Sep 28, 2021 | บทความยานยนต์
HONDA CR-V รถอเนกประสงค์ยอดนิยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ภายใต้สมรรถนะพรีเมียม ยนตรกรรมเพื่อครอบครัว
HONDA CR-V มือสอง นับเป็นรถอเนกประสงค์ Flagship จากแบรนด์ Honda ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยสมรรถนะและฟังค์ชันที่เป็นได้มากกว่า PPV มาพร้อมตัวถังแบบ 5 ประตู ภายนอกสวยงามและโฉบเฉี่ยว ภายในตอบโจทย์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (5 + 2) เบาะพับได้ สิ่งอำนวยความสะดวกให้มาเยอะตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เครื่องยนต์ค่อนข้างแรงและทนทาน ใช้งานง่ายไม่จุกจิก ขับสนุกจนลืมไปเลยว่า… นี่คือ “รถครอบครัว”
HONDA CR-V ครองความเป็นรถอเนกประสงค์เบอร์ต้นๆ ของไทยมายาวนาน หลายคนเลือกซื้อ CR-V มือสอง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระยะยาว ในขณะที่บางคนเคยขับรถรุ่นอื่น แล้วเปลี่ยนมาเป็น CR-V ในตอนหลัง เพื่อรองรับการวางแผนครอบครัวในอนาคต สรุปสั้นๆ อ่านไม่ถึง 2 บบรทัด คือ รุ่นนี้เป็นมากกว่ายานพาหนะอเนกประสงค์ แต่เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของ “เจ้าของรถ” ไปโดยปริยาย
สำหรับรถอเนกประสงค์ในรุ่นนี้ ราคาเริ่มต้นด้วยสนนค่าตัวไม่มีคำว่าถูก เพราะทาง HONDA วางตำแหน่งให้ CR-V อยู่เลนจ์ท็อปสุดของสายการผลิตในประเทศไทย เคียงข้างกับ ACCORD ที่เจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมซีดาน ส่วน CR-V ก็มารุกตลาดรถอเนกประสงค์แทน เป็นการวางกลยุทธ์แยกกันเดิน แต่ร่วมกันตีที่ทรงพลัง จากแบรนด์รถแรงค่ายเอช
เปิดบันทึก HONDA CR-V มี 5 เจเนอเรชัน
HONDA เปิดตัว CR-V มาตั้งแต่ปี 1995 นับจนถึงวันนี้ด้วยตัวเลขกลมๆ ก็ล่วงเลยมาแล้วเกิน 20 ปี จัดเป็นรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า Compact SUV ทำตลาดด้วยตัวถัง 5 ประตู ฝาท้ายตัด (ประตูบานที่ 5) สำหรับชื่อ CR-V ย่อจาก Comfortable Runabout-Vehicle
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 1 ปี 1995
โฉมนี้ตัวถังจะดูแข็งๆ รูปทรงเหมือนกล่องไม้ขีด แต่ในอดีตก็นับว่าสวย มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วงแรก HONDA จำหน่ายแบบนำเข้าทั้งคัน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 2.0 ลิตร รหัส B20B ขุมพลัง 126 แรงม้า ก่อนปรับโฉมแล้วเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 2.0 ลิตร รหัส B20Z ขุมพลัง 146 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และธรรมดา 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 2 ปี 2001
CR-V เจเนอเรชัน 2 ออกแบบโดยใช้พื้นฐานของ CIVIC เจเนอเรชัน 7 (รหัส ES) สังเกตที่ไฟหน้าของโฉมนี้มาแบบ “ตาโต” ทำตลาดในไทยทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง ในเมืองนอกมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายความจุ แต่ในไทยมีขายเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 2 ทางเลือก คือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส K20A4 ระบบ i-VTEC S พลัง 150 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
จากนั้น มีการปรับโฉมพร้อมอัปเกรดมาใช้บล็อก K24A เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร รหัส K24A ระบบ i-VTEC อัดแน่น 160 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 3 ปี 2006
โฉมนี้ทาง HONDA ออกแบบใหม่หมด รูปลักษณ์ภายนอกสวยและสปอร์ตขึ้น ไม่มียางอะไหล่ไปติดไว้ในประตูบานที่ 5 เหมือน 2 เจเนอเรชันก่อนอีกต่อไป ในไทยขาย 3 รุ่นย่อย คือ 2.0 S, 2.0 E และ 2.4 EL
มาในเจเนอเรชันนี้ ทาง HONDA ประเทศไทย ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก แบ่งเป็น เบนซิน 2.0 ลิตร รหัส R20A ระบบ i-VTEC ขุมพลัง 150 แรงม้า และตัวท็อปสุด เบนซิน 2.4 ลิตร รหัส K24Z1 ระบบ i-VTEC จัดเต็ม 170 แรงม้า ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 4 ปี 2011
HONDA ยังเดินหน้าทำ CR-V ให้ดีขึ้นทุกจุด ด้านโฉมนี้ก็ไม่น้อยหน้าใคร ออกแบบใหม่ในทุกมิติตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้าย เติมความสปอร์ตและหรูหรามากขึ้นอีกเท่าตัว ทางผู้ผลิตพยายามทำให้ CR-V เป็นรถอเนกประสงค์ที่มี DNA ความเป็นรถซีดานระดับท็อปมากที่สุด ด้วยฟังค์ชันที่ให้เยอะ สมรรถนะดี และเครื่องยนต์ที่รองรับทางเลือกได้มากขึ้นถึง E85
เขย่าตลาดในไทยด้วยเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส R20A ระบบ i-VTEC พละกำลัง 155 แรงม้า และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร รหัส K24Z7 ระบบ i-VTEC พลัง 170 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ และ CVT
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 5 ปี 2017
โฉมที่ขายอยู่ในปัจจุบัน ได้รับการออกแบบห้องโดยสารที่กว้างขึ้น เติมความอเนกประสงค์ที่มากกว่า ออกแบบใหม่ดูเท่กว่าเดิมขึ้นอีก มาพร้อมพื้นที่ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญเจเนอเรชันนี้มีทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลขายในไทยแล้ว
โดยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร ระบบ i-VTEC อัปเกรดให้แรงถึง 173 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร i-DTEC เทอร์โบ ให้พลังถึง 160 แรงม้า นับเป็น CR-V โฉมที่ค่อนข้างประหยัดเชื้อเพลิงมากทีเดียว ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
CR-V มือสอง หนึ่งในรถขายดีที่สุด
CR-V มือสอง ได้รับความนิยมมาก ถ้าคุณอยากได้รถอเนกประสงค์ขนานแท้ ที่ไม่ใช่อเนกประสงค์ดัดแปลงมาจาก “รถกระบะแบบ PPV” ก็ดูจะมีเจ้าตัว CR-V นี่แหละที่เป็นคำตอบในลิสต์ลำดับต้นๆ ด้วยพื้นฐานแตกต่างและเหมือนกับรถเก๋งมากกว่า ทั้งในเรื่องปรัชญาการออกแบบ, ห้องโดยสาร, เครื่องยนต์, ฟังค์ชันการใช้งาน และที่สำคัญ คือ ระบบช่วงล่างนุ่มนวล
ทุกอย่างที่อัดแน่นในร่างของ CR-V ทุกเจเนอเรชัน จึงเป็นคำตอบว่าทำไม CR-V มือสอง จึงเปรียบเสมือนเป็น “ยูนิคอร์น” ของวงการรถยนต์ใช้แล้ว ขายต่อราคาดี ซื้อเข้าก็มีกำไร (จากการใช้งาน) ราคาไม่ถูกหรอก แต่ก็นับว่าคุ้ม เพราะประหยัดกว่าเดินเข้าห้างไปซื้อมือหนึ่งเยอะ
และที่สำคัญมาตรฐานวงการรถมือสองสมัยนี้ก็ไม่ขี้เหร่ ทุกอย่างมีการันตีเกือบเทียบเท่าศูนย์บริการ เดี๋ยวนี้เต็นท์รถมองภาพลักษณ์และการครองใจลูกค้าเป็นสำคัญ จึงคัดสรรค์ CR-V คุณภาพดีมาขาย ไม่มีผู้ประกอบการเจ้าไหน นำยรถห่วย ชนหนัก น้ำท่วม มาขายหรอก เพราะไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่สร้างมา
แต่คุณก็ต้องเลือก CR-V ให้เป็นด้วย ที่สำคัญต้องรู้จักรถและเข้าใจฟีลลิ่งในการขับ รถรุ่นนี้จึงจะเติมเต็มให้คุณได้แน่นอน
จุดเด่น CR-V มือสอง
รถอเนกประสงค์แท้ ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย แม้จะไม่ใช่รถสายลุยป่า หรือไปวิ่งในถิ่นทุรกันดารก็จริง (แต่ก็ขับได้นะ) ทว่าก็คล่องตัวทุกการขับขี่ ตอบสนองด้วยช่วงล่างแบบรถเก๋งที่นุ่มนวล
รูปโฉมสวยขึ้นทุกเจเนอเรชัน โดยเจ้า CR-V นับเป็น “รถที่ยิ่งทำก็ยิ่งสวย” เรื่องนี้ต้องให้คำชมกับทีมงานผู้ออกแบบของ HONDA ที่ปรับปรุงการทำงานอยู่ตลอดเวลา นับเป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นตลอด
กำลังเครื่องยนต์ค่อนข้างดี ถึงแม้ CR-V จะมีตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ และแบบน้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยเจเนอเรชันใหม่ก็ใส่เครื่องยนต์ระบบ V-TEC เติมเข้ามาให้ อัตราเร่งจึงค่อนข้างดี ความเร็วสั่งได้ ตอบสนองตามการกดคันเร่ง วิ่งทางไกลนับว่าเยี่ยม
ศูนย์บริการเยอะ อะไหล่ไม่แพง ด้วยความที่ CR-V เป็นรถตลาดที่ได้รับความนิยม มีสายการผลิตโรงงานในไทย อะไหล่จึงไม่แพง มีให้เลือกทั้งของแท้และเทียบ
จุดอ่อน CR-V มือสอง
ราคาค่อนข้างสูง อย่างที่บอกไปว่าทาง HONDA จับตลาดกลุ่มท็อป ราคาของ CR-V จึงค่อนข้างแพง รถป้ายแดงเฉลี่ยออกรถต้องจ่ายสด หรือ เงินผ่อน รวมเบ็ดเสร็จหลักล้าน
ไม่ใช่รถประหยัดเชื้อเพลิง ถ้าจะขับ CR-V สิ่งแรกที่ต้องทำใจยอมรับได้ก็คือเรื่องนี้ ถามว่ากินเชื้อเพลิงเยอะมั้ย ก็ไม่ได้มากหรอก แต่ตอบได้เลยว่าไม่ประหยัดนะ
CR-V มือสอง เลือกซื้ออย่างไร ให้ได้รถคุณภาพดี
อันดับแรก คุณต้องรู้เจเนอเรชันของ CR-V ที่ต้องการ เพราะมีให้เลือกเยอะมากถึง 5 เจเนอเรชัน แล้วตามมาพิจารณาในรุ่นย่อยพร้อมออปชันของรุ่น และตามด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ โดยในรุ่นใหม่ทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลมีราคาแพงกว่าเบนซิน
ต่อมาก็เป็นเรื่องของสภาพ CR-V มือสอง เพราะในตลาดรถยนต์ใช้แล้ว มีให้เลือกหลายเกรด ราคาแตกต่างกันไปตามสภาพ รถปีลึกราคาถูกกว่าในรุ่นปีใหม่ อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจไม่ยาก
และสุดท้าย… พิจารณาที่ผู้ขายเป็นสำคัญ โดยรถ CR-V ก็เหมือนรถมือสองทั่วไป มีผู้ขายอยู่ 3 กลุ่ม คือ เต็นท์รถ, ฟรีแลนซ์ และเจ้าของรถขายเอง ซึ่งผู้ขายล้วนแตกต่าง ทำให้คุณได้รับบริการหลังการขายที่แตกต่างกันด้วย
สรุปให้เข้าใจง่าย
CR-V มือสอง รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมจาก HONDA ตอบโจทย์การใช้งานด้วยตัวถังขนาดใหญ่ ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ทำตลาดมากกว่า 20 นับถึงปัจจุบันมี 5 เจเนอเรชัน โดดเด่นด้วยออปชันรวมไปถึงฟังค์ชันการใช้งานปแบบ SUV แท้ๆ โดยเฉพาะช่วงล่างแบบรถเก๋งที่นุ่มนวล แม้จะอยู่ภายใต้ตัวถังขนาดใหญ่ก็ตาม ตอบโจทย์ทางการใช้งานในเมือง และวิ่งทางไกลตามต่างจังหวัด ราคาไม่จัดว่าถูก แต่ก็นับว่าคุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่จ่ายต่อการใช้งานระยะยาว
May 10, 2021 | บทความยานยนต์
ใคร ๆ ก็อยากได้รถครอบครัว แต่รถครอบครัวแบบไหนที่จะเหมาะสมกับการใช้งานและสมาชิกในครอบครัวของคุณที่สุดกันล่ะ เพราะการซื้อรถในแต่ละครั้ง ทุกคนคงเน้นการใช้งานรถมากกว่า 5 ปี เป็นต้นไปใช่ไหมล่ะคะ ?
ถึงอย่างนั้นอย่างที่รู้ ๆ กันว่ารถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสมส่วนใหญ่มักจะถูกพูดถึงว่าเป็น SUV แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่า รถ SUV ไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ยังมีรถครอบครัวประเภท SUV, Van และ SUV ที่เป็นรถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสมที่สุดกันล่ะ
รถครอบครัวมีกี่ประเภทและรถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสม?
หากพูดถึงรถครอบครัวแล้วนั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับรถครอบครัวคือ “ความกว้างและพื้นที่” ภายในรถ ที่จำเป็นต้องมีที่นั่งตั้งแต่ 5 ที่นั่งขึ้นไป จึงจะเหมาะสมกับการเป็นรถครอบครัว เพราะคำว่า “ครอบครัว” ในความหมายสำหรับประเภทรถ มักจะมีจำนวนคนตั้งแต่ 4 คนเป็นต้นไป
รถซีดานจึงไม่ค่อยตอบโจทย์เสียเท่าไร เพราะรถครอบครัวมักจะมีทั้ง “ผู้สูงอายุและเด็ก” ที่เป็นผู้โดยสารอยู่เสมอ ทั้งพื้นที่ในการปืนป่ายหรือเบาะนั่งที่กว้างจนสามารถยืดขาได้ ก็มีแต่รถยนต์บางประเภทเท่านั้น เราจึงยกประเภทรถครอบครัวที่ใครก็ตัดสินใจได้ยากอย่างรถ SUV, Van และ Crossover มาให้คุณแล้ว
รถ SUV
SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle หรือรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีรูปทรงสุดสปอร์ต ขับได้ทั้งในเมืองและออฟโร้ด ซึ่งรถประเภทนี้จะดีกว่ารถยนต์ซีดานตรงที่มีความจุที่มากกว่า ทั้งจุคนและสัมภาระได้เยอะมาก ๆ เวลาจะขนห่วงยางหรือสระยางไปเที่ยวก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไป
โดยรถยนต์ SUV จัดเป็นรถครอบครัวที่เหมาะสมและมีคนใช้ค่อนข้างเยอะ เพราะรถประเภทนี้จะมีขนาดที่นั่งแต่ 5-7 ที่นั่ง เป็นต้นไป ขนาดเครื่องยนต์ก็มีตั้งแต่ 1.8 ขึ้นไป เพื่อรองรับขนาดของรถยนต์ แต่ข้อเสียของรถยนต์ประเภทนี้คือ ความสูงของรถยนต์ที่อาจสูงเกินไปกว่าที่ผู้สูงอายุจะขึ้นได้อย่างสะดวกนัก
รถ Van
สำหรับรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่เหมาะกับครอบครัวคือ รถ Van หรือที่เรารู้จักกันว่ารถตู้ Van ที่มีที่นั่งตั้งแต่ 7 ที่ขึ้นไป เรียกได้ว่าเป็นรถที่ขนไปได้ทั้งครอบครัว ครบทั้งตระกูลเลยทีเดียวเชียว รถ Van ประเภทนี้จึงนิยมสำหรับครอบครัวที่มีรถมากกว่าหนึ่งคันเป็นต้นไป
เรียกว่าเป็นรถเสริมสำหรับครอบครัวที่พูดว่าถ้าใครต้องการรถที่เป็นที่ช่วยรับ-ส่งคนในครอบครัว หรือไว้ขนกันไปทริปทั้งครอบครัว ก็ต้องรถ Van เนี่ยแหละ เพราะเป็นรถที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวสบาย ๆ พร้อมกับครอบครัว
แต่สิ่งหนึ่งที่คนซื้อรถประเภทนี้ต้องคำนึงไว้คือ รถประเภทนี้ไม่สามารถขับได้อย่างสมบุกสมบันนัก ไม่เหมาะกับการเอาไปลุยป่า หรือขึ้นเขา แม้จะมีกำลังรถที่แรงกว่ารถยนต์อื่น ๆ แต่น้ำหนักของคนก็ทำให้บางครั้งการขึ้นเขาก็อืดได้เช่นเดียวกัน
รถ Crossover
อีกหนึ่งประเภทรถครอบครัว ที่เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวและมีสมาชิกครอบครัวประมาณ 4-5 คน เพราะเป็นรถยนต์ที่เรียกว่าใกล้เคียงกันกับรถประเภท SUV เลยทีเดียวเชียว เพียงแต่ขนาดของรถที่มีความกะทัดรัดและไซส์มินิกว่า ทำให้ด้านความกว้างนั้นสู้กับ SUV ไม่ได้เลย
แต่จุดเด่นที่สู้ได้ชนิดว่าเอาชนะ SUV อย่างขาดลอยคือขนาดเครื่องยนต์พร้อมสมรรถนะต่าง ๆ ที่มาในราคาที่ถูกกว่ารถ SUV อยู่หลายบาท ทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ครบครันชนิดว่า ถ้าใครแตะราคา SUV ไม่ไหวก็ลดลงมาเป็น Crossover แทน
ข้อที่ต้องระวังสำหรับรถ Crossover คือพื้นที่ แม้จะกล่าวว่าสามารถนั่งได้ 5-7 ที่นั่ง ใกล้เคียงกับรถ SUV แต่พื้นที่จะมีความแคบกว่า แถวหลังอาจจะนั่งไม่สบายนัก แต่สมรรถนะด้านอื่น ๆ ก็เรียกว่าเป็นรุ่นน้องของ SUV ได้อย่างเต็มปากเลย
รถครอบครัวแบบไหนตอบโจทย์ต่างกันอย่างไร
การพิจารณาว่ารถครอบครัวแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด ต้องเริ่มจากความต้องการและงบประมาณในมือของคุณเสียก่อน
รถครอบครัวงบน้อย สมาชิกครอบครัวไม่เยอะ
ถ้าคุณคือคนที่กำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวหรือเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัว งบประมาณที่จัดสรรมานอกเหนือจากการซื้อบ้านแล้ว ถัดมาคงถึงเวลาต้องคำนึงถึงรถยนต์ที่ใช้ภายในครอบครัว แต่งบสำหรับซื้อรถของคุณไม่ได้สูงขนาดนั้น
รถครอบครัวที่น่าสนใจสำหรับคุณอาจจะเป็นรถ Crossover ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ SUV ที่สุด เพียงแต่พื้นที่ค่อนข้างแคบกว่า แต่ถ้าสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นและกำลังจะสร้างครอบครัว รถ Crossover เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณที่สุดทั้งในด้านราคาและสมรรถนะที่เปี่ยมล้นคล้ายคลึง รถ SUV เลยล่ะค่ะ
รถครอบครัวงบไม่จำกัด ต้องการใช้เป็นรถหลัก
สำหรับครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวประมาณ 5-7 คน หรือเป็นครอบครัวที่กำลังมีลูกตัวน้อยที่เราต้องพาออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวันหยุด รถยนต์ประเภท SUV ก็เป็นคำตอบที่จัดว่าใช่และเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้รถ SUV จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ารถ Crossover
การซื้อรถ SUV เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อให้รถคันนี้กลายเป็นรถยนต์ที่ใช้เป็นหลัก เพราะเป็นรถที่สามารถจุคนได้ตั้งแต่ 5 คนเป็นต้นไป แถมยังสามารถจัดสรรพื้นที่เก็บสัมภาระได้อย่างสะดวกพร้อมเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
รถครอบครัวงบไม่จำกัด ต้องการให้เป็นรถคันที่สอง
ครอบครัวคุณเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกมากกว่า 5 คนใช่หรือไม่ ถ้าใช่รถ Van ก็อาจเป็นคำตอบของคุณ แต่ส่วนใหญ่การซื้อรถ Van มักซื้อเป็นรถสำรองหรือรถที่ใช้เสริมมากกว่านำมาเป็นรถที่ใช้หลัก
สาเหตุเพราะว่าการใช้รถ Van นั้นทำให้คุณเดินทางลำบากกว่ารถประเภทอื่น ๆ ด้วยขนาดและน้ำหนักของรถยนต์ แม้จะไปได้ทุกเส้นทางแต่คงต้องคำนึงถึงความอืดของรถยนต์ด้วย คนจึงนิยมใช้รถ Van ในช่วงที่ต้องเดินทางพร้อมกันทั้งครอบครัวมากกว่า
แน่นอนว่ารถ Van จึงมีราคาที่ค่อนขัางสูง แต่ถ้าคุณต้องการหารถคันที่สองอยู่แล้ว รถ Van ก็จัดเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับรถครอบครัวเลยล่ะ เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถเดินทางไปเที่ยวด้วยกันได้อย่างสนุกสนานภายใต้รถคันเดียวกัน
สรุปแล้วควรซื้อรถครอบครัวแบบไหน
มาถึงจุดสรุปว่าควรซื้อรถครอบครัวแบบไหนดี อย่างที่กล่าวไปในเบื้องต้นว่าคุณต้องดูวัตถุประสงค์ก่อนว่า
เป็นรถยนต์ที่ใช้งานเป็นหลักหรือไม่
งบประมาณในการซื้อรถครอบครัวคันนี้อยู่ที่เท่าไร
สมาชิกในครอบครัวคุณมีจำนวนกี่คน
หากคุณสามารถสรุปและให้คำตอบกับ 3 คำถามด้านบนได้แล้ว การเลือกรถครอบครัวก็อิงจากเกณฑ์ด้านบนได้เลย
ทั้งนี้ถ้าคุณอยากได้รถยนต์ประเภท SUV หรือ Van แต่งบประมาณไปไม่ถึงก็ลองมาดูรถยนต์มือสองประเภท SUV ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง BMW X1 หรือ Hyundai H1 ก็จัดว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับรถครอบครัวรุ่นหนึ่งเลยล่ะ ทั้งนี้ราคามือสองก็ไม่สูงมากและยังมีสภาพที่ดีอยู่ด้วย คุณสามารถเริ่มต้นหารถมือสองได้ที่ Kaidee เลย
Apr 29, 2021 | บทความยานยนต์
“BMW X5 รถอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขับสนุกพร้อมลุยทุกเส้นทาง หรูหรารอบคัน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท”
คงตอบได้ไม่เต็มปาก เมื่อเจอคำถามว่ารถอเนกประสงค์ดีที่สุดคือรุ่นไหน ? หากคุณยังไม่ได้สัมผัสกับ “บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์5 – BMW X5” รถหรูสายพันธุ์เอ็กซ์ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความแตกต่างในกลุ่มผู้นำตลาดได้ชัดเจนที่สุด สำหรับ นับเป็นหนึ่งในรถรุ่นขายดีของค่ายใบพัดฟ้าขาว ด้วยความลงตัวในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน เทคโนโลยี และขุมพลังการขับเคลื่อน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล รวมถึงน้องเล็กสุดในรุ่นไฮบริด รถเจเนอเรชันใหม่ประกอบในประเทศ ทำให้ราคาถูกลง เริ่มต้น 4,459,000 บาท
BMW X5 มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมาก เพราะถึงแม้จะเปิดไลน์การผลิตได้ไม่นาน เพียงแค่กว่า 20 ปี แต่ก็ประสบความสำเร็จในเวลาที่รวดเร็ว ด้วยรูปลักษณ์ที่ยิ่งดูยิ่งสวย จนกลายเป็นรถในฝันของใครหลายคน นับจากการเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ที่งาน “ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์” ในปี 1999
BMW X5 รถอเนกประสงค์ในกลุ่ม SAV สวยรอบคันและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี
BMW X5 หัวขบวนแห่งรถยนต์อเนกประสงค์
แต่ก็ใช่ว่าเส้นทางของ BMW X5 จะโลดแล่นบนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเสียเมื่อไร เพราะในช่วงแรกหลายคนมองว่ารถรุ่นนี้ มีหน้าตาที่แปลกประหลาดและไม่เข้าพวก จัดเข้ากลุ่มประเภทรถค่อนข้างยาก บางคนบอกว่าไปไม่สุดสักทาง ด้วยหน้าตาที่หรูหรา แต่ถูกสวมวิญญาณลงบนตัวถังขนาดใหญ่ของรถอเนกประสงค์ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรกออกมาด้วยเชิงลบ… ว่าจะไปรอดหรือไม่ ?
แต่ความแปลกที่ว่ากลับสามารถตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว จนทำให้รุ่นนี้กลายเป็นหัวขบวนชุดบุกเบิกแห่งยุคทองของรถยนต์อเนกประสงค์ ที่กำลังครองเมืองจนถึงทุกวันนี้
ภาพการออกแบบในยุคแรก ซึ่งเป็นต้นแบบของรถตระกูล X-SERIES ปัจจุบัน
ความจริง BMW อยากมีรถอเนกปรกะสงค์ในสายการผลิตมานานแล้ว คงยังจำกันได้กับการยอมลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อซื้อแบรนด์รถยนต์เอสยูวีสุดอนุรักษ์นิยมสัญชาติอังกฤษ Land Rove r มูลค่ามหาศาลถึง 800 ล้านปอนด์ (34,900 ล้านบาท) ผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์สับเละเทะว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ! สำหรับการลงทุนซื้อแบรนด์รถเฉพาะทางที่กำลังดาวน์ลง และมีฐานตลาดที่แคบในราคาแพงมากขนาดนั้น
แต่ขึ้นชื่อว่า BMW ทุกการลงทุนต้องถูกกลั่นกรองมาอย่างดี ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดค่ายดังจากเยอรมันตัดสินใจขาย Land Rover ให้กับ Ford Motor (จากนั้นจึงถูกขายต่อให้ Tata ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน) แต่ก็ได้รับมรดกเป็นข้อมูลด้านเทคโนโลยีและ Know how ของรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถยนต์ในตระกูล SAV – Sports Activity Vehicle ในที่สุด
xDrive ระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาแบบ All Wheel Drive ช่วยให้คุณไปได้ทุกที่
BMW X5 รถยนต์อเนกประสงค์ SAV – Sports Activity Vehicle
รถยนต์อเนกประประสงค์ในกลุ่ม SAV – Sport Activity Vehicle อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหู แต่ในความเป็นจริง BMW X5 จัดอยู่ในรถยนต์กลุ่มนี้ครับ ไม่ใช่ SUV อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด แต่ในเมืองไทยถ้าพูดว่ารถ SAV หลายคนงง เอาเป็นว่า…เรียกรวม “รถยนต์อเนกประสงค์” ก็แล้วกันครับ เพียงแต่ไม่ใช่ SUV ต้องเป็น SAV ตามต้นฉบับของค่ายบีเอ็มดับเบิลยู
โดยทางค่ายดังจากมิวนิคให้คำจำกัดความ SAV ว่าเป็นรถยนต์ที่ผสมผสาน DNA ความสปอร์ต คล่องแคล่วและปราดเปรียวในลักษณะของรถซีดานเข้าไว้ด้วยกัน โดยนำมาจับคู่กับความบึกบึนพร้อมลุยและห้องโดยสารที่กว้างขวางในแบบฉบับรถอเนกประสงค์ เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ก็คือ “รถซีดานในร่าง SUV” นั่นเอง
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า BMW มี CI แห่งความเป็นรถซีดานที่แข็งแกร่งมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์จากกระจังหน้าไตคู่ นักออกแบบจึงเลือกที่จะไม่เปลี่ยนทั้งคัน แต่รักษากลิ่นไอของรถซีดานไว้ แค่ขยับอัปเกรดร่างมาเป็นรถอเนกประสงค์แทน
BMW X5 จึงเป็นรถอเนกประสงค์ SAV ที่แตกต่างจาก SUV อย่างชัดเจน โดยใช้ตัวถังแบบ Monocoque เหมือนกับรถเก๋งซีดาน แตกต่างจากรถกระบะที่ใช้ตัวถังวานบนคานแชสซี ที่สำคัญคือการใช้ระบบช่วงล่างแบบอิสระ ให้สัมผัสในการขับที่สนุก มีความนุ่มนวล แต่หนึบยึดเกาะถนนมากกว่าระบบคานและแหนบ
ที่สำคัญรถรุ่นนี้นับเป็นต้นแบบแห่งรถตระกูล X ทั้งปวง ความสำเร็จที่ได้รับ ทำให้มีการผลิตรถในรุ่น X Series ตามมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น X1 ถึง X6 และพี่ใหญ่สุดอย่าง X7
สัญลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของ X5
เปิดความสำเร็จทุกเจเนอเรชัน BMW X5
ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกจนมาถึงปัจุบัน มีทั้งหมด 4 เจเนอเรชัน และไม่ต้องแปลกใจเพราะรถเยอรมันใช้ชื่อรุ่นเหมือนกันหมดในทุกเจเนอเรชัน ดังนั้นการดูรถบีเอ็มดับเบิลยูจะต้องท่องจำรหัสตัวถังให้ขึ้นใจ จึงจะสามารถบอกปีที่ผลิตและคุยกันรู้เรื่องว่าเป็นรุ่นไหน สำหรับ 4 เจเนอเรชันของรถอเนกประสงค์ยอดนิยมคันโต มียอดขายทั่วโลกรวมมากกว่า 2.2 ล้านคัน แบ่งได้ดังนี้
BMW X5 รุ่นปี 1999 รหัสตัวถัง E53 เจเนอเรชันแรกยุคบุกเบิกความสำเร็จ
เจเนอเรชัน 1 รหัสตัวถัง E53
เป็นเจเนอเรชันแรกที่แบกความหวังของชาวไว้ทั้งปวง สำหรับ รหัสตัวถัง E53 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายใน ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ ปี 1999 โดยแชร์ตัวถังและบางชิ้นส่วนร่วมกับ ซีรี่ย์ 5 รหัสตัวถัง E39 นับเป็นรถที่สร้างเสียงฮือฮามาก หากมองแวบแรกอาจจะยังไม่สวยในทันที แต่จะงามขึ้นในวันถัด ๆ ไป ภายนอกโดดเด่นด้วยตัวถังขนาดใหญ่ มาพร้อมจุดนำสายตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่
ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร 225 แรงม้า รวมถึงเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ มีให้เลือกทั้งขนาดพิกัด 4.0, 4.6 และ 4.8 ลิตร ขุมพลังสูงสุด 350 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเป็น 3.0 ลิตร เป็นทางเลือกอีกด้วย
เจเนอเรชัน 2 รหัสตัวถัง E70 ออกแบบโดย “คริส แบงเกิล” ประสบความสำเร็จด้านดีไซน์อย่างมาก
เจเนอเรชัน 2 รหัสตัวถัง E70
มาถึงรถยนต์อเนกประสงค์ใน เจเนอเรชัน 2 ผลิตภายใต้รหัสตัวถัง E70 เปิดตัวในปี 2006 โดยมี “คริส แบงเกิล” ปรมาจารย์หัวหน้าทีมนักออกแบบของ BMW เป็นผู้คุมโปรเจ็ค (คริส แบงเกิล หลังจากเกษียณได้ส่งต่อมรดกการออกแบบให้กับ เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์) โมเดลเชนจ์มีการปรับรอบคันใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความหรูหรา เครื่องยนต์ พร้อมปรับ xDrive ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น กระจายกำลังไปสู่ล้อทั้งสี่ได้สมบูรณ์แบบมากกว่ารุ่นก่อน
ด้านเครื่องยนต์มาพร้อมทางเลือก 3 รุ่นย่อย เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร พลัง 260 แรงม้า, เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบแถวเรียง 4.8 ลิตร 350 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร มีให้เลือก 2 ออพชัน ระหว่าง 235 หรือ ตัวท็อปสุด 286 แรงม้า
E70 ด้วยมาดสวยและดุดันในพาร์ทชุดแต่งของ HAMANN
หลังจากเจเนอเรชันแรกแจ้งเกิดได้อย่างพลิกความคาดหมาย ทำให้เจเนอเรชัน 2 เป็นที่รอคอยและคาดหวังว่าจะต้องทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่สุดแล้วรหัส E70 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถครองเจ้าตลาดรถอเนกประสงค์ SAV และทางค่ายรถการันตีว่า รุ่นนี้มีแรงม้าที่มากขึ้น แต่ประหยัดเชื้อเพลิงกว่ารุ่นเดิม เพิ่มขึ้นถึง 20%
โฉมนี้ได้รับรางวัลความสำเร็จจากทั่วโลก ทั้งในเรื่องการออกแบบ สมรรถนะ และความปลอดภัย และสูงสุดคือการได้รับรางวัล “The best cars” จากการโหวตโดยผู้อ่านนิตยสาร auto motor und sport ของเยอรมัน
รหัสตัวถัง F15 ประสบความสำเร็จด้านยอดขายไปทั่วโลก
เจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15
หาก X5 รหัสตัวถัง E70 เป็นเจเนอเรชันคว้ารางวัล ถ้างั้น F15 ก็ต้องเป็นผู้ชนะเลิศด้านยอดขาย สำหรับเจเนอเรชัน 3 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในปี 2013 ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันรถอเนกประสงค์แบรนด์หรูค่อนข้างรุนแรง จับคู่ชิงส่วนแบ่งทางการตลาดชนิดพัลวัน คู่แข่งตลอดกาล Mercedes-Benz เริ่มเปิดสายการผลิต GLE ตามหลัง หรือ แม้กระทั่งรถสปอร์ตอย่าง Porsche ก็ส่งเจ้าชายกบร่างยักษ์ Cayenne มาท้าชิงด้วยเช่นกัน รวมไปถึง Volvo ที่สวมบทตาอยู่เดินคันเร่ง XC60 เข้าชิมลาง
เจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15 ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตหรูหรา แต่เพิ่มความบึกบึนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีความพร้อมลุยในทุกมิติ หน้าตาเริ่มฉีกออกจากการเป็นเก๋งซีดานแบบเจเนอเรชันก่อน แต่ยังคุมไว้ด้วยคอนเซ็ปต์รถ SAV ที่สามารถยกระดับด้านเทคโนโลยีและการออกแบบอย่างลงตัว
ตัวถังมีความบึกบึนและปรับมิติให้ตัวรถมีความยาวและอเนกประสงค์มากขึ้น
ภาพรวมในเรื่องการออกแบบ สังเกตได้ชัดว่าตัวถังบึกบึนมีมิติและขอบตัดเพิ่มขึ้น ห้องโดยสารหลังคาสูงโปร่ง ทัศนวิสัยการขับดีขึ้น ช่วยให้มองเห็นระยะทางไกล ๆ ช่วงล่างยกสูงจากพื้นขึ้นอีกนิด สามารถขับลุยในแบบออฟโรดได้อย่างไม่ขัดเขิน (จริง ๆ แล้วก็ลุยได้ทุกเจเนอเรชันนั่นแหละ)
BMW เริ่มนำแนวคิด “ให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง” มาปรับใช้ ออกแบบห้องโดยสารด้วยการจัดวางฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับคนขับ ภายในคงความพรีเมียม มีหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้วแสดงผลการใช้งานส่วนต่าง ๆ ในส่วนของโหมด i-Drive ควบคุมถนัดมือ ใช้งานง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น
ในช่วงปี 2013 ประเทศไทยเริ่มทำตลาด X5 อย่างจริงจัง เปิดตัวในงาน “มอเตอร์ เอ็กซ์โป” และเริ่มต้นจำหน่ายด้วย 2 รุ่นย่อย xDrive30d M Sport เครื่องยนต์ เทอร์โบดีเซล 3.0 ลิตร ระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive และ xDrive25d เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 2.0 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ
ในช่วงแรกของการจำหน่าย รหัสตัวถัง F15 ในไทย ค่ายรถเลือกนำเข้าทั้งคันแบบ CBU ก่อนที่เปิดสายการผลิตในไทยที่โรงงาน Manufacturing ระยอง ราคาลดลงเฉียด 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
รหัสตัวถัง G05 รุ่นปัจจุบันมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก BMW
เจเนอเรชัน 4 รหัสตัวถัง G05
การกลับมาของ BMW X5 เจเนอเรชัน 4 มาพร้อมรหัสตัวถัง G05 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในปี 2018 เห็นได้ชัดว่ารถในตระกูล X Series พออยู่ในไลน์การผลิตไปนาน ๆ ก็ยิ่งถูกออกแบบให้ใหญ่ขึ้นทุกมิติ
BMW แม้ตัวเองจะเป็นผู้บุกเบิกในตลาดรถ SAV แต่ทุกวันนี้ไม่ได้มองแค่เฉพาะตัวเองอีกต่อไป มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามยุค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดออพชันรถ เพื่อให้เหมาะสมกับการทำตลาดในแต่ละประเทศ พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยของค่าย มาอัดแน่นไว้ในรถอเนกประสงค์รุ่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นการแก้ไขจุดอ่อนในบางเรื่อง และเสริมจุดแข็งอีกหลายส่วนให้ลงตัว
แต่ไหนแต่ไรมา บีเอ็มดับเบิลยูมุ่งเจาะตลาดรถอเนกประสงค์ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ด้วยกำลังซื้อที่มากจึงทำให้การลงทุนย่อมคุ้มค่าเหนือตลาดประเทศอื่น ๆ ฐานการผลิตตั้งอยู่ในโรงงานที่เมืองสปาร์ทันเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับเจ้าเอ็กซ์ 5 เจเนอเรชันล่าสุดมีความน่าสนใจมาก ด้วยแนวคิด การออกแบบ ที่ถูกปรุงแต่อย่างกลมกล่อม เป็นได้มากกว่ารถตรวจการณ์ราคาแพง ถ้ามีโอกาสได้ขับ คุณจะต้องหลงรักในยอดยนตรกรรมจากมิวนิคคันนี้แน่นอน
BMW X5 กับการออกแบบที่เน้นและให้ความต้องการของคนขับเป็นศูนย์กลาง
BMW X5 : EVERYTHING MULTIPLIED BY X.
BMW X5 ยอดรถอเนกประสงค์ในเจเนอเรชัน 4 รหัสตัวถัง G05 รุ่นปัจจุบัน มาพร้อมความสมบูรณ์ในแบบฉบับผู้นำ พุ่งทะยานไปด้วยจิตวิญญาณในสไตล์ SAV ของรถสายพันธุ์ X ที่แท้จริง สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยทาง จัดเต็มใส่ฟังก์ชันมาให้แน่น ๆ ไม่มีกั๊ก เทคโนโลยีทันสมัยรอบคัน หรูหราและมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น
รวมความเปลี่ยนแปลงของรหัส G05 ในด้านหน้า เมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชันก่อน
ตอบโจทย์การใช้งานแบบ Dynamic ขับสนุกได้ทุกวัน เข้าถึงทุกพื้นที่ทั้งแบบ “ออนโรด” และ “ออฟโรด” ทะลายขีดสุดด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ xDrive คล่องแคล่วพร้อมพาคุณทะยานไปถึงจุดหมายปลายทางได้ก่อนใคร
ด้านข้างกับความยาวที่มากขึ้น พร้อมเส้นสายตัวถังที่บึกบึน
ความจุสัมภาระด้านท้ายในแบบ X5 สามารถรองรับการใช้งานอย่างลงตัว
นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีและการออกแบบแล้ว เจเนอเรชันนี้มีความน่าสนใจตรงที่เป็นรถรุ่นใหญ่และแพงเกือบเป็น Flag Ship ของรถตระกูล X Series แต่ถูกนำมาเปิดตัวก่อนรุ่นเล็ก ดังนั้นเทคโนโลยีและการออกแบบจึงเป็นต้นแบบ ไม่หนีไปจาก X รุ่นอื่น ๆ ที่จะเปิดตัวตามมาในอนาคต นวัตกรรมที่คุณได้สัมผัสในวันนี้ จึงไม่มีทางน้อยกว่า X1 ถึง X4 ซึ่งจะทะยอยเปิดตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าได้ขับก่อน แถมเทคโนโลยีก็ไม่ตกรุ่นอีกด้วย
“BMW X5 แสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอความเป็นรถตระกูล X ที่ฝังอยู่ในทุกอณูได้อย่างชัดเจน รถในเจเนอเรชันที่สี่นี้ สะท้อนถึงความทรงพลังที่ผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเป็นสายพันธ์ X ด้วยงานดีไซน์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง สะอาดตา และมีเส้นสายที่เฉียบคม ส่วนห้องโดยสารภายในเต็มเปี่ยมด้วยความหรูหราล้ำสมัยและมีการใช้งานได้สะดวกง่ายดายกว่าเคย”
เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบ BMW Group
สวยทุกมุมมองสมกับเป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรีของรถอเนกประสงค์ SAV
ภายนอก : บึกบึน กล้ามโต และทรงพลัง
รูปลักษณ์ภายนอก – ดีไซน์เรียบหรูแบบรถ 5 ประตู และยังคงดีเอ็นเอความเป็นใบพัดฟ้าขาวไว้รอบคัน โดยทั้ง 3 รุ่นย่อย ตัวถังมีขนาดใหญ่กว่าเจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15 ในทุกมิติ ความยาว 4,922 มม. กว้าง 2004 มม. สูง 1,745 มม. และระยะฐานล้อ 2,975 มม. มาพร้อมชุดแต่งสไตล์ M รอบคัน
กระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซน์ใหม่ที่ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อม Active air flap
โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์จากกระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซนใหม่ ที่ขยายในแนวตั้งให้สูงขึ้น มาพร้อมครีบ Active air flap สามารถเปิดและปิดอัตโนมัติ กันชนและช่องดักลมดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าและตัดหมอกแบบ LED มองเห็นแต่ไกลแล้วรู้เลยว่าเป็น BMW
ฝาท้ายแบบ 2 ชิ้นแยก “บน-ล่าง” เอกลักษณ์ของ X5
ด้านข้างมาพร้อมความบึกบึน ด้วยเส้นสายบนตัวถังที่มีขนาดเล็กและบางลง โดยเส้นตัวถังไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ จากหน้ารถสู่ท้ายรถ ทำให้ดูปราดเปรียวขึ้นโดยที่รถไม่มีอาการตูดโด่ง ในส่วนด้านหลังใช้ฝาท้ายแยกประกบ “บน-ล่าง” แบบ 2 ชิ้น กันชนหลังจับคู่กับดิวฟิวเซอร์ และปลายท่อไอเสียและคาลิปเปอร์เบรกสีน้ำเงินแบบ M Sport และล้อแม็กซ์ขนาด 22 นิ้ว*
ลงตัวทุกฟังค์ชันการใช้งาน พร้อมหน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว
ภายใน : หรูหราและกว้างขวางสไตล์ผู้นำ
ภายใน – ห้องโดยสารหรูหราดีไซน์ใหม่ แต่ถูกแบ่งธีมสีตามรุ่นย่อยที่คุณเลือก ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เน้นคนขับเป็นศูนย์กลาง จัดวางฟังก์ชันในตำแหน่งที่ง่ายต่อการใช้งาน เรือนไมล์ดิจิทัล BMW Live Cockpit Professional มาพร้อมจอตรงกลางแดชบอร์ดขนาด 12.3 นิ้ว ใช้ระบบปฏิบัติการ BMW OS 7.0 พร้อมจอ Head-Up Display แสดงผลที่กระจกหน้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ในส่วนของแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่ ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศวางเรียงใต้ช่องแอร์ ถัดลงไปด้านล่างจะเป็นชุดควบคุมเครื่องเสียง
เรือนไมล์แบบฟูลดิจิทัล ชัดเจนในทุกช่วงความเร็วพร้อมการแสดงผลระบบอัจฉริยะ
แดชบอร์ดดีไซน์ใหม่ จัดวางระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศมาวางเรียงไว้ใต้ช่องแอร์
เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และปุ่ม iDrive ควบคุมการทำงานของตัวรถ
บริเวณคอนโซลกลางมีเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และปุ่มทรงกลมขนาดใหญ่ iDrive นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Start / Stop เครื่องยนต์ พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Driving Experience เบาะคู่หน้าดีไซน์สปอร์ตปรับไฟฟ้า นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารสามารถเลือกปรับไฟ Ambient Light ได้ พร้อมลำโพงของ Harman Kardon และมีหลังคาแบบซันรูฟ เรียบหรูแต่ดูจบให้ออพชันครบทุกความต้องการ
ระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับความสูงให้กับตัวรถได้
โดยระบบช่วงล่างของทุกรุ่นย่อยเป็นแบบถุงลม ซึ่งมาพร้อม Dynamic Damper Control สามารถปรับระดับความหนืดของโช้คอัพได้ตามโหมดการขับขี่ที่คุณเลือก ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะถนนให้หนึบขึ้น ภายใต้สมรรถนะสุด Comfort รถจึงไม่มีอาการโคลงและยังช่วยให้รถออกจากโค้งเร็วขึ้น
สามารถลุยเส้นทางในแบบออฟโรดได้สมบุกสมบัน แม้จะมีน้อยคนที่คิดทำก็ตาม
เครื่องยนต์ : 2 รูปแบบ 3 รุ่นย่อย ดุดันแต่ประหยัดขึ้น
ประเทศไทยทำตลาดด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ 2 รูปแบบ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร 2,998 ซีซี ขุมพลัง 286 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดอีก 113 แรงม้า เมื่อจับคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังสูงสุดถึง 394 แรงม้า และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
และเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี ให้พลัง 265 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
BMW X5 จำหน่ายในไทยด้วย 3 รุ่นย่อย คือ เครื่องยนต์เบนซิน ปลั๊กอินไฮบริด ในรุ่น xDrive45e M Sport , เครื่องยนต์ดีเซล ในรุ่น xDrive30d M Sport และ xDrive30d xLine ดาวน์โหลด Specsheet คลิก !
ราคาสำหรับรุ่นประกอบในไทยถูกลงเกือบ 1 ล้านบาท
ราคา : ประกอบในไทย ถูกลงเกือบ 1 ล้านบาท
สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยของ BMW X5 ทั้ง 3 รุ่น เริ่มจากรุ่นสูงสุด xDrive45e M Sport เริ่มต้น 4,959,000 บาท ตามมาด้วย xDrive30d M Sport เริ่มต้น 4,659,000 บาท และสุดท้ายในรุ่น xDrive30d xLine เริ่มต้น 4,459,000 บาท
โดยทุกรุ่นย่อยเป็นรถ CKD ที่ประกอบภายในประเทศไทยทั้งหมด จึงทำให้มีราคาที่ถูกลงมาก โดยเฉพาะในรุ่น xDrive30d M Sport มีราคาส่วนต่างที่ถูกลงถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
สำหรับใครที่อยากรู้จักเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ BMW ว่ายอดเยี่ยมขนาดไหน สามารถตามไปอ่านได้ในเรื่องนี้ครับ “BMW Driving Assistant ช่วยให้การขับรถของเราง่ายขึ้นได้อย่างไร”
สวยทุกมุมมองกับความลงตัวในทุกมิติที่สัมผัสได้จากยอดยนตรกรรมคันนี้
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของ BMW X5 รถอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับความยอดเยี่ยมเกินพิกัด เราอยากให้คุณได้สัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะอันลงตัวของยอดยนตรกรรมจากเยอรมันอย่างแท้จริง แต่ถ้ารถมือหนึ่งป้ายแดงออกจากศูนย์อาจมีราคาที่แพงสักนิด ลองหันมาชมรถมือสอง ได้ที่ Kaidee การันตีได้รถดีแน่นอนครับ
Feb 11, 2021 | บทความยานยนต์
การไปเดทครั้งแรก ใคร ๆ ก็อยากให้เป็นที่จดจำ แม้ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ที่คาดหวังกันไว้จะไม่ได้ไปต่อ แต่ความประทับใจในครั้งแรก นั้นยากที่จะลืมเลือน หลายคนจึงคาดหวังกับเดทแรกไว้ค่อนข้างสูงกับคู่เดทของตนเอง ว่าจะเป็นไปได้ดีและเราสามาถสื่อสารและพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีความสุขกับเดทครั้งแรก
แต่การเดทที่จะประสบความสำเร็จหรือไปต่อกันได้ดี ดันมีปัจจัยภายนอกเข้ามายุ่งซะอย่างนั้น แม้เราจะชอบใช้วลีอย่างเช่น
“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน”
เชื่อหรือไม่ว่า คำ ๆ นี้ หากไม่เคยเจอด้วยตนเอง ย่อมไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่รักกันอยู่แค่สองคน มันควรจะเป็นแค่เรื่องของความรู้สึกทางใจ แต่พูดเลยว่า บางครั้งปัจจัยภายนอกก็ทำให้เดทล่มได้ เช่นเดียวกัน
แม้ในปัจจุบัน “คนไทย” โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีแนวคิดและการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเอง (ปัจเจกบุคคล) มากขึ้น ทว่าต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ยังยึดถือแนวคิดแบบเดิมก็ยังคงมีอยู่และเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอกลุ่มคนเหล่านี้
การมีรถจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายชายที่ถูกมาตรฐานทางสังคมคาดหวังและครอบงำให้ต้องเป็นฝ่ายมีพร้อมในแง่ของทรัพย์สินและเงินทอง จึงกลายเป็นว่า “การมีรถ” ไปในเดทแรกจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความประทับใจของฝ่ายหญิงในเดทแรกได้ แต่คำกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอ ?
เหตุผลที่เดทล่ม
ส่วนใหญ่เหตุผลที่เดทล่มมักเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พึงพอใจต่อการกระทำอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่เดทกันอยู่ โดยบางครั้งการเดทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้ากันเพียงอย่างเดียว บางทีบางคนก็คิดว่าการไปเดทก็คาดหวังปัจจัยภายนอกจากอีกฝ่ายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงอาหารมื้อแรกที่ทานด้วยกัน หรือเป็นการขับรถไปรับ-ส่งคู่เดทของคุณที่บ้าน
พอเกิดการคาดหวังแบบนี้ขึ้น เมื่อไปถึงสถานที่เดทจริงกลับไม่เป็นดั่งฝัน จาก “เดทแรก” จึงกลายเป็น “เดทสุดท้าย” ซึ่งน่าเศร้าพอสมควรกับการตัดสินใจจากเรื่องเช่นนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้คนเลือกคู่ครองชีวิตจากเหตุผลนี้ เพราะใคร ๆ ก็ต้องการความมั่นคงถูกไหม ?
1.ใครจ่ายค่าอาหาร
หนึ่งในเหตุผลสุดฮิต ไม่ว่าจะในกระทู้พันทิปหรือประสบการณ์ในวงเหล้าก็พูดเป็นเสียงเดียวกันคือ
“แก เขาไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร”
เพราะเหตุผลนั้นความสัมพันธ์ที่ควรจะพัฒนาต่อไป ก็กลับล่มอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ความจริงเหตุผลเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอก แต่อย่างที่เข้าใจกันว่า ความคิดของคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงมักจะถูกปลูกฝังมาในแง่ที่ว่า “ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจ่าย”
ทั้ง ๆ ที่บางทีคนที่เรากำลังดูใจกับเขาก็เป็นเพียงเด็กจบใหม่ แต่การคาดหวังให้เขาเลี้ยงอาหารเราค่อนข้างเป็นเรื่องที่เกินตัวไป ในยุคหลัง ๆ มา หลายคนจึงพยายามสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง ของวัฒนธรรมที่เรียกว่า “อเมริกันแชร์” หรือก็คือใครสั่งอะไรมา ก็แชร์กันทั้งหมดแบบแฟร์ ๆ ไม่มีใครเสียเปรียบและได้เปรียบจากการทานอาหารร่วมกันครั้งนี้
เช่นเดียวกัน ก็มีกรณีที่ฝ่ายหญิงต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวฝ่ายชายอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเกิดตกลงกันว่า รอบนี้ฝ่ายหญิงเป็นคนจ่าย รอบหน้าฝ่ายชายเป็นคนจ่าย ผลัดกันไปมาก็ย่อมเป็นเรื่องที่หยวนกันได้ แต่ถ้าเป็นทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงเลี้ยง บอกเลยค่ะว่า โอกาสเดทล่มค่อนข้างสูง
ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ เราควรจะแชร์กันทั้งสองฝ่ายจะดีที่สุด
2.ทิ้งให้คู่เดทรอนาน
ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นหรือฝั่งยุโรปเพียงอย่างเดียว ที่การ On-time (ตรงต่อเวลา) เป็นเรื่องสำคัญ ในเดทแรกสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการทิ้งให้คู่เดทต้องนั่งรอยืนรอจนปวดขา ดังนั้นการมาตรงต่อเวลาแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้แค่ไหน
ถ้าหากเกิดเหตุสุดวิสัย อย่าง รถติด รถไฟฟ้าพัง หรือฝนตกต้องรอจนกว่าฝนจะหยุด นี่ก็เป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ แต่ทั้งนี้เดทแรกก็ควรเผื่อเวลาไว้ไม่ให้กระชั้นชิดกับเวลานัดจนมากเกินไปนัก เพื่อไม่ให้เดทล่ม อย่าลืมเลือกเสื้อผ้าไว้ในคืนก่อนหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในวันเดทจริง
3.ไม่เอารถมาในวันเดทแรก
การไม่เอารถมาในเดทแรก ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องตลกสำหรับประเทศกรุงเทพฯ ที่รถติดมากแถมเวลาที่ควรจะได้ใช้ในการเดทก็หมดไปบนท้องถนนเสียแล้ว หลายคนจึงคิดว่าเราควรเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถสาธารณะในการไปเดทมากกว่านำรถไปเอง
ถึงแม้หลายคนจะคิดเช่นนี้ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่คิดว่า เดทครั้งแรก เธอควรเอารถมารับฉันไปเดทสิ ไม่ก็นัดเจอที่เดทก็ได้ แต่ตอนกลับเธอต้องไปส่งฉันนะ ฟังแล้วเหมือนจะดูน่าเหลือเชื่อว่า ยุคนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรอ บอกเลยค่ะว่า มีและมีจำนวนค่อนข้างเยอะด้วย
บางคนมองว่าการนำรถมา เป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นถึงฐานะได้ว่า คน ๆ นี้มีฐานะอย่างไร โดยตัดสินใจจากการใช้รถ พูดจริง ๆ ค่ะว่า บางคนก็คบคนจากการดูรถยนต์ที่ขับ แม้จะเป็นเรื่องที่รู้สึกแล้วไม่โรแมนติกเหมือนรักใส ๆ หัวใจพองโต แต่ความจริงมักโหดร้ายเช่นนี้แล
4.พ่อแม่เซย์โน
สำหรับประเด็นพ่อแม่เซย์โน คือประเด็นที่อ่อนไหวสุด ๆ เลย เพราะความรักมักถูกตัดสินโดยคนนอกอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงบอกว่าให้มั่นใจก่อน จึงค่อยพาคู่เดทของคุณเข้าบ้าน
แน่นอนว่าบางบ้านก็ปฎิเสธที่จะให้คนรักของลูกเข้าบ้าน เนื่องจากพอได้เจอตัวจริงแล้ว แต่พอเห็นว่าคน ๆ นี้ไม่เหมาะสมหรือไม่น่าจะดูแลลูกตนเองได้ ก็ปฏิเสธทันที เลยกลายเป็นว่า ต้องยอมตัดสัมพันธ์แบบเดทแรกก็ล่มปุ๊ปแทบจะทันที เศร้าสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
5.พูดแต่เรื่องตัวเอง
ผลสำรวจมากมายหลากหลายแห่งที่พอทราบมา ใครก็ตามที่ไปเจอคู่เดทที่พูดแต่เรื่องของตัวเอง ก็ต้องส่ายหน้าปฏิเสธกันไปหมด ใครบ้างล่ะมาเดทแล้ว อยากจะฟังเรื่องของคนอื่นอยู่ตลอดบทสนทนา จริง ๆ แล้วถ้าคุณอยากรู้เรื่องอีกฝ่ายมาก การที่อีกฝ่ายพูดแต่เรื่องของตัวเองก็อาจเป็นที่ยอมรับได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมใจไปฟังเรื่องของคู่เดท อาจจะเซ็งจนอยากจะบอกว่า พอก่อนนะ ความสัมพันธ์ของเรา หรือก็คือ “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกว่ารำคาญ” นั่นแหละ
เรื่องรถกับการออกเดท
แต่แน่นอนว่าท็อปปิกก็บอกอยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีรถกับการไปเดทจะเพิ่มโอกาสทำให้เดทล่มหรือไม่ บอกเลยตรงนี้ว่า “มีสิทธิ์ที่จะทำให้เดทล่ม แต่ไม่ใช่ 100%”
บางคนมองว่าเรื่องของฐานะ ยังไม่ได้นำมาเพื่อพิจารณาขนาดนั้นในเดทแรก แถมพื้นที่การเดทสำหรับชาวกรุงเทพฯ ถ้านำรถมาก็กลายเป็นรถติดจนไม่มีทางเลี่ยง จากเดทแสนสนุกอาจกลายเป็นเดทสุดกร่อยบนรถแทนก็ได้ ดังนั้น การเดทโดยไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่ม 100% นะคะ
แค่ว่า ถ้าคุณมีรถไปในการเดทอาจจะช่วยเพิ่มคะแนนในใจของคู่เดทคุณได้ ก็เท่านั้น ก็เหมือนกับการตัดเกรดนั้นแหละค่ะ หากคุณต้องการ A 100% การมีรถก็เพิ่มคะแนนส่วนนี้ได้ แต่ถ้าไม่มีคุณอาจได้ A ที่ 95% เท่านั้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นขอย้ำอีกทีว่า “การไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่มเสมอไปนะคะ” โดยเฉพาะบางคนที่คิดว่าการใช้ของเกินตัวจะทำให้คู่เดทของคุณตกลง ต้องอธิบายก่อนว่า ในส่วนนั้นก็มีสิทธิ์แต่นาน ๆ ไปมันจะทำให้ชีวิตคุณลำบากมากขึ้น การใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุขคือ การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องฝืนตัวเองค่ะ ถ้ารู้สึกฝืนและเหนื่อยเมื่อไร ให้รู้ไว้นะคะ ว่าเขาคือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณค่ะ
ถ้าไม่มีรถควรทำอย่างไรในเดทแรก
แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีกำลังซื้อรถยนต์เพื่อไปออกเดทล่ะก็ คุณสามารถออกรถแบบซื้อปุ๊ปได้ปั๊ป ที่เว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์มือสองอย่าง Kaidee ได้เลย นอกจากราคารถจะดีแสนดี ราคาเป็นมิตรแล้ว สภาพรถยังดีน่าใช้งานอีกด้วย ใครก็ดูไม่ออกว่านี่มันรถมือสอง แหม ขนาดนี้แล้วอย่ารอช้า ไปตำเลย!
Jan 29, 2021 | บทความยานยนต์
กลัวกันไหม?? กับการกลับมาของโควิดในประเทศไทยในปี 2021 ที่ทางรัฐออกมาบอกว่านี่แหละคือ “การระบาดระลอกใหม่” (ว้าวววว) ซึ่งดูเหมือนจะหนักกว่าเดิมด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดหาวิธีให้ตัวเองนั้นปลอดภัยอยู่เสมอ
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของกินนี่อย่าให้พูด!! เป็นอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ ด้วยความที่ผมนั้นชอบของอร่อย (ไม่อร่อยคือไม่กิน) วันนี้ผมจึงมาแนะนำร้านที่ดีในเรื่องของรสชาติ และดีในเรื่องของความปลอดภัย นั่นก็เพราะว่าร้านเหล้านี้เป็นแบบ Drive Thru นั่นเอง แค่นั่งอยู่ในรถ ไม่ต้องออกไปเจอกับใคร ก็สามารถหาอะไรอร่อยกินได้อย่างง่ายดาย เกริ่นมาเยอะขนาดนี้ คงเริ่มที่จะหิวกันแล้วล่ะสิ มาดูกันว่าจะมีร้านอะไรบ้าง
ร้านแบบ Drive Thru คือ??
สำหรับบางท่านที่หลงเข้ามาอ่านและอาจจะยังไม่รู้จักว่าเลยว่า Drive Thru (ไดร์ฟ-ทรู) นั้นเป็นแบบไหน มา!! เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร
ปัจจุบันด้วยความน่ากลัวของโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ ร้านนั้นได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของธุรกิจตัวเอง ทำให้ร้านแบบ Drive Thru นั้นเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แล้วร้านแบบนี้มันคืออะไรล่ะ?? ร้านแบบนี้เป็นร้านที่เพียงแค่คุณนั้นมีรถยนต์ก็สามารถขับเข้าไปที่ร้านและพร้อมรับอาหารโดยที่คุณไม่ต้องก้าวขาลงจากรถแม้แต่ก้าวเดียว ซึ่งเหมาะอย่างมากในยุคสมัยนี้
แต่คุณรู้กันหรือไม่?? จริง ๆ แล้วร้านแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกินขึ้นมาในยุคสมัยนี้ แต่มันมีมานานมากแล้วแต่แค่อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเท่าไร ซึ่งร้านแรกที่ได้ทำให้เกิด Drive Thru ขึ้นเป็นเจ้าแรกคือร้าน “In-N-Out Burger” ที่อเมริกา แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่ง McDonald’s ได้นำรูปแบบมาทำ และกลายเป็นที่นิยมขึ้น
5 ร้าน Drive Thru ที่ผมแนะนำ
ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าร้านเหล่านี้เป็นร้านที่ผมเองเคยได้ลองไปมาบ้างส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความดีงามตามท้องเรื่อง (ชอบโดยส่วนตัวนั่นเอง) เลยขอมาแนะนำให้ไปลองด้วยตัวเองกันดูว่าเวิร์คกันจริง ๆ หรือไม่
Horme Cafe
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Horme Cafe
มาเริ่มกันที่ร้านแรกเลย เปิดยามเช้าเบา ๆ ด้วยคาเฟ่ร้านกาแฟ ให้ทุกเช้าเป็นวันที่สดใสก่อนการทำงาน ซึ่งร้านนี้อาจจะอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองสักหน่อย แต่ใครที่อยู่ย่านบางนา ต้องไปลอง เพราะร้านนั้นบรรยากาศดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนั่งที่้ร้านชิล ๆ ก็ดี ด้วยความที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงให้พาน้อง ๆ มาเดินเล่นหรือหาเพื่อนได้ หรือถ้าหากกลัวโควิดแล้ว ทางร้านก็มีบริการ Drive Thru ที่จะทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอีกด้วย
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Horme Cafe
ถ้ามาร้านนี้แล้วแนะนำเป็นอย่างมากเลยสำหรับคอกาแฟ ต้องมาลองเมนูนี้เลย!! Dirty Coffee ที่มีความหอมนุ่มละมุนได้อย่างลงตัว แต่นอกจากกาแฟดี ๆ แล้ว หาขนมที่ทานคู่กันได้อย่างลงตัวกับ ครัวซองต์และบลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาก็ต้องลอง
ร้านเปิด ⏰ : 7:00 – 20:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/MW5q9LRhtPN1bbyP7
Facebook : Horme Cafe
ติดต่อ 📞 : 02-182-9696
ร้านฉลอง Chalong Eatery
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Chalong Eatery
เป็นร้านที่มีความครบเครื่องทั้งของคาวและของหวาน ช่วงเที่ยง ๆ ใครที่กำลังมองหาของกินบอกเลยว่าต้องมาโดนร้านนีั้!! เพราะมีอาหารให้เลือกทานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารไทยและเทศ และในช่วงนี้ร้านก็เปิดบริการพิเศษอย่าง Drive Thru ที่ช่วยให้คุณได้ทานอาหารอร่อย ๆ ได้ แม้คุณจะไม่ลงจากรถยนต์ก็ตาม
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Chalong Eatery
พูดเลยว่ามาร้านนี้ต้องซื้อเมนูนี้มาลองทาน “หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจิ้มแจ่ว” ที่มีความชุ่มฉ่ำและกรอบไปพร้อม ๆ กัน จะทานเล่นก็ดี หรือทานจริงจังก็ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีเมนูอีกมากมายที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่าซาลามี่, สเต็กเชอร์ลอยจิ้มแจ่ว และยำวุ้นเส้น ก็เด็ดไม่แพ้กัน
ร้านเปิด ⏰ : 12:00 – 21:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/Hscb7D9Gwb8Ph4T66
Facebook : ร้านฉลอง Chalong Eatery
ติดต่อ 📞 : 02-002-4175
Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
มาย่านชานเมืองกันบ้าง ร้านดีไม่แพ้ในเมืองเลย กับร้านนี้ “วัวลืมตัว” ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้อยู่ค่อนข้างใกล้บ้าน ทำให้ผมนั้นได้ไปลองทานดู ร้านนี้มีครบให้หมดทั้งอาหารคาวและหวาน ใครอยากจะไปนั่งเล่นชิล ๆ จิบกาแฟก็สามารถไปได้ เพราะบรรยากาศภายในร้านคือ ดี!! (ไม่พูดเยอะเจ็บคอ)
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
พูดได้เลยว่าอาหารจานเดียวของที่นี่เด็ดทุกอย่างของจริง ไม่ว่าจะเป็นข้าวราดข้าวกะเพรา ข้าวราดทอดกระเทียม หรือแม้แต่สปาเก็ตตี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน ส่วนใครที่เป็นสายคาเฟ่ก็ไม่ควรพลาด!! แต่ถ้าจะให้แนะนำสักเมนูแล้วล่ะก็ คงต้องเป็น แบล็กโกโก้ ที่เข้มข้นหนักมาก!!
ร้านเปิด ⏰ : 07:30 – 17:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/36kMKs3w9Mj7AHNr8
Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
ติดต่อ 📞 : 080-496-4665
KFC / Mcdonald’s / Burger King
ถ้าพูดถึงการ Drive Thru แล้วล่ะก็ จะไม่พูดถึงร้านเหล่านี้คงไม่ได้ เพราะเป็นต้นตำรับในด้านนี้ แถมหาทานได้ง่าย ๆ ด้วยความที่เป็นร้านอาหารแบบ Fast Food จึงทำให้มีหลากหลายเมนูและสาขาทั่วทั้งประเทศ ซึ่งบริการ Drive Thru ของร้านเหล่านี้ มักจะตั้งอยู่ตามตามปั๊มน้ำมัน เพื่อให้สะดวกต่อการขับรถเข้าไปสั่งและออกได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
กล้วยทอดนางเลิ้ง
หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าประเทศไทยเพิ่งมีบริการ Drive Thru ขึ้นมา ผมขอเถียงขาดใจเลยว่า “ไม่จริง!!” นี่เลยตำนานกล้วยทอดตรง 4 แยกนางเลิ้ง ร้านที่เปิดมายาวนานกว่า 40 ปี เพียงแค่คุณจอดรถติดไฟแดงเท่านั้น บริการเสิร์ฟกล้วยทอด จะพุ่งตรงดิ่งเข้ามาหาคุณเอง แม้ว่าคุณจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม (พอเดินมาทีไรเป็นต้องซื้อทุกที) ซึ่งราคานั้นก็คิดง่าย ๆ เพียง 20 บาท เพื่อให้สามารถซื้อง่าย ทอนเงินได้เร็ว ก่อนที่ไฟเขียวจะกลับมาอีกครั้ง
การออกไปข้างนอกในยุคสมัยนี้ ถ้าหากไม่มีรถยนต์แล้วล่ะก็ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า วัน ๆ หนึ่งจะได้พบเจอกับเชื้อโรคเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร การมีรถเป็นของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เข้ามาหารถได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee แหล่งรวมรถราคาเบา ๆ สบายกระเป๋าให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของตัวคุณเอง