Mercedes-Benz SUV : GLC, GLC Coupé, GLE และ GLS หรูหรา ขับสนุก ขีดสุดทุกเส้นทาง

Mercedes-Benz SUV : GLC, GLC Coupé, GLE และ GLS หรูหรา ขับสนุก ขีดสุดทุกเส้นทาง

“Mercedes-Benz SUV รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง ดีไซน์หรู เทคโนโลยีสุดล้ำ ดีที่สุดเพื่อการใช้งานในทุกวัน”

Mercedes-Benz SUV รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง ยนตรกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ได้รับการยอมรับในทุกด้าน ประสบความสำเร็จในทุกทาง ตอบโจทย์ทุกความฝัน ด้วยการใช้งานในชีวิตจริง ขับสนุกทุกวัน พร้อมลุยในทุกเส้นทาง โดยมี GLC, GLC Coupé, GLE และ GLS เป็นรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์”

Mercedes-Benz SUV หลายคนยกให้เป็น Flagship ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษ์เฉพาะตัว มีให้เลือกหลายรุ่น อยู่ในสายการผลิตยาวนาน จึงมีหลายเจเนอเรชัน แต่ก็ผลิตโดยตั้งชื่อรุ่นให้เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนใหม่ ผู้ที่ชื่นชอบรถเบนซ์ต้องจดจำรหัสตัวถัง เพื่อแยกเจเนอเรชันที่แตกต่างกัน

แต่ก่อนอื่น… ควรทำความเข้าใจในเรื่องของโมเดลกันก่อน ชื่อรุ่นของรถยนต์ Mercedes-Benz แบ่ง 4 ประเภท Core Model Series, Crossover / SUV / Off-road, 4-Door Coupé และ Roadster ทั้งหมดล้วนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวแรกที่แตกต่างกัน เมื่อทราบชื่อรุ่น ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถประเภทใด 

โดยรถยนต์ในกลุ่ม Mercedes-Benz SUV ชื่อรุ่นขึ้นต้นด้วยอักษร G ทั้งหมด เช่น GLA, GLB, GLC, GLE, GLS และ G-Class    

และอย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้น คอนเทนต์นี้เราเจาะข้อมูลไปที่ Mercedes-Benz SUV ใน 3 รุ่นยอดนิยม GLC, GLE และ GLS รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นหลัก มีตัวถังขนาดกลางขึ้นไป ดูภาพรวมของตัวรถ, สมรรถนะ, จุดเด่น, ราคา และเหมาะกับใคร ? ย่อเรื่องยากให้เข้าใจง่าย อ่านจบ เข้าใจมากขึ้น !

Mercedes-Benz GLC

Mercedes-Benz GLC นับเป็น SUV น้องเล็กสุดในบรรดาทั้ง 3 รุ่น รถอเนกประสงค์ตัวถังขนาดกลาง 5 ประตู วางเลย์เอาท์ห้องโดยสารแบบ 2 แถว มี 5 ที่นั่ง ออกแบบให้มีความแข็งแกร่งในแบบฉบับของ SUV แต่ซ่อนไว้ด้วยเส้นสายความสปอร์ต 

GLC ได้รับความนิยมมาก เพราะมีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และราคาเข้าถึงง่าย ดึงดูดสายตาด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ มีสเกิร์ตหน้าทรงสปอร์ต โดดเด่นด้วยไฟหน้าและท้ายแบบ LED เต็มระบบ ส่วนด้านหลังก็มีกันชนและปลายท่อไอเสียแบบสปอร์ต ติดมาให้ด้วย

 ห้องโดยสารหรูหรา GLC ให้คนขับเป็นศูนย์กลางของตัวรถ ภายในออกแบบอย่างมินิมอล ลดปุ่มควบคุมที่ไม่จำเป็น พร้อมจัดวางปุ่มควบคุมระบบต่าง ๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี พร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX สุดล้ำ

Mercedes-Benz SUV : GLC มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดดเด่นด้วยทางเลือกรุ่นสปอร์ต AMG Line พร้อมขุมพลังที่มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 4 สูบแถวเรียง 1,950 ซีซี พลัง 194 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ไฮบริด 4 สูบแถวเรียง 211 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พลังอีก 122 แรง พ่วงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่นย่อยส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 

GLC พร้อมทางเลือก 2 รูปแบบตัวถัง SUV และ Coupé

Mercedes-Benz GLC สร้างปรากฎการณ์ด้วยการออกแบบให้รถ 1 รุ่น แต่มี 2 รูปแบบตัวถัง SUV แบบ 5 ประตู รูปทรงท้ายตัด และเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น ด้วยตัวถังแบบ Coupé มี 5 ประตู ทรงท้ายลาด เส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน เติมความอเนกประสงค์ขั้นสุด ด้วยทางเลือกที่มากกว่า

รถอเนกประสงค์ GLC เหมาะกับใคร ?

ถ้าพูดกันตามความเป็นจริง Mercedes-Benz ก็เป็น SUV ที่เหมาะกับทุกคนนั่นแหละ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์แบรนด์ยุโรป วัยรุ่นก็ขับได้ ผู้ใหญ่ยิ่งขับดี วัยทำงานที่เริ่มสร้างฐานะและกำลังมีครอบครัว ก็ยิ่งต้องใช้ GLC ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัว มีให้เลือกถึง 2 รูปแบบตัวถัง ด้วยสนนราคาที่จับต้องได้ในบรรดารถอเนกประสงค์ขนาดกลาง 

Mercedes-Benz GLE

GLE รถยนต์อเนกประสงค์แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวถังไซส์บิ๊กของ Mercedes-Benz SUV หากเทียบรุ่นเป็นรถเก๋ง GLE ก็เสมือนเป็น E-Class โดยเจเนอเรชันใหม่ใช้คอนเซ็ปต์ “ความแข็งแกร่งจากภายใน” ดีไซน์หรูหรา ตัวถังกำยำ ดูบึกบึน ส่วนโค้งมนเพิ่มความโฉบเฉี่ยว ทำให้รถมีความสง่างามไร้ที่ติ

Mercedes-Benz SUV : GLE ยังมาพร้อมไฟ LED เต็มระบบ ติดตั้งรอบคัน 84 ดวง ไฟหน้า Multibeam LED พร้อมไฟสูง Ultra Range มีความสว่างคล้ายกับแสงธรรมชาติ สามารถปรับแสงให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร นอกจากนี้ ในส่วนด้านท้ายก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการดีไซน์เสา C ให้มีความโค้งมนยาวประจบไฟท้าย ทำให้รถดูมีมิติและเติมความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น

มอบการควบคุมที่เหนือกว่า ด้วยห้องโดยสารสุดกว้าง จัดวาง 7 ที่นั่ง ด้วยเลยเอาท์ 2 – 3 – 2 นั่งสบาย ไม่แอบเมื่อย ล้ำสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล ขนาดใหญ่พิเศษ 12.3 นิ้ว วางต่อกัน 2 จอ มีระบบแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ HUD พร้อมระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะ MBUX รองรับการสั่งงานด้วยเสียง 

ขุมพลัง ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ Mercedes-Benz GLE ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 4 สูบแถวเรียง ความจุ 1,950 ซีซี พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า* ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พ่วงระบบขับเคลื่อนทุกล้อ 4MATIC  มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย GLE 350 de 4MATIC Exclusive และตัวแรงสุด GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic 

  GLE ยนตรกรรมที่สะท้อนความสำเร็จให้กับชีวิต

จุดเด่นของ Mercedes-Benz GLE ต้องยกให้เรื่องของดีไซน์และสมรรถนะ ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก รูปโฉมที่มีมัดกล้าม สง่างาม และมีความเรียบหรู สะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ฟังก์ชันล้ำสมัยรอบคัน ขับสนุกได้ทุกวัน โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่รู้จักกันในชื่อ 4MATIC และมีทางเลือกในรุ่น Hybrid อีกด้วย

รถอเนกประสงค์ GLE เหมาะกับใคร

Mercedes-Benz SUV : GLE นับเป็นรถอเนกประสงค์ระดับท็อป มีความครบเครื่องอยู่ในตัว เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่ต้องการสะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จ หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและสมรรถนะขั้นสุด GLE นับเป็นรถคันใหญ่ที่ใส่ความทันสมัยลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ   

Mercedes-Benz GLS

ถ้าไม่นับยนตรกรรมระดับตำนานอย่าง G-Class ก็เห็นจะเป็น GLS รุ่นนี้แหละที่เป็นพี่ใหญ่สุดของ Mercedes-Benz SUV นับเป็นตัวจบของรถยนต์อเนกประสงค์ รุ่นดีที่สุดจากค่ายดาว 3 แฉก

Mercedes-Benz GLS ความหรูในระดับเดียวกับ S-Class รวมความเป็นที่สุดของ SUV ขนาด Large Full-Size ตัวถังใหญ่สุดในบรรดาตระกูล G Series ดีไซน์ภายนอกสง่างาม ไฟหน้า Multibeam LED มีมากถึง 112 หลอด ปรับความสว่างอัตโนมัติแยกอิสระ โดยมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและทางโค้ง เพื่อคำนวณความสว่างที่เหมาะสม พร้อมด้วย Ultra Range Highbeam ช่วยส่องแสงไฟหน้าให้ไปได้ไกลขึ้น และไฟท้ายแบบ LED

เส้นสายตัวถังคมชัด เพิ่มมิติความสง่างามให้กับตัวรถ มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ทั้งยังมีไฟใต้กระจกมองข้าง ส่องแสงเป็นสัญลักษณ์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” พร้อมประตูดูดทุกบาน (ช่วยปิดประตูอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า) เติมความสปอร์ตด้วยล้อแม็ก 5 ก้าน จาก AMG ขนาด 21 นิ้ว

ห้องโดยสารสุดกว้างขวาง นั่งสบายในแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง บุและขึ้นรูปด้วยหนังคุณภาพสูง พวงมาลัย 3 ก้าน ดีไซน์สปอร์ตและมีระบบสัมผัสในตัว สามารถสั่งงานและควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว มีหน้าจอที่ยาวสุดในคลาส ขนาด 12.3 นิ้ว วางต่อกัน 2 จอ สามารถการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เชื่อมต่อระบบมัลติมีเดีย MBUX ล้ำสมัยสั่งงานด้วยเสียงและการสัมผัส

สะดวกสบายให้ทุกการเดินทาง ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ด้วยจอแสดงผลความละเอียดสูง ขนาด 11.6 นิ้ว มากถึง 2 จอ สามารถแชร์การทำงานผ่านระบบ MBUX พร้อมกันกับจอด้านหน้า รวมสูงสุดถึง 3 จอ รองรับการเชื่อมต่อ USB-C และ HDMI มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร

Mercedes-Benz SUV : GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ขีดสุดด้านสมรรถนะ ด้วยพลังจากเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ ดีเซล เทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 2,925 ซีซี จัดหนัก 286 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสมบูรณ์แบบ มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยช่วงล่างระบบถุงลม ปรับความเหมาะสมให้เข้ากับทุกสภาพถนน

GLS ความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน

GLS SUV รถยนต์อเนกประสงค์ “ดีสุดเท่าที่เคยมีมา” ตัวถังขนาดใหญ่ ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หนึ่งในความโดดเด่น ก็คือ ที่นั่งแถว 3 มีความกว้างในระดับ Full-Size  นั่งไขว่ห้างได้สบาย ไม่อึดอัด พกพาความหรูหราแบบซูเปอร์พรีเมียม บัญญัติใหม่ของ “รถยนต์อเนกประสงที่สมบูรณ์แบบ” เริ่มต้นที่ Mercedes-Benz GLS

รถอเนกประสงค์ GLS เหมาะกับใคร ?

Mercedes-Benz GLS รถยนต์อเนกประสงค์ท็อปสุดของสายการผลิต ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อทุกคน ดีที่สุดในเรื่องการขับขี่ สมบูรณ์แบบในทุกด้าน เหมาะกับผู้บริหาร หรือผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางด้วย Luxury SUV ออกตามหาและค้นพบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย GLS

MBUX ความอัจฉริยะที่รู้ใจคุณ

Mercedes-Benz User Experience หรือ MBUX ระบบมัลติมีเดีย AI มีหน้าที่ช่วยคุณควบคุมการทำงานของตัวรถ มีหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบนำทาง, ระบบจดจำพฤติกรรมการขับขี่, จอแสดงผลในแบบที่คุณรัก, ธีมห้องโดยสารที่คุณชอบ, เพลงที่คุณโปรด, อุณหภูมิห้องโดบยสารที่คุณรู้สึกสบาย, โหมดการขับขี่ ฯลฯ ระบบจะเรียนรู้ความชอบของคุณไปทีละนิด และพร้อมสนับสนุนคุณในทุกเส้นทาง

MBUX รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอช สามารถควบคุมและสั่งการผ่านปุ่มกดบนพวงมาลัย, Touchpad และสั่งการด้วยเสียง เพียงพูดคุยกับรถของคุณด้วยคำว่า.. Hey Mercedes ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ MBUX    

Safety & Driving Assistant Package มั่นใจทุกการเดินทาง

Mercedes-Benz SUV อัดแน่นเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองรอบคัน 360 องศา, Multibeam LED ระบบไฟอัจฉริยะ, ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตา, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร ฯลฯ

Mercedes Me Connect ระบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อ “คุณ – รถ – ศูนย์บริการ” เข้าไว้ด้วยกัน โดยการทำงานที่น่าสนใจมีอยู่ 4 ฟังก์ชัน คือ Mercedes-Benz Emergency Call System ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน, Telediagnostic ระบบวิเคราะ์สภาพรถยนต์, Navigation System ระบบแผนที่นำทาง และระบบตั้งค่ารถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน

Mercedes-Benz SUV ราคา / เงินดาวน์ / ตารางผ่อน GLC, GLE และ GLS

Mercedes-Benz SUV ประสบการณ์ที่เหนือกว่า

เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ คงเห็นแล้วว่า Mercedes-Benz SUV เป็นมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะ GLC, GLE และ GLS แตกต่างกันที่ขนาด ราคา และกลุ่มลูกค้าแต่ทุกรุ่นออกแบบโดยยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางเหมือนกัน แล้วจึงพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์ออกมา ให้ดีกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้

เพราะในท้ายที่สุด… จุดขายของรถยนต์ Mercedes-Benz ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของราคา แต่เป็นการมอบประสบการณ์การขับขี่ดีที่สุดให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ

รับข้อเสนอพิเศษ Mercedes-Benz SUV คลิกเลย !
Kaidee Auto ไตรมาสแรก รายได้โต 53% เติบโตในทุกมิติของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งและรถยนต์มือสอง

Kaidee Auto ไตรมาสแรก รายได้โต 53% เติบโตในทุกมิติของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งและรถยนต์มือสอง

Kaidee Auto (ขายดี ออโต้)  ผู้นำแพลตฟอร์มออนไลน์ซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง  ตอกย้ำความสำเร็จแผนกลยุทธ์ ด้วยผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 53% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตในทุกมิติของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งและรถยนต์มือสองบนแพลตฟอร์ม มั่นใจเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจะสร้างแรงกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์ปี 2565 เติบโตต่อเนื่องถึง  3 – 5 % สอดคล้องกับการเติบโตของ Kaidee Auto ที่พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย

นายโฮเซน ราฟัตเนจาด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ Kaidee เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของ Kaidee Auto เป็นไปในทิศทางบวกทั้งในฝั่งธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งและธุรกิจรถยนต์มือสอง ทำให้ผลประกอบการของ Kaidee Auto ในไตรมาสแรกปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของธุรกิจรถยนต์มือสองมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้กลยุทธ์การขยายพื้นที่การบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยจำนวนพันธมิตรดีลเลอร์ที่อยู่นอกเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โตขึ้น 130% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ Kaidee Certified บริการตรวจสอบสภาพรถยนต์มือสองก่อนการซื้อโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Kaidee Auto เติบโตขึ้นถึง 40% เทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา  และจำนวนรถยนต์มือสองที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม Kaidee Auto โตเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ (UX) และรูปลักษณ์ที่สวยงามของแพลตฟอร์ม (UI)ที่ช่วยให้ผู้ขายลงขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ชื้อสามารถค้นหารถมือสอง เปรียบเทียบราคา ติดต่อสื่อสารกับผู้ขายได้อย่างสะดวกสบาย และใช้งานง่ายขึ้น

ในส่วนของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งมีการเติบโตขึ้นในทุกมิติ  อาทิ จำนวนว่าที่ลูกค้า (Lead Generations) ที่เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก กลยุทธ์ทางด้านการสื่อสารเต็มรูปแบบผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์  O2O  ที่ผนวกเข้ากับจำนวนฐานผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Kaidee ที่มีจำนวน 14 ล้านคนในแต่ละเดือน ทำให้เราสามารถทำการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้อย่างแม่นยำ และครองใจบรรดาแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์มือหนึ่ง (OEM) ที่ให้ความไว้วางใจใน Kaidee Auto รวมถึงจำนวนพนักงานที่มีการเติบโตขึ้น 2 เท่า ทำให้ Kaidee Auto สามารถดำเนินงานตามแผนโซลูชันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  และจากเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรง คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมของตลาดรถยนต์ปี 2565 กลับมาคึกคักสามารถเติบโตถึง  3 – 5 % ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจ Kaidee Auto ด้วยเช่นกัน เนื่องจากจะเกิดการหมุนเวียนสับเปลี่ยนทั้งรถยนต์มือหนึ่งและมือสองในระบบ  ช่วยผลักดันให้ Kaidee Auto ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสองของไทยได้อย่างแน่นอน

“จุดแข็งของแพลตฟอร์ม Kaidee คือการเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ C2C ที่ใหญ่ที่สุดและอยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ ผนวกเข้ากับแผนกลยุทธ์ภายใต้การบริหารงานของกลุ่ม EMPG กลุ่มทุนผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำของโลก  จึงทำให้สามารถยกระดับแพลตฟอร์ม Kaidee Auto ไปสู่อีกขั้นได้ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสร้างการเติบโตในทุกมิติของภาคธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในบริการสำคัญและถือเป็นบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาของ Kaidee Auto คือ การขยายตลาดจากเดิมที่เป็นเพียงตลาดซื้อขายรถยนต์มือสอง สู่การจับมือเป็นพันธมิตรกับค่ายรถแบรนด์ดังและดีลเลอร์รถยนต์จำนวนมากในการเปิดตลาดซื้อขายรถยนต์มือหนึ่ง พร้อมทั้งการเปิดให้บริการด้านโซลูชันและการทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ร่วมกัน ส่งผลให้ Kaidee Auto เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์รถยนต์มือหนึ่งและมือสองที่ครบวงจร และพร้อมขยายโอกาสสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ สู่เป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนธุรกิจและผู้ประกอบการไทยเติบโตธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน”นายโฮเซน กล่าวสรุป

kaidee ปักธงสู่การเป็นผู้นำตลาดซื้อขายรถยนต์ออนไลน์ ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

kaidee ปักธงสู่การเป็นผู้นำตลาดซื้อขายรถยนต์ออนไลน์ ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

kaidee ตลาดซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จจับมือพันธมิตรและนักขายในประเทศไทยสร้างการเติบโตมากกว่า 60% ในปี 2564 ล่าสุดโชว์แผนธุรกิจหลังผนึกกำลังกับ EMPG กลุ่มทุนผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำของโลก ประกาศเดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มชู 3 บริการเด่น kaidee Marketplace แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสสำหรับสินค้ามือสอง kaidee AUTO แพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสองครบวงจร และ kaidee PROPERTY แพลตฟอร์มซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พร้อมยกระดับนวัตกรรมบริการ ความปลอดภัย และความโปร่งใสบนแพลตฟอร์ม เพื่อขยายโอกาสสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ สู่เป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนธุรกิจและผู้ประกอบการไทยเติบโตธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

นายมาร์ค นอสเวิร์ธที (Mark Nosworthy) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ kaidee กล่าวว่า kaidee เป็นตลาดซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำของไทยมายาวนานกว่า 10 ปี ด้วยจุดเด่นของการเป็นแพลตฟอร์ม C2C ที่ให้บริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว อีกทั้งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบบริการที่ตรงใจ และตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คน รวมถึงความหลากหลายของสินค้าที่มีมากกว่า 32 หมวด จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ kaidee ประสบความสำเร็จและเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำที่ผู้ซื้อและผู้ขายนิยมใช้งานมากที่สุด

“โดยในปี 2021 ภายหลังจากที่ kaidee ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม EMPG ซึ่งเป็นกลุ่มทุนผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำของโลก ซึ่งได้เข้ามาพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และทรัพยากรการทำงานด้านต่างๆ ส่งผลให้ kaidee เติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยมีการเติบโตมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพกลุ่มธุรกิจต่างๆ จนทำให้เกิดการปรับโครงสร้างการบริการบนแพลตฟอร์มในปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 3 บริการ ได้แก่ kaidee marketplace, kaidee AUTO และ kaidee property ซึ่งถือเป็น 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันกับแบรนด์ ผู้ประกอบการไทย ลูกค้าไทย และสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในบริการสำคัญและถือเป็นบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คือ kaidee AUTO ที่จากเดิมถือเป็นตลาดซื้อขายรถยนต์มือสองบนออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันได้มีการจับมือกับค่ายรถแบรนด์ดังและดีลเลอร์รถยนต์มากมายในการเปิดบริการด้านโซลูชันให้กับค่ายรถยนต์มือหนึ่ง ที่ส่งผลให้ kaidee AUTO เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์รถยนต์มือหนึ่งและมือสองที่ครบวงจร

นายโฮเซน ราฟัตเนจาด (Hossein Rafatnejad) ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจยานยนต์ ของ kaidee กล่าวว่า แม้ในภาพรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะลดลงซึ่งเป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจและผลกระทบจาก COVID ที่ทำให้ผู้คนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านจึงส่งผลให้การใช้รถน้อยลง จึงทำให้ตลาดรถยนต์ในภาพรวมอาจจะไม่ได้มีตัวเลขที่สูงขึ้นเช่นในปีก่อนๆ แต่อย่างไรก็ตามเราคาดว่าตลาดรถยนต์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะเติบโตที่ 3 – 5% และจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญจะมาจากเทรนด์ของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าในปี 2564 มูลค่าตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 108% จากปี 2563 จากทิศทางของตลาดและแนวโน้มของธุรกิจรถยนต์ในอนาคต รวมถึงความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโตบนการค้าขายในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของ kaidee AUTO ในการขยายบริการตลาดซื้อขายรถยนต์ทั้งมือหนึ่งและมือสองบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสองสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์ในประเทศไทย

โดยกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจรถยนต์มือสอง ประกอบด้วย การยกระดับคุณภาพของสินค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ การขยายพื้นที่บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อและผู้ขาย การส่งมอบประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มที่ดีและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น และสำหรับกลยุทธ์ของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งที่ถือเป็นตลาดใหม่ของ kaidee AUTO จะเน้นเรื่องการพัฒนาบริการให้เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อ รวมถึงการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพได้

สำหรับภาพรวมธุรกิจการขายรถยนต์มือสองบน kaidee AUTO นั้น นายประทีป ปานเดย์ ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายขาย ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ kaidee กล่าวว่า ธุรกิจรถยนต์มือสองของ kaidee AUTO มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการจับมือกับกลุ่มดีลเลอร์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายบนออนไลน์ส่งผลให้มีพันธมิตรดีลเลอร์รถมือสองเพิ่มขึ้นมากกว่า 150% ในปี 2564 และมียอดขายรถมือสองบนแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 29% ของสินค้าที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์ม โดยมีรายได้จากการขายรถมือสองเพิ่มสูงขึ้นถึง 93% ในปี 2564 โดยจุดเด่นของการซื้อขายรถยนต์มือสองบน kaidee AUTO คือ ผู้ซื้อและผู้สนใจสามารถมั่นใจได้ว่ารถที่ประกาศขายบน kaidee AUTO จะเป็นรถที่เหมาะสมกับราคา พร้อมด้วยบริการตรวจสภาพรถกว่า 200 รายการโดยผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทันสมัยก่อนการซื้อรถ ในขณะที่ผู้ขายที่มีประวัติการซื้อขายที่ดีสามารถได้รับตราการันตีจาก Kaidee Certified ในประกาศเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ และปิดการขายได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ นางสาวมิ่งขวัญ จันทรพิมพ์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจรถยนต์ใหม่ ของ kaidee กล่าวว่า ธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งของ kaidee AUTO ในปี 2565 นี้ kaidee AUTO ได้เดินหน้าจับมือกลุ่มพันธมิตรค่ายรถยนต์แบรนด์ดังและดีลเลอร์ชั้นนำ และพันธมิตรทางการเงินอย่าง ‘กรุงศรี ออโต้’ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ซื้อและขอสินเชื่อรถยนต์ให้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม รวมถึงให้คำแนะนำในการเลือกซื้อและการวางแผนการเงินผ่านบริการ kaidee MONEY

ปัจจุบันจำนวนผู้ติดตามของ kaidee บนช่องทางโซเชียลมีเดียมีถึง 2 ล้านคน และยังมี visitor บนแพลทฟอร์มถึง 14 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มผู้ซื้อแล้ว kaidee AUTO ยังนำเสนอบริการให้กับกลุ่มผู้ขายที่เป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์และดีลเลอร์ ในการโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์และการให้บริการ lead generation อย่างครบวงจรอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ขายได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อโดยตรงผ่านแพลทฟอร์ม kaidee AUTO ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งนี้ kaidee AUTO ยังคงรุดหน้าเจรจากับกลุ่มพันธมิตรยานยนต์ค่ายใหญ่ต่อเนื่อง คาดกลางปีนี้จะได้เห็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำมากมายได้เข้ามาทำการตลาดและขายรถยนต์มือหนึ่งบนแพลตฟอร์ม kaidee AUTO อย่างแน่นอน

ต่อภาษีรถยนต์ได้ง่ายๆ นอนอยู่บ้านก็ทำได้

ต่อภาษีรถยนต์ได้ง่ายๆ นอนอยู่บ้านก็ทำได้

อุ้ยย!! นึกขึ้นได้ลืมต่อภาษีรถนี่นา หมดอายุวันนี้แล้วด้วยทำไงดี?? บอกเลยว่าปัญหานี้จะหมดไปเพราะเดี๋ยวนี้เค้ามี “ต่อภาษีรถยนต์” กันได้ง่าย ๆ ผ่านทางออนไลน์แล้วจ้า ไม่ต้องมานั่งวุ่นวายเดินทาง ฝ่าอากาศร้อน ๆ หรือนั่งรถติดอยู่หลังพวงมาลัย แค่นอนกลิ้ง ๆ อยู่บ้านก็ต่อภาษีได้สบาย~ มาดูกันเลยดีกว่าว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง

ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์

ก่อนที่จะไปดูเรื่องของขั้นตอนการต่อ เรามาเรียนรู้ในเรื่องของประโยชน์ในการต่อภาษีกันก่อนดีกว่า ว่าทำไมกันนะคนเราถึงต้องมานั่งเตือนตัวเองว่า “ถึงเวลาแล้วนะ” ในทุกปี (แม้แต่ผมเองยังเกือบลืมเลย!!)

แอบใบ้เล็ก ๆ ว่าเป็นเรื่องของ “ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ติดอยู่ที่รถ”

1. เพื่อทำตามกฎหมาย

เป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยดูจากพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ระบุไว้ว่า รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือนำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ (อุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถยนต์) ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

2. เพื่อให้ใช้รถยนต์ได้อย่างถูกต้อง

ต่อเนื่องจากเรื่องของกฎหมาย หากไม่ได้ต่อภาษี เท่ากับว่ารถของคุณก็จะถูก “ระงับป้ายทะเบียน” เท่ากับว่ากลายเป็นรถยนต์ที่ผิดกฎหมายนั่นเอง และไม่สามารถนำรถมาขับขี่บนท้องถนนได้ หากถูกพบเจอก็ต้องมีการเสียค่าปรับ

ค่าปรับอยู่ที่ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (หูยยย กินข้าวได้หลายมื้อเลยนะ)

แต่ว่าถ้าหากขาดต่อภาษีแล้วนำรถกลับเข้าไปเสียภาษีใหม่ ก็จะมีค่าปรับอีกเหมือนกัน (ต้องระวังไว้ให้ดีล่ะ อย่าลืมเด็ดขาด)

กรณีขาดต่อค่าปรับ
ขาดต่อภาษีมาแล้ว 1 ปีปรับ 10,000 บาท
ขาดต่อทั้งพรบ. และภาษีปรับไม่เกิน 20,000 บาท
รถที่ไม่แสดงเครื่องหมายการต่อภาษีปรับไม่เกิน 2,000 บาท
**เห็นราคาก็เริ่มท้อแล้วล่ะสิ

3. เพื่อนำภาษีไปปรับปรุงบ้านเมือง

เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องทำอยู่แล้ว เรื่องของภาษี ระบบคมนาคมต่าง ๆ บนท้องถนนหากใช้งานไปมาก ๆ ก็ต้องมีการปรับปรุงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็น ถนนหนทาง สัญญาณจราจรต่าง ๆ รวมไปถึงเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาดูแลในส่วนนี้ การเสียภาษีก็เหมือนเป็นการนำเงินมาใช้ในส่วนที่เป็นสิ่งของสาธารณะที่เราใช้ ๆ กันในทุกวันนั่นเอง

จะรู้ได้ไงว่าต้องต่อภาษีรถยนต์เมื่อไร

ใช่ไหม!! งงเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?? ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยต่อภาษีมาก่อน จะไปตรัสรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปชำระเงินเมื่อไร เดี๋ยวจะมาบอกให้ โดยวันที่จะชำระภาษีนั้นมีให้ดูอยู่ 2 ที่หลัก ๆ คือ

“เล่มทะเบียนและป้ายวงกลมติดหน้ารถ”

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่กำหนดจ่ายเป๊ะ ๆ เพราะมันสามารถจ่ายก่อนได้ก่อนตั้ง 90 วันแหนะ!!

TIPS : ให้ตั้งเตือนในโทรศัพท์ไว้ทุก ๆ ปี ให้แจ้งเตือนอัตโนมัติจะทำให้ไม่ลืม

ขั้นตอนการต่อภาษีออนไลน์ แบบนอนอยู่บ้านก็ทำได้

เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ง่ายไปเสียหมด ไม่ต้องมานั่งตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปที่กรมขนส่งอีกต่อไป เพราะว่าเขามีให้ต่อภาษีออนไลน์ได้แล้ว จะอยู่กับแฟน กินข้าว ดูหนัง หรือทำอะไรอยู่ ก็สามารถต่อภาษีได้แล้ว แต่ก่อนที่จะต่อภาษีแบบออนไลน์ได้ จะต้องนำรถยนต์เข้าไปตรวจกับ ตรอ. เสียก่อน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจ ตรอ. ที่นี่

1. เข้าเว็บไซต์ eservice.dlt.go.th และกดปุ่ม “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่”

2. กรอกรายละเอียดทุกช่องให้ครบถ้วน

3. Login เข้าสู่ระบบเพื่อทำรายการ กดปุ่ม “ชำระภาษีรถประจำปี” และเลือกเมนูย่อย “ชำระภาษีรถประจำปี”

4. ใส่ข้อมูลให้ครบ และกดปุ่ม “ลงทะเบียนรถ”

5. จากนั้นให้กดปุ่ม “ยื่นชำระภาษี”

6. ใส่ข้อมูลให้ครบและกดปุ่ม “กรอกสถานที่จัดส่งเอกสาร”

7. กรอกที่อยู่ที่จัดส่งเอกสาร จากนั้นกดปุ่ม “เลือกวิธีชำระเงิน” โดยวิธีชำระเงินนั้นมีให้เลือกด้วยกันอยู่ 3 ช่องทาง

  • ชำระเงินโดยหักบัญชีเงินฝาก : ต้องมีบัญชีเงินฝากและเป็นสมาชิกใช้บริการโอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตกับธนาคาร ซึ่งมีค่าธรรมเนียมธนาคาร 20 บาทต่อรายการ 

ธนาคารที่ร่วมโครงการ ได้แก่ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และยูโอบี

  • ชำระเงินโดยบัตรเครดิต/บัตรเดบิต : โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 2% รวม Vat 7% ของค่าธรรมเนียม 

ธนาคารที่ร่วมโครงการได้แก่ กรุงเทพ และกรุงศรีอยุธยา

  • เคาน์เตอร์บริการ : ชำระเงินโดยพิมพ์ใบแจ้งชำระภาษีรถ แล้วนำไปชำระเงิน ณ เคาน์เตอร์, ตู้ ATM ที่ร่วมโครงการ กรุงไทย, กรุงเทพ, ธนชาต, ธ.ก.ส, ซีไอเอ็มบี ไทย, กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทย, ยูโอบี, ไทยพาณิชย์, บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, ทรู มันนี่ เซอร์วิส และเทสโก้ โลตัส

8. จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด และกด “ยืนยัน” เป็นอันเสร็จสิ้น (และรอทางกรมขนส่ง ส่งเอกสารมาให้ถึงบ้านได้เลย~)

สรุปบทความ ต่อภาษีรถยนต์

การต่อภาษีรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไปแล้วในยุคสมัยนี้ เพียงแค่เข้าเว็บของกรมขนส่งและลงทะเบียนก็จ่ายได้ในทันที และอย่าลืมว่าการชำระภาษีเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่ได้ชำระแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้ทะเบียนถูกยกเลิก และไม่สามารถขับขี่ได้บนท้องถนน ควรตั้งเตือนตัวเองว่าในทุก ๆ ปี มีเวลาก่อนถึง 90 วัน กว่าที่จะถึงกำหนดจ่าย

แต่ถ้าหากพูดในเรื่องของการเลือกซื้อรถคุณภาพดี ราคาโดนใจ สามารถพูดคุยติดต่อกับผู้ขายโดยตรงก่อนการซื้อแล้วล่ะก็ เข้ามาเลยที่ Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์มากมาย ให้เลือกซื้อ ที่ตรงเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตและการใช้งานในทุก ๆ วัน (ถ้าซื้อรถมาแล้ว จ่ายภาษีด้วยนะ)

ซื้อรถคันแรก ต้องรู้อะไรบ้าง เลือกยังไงดี ฉบับ 2021

ซื้อรถคันแรก ต้องรู้อะไรบ้าง เลือกยังไงดี ฉบับ 2021

ซื้อรถคันแรกต้องรู้อะไรบ้าง จะเลือกรุ่นไหนดีนะ หลาย ๆ คนที่กำลังจะถอยรถใหม่ป้ายแดงให้กับตัวเองเป็นคันแรกน่าจะต้องเคยผ่านช่วงเวลาอันแสนสับสนนี้มาเหมือนกันใช่ไหมคะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เพราะรถก็ถือเป็นทรัพย์สินราคาสูงที่จะซื้อทั้งทีก็ต้องเลือกให้ถี่ถ้วน สั่งสมข้อมูลให้แน่น ๆ 

วันนี้เราเลยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถคันแรกให้คุ้มค่าที่สุดมาฝากกัน ซื้อรถคันแรกทั้งทีต้องรู้อะไรก่อน ต้องเลือกยังไง รุ่นไหนเหมาะกับมือใหม่หัดขับบ้างนะ ไปตามอ่านกันได้เลยค่ะ

รวมสารพัดสิ่งที่ต้องรู้เมื่อซื้อรถคันแรก

สำรวจความต้องการตัวเองว่า “จำเป็น” ต้องใช้หรือไม่

“ก็ของมันต้องมี” ใครคุ้นเคยกับประโยคนี้ เราคือเพื่อนกันค่ะ ของหลาย ๆ อย่างที่เราสอยมาจากอินเทอร์เน็ตเอยอะไรเอย บางทีพอมาย้อนมองดูอีกที ก็รู้เลยว่าเราซื้อมาเพราะความอยากล้วน ๆ ไม่ใช่ความจำเป็น 

ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่อย่างรถยนต์ เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนลองสำรวจตัวเองดูว่า การซื้อรถยนต์มีความจำเป็นกับเรามากน้อยแค่ไหน ให้ลองเทียบกับการใช้ชีวิตปัจจุบันและในอนาคตยาว ๆ ด้วย เพราะรถยนต์เป็นของที่ซื้อแล้วมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

เราขออนุญาตยกตัวอย่างสถานการณ์ที่จำเป็น อย่างเช่น เรามีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการทำงาน เช่น เป็นพนักงานขายที่ต้องออกไปพบลูกค้าบ่อยครั้ง หรือการเดินทางจากบ้านไปที่ต่าง ๆ ค่อนข้างลำบาก ถ้ามีรถยนต์จะช่วยให้สบายขึ้น หรือต้องการใช้รถยนต์เพื่อเดินทางไปหลาย ๆ ที่ได้ตลอดเวลา และมีแนวโน้มจะใช้ไปได้ในระยะยาว 

ถ้าสำรวจความต้องการอย่างถ่องแท้แล้วพบว่ามีความจำเป็นมากกว่า ซื้อมาแล้วจะมีประโยชน์กับเราจริง ๆ ก็สามารถให้ซื้อได้เลยค่ะ 

สำรวจภาระค่าใช้จ่ายของตัวเองให้ดี

การซื้อรถคันแรกถือเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการผ่อนชำระและจ่ายเงินดาวน์ ดังนั้นเราจึงควรคำนวณการใช้เงินและภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบันของเราให้ดีว่าเพียงพอต่อการซื้อรถสักคันหรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว ภาระหนี้สินรายเดือนของเราควรอยู่ในระดับประมาณ 20-40% สำหรับ 40% ควรเว้นไว้กรณีผ่อนบ้านเพราะอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อทรัพย์สินอื่น ๆ 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท ถ้าต้องจ่ายค่าผ่อนรถ 7,500 บาท หรือครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ก็อาจจะหนักเกินไป เพราะยังต้องมีรายจ่ายอื่น ๆ ต้องจ่ายอีก 

คำนวณและเตรียมค่าใช้จ่ายหลังการซื้อรถด้วย

นอกจากค่าใช้จ่ายในการซื้อรถแล้ว อย่าลืมว่าหลังจากซื้อรถแล้ว เราเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและใช้รถตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น

ค่าเชื้อเพลิง

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือแก๊สก็ตาม โดยปกติแล้ว หากใช้งานรถแบบจัดเต็ม เป็นประจำก็มักจะอยู่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าใช้งานน้อยกว่านั้นก็อาจจะลดต่ำลงมา 

ค่าประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ควรทำไว้เพื่อช่วยป้องกันค่าเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับกับรถคันแรก ถ้าเป็นประกันภัยชั้นหนึ่ง ราคาก็จะเริ่มต้นประมาณ 15,000 บาท 

ค่าบำรุงรักษา

การบำรุงรักษารถเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นอย่างยิ่ง หนึ่งในขั้นตอนการบำรุงรักษาคือควรตรวจเช็กสภาพรถและถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 – 12 เดือน หรือทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ค่าตรวจเช็กระยะและถ่ายน้ำมันเครื่องประจำปี ราคาประมาณ 3,000 บาท

ค่า พ.ร.บ.รถยนต์

พ.ร.บ.รถยนต์เป็นสิ่งที่คนขับรถทุกคนต้องสมัครตามกฎหมาย พรบ.จะทำหน้าที่เป็นประกันภัยในกรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุในส่วนของค่ารักษาและเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ 

อันนี้ขอย้ำว่าเป็นสิ่งที่เราต้องสมัครนะคะ เพราะถ้าไม่สมัคร จะมีความผิดทางกฎหมายเช่นกัน โดยโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

ค่าภาษี

ภาษีของรถยนต์แต่ละประเภทจะแตกต่างกันไป โดยจะคำนวณจากขนาดซีซีดังต่อไปนี้

1-600 ซีซีแรก ซีซีละ 0.50 สตางค์

601-1800 ซีซี ซีซีละ 1.50 บาท 

1801 ซีซี ขึ้นไป ซีซีละ 4 บาท

การเสียภาษีปีที่ 1-5 จะเป็นไปตามนี้ หากใช้งานมากกว่า 6 ปี จะเสียภาษีลดลงจากนี้ 10% และเมื่อใช้งานรถจนถึงปีที่ 10 จะลดลงถึง 50% 

ในกรณีที่ไม่ได้ส่งภาษี จะต้องเสียค่าปรับ และมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ข้อหาใช้รถยนต์ที่ไม่ได้เสียภาษี หากขาดส่งภาษีติดต่อกันนานกว่า 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน

ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการกู้รถและดอกเบี้ยไว้ให้ครบถ้วน

หากเราเลือกจะซื้อรถยนต์ด้วยการผ่อนนั้น ต้องคำนวณดอกเบี้ยที่จะเสียจากระยะเวลาในการผ่อนด้วยเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบได้ว่าควรผ่อนระยะเวลาเท่าไรเพื่อให้ประหยัดดอกเบี้ยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จำนวนเงินค่าผ่อนรายเดือนก็ยังไม่มากจนเกินไป

สำหรับการคำนวณเงินผ่อนรถ เราต้องรู้ดังนี้

  • ราคารถ
  • จำนวนเงินดาวน์
  • จำนวนอัตราดอกเบี้ย

ก่อนอื่นให้เราลบจำนวนเงินดาวน์ออกจากราคารถเพื่อหาจำนวนเงินที่เราต้องยื่นกู้

ยกตัวอย่างเช่น ราคารถยนต์ที่ต้องการซื้อ 1,000,000 บาท เลือกดาวน์ 300,000 บาท

เงินที่จะยื่นกู้จะเท่ากับ 1,000,000 – 300,000 = 700,000 บาท 

จากนั้นให้นำจำนวนเดือนที่ต้องการผ่อนและอัตราดอกเบี้ยมาคำนวณดังนี้

ถ้าเราเลือกกู้เงินในอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ของเงินที่ต้องการยื่นกู้ทั้งหมด ก็จะคำนวณได้ดังนี้

700,000 x 6% = 42,000 บาท ต่อปี 

หากเลือกผ่อน 36 เดือน หรือ 3 ปี ก็จะเท่ากับดอกเบี้ย 42,000 x 3 = 126,000 บาท

ดังนั้นเงินต้นรวมกับดอกที่ต้องจ่ายตลอดสามปีแล้วจะเท่ากับ 700,000 x 126,000 = 826,000 บาท

ดังนั้นคุณจะต้องจ่ายค่างวดในแต่ละเดือนประมาณ 22,944 บาท 

การรู้ค่างวดคร่าว ๆ ไว้ก่อนจะช่วยให้เราประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคตได้ 

รวมรุ่นรถคันแรกเหมาะ ๆ รุ่นไหน สเปกยังไงดี

หลังจากรู้ข้อมูลเบื้องต้นที่คนอยากมีรถคันแรกควรศึกษาไว้ล่วงหน้ากันแล้ว มาดูกันดีกว่าค่ะว่าปี 2021 นี้ ถ้าจะออกรถคันแรกสักคัน มียี่ห้อไหน รุ่นใดน่าสนใจบ้าง 

Toyota Yaris 2021

เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นานกับ Toyota Yaris 2021 ECO Car ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว สปอร์ต มีเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแบบจัดเต็ม อาทิ ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน หรือระบบความปลอดภัยก่อนการชน รวมทั้งกล้องหน้า-หลัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีมาให้ในรุ่น Sport Premium เท่านั้น 

แต่จากฟังก์ชันความปลอดภัยที่พูดถึงคร่าว ๆ นี้ บอกเลยว่าเหมาะกับมือใหม่หัดขับมาก ๆ แถมตัวรถยังเป็น ECO Car ประหยัดพลังงานอีกด้วย

ราคารุ่น Entry 549,000 บาท

ราคารุ่น Sport (เกียร์อัตโนมัติ)  609,000 บาท

ราคารุ่น Sport Premium with Black Roof (เกียร์อัตโนมัติ)  679,000 บาท

ราคารุ่น Sport Premium (เกียร์อัตโนมัติ) 684,000 บาท

Honda Civic Hatchback TURBO RS 2020

Honda Civic ถือเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งของ Honda ที่ฮอตฮิตกันมาอย่างยาวนาน ไปไหนเป็นอันต้องได้เห็นคนขับขี่ผ่านตากันตลอด ๆ วันนี้เราเลยอยากขอแนะนำเป็น Honda Civic Hatchback ปี 2020 ที่มีการออกแบบให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ภายนอกเน้นดีไซน์ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น

ส่วนภายในยังคงความกว้างขวางตามแบบฉบับ Honda Civic ไว้ แถมด้วยพื้นที่เก็บของด้านหลังและเบาะที่ปรับเอนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บของด้วย หากพูดถึงเรื่องความประหยัด บอกเลยว่าไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีเทคโนโลยี Direct Injection จ่ายเชื้อเพลิงตรงสู่ห้องเผาไหม้ ช่วยให้ประหยัดมากขึ้น

อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็ม อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรก ระบบช่วยเตือนการชนรถ และอีกมากมาย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากได้รถที่มีพื้นที่เยอะ ๆ ทั้งใช้สำหรับนั่งโดยสารและเก็บของ 

ราคารุ่น HATCHBACK TURBO RS 2020 1,229,000 บาท

New Mazda 2 2021

Mazda 2 รุ่น 2021 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย น่าใช้ สวยทุกมุม แถมยังเพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นจาก Mazda 2 รุ่นก่อนหน้า  มีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.3 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร มาพร้อมระบบเทคโนโลยีทันสมัยหลากหลาย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control

ราคารุ่น 1.3 E/1.3 E Sports  546,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 C/1.3 C Sports  596,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 S/1.3 S Sports 627,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 S Leather/1.3 S Sports Leather 648,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 SP/1.3 SP Sports  690,000 บาท

ราคารุ่น XD/XD Sports 782,000 บาท

ราคารุ่น XDL/XDL Sports 799,000 บาท

New MG ZS 2020

ปิดท้ายกันด้วย New MG ZS 2020 SUV ที่มาพร้อมดีไซน์สุดทันสมัยน่าใช้ทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ต ภายในก็ตกแต่งด้วยเบาะสีน้ำตาลตัดสีดำ ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัยในเวลาเดียวกัน 

ไฮไลต์เด่นอยู่ที่หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ในรุ่น X+ และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ New MG ZS 2020 ยังมีระบบ I-Smart ในการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ทั้งการสั่งงานผ่านเสียง ผ่านแอปพลิเคชัน และหน้าจอทัชสกรีน

เหมาะกับมือใหม่หัดขับที่อยากได้ SUV ดีไซน์สวย ครบเครื่องทั้งเรื่องเทคโนโลยีและการขับขี่

ราคารุ่น C+ 689,000 บาท

ราคารุ่น D+ 739,000 บาท

ราคารุ่น  X+ ใหม่ 2020 799,000 บาท

สรุปรวมรุ่นรถคันแรก เลือกยังไงให้ปังที่สุด

การซื้อรถสักคันถือเป็นการซื้อทรัพย์สินชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของใครหลายคน เพราะฉะนั้นการศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากต้องสรุปรวม ๆ แล้ว สิ่งที่คนอยากออกรถคันแรกสักคันหลัก ๆ ควรเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมาหลังจากออกรถคันแรก ทั้งค่างวดรถในกรณีคนที่ต้องการซื้อแบบผ่อนชำระ และค่าบำรุงรักษารถ

ดังนั้นการคำนวณค่าใช้จ่ายและนำมาใช้ประเมินร่วมกับความจำเป็นในการใช้รถ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

นอกจากนี้เรายังมียี่ห้อรถที่แนะนำสำหรับมือใหม่ที่อยากออกรถคันแรกในปี 2021 มาฝากกันด้วย ใครที่อยากมองหารถคันแรกในราคาคุ้มค่า แวะมาลองเลือกกันได้ที่ Kaidee auto เลยค่ะ มีรถหลากหลายรุ่น ยี่ห้อ และสเปกให้เลือกแน่นอน