Aug 20, 2024 | บทความยานยนต์
การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์คันแรกสามารถช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้
หากคุณกำลังมองหา ประกันรถยนต์ คันแรก ควรทำการศึกษาให้ดีก่อนตัดใจสิน เพราะนั่นอาจเป็นตัวกำหนดรูปแบบประกันของคุณได้ในระยะยาว หากเลือกประกันรถยนต์ไม่เหมาะสม คุณอาจจะต้องเสียเงินมากเกินความจำเป็น หรือได้รับความคุ้มครองที่ไม่คู่ควรกับรถใหม่
รถยนต์คันแรก ควรเริ่มต้นใช้ประกันรถยนต์แบบไหน
1. ประกันรถยนต์ ภาคบังคับ
ข้อดีคือเป็นประกันภัยพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ซึ่งครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ข้อเสียของประกันในรูปแบบนี้คือไม่สามารถครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับรถของคุณเองได้ และอาจทำให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องซ่อมแซ่มรถยนต์ของคุณบานปลายได้ในอนาคต
2.ประกันรถยนต์ แบบสมัครใจ
2.1 ประกันรถยนต์ ประเภท 3
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 หรือชั้น 3 ครอบคลุมเพียงแค่ความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอกและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมถึงการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ข้อเสียคือไม่สามารถครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของคุณเองได้ หากจำเป็นต้องซ่อมแซมรถยนต์ ผู้ขับขี่จำเป็นที่จะต้องดูแลในส่วนของค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
2.2 ประกันรถยนต์ ประเภท 2+
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ หรือชั้น 2+ เพิ่มความคุ้มครองขึ้นมาจากประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 โดยสามารถครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับรถของคุณเองได้ แต่ในบางกรณีเท่านั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น เช่น การชนกับยานพาหนะอื่นๆ แต่ไม่สามารถคุ้มครองในกรณีอื่นๆ ได้
2.3 ประกันรถยนต์ ประเภท 1
ประกันรถยนต์ ประเภท 1 หรือชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุด รวมถึงการชนกับยานพาหนะอื่นๆ การโจรกรรม และการเกิดไฟไหม้ หรือในเหตุการณ์ที่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของคุณแบบไม่มีคู่กรณี ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้เป็นตัวเลือกที่ดีหากต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมทรัพย์สินของคุณรวมถึงค่ารักษาพยาบาลได้มากที่สุด หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลในส่วนนี้ให้ทั้งหมด
ประกันรถยนต์ Roojai พร้อมดูแลคุ้มครองรถคันแรกของคุณ ช่วยให้คุณสบายใจได้แม้เกิดเหตุไม่คาดฝัน
หากกำลังมองหาประกันสำหรับรถคันแรกผู้ขับขี่อาจพิจารณาเริ่มต้นที่ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ให้ความคุ้มครองได้ดีในระดับหนึ่งและมีค่าเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากจนเกินไป แต่หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา การเลือก ประเภท 1 จะให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนที่สุด ซึ่งเหมาะสำหรับการปกป้องคุ้มครองที่ดีที่สุดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
Roojai ครอบคลุมในทุกเรื่องของคนรักรถ เราเหมือนเพื่อนคู่คิด ให้ความสำคัญของชีวิตและการรักษามูลค่าทรัพย์สินของคุณเป็นหน้าที่หลักของเรา เราขอแนะนำประกันภัยรถยนต์ Roojai.com รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า สามารถปรับแต่งแผนประกันภัยเองได้ ติดกล้องลด 10% ผ่อน 10 งวด ผ่านบัตรเดบิต/เครดิต อีกทั้งยังตรวจสภาพรถหรือแจ้งเคลมผ่านแอป ถึงไวใน 30 นาที มีอู่และศูนย์ซ่อมทั่วไทย ซื้อ ประกันรถยนต์ ออนไลน์ง่ายๆ ได้ที่นี่เลย
Aug 22, 2023 | บทความยานยนต์
เมื่อพูดถึงโลกแห่งยานยนต์ที่สมบุกสมบันและเชื่อถือได้ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงรถยนต์ Toyota Hilux (โตโยต้า ไฮลักซ์) กันอย่างแน่นอน โดย โตโยต้า ไฮลักซ์ เป็นรถกระบะที่ได้รับการผลิตและพัฒนาโดย โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน บริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เพื่อมาแทนรถกระบะรุ่นเก่าอย่างโตโยต้า สเตาท์ (Toyota Stout) โดยมีการผลิตครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 และมีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันด้วยกันทั้งหมด 8 รุ่น
สำหรับในประเทศไทยนั้นคนไทยเรียก โตโยต้า ไฮลักซ์ ติดปากว่า ไฮลักซ์ วีโก้ (Hilux Vigo) (ในรุ่นที่ 7) / ไฮลักซ์ รีโว่ (Hilux Revo) (ในรุ่นที่ 8) ทั้งนี้จุดเด่นและชื่อเสียงของ โตโยต้า ไฮลักซ์ คงหนีไม่พ้นความทนทาน ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว Toyota Hilux REVO 2023 ใหม่ โดยมีการปรับหน้าตาตัว 4 ประตูยกสูงและเพิ่มออปชันในหลายรุ่นย่อย
ราคารถกระบะ Toyota Hilux มือหนึ่ง
ราคากระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รุ่น Standard Cab
4×4 2.8 Entry AT ราคา 766,000 บาท
4×4 2.8 Entry ราคา 714,000 บาท
4X2 2.8 Entry ราคา 609,000 บาท
4X2 2.4 Entry AT ราคา 644,000 บาท
4×2 2.4 Entry ราคา 594,000 บาท
4×2 2.4 Entry ช่วงล้อสั้น ราคา 594,000 บาท
4×2 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 554,000 บาท
4×2 2.4 Entry AT (ไม่มีกระบะ) ราคา 604,000 บาท
ราคากลางรถกระบะ Toyota Hilux มือสอง
ราคากลางรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ มือสองในตลาดรถยนต์ออนไลน์เริ่มต้นที่ 370,000 – 639,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและปีที่ผลิต
ปัจจุบันรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ มือสองมีให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่นย่อย ได้แก่ Standard Cab, Smart Cab, Double Cab, Z-Edition, GR Sport, Prerunner / 4×4 และ Rocco โดยรุ่นที่น่าสนใจมีราคา ดังนี้
2017 Toyota HILUX REVO SMART CAB 2.4 ราคาเริ่มต้น 370,000 บาท
2019 Toyota HILUX REVO DOUBLE CAB Z EDITION 2.4 ราคาเริ่มต้น 530,000 บาท
2018 Toyota HILUX REVO 2.4 E DOUBLE CAB PRERUNNER 2018 ราคาเริ่มต้น 639,000 บาท
2021 Toyota HILUX REVO SMART CAB Z EDITION MID 2.4 ราคาเริ่มต้น 590,000 บาท
2022 Toyota HILUX REVO SMART CAB 2.4 Z EDITION ENTRY ราคาเริ่มต้น 459,000 บาท
ข้อมูลทางเทคนิครถยนต์ Toyota Hilux 4×4 2.8 Entry AT
เครื่องยนต์
รุ่น/แบบ: 1GD-FTV (High) / 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี): 2755
กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์(แรงม้า)/รอบต่อนาที): 150 (204) / 3,400
แรงบิดสูงสุด EEC net นิวตัน-เมตร/รอบต่อนาที: 500 / 1,600 – 2,800
น้ำมันเชื้อเพลิง: ดีเซล
ขนาดรถยนต์
มิติภายนอก ยาวxกว้างxสูง (มม.): 5,265 x 1,800 x 1,795
กระบะภายใน ยาวxกว้างxสูง (มม.): 2,315 x 1,575 x 480
ระบบขับเคลื่อน และระบบกันสะเทือน
ระบบส่งกำลัง: ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อม Differential Lock ที่เฟืองท้าย
ระบบเกียร์: อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift
ระบบกันสะเทือนหน้า / หลัง: แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง/แหนบซ้อน
ล้อ: กระทะเหล็ก 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อ
อุปกรณ์ภายนอก
ไฟหน้า: ฮาโลเจน มัลติรีเฟล็กเตอร์
หลังคา: มาตรฐาน
อุปกรณ์ภายใน
วัสดุเบาะนั่ง: ผ้า
เบาะนั่งด้านคนขับ: ปรับธรรมดา ปรับระดับสูง – ต่ำได้
ขายรถมือสอง Toyota Hilux ใน KAIDEE AUTO
Jun 22, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว”
แจกฟรี❗️ Kaidee Egg วันที่ 30 มิ.ย. 66 วันเดียวเท่านั้น!
ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว
📌 ณ ไบเทค บางนา Grand Hall ชั้น 2 ห้อง 202
⭐️ ต่อที่ 1 ฟรี 300 ไข่! เพียงลงทะเบียนที่บูธ Kaidee
⭐️ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์ Lucky Draw* ลุ้นรับ Kaidee Egg ฟรี ๆ สูงสุด 5,000 Egg*
(*เมื่อเติมไข่ขั้นต่ำ 5,000 บาท ที่บูธ Kaidee)
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
Mar 1, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รวมวิธีวางแผนซื้อรถ เหมาะสำหรับทุกครอบครัว คำนวณง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก รู้สถานะการเงิน และโอกาสได้รับสินเชื่อจากไฟแนนซ์
การวางแผนครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญในยุคสังคมที่มีการแข่งขันสูง พื้นฐานทางครอบครัวที่ดีเกิดจากวิธีจัดการที่ดีในทุกเรื่อง โดยเฉพาะถ้าคุณอยากจะมีพาหนะคู่ใจสักคันไว้ใช้ในครอบครัว จะมีวิธีการ “วางแผนซื้อรถ” อย่างไร ? ในเมื่อค่าใช้จ่ายประจำก็มีอยู่แล้ว Kaidee Auto มีคำตอบพร้อมสูตรคำนวณที่ง่าย และเป็นไปได้มาฝากทุกคน
วางแผนซื้อรถ เป็นโจทย์ข้อใหญ่สำหรับครอบครัวที่มีภาระ แต่ทุกเรื่องมีทางออก ถ้าครอบครัวมีวินัยทางการเงินดี ก็สามารถเป็นเจ้าของรถได้ไม่ยาก แม้รายจ่ายจะเต็มเพดานอยู่ก็ตาม
เรามาดูวิธีการ “วางแผนซื้อรถ” ให้เหมาะกับครอบครัว (ขยาย) แบบ step – by – step ถ้าคุณทำได้ ก็มีโอกาสเป็นเจ้าของรถได้ไม่ยาก และไม่เป็นหนี้จนเกินความสามารถในการชำระ
1. วางแผนซื้อรถ ด้วยกระปุกหลายใบ
เรื่องง่าย แต่หลายคนพลาด เพราะคาดไม่ถึง ! ก็คือ กำหนดเป้าหมายในการซื้อรถ วางเป้าหมายให้ชัด ตอบตัวเองให้ได้ว่า เราซื้อรถมาเพื่ออะไร ? ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเดินทาง ความสะดวกสบาย หรือ แม้กระทั่งเพื่อทำธุรกิจ แล้วพิจารณาถึงความคุ้มค่า ทำไมถึงต้องเป็นหนี้เพื่อมีรถ
มีรถดีกว่ายังไง ? / ประหยัดหรือไม่ ? / สะดวกยังไง ? / เหมาะกับการเดินทางรึเปล่า ?
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมชายมีสมาชิกในครอบครัว 4 คน พักอาศัยอยู่ย่านลาดพร้าว ต้องไปส่งลูกเรียนย่านบางกะปิ แล้วไปทำงานต่อกับแฟนที่รัชดา ปัจจุบันเสียค่าเดินทางด้วยรถแท็กซี่ ไป – กลับ (รวมส่งลูกและไปทำงาน) ตกวันละ 500 – 600 บาท รวม 5 วัน ใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เกือบ 3,000 บาท
ในเคสนี้ ถ้าสมชายลงทุนซื้อ “อีโคคาร์” ในราคา 300,000 บาท เติมน้ำมันเต็มถังทุกต้นสัปดาห์ สูงสุดประมาณ 1,500 บาท/ถัง* สมชายจะประหยัดค่าเดินทางลงถึงครึ่งหนึ่ง และใน 1 ปี ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้ถึง 78,000 บาท โดยมีระยะเวลาคืนทุนในการซื้อรถอยู่ที่ 4 ปี
สรุปให้เข้าใจง่าย เคสของสมชาย ซื้อรถส่วนตัว ประหยัดกว่า นั่งรถแท็กซี่ ครอบครัวสะดวกสบาย ไม่ต้องนั่งรถหลายต่อ สามารถไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว
2. วางแผนซื้อรถ ด้วยกระปุกหลายใบ
เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน และคิดว่าการมีรถ… เนี่ยแหละตอบโจท ย์ ก็มาถึงขั้นตอนในการเริ่ม “วางแผนซื้อรถ ” สำหรับสามีและภรรยา นับเป็นบุคคลเดียวกัน ควรนำรายได้มารวมกัน เพื่อใช้วางแผนทางการเงินให้กับครอบครัว ด้วยวิธีการแบ่งกระปุกออกเป็น 4 ใบ เริ่มจาก
● กระปุกรายได้
นำรายได้ทั้งหมด จากพ่อและแม่ ทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้หลัก นำมาคิดคำนวณรวมกันในแบบรายเดือน นับรวมทุกอย่างที่เป็น income เช่น เงินเดือน, ค่าจ้างแบบรับครั้งเดียว, ค่าทำงานล่วงเวลา, เงินปันผล, ส่วนแบ่งธุรกิจ, ค่าขายสินค้า, คอมมิชชัน หากรายได้บางอย่างไม่ใช่ผลตอบแทนที่ตายตัว (ไม่ได้รับเท่ากันทุกเดือน) ให้ใช้วิธีถัวเฉลี่ยออกมาเป็นขั้นต่ำ
● กระปุกรายจ่าย
รวมทุกอย่างที่เป็นรายจ่ายในแต่ละเดือน และต้องนับรวมของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ค่าบ้าน, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าขนมลูก, คำประกัน, ค่าเทอมลูก รวมไปถึงค่าผ่อนรถ โดยตัวเลขค่าใช้จ่ายต้องมีความละเอียด และนับรวมถึงภาระที่อาจตามมาในอนาคตด้วย
● กระปุกเงินออม
ความสำเร็จของการซื้อรถ อยู่ที่การวางแผนกระปุกเงินออม กำหนดให้ชัดเจนว่า ในแต่ละเดือน เมื่อนำรายได้มาหักลบด้วยรายจ่าย จะมีเงินออมกี่บาท และแบ่ง “ใส่กระปุกออกรถ” ได้หรือไม่ ? ไม่ว่าจะมากหรือน้อย กระปุกใบนี้ก็ต้องมีเงินมาหยอดทุกเดือน ลดความเสี่ยงในอนาคต
● กระปุกออกรถ
กระปุกออกรถ คือ เงินของครอบครัวที่แบ่งมาจากกระปุกเงินออม นั่นเอง ส่วนจะมากหรือน้อยกว่าเงินออม สามารถออกแบบเองได้ (ควรเหมาะสมกับเงินออม) เพราะสุดท้ายเงินในกระปุกนี้ จะถูกใช้เป็น “ค่าใช้จ่ายในการออกรถวันแรก”
สูตรกระปุก 4 ใบ
กระปุกรายได้ – กระปุกรายจ่าย = กระปุกเงินออม : กระปุกออกรถ
ตัวอย่าง
กระปุกรายได้ 80,000 บาท/เดือน
คุณพ่อ 40,000 บาท คุณแม่ 30,000 บาท ขายของออนไลน์ 10,000 บาท
กระปุกรายจ่าย 56,000 บาท/เดือน
ค่าใช้จ่ายคุณพ่อ 18,000 บาท ค่าใช้จ่ายคุณแม่ 15,000 บาท ค่าขนมลูก 3,000 บาท ค่าเทอมลูก 2,500 บาท (10,000 บาท และใน 1 เทอมมี 4 เดือน) ค่าประกันชีวิต 3,000 บาท ค่าไฟ 2,000 บาท ค่าน้ำ 500 บาท เบ็ดเตล็ด 12,000 บาท
*** Balance Check : 80,000 – 56,000 = 24,000 บาท ***
กระปุกเงินออม : กระปุกออกรถ (ต่อเดือน)
12,000 : 12,000 (50:50) 14,400 : 9,600 (60:40) 16,800 : 7,200 (70:30)
สรุป : กระปุกออกรถ จะถูกใช้เก็บสะสมทุกเดือน เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการออกรถวันแรก
3. เลือกรถคันที่เหมาะสม
ย้ำอีกครั้งว่า รถคันที่เหมาะสม… อาจไม่ใช่รถในฝันเสมอไป การวางแผนซื้อรถ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ต่อสภาพคล่องทางการเงินเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ในตลาดยังมีรถอยู่หลายประเภท รถมือหนึ่ง, รถมือสอง ราคาแตกต่างกัน รวมไปถึง Segment และยี่ห้อของรถอีกด้วย
● A Segment
รถเก๋งขนาดเล็กมาก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี. ราคา 100,000 – 400,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 4,500 บาท/เดือน* ดูรถ A-Segment คลิก!
● B-Segment
รถเก๋งขนาดเล็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200 ซีซี. ราคา 400,000 – 800,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 7,500 บาท/เดือน* ดูรถ B-Segment คลิก!
● C-Segment
รถเก๋งขนาดกลาง เครื่องยนต์ 1,500 – 1,800 ซีซี. ราคาขาย 800,000 – 1,200,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 12,000 บาท/เดือน* ดูรถ C-Segment คลิก!
● D-Segment
รถเก๋งขนาดใหญ่ เครื่องยนต์เริ่มต้น 1,500 ซีซี. ราคา 1,200,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 15,500 บาท/เดือน* ดูรถ D-Segment คลิก!
● Pickup
รถกระบะ เครื่องยนต์ยนต์ 1,900 ซีซี. ขึ้นไป ราคาขาย 550,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาท/เดือน* ดูรถกระบะ Pickup คลิก!
● PPV Segment
รถอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ไม่ 2,400 ซีซี. ราคาขาย 1,300,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 15,500 บาท/เดือน* ดูรถ PPV คลิก!
● SUV Segment
รถอเนกประสงค์ สมรรถนะสูง เครื่องยนต์ไม่ 2,400 ซีซี. ราคาขาย 1,500,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 17,500 บาท/เดือน* ดูรถ SUV คลิก!
4. วิธีคำนวนค่าใช้จ่ายในการออกรถ
ในส่วนของวิธีคำนวณค่าใช้จ่ายในการ “วางแผนซื้อรถ” จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกขั้น ส่วนใหญ่เซลส์ หรือ ที่ปรึกษาฝ่ายขาย จะเป็นผู้คิดคำนวณให้ทั้งหมด แต่เราก็ควรต้องรู้หลักการด้วยเช่นกัน รายละเอียดแยกเป็น 2 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายและสัญญา และ วิธีคำนวณ
4.1 ค่าใช้จ่ายและสัญญา
● ค่ารถ
ราคารถยนต์ นับเป็นจำนวนเงินสุทธิที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทรถ หรือ เจ้าของรถ
● เงินดาวน์
เงินดาวน์ คือ เงินสดที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างยอดจัดไฟแนนซ์กับราคารถ เงินในส่วนนี้เป็นของผู้ซื้อ จึงไม่ถูกคิดดอกเบี้ย ยิ่งวางดาวน์เยอะ ยอดจัดไฟแนนซ์และดอกเบี้ยยิ่งลดลง เงินดาวน์คิดเป็นอัตราส่วนต่อราคารถยนต์ เช่น 10%, 15, 20%, 25%, 30% ฯลฯ
● ยอดจัด
ยอดจัด คือ ค่าใช้จ่ายที่ไฟแนนซ์เป็นผู้ออกให้ โดยทำสัญญาให้คุณผ่อนชำระ โดยคิดดอกเบี้ยในการให้บริการ
● จำนวนงวด
จำนวงวด หรือ ระยะเวลาผ่อนชำระ เป็นจำนวนที่ใช้คิดเป็นระยะเวลา ซึ่งคุณต้องผ่อนเงินต้นรวมกับดอกเบี้ย คืนให้กับไฟแนนซ์ โดย 1 ปี เท่ากับ 12 งวด ยิ่งผ่อนนาน ยิ่งเสียดอกเบี้ยเยอะ
● ดอกเบี้ย
ดอกเบี้ย เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเงินกู้ ซึ่งไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยทุกเดือนจากเงินต้น สำหรับดอกเบี้ยของรถยนต์ เป็นการคิดในอัตราคงที่ หรือ Flat Rate ตลอดสัญญา
4.2 วิธีคำนวณ
● วิธีคำนวณดอกเบี้ยรถยนต์
สำหรับการคำนวณหา “ดอกเบี้ยรถยนต์” ใช้สมการดังนี้ “ยอดจัด x ดอกเบี้ย x จำนวนปีที่ผ่อน” เช่น ยอดจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท, มีดอกเบี้ย 4.25% และผ่อน 5 ปี (ุ60 เดือน/งวด) จึงเท่ากับ 500,000 x 4.25% x 5 ดอกเบี้ย คือ 106,250 บาท
● วิธีคำนวนเงินก้อนที่ต้องผ่อน
สูตรหาเงินก้อนที่ต้องผ่อน คือ ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ย จากตัวอย่างด้านบน แทนที่ด้วยสมการ คือ 500,000 + 106,250 รวมเงินก้อนที่ต้องผ่อน คือ 606,250 บาท
● วิธีหาเงินผ่อนต่อเดือน
สูตรหาเงินผ่อนต่อเดือน คือ นำเงินก้อน ÷ จำนวนเดือนที่ผ่อน ต่อเนื่องจากตัวอย่าง แทนที่ตามสมการ 606,250 ÷ 60 (5 ปี) จำนวนเงินที่ต้องผ่อน 10,104 บาท/เดือน
● ยอดเงินผ่อน มีภาษีอีก 7%
นอกจากนี้ ยอดผ่อนภาษีมูลค่าเพิ่มบวกเข้ามาอีก 7% ดังนั้น ยอดค่าใช้จ่ายในการผ่อนจริงจะเพิ่มขึ้น 10,104 + 707.28 (10,104 x 7 ÷ 100) ยอดผ่อนที่แท้จริงรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 10,811.28 บาท/เดือน
5. รู้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของไฟแนนซ์
รู้เขา รู้เรา ช่วยให้คุณวางแผนซื้อรถได้ง่ายขึ้น โดยหลักเกณฑ์ที่ไฟแนนซ์ใช้พิจารณาให้สินเชื่อรถยนต์ และคุณต้องเตรียมตัว คือ ไม่ติดแบล็กลิสต์, เครดิตบูโรอยู่ในสถานะปกติ, มีรายได้แน่นอน และชัดเจน, บัญชีมีสภาพคล่อง, เพดานหนี้ต่ำ, ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นสูง (Affordability Ratio), มีเงินดาวน์ก้อนแรก
สำหรับการการติดแบล็กลิสต์ หรือ ข้อมูลเครดิตบูโรไม่ปกติ ชำระช้า ไม่ชำระหนี้ ในส่วนนี้ไม่สามารถออกรถได้ เพราะธนาคารประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง
แต่ข้อสังเกตในปัจจุบัน อยู่ที่ “เพดานและความสามารถในการชำระหนี้” หลายธนาคารคำนวณในเรื่องนี้ แต่บางธนาคาร… ก็ไม่นำมาคิด ! เพราะดูที่พฤติกรรมและวินัยทางการเงินเป็นหลัก
ตัวอย่าง
นาย ก. มีเพดานหนี้สูงถึง 5 ล้าน แต่มีรายได้ที่แน่นอน และไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลยสักครั้งเดียว ในกรณีธนาคารก็อาจพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้ นาย ก. ก็เป็นได้
6. เปิดเคล็ดลับ ผ่อนอย่างไร เอาตัวให้รอด
ผ่อนอย่างไรให้รอด เรื่องนี้อยู่ที่ การวางแผนซื้อรถ และ วินัยทางการเงิน สำหรับการเป็นหนี้ และซื้อสินค้าด้วยวิธีการผ่อน ไม่ใช่เรื่องแปลก ในทางตรงกันข้ามยังเป็นการแสดงตัวตน และความสามารถให้สถาบันการเงินรู้จักตัวตนของเราอีกด้วย
สำหรับเคล็ดลับการผ่อนรถ ก็คือ ผ่อนให้ตรง ปิดให้ไว และมีเงินสำรองค่างวดอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารแล้ว
และในส่วนของการนำเงินก้อนไปปิดสินเชื่อรถ – โปะรถ เป็นเรื่องดี สามารถทำได้ ช่วยปลดภาระทางการเงิน แต่ไม่ได้ทำให้คุณเสียดอกเบี้ยน้อยลง เพราะดอกเบี้ยรถยนต์เป็นแบบคงที่ตลอดสัญญา โปะรถแล้วไม่กระทบกับรายจ่ายปัจจุบัน มีเงินเพิ่มขึ้นด้วย
“การโปะรถ ” ทำให้ข้อมูลเพดานหนี้ที่ “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ – เครดิตูโร” ลดลงตามไปด้วย ความสามารถในการชำระหนี้สูงขึ้น ปิดรถแล้ววางแผนทางการเงินเรื่องอื่น ๆ ต่อไปได้ แตกต่างจากสินเชื่อบ้าน นับเป็นหนี้ก้อนใหญ่ สามารถลดต้นและลดดอกได้ แต่ในทางกลับกัน การเป็นหนี้บ้านก้อนใหญ่ จะวางแผนทางการเงินก็ยาก กู้สินเชื่อโอกาสผ่านมีน้อย
กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท
กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท สินเชื่อยุคใหม่ ตอบโจทย์ด้วยเครื่องมือทันสมัย และเข้าใจถึงความต้องการ ด้วย 4 ฟีเจอร์เด็ด คัดมาแล้วว่าดีต่อคุณ
รู้วงเงินก่อนตัดสินใจออกรถ เช็กข้อมูลฟรี รู้ผลวงเงินประเมินผ่าน SMS ใน 3 นาที ! มีที่ปรึกษาส่วนตัว คอยให้คำแนะนำ สะดวกสบาย มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เอกสิทธิ์เฉพาะคุณ
สินเชื่อ “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” สามารถให้วงเงินสินเชื่อกับ รถยนต์ใหม่ป้ายแดง, รถยนต์มือสอง, มอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ สะดวกและง่ายกว่า ไม่ยุ่งยาก ลองประเมินวงเงินกันได้เลย !
ประเมินวงเงินฟรี รีบคลิกเลย !
Feb 1, 2023 | บทความยานยนต์
“รวมรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง รุ่นยอดนิยม
ขุมพลัง EV สุดประหยัด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เป็นเจ้าของง่าย ๆ ในราคาไม่แพง”
ยากที่จะปฏิเสธ ! กระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในวงการ Used Car รถยนต์ใช้แล้ว มีความต้องการและกำลังซื้อมากไม่แพ้กัน มาดูกันว่า “รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง” มีรุ่นไหนบ้างที่ได้รับความนิยมและน่าซื้อ วันนี้ Kaidee Auto รวบตึงมีคำตอบมาให้กับทุกคน
ก่อนจะไปเช็กลิสต์ รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง รุ่นน่าซื้อ ควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่มาที่ไป ข้อดีและข้อด้อยของรถยนต์ EV กันก่อน อย่าหลงประเด็นไปซื้อตามเพราะความเชื่อที่เขาบอกกันว่าดี ! เพราะรถ EV ไม่ใช่ทางออกแต่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และอาจจะเหมาะกับบางคน ไม่ใช่ทุกคน
รถยนต์ไฟฟ้า จุดเด่น VS จุดอ่อน
จุดเด่นของรถยนต์ EV ก็คือ ไม่ต้องเติมน้ำมัน
เหตุผลหลักที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 40 บาท/ลิตร* (เคยแพงสุด เกิน 50 บาท/ลิตร) รถเก๋งส่วนใหญ่ มีถังน้ำมันแบบ 40 ลิตร เติมเต็มถังในช่วงแพงสุด ต้องใช้เงินเกือบ 2,000 บาท เนี่ยแหละ เหตุผลหลัก ! ที่ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ EV เพราะเชื่อว่า “มอเตอร์ไฟฟ้า” ถูกกว่า “เครื่องยนต์สันดาป” ที่ใช้มากว่า 100 ปี
นอกจากนี้ ข้อดีอื่น ๆ ก็มีเยอะ เช่น ค่าบำรุงรักษาถูกว่า, เทคโนโลยีทันสมัย, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ ด้วยเงินอุดหนุนสรรพสามิตสูงสุด 150,000 บาท/คัน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่ถูกลงตั้งแต่ต้นทาง และรถยนต์ไฟฟ้ามือสองก็มีราคาปรับลดลงมาด้วย
แต่ในจุดเด่น… ย่อมมีจุดอ่อน ! เพราะรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ระยะทางที่สั้นกว่ารถสันดาป อันนี้เป็นเหตุผลหลักมาโดยตลอด โดยทางเทคนิคก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเข้ามาแก้ไขในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันทิศทางก็พัฒนาดีขึ้นกว่าอดีตเยอะ รถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นท็อปแบรนด์ วิ่งได้ระยะทางไกลเกือบ 600 กม./ชาร์จ* แล้ว
จุดด้อยเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ราคาแพง, สถานีชาร์จไฟมีน้อย, จำนวนช่างที่มีความรู้เฉพาะทางก็มีไม่เยอะ, เน้นซ่อมห้างเป็นหลัก และการบำรุงรักษาต้องฝากไว้กับศูนย์บริการตลอดชีวิต
รู้ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้ากันไปแล้ว ลองพิจารณาด้วยเหตุผล และชั่งน้ำหนักทั้ง 2 ฝั่ง หากยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้าเนี่ยแหละ… เป็นคำตอบที่เหมาะกับคุณ และอยากจะซื้อ EV มือสองสักคันไว้ใช้งาน
ไม่ต้องรอช้า Kaidee Auto รวมรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ไว้ให้คุณแล้ว รุ่นไหนน่าสนใจ สเปกเป็นแบบไหน ราคาเท่าไหร หาคำตอบจากด้านล่างได้เลย
MG ZS EV มือสอง
รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ขอเริ่มกันที่ MG ZS EV แบรนด์ตลาดที่มี Product ค่อนข้าง Mass และเปิดตัวสู่ตลาดรถยนต์ EV ในบ้านเราก่อนเจ้าอื่น ๆ ชนิดที่เรียกว่า “ใส่ก่อนได้เปรียบ” โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ปัจจุบันเข้าสู่รุ่นปรับโฉม MY2022
MG ZS EV รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 5 ประตู ดีไซน์ภายนอกลงตัว ไฟรอบคันเป็น LED ห้องโดยสารวางเลย์เอาท์ 2 แถว 5 ที่นั่ง ไม่มีเบาะเสริม ชูโรงด้านเทคโนโลยีด้วย “i-SMART” รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ใช้บ้าง/ไม่ใช้บ้าง แต่มีไว้ติดรถก็ไม่เสียหาย
มาดูที่หัวใจของ MG ZS EV ล่าสุดเป็น Minor Change ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor มี 1 ตัว พลัง 177 แรงม้า (รุ่นปี 2019 มี 150 แรงม้า) จับคู่แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 50.3 kWh ทำความเร็วสูงสุด 174 กม./ชม.
ในเรื่องของระยะทางวิ่งได้ไกล 403 กม./ชาร์จ สมรรถนะการขับขี่จัดอยู่ในระดับที่ขับได้ ออกตัวแรง (เพราะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า) วิ่งทางไกลหาที่ชาร์จฟรีบ่อย ๆ จัดว่าประหยัดคุ้มค่า
MG ZS EV มือสอง เหมาะกับใคร
สำหรับ MG ZS EV มือสอง จัดอยู่ในกลุ่มรถไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้น ราคาถูกในท้องตลาด (นับเฉพาะ EV แบรนด์ระดับ Mass) เหมาะสำหรับคนที่มีรถเครื่องยนต์สันดาปอยู่แล้ว และกำลังมองหารถไฟฟ้าคันแรกมาลองใช้ สมรรถนะค่อนข้างดี วิ่งได้ทั้งในเมืองและชานเมือง ส่วนวิ่งทางไกลไปเส้นทางต่างจังหวัด ต้องขยันวางแผนหาที่ชาร์จ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมาก
MG ZS EV มือสอง ราคาเริ่มต้น
ค่าตัว MG ZS EV มือสอง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 650,000 บาท* จัดว่าถูกกว่ารถเก๋ง C-Segment ในแบรนด์ญี่ปุ่นบางรุ่นด้วยซ้ำ จัดไฟแนนซ์เต็ม 84 งวด* ผ่อนอยู่ที่ 7,936 บาท/เดือน* เท่านั้น คุ้มค่าใช้งานได้แบบยาว ๆ สนใจ MG ZS EV มือสอง คลิก
ORA Good Cat มือสอง
มาต่อกันที่ Ora Good Cat แบรนด์ในเครือของ Great Wall Motor น้องใหม่ล่าตลาดรถยนต์เมืองไทย เสียงตอบรับค่อนข้างดี สำหรับแบรนด์รถที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา
Ora Good Cat มาพร้อมดีไซน์ภายนอกไม่เหมือนใคร ชนิดที่ต้องบอกว่า… กล้ามาก ! และกระชากใจวัยรุ่นไทยได้สำเร็จ นับเป็นรถเก๋งตัวถังแฮชแบค 5 ประตู แพลตฟอร์มแบบ Modular มีรูปทรงโค้งมนรอบคัน ดีไซน์ร่วมสมัย บางคนให้ฉายา Ora Good Cat “เจ้าเหมียวไฟฟ้า”
ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง จัดวางแบบมินิมอล คอนโซลหน้าและแดชบอร์ดมีปุ่มกดที่น้อยมาก เน้นสั่งการผ่านจอทัชสกรีน สวยและคลีนตาไปอีกแบบ
ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว Permanent Magnet Synchronous Motor พลัง 143 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า ความเร็วสูงสุด 152 กม./ชม. แบตเตอรี่มี 2 แบบ แตกต่างกันที่ความจุ คือ แบตเตอรี่ลูกเล็ก ความจุ 46.8 kWh วิ่งได้ 400 กม./ชม. และแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ความจุ 63.1 kWh วิ่งได้ 500 กม./ชม
ด้วยความที่แบตเตอรี่มีให้เลือกถึง 2 ขนาด ทำให้ Ora Good Cat สามารถแตกไลน์รุ่นย่อยตามความจุของแบตเตอรี่ มากถึง 3 รุ่น
รุ่น Tech วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ รุ่น Pro วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ รุ่น Ultra วิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ
Ora Good Cat มือสอง เหมาะกับใคร
Ora Good Cat กลุ่มลูกค้ามุ่งหวังชัดเจนมาก คือ วัยรุ่น และ First Jobber ที่มีกำลังซื้อพอประมาณ ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่โดดเด่น จึงเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมาสะท้อนบุคคลิกความทันสมัยให้กับตนเอง
Good Cat เหมาะกับการวิ่งในเมืองและชานเมืองเป็นหลัก ด้วยความที่เป็นรถ 5 ประตูขนาดเล็ก ขนของได้นิดหน่อย แต่ให้แบตเตอรีที่มีความจุไฟมาก วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น ลดความ Panic ในเรื่อง ขับไป – ชาร์จไป ไม่ซีเรียสว่าต้องชาร์จทุกวัน แต่ชาร์จไฟสัก 2 วัน/ครั้ง ช่วยให้อุ่นใจและพอรับได้
Ora Good Cat มือสอง ราคาเริ่มต้น
Ora Good Cat เพิ่งเปิดตัวจำหน่ายในปี 2021 สนนราคาไม่ถูก แต่การันตีถูกกว่าป้ายแดงแน่นอน Ora Good Cat มือสอง เริ่มต้น 769,000 บาท* ผ่อน 84 งวด* เริ่ม 9,389 บาท/เดือน* ราคาถูกกว่าป้ายแดง แต่ได้รถในรุ่นปีเดียวกัน เปรียบเทียบแล้วค่าเสื่อมน้อยกว่าเห็น ๆ สนใจ Ora Good Cat มือสอง คลิก
Mini Cooper SE มือสอง
ขยับมาที่รถแบรนด์ยุโรป เริ่มจาก Mini Cooper SE ยนตรกรรมไฟฟ้าล้วน 100% ตัวนำร่องรุ่นแรก ๆ ที่มีขายในไทย คนซื้อ Mini ไม่ได้แค่ซื้อรถ แต่คว้า Identity บางอย่างของรถมาใส่ไว้ในตัวเอง ซึ่งรถยนต์ของ Mini เด่นในเรื่องนี้มาตลอด
Mini Cooper SE ใช้ตัวถัง Hatch แบบ 3 ประตู (3 Doors Hatch) ดีไซน์จัดเป็น “รถมินิที่หล่อ” และทันสมัย กระจังหน้าแบบเรียบ ไม่มีช่องรับลมอีกต่อไป เพราะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์จึงไม่ต้องระบายความร้อน ตัวถังโค้งมนแต่มีหลังคาที่ตัดตรง พร้อมสัญลักษณ์ Mini Electric ปรากฎอยู่ในส่วนต่าง ๆ
ห้องห้องโดยสารทันสมัย เรือนไมล์ดิจิทัลดีไซน์ใหม่ กลางคอนโซลมีแผงควบคุมทรงกลมตามสไตล์มินิ มาพร้อมระบบสัมผัสและรองรับการเชื่อต่อ Mini Connected
ขุมพลังของ Mini Cooper SE อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 32.6 kWh พละกำลัง 184 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 217 กม./ชาร์จ ใช่แล้ว… มันวิ่งได้ไม่เยอะ !
Mini Cooper SE เหมาะกับใคร
Mini Cooper SE เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้รถในเมืองเป็นหลัก เพราะแบตเตอรีลูกเล็กมาก วิ่งได้น้อย ต้องชาร์จไฟทุกวัน แต่เจ้า Mini Cooper SE เป็นรถที่ขับสนุก อัตราเร่งแรงทันใจ คันเร่งตอบสนองไวมาก เหมือนกับการได้ขับรถโกคาร์ทแรง ๆ คันนึงเลยทีเดียว
Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้น
สำหรับ Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้นที่ 1,850,000 บาท* ถูกจากป้ายแดงเกือบ 5 แสนบาท จัดไฟแนนซ์เต็ม ผ่อน 84 งวด* เริ่มต้น 22,588 บาท/เดือน* สนใจ Mini Cooper SE มือสอง คลิก
Tesla Model 3
มาถึงรถที่เป็นกระแสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยังไม่เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย จนวันนี้มีให้จองออนไลน์และเปิดตัวอย่าเป็นทางการแล้ว สำหรับ Tesla รุ่น Model 3
ความจริง Tesla ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าแรกของโลก แต่ทว่า Tesla เนี่ยแหละ เป็นบริษัทที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแจ้งเกิดและโด่งดัง ! ต้องยกเครดิตให้กับค่ายนี้
Tesla Model 3 รูปลักษณ์ภายนอกทันสมัย ฉีกแนวการออกแบบอย่างเห็นได้ชัด ตัวถังโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงมีแรงต้านลมที่น้อยมาก ห้องโดยสารล้ำสมัย มีจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลเป็นจุดเด่นและสะดุดตา ทุกอย่างควบคุมผ่านจอทัชสกรีนและสมาร์ทโฟน นำขบวนความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ด้านพลังการขับขี่ Tesla มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย รุ่นเริ่มต้น Single Motor RWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 57.5 kWh เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 559 กม./ชาร์จ
Tesla อีก 2 รุ่น คือ Long Range AWD และ Performance AWD ทั้งคู่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ มีแบตเตอรีความจุ 75.0 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 261 กม./ชม. วิ่งสูงสุดได้ระยะทาง 681 กม./ชาร์จ
Tesla Model 3 เหมาะกับใคร
Model 3 เป็นรถซีดานตัวถัง 4 ประตู ถ้าไม่ติดเรื่องราคา ก็เป็นรถไฟฟ้าที่เหมาะกับทุกคน นับเป็นยนตรกรรม EV ยุคใหม่ ซึ่งถูกยกให้เป็นมาตรฐานอย่างแท้จริง สมรรรถนะดี วิ่งได้ไกล และทำความเร็วได้สูง ครบครันเกือบทุกอย่าง ดีสำหรับคนที่เลือกแล้วว่าจะใช้รถไฟฟ้าแบบยาว ๆ ไปเลย
Tesla Model 3 ราคาเริ่มต้น
มาดูกันที่ราคาของ Tesla Model 3 มือสอง เริ่มต้น 1,950,000 บาท* จัดไฟแนนซ์แบบผ่อนยาว 84 งวด* ผ่อนรถเดือนละ 23,809 บาท/เดือน* เรทนี้จัดว่าไม่แพง ถ้าคุณได้เป็นเจ้าของ สนใจ Tesla Model 3 มือสอง คลิก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ไว้ใช้งานสักคัน นอกจากเรื่องของราคา และการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ การตั้งคำถามกับตัวเอง “รถไฟฟ้าดีต่อชีวิตประจำวันของคุณยังไง ?” ถ้าตอบตัวเองได้ และต้องการหารถ EV คันที่ใช่สำหรับคุณ ซักคัน ลองวางแผนการเงินง่าย ๆ ด้วยการประเมินวงเงิน กับ กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ที่ให้คุณรู้วงเงินอนุมัติใน 3 นาที วงเงินสามารถใช้ไปออกรถได้เลย คราวนี้มีทั้งความรู้และวงเงิน การออกรถ EV สักคันง่ายขึ้นอีกเยอะ
*ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณอ้างอิงจากตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทย