Jun 22, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว”
แจกฟรี❗️ Kaidee Egg วันที่ 30 มิ.ย. 66 วันเดียวเท่านั้น!
ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว
📌 ณ ไบเทค บางนา Grand Hall ชั้น 2 ห้อง 202
⭐️ ต่อที่ 1 ฟรี 300 ไข่! เพียงลงทะเบียนที่บูธ Kaidee
⭐️ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์ Lucky Draw* ลุ้นรับ Kaidee Egg ฟรี ๆ สูงสุด 5,000 Egg*
(*เมื่อเติมไข่ขั้นต่ำ 5,000 บาท ที่บูธ Kaidee)
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
May 19, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“รถบ้านเจ้าของขายเอง ทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ซื้อรถมือสอง ส่วนใหญ่สภาพดี ไม่ช้ำ ราคาถูกกว่า เพราะซื้อตรงจากเจ้าของ”
รถบ้านเจ้าของขายเอง คือ รถยนต์ที่เจ้าของนำมาขายเองโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือ นายหน้า นับเป็นรถมือสองสภาพเดิม ๆ เจ้าของใช้งานเองกับมือ ส่วนใหญ่มีสภาพดี ไม่ช้ำ เป็นรถมือเดียว ป้ายแดงมาจากโชว์รูม มีประวัติการซ่อมบำรุง หรือ Book Service ชัดเจน เมื่อซื้อขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงมีความเชื่อว่าเป็น “รถมือสอง” ที่คุ้มค่าด้านราคา
Kaidee Auto รับอาสาพาไปเจาะข้อมูลของ “รถบ้านเจ้าของขายเอง” แบบลงลึกในทุกรายละเอียด เมื่ออ่านคอนเทนต์นี้จบ มั่นใจซื้อรถมือสองเป็นแน่นอน ไม่เป็นหมูสนามอีกต่อไป ส่วนจะมีอะไรที่ต้องรู้ และควรรู้บ้างนั้น อ่านได้ที่นี่
รถบ้าน คืออะไร ทำไมเป็น Rare Item ของ “รถมือสอง”
ย้ำอีกครั้ง และ เขียนอธิบายให้ลึกขึ้น ! รถบ้าน ไม่ใช่ Motorhome – รถที่ใช้อยู่อาศัยเป็นบ้าน แต่ในวงการ รถบ้าน หมายถึง รถที่เจ้าของนำมาขายเอง นับเป็นของหายากกว่า รถเต็นท์ จึงถูกเพิ่มมูลค่าด้วยคำสร้อยต่อท้าย ให้ดูน่าเชื่อถือว่า “รถบ้านเจ้าของขายเอง”
รถบ้านเจ้าของขายเอง ในอดีตถูกยกให้เป็นรถมือสองขนานแท้ มีความน่าเชื่อถือ และรวมไปถึงคุณภาพค่อนข้างสูง นับเป็นรถที่เจ้าของ (มือหนึ่ง) นำมาขายต่อให้คุณโดยตรง คุณจึงอาจจะเป็นผู้ครอบครองคนที่ 2 ตามข้อมูลในเล่ม (ถ้าไม่นับรวมไฟแนนซ์)
ตัวรถโดยรวมมีสภาพดี ไม่ช้ำ ไม่ค่อยมีปัญหาการใช้งาน เพราะเป็นรถใช้งานมือเดียวมาตลอด ด้านกลไกค่าตัว เมื่อตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ทำให้ราคาขายจริง อาจจะถูกลง เมื่อมีการต่อรองจนถึงขั้นเปลี่ยนมือสำเร็จ นับเป็นรถมือสองที่มีความต้องการของตลาดมาโดยตลอด
ถ้ามองเรื่องของคุณภาพ รถบ้านเจ้าของขายเอง ไม่ค่อยทำให้คนซื้อผิดหวังสักเท่าไหร่ ถ้าดูรถเป็น และยอมรับสภาพได้ตั้งแต่แรกซื้อ
คำศัพท์ในวงการ “รถมือสอง” ที่ต้องรู้ !
อยากซื้อ รถมือสอง จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ในวงการซื้อขายด้วยเช่นกัน จะได้คุยกับเค้ารู้เรื่อง ตามทันในสิ่งที่กำลังพูดคุยกันอยู่ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน
รถบ้าน – รถที่เจ้าของขายเอง รถใช้งาน ซื้อจากบ้านเจ้าของโดยตรงมี Book Service – แสดงถึงการเข้ารับบริการที่ศูนย์ฯ มีประวัติตรวจสอบได้ เรื่องนี้สำคัญมากอ.ว.ท.ม. – หมายถึง แอร์ วิทยุ เทป ล้อแม็ก มีฟังก์ชันเหล่านี้ครบรถมือเดียว – รถมีเจ้าของแค่คนเดียว (ถ้าซื้อ) คุณจะเป็นผู้ครอบครองคนที่ 2รถผู้หญิงขับ – ความหมาย คือ การขับรถและดูแลอย่างทะนุถนอม รถสภาพดีมาก ๆ บางครั้งใช้คำว่า “รถสภาพนางฟ้า” ก็มีให้เห็นบ่อยในปัจจุบันรถไมล์น้อย – ผ่านการใช้งานน้อย วิ่งไม่เยอะ สภาพดี อะไหล่ไม่เสื่อมรถไมล์แท้ – ไม่มีการดัดแปลงเลขไมล์ เชื่อถือได้ ดังนั้น ไมล์น้อย กับ ไมล์แท้ ความหมายแตกต่างกัน อย่าสับสนจนเข้าใจผิดรถเจ้าของไปต่างประเทศ – ต้องการขายด่วน อันนี้ ความหมายค่อนข้างคลุมเคลือ แต่เอาเป็นว่าขายด่วนที่สุด เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้รถหมอใช้ – ความหมายคล้ายกับ “รถผู้หญิงใช้” คือ เป็นรถที่ดูแลดี บำรุงรักษาเยี่ยม ฯลฯไม่แก๊ส – รถไม่เคยผ่านการติดแก็ส ใช้ระบบการขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้นออกรถง่าย ฟรีดาวน์ – ทำเอกสารออกรถได้เลย ไม่ยุ่งยาก ในความเป็นจริงอาจเป็นเรื่องยากยุบโปรเจ็ค – อันนี้ส่วนใหญ่ใช้กับรถรุ่นหายาก เจ้าของเดิมซื้อมาแล้ว ไม่ไปต่อ เลยเอามาขายต่อรองหน้ารถ – หมายถึง มาคุยราคากันอีกครั้ง ตอนเห็นรถจริงเท่านั้น
Kaidee Auto สรุป ข้อดี – ข้อเสีย รถบ้านเจ้าของขายเอง
เพราะเหรียญ ยังมีอยู่ 2 ด้าน Kaidee Auto เคลียร์ชัด เพื่อให้คุณมองเห็นภาพ ข้อดี – ข้อเสีย ของ รถบ้านเจ้าของขายเอง ไว้ใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณา ก่อนการตัดสินใจซื้อขายเปลี่ยนมือในอนาคต
● ข้อดี รถบ้านเจ้าของขายเอง
ได้รถตรงปก สภาพดี ไม่ช้ำ ไม่ใช่รถเวียนขาย ไม่ค่อยมีปัญหาหลังจากการใช้งาน สามารถพูดคุย เพื่อต่อรองกับเจ้าของได้โดยตรง ไม่มีพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาอาจถูกลงจากป้าย นอกจากนี้ ยังมีประวัติการใช้งานที่ชัดเจน ในกรณีที่มี Book Service ควบคู่ด้วย รถต้องสามารถโอนเล่มได้ที่ขนส่งเท่านั้น
นอกจากนี้ ในกรณีที่ประวัติของเจ้าของรถดี สามารถสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้ด้วยเช่นกัน
● ข้อเสีย รถบ้านเจ้าของขายเอง
รถบ้านที่เจ้าของขายเอง แน่นอนว่าเจ้าของไม่ได้ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์ จึงไม่มีโปรโมชันสนับสนุนการขาย เช่น บัตรน้ำมัน, เปลี่ยนถ่ายของเหลว รวมไปถึงการรับประกันหลังการขาย ส่วนใหญ่เมื่อดูและตัดสินใจซื้อแล้ว อาจจะต้องดูแลตัวเอง หากมีปัญหาตามมา
และที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ “รถบ้านเจ้าของขายเอง” ผ่านสินเชื่อ จะต้องดำเนินการขอไฟแนนซ์ ติดต่อกับธนาคารด้วยตนเอง ถ้าไม่เคยทำมาก่อนอาจจะยุ่งยากในช่วงแรก ๆ
รถบ้าน VS รถเต็นท์ แตกต่างกันอย่างไร ?
รวมความแตกต่างของรถมือสอง ทั้งจาก รถบ้านเจ้าของขายเอง และ รถเต็นท์ จำหน่ายโดยผู้ประกอบการอิสระ แยกเป็น 8 ข้อ อ่านง่าย เข้าใจชัดเจน รู้ไว้เพื่อเป็นแนวทาง
สภาพของตัวรถ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการดูรถเป็นสำคัญ รถบ้านมีความได้เปรียบมากกว่า สามารถเช็กประวัติได้ชัดเจน แต่ปัจจุบันรถเต็นท์ก็มีสภาพดีใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจ ราคา ตามกลไกทางธุรกิจ รถที่เต็นท์อาจมีราคาที่สูงกว่ารถบ้าน เพราะมีการบวกกำไรทางการตลาดเข้ามาเพิ่ม สำคัญที่สุดต้องพิจารณาที่สภาพ และความพึงพอใจของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ โปรโมชัน รถบ้านเจ้าของขายเอง ไม่มีโปรโมชัน เป็นการขายทั่วไป ที่ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ การแข่งขันเป็นคนละแบบ ต่างเวที แตกต่างจากเต็นท์รถที่มีคู่แข่งทั้งทางตรงและอ้อม จึงมีโปรโมชันสนับสนุนการขายเยอะมาก ๆ เช่น ฟรีดาวน์, ช่วยผ่อน, บัตรน้ำมัน ฯลฯ การรับประกัน รถบ้านไม่มีการรับประกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ถ้ามีการเปลี่ยนมือ รถโอนแล้ว นับว่าจบการขาย แต่เต็นท์รถมักจะมีการรับประกัน และบริการหลังการขายให้กับลูกค้าพ่วงด้วย ทางเลือกของลูกค้า รถบ้านเจ้าของขายเอง ไม่มีรุ่นรถให้พิจารณา มีคันไหน ก็ขายคันนั้น ในขณะเต็นท์รถ อาจจะมีรถคู่เทียบในเซกเมนท์เดียวกัน และอาจมีรุ่นย่อยให้เลือกเพิ่มเติมอีกด้วย ไฟแนนซ์ รถบ้านผู้ซื้อต้องดำเนินการเองทั้งหมด แต่ถ้าซื้อกับเต็นท์รถ ผู้ประกอบการดำเนินการให้ตั้งแต่ต้น พร้อมคำนวณให้จนอนุมัติ และส่งมอบรถ ระยะเวลารับรถ รถเต็นท์มีการดีลกับไฟแนนซ์เป็นประจำ มีระยะเวลาการรับรถที่ไวกว่า แต่ถ้าเป็นกรณีซื้ออรถด้วยเงินสด ทั้งคู่รับรถได้ไวพอ ๆ กัน ความเป็นมืออาชีพ รถบ้าน หรือ รถเต็นท์ ในมุมมองผู้เขียน “ความเป็นมืออาชีพ” ไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณเป็นสำคัญ แต่เต็นท์รถอาจจะมีความชำนาญด้านเทคนิคที่มากกว่า
ดูผิวเผินทั้ง 8 ข้อ อ่านจบอาจทำให้คุณคิดว่า “รถเต็นท์” อาจจะดีกว่า “รถบ้านเจ้าของขายเอง” แต่ในความเป็นจริง จุดเด่นของรถบ้านเพียงแค่ 2 ข้อ คือ ราคา และ สภาพรถ ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณต้องคิด ทบทวนดูใหม่ เพราะคุ้มค่ามากจริง ๆ
อยากได้ “รถบ้านแท้” ต้องดูอะไรบ้าง
วิธีดู “รถบ้านเจ้าของขายเอง” ทำตามนี้ รับรองได้รถคุณภาพดี คุ้มค่า ขับสบายไม่มีกังวลแน่นอน เริ่มจาก 3 ส่วนนี้
ตรวจสอบประวัติผู้ขาย ต้องเป็นเจ้าของรถตัวจริง รถมีเล่ม พร้อมโอนราคา ต้องเหมาะสมกับรายได้ผู้ซื้อ รู้ราคากลาง แล้วนำมาเปรียบเทียบ โดยราคาหน้าป้ายอาจต่อรองได้ 5 – 15% เป็นอย่างน้อยเช็กสภาพรถ ภายใน – ภายนอก ไม่ผ่านการชนหนัก ไม่ทำสี ดูน็อตทุกตัวไม่ผ่านการเปลี่ยน โครงสร้างไม่ยุบ สีแห้งเดิมจากโรงงาน อะไหล่ รุ่นรถ ปีผลิต ออปชัน ซีเรียลยาง ทุกอย่างต้องนำมาเปรียบเทียบกับอายุของรถทั้งหมด เหตุและผลตามความเป็นจริง จะช่วยทำให้คุณได้รถแท้ สุดท้ายต้องทดลองขับก่อนซื้อขายจริงทุกครั้ง
กรุงศรี รถบ้าน จัดไว จ่ายไว คนซื้ออนุมัติไว ผู้ขายก็ได้รับเงินไว
อยากได้ รถบ้านเจ้าของขายเอง เลือกคันที่ใช่ พร้อมออกรถได้ทันทีกับ “สินเชื่อ กรุงศรี รถบ้าน” ที่ออกแบบมาเพื่อการมีรถมือสอง และหากติองการมั่นใจว่ามีวงเงินพอซื้อคันที่เล็งมั้ย มาประเมินวงเงินกับ “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” ที่ทำให้ผู้ซื้อรู้วงเงินไวใน 3 นาที หลังจากที่ได้วงเงินแล้วก็สามารถติดต่อพนักงานเพื่อขอใช้วงเงินขอสินเชื่อรถบ้านได้เลย มีทีมงานมืออาชีพดูแลทุกขั้นตอน สนใจประเมินคลิก >>https://kautolink.com/zvq2eY
โปรโมชันสำหรับคนที่สนใจรถบ้านช่วงนี้ รับความคุ้มค่า 2 ต่อ ไปเลยเมื่อสมัครขอสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์กับ Kaidee Auto จัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ
คุ้มต่อที่ 1 รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79% คุ้มต่อที่ 2 บัตรกำนัลโลตัส มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท*
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรุงศรี ออโต้ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-740-7400
หมายเหตุ – รายละเอียดเงื่อนไข เป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด
ทั้งหมดนี้ Kaidee Auto รวมทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ รถบ้านมือสอง ถ้ามั่นใจและเจอคันที่ใช่ อย่ารอช้ารีบซื้อก่อนถูกจอง และสมัครสินเชื่อกับ กรุงศรี รถบ้าน ได้เลย
May 15, 2023 | บทความยานยนต์
“ECO PACK SERVICE บริการคุ้มค่าด้วยอะไหล่ทางเลือก มาตรฐาน Toyota เหมาะกับรถยนต์โตโยต้าอายุ 5 ปีขึ้นไป หรือหมดระยะรับประกัน รองรับ 7 รุ่นหลัก”
ECO PACK SERVICE คือบริการรูปแบบใหม่ ที่จัดจำหน่ายในรูปแบบแพ็กเกจราคาประหยัด ออกแบบมาเพื่อ “รถยนต์โตโยต้า” อายุรถมากกว่า 5 ปีขึ้นไป และหมดอายุการรับประกันตามเงื่อนไข (รถใหม่) ไปแล้ว รองรับมากถึง 7 รุ่นหลัก โดดเด่นด้วย 8 แพ็กเกจซ่อมด่วน บริการโดยช่างโตโยต้า มั่นใจได้ จองคิวใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า
สำหรับเซอร์วิสนี้จาก Toyota ความจริง ไม่ใช่บริการเปิดตัวใหม่ ! แต่มีมาสักระยะแล้ว อัปเกรดให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปี เงื่อนไขจึงอาจแตกต่างจากที่ผ่านมา แต่คุณภาพเหมือนเดิม ก็คือ… ดี ….. ส่วนจะดีขนาดไหน น่าซื้อแพ็กเกจหรือไม่ Kaidee Auto มีคำตอบ พร้อมอธิบายในทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ ECO PACK SERVICE บริการคุ้มค่าด้วยอะไหล่ทางเลือก ไปดูรายละเอียดกันเลย
ECO PACK SERVICE คืออะไร ไปทำความรู้จักกันก่อน
ก่อนจะใช้ ก่อนจะชอบ ทำความรู้จัก ECO PACK SERVICE กันสักนิด จุดเด่น ก็คือ บริการเช็กระยะพื้นฐาน บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และบริการซ่อมด่วนด้วยอะไหล่ทางเลือก มีมาตรฐานและผ่านการรับรองจากโตโยต้าโดยตรง ลูกค้าสามารถนำรถเก่าตามที่ระบุไว้ทั้ง 7 รุ่น และต้องมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ขึ้นไป เข้ารับการเซอร์วิส ณ ศูนย์บริการ Toyota ได้โดยตรง
นับเป็นอีกหนึ่งบริการ ดูแลโดยช่างผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้า ให้ความรู้สึกเดียวกับตอนออกรถใหม่นั่นแหละ แม้ในความจริง รถเก่าก็เข้าศูนย์ได้อยู่แล้ว – ไม่แปลก – แต่ค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แบบนี้แน่นอน
Toyota มองเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงเสิร์ฟบริการพิเศษ ตอบแทน Brand Loyalty ของลูกค้า เพื่อให้ได้รับบริการดีที่สุด คุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า ไม่แตกต่างจากรถใหม่
ECO PACK SERVICE มี 8 แพ็กเกจ เช็กละเอียดทุกจุด
สำหรับ ECO PACK SERVICE ของโตโยต้า จำหน่ายในรูปแบบ 8 แพ็กเกจเซอร์วิส มอบความคุ้มค่าในระดับที่มากกว่า และที่สำคัญ Maintenance แบบเร่งด่วนได้ทันที ไม่ต้องรออะไหล่นานอีกต่อไป มีสต็อกพร้อมเปลี่ยน ลูกค้าเลือกได้ตามที่ต้องการ ส่วนจะมีอะไรให้ “เลือกเช็ก” และ “เปลี่ยนใหม่” ดูตามรายละเอียดด้านล่างได้เลย
ECO PACK SERVICE 8 แพ็กเกจ เซอร์วิสมั่นใจ บริการครอบคลุม
บริการเช็กระยะพื้นฐาน
บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
แพ็กเกจไส้กรองอากาศ
แพ็กเกจไส้กรองแอร์
แพ็กเกจเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
แพ็กเกจเปลี่ยนผ้าเบรก หน้า/หลัง (แยก)
แพ็กเกจเปลี่ยนโช้คอัพ หน้า/หลัง (แยก)
แพ็กเกจเปลี่ยนยาง
ECO PACK SERVICE เหมาะสำหรับรถ Toyota ใน 7 รุ่นหลัก
รถโตโยต้าที่สามารถใช้บริการแพ็กเกจ ECO PACK SERVICE มีทั้งหมด 7 รุ่นหลัก และเป็นรถในเจเนอเรชันก่อนโฉมปัจจุบันทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือ “รถเก่า” มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี หรือ 150,000 กม. และต้องหมดระยะรับประกันคุณภาพแล้ว เข้าเงื่อนไขบริการนี้ทันที สำหรับรถยนต์ Toyota รวมรุ่นที่สามารถใช้ ECO PACK SERVICE และ อะไหล่ทางเลือก ดังนี้
Toyota Yaris
Toyota Vios
Toyota Corolla Altis
Toyota Hilux Vigo
Toyota Hilux Revo
Toyota Fortuner
Toyota Commuter
โปรโมชัน ! เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง รับบริการเช็กระยะเพิ่ม !
มาพร้อมโปรโมชันพิเศษ เฉพาะลูกค้าที่เลือกรับ “บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Eco Pack Service*” สามารถรับบริการเช็กระยะพื้นฐาน ตรวจเช็กเพิ่ม 38 รายการ จ่ายเพิ่มเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้น คุ้มจัดแบบตะโกน !
*หมายเหตุ – น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์โตโยต้า พร้อมปะเก็นและไส้กรองจากอะไหล่ทางเลือก
มัดรวม… ราคาเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แพ็กเกจ ECO PACK SERVICE
ประหยัดขั้นสุด ราคาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Eco Pack Service ของรถยนต์ Toyota ทั้ง 7 รุ่น
Toyota Yaris เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 730 บาท
Toyota Vios เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 730 บาท
Toyota Corolla Altis เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 860 บาท
Toyota Hilux Vigo เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,000 บาท
Toyota Hilux Revo เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,000 บาท
Toyota Fortuner เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มต้น 1,150 บาท
Toyota Commuter เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ราคาสุทธิ 1,150 บาท
อะไหล่ทางเลือก เปิดราคา คุ้มค่า มาตรฐานโรงงาน
ก่อนจะไปพูดเรื่องราคาสุดว้าว ย้อนมาทำความเข้าใจ กับคำว่า “อะไหล่ทางเลือก” กันก่อน สรุปโดยรวมหมายถึง อะไหล่ที่ไม่ได้ผลิตจากค่ายรถยนต์โดยตรง แต่เป็นการผลิตขึ้นจากเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อให้มีคุณสมบัติใกล้เคียง ทำงานได้เหมือนกับอะไหล่ OEM
อะไหล่ทางเลือก Eco Pack Service มั่นใจเรื่องคุณภาพ เพราะได้การรับรองจากโตโยต้า รับประกันคุณภาพอะไหล่และงานซ่อมนานถึง 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ในส่วนราคาพิเศษของ อะไหล่ทางเลือก เช่น ไส้กรองอากาศ 300 บาท*, ไส้กรองแอร์ 270 บาท*, โช้คอัพ 2,050 บาท*, เบรกคู่หน้า 1,670 บาท*, เบรกคู่หลัง 1,310 บาท*, ใบปัดน้ำฝน 175 บาท*, ยาง 1,489 บาท* ฯลฯ (*ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ)
สรุปให้ชัด Eco Pack Service เหมาะกับใคร (ที่สุด)
อ่านจนถึงตรงนี้ ย้ำให้ชัดอีกสักที บริการหลังการขายในแพ็กเกจ Eco Pack Service เหมาะสำหรับรถเก่า ไม่ใช่โฉมปัจจุบัน ทั้ง 7 รุ่น มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป ตอนนี้ Toyota บริษัทแม่เค้ามีบริการเซอร์วิสให้แล้ว พร้อมอะไหล่ทางเลือก และช่างเทคนิคเฉพาะทาง
ขับรถเข้าศูนย์บริการที่ร่วมรายการได้เลย เหมาะกับทุกคนที่มีรถยนต์โตโยต้า ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยเวลา จะซ่อม – จะเช็ก แต่ละครั้งอีกต่อไป
นัดหมายเข้ารับบริการ Eco Pack Service ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า
ดีแบบนี้ คุ้มแบบนี้ ยิ่งมั่นใจแบบนี้ อย่ารอช้า รีบนำรถเข้ารับบริการ Eco Pack Service ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่ร่วมรายการ เพื่อให้รถคันโปรดของคุณ ฟื้นคืนสมรรถนะเหมือนใหม่ ด้วยราคามาตรฐาน
เช็กราคา อะไหล่ทางเลือก >>> คลิกที่นี่ <<<
รายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายเข้ารับบริการ ECO PACK SERVICE >>> คลิกที่นี่ <<<
Oct 1, 2021 | บทความยานยนต์
มาสด้า มือสอง รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอีกหนึ่งค่ายที่ได้รับความนิยมในตลาดรถยนต์มือสองด้วยราคาที่จับต้องได้ เราได้รวบรวมรถ มาสด้า มือสอง รุ่นที่น่าสนใจมาให้แบบครบจบในที่เดียว
มาสด้า เป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังในเรื่องของคุณภาพและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าก่อนที่จะมาเป็น มาสด้า ทุกวันนี้ต้องใช้เวลาพัฒนาและผ่านอุปสรรคมากว่า 100 ปี
มากไปกว่านั้นที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มาสด้า เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีประวัติมาอย่างยาวนานเรียกได้ว่าคู่ขนานมากับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์โลกอย่างสงครามโลกครั้งที่สองก็ว่าได้
บริษัท มาสด้า ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1920 แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้ชื่อมาสด้าแต่เป็นชื่อบริษัท Toyo Cork Kogyo ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าบริษัทนี้ไม่ได้เป็นบริษัทผลิตรถยนต์เหมือนกับมาสด้าในปัจจุบัน เดิมทีบริษัท Toyo Cork Kogyo ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตเครื่องกล หรือ เครื่องยนต์ สำหรับยานพาหนะนั่นเอง
และเกร็ดความรู้เล็กน้อยบริษัท Toyo Cork Kogyo หรือ มาสด้าที่เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ในปัจจุบันได้มีบทบาทในสงครามโลกครั้งที่สองด้วยการผลิตอาวุธให้กับกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติในยุคสงครามที่บริษัทต่างๆ ในประเทศต้องสนับสนุนชาติตัวเอง เช่นเดียวกับ ฟอร์ด ที่ใช้ความรู้และความสามารถของบริษัทผลิตรถให้กองทัพสหรัฐอเมริกา
ในภายหลังบริษัท Toyo Cork Kogyo ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น มาสด้า และ เริ่มผลิตรถยนต์สีล้อคันแรกได้ในช่วงยุคปี 60
เรียกได้ว่ามาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีอายุมากว่า 100 ปี และ มีประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่โด่งดัง เช่น เครื่องยนต์ในตำนานอย่าง “โรตารี่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมาสด้า
รวมรุ่นรถ มาสด้า มือสอง ที่น่าใช้ และ ราคาคุ้มค่า
จากประวัติข้างต้นของมาสด้าคงการันตีเรื่องความชำนาญและประสบการณ์ด้านยานยนต์ให้แก่ผู้ที่สนใจรถมาสด้าได้ไม่มากก็น้อย
มาสด้า เป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราเป็นอย่างมากด้วยที่มีดีกรีเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับที่ 17 ของโลก และ ยอดผลิตรถยนต์ต่อปีกว่า 8 แสนคัน มากไปกว่านั้นด้วยที่ มาสด้า ได้นำ “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) หรือ จิตวิญญาณของความเคลื่อนไหวมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ และ ดีไซน์รถยนต์ ทำให้รถมาสด้าในทุกรุ่นมีดีไซน์และการออกแบบที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นจากแดนอาทิตย์อุทัย แต่คุณภาพด้านสมรรถนะและช่วงล่างความแข็งแรงเทียบเท่ารถยุโรปทำให้เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการทั้งในตลาดมือหนึ่งและมือสอง
สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์ยี่ห้อมาสด้าแต่อยากจะประหยัดงบ หรือ ราคารถมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูง เราได้รวบรวมรถมาสด้า มือสอง รุ่นน่าใช้ ราคาคุ้มค่ามาให้ชม ซึ่งมีทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และ รถยนต์อเนกประสงค์
Mazda 2
มาสด้า 2 เป็นรถขนาด B-segment ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพตามสไตล์มาสด้า เป็นรถน้องเล็กสุดในค่าย มีขนาดตัวถังที่เล็กกะทัดรัด เป็นซิตี้คาร์วิ่งในเมืองสะดวกสบาย และ ยังมีดีไซน์ภายนอกที่มีเอกลักษณ์ มีความสปอร์ตเฉพาะตัวพร้อมดีไซน์ภายในที่ให้ความสัมผัสที่หรูหราไม่แพ้รถยุโรป มากไปกว่านั้น Mazda ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม
สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์คันแรก หรือ รถซิตี้คาร์สุดประหยัดน้ำมันที่มาพร้อมกับออปชันแบบเต็มๆ บอกได้เลยว่า Mazda 2 ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน
สำหรับ Mazda 2 ราคามือหนึ่งป้ายแดงเริ่มต้นที่ 546,000 บาท – 799,999 บาท ส่วนราคารถมือสอง Mazda 2 โฉมปี 2016 ขึ้นไปราคาเริ่มต้นที่ 299,000 บาท
Mazda 3
Mazda 3 เป็นรถมาสด้า มือสอง อีกหนึ่งรุ่นที่มาแรงไม่แพ้รถรุ่นน้องในค่ายอย่าง Mazda 2 ด้วยพื้นฐานกระแสความนิยมของรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือหนึ่งป้ายแดงที่เป็นที่นิยม และ มียอดขายเป็นอันดับต้นๆ ของรถประเภท C-Segment ในบ้านเรา
Mazda 3 เป็นรถขนาดกลาง หรือ รถประเภท C-Segment ที่เป็นรถยนต์ไซส์มาตรฐานในบ้านเรา และ ด้วยความเป็นมาสด้าที่ออกแบบและดีไซน์โดยเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสปอร์ตหรูหราที่มาพร้อมกับออปชันและเทคโนโลยีอีกมากมาย รวมถึงห้องโดยสารที่กว้างขวาง และ สมรรถนะที่ดีเยี่ยมทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์และช่วงล่างตามสไตล์มาสด้าที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นรถสัญชาติญี่ปุ่นที่คุณภาพเทียบเท่ารถยุโรป
ราคารถ Mazda 3 มือสอง
โฉมปี 2005 ราคาเริ่มต้นที่ 100,000 บาทต้นๆ โฉมปี 2011 ราคาเริ่มต้นที่ 200,000 บาท ต้นไปจนถึงปลาย โฉมปี 2014 ราคาเริ่มต้นที่ 300,000 กว่าบาท จนถึง 400,000 กว่าบาท
Mazda CX3
มาถึงรถ Crossover หรือ SUV ขนาดเล็กที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราตอนนี้ ด้วยที่เป็นรถ Crossover ที่สามารถใช้ในเมืองได้ไม่เทอะทะจนเกินไป และ ราคาไม่แรงเท่ารถ SUV ขนาดใหญ่ทั่วไป
ด้วยกระแสของรถ Crossover ขนาดเล็กที่ไม่อาจต้านทานได้ทำให้ทางมาสด้าได้ผลิต Mazda CX3 ออกมาวางจำหน่ายเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์อื่นๆ เช่น Honda ที่มี HRV หรือ Toyota ที่มี Toyota Cross เป็นรถ Crossover ขนาดเล็กในค่ายตัวเอง
Mazda CX3 เป็นรถ Crossover ที่มีความแตกต่างจากค่ายอื่นๆ ตรงที่ดีไซน์ตัวถังของมาสด้าที่มีความเรียบง่ายแฝงความสปอร์ต ทำให้ตัวถังของรถที่ค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์ SUV ดูดีมีมิติ มากไปกว่านั้นออปชันไม่เต็มไม่ใช่มาสด้า
Mazda CX3 เป็นรถ Crossover สัญชาติญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยออปชันเต็มคันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และ เด่นในด้านความสะดวกสบาย อัตราเร่งที่มาอย่างทันใจไม่มีสะดุด ช่วงล่างที่แข็งแรง และยังคงจุดเด่นของค่ายคือความเรียบง่ายหรูหรา ตามสไตล์ Mazda รวมทั้งมีหลังคาซันรูฟสำหรับรุ่นท็อป และ รองท็อป ทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถมาสด้า มือสองที่น่าใช้อีกหนึ่งคัน
Mazda CX-3 มือสอง: ราคาเริ่มต้นที่ 400,000 บาท จนไปถึง 800,000 บาท
Mazda CX5
Mazda CX5 รถพี่ใหญ่ในค่ายมาสด้าที่เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่ ที่มีจุดเด่นในเรื่องของขนาดตัวถังที่ใหญ่ สามารถบรรทุกได้ทั้งคนและสัมภาระ พร้อมทั้งยังมีขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่เพื่อการตอบสนองที่ทันใจและสามารถเดินทางไปได้ทุกที่
Mazda CX5 เป็นรถยนต์ที่ได้ถูกออกแบบให้มีความอเนกประสงค์มากกว่า Mazda CX3 ด้วยขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า พร้อมช่วงล่างที่แข็งแรง ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะที่จะเป็นรถครอบครัว หรือ สายเดินทางไกลที่ยังอยากได้ออปชันและเทคโนโลยีล้ำๆ ตามสไตล์มาสด้าอยู่ แต่ด้วยราคาตัวรถมือหนึ่งป้ายแดงที่ค่อนข้างแรงทำให้ Mazda CX5 เป็นรถมาสด้า มือสองที่น่าสนใจในราคามือสอง
Mazda CX-5 ราคามือสอง
โฉมปี 2014 เริ่มต้นที่ 400,000 กว่าบาท โฉมปัจจุบัน เริ่มต้นที่ 700,000 บาทปลายๆ
Mazda BT50
เป็นรถกระบะ หรือ รถอเนกประสงค์ pick-up ที่โด่งดังในเรื่องของความทนทานและสมรรถนะที่ทรงพลัง และ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นดูสปอร์ต แม้จะเป็นรถกระบะก็ตาม ทำให้ Mazda BT50 เป็นรถกระบะที่มีดีไซน์ภายนอกเป็นเอกลักษณ์อย่างมากถ้าเทียบกับรถ pick up แบรนด์อื่นๆ
ถึงจะเป็นรถกระบะแต่มาสด้าก็ไม่พลาดหรือละเลยในเรื่องของ Detail หรือ รายละเอียด ทำให้เจ้า Mazda BT50 เป็นรถกระบะอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้วัสดุที่คุณภาพสูง และ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด ที่มีความสะดวกสบายเทียบเท่าได้กับรถ SUV เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในหลายรูปแบบ
สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์อเนกประสงค์ pick-up มือสองที่มีดีไซน์และออปชันไว้ใช้งานสักคัน Mazda BT50 เป็นรถกระบะ มาสด้า มือสองที่น่าสนใจไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ
Mazda BT-50 ราคามือสอง
เริ่มต้นที่ประมาณ 250,000 บาท จนถึง 7 แสนปลายๆ สำหรับโฉมปีใหม่ๆ
สรุป
หลังจากที่เราได้ท้าวความตั้งแต่ประวัติโดยย่อของมาสด้าที่เรียกได้ว่าอยู่ในวงการยานยนต์มากว่า 100 ปี และ ยังมีบทบาทในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ สามารถเชื่อถือในประสบการณ์ และ คุณภาพของสินค้าจากแบรนด์นี้ได้พอสมควร
จนมาถึงปัจจุบันที่แบรนด์รถยนต์ที่ชื่อมาสด้าได้ผลิตรถยนต์ออกมาจำหน่ายมากมายหลากหลายรุ่นให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามโจทย์ หรือ จุดประสงค์ของผู้บริโภค
แต่ด้วยมาสด้าเป็นรถที่โด่งดังในเรื่องของคุณภาพที่เทียบเท่ารถยุโรป ทำให้รถบางรุ่นของมาสด้ามีราคาตัวรถมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง เราเลยรวบรวมรถมาสด้า มือสอง รุ่นยอดนิยมในตลาดมาให้ด้วยราคารถมือสองที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดสำหรับใครไม่รู้ว่าจะหาซื้อหรือเช็คราคารถมาสด้า มือสอง แบบทันใจได้ที่ไหน เราแนะนำ Kaidee Auto ที่เป็นศูนย์รวมซื้อขายรถยนต์มือสองขนาดใหญ่บนโลกออนไลน์ที่มีรถมือสองหลากหลายแบรนด์หลากหลายรุ่นให้ได้เลือกชม หรือ เปรียบเทียบราคา แบบครบจบในที่เดียว
Sep 30, 2021 | บทความยานยนต์
หากจะพูดถึงรถ Eco Car ที่ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ทันสมัย สมรรถนะเยี่ยม ที่สำคัญขายต่อราคาไม่ตก ชื่อของ Honda City จะขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ เสมอ การันตีด้วยการเป็นรถเล็กที่ขายดีมากที่สุดในปี 2020 จึงอย่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นรถรุ่นนี้มีอยู่เต็มท้องถนน
ประวัติของ Honda City โดยย่อ
Honda City ถูกออกแบบครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อทศวรรษ 80 ภายใต้ Concept ของรถที่มีขนาดเล็กและประหยัดน้ำมัน โดยใช้ชื่อโครงการว่า SA-7 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Honda City เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นเป็นหลัก ตัวรถออกวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 28 ตุลาคม 1983
ในส่วนของประเทศสยามนั้น Honda City เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 1996 โดยปีแรกที่วางจำหน่ายสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 13,000 คัน และครองแชมป์รถ Eco Car ที่ขายได้มากที่สุดประจำปี จะเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ที่ผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยให้ก้าวไปอีกหนึ่งระดับ
ความยอดเยี่ยมของ Honda City มือสอง
การที่ตัวรถมีความนิยมทำให้รถรุ่นนี้มาพร้อมกับข้อดีหลัก ๆ อยู่สองประการ คือ การซ่อมบำรุงรักษาที่ง่ายและสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาศูนย์ซ่อมบำรุงที่ง่าย อะไหล่มีให้เลือกเยอะ อีกทั้งราคาซ่อมก็ยังไม่แพงอีกด้วย ใครที่อยากได้รถ Eco Car ที่ขับง่าย บำรุงรักษาง่าย City ถือว่าตอบโจทย์
อีกประการคือการเป็นรถรุ่นยอดนิยมของชาวไทย ทำให้การซื้อขายนั้นทำได้ง่าย ได้ราคาดี โดยค่าเฉลี่ยหากเป็นรถรุ่นอื่นเมื่อผ่านไปเกิน 5 ปี ราคาอาจจะเหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ว่ารถตระกูล Honda ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Civic หรือ City ต่างมีราคาตกประมาณ 30-40% (แล้วแต่สภาพการใช้งาน) ดังนั้นใครที่ชอบเปลี่ยนรถบ่อย ๆ ซื้อมา-ขายไป ซื้อรุ่นนี้คุ้ม
ส่องรถ Honda City มือสองเข้าใหม่ที่น่าสนใจ ราคาไม่เกิน 500,000 บาท
ALL NEW HONDA CITY 1.5 SV ปี 2017
ราคา : 465,000 บาท
สำหรับใครที่อยู่เชียงใหม่ห้ามพลาดกับ Honda City สภาพดีตัวท็อปในราคาไม่เกินครึ่งล้าน โดยรถคันนี้โพสต์โดย I car เชียงใหม่ ที่มาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน สีดำสนิท อายุรถเพียง 4 ปี พร้อมโปรโมชันผ่อนสบาย ๆ เพียง 7,xxx เรียกได้ว่าน่าโดนมาก ๆ สำหรับ Honda City คันนี้
HONDA City 1.5 SV i-VTEC ปี 2017
ราคา : 499,000 บาท
มาอีกหนึ่งคันจากเต็นท์รถมือสองชื่อดังอย่าง เต็นท์คุณหญิง ที่มาพร้อมกับ Honda City สีขาวรุ่น SV i-VTEC ปี 2017 โดยรถคันนี้มีสภาพที่ดีเยี่ยม และมีเลขไมค์เพียงแค่ 43,000 KM เท่านั้น เห็นราคาแบบนี้ต้องเป็นเจ้าของแล้ว
HONDA CITY 1.5 S CNG ปี 2013
ราคา : 349,000 บาท
รถบ้านพลอยขวัญ ปล่อยรถ Honda City ออกมาอีกแล้ว กับรุ่นยอดนิยม HONDA CITY 1.5 S ปี 2013 ที่มาพร้อมกับราคาสุดน่ารัก สีที่โดดเด่น พร้อมดีไซน์ที่เหมาะกับวัยรุ่นอย่างมาก Option จัดเต็ม พร้อมกับโปรโมชันด้านไฟแนนซ์ที่ครบวงจร ใครอยากได้รถคันเท่ ๆ ไปใช้ก็ติดต่อเต็นท์ไปได้เลย
HONDA CITY 1.5 SV AT ปี2019
ราคา : 498,000 บาท
จัดมาอีกหนึ่งคันคุ้ม ๆ กับรถอายุไม่เกินสองปี ในราคาที่ถูกกว่ารถมือหนึ่งหลายบาทกับ Honda City 1.5 SV At ปี 2019 จากเต็นท์ 84 CARCENTER สภาพดีการรันตีด้วยบริการ Kaidee Certified เลขไมล์ไม่ถึง 2 หมื่น ใช้งานเยี่ยม พร้อมกับการรับประกันหลังการขายหลายรายการ ใครอยากได้รถสภาพดี ๆ จัดไป
HONDA CITY 1.5 SV ปี 2012
ราคา : 329,000 บาท
หากใครที่อยากได้รถรุ่นนี้แต่สีเด่น ๆ ก็ขอแนะนำคันนี้เลย กับ Honda City 1.5 SV ปี 2012 ที่มาพร้อมกับสีแดงสุดสะดุดตา จาก Big Car group ที่นอกจากจะมีราคาที่น่าสนใจแล้ว ทางเต็นท์ยังมีบริการดูแลตั้งแต่ด้านไฟแนนซ์ไปจนถึงการดูตรวจเช็คสภาพหลังการขาย สนใจก็เข้ามาดูได้เลย
สรุปท้ายบทความ
ที่เราเลือกรถ Honda City มาดูนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยเรายังมีรถยี่ห้อ Honda มากมายให้ได้เลือกซื้อกันอย่างเต็มที่ พร้อมมีรถใหม่ ๆ เข้ามาทุกวัน หากคุณอยากได้รถมือสองสักคัน ต้องนึกถึงเรา Kaidee Auto แพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์อันดับหนึ่งของไทย ที่รวบรวมรถมือสองทั่วฟ้าเมืองไทย มาให้คุณไว้ในที่เดียว