รถมือสอง ขอนแก่น อยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ซื้อยังไง!!

รถมือสอง ขอนแก่น อยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ซื้อยังไง!!

ปกติแล้วเราก็มักจะเห็นแหล่งซื้อ-ขายรถยนต์มือสองดัง ๆ หรือแหล่งที่ขายเยอะ ๆ ก็มักจะอยู่แค่บริเวณกรุงเทพและปริมณฑลเป็นเสียส่วนใหญ่ แล้วถ้าหากต้องการซื้อรถมือสอง ขอนแก่นล่ะ จะต้องทำอย่างไรกัน!! แค่พูดก็ดูมือแปดด้านแล้วใช่ไหมล่ะ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ยากขนาดนั้น วันนี้ Kaidee Auto มีแหล่งลับ ที่จะทำให้แม้แต่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถหาซื้อรถยนต์มือสองได้ง่าย ๆ

เคล็ดลับซื้อรถมือสอง ขอนแก่น

ต้องบอกเลยว่าเทคนิคนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะฝั่งผู้ซื้อที่อยู่ขอนแก่นได้อย่างเดียว แต่เรามีทางด้านของฝั่งผู้ขายมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการขายได้มากยิ่งขึ้น

ผู้ซื้อ

หากกำลังมองหาซื้อรถยนต์มือสองสักคัน คุณภาพดี ๆ ที่คุ้มค่ากับราคา แต่ว่าไม่รู้จะซื้อได้ที่ไหน เพราะจังหวัดขอนแก่นก็ไม่ได้มีแหล่งขายที่เยอะขนาดนั้น แต่จริง ๆ แล้วมันมีช่องทางที่คุณอาจจะยังไม่รู้อยู่ก็ได้ จะมีช่องทางไหนบ้างไปดูกันเลย

1. เต็นท์ที่มีอยู่ในจังหวัดขอนแก่น

ง่ายที่สุดและเบสิคที่สุดหากจะมองหารถยนต์มือสองสักคันก็คงหนีไม่พ้นกับ “เต็นท์รถมือสอง” ซึ่งเดี๋ยวเรามาแนะนำให้กันสัก 3 เต็นท์ที่ได้รับความนิยม

หจก.สมควรมอเตอร์รถมือสอง ขอนแก่น

แหล่งรวมรถยนต์มือสองมากมายทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ ซึ่งเต็นท์นี้อยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ได้รับความไว้วางใจและน่าเชื่อถือจากชาวขอนแก่นเป็นอย่างมาก เป็นหนึ่งแหล่งที่น่าสนใจ หากกำลังมองหารถยนต์สักคัน

  • Facebook Fanpage : หจก.สมควรมอเตอร์รถมือสอง ขอนแก่น
  • โทร. : คุณเมธา 099-085-1135 
  • Map : https://goo.gl/maps/isNJYLtSgptCHTNy7

ซูโม่ คาร์เซนเตอร์

หารถดี รถสวยต้องที่นี่ เพราะเค้าคัดสรรมาให้เป็นอย่างดี ในราคามิตรภาพ มีบริการครบทั้งจัดไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์ ปิดบัญชี รวมไปถึงรับซื้อ แลก เปลี่ยน ในราคายุติธรรม

  • Facebook Fanpage : ZUMO รถบ้าน รถมือสอง ขอนแก่น
  • โทร. : แจ็ค 085-4551661
  • Map : https://goo.gl/maps/goaHgyB2adwRgEjDA

สามเหลี่ยมออโต้ ขอนแก่น

อีกหนึ่งเจ้าใหญ่ที่อยู่ในวงการรถยนต์มือสองของจังหวัดขอนแก่น ที่มีรถยนต์ยอดนิยมหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Toyota Nissan Hondaและอื่น ๆ มีให้เลือกครบ มาพร้อมกับโปรโมชันดี ๆ ที่ทางเต็นท์มีให้

  • Facebook Fanpage : สามเหลี่ยมออโต้ ขอนแก่น
  • โทร. : คุณป๊อบ (หัวหน้าฝ่ายขาย) 097-939-3944  
  • Map : https://goo.gl/maps/CndCzE9JUkGAGTjz7

2. กลุ่มต่าง ๆ ใน Facebook

แน่นอนว่ากลุ่มของรถยนต์มือสองเป็น Community ที่ค่อนข้างใหญ่และมีทุกจังหวัด การที่จะหาซื้อจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้าถึง รวมไปถึงแหล่งโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน เพียงแค่เข้า Facebook แล้วพิมพ์ค้นหา “รถมือสอง ขอนแก่น” ก็มีกลุ่มให้เลือกมากมาย และมีผู้ขายมากหน้าหลายตา พร้อมที่จะนำรถยนต์มือสองมาเสนอให้คุณ

ข้อควรระวัง : เนื่องจากการซื้อรถเป็นเรื่องใหญ่ การเลือกซื้อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียนั้นมีความเสี่ยง ควรศึกษาและนัดเจอเพื่อดูรถก่อนการตัดสินใจซื้อ

3. Kaidee Auto

ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กลัวการซื้อ-ขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแล้วล่ะก็ ต้องมาช่องทางนี้เลย Kaidee Application หรือทางเว็บไซต์ Kaidee ที่สามารถกำหนดตัวเลือกในเรื่องของจังหวัดที่ต้องการดูรถได้อีกด้วย เดี๋ยวจะมาสอนวิธีการเลือกซื้อว่าต้องทำอย่างไรถึงจะกำหนดขอบเขตในการซื้อรถได้

ขั้นตอนการหาซื้อ

  • เข้าเว็บไซต์ Kaidee

  • กดเลือก Kaidee Auto

  • กดเลือก ยี่ห้อ รุ่น และเลือกจังหวัด “ขอนแก่น”

  • กดค้นหารถของคุณ

เท่านี้รถยนต์มากมายที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นก็จะขึ้นมาให้เลือกมากมาย คุณสามารถเลือกซื้อได้ทันทีเพียงอ่านข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วน ตรวจสอบราคาและติดต่อผู้ขายได้ทันทีเพื่อนัดดูรถก่อนการซื้อ

ผู้ขาย

ในส่วนของผู้ขาย เช่นเดียวกันกับฝั่งซื้อเลย แนะนำช่องทางเดียวกับผู้ซื้อเลย แต่ในช่องทางของ Kaidee นั้นจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป แต่ก่อนที่จะลงขาย มีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนนิดนึงก่อนที่จะลงขายได้ ซึ่งมีดังนี้

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. รูปถ่ายของตัวรถ (ซึ่งรูปรถยนต์ที่ดี ควรจะต้องถ่ายให้ครบ เห็นรอบคันรถ เครื่องยนต์ หน้าปัดและเข็มไมล์)
  2. เตรียมข้อมูลรายละเอียดสเปคของรถยนต์ที่จะขาย
  3. รายละเอียดของชุดแต่ง (ถ้ามี)
  4. ศึกษาราคาตลาดของรุ่นที่จะขาย
  5. ช่องทางการติดต่อที่ผู้ซื้อสามารถติดต่อได้จริง

วิธีการลงขาย

  • เข้าเว็บไซต์ Kaidee

  • กดเลือก Kaidee Auto

  • กด “ลงขาย”

  • เลือกหมวดหมู่ “รถยนต์”

  • ใส่รูปภาพของตัวรถยนต์ที่เตรียมเอาไว้
  • กรอกรายละเอียดให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ รุ่น สี ชุดแต่ง และอื่น ๆ
  • กรอกช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน
  • กดเลือกโซนและระยะเวลาที่จะให้ประกาศของคุณขึ้นไปแสดง
  • จากนั้นกดปุ่ม “ยืนยันการลงขาย”

สรุปบทความรถมือสอง ขอนแก่น

ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป แม้ว่าคุณจะอยู่ขอนแก่น หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็สามารถหาเลือกซื้อรถมือสอง ขอนแก่นได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แล้วเข้ามาใช้บริการ Kaidee Auto ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สามารถได้ครบจบในเว็บไซต์เดียว

อีกทั้งที่นี่ยังมีรถยนต์มือสองในราคาที่แสนโดนใจให้เลือกมากมาย ครบทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น หากต้องการลงประกาศขายก็ทำแสนง่ายดาย เพียงไม่กี่คลิก เข้ามาเลยที่ Kaidee Auto แพลตฟอร์มที่รวมเอาไว้ครบครันเรื่องของยานยนต์ พร้อมทั้งมีการอัปเดตข่าวสารรถยนต์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ คลิกเลย!!

10 อันดับรถยนต์มือสอง 2564 ที่น่าเป็นเจ้าของ

10 อันดับรถยนต์มือสอง 2564 ที่น่าเป็นเจ้าของ

เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวใครที่กำลังจะซื้อรถยนต์คงหันมามองรถมือสองมากขึ้นด้วยราคาที่ถูกกว่า เพราะฉะนั้น เราขอแนะนำ 10 อันดับรถมือสอง 2564

ในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ในปี 2564 นี้ เวลาได้ผ่านไปไวเหมือนโกหก เนื่องจากทุกอย่างเกิดการชะลอตัวทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ สำหรับวงการรถยนต์ก็โดนผลกระทบไปตามๆ กัน ทำให้กำลังผู้ผลิตและผู้ซื้อชะลอตัวและลดน้อยลง ส่งผลให้คนที่มีความจำเป็นหรือสนใจที่จะซื้อรถต้องหันมามองรถยนต์มือสองกันมากขึ้น

เนื่องจากช่วงโรคระบาดแบบนี้ผู้คนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการมีรถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่ย่ำแย่จากโรคระบาดทำให้ผู้คนไม่อยากเสี่ยงเดินทางด้วยการนั่งรถสาธารณะที่จะต้องพบปะผู้คนมากมาย ทำให้คนเริ่มเห็นความสำคัญของการมีรถส่วนตัวมากขึ้นเพื่อการเดินทางแบบส่วนตัว แต่ด้วยเศรษฐกิจที่แย่ไม่แพ้กัน ทำให้หลายคนไม่อยากที่จะลงทุนหรือใช้จ่ายเงินทองในช่วงนี้ แต่สำหรับใครที่ต้องการหรือมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อรถยนต์ในช่วงวิกฤติโควิด 19 นี้ เราขอแนะนำรถมือสองน่าใช้ 10 อันดับรถมือสองสำหรับครึ่งปีแรกที่จะพอช่วยแก้สถานการณ์ย้อนแย้งที่ว่า “รถก็ต้องใช้ เงินก็ต้องประหยัด” เราเชื่อว่าสถานการณ์แบบนี้รถมือสองน่าจะเป็นที่ตอบโจทย์สำหรับหลายๆ คน ด้วยที่รถมือสองมีข้อดีดังนี้

รถมือสองดีอย่างไร ?

งบน้อยมีรถขับได้

การเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อกำไปซื้อรถสักคันในช่วงวิกฤติแบบนี้ก็คงไม่ง่าย รถมือสองถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ ด้วยที่ราคาไม่สูงเท่ารถมือหนึ่งป้ายแดง ทำให้มีโอกาสจับต้องหรือเป็นเจ้าของได้ง่าย มากกว่านั้นถ้ายอดจัดไม่เกินราคารถ ก็ทำให้ไม่ต้องใช้เงินดาวน์สูง

สานฝันรถในฝันด้วยราคาที่เอื้อมถึง

เชื่อว่าหลายคนมีรถในฝันที่อยากได้ ยิ่งเวลาเปิดตัวรถป้ายแดงแต่ด้วยทุนทรัพย์ของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน ทำให้บางคนไม่สามารถจับต้องรถรุ่นที่ตัวเองชอบได้ ณ เวลานั้น รถมือสองจึงตอบโจทย์เนื่องจากเวลาที่ผ่านไปรถในฝันกลายเป็นรถมือสอง ทำให้ตกรุ่นและเป็นโอกาสที่จะสามารถจับต้องรถรุ่นโปรดที่ใฝ่ฝฝันไว้ได้ หลายคนอาจจะกังวลในความเป็นรถมือสองแต่อย่าลืมว่าเมื่อรถมือหนึ่งขับออกจากโชว์รูมก็กลายเป็นรถมือสองทันที ซึ่งหมายความว่าทุกคนมีโอกาสหารถมือสองสภาพใหม่ป้ายแดงได้ในราคารถมือสอง

ออกรถง่าย

ในปัจจุบันนี้ตลาดรถมือสองมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในส่วนของเต็นท์และรุ่นรถที่มีให้เลือกตัดสินใจมากมาย มากไปกว่านั้นแต่ละเต็นท์รถก็มีโปรโมชันพิเศษต่างกันออกไปที่จะช่วยทำให้คุณเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น เช่น โปรโมชัน ดาวน์น้อย, ดาวน์ 0% หรือ งวดผ่อนไม่แพง

ซื้อเงินสดได้

อย่างที่รู้กันว่ารถมือสองส่วนใหญ่มีราคาถูกลงตามกาลเวลา ทำให้การที่จะซื้อรถมือสองมีโอกาสมากกว่าที่จะเก็บเงินสดเป็นก้อนเพื่อไปซื้อรถและได้เป็นเจ้าของในทันที

รถมือสองขายต่อง่ายเปลี่ยนรุ่นสบาย

หลังจากที่เราใช้รถมือสองไปสักพักและอยากจะเปลี่ยนไปลองขับรุ่นอื่นๆ ก็สามารถขายได้และด้วยที่เป็นรถมือสองทำให้ราคาขายไม่ตก หรือ เข้าเนื้อ เท่าขายรถมือหนึ่งป้ายแดง ทำให้หลายคนที่อยู่ในวงการรถมือสองสามารถเปลี่ยนมือ หรือ เปลี่ยนรถได้บ่อย

ได้รถขนาดใหญ่ในราคารถขนาดกลาง

ด้วยราคารถมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูงอาจจะทำให้ใครหลายคนมีความจำเป็นที่ต้องลดสเปค หรือ พลาดรถในฝันไปด้วยงบที่มีจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ซื้อรถมือหนึ่งป้ายแดงได้รถขนาดกลางหรือเล็ก แต่ถ้าซื้อรถมือสองในราคาเดียวกันจะได้รถขนาดใหญ่ หรือ SUV ทำให้รถมือสองตอบโจทย์มากสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถขนาดใหญ่แต่มีงบที่จำกัด

ขับสบายใจลดความกังวล

อย่างที่รู้กันว่ารถมือสองเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่อาจจะยังไม่ชำนาญบนท้องถนนซึ่งอาจจะเกิดการเฉี่ยวชนบ้างเป็นเรื่องปกติ และ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่กังวลเท่าที่ขับรถมือหนึ่งป้ายแดง

หลังจากที่เราฟังข้อดีของการซื้อรถมือสองกันไปบ้างแล้ว เราได้รวบรวม 10 อันดับรถมือสอง 2564 มาแนะนำให้ทุกคนที่สำหรับสนใจที่จะออกรถมือสองในช่วงนี้

10 อันดับรถมือสอง 2564

Toyota Fortuner

รถ SUV กึ่งกระบะจากค่ายโตโยต้าคันนี้ หลายคนคงรู้ชื่อเสียงเรียงนามอยู่แล้วถึงความทนทานและสมรรถนะที่ทรงพลัง ทำให้รถรุ่นนี้ขายดีทั้งตลาดรถมือหนึ่งและมือสอง ในตลาดรถยนต์มือสอง Toyota Fortuner โฉมที่ได้รับความนิยมคือโฉมปี 2012 – 2015 หรือ ที่เรียกกันในวงการว่า “โฉมหน้าแชมป์” โดยในโฉมนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 250,000 บาท

Toyota Camry

Toyota Camry ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 269,000 บาท

รถยนต์ขนาด D-segment ถูกจัดอยู่ในประเภทรถเก๋งซีดาน 4 ประตู ถือว่าเป็นรถเก๋งตัวท็อปที่สุดด้วยขนาดรถที่ใหญ่ ภายในกว้างนั่งสบาย มีความหรูหรา รวมถึงสมรรถภาพของเครื่องยนต์ที่ใหญ่ ทำให้รถประเภทนี้มีความภูมิฐาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นรถในฝันหรือรถที่ใครหลายคนอยากจะเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน แต่ด้วยราคาค่าตัวมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้คนหันมารอจับรถ D-segment รุ่นนี้ในราคามือสองที่เอื้อมถึง 

โฉมที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดรถมือสองคือ Toyota Camry โฉมปี 2013 – 2016 ด้วยที่ราคาไม่แพงเท่าโฉมใหม่ๆ แต่เทคโนโลยีหลายๆ อย่างในตัวรถยังไม่ตกยุค ทำให้รถคันนี้อยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 

Toyota Altis

หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่ารถรุ่นนี้ถูกนำไปทำเป็นรถแท๊กซี่ ซึ่งบ่งบอกถึงความทนทานของรถรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน ทำให้หลายคนไม่กังวลที่จะซื้อรถรุ่นนี้ในรูปแบบมือสองสักเท่าไร มากไปกว่านั้น ด้วยที่รถรุ่นนี้เป็นรถที่มีความอเนกประสงค์สูงด้วยขนาดตัวถังที่ไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไป ทำให้ใช้สอยได้ทั้งในรูปแบบรถส่วนตัวก็ดี หรือ รถครอบครัวก็ได้

ทำให้รุ่นนี้เป็นที่ได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองมาอย่างยาวนาน เหมาะสมกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 และ สามารถเช็ค Toyota Altis รุ่นยอดนิยมในตลาดมือสองได้ใน Kaidee Auto

Mazda 2

ย้ายค่ายกันมาที่ Mazda 2 ซึ่งโฉมที่ขายดีและได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองก็คือ Mazda 2 โฉมปี 2015 ขึ้นไป เพราะ Mazda ได้พัฒนารถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Mazda 2 โฉมนี้ที่เขานิยมกันพัฒนามาแล้วเป็นเวลากว่า 6 ปี ซึ่งแบรนด์อื่นๆ ได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งดีไซน์และเครื่องยนต์กันไปแล้ว แต่ทำไม Mazda 2 ถึงยังได้รับความนิยม และ ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 ?

เนื่องจาก Mazda 2 เป็นรถขนาด B-segment ที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องดีไซน์ที่ยังไม่ได้ปรับโฉมครั้งใหญ่แต่ยังคงสปอร์ตทันสมัยไม่ตกยุค และ อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยสะดวกความที่ครบครันในรถขนาด B-segment มากไปกว่านั้น Mazda 2 ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีกเช่น ระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้อย่างที่เรารู้กันว่าช่วงล่างของรถยี่ห้อ Mazda ขึ้นชื่อไม่แพ้ค่ายไหนๆ อย่างแน่นอน และ ระบบช่วยประหยัดพลังงานอย่าง “Skyactiv” ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม ซึ่งโดยรวมแล้ว Mazda 2 เป็นรถขนาดเล็กที่ถือว่าออปชันครบแบบล้นๆ เหมาะสมกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 ที่น่าใช้จริงๆ

Honda Accord

เป็นรุ่นรถจากค่าย Honda ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Toyota Camry ด้วยที่เป็นรถยนต์ขนาด D-segment ทั้งคู่ ทำให้มีการแข่งขันสูงในตลาดเป็นธรรมดา ซึ่งเจ้า Honda Accord ก็ได้รับความนิยมมายาวนานไม่แพ้กัน

Honda Accord เป็นรถที่มีจุดเด่นในเรื่องภายในที่หรูหราตามสไตล์ Honda ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยที่ Honda Accord เป็นรถซีดานขนาดใหญ่แนว VIP และ เครื่องยนต์ที่มอบสมรรถนะที่ทรงพลังให้แก่ผู้ขับขี่เหมาะกับการเดินทางไกล แต่ด้วยที่เป็นรถซีดานขนาดใหญ่สไตล์ VIP ราคารถมือหนึ่งป้ายแดงไม่ต้องพูดถึงแตะล้านแน่นอน เราเลยจัด Honda Accord อยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 เนื่องจากเป็นรถที่มีคุณภาพและน่าซื้อมาใช้ในราคารถมือสองก็คงจะคุ้มไม่น้อย

Honda Civic

มาถึงกับรถรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น สำหรับใครที่กำลังหารถเก๋งซีดานขนาดกลางสี่ประตูในบ้านเราคงพลาดที่จะไม่พูดถึงเจ้า Honda Civic ไม่ได้ ด้วยที่ Honda Civic เป็นรถที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานหลายสิบปี โดยเฉพาะโฉมปี 2016 และ 2018 ที่ปรับโฉมใหม่ให้มีความสปอร์ตมากขึ้นบวกกับการที่เพิ่มตัวถัง Hatchback 5 ประตูเข้ามาทำให้ยอดขายในปีที่เปิดตัวพุ่งเป็นอันดับหนึ่งในรถประเภท C-segment

Honda Civic FK Hatchback

ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดมือสองก็คือโฉมปี 2016 ขึ้นไป หรือ ที่เขาเรียกกันว่า Honda Civic FC หรือ FK มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น และ ภายในที่สวยงามจัดเต็มสไตล์ Honda พร้อมมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 2 แบบ ระหว่าง เครื่องยนต์ 1.8 และ เครื่องยนต์เทอโบขนาด 1.5 มากไปกว่านั้น Honda Civic โฉมใหม่ปี 2021 ได้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ทำให้ Civic รุ่นก่อนหน้าราคาตกเหมาะกับการจับมาเป็นเจ้าของในราคามือสองอย่างยิ่ง

Honda Freed

หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงที่ Honda Freed ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 แต่จริงๆ แล้ว Honda Freed เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในวงการรถมือสอง ด้วยที่เป็นรถสไตล์ครอบครัวนั่งได้ถึง 6 คนพร้อมประตูบานสไลด์แนวรถแวน VIP ที่ราคาไม่สูง และ ทาง Honda ได้ยกเลิกการผลิตรถรุ่นนี้ไปแล้วทำให้ผู้คนไปตามหาซื้อรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือสองเป็นอย่างมาก 

Suzuki Swift

เป็นรถ ECO Car ที่ถือว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวโฉมแรกจนมาถึงโฉมปัจจุบันด้วยที่รูปลักษณ์ของรถมีขนาดเล็กกะทัดรัดดีไซน์ภายนอกสวยงามไม่แพ้ใคร และ ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้ดีด้วยที่เป็นรถ ECO Car  หลังจากเปิดตัวโฉมแรกทาง Suzuki ก็ได้พัฒนารถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ เข้าไป และ ออกแบบดีไซน์ให้ดูสปอร์ตสะดุดตาผู้คนมากยิ่งขึ้น

Suzuki Swift เป็นรถที่น่าสนใจมากในตลาดรถมือสองด้วยราคารถที่ไม่สูงมากถ้าเทียบกับสเปครถที่ผู้ซื้อได้กลับมาทำให้คนสามารถจับต้องรถ ECO Car ได้ง่ายขึ้น Suzuki Swift จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าแนะนำใน 10 อันดับรถมือสอง 2564

Nissan Almera

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 239,000 บาท

รถ ECO-Car จากค่าย Nissan ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในวงการรถมือสองตั้งแต่สมัยโครงการรถคันแรกที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โฉมแรกปี 2012-2019 แต่โฉมที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะเป็นโฉม Minor Change ปี 2014 ขึ้นไป

Nissan Almera เป็นรถเก๋งซีดานที่ขนาดภายในรถค่อนข้างกว้าง แต่ตัวถังภายนอกดูเล็กกะทัดรัดทำให้จุคนได้เยอะแถมยังขับขี่คล่องแคล่ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าเจ้า Nissan Almera ยังเป็น ECO-Car ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดีสุดๆ เรียกว่ารถรุ่นนี้ครบเครื่องติด 10 อันดับรถมือสอง 2564 อย่างไร้ที่ติ

Toyota Vios

รถเก๋งซีดานขนาดเล็กที่อยู่คู่คนไทยมานาน เป็นรถ City Car ที่ขายดีติดอันดับมาตลอด เนื่องจากราคาไม่สูงจับต้องได้ อะไหล่หาเปลี่ยนง่าย เครื่องยนต์ทนทานที่เป็นเรื่องขึ้นชื่อของ Toyota อยู่แล้ว และ ประหยัดน้ำมันได้ดีอีกด้วย ไม่แปลกใจว่าทำไม Toyota Vios ถึงขายดิบขายดีเพราะเป็นรถยนต์ City Car ที่ครบเครื่องอีกหนึ่งคันและราคาไม่สูงเท่ายี่ห้ออื่นๆ ในรถ segment เดียวกัน 

Toyota Vios โฉมที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะเป็นโฉมก่อน Minor Change ปี 2013-2016 เนื่องจากทำราคาได้ดีในตลาดรถมือสองทำให้ผู้คนได้เป็นเจ้ารถ City Car ได้ในราคาที่ไม่แพง

สรุป

จบไปแล้วกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 ที่มีทั้งรถ sedan 4 ประตู, รถ suv, รถ van และ รถ eco-car ให้คุณได้เลือกชมและตัดสินใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรถมือสองคือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วทำให้ต้องมีตำหนิเป็นเรื่องปกติ ก่อนซื้อรถมือสองควรเช็คสภาพรถให้ดี หรือ ถ้าไม่มั่นใจในการตรวจเช็คสภาพรถ คุณสามารถซื้อรถผ่าน Kaidee Auto ได้แบบหมดห่วง เพราะเรามีบริการ Kaidee Certified รองรับ ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจเช็คสภาพรถ

ห้ามลืม!! ต่อพรบ.รถยนต์เป็นเรื่องสำคัญ

ห้ามลืม!! ต่อพรบ.รถยนต์เป็นเรื่องสำคัญ

พรบ.รถยนต์ สิ่งที่คนมักคิดว่าเป็นเพียงแค่ข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ข้อหนึ่งเท่านั้น เมื่อซื้อรถยนต์ก็ต้องซื้อพรบ.รถยนต์พ่วงมาด้วย แต่ความจริงแล้วมันมีอะไรมากกว่าที่คิด!! และค่อนข้างเชื่อเลยว่าไม่ใช่ทุกคนอย่างแน่นอนที่จะรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วมันมีความสำคัญอย่างไร วันนี้ Kaidee จะมาทำความรู้จักกับพรบ.นี้ให้มากขึ้น

มาทำความรู้จักพรบ.รถยนต์กันดีกว่า

พรบ.รถยนต์ หรือประกันภาคบังคับ ที่กฎหมายนั้นบังคับให้รถยนต์ทุกคันที่วิ่งบนท้องถนนนั้นต้องทำ (**ไม่ทำไม่ได้) และต่อพรบ.ทุก ๆ ปี เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ขับขี่ คู่กรณี ผู้โดยสาร และบุคคลอื่น ๆ ภายนอก ซึ่งเป็นการคุ้มครองในเรื่องของค่าใช่จ่ายต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้

หมายเหตุ : พรบ.รถยนต์ ไม่ได้คุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายที่รถยนต์

ไม่ทำพรบ.รถยนต์ได้ไหม

แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และต้องรับโทษตามความผิดที่ไม่ได้ทำพรบ.รถยนต์ ซึ่งมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ดังนี้

  • เจ้าของรถ ผู้เช่าซื้อรถ : หรือเจ้าของรถที่นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ที่ไม่จัดให้มีการประกันภัยตาม พ.ร.บ.นี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน “10,000 บาท”
  • ผู้ใดนำรถไปใช้ : โดยไม่มีการประกันภัยตาม พ.ร.บ.นี้มาใช้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน “10,000 บาท”

หมายเหตุ : พรบ.รถยนต์นี้ก็ต้องต่ออายุทุกปี

พรบ.รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง สงสัยกันไหม??

แน่นอนว่าพรบ.ไม่ได้เหมือนกับประกันชั้นต่าง ๆ ที่จะครอบคลุมไปเสียทุกอย่าง แต่พรบ.รถยนต์นั้น มีไว้เพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดต่อตัวบุคคลเท่านั้น ทางกฎหมายจึงให้ทำเพื่อผลประโยชน์ต่อผู้ที่กระทำความผิดอันไม่ได้ตั้งใจ พรบ.รถยนต์จะเข้ามาคุ้มครองให้ ซึ่งสิ่งที่พรบ.รถยนต์คุ้มครองให้มีดังนี้

คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับทันทีไม่ต้องรอพิสูจน์ความถูก-ผิด

การคุ้มครองวงเงินคุ้มครอง
ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง)สูงสุด 30,000 บาท (ต่อคน)
การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวรสูงสุด 35,000 บาท (ต่อคน)

คุ้มครองค่าเสียหายที่เกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับหลังจากพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

การคุ้มครองวงเงินคุ้มครอง
ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง)สูงสุด 80,000 บาท
การเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงสูงสุด 500,000 บาท
การสูญเสียอวัยวะ200,000 – 500,000 บาท
ค่าชดเชยรายวัน (จ่ายตามจำนวนวันที่เข้ารักษาตัวในฐานะผู้ป่วยใน)200 บาท/วัน (สูงสุดไม่เกิน 20วัน)
หมายเหตุ :  บริษัทประกันภัยที่เป็นฝ่ายผิด จะเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ประสบภัยหรือทายาทของผู้ประสบภัย

ฮาวทูเคลมพรบ.รถยนต์ ต้องเตรียมอะไร?

**สำคัญเป็นอย่างมาก** ทำเครื่องหมายดอกจันเอาไว้เลย เพราะถ้าคุณมีพรบ.รถยนต์แล้วใช้ไม่เป็น ก็ไม่มีค่าอะไร ดังนั้นจึงเป็นส่วนที่สำคัญว่าคุณจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อใช้ประโยชน์ของพรบ.ให้ได้สูงที่สุด (อย่าเสียโอกาสไปเชียว)

ขั้นตอนมีง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ

  1. แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการลงบันทึกประจำวันถึงอุบัติเหตุ พร้อมกับเก็บใบบันทึกประจำวันเอาไว้
  2. เข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาล โดยที่จะต้องใช้เอกสารต่าง ๆ (ใบรับรองแพทย์ ,ใบเสร็จรับเงิน)
  3. นำเอกสารไปส่งต่อให้แก่บริษัทที่เรานำรถไปทำพรบ.รถยนต์เอาไว้

เอกสารที่ใช้ยื่นต่อบริษัทประกัน

  • เอกสารบันทึกประจำวัน
  • ใบรับรองแพทย์
  • ใบเสร็จรับเงิน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

การต่อพรบ.รถยนต์ ต่อได้ที่ไหน

การต่อพรบ.รถยนต์ก็เป็นเหมือนกับการซื้อประกันรถยนต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณนั้นเลือกซื้อกับบริษัทประกันเจ้าไหนเอาไว้ ให้กลับไปต่อที่นั่น แต่อันนี้เป็นเรื่องเบสิคที่หลาย ๆ คนน่าจะทราบดีกันอยู่แล้ว วันนี้ผมมีแหล่งซื้อพรบ.รถยนต์ได้ง่าย ๆ มาฝาก

ซื้อพรบ.รถยนต์ที่จุดตรวจรถ ตรอ.

เป็นแหล่งซื้อพรบ.ชั้นเยี่ยมที่หลายท่านไม่รู้ เวลาเราจะเอารถยนต์ไปต่อภาษีในแต่ละปี รถจะต้องมีพรบ.อยู่เท่านั้น ไหนจะต้องไปตรวจรถยนต์ก่อนจะต่อภาษีอีก งั้นมันจะง่ายกว่าไหม?? ถ้าหากจะทำให้มันจบได้ในการออกจาบ้านเพียงครั้งเดียว เพียงแค่ตอนที่นำรถยนต์เข้าไปตรวจที่ ตรอ. แล้ว ก็ขอซื้อพรบ.ที่จุดตรวจไปด้วยเลย เท่านี้คุณก็ไม่ต้องเดินทางไปบริษัทประกันที่คุณเลือกซื้อเอาไว้อีกด้วย

TIPS : เมื่อต่อพรบ.รถยนต์แล้ว อย่าลืมไปต่อภาษีรถยนต์ต่อกันด้วยล่ะ

สรุปบทความ พรบ.รถยนต์

ประโยชน์ที่แท้จริงของพรบ.รถยนต์ คือ การได้รับเงินคุ้มครองเมื่อเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนได้ทันที โดยไม่ต้องมองว่าใครเป็นผู้กระทำผิด แต่ว่าพรบ.รถยนต์นั้นจะไม่ได้ครอบคลุมในเรื่องของค่าซ่อมแซมรถยนต์ ดังนั้นการทำพรบ.อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ทางที่ดีควรจะทำประกันควบคู่กันไป เพราะไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าวันใดวันหนึ่งเราจะเกิดอุบัติเหตุทางถนนหรือเปล่า ควรเตรียมตัวไว้ให้พร้อมในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของตัวเองเสมอ

ทีนี้คุณก็ได้รู้ไปแล้วในเรื่องของข้อกฎหมาย ถ้าคุณจะซื้อรถไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือว่ามือสอง ก็ต้องทำพรบ.เช่นเดียวกัน แต่ถ้าให้พูดถึงเรื่องรถยนต์มือสองแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดเช่นเดียวกันกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Kaidee Auto แหล่งรถยนต์ทุกประเภทหลากหลายแนว ครบ จบ ในที่เดียว หาซื้อก็ง่าย ขายก็คล่อง “คลิกปุ่มข้างล่างสิรออะไร”

รวมมาให้แล้ว! จะตรวจสภาพรถทั้งที มีขั้นตอนยังไงบ้าง?

รวมมาให้แล้ว! จะตรวจสภาพรถทั้งที มีขั้นตอนยังไงบ้าง?

การตรวจสภาพรถ เป็นเรื่องพื้นฐานที่จะต้องสนใจ เพราะคงไม่มีใครอยากจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเท่าไรนัก (หูยยยย น่ากลัววว~) นั่นแหละครับ การที่คุณ ๆ ทั้งหลายที่ใช้รถใช้ถนน อย่างน้อยการป้องกันที่ดีที่สุดนั่นคือการไม่ประมาท ควรหมั่นเอารถไปตรวจสภาพบ้าง อย่าให้น้องมางอแงตอนที่คุณอยากจะใช้งาน ซึ่งไหน ๆ จะเอารถเข้าไปตรวจทั้งที มันควรจะต้องตรวจอะไรบ้าง และรถกี่ปีต้องตรวจสภาพ

ตรวจสภาพรถกับทางตรอ.

คุ้น ๆ กันใช่มั้ยล่ะ เครื่องหมายตรอ. ที่คุณมักจะเห็นป้ายเวลาขับรถผ่านสิ่งก่อสร้างคล้าย ๆ โกดัง และมีอุปกรณ์ในการตรวจรถอยู่ข้างใน ซึ่งมันย่อมาจาก

“สถานตรวจสภาพรถเอกชน”

ซึ่งทุกที่จะได้รับการรับรองและอนุญาตจากกรมขนส่งในการให้ตรวจสภาพรถยนต์ ว่าสามารถใช้งานได้โดยไม่เกิดอันตราย (สามารถตรวจได้ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์เลย)ตรอ. ตรวจอะไรให้เราบ้าง??

ตรอ. นั้นเหมือนเป็นเพียงการตรวจขั้นพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากมาย ซึ่งการตรวจตรอ. มันก็มีประโยชน์ในเรื่องอื่น ๆ อยู่ แต่เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันทีหลัง ในตอนนี้เรามาดูกันก่อนว่า หากคุณหันรถและขับเข้าไปตรวจแล้ว คุณจะได้อะไรบ้างกับการเสียเงินครั้งนี้

1. ตรวจสอบภายนอกรอบคัน

ตรอ. จะตรวจภายนอกโดยรอบ ๆ ในเรื่องสี ตัวถัง หมายเลขตัวถัง ยี่ห้อ รุ่น เครื่องยนต์ ว่าตรงกันกับในเอกสารรูปเลขของตัวรถหรือไม่ หากไม่ตรงกันทางตรอ. ก็จะไม่ดำเนินการตรวจต่อให้ 

2. ตรวจการทำงานของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ

เรื่องที่จำเป็นที่สุดของการตรวจสอบรถแล้ว คือเรื่องของระบบความปลอดภัย โดยตรอ. จะตรวจให้มั่นใจว่าจะไม่อันตรายต่อผู้ขับ ในเรื่องของระบบและอุปกรณ์ ดังนี้

  • อุปกรณ์เข็มนิรภัย
  • ที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • พวงมาลัยรถยนต์
  • ไฟสัญญาณบนหน้าปัด
  • ไฟส่องสว่าง
  • ที่ปัดน้ำฝน
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถ

3. ตรวจประสิทธิภาพการห้ามล้อ

การตรวจประสิทธิภาพการห้ามล้อ หรือก็คือ “ระบบเบรก” นั่นแหละ (จะเรียกให้ยากทำไมกันนน!!) ตรวจดูว่ารถยังสามารถเบรกได้ดีเยี่ยมอยู่ ซึ่งจะมีเครื่องมือในการวัด

  • แรงห้ามล้อในต่อที่รถจอดอยู่กับที่ ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักรถ
  • แรงห้ามล้อทุกล้อจะต้องรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของน้ำหนักรถ
  • ผลต่างของแรงห้ามล้อหลักด้านขวาและด้านซ้ายต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของแรงห้ามล้อสูงสุดในเพลานั้น

4. ตรวจความสว่างของไฟ

กลางค่ำกลางคืนก็อันตรายอ่ะเนอะ ตรอ. ก็ต้องมีการตรวจเรื่องของไฟหน้ารถที่ต้องใช้ขับขี่เวลากลางคืนกันหน่อย ป้องกันในเรื่อง (ไฟข้างทางของประเทศไทยก็มีเยอะเสียเหลือเกิน) โดยจะตรวจรายละเอียดดังนี้

  • ไฟพุ่งต่ำ จะต้องมีมุมกดจากแนวราบอยู่ที่ 0.29 องศา ถึง 2.29 องศา โดยมีความเข้มส่องสว่างดวงไฟแต่ละดวงไม่น้อยกว่า 6,400 แคนเดลลา (cd)
  • ไฟพุ่งไกล ความเข้มส่องสว่างดวงไฟแต่ละดวงไม่น้อยกว่า 12,000 แคนเดลลา (cd) และทุกดวงรวมกันต้องไม่เกินกว่า 430,000 แคนเดลลา (cd)

5. ตรวจควันของรถ

ควันของรถก็ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เพราะว่าควันก็เป็นตัวบ่งบอกสุขภาพของรถยนต์ได้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แถมนอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของมลพิษในอากาศอีก (ช่วย ๆ กันรักษาโลกกันนิดนึงก็ยังดี)

  • รถยนต์ที่จดทะเบียนก่อน 1 พ.ย. 2536 ค่าคาร์บอนไดออกไซน์ ต้องไม่เกินร้อยละ 4.5 และค่า HC ไม่เกิน 600 ส่วนในล้านส่วน
  • รถยนต์ที่จดทะเบียนระหว่าง 1 พ.ย. 2536 – 31 ธ.ค. 2549 ค่าคาร์บอนไดออกไซน์ ไม่เกินร้อยละ 1.5 และค่า HC ไม่เกิน 200 ส่วนในล้านส่วน
  • รถยนต์อื่น นอกเหนือจากข้อก่อนนี้ ที่จดทะเบียนก่อน 1 ม.ค. 2550 ค่าคาร์บอนไดออกไซน์ ไม่เกินร้อยละ 4.5 และค่า HC ไม่เกิน 600 ส่วนในล้านส่วน
  • รถยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2550 เป็นต้นไป ค่าคาร์บอนไดออกไซน์ ไม่เกินร้อยละ 0.5 และค่า HC ไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน
  • รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ต้องตรวจควันดำ โดยระบบกระดาษกรองต้องไม่เกินร้อยละ 50 และระบบวัดความทึบแสงต้องไม่เกินร้อยละ 45

6. ตรวจเสียงดังรบกวน

ปกติเรามักจะได้ยินข่าวการจับเสียงดังเกินกำหนดจากรถจักรยานยนต์เสียมากกว่า ในรถยนต์นี่ถือว่าเป็นส่วนน้อยเลยทีเดียว แต่ก็ต้องตรวจเพราะเป็นในเรื่องของข้อกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ว่า “เสียงจะต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล”

การตรวจสภาพรถกับตรอ.มีค่าใช้จ่ายเท่าไรบ้าง

ในส่วนของค่าใช่จ่ายในการตรวจจะแบ่งตามน้ำหนักของตัวรถ ยิ่งรถหนักยิ่งราคาสูง

ประเภทราคา
รถยนต์น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม 150 บาท/คัน
รถยนต์น้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม 250 บาท/คัน
รถจักรยานยนต์60 บาท/คัน

รถกี่ปีต้องตรวจสภาพบ้าง

รถยนต์ที่สามารถนำเข้ามาตรวจสภาพกับทางตรอ. จะต้องมีคุณสมบัติแบบนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • จักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป
  • รถที่ภาษีขาดเกิน 1 ปี

การตรวจสภาพรถกับตรอ. พอจริงเหรอ??

ต้องขอบอกว่ามีทั้ง “จริง!!” และ “ไม่จริง” ในเวลาเดียวกัน อยู่ที่ว่าสถานการณ์ที่ต้องไปตรวจนั้นเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะมายกตัวอย่างสถานการณ์ไปพร้อมกันเลยดีกว่า

“จริง” ถ้าเป็นสถานการณ์นี้!!

หากคุณแค่ต้องการต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนต่อพรบ. หรือสำหรับการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ การตรวจกับตรอ. เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะใบการตรวจนี้ เหมือนเป็นเอกสารหนึ่งที่ใช้ในการยื่นประกอบในการทำส่งต่าง ๆ

“ไม่จริง” ถ้าเป็นสถานการณ์นี้!!

หากคุณกำลังจะต้องเดินทางไปที่ไหนสักแห่งไกล ๆ หรือไปทริปเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อน ๆ แล้วล่ะก็ การตรวจเท่านี้อาจจะไม่เพียงพอ ควรจะเพิ่มรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้รถยนต์นั้นพร้อมและมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดระหว่างการเดินทาง

TIPS : หากต้องการตรวจรถเพิ่มเติม มาใช้บริการ Kaidee Certified สิ คลิกที่นี่ 

การเช็ครถสำหรับเดินทางไกลอ่านได้ที่นี่

สรุปบทความ ตรวจสภาพรถ

สรุปแล้วการตรวจรถกับตรอ. อย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอ เพราะการตรวจนี้มักจะเป็นเอกสารที่เอาไว้ดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับรถเสียมากกว่า หากคุณต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ ควรตรวจส่วนอื่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นขณะเดินทาง เพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้นก่อนการซื้อรถ

ลองมองหาสัญลักษณ์ Kaidee Certified ในหน้า ‘ประกาศ’ ที่เป็นตัวเลือกให้คุณตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ในราคาที่ถูกใจและสมเหตุสมผล ได้ที่นี่ใน Kaidee Auto แหล่งรถรถยนต์มากมายที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง

ซื้อรถคันแรก ต้องรู้อะไรบ้าง เลือกยังไงดี ฉบับ 2021

ซื้อรถคันแรก ต้องรู้อะไรบ้าง เลือกยังไงดี ฉบับ 2021

ซื้อรถคันแรกต้องรู้อะไรบ้าง จะเลือกรุ่นไหนดีนะ หลาย ๆ คนที่กำลังจะถอยรถใหม่ป้ายแดงให้กับตัวเองเป็นคันแรกน่าจะต้องเคยผ่านช่วงเวลาอันแสนสับสนนี้มาเหมือนกันใช่ไหมคะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เพราะรถก็ถือเป็นทรัพย์สินราคาสูงที่จะซื้อทั้งทีก็ต้องเลือกให้ถี่ถ้วน สั่งสมข้อมูลให้แน่น ๆ 

วันนี้เราเลยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถคันแรกให้คุ้มค่าที่สุดมาฝากกัน ซื้อรถคันแรกทั้งทีต้องรู้อะไรก่อน ต้องเลือกยังไง รุ่นไหนเหมาะกับมือใหม่หัดขับบ้างนะ ไปตามอ่านกันได้เลยค่ะ

รวมสารพัดสิ่งที่ต้องรู้เมื่อซื้อรถคันแรก

สำรวจความต้องการตัวเองว่า “จำเป็น” ต้องใช้หรือไม่

“ก็ของมันต้องมี” ใครคุ้นเคยกับประโยคนี้ เราคือเพื่อนกันค่ะ ของหลาย ๆ อย่างที่เราสอยมาจากอินเทอร์เน็ตเอยอะไรเอย บางทีพอมาย้อนมองดูอีกที ก็รู้เลยว่าเราซื้อมาเพราะความอยากล้วน ๆ ไม่ใช่ความจำเป็น 

ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่อย่างรถยนต์ เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนลองสำรวจตัวเองดูว่า การซื้อรถยนต์มีความจำเป็นกับเรามากน้อยแค่ไหน ให้ลองเทียบกับการใช้ชีวิตปัจจุบันและในอนาคตยาว ๆ ด้วย เพราะรถยนต์เป็นของที่ซื้อแล้วมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

เราขออนุญาตยกตัวอย่างสถานการณ์ที่จำเป็น อย่างเช่น เรามีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการทำงาน เช่น เป็นพนักงานขายที่ต้องออกไปพบลูกค้าบ่อยครั้ง หรือการเดินทางจากบ้านไปที่ต่าง ๆ ค่อนข้างลำบาก ถ้ามีรถยนต์จะช่วยให้สบายขึ้น หรือต้องการใช้รถยนต์เพื่อเดินทางไปหลาย ๆ ที่ได้ตลอดเวลา และมีแนวโน้มจะใช้ไปได้ในระยะยาว 

ถ้าสำรวจความต้องการอย่างถ่องแท้แล้วพบว่ามีความจำเป็นมากกว่า ซื้อมาแล้วจะมีประโยชน์กับเราจริง ๆ ก็สามารถให้ซื้อได้เลยค่ะ 

สำรวจภาระค่าใช้จ่ายของตัวเองให้ดี

การซื้อรถคันแรกถือเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการผ่อนชำระและจ่ายเงินดาวน์ ดังนั้นเราจึงควรคำนวณการใช้เงินและภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบันของเราให้ดีว่าเพียงพอต่อการซื้อรถสักคันหรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว ภาระหนี้สินรายเดือนของเราควรอยู่ในระดับประมาณ 20-40% สำหรับ 40% ควรเว้นไว้กรณีผ่อนบ้านเพราะอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อทรัพย์สินอื่น ๆ 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท ถ้าต้องจ่ายค่าผ่อนรถ 7,500 บาท หรือครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ก็อาจจะหนักเกินไป เพราะยังต้องมีรายจ่ายอื่น ๆ ต้องจ่ายอีก 

คำนวณและเตรียมค่าใช้จ่ายหลังการซื้อรถด้วย

นอกจากค่าใช้จ่ายในการซื้อรถแล้ว อย่าลืมว่าหลังจากซื้อรถแล้ว เราเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและใช้รถตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น

ค่าเชื้อเพลิง

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือแก๊สก็ตาม โดยปกติแล้ว หากใช้งานรถแบบจัดเต็ม เป็นประจำก็มักจะอยู่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าใช้งานน้อยกว่านั้นก็อาจจะลดต่ำลงมา 

ค่าประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ควรทำไว้เพื่อช่วยป้องกันค่าเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับกับรถคันแรก ถ้าเป็นประกันภัยชั้นหนึ่ง ราคาก็จะเริ่มต้นประมาณ 15,000 บาท 

ค่าบำรุงรักษา

การบำรุงรักษารถเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นอย่างยิ่ง หนึ่งในขั้นตอนการบำรุงรักษาคือควรตรวจเช็กสภาพรถและถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 – 12 เดือน หรือทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ค่าตรวจเช็กระยะและถ่ายน้ำมันเครื่องประจำปี ราคาประมาณ 3,000 บาท

ค่า พ.ร.บ.รถยนต์

พ.ร.บ.รถยนต์เป็นสิ่งที่คนขับรถทุกคนต้องสมัครตามกฎหมาย พรบ.จะทำหน้าที่เป็นประกันภัยในกรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุในส่วนของค่ารักษาและเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ 

อันนี้ขอย้ำว่าเป็นสิ่งที่เราต้องสมัครนะคะ เพราะถ้าไม่สมัคร จะมีความผิดทางกฎหมายเช่นกัน โดยโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

ค่าภาษี

ภาษีของรถยนต์แต่ละประเภทจะแตกต่างกันไป โดยจะคำนวณจากขนาดซีซีดังต่อไปนี้

1-600 ซีซีแรก ซีซีละ 0.50 สตางค์

601-1800 ซีซี ซีซีละ 1.50 บาท 

1801 ซีซี ขึ้นไป ซีซีละ 4 บาท

การเสียภาษีปีที่ 1-5 จะเป็นไปตามนี้ หากใช้งานมากกว่า 6 ปี จะเสียภาษีลดลงจากนี้ 10% และเมื่อใช้งานรถจนถึงปีที่ 10 จะลดลงถึง 50% 

ในกรณีที่ไม่ได้ส่งภาษี จะต้องเสียค่าปรับ และมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ข้อหาใช้รถยนต์ที่ไม่ได้เสียภาษี หากขาดส่งภาษีติดต่อกันนานกว่า 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน

ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการกู้รถและดอกเบี้ยไว้ให้ครบถ้วน

หากเราเลือกจะซื้อรถยนต์ด้วยการผ่อนนั้น ต้องคำนวณดอกเบี้ยที่จะเสียจากระยะเวลาในการผ่อนด้วยเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบได้ว่าควรผ่อนระยะเวลาเท่าไรเพื่อให้ประหยัดดอกเบี้ยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จำนวนเงินค่าผ่อนรายเดือนก็ยังไม่มากจนเกินไป

สำหรับการคำนวณเงินผ่อนรถ เราต้องรู้ดังนี้

  • ราคารถ
  • จำนวนเงินดาวน์
  • จำนวนอัตราดอกเบี้ย

ก่อนอื่นให้เราลบจำนวนเงินดาวน์ออกจากราคารถเพื่อหาจำนวนเงินที่เราต้องยื่นกู้

ยกตัวอย่างเช่น ราคารถยนต์ที่ต้องการซื้อ 1,000,000 บาท เลือกดาวน์ 300,000 บาท

เงินที่จะยื่นกู้จะเท่ากับ 1,000,000 – 300,000 = 700,000 บาท 

จากนั้นให้นำจำนวนเดือนที่ต้องการผ่อนและอัตราดอกเบี้ยมาคำนวณดังนี้

ถ้าเราเลือกกู้เงินในอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ของเงินที่ต้องการยื่นกู้ทั้งหมด ก็จะคำนวณได้ดังนี้

700,000 x 6% = 42,000 บาท ต่อปี 

หากเลือกผ่อน 36 เดือน หรือ 3 ปี ก็จะเท่ากับดอกเบี้ย 42,000 x 3 = 126,000 บาท

ดังนั้นเงินต้นรวมกับดอกที่ต้องจ่ายตลอดสามปีแล้วจะเท่ากับ 700,000 x 126,000 = 826,000 บาท

ดังนั้นคุณจะต้องจ่ายค่างวดในแต่ละเดือนประมาณ 22,944 บาท 

การรู้ค่างวดคร่าว ๆ ไว้ก่อนจะช่วยให้เราประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคตได้ 

รวมรุ่นรถคันแรกเหมาะ ๆ รุ่นไหน สเปกยังไงดี

หลังจากรู้ข้อมูลเบื้องต้นที่คนอยากมีรถคันแรกควรศึกษาไว้ล่วงหน้ากันแล้ว มาดูกันดีกว่าค่ะว่าปี 2021 นี้ ถ้าจะออกรถคันแรกสักคัน มียี่ห้อไหน รุ่นใดน่าสนใจบ้าง 

Toyota Yaris 2021

เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นานกับ Toyota Yaris 2021 ECO Car ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว สปอร์ต มีเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแบบจัดเต็ม อาทิ ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน หรือระบบความปลอดภัยก่อนการชน รวมทั้งกล้องหน้า-หลัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีมาให้ในรุ่น Sport Premium เท่านั้น 

แต่จากฟังก์ชันความปลอดภัยที่พูดถึงคร่าว ๆ นี้ บอกเลยว่าเหมาะกับมือใหม่หัดขับมาก ๆ แถมตัวรถยังเป็น ECO Car ประหยัดพลังงานอีกด้วย

ราคารุ่น Entry 549,000 บาท

ราคารุ่น Sport (เกียร์อัตโนมัติ)  609,000 บาท

ราคารุ่น Sport Premium with Black Roof (เกียร์อัตโนมัติ)  679,000 บาท

ราคารุ่น Sport Premium (เกียร์อัตโนมัติ) 684,000 บาท

Honda Civic Hatchback TURBO RS 2020

Honda Civic ถือเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งของ Honda ที่ฮอตฮิตกันมาอย่างยาวนาน ไปไหนเป็นอันต้องได้เห็นคนขับขี่ผ่านตากันตลอด ๆ วันนี้เราเลยอยากขอแนะนำเป็น Honda Civic Hatchback ปี 2020 ที่มีการออกแบบให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ภายนอกเน้นดีไซน์ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น

ส่วนภายในยังคงความกว้างขวางตามแบบฉบับ Honda Civic ไว้ แถมด้วยพื้นที่เก็บของด้านหลังและเบาะที่ปรับเอนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บของด้วย หากพูดถึงเรื่องความประหยัด บอกเลยว่าไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีเทคโนโลยี Direct Injection จ่ายเชื้อเพลิงตรงสู่ห้องเผาไหม้ ช่วยให้ประหยัดมากขึ้น

อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็ม อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรก ระบบช่วยเตือนการชนรถ และอีกมากมาย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากได้รถที่มีพื้นที่เยอะ ๆ ทั้งใช้สำหรับนั่งโดยสารและเก็บของ 

ราคารุ่น HATCHBACK TURBO RS 2020 1,229,000 บาท

New Mazda 2 2021

Mazda 2 รุ่น 2021 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย น่าใช้ สวยทุกมุม แถมยังเพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นจาก Mazda 2 รุ่นก่อนหน้า  มีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.3 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร มาพร้อมระบบเทคโนโลยีทันสมัยหลากหลาย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control

ราคารุ่น 1.3 E/1.3 E Sports  546,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 C/1.3 C Sports  596,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 S/1.3 S Sports 627,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 S Leather/1.3 S Sports Leather 648,000 บาท

ราคารุ่น 1.3 SP/1.3 SP Sports  690,000 บาท

ราคารุ่น XD/XD Sports 782,000 บาท

ราคารุ่น XDL/XDL Sports 799,000 บาท

New MG ZS 2020

ปิดท้ายกันด้วย New MG ZS 2020 SUV ที่มาพร้อมดีไซน์สุดทันสมัยน่าใช้ทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ต ภายในก็ตกแต่งด้วยเบาะสีน้ำตาลตัดสีดำ ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัยในเวลาเดียวกัน 

ไฮไลต์เด่นอยู่ที่หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ในรุ่น X+ และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ New MG ZS 2020 ยังมีระบบ I-Smart ในการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ทั้งการสั่งงานผ่านเสียง ผ่านแอปพลิเคชัน และหน้าจอทัชสกรีน

เหมาะกับมือใหม่หัดขับที่อยากได้ SUV ดีไซน์สวย ครบเครื่องทั้งเรื่องเทคโนโลยีและการขับขี่

ราคารุ่น C+ 689,000 บาท

ราคารุ่น D+ 739,000 บาท

ราคารุ่น  X+ ใหม่ 2020 799,000 บาท

สรุปรวมรุ่นรถคันแรก เลือกยังไงให้ปังที่สุด

การซื้อรถสักคันถือเป็นการซื้อทรัพย์สินชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของใครหลายคน เพราะฉะนั้นการศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากต้องสรุปรวม ๆ แล้ว สิ่งที่คนอยากออกรถคันแรกสักคันหลัก ๆ ควรเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมาหลังจากออกรถคันแรก ทั้งค่างวดรถในกรณีคนที่ต้องการซื้อแบบผ่อนชำระ และค่าบำรุงรักษารถ

ดังนั้นการคำนวณค่าใช้จ่ายและนำมาใช้ประเมินร่วมกับความจำเป็นในการใช้รถ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

นอกจากนี้เรายังมียี่ห้อรถที่แนะนำสำหรับมือใหม่ที่อยากออกรถคันแรกในปี 2021 มาฝากกันด้วย ใครที่อยากมองหารถคันแรกในราคาคุ้มค่า แวะมาลองเลือกกันได้ที่ Kaidee auto เลยค่ะ มีรถหลากหลายรุ่น ยี่ห้อ และสเปกให้เลือกแน่นอน