“BMW X5 รถอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขับสนุกพร้อมลุยทุกเส้นทาง หรูหรารอบคัน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท”
คงตอบได้ไม่เต็มปาก เมื่อเจอคำถามว่ารถอเนกประสงค์ดีที่สุดคือรุ่นไหน ? หากคุณยังไม่ได้สัมผัสกับ “บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์5 – BMW X5” รถหรูสายพันธุ์เอ็กซ์ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความแตกต่างในกลุ่มผู้นำตลาดได้ชัดเจนที่สุด สำหรับ นับเป็นหนึ่งในรถรุ่นขายดีของค่ายใบพัดฟ้าขาว ด้วยความลงตัวในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน เทคโนโลยี และขุมพลังการขับเคลื่อน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล รวมถึงน้องเล็กสุดในรุ่นไฮบริด รถเจเนอเรชันใหม่ประกอบในประเทศ ทำให้ราคาถูกลง เริ่มต้น 4,459,000 บาท
BMW X5 มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมาก เพราะถึงแม้จะเปิดไลน์การผลิตได้ไม่นาน เพียงแค่กว่า 20 ปี แต่ก็ประสบความสำเร็จในเวลาที่รวดเร็ว ด้วยรูปลักษณ์ที่ยิ่งดูยิ่งสวย จนกลายเป็นรถในฝันของใครหลายคน นับจากการเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ที่งาน “ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์” ในปี 1999
BMW X5 หัวขบวนแห่งรถยนต์อเนกประสงค์
แต่ก็ใช่ว่าเส้นทางของ BMW X5 จะโลดแล่นบนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเสียเมื่อไร เพราะในช่วงแรกหลายคนมองว่ารถรุ่นนี้ มีหน้าตาที่แปลกประหลาดและไม่เข้าพวก จัดเข้ากลุ่มประเภทรถค่อนข้างยาก บางคนบอกว่าไปไม่สุดสักทาง ด้วยหน้าตาที่หรูหรา แต่ถูกสวมวิญญาณลงบนตัวถังขนาดใหญ่ของรถอเนกประสงค์ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรกออกมาด้วยเชิงลบ… ว่าจะไปรอดหรือไม่ ?
แต่ความแปลกที่ว่ากลับสามารถตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว จนทำให้รุ่นนี้กลายเป็นหัวขบวนชุดบุกเบิกแห่งยุคทองของรถยนต์อเนกประสงค์ ที่กำลังครองเมืองจนถึงทุกวันนี้
ความจริง BMW อยากมีรถอเนกปรกะสงค์ในสายการผลิตมานานแล้ว คงยังจำกันได้กับการยอมลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อซื้อแบรนด์รถยนต์เอสยูวีสุดอนุรักษ์นิยมสัญชาติอังกฤษ Land Rover มูลค่ามหาศาลถึง 800 ล้านปอนด์ (34,900 ล้านบาท) ผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์สับเละเทะว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ! สำหรับการลงทุนซื้อแบรนด์รถเฉพาะทางที่กำลังดาวน์ลง และมีฐานตลาดที่แคบในราคาแพงมากขนาดนั้น
แต่ขึ้นชื่อว่า BMW ทุกการลงทุนต้องถูกกลั่นกรองมาอย่างดี ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดค่ายดังจากเยอรมันตัดสินใจขาย Land Rover ให้กับ Ford Motor (จากนั้นจึงถูกขายต่อให้ Tata ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน) แต่ก็ได้รับมรดกเป็นข้อมูลด้านเทคโนโลยีและ Know how ของรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถยนต์ในตระกูล SAV – Sports Activity Vehicle ในที่สุด
BMW X5 รถยนต์อเนกประสงค์ SAV – Sports Activity Vehicle
รถยนต์อเนกประประสงค์ในกลุ่ม SAV – Sport Activity Vehicle อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหู แต่ในความเป็นจริง BMW X5 จัดอยู่ในรถยนต์กลุ่มนี้ครับ ไม่ใช่ SUV อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด แต่ในเมืองไทยถ้าพูดว่ารถ SAV หลายคนงง เอาเป็นว่า…เรียกรวม “รถยนต์อเนกประสงค์” ก็แล้วกันครับ เพียงแต่ไม่ใช่ SUV ต้องเป็น SAV ตามต้นฉบับของค่ายบีเอ็มดับเบิลยู
โดยทางค่ายดังจากมิวนิคให้คำจำกัดความ SAV ว่าเป็นรถยนต์ที่ผสมผสาน DNA ความสปอร์ต คล่องแคล่วและปราดเปรียวในลักษณะของรถซีดานเข้าไว้ด้วยกัน โดยนำมาจับคู่กับความบึกบึนพร้อมลุยและห้องโดยสารที่กว้างขวางในแบบฉบับรถอเนกประสงค์ เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ก็คือ “รถซีดานในร่าง SUV” นั่นเอง
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า BMW มี CI แห่งความเป็นรถซีดานที่แข็งแกร่งมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์จากกระจังหน้าไตคู่ นักออกแบบจึงเลือกที่จะไม่เปลี่ยนทั้งคัน แต่รักษากลิ่นไอของรถซีดานไว้ แค่ขยับอัปเกรดร่างมาเป็นรถอเนกประสงค์แทน
BMW X5 จึงเป็นรถอเนกประสงค์ SAV ที่แตกต่างจาก SUV อย่างชัดเจน โดยใช้ตัวถังแบบ Monocoque เหมือนกับรถเก๋งซีดาน แตกต่างจากรถกระบะที่ใช้ตัวถังวานบนคานแชสซี ที่สำคัญคือการใช้ระบบช่วงล่างแบบอิสระ ให้สัมผัสในการขับที่สนุก มีความนุ่มนวล แต่หนึบยึดเกาะถนนมากกว่าระบบคานและแหนบ
ที่สำคัญรถรุ่นนี้นับเป็นต้นแบบแห่งรถตระกูล X ทั้งปวง ความสำเร็จที่ได้รับ ทำให้มีการผลิตรถในรุ่น X Series ตามมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น X1 ถึง X6 และพี่ใหญ่สุดอย่าง X7
เปิดความสำเร็จทุกเจเนอเรชัน BMW X5
ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกจนมาถึงปัจุบัน มีทั้งหมด 4 เจเนอเรชัน และไม่ต้องแปลกใจเพราะรถเยอรมันใช้ชื่อรุ่นเหมือนกันหมดในทุกเจเนอเรชัน ดังนั้นการดูรถบีเอ็มดับเบิลยูจะต้องท่องจำรหัสตัวถังให้ขึ้นใจ จึงจะสามารถบอกปีที่ผลิตและคุยกันรู้เรื่องว่าเป็นรุ่นไหน สำหรับ 4 เจเนอเรชันของรถอเนกประสงค์ยอดนิยมคันโต มียอดขายทั่วโลกรวมมากกว่า 2.2 ล้านคัน แบ่งได้ดังนี้
เจเนอเรชัน 1 รหัสตัวถัง E53
เป็นเจเนอเรชันแรกที่แบกความหวังของชาวไว้ทั้งปวง สำหรับ รหัสตัวถัง E53 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายใน ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ ปี 1999 โดยแชร์ตัวถังและบางชิ้นส่วนร่วมกับ ซีรี่ย์ 5 รหัสตัวถัง E39 นับเป็นรถที่สร้างเสียงฮือฮามาก หากมองแวบแรกอาจจะยังไม่สวยในทันที แต่จะงามขึ้นในวันถัด ๆ ไป ภายนอกโดดเด่นด้วยตัวถังขนาดใหญ่ มาพร้อมจุดนำสายตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่
ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร 225 แรงม้า รวมถึงเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ มีให้เลือกทั้งขนาดพิกัด 4.0, 4.6 และ 4.8 ลิตร ขุมพลังสูงสุด 350 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเป็น 3.0 ลิตร เป็นทางเลือกอีกด้วย
เจเนอเรชัน 2 รหัสตัวถัง E70
มาถึงรถยนต์อเนกประสงค์ใน เจเนอเรชัน 2 ผลิตภายใต้รหัสตัวถัง E70 เปิดตัวในปี 2006 โดยมี “คริส แบงเกิล” ปรมาจารย์หัวหน้าทีมนักออกแบบของ BMW เป็นผู้คุมโปรเจ็ค (คริส แบงเกิล หลังจากเกษียณได้ส่งต่อมรดกการออกแบบให้กับ เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์) โมเดลเชนจ์มีการปรับรอบคันใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความหรูหรา เครื่องยนต์ พร้อมปรับ xDrive ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น กระจายกำลังไปสู่ล้อทั้งสี่ได้สมบูรณ์แบบมากกว่ารุ่นก่อน
ด้านเครื่องยนต์มาพร้อมทางเลือก 3 รุ่นย่อย เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร พลัง 260 แรงม้า, เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบแถวเรียง 4.8 ลิตร 350 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร มีให้เลือก 2 ออพชัน ระหว่าง 235 หรือ ตัวท็อปสุด 286 แรงม้า
หลังจากเจเนอเรชันแรกแจ้งเกิดได้อย่างพลิกความคาดหมาย ทำให้เจเนอเรชัน 2 เป็นที่รอคอยและคาดหวังว่าจะต้องทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่สุดแล้วรหัส E70 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถครองเจ้าตลาดรถอเนกประสงค์ SAV และทางค่ายรถการันตีว่า รุ่นนี้มีแรงม้าที่มากขึ้น แต่ประหยัดเชื้อเพลิงกว่ารุ่นเดิม เพิ่มขึ้นถึง 20%
โฉมนี้ได้รับรางวัลความสำเร็จจากทั่วโลก ทั้งในเรื่องการออกแบบ สมรรถนะ และความปลอดภัย และสูงสุดคือการได้รับรางวัล “The best cars” จากการโหวตโดยผู้อ่านนิตยสาร auto motor und sport ของเยอรมัน
เจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15
หาก X5 รหัสตัวถัง E70 เป็นเจเนอเรชันคว้ารางวัล ถ้างั้น F15 ก็ต้องเป็นผู้ชนะเลิศด้านยอดขาย สำหรับเจเนอเรชัน 3 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในปี 2013 ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันรถอเนกประสงค์แบรนด์หรูค่อนข้างรุนแรง จับคู่ชิงส่วนแบ่งทางการตลาดชนิดพัลวัน คู่แข่งตลอดกาล Mercedes-Benz เริ่มเปิดสายการผลิต GLE ตามหลัง หรือ แม้กระทั่งรถสปอร์ตอย่าง Porsche ก็ส่งเจ้าชายกบร่างยักษ์ Cayenne มาท้าชิงด้วยเช่นกัน รวมไปถึง Volvo ที่สวมบทตาอยู่เดินคันเร่ง XC60 เข้าชิมลาง
เจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15 ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตหรูหรา แต่เพิ่มความบึกบึนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีความพร้อมลุยในทุกมิติ หน้าตาเริ่มฉีกออกจากการเป็นเก๋งซีดานแบบเจเนอเรชันก่อน แต่ยังคุมไว้ด้วยคอนเซ็ปต์รถ SAV ที่สามารถยกระดับด้านเทคโนโลยีและการออกแบบอย่างลงตัว
ภาพรวมในเรื่องการออกแบบ สังเกตได้ชัดว่าตัวถังบึกบึนมีมิติและขอบตัดเพิ่มขึ้น ห้องโดยสารหลังคาสูงโปร่ง ทัศนวิสัยการขับดีขึ้น ช่วยให้มองเห็นระยะทางไกล ๆ ช่วงล่างยกสูงจากพื้นขึ้นอีกนิด สามารถขับลุยในแบบออฟโรดได้อย่างไม่ขัดเขิน (จริง ๆ แล้วก็ลุยได้ทุกเจเนอเรชันนั่นแหละ)
BMW เริ่มนำแนวคิด “ให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง” มาปรับใช้ ออกแบบห้องโดยสารด้วยการจัดวางฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับคนขับ ภายในคงความพรีเมียม มีหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้วแสดงผลการใช้งานส่วนต่าง ๆ ในส่วนของโหมด i-Drive ควบคุมถนัดมือ ใช้งานง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น
ในช่วงปี 2013 ประเทศไทยเริ่มทำตลาด X5 อย่างจริงจัง เปิดตัวในงาน “มอเตอร์ เอ็กซ์โป” และเริ่มต้นจำหน่ายด้วย 2 รุ่นย่อย xDrive30d M Sport เครื่องยนต์ เทอร์โบดีเซล 3.0 ลิตร ระบบขับเคลื่อนแบบ All Wheel Drive และ xDrive25d เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 2.0 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ
ในช่วงแรกของการจำหน่าย รหัสตัวถัง F15 ในไทย ค่ายรถเลือกนำเข้าทั้งคันแบบ CBU ก่อนที่เปิดสายการผลิตในไทยที่โรงงาน Manufacturing ระยอง ราคาลดลงเฉียด 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
เจเนอเรชัน 4 รหัสตัวถัง G05
การกลับมาของ BMW X5 เจเนอเรชัน 4 มาพร้อมรหัสตัวถัง G05 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในปี 2018 เห็นได้ชัดว่ารถในตระกูล X Series พออยู่ในไลน์การผลิตไปนาน ๆ ก็ยิ่งถูกออกแบบให้ใหญ่ขึ้นทุกมิติ
BMW แม้ตัวเองจะเป็นผู้บุกเบิกในตลาดรถ SAV แต่ทุกวันนี้ไม่ได้มองแค่เฉพาะตัวเองอีกต่อไป มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามยุค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดออพชันรถ เพื่อให้เหมาะสมกับการทำตลาดในแต่ละประเทศ พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยของค่าย มาอัดแน่นไว้ในรถอเนกประสงค์รุ่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นการแก้ไขจุดอ่อนในบางเรื่อง และเสริมจุดแข็งอีกหลายส่วนให้ลงตัว
แต่ไหนแต่ไรมา บีเอ็มดับเบิลยูมุ่งเจาะตลาดรถอเนกประสงค์ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ด้วยกำลังซื้อที่มากจึงทำให้การลงทุนย่อมคุ้มค่าเหนือตลาดประเทศอื่น ๆ ฐานการผลิตตั้งอยู่ในโรงงานที่เมืองสปาร์ทันเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับเจ้าเอ็กซ์ 5 เจเนอเรชันล่าสุดมีความน่าสนใจมาก ด้วยแนวคิด การออกแบบ ที่ถูกปรุงแต่อย่างกลมกล่อม เป็นได้มากกว่ารถตรวจการณ์ราคาแพง ถ้ามีโอกาสได้ขับ คุณจะต้องหลงรักในยอดยนตรกรรมจากมิวนิคคันนี้แน่นอน
BMW X5 : EVERYTHING MULTIPLIED BY X.
BMW X5 ยอดรถอเนกประสงค์ในเจเนอเรชัน 4 รหัสตัวถัง G05 รุ่นปัจจุบัน มาพร้อมความสมบูรณ์ในแบบฉบับผู้นำ พุ่งทะยานไปด้วยจิตวิญญาณในสไตล์ SAV ของรถสายพันธุ์ X ที่แท้จริง สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยทาง จัดเต็มใส่ฟังก์ชันมาให้แน่น ๆ ไม่มีกั๊ก เทคโนโลยีทันสมัยรอบคัน หรูหราและมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น
ตอบโจทย์การใช้งานแบบ Dynamic ขับสนุกได้ทุกวัน เข้าถึงทุกพื้นที่ทั้งแบบ “ออนโรด” และ “ออฟโรด” ทะลายขีดสุดด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ xDrive คล่องแคล่วพร้อมพาคุณทะยานไปถึงจุดหมายปลายทางได้ก่อนใคร
นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีและการออกแบบแล้ว เจเนอเรชันนี้มีความน่าสนใจตรงที่เป็นรถรุ่นใหญ่และแพงเกือบเป็น Flag Ship ของรถตระกูล X Series แต่ถูกนำมาเปิดตัวก่อนรุ่นเล็ก ดังนั้นเทคโนโลยีและการออกแบบจึงเป็นต้นแบบ ไม่หนีไปจาก X รุ่นอื่น ๆ ที่จะเปิดตัวตามมาในอนาคต นวัตกรรมที่คุณได้สัมผัสในวันนี้ จึงไม่มีทางน้อยกว่า X1 ถึง X4 ซึ่งจะทะยอยเปิดตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าได้ขับก่อน แถมเทคโนโลยีก็ไม่ตกรุ่นอีกด้วย
“BMW X5 แสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอความเป็นรถตระกูล X ที่ฝังอยู่ในทุกอณูได้อย่างชัดเจน รถในเจเนอเรชันที่สี่นี้ สะท้อนถึงความทรงพลังที่ผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเป็นสายพันธ์ X ด้วยงานดีไซน์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง สะอาดตา และมีเส้นสายที่เฉียบคม ส่วนห้องโดยสารภายในเต็มเปี่ยมด้วยความหรูหราล้ำสมัยและมีการใช้งานได้สะดวกง่ายดายกว่าเคย”
เอเดรียน ฟาน ฮอยดองก์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบ BMW Group
ภายนอก : บึกบึน กล้ามโต และทรงพลัง
รูปลักษณ์ภายนอก – ดีไซน์เรียบหรูแบบรถ 5 ประตู และยังคงดีเอ็นเอความเป็นใบพัดฟ้าขาวไว้รอบคัน โดยทั้ง 3 รุ่นย่อย ตัวถังมีขนาดใหญ่กว่าเจเนอเรชัน 3 รหัสตัวถัง F15 ในทุกมิติ ความยาว 4,922 มม. กว้าง 2004 มม. สูง 1,745 มม. และระยะฐานล้อ 2,975 มม. มาพร้อมชุดแต่งสไตล์ M รอบคัน
โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์จากกระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซนใหม่ ที่ขยายในแนวตั้งให้สูงขึ้น มาพร้อมครีบ Active air flap สามารถเปิดและปิดอัตโนมัติ กันชนและช่องดักลมดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าและตัดหมอกแบบ LED มองเห็นแต่ไกลแล้วรู้เลยว่าเป็น BMW
ด้านข้างมาพร้อมความบึกบึน ด้วยเส้นสายบนตัวถังที่มีขนาดเล็กและบางลง โดยเส้นตัวถังไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ จากหน้ารถสู่ท้ายรถ ทำให้ดูปราดเปรียวขึ้นโดยที่รถไม่มีอาการตูดโด่ง ในส่วนด้านหลังใช้ฝาท้ายแยกประกบ “บน-ล่าง” แบบ 2 ชิ้น กันชนหลังจับคู่กับดิวฟิวเซอร์ และปลายท่อไอเสียและคาลิปเปอร์เบรกสีน้ำเงินแบบ M Sport และล้อแม็กซ์ขนาด 22 นิ้ว*
ภายใน : หรูหราและกว้างขวางสไตล์ผู้นำ
ภายใน – ห้องโดยสารหรูหราดีไซน์ใหม่ แต่ถูกแบ่งธีมสีตามรุ่นย่อยที่คุณเลือก ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เน้นคนขับเป็นศูนย์กลาง จัดวางฟังก์ชันในตำแหน่งที่ง่ายต่อการใช้งาน เรือนไมล์ดิจิทัล BMW Live Cockpit Professional มาพร้อมจอตรงกลางแดชบอร์ดขนาด 12.3 นิ้ว ใช้ระบบปฏิบัติการ BMW OS 7.0 พร้อมจอ Head-Up Display แสดงผลที่กระจกหน้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ในส่วนของแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่ ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศวางเรียงใต้ช่องแอร์ ถัดลงไปด้านล่างจะเป็นชุดควบคุมเครื่องเสียง
บริเวณคอนโซลกลางมีเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และปุ่มทรงกลมขนาดใหญ่ iDrive นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Start / Stop เครื่องยนต์ พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Driving Experience เบาะคู่หน้าดีไซน์สปอร์ตปรับไฟฟ้า นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารสามารถเลือกปรับไฟ Ambient Light ได้ พร้อมลำโพงของ Harman Kardon และมีหลังคาแบบซันรูฟ เรียบหรูแต่ดูจบให้ออพชันครบทุกความต้องการ
โดยระบบช่วงล่างของทุกรุ่นย่อยเป็นแบบถุงลม ซึ่งมาพร้อม Dynamic Damper Control สามารถปรับระดับความหนืดของโช้คอัพได้ตามโหมดการขับขี่ที่คุณเลือก ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะถนนให้หนึบขึ้น ภายใต้สมรรถนะสุด Comfort รถจึงไม่มีอาการโคลงและยังช่วยให้รถออกจากโค้งเร็วขึ้น

เครื่องยนต์ : 2 รูปแบบ 3 รุ่นย่อย ดุดันแต่ประหยัดขึ้น
ประเทศไทยทำตลาดด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ 2 รูปแบบ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบแถวเรียง ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร 2,998 ซีซี ขุมพลัง 286 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดอีก 113 แรงม้า เมื่อจับคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังสูงสุดถึง 394 แรงม้า และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
และเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี ให้พลัง 265 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
BMW X5 จำหน่ายในไทยด้วย 3 รุ่นย่อย คือ เครื่องยนต์เบนซิน ปลั๊กอินไฮบริด ในรุ่น xDrive45e M Sport , เครื่องยนต์ดีเซล ในรุ่น xDrive30d M Sport และ xDrive30d xLine ดาวน์โหลด Specsheet คลิก !
ราคา : ประกอบในไทย ถูกลงเกือบ 1 ล้านบาท
สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยของ BMW X5 ทั้ง 3 รุ่น เริ่มจากรุ่นสูงสุด xDrive45e M Sport เริ่มต้น 4,959,000 บาท ตามมาด้วย xDrive30d M Sport เริ่มต้น 4,659,000 บาท และสุดท้ายในรุ่น xDrive30d xLine เริ่มต้น 4,459,000 บาท
โดยทุกรุ่นย่อยเป็นรถ CKD ที่ประกอบภายในประเทศไทยทั้งหมด จึงทำให้มีราคาที่ถูกลงมาก โดยเฉพาะในรุ่น xDrive30d M Sport มีราคาส่วนต่างที่ถูกลงถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
สำหรับใครที่อยากรู้จักเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ BMW ว่ายอดเยี่ยมขนาดไหน สามารถตามไปอ่านได้ในเรื่องนี้ครับ “BMW Driving Assistant ช่วยให้การขับรถของเราง่ายขึ้นได้อย่างไร”
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของ BMW X5 รถอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับความยอดเยี่ยมเกินพิกัด เราอยากให้คุณได้สัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะอันลงตัวของยอดยนตรกรรมจากเยอรมันอย่างแท้จริง แต่ถ้ารถมือหนึ่งป้ายแดงออกจากศูนย์อาจมีราคาที่แพงสักนิด ลองหันมาชมรถมือสอง ได้ที่ Kaidee การันตีได้รถดีแน่นอนครับ
