯ
  6. อัตราดอกเบี้ย
  7. มาตรการของภาครัฐ

ทำความรู้จักการลงทุนอสังหาฯ ประเภทต่าง ๆ

ลงทุนแบบเก็งกำไร

นักลงทุนมือใหม่มักลงทุนในรูปแบบดังกล่าว ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ ได้ผลตอบแทนเร็ว อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นการลงทุนกับใบจองห้องชุดในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมขายใบจองในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ตนเองได้จองไว้

สำหรับเงินลงทุนในการซื้อใบจองจะอยู่ที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และตัวทำเลของโครงการ ส่วนโครงการที่ปล่อยง่าย และได้กำไรสูง มักอยู่ในย่านชุมชน ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน

แต่การลงทุนประเภทนี้ต้องศึกษาเรื่องความต้องการของผู้ซื้อ รวมถึงจำนวนโครงการคอนโดที่ขายและเรื่องของทำเลอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ขายใบจองได้รวดเร็วและไม่ขาดทุน

ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน

อีกหนึ่งประเภทของการลงทุนที่ได้รับความนิยมในวงการนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าว อาจต้องมีเงินเย็นหรือเงินเก็บในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต ประกอบกับการที่ต้องใช้เงินส่วนนี้ในการเลือกซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด หรือแม้แต่ที่ดิน เพื่อปล่อยเช่าเป็นรายเดือน

ซึ่งนักลงทุนสามารถตกแต่งห้องหรืออสังหาฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯ ที่ปล่อยเช่าได้อีกด้วย แต่การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือนจำเป็นต้องเลือกทำเลที่ดี มีราคาที่เหมาะสม เพื่อเปรียบเทียบกับความเป็นไปได้ของการตั้งราคาค่าเช่า สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่ายิ่งอสังหาฯ ทำเลดีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถตั้งราคาเช่าได้สูงมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเป็นดังนั้นนักลงทุนก็จะได้ผลกำไรที่มากขึ้นด้วย

ลงทุนปล่อยเช่ารายวัน

การลงทุนปล่อยเช่าแบบรายวัน มีความคล้ายคลึงกับการปล่อยเช่าแบบรายเดือน แต่จะแตกต่างตรงที่รูปแบบของการปล่อยเช่ารายวันจะเหมาะกับอสังหาฯ ที่ทำเลตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยว เช่น ทองหล่อ ถนนข้าวสาร หรือจังหวัดยอดนิยมอย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ

เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก นักลงทุนอสังหาจึงสามารถใช้โอกาสนี้ในการตกแต่งบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่คอนโด ให้กลายเป็น Hostel หรือ Airbnb เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว เวลาพวกเขาค้นหาห้องหรือบ้านพักในราคาที่ถูกกว่าโรงแรม

นอกจากนั้นการตกแต่งก็นับว่าเป็นตัวช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเช่นกัน นักลงทุนจึงควรใส่ใจและพยายามตกแต่งให้ดูทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา

ลงทุนรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

รูปแบบสุดท้ายของการลงทุนด้านอสังหาฯ คือการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด ในรูปแบบมือสองหรือแบบห้องใหม่โครงการใหม่ ที่ถูกทอดขายในตลาดมาตกแต่งใหม่ตามสไตล์ต่างๆ ตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งรูปแบบการลงทุนนี้จะเน้นลงทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนสูง แต่นักลงทุนบางคนอาจเลือกซื้ออสังหาฯ จากสถาบันการเงิน หรือกรมบังคับคดี เพื่อมาตกแต่ง แต่ทำเลที่ได้มักจะอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ แต่โครงสร้างมีความแข็งแรง และราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ

นักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจกลัวความรู้สึกว่าตนเองกำลังขาดทุน ซึ่งการลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ ก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ อีกทั้งรูปแบบของการลงทุนประเภทนี้ สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับนักลงทุนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ต่อเนื่องอย่างไร อธิบายแบบเห็นภาพก็คือเพียงมีเงินแค่หลักพัน ก็สามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาวได้แล้ว และยังได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

เพราะการลงทุนทุกครั้งก็มักจะมาคู่กับสิ่งเหล่านี้เสมอ ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดี ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ พยายามปรับปรุงจุดแข็งจุดอ่อนอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นหลักการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อคิดว่าพร้อมแล้ว เลือกการลงทุนที่ใช่แล้วลงมือได้เลย อนาคตคุณอาจจะรวยจากการลงทุนก็ได้ใครจะรู้

เริ่มต้นลงทุนอย่างง่าย สไตล์มนุษย์เงินเดือน

เริ่มต้นลงทุนอย่างง่าย สไตล์มนุษย์เงินเดือน

สำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ทำงานมาได้สักพัก ก็เริ่มกังวลถึงความมั่นคง รวมไปถึงการวางแผนการเงินในอนาคตกันค่อนข้างมาก หลายคนเริ่มมองหาช่องทางในการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้การเงินของเรามีสภาพคล่องมากขึ้น และเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในอนาคตด้วย

หลังจากที่ได้ศึกษามาพอสมควร หลายคนพบปัญหาว่า การลงทุนมักจะต้องใช้เงินในการลงทุนเป็นจำนวนมาก และยังมีความเสี่ยงสูง แต่หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้ คุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่า การลงทุนเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ แถมยังง่ายมาก แบบที่มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราก็สามารถลงทุนได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

สำหรับมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็น พนักงานบริษัท หรือพนักงานราชการ ก็คงจะมีกองทุนประจำสถานที่ทำงานของตัวเอง พนักงานบริษัท ก็เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และพนักงานราชการ คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเป็นการลงทุนที่จะถูกเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ โดยสามารถเลือกสะสมได้ตั้งแต่ 2-15% ซึ่งวิธีการลงทุนในรูปแบบนี้เป็นแหล่งสะสมเงินที่ดีอีกวิธีการหนึ่ง

สหกรณ์ออมทรัพย์

บริษัทหรือที่ทำงานไหนที่มีสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นของตัวเอง พลูโตแนะนำให้ทุกคนลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ได้ผลกำไรที่ดีกว่าผลตอบแทนจากธนาคารและตราสารหนี้ โดยผลตอบแทนที่ได้รับ เราจะได้จากเงินปันผล ซึ่งก่อนที่จะลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ ควรตรวจสอบการทำงานของสหกรณ์และพิจารณาความเสี่ยงจากการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เราเลือกลงทุนด้วย 

ทองคำแท่ง

การลงทุนในทองคำแท่ง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือคนที่มีเงินในการลงทุนที่จำกัด เนื่องจาก ทองคำแท่งไม่ต้องใช้เงินลงทุนที่เยอะ สภาพคล่องในการลงทุนสูงกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น การแลกเปลี่ยนจากทองคำแท่งเป็นเงินง่ายกว่า ถึงแม้ว่าทองคำจะมีการขึ้นลงของราคาตลอดเวลา แต่ก็มีความเสี่ยงต่ำมากที่จะไม่ได้รับผลตอบแทนกลับมา

ฝากประจำ

เงินฝากประจำ เป็นการลงทุนที่ปลอดภัย มั่นคง แต่อาจจะได้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งการฝากประจำที่เห็นกันได้ทั่วไป คือ เงินฝากประจำปลอดภาษี, กองทุนรวมตราสารหนี้ (General fixed income fund) และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market fund) เงินฝากในแต่ละแบบมีความเฉพาะเจาะจงในการลงทุน และผลตอบแทนที่ต่างกันไป สำหรับใครที่อยากลงทุนในเงินฝากประจำ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละการฝากประจำได้

ออมหุ้น

วิธีการในการออมหุ้น เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูง แต่ได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน โดยปกติการออมหุ้นจะเป็นการเลือกออมหุ้นรายตัว โดยเริ่มที่ประมาณ 1,000 บาท/เดือน ถึงแม้ว่าการลงทุนในวิธีนี้จะได้ผลตอบแทนสูง แต่การป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด คือการเลือกหุ้นที่มีการเติบโตที่เหมาะสม และการลงทุนแบบออมหุ้น ส่วนใหญ่จะต้องไม่ใช่เงินร้อนที่ต้องการผลตอบแทนแบบรวดเร็ว แต่จะต้องเป็นการลงทุนที่ต้องใช้ระยะเวลานานได้ และอย่าทุ่มเทในหุ้นเพียงตัวเดียว

ถึงแม้ว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่การลงทุนอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เราได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า ถึงอย่างไรก็ตาม การศึกษาความเสี่ยงให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับเงินทุนของเรา  ส่วนใครที่อยากลงทุนแต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองนำของที่ไม่ได้ใช้แล้วในบ้านมาลงขายที่ Kaidee เพื่อเพิ่มเงินทุนของคุณ ให้เราเป็นหนึ่งสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มความฝันในการลงทุนของคุณ