ขั้นตอนแจ้งย้ายทะเบียนรถ

ขั้นตอนแจ้งย้ายทะเบียนรถ

การย้ายทะเบียนรถถือเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญของผู้ใช้รถที่ต้องย้ายถิ่นฐานอยู่อาศัยหรือบางครั้งอาจมีการย้ายเข้าทำงานในเขตต่างจังหวัดเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้การย้ายทะเบียนรถก็มีข้อดีหลายอย่างและยังมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปชมกันเลย 

การย้ายทะเบียนรถนั้นถือเป็นสิ่งที่คนมีรถควรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในกรณีที่ผู้ใช้งานรถต้องย้ายไปต่างจังหวัดหรือย้ายถิ่นฐานที่อยู่เพราะสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง โดยนอกจากจะย้ายทะเบียนรถเพื่อให้ข้อมูลรถตรงกับฐานที่อยู่แล้ว การย้ายทะเบียนยังสามารถเอื้อประโยชน์และความสะดวกสบายอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกในการชำระภาษีประจำปีที่จะทำให้ผู้ที่ย้ายทะเบียนรถไปตามจังหวัดนั้นๆ สามารถชำระภาษีได้เลยโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปยังจังหวัดต้นทาง การติดต่อขอรับบริการจากกรมขนส่งที่ง่ายขึ้นในกรณีที่ต้องการตรวจสภาพรถ ต่อทะเบียน หรือบริการอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญยังมีประโยชน์ด้านการเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามข้อมูลรถในกรณีที่รถถูกโจรกรรมหรือเกิดอุบัติเหตุ เพราะข้อมูลทะเบียนรถที่เป็นปัจจุบันนั้นจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวรถหรือคนร้ายได้ง่ายขึ้น และข้อสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านกฎหมาย เช่น ในกรณีที่บางพื้นที่นั้นอนุญาตให้เฉพาะบุคคลในพื้นที่เข้าถึงเท่านั้นเป็นต้น 

ทะเบียนรถและเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการย้ายทะเบียนรถ

ตัวป้ายทะเบียนที่เราติดอยู่กับตัวรถนั้นมีความสำคัญในการใช้ลงทะเบียนการเป็นเจ้าของรถกับกรมขนส่งทางบก เพื่อให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ยานพาหนะ ซึ่งการจดทะเบียดรถและการติดป้ายทะเบียนนั้นก็มีประโยชน์มากมายทั้งทางด้านกฎหมายและประโยชน์ของผู้ใช้งานรถโดยตรง เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายทะเบียนรถทั้งที ก็อาจจะต้องมีการเตรียมเอกสารกันให้พร้อม และเอกสารสำคัญที่เราใช้ในการย้ายทะเบียนรถคือ

  • เล่มทะเบียนหรือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ เอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารที่ทางกรมขนส่งทางบกได้ออกให้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อรถแรกๆ เพื่อใช้ในการระบุข้อมูลต่างๆ ของรถ ตั้งแต่หมายเลขทะเบียน ชื่อรุ่นรถ สีของรถ ไปจนถึงชื่อของเจ้าของรถ 
  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หมายถึงเอกสาที่ได้รับหลักจากตรวจเช็คสภาพรถซึ่งโดยปกติแล้วจะประกอบไปด้วยหมายเลขทะเบียน ชื่อเจ้าของรถ ปีที่ผลิตรถ รุ่นของรถ เลขตัวถัง และเลขเครื่องยนต์ 
  • ประวัติการต่อทะเบียนรถ โดยปกติแล้วการซื้อรถจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพรถประจำปี อาจมีการซื้อขายกันมาก่อนหน้า หรือรายละเอียดการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะต้องนำใช้ในในการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง
  • บัตรประชาชนของเจ้าของรถ สามารถยื่นเป็นเอกสารตัวจริงเมื่อทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการทำธุรกรรมได้เองก็สามารถใช้สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและหนังสือรับรองได้เช่นเดียวกัน 
  • พ.ร.บ รถยนต์หรือกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี โดยเอกสารนี้จะต้องมีการต่ออายุอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ ปี
  • กรมธรรม์ประกันภัยทั่วไป สามารถเป็นได้ตั้งแต่ประกันชั้น 1 จนถึงประกันภัยชั้น 3 ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ข้อบังคับแต่การมีประกันภัยเหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในกรณีที่รถมีการชำรุดหรือเกิดอุบัติเหตุ
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมและภาษีรถประจำปี โดยใบเสร็จเหล่านี้ผู้ที่จ่ายภาษีรถจะได้รับในทุกๆ ปีและมีสติ๊กเกอร์ที่ต้องติดไว้บริเวณหน้ารถเพื่อแสดงว่าได้ชำระภาษีแล้ว
  • ใบตรวจสภาพรถ โดยหากคุณเป็นเจ้าของรถที่มีรถอายุมากกว่า 7 ปี จะต้องมีการตรวจสภาพรถเพื่อเป็นการยืนยันว่ารถยังสามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหาขัดข้องใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวเองและบุคคลรอบข้างบนถนน ซึ่งใบตรวจสภาพรถนั้นสามารถออกได้โดยสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับจากกรมการขนส่งเท่านั้น
  • เอกสารมอบอำนาจ สำหรับเอกสารนั้นมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการยื่นย้ายทะเบียนรถแทนในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการเองได้ ซึ่งจะต้องมีทั้งสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและลายเซ็นมอบอำนาจในการดำเนินการย้ายทะเบียนรถเท่านั้น

และทั้งหมดนี้คือเอกสารจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการยื่นย้ายทะเบียนรถ หากใครยังขาดเหลือเอกสารตัวไหนก็สามารถเข้ารับบริการที่กรมขนส่งทางบกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการยื่นต่อ พ.ร.บ ประจำปี การตรวจสภาพรถ หรือบริการด้านอื่นๆ อีกมากมาย เอาล่ะ สำหรับใครที่เอกสารพร้อมแล้วมาดูกันเลยว่าแต่ละขั้นตอนต่อจากนี้จะมีอะไรบ้าง

ขั้นตอนแจ้งย้ายทะเบียนรถ

  • ยื่นย้ายทะเบียนรถออกจากจังหวัดต้นทาง โดยทำการเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งของจังหวัดเดิมที่รถได้จดทะเบียนไว้ เจ้าหน้าที่ทำการจะตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลของเอกสารรถ หลังจากที่ชำระค่าใช้จ่ายแล้วจะได้รับหนังสืออนุมัติการย้ายออก ซึ่งจะต้องเก็บเอกสารชิ้นนี้เพื่อใช้ในลำดับถัดไป
  • ยื่นย้ายทะเบียนรถเข้าที่กรมการขนส่งปลายทาง โดยจะต้องนำเอกสารการย้ายออกมายื่นที่จังหวัดใหม่ พร้อมกับเอกสารอื่นๆ เช่น บัตรประชาชนและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ โดยในขั้นตอนนี้อาจต้องมีการตรวจสอบสภาพรถอีกครั้ง หลังจากนั้นทางกรมการขนส่งจะให้ชำระค่าบริการและทำการย้ายทะเบียนรถเข้าให้ ซึ่งจะรวมถึงการออกป้ายทะเบียนใหม่และมีการอัปเดตสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้อีกด้วย แต่ในการขอรับป้ายทะเบียนใหม่จะใช้เวลาในการผลิตขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของผู้ที่ต้องการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง 

ในการย้ายทะเบียนรถแต่ละครั้งอาจจะต้องยุ่งยากกับการวิ่งเตรียมเอกสารให้พร้อม อีกทั้งการดำเนินการก็อาจมีความล่าช้าเกิดขึ้น ดังนั้นการเตรียมตัว เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการดำเนินการย้ายทะเบียนรถได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่ยังไม่มีรถไว้ขับไปทำงานหรือขับไปเที่ยวทางไกลก็อย่าลืมมาเลือกซื้อรถมากมายได้ที่นี่ เพราะเราซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ Kaidee Auto

ฤกษ์ออกรถปี 2025

ฤกษ์ออกรถปี 2025

การออกรถคันใหม่ก็เหมือนกับการเริ่มต้นเดินทางครั้งใหญ่ในชีวิต และเพื่อการเดินทางราบรื่นจึงมีความเชื่อในการดูฤกษ์ออกรถ เพราะวันเวลาที่เหมาะสมมักจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ เสมอ 

การดูฤกษ์งามยามดีนั้นเป็นความเชื่อของชาวไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ว่าด้วยการเลือกวันมงคลตามโหราศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการดูกฤษ์งานแต่ง วันขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงการดูฤกษ์ออกรถ โดยการดูฤกษ์นั้นจะคำนวนจากวันเดือนปีเกิดควบคู่กับดวงดาวเพื่อหาวันที่จะมีพลังงานดีเกิดขึ้นที่เรียกกันว่าฤกษ์มงคลนั่นเอง 

ทำไมจึงควรดูฤกษ์ออกรถ 

การดูฤกษ์ออกรถเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อว่าการออกรถคันใหม่ก็เหมือนการตัดสินใจออกเดินทางครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อให้รถนั้นสามารถนำพาชีวิตของเราไปสู่ที่หมายดีๆ อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภและการเงิน นำมาซึ่งสิ่งดีๆ ตลอดการขับขี่ ถึงแม้ความเชื่อเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องของโชคลาภและปาฏิหาริย์ แต่การเลือกฤกษ์ออกรถที่ดีก็สามารถสร้างความรู้สึกสบายใจตามหลักจิตวิทยาได้เป็นอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจช่วยให้ลดความตึงเครียดระหว่างการขับขี่และช่วยให้ขับขี่ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นการดูฤกษ์ออกรถสามารถทำได้หลายวิธีตั้งแต่การเลือกการดูฤกษ์จากโหราศาสตร์ที่กล่าวไปข้างต้นและดูวันมงคลจากปฏิทินมงคล โดยมักเลือกจากวันพระ วันธงไชย หรือวันอาทิตย์เพราะมีพลังงานด้านบวก เป็นพลังในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ และมักจะหลีกเลี่ยงวันที่ไม่เป็นมงคลเช่นวันที่มีพลังงานไม่ดี วันแห่งความทุกข์ หรือวันเสาร์เพราะเป็นวันที่กักเก็บพลังงานที่ไม่ดีเอาไว้

ฤกษ์ออกรถตามช่วงปีตามความเชื่อและหลักเศรษฐกิจ

เพราะแต่ละช่วงของปีมักมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไปทั้งด้านของความเชื่อและหลักเศรษฐกิจที่มีทั้งขาขึ้นและขาลงซึ่งรายละเอียดก็ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นช่วงต้นปี กลางปี และท้ายปี ซึ่งรายละเอียดของแต่ละช่วงจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  • ฤกษ์ออกรถช่วงต้นปี (เดือนมกราคม – มีนาคม) หากเลือกวันออกรถโดยวิเคราะห์จากการดูฤกษ์นั้นจะถือว่าการออกรถต้นปีเป็นช่วงที่ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เชื่อว่าจะได้รับพลังงานบวกอย่างเต็มที่ ได้รับความเป็นสิริมงคลที่ช่วยให้เจริญรุ่งเรื่องทำสิ่งใดก็เกิดผลดีตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีวันมงคลมากมายไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ไทย ปีใหม่จีน และช่วงเดือนมีนาคมยังเป็นช่วงดีเพราะดาวเสาร์โคจรออกจากตำแหน่งที่จะส่งผลร้ายต่อการออกรถ และหากวิเคราะห์ตามหลักเศรษฐกิจจะเห็นได้ว่าการออกรถช่วงต้นปีเป็นช่วงที่ตลาดยานยนต์มักจะไม่ได้มีส่วนลดสูงมากนักแต่ก็จะมีการออกโปรโมชันต้อนรับปีใหม่ออกมามากมายเพื่อกระตุ้นยอดขาย อีกทั้งมักจะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาให้เลือกมากมายอีกด้วย
  • ฤกษ์ออกรถช่วงกลางปี (เดือนเมษายน – กรกฎาคม) การออกรถช่วงกลางปีตามความเชื่อโหราศาสตร์นั้นกล่าวไว้ว่าดวงดาวต่างๆ จะเริ่มโคจรไปในทิศทางที่เหมาะสม หากออกรถใหม่ก็จะได้รับพลังงานดีๆ ทำให้ชีวิตมีความมั่นคงไร้ซึ่งอุปสรรค เสริมดวงด้านความปลอดภัยและการเจริญก้าวหน้า ในด้านเศรษฐกิจของตลาดยานยนต์ช่วงกลางปีนั้นจะเริ่มมีการล้างสต๊อกรถรุ่นเก่าออกที่จะทำให้รถปีเก่ามีราคาถูกลงและอาจได้รับโปรโมชันพิเศษอย่างเช่นโปรผ่อนชำระ พร้อมทั้งช่วงกลางปีมักมีการจัดแสดงรถในหลายพื้นที่ที่จะช่วยดึงดูดผู้คนให้มาซื้อรถกันมากขึ้น แต่ก็อาจจะพลาดโปรโมชั่นลดล้างสต๊อกครั้งใหญ่ช่วงสิ้นปีหรือรถรุ่นใหม่ที่จะมีการอัปเกรดเทคโนโลยีต่างๆ 
  • ฤกษ์ออกรถช่วงท้ายปี (เดือนตุลาคม – ธันวาคม) ตามความเชื่อโหราศาสตร์นั้น การออกรถช่วงท้ายปีเป็นการเตรียมความพร้อม เตรียมสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิต พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปีใหม่ที่จะถึง สิ่งที่น่าดึงดูดใจของช่วงท้ายปีอาจไม่ใช่แค่การเตรียมสิ่งดีๆ เข้าสู่ชีวิต เพราะในช่วงท้ายปีมักจะมีการลดล้างสต๊อกของรถยนต์เพื่อรอรับรถรุ่นใหม่ๆ ดังนั้นแอดขอบอกเลยว่าโปรโมชันแน่น ส่วนลดเพียบ ถือว่าเป็นช่วงที่คนนิยมออกรถมากพอๆ กับช่วงต้นปีเลยทีเดียว 

ฤกษ์ออกรถปี 2025

เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกรถใหม่ในปีหน้า วันนี้kaideeขอรวบรวมวันมงคลมาให้ครบทั้ง 12 เดือน เพื่อให้ชาวkaideeได้ขับรถไปหาเงินทอง โชคลาภ ความรัก พร้อมกับมีสุขภาพที่ดีขับขี่ปลอดภัยกันอย่างถ้วนหน้า ในแต่ละเดือนจะมีวันมงคลวันไหนบ้างไปดูกันเลย

  • มกราคม เป็นช่วงที่ดาวศุภเคราะห์โคจรมาในจุดดี จึงเหมาะแก่การเริ่มทำสิ่งมงคลรวมถึงการออกรถด้วยเช่นกัน วันที่มงคลคือวันที่ 7 , 10 , 18 , 22 และ 30
  • กุมภาพันธ์ เป็นฤกษ์ดีสำหรับการเดินทางและการเคลื่อนย้าย ซึ่งวันมงคลของเดือนกุมภาพันธ์มีทั้งหมด 5 วันคือวันที่ 6 , 14 , 19 , 21 และ 28
  • มีนาคม ช่วงเดือนที่ดาวบาปเริ่มเคลื่อนตัวออกจากวงโคจร เป็นการเปิดฤกษ์ดีในการเริ่มสิ่งใหม่ วันที่เป็นมงคลคือวันที่ 1 , 8 , 13 , 22  และ 27
  • เมษายน นอกจากจะมีวันปีใหม่ไทยที่เป็นวันมงคลแล้ว เดือนเมษายังมีพลังงานดีที่เหมาะแก่การเคลื่อนไหวและการใช้ยานพาหนะในการเดินทางอีกด้วย โดยมีวันมงคลคือวันที่ 4 , 9 , 11 , 18 และ 26
  • พฤษภาคม เดือนแห่งความก้าวหน้าเริ่มสิ่งใหม่ พลังบวกของเดือนนี้จะนำมาซึ่งความมั่นคงในชีวิต วันมงคลของเดือนนี้คือ 5 , 8 , 16 ,19 และ 24
  • มิถุนายน ในช่วงจุดกึ่งกลางของปีนี้ดาวศุภเคราะห์จะสร้างพลังบวกมากขึ้น ซึ่งวันที่เหมาะแก่การออกรถที่สุดคือวันที่ 3 , 6 ,12 , 20 และ 25
  • กรกฎาคม เป็นเดือนที่ไม่ตรงกับวันอัปมงคลใดเลยจึงเหมาะกับการเดินทางใหม่และการออกรถใหม่เป็นอย่างมาก วันที่มงคลของเดือนนี้คือ 7 , 10 , 14 , 23 และ 29 
  • สิงหาคม ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ดวงดาวโคจรไปยังจุดที่ส่งผลดี หากออกรถใหม่ในช่วงนี้นอกจากจะส่งผลให้เดินทางไปสู่ความสำเร็จแล้วยังช่วยเสริมดวงด้านอื่นๆ อีกด้วย วันมงคลของเดือนนี้คือ 4 , 8 ,13 ,17 และ 30
  • กันยายน ถือเป็นฤกษ์มงคลที่สามารถรับพลังจากดวงดาวได้อย่างเต็มที่เพราะดาวเคราะห์ทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการริเริ่มทำสิ่งใหม่ วันที่เหมาะกับการออกรถคือ 1 , 6 , 9 , 12 และ 21
  • ตุลาคม จากช่วงเดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือนนี้ การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ยังคงโคจรอยู่ในจุดที่สร้างพลังงานบวกได้อย่างต่อเนื่อง การออกรถช่วงนี้จะช่วยให้ชีวิตและการขับขี่มีแต่ความราบรื่นเช่นเดียวกัน และวันมงคลของเดือนนี้คือวันที่ 3 , 8 , 11 , 19 และ 25
  • พฤศจิกายน สำหรับเดือนนี้ดวงดาวจะโคจรไปในทิศทางที่ดีเหมาะแก่การขับขี่โดยตรง การเริ่มออกรถใหม่เพื่อเดินทางจะสามารถเสริมดวงและสร้างสิริมงคลได้เป็นอย่างดี วันที่มงคลคือ 2 , 6 , 10 , 14 และ 28
  • ธันวาคม การออกรถช่วงเดือนธันวาคมเปรียบเสมือนการเริ่มต้นเดินทางไปหาสิ่งดีสิ่งใหม่ ก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมาไปหาสิ่งดีสิริมงคลในปีหน้า วันที่มงคลคือ 1 , 9 , 13 , 21 และ 30

จบไปแล้วกับการดูฤกษ์ออกรถตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือมือสองก็สามารถดูฤกษ์งามยามดีก่อนเริ่มขับขี่ เพื่อเพิ่มความราบรื่นในการเดินทางของชีวิตและไปสู่จุดหมายที่เรียกว่าการประสบความสำเร็จโดยสวัสดีภาพ 

หากต้องการออกรถสักคันไม่ต้องรอถึงสิ้นปีก็สามารถหารถยนต์หลากหลายรุ่นราคาดีได้ที่ Kaidee Auto

สีรถมงคล เสริมโชคตามวันเกิดและราศี

สีรถมงคล เสริมโชคตามวันเกิดและราศี

ในการออกรถแต่ละคันนอกจากจะต้องคำนึงถึงฟังก์ชันและราคา อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือสีรถมงคล สีไหนขับแล้วปัง สีไหนขับแล้วพัง วันนี้kaideeจะพาทุกคนไปดูวิธีเลือกสีรถให้ถูกโฉลกและเสริมพลังด้านบวกในการขับขี่ของทุกคน

หากการเลือกยี่ห้อรถเปรียบเสมือนความไว้ใจในแบรนด์นั้นๆ การเลือกสีรถมงคลก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่รถ เสริมสร้างสิริมงคล ความสบายใจและนำมาซึ่งโชคลาภ เพราะเชื่อกันว่า รถยนต์ก็เปรียบเสมือนยานพาหนะที่นำพาเราไปยังจุดหมายที่เรียกว่าความประสบความสำเร็จ ระหว่างทางอาจต้องพบเจออุปสรรคที่ขว้างกั้น หรืออาจมีอันตราย การเลือกสีรถมงคลจะเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวกให้เข้ามาสู่เจ้าของรถนั่นเอง ซึ่งการเลือกสีรถมงคลสามารถแบ่งออกไปได้ทั้งหมดสองลักษณะคือการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดและการเลือกสีรถมงคลตามราศี ซึ่งการเลือกสีรถมงคลทั้งสองแบบนั้นก็มีที่มาความเชื่อที่ต่างกันออกไปดังนี้

สีรถมงคลเสริมโชคตามวันเกิด

การเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดนั่นเป็นความเชื่อในวัฒนธรรมไทย มาจากการเสริมดวงโดยดูจากโหราศาสตร์ที่เชื่อว่าสีของสิ่งของสามารถนำพาความเป็นสิริมงคลมาให้ผู้ที่ใช้งาน เพราะทางโหราศาสตร์ไทยนั้นมีการเชื่อมโยงวันเกิดเข้ากับพลังงานของดวงดาว และเชื่อว่าดวงดาวที่วนเวียนอยู่ในระบบสุริยะนั้นจะเป็นตัวควบคุมชีวิตประจำวันของผู้คนที่เกิดในวันนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การงาน โชคลาภ สุขภาพ และความรัก ดังนั้นจึงมีการเลือกสีมงคลจากดวงดาวที่สอดคล้องกับวันเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีเสื้อ สีเล็บ สีผม ไปจนถึงสีของรถที่ขับนั่นเอง ฉะนั้นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดจะช่วยเรื่องการเสริมดวงในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น ขับรถไปไหนก็มั่นใจหายห่วง ไม่มีเรื่องร้ายให้ต้องกังวล นอกจากนั้นยังช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ ความรัก หรือดวงด้านอื่นๆ ประจำดาววันเกิดแต่ละวัน และในแต่ละวันเกิดจะอยู่คู่กับดาวดวงไหน สีไหนมงคล สีไหนเสริมดวงและโชคลาภ และสีไหนที่ต้องเลี่ยง ไปดูกันต่อได้เลย

  • สีรถมงคลประจำวันอาทิตย์ คนเกิดวันอาทิตย์มีดวงอาทิตย์เป็นดาวประจำวัน เป็นพลังงานของไฟและความร้อนแรง ดังนั้นสีแดง สีส้ม และสีทองจะช่วยเสริมพลังงานให้แก่คนที่เกิดวันอาทิตย์ ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภและความมั่งคั่ง มีความเป็นผู้นำและสามารถนำมาซึ่งอำนาจ สีที่คนเกิดวันอาทิตย์ควรหลีกเลี่ยงคือสีน้ำเงินเพราะเป็นสีของน้ำ เชื่อว่าสีน้ำเงิน สีฟ้า จะคอยตัดพลังงานด้านบวกให้กับคนเกิดวันอาทิตย์นั่นเอง 
  • สีรถมงคลประจำวันจันทร์ คนเกิดวันจันทร์นั้นมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำวันเกิด ดังนั้นสีที่เป็นมงคลของคนที่เกิดวันจันทร์คือสีขาว สีครีม และสีเหลือง เชื่อว่าสีเหล่านี้เป็นสีของความบริสุทธิ์และจะนำมาซึ่งความสงบในจิตใจ ดังนั้นการเลือกรถที่มีสีขาว สีครีม และสีเหลืองจะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและผ่อนคลายตลอดทาง อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภและเมตตามหานิยมอีกด้วย สีที่คนเกิดวันจันทร์ควรเลี่ยงคือสีแดง เพราะเป็นสีที่ขัดแย้งต่อพลังงานของดวงจันทร์อย่างสิ้นเชิง
  • สีรถมงคลประจำวันอังคาร คนที่เกิดวันอังคารนั้นมีดาวอังคารเป็นดาวประจำตัว มีพลังงานของไฟบางส่วน สีประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคารคือสีชมพู สีส้ม และสีม่วง สีเหล่านี้จะช่วยเสริมพลังงานบวกด้านการงาน ความมั่นคงในชีวิต ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภในชีวิต สีต้องห้ามของผู้ที่เกิดวันอังคารคือสีขาวและสีเหลือง
  • สีรถมงคลประจำวันพุธกลางวัน คนที่เกิดวันพุธกลางวันคือคนที่เกิดในช่วงเวลา 6 โมงเช้าจนถึง 17:59 น. มีดาวพุธเป็นดาวประจำตัว ดังนั้นการเลือกรถสีเขียว สีดำ และสีเทาจะช่วยเสริมสร้างดวงด้านการงานให้มั่นคง เสริมสร้างสติปัญญาให้ฉลาดหลักแหลม ไม่ว่าจะเจรจาต่อรองด้านใดก็จะประสบผลสำเร็จ เดินทางไปยังที่ใดก็จะปลอดภัยไร้อุปสรรค สีที่คนเกิดวันพุธกลางวันควรเลี่ยงคือสีชมพู เพราะจะทำให้การเดินทางติดขัดไม่ราบรื่น 
  • สีรถมงคลประจำวันพุธกลางคืน คนที่เกิดวันพุธกลางคืนคือเกิดในช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึง ตี 5:59 น. ถึงแม้ว่าดาวประจำวันเกิดจะเป็นดาวดวงเดียวกัน แต่ว่าสีมงคลประจำวันพุธกลางคืนคือสีขาว สีครีม และสีเหลืองอ่อน เชื่อว่าสีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานทางด้านโชคลาภ ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ช่วยให้ชีวิตราบรื่นไม่ติดขัด และสีที่คนเกิดวันพุธกลางคืนควรหลีกเลี่ยงคือสีส้มและสีแดง สีที่ขัดกับพลังงานของผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนจะนำมาซึ่งความถดถอยด้านปัญญา 
  • สีรถมงคลประจำวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี มีดาวพฤหัสเป็นดาวประจำวันเกิด ซึ่งสีที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันนี้คือสีส้ม สีเหลือง และสีขาว สีเหล่านี้จะช่วยเสริมความมั่นคง มั่งคั่ง เสริมดวงด้านโชคลาภ และพลังงานด้านบวกที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่น สีที่คนเกิดวันพฤหัสบดีควรหลีกเลี่ยงคือสีดำและสีม่วงซึ่งเป็นสีที่ขัดกับพลังงานด้านบวกของคนที่เกิดวันนี้
  • สีรถมงคลประจำวันศุกร์ คนเกิดวันศุกร์มีดาวศุกร์เป็นดาวประจำตัว สีประจำวันเกิดคือสีฟ้า สีชมพู และสีเขียว หากผู้ที่เกิดวันศุกร์ขับรถสีเหล่านี้ก็จะช่วยปรับสมดุลให้ชีวิตราบรื่นและไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ขับขี่เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอผู้คนมากมายก็สามารถสร้างความรักและมิตรภาพที่ดีได้เสมอ สีที่คนเกิดวันศุกร์ควรเลี่ยงคือสีเทาและสีดำ เชื่อว่าสีที่หม่นหมองจะขัดกับพลังงานที่สดใสของคนเกิดวันศุกร์
  • สีรถมงคลประจำวันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์นั้นจะมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัว สีที่เป็นสิริมงคลของคนที่เกิดวันเสาร์คือสีดำ สีเทา และสีม่วง เพราะดาวเสาร์คือตัวแทนแห่งความแข็งแกร่ง ดังนั้นสีเหล่านี้จะนำมาซึ่งความปลอดภัยในการเดินทาง เสริมพลังอำนาจให้แก่คนเกิดวันเสาร์และช่วยปัดเป่าพลังอันตรายทั้งปวงที่จะเข้ามา สีที่คนเกิดวันเสาร์ควรเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือสีเขียวนั่นเอง 

สีรถมงคลเสริมโชคตามราศี

การเลือกสีรถตามราศีนั้นเป็นความเชื่อของโหราศาสตร์ตะวันตก โดยการวิเคราะห์จากจักรราศีและธาตุที่สอดคล้องกัน ซึ่งพลังงานธาตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือดิน น้ำ ลม และไฟ ดังนั้นการเลือกสีรถมงคลตามราศีนั้นคือการปรับธาตุเพื่อเพิ่มความสมดุลในชีวิตทั้งด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ หรือการนำมาซึ่งโชคลาภ สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกสีรถตามราศีคือการสะท้อนตัวตน ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพออกมาตามพลังงานเฉพาะตัวของแต่ละราศี ซึ่งจะมีธาตุและสีมงคลที่ต่างกันดังนี้ 

  • ราศีมังกร คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม ธาตุดิน สีรถมงคลประจำราศีมังกรคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม สีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง มั่นคง เสริมพลังบวกด้านโชคลาภและการงานให้มั่นคงขึ้น สามารถบริหารจัดการคนได้ดี 
  • ราศีกุมภ์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ ธาตุลม สีรถมงคลประจำวันเกิดของราศีนี้คือสีม่วง สีเทา และสีฟ้า สีเหล่านี้จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ สามารถเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับผู้อื่น หากเป็นนักคิดก็จะคิดได้ดี หากเป็นนักพูดก็จะมีแต่ผู้คนคล้อยตาม สีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานบวกในการทำงานส่วนตัวและการทำงานส่วนรวมได้อย่างดี
  • ราศีมีน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิดราศีนี้เหมาะกับการขับรถสีขาว สีฟ้าอ่อน และสีเขียว จะช่วยสร้างความสงบทางอารมณ์ ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และสามารถค้นพบตัวเองและพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
  • ราศีเมษ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มีนาคม – 19 เมษายน ธาตุไฟ ผู้ที่เกิดราศีนี้หากขับรถสีแดงหรือสีส้มจะช่วยเสริมพลังด้านความมั่นใจ ความกระตือรือร้นและความเป็นผู้นำได้เป็นอย่างดี มีความทะเย้อทะยานและมีพลังในการตัดสินใจสูง การขับรถสีนี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น 
  • ราศีพฤษก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 เมษายน – 20 พฤษภาคม ธาตุดิน ราศีนี้จะถูกโฉลกกับสีเขียวและสีชมพู สีเหล่านี้จะช่วยสร้างสมดุลด้านความสงบในชีวติ นำมาซึ่งความเจริญมั่งคั่ง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ผู้คนโดยรอบ พลังงานบวกจะช่วยเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานให้ดีขึ้น 
  • ราศีเมถุน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน ธาตุลม สีมงคลประจำราศีเมถุนคือสีเหลืองและสีฟ้า สามารถนำมาซึ่งความสว่างในชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์บังเกิด พลังงานจากสีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับตัวได้ง่ายในทุกสภาพแวดล้อม มีดวงด้านการเจรจาตกลงและเป็นผู้พูดที่ดีได้ 
  • ราศีกรกฎ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม ธาตุน้ำ สีรถมคลประจำวันเกิดคือสีขาว สีเงิน และสีฟ้าอ่อน สีเหล่านี้จะช่วยให้ชาวราศีกรกฎมีความสงบสุขในจิตใจ ช่วยป้องกันภัยอันตรายรอบตัวและยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวราบรื่นมีแต่ความสุข 
  • ราศีสิงห์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม ธาตุไฟ สีรถที่เหมาะกับชาวราศีนี้คือสีทอง สีส้ม และสีแดง สีเหล่านี้จะส่งเสริมพลังด้านอำนาจ บารมี เสริมสร้างพลังงานความเป็นผู้นำ ดึงดูดโชคลาภด้านการเงินและการงานเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ 
  • ราศีกันย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 สิงหาคม – 22 กันยายน ธาตุดิน นิยมใช้สีเขียวและสีฟ้ามาช่วยเสริมสร้างความสงบในจิตใจ เพิ่มพลังงานด้านความคิด การไตร่ตรอง การวางแผนในชีวิตและการทำงานให้ราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรคขวางกั้นในชีวิต 
  • ราศีตุลย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กันยายน – 22 ตุลาคม ธาตุลม คนเกิดราศีนี้จะมีสีฟ้าและสีชมพูเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวก เพิ่มความสงบสุขและสร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ เจรจาด้านใดก็มีแต่คนคล้อยตาม เป็นสีที่นำมาซึ่งความรักและความสุข 
  • ราศีพิจิก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน ธาตุน้ำ สีมงคลประจำราศีพิจิกคือสีแดงเข้ม สีม่วง และสีดำ สีโทนเจ้มเหล่านี้จะนำมาซึ่งพลังงานแห่งความหนักแน่นในจิตใจ ช่วยให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความราบรื่นทั้งด้านการงานและการใช้ชีวิตด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง
  • ราศีธนู คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม ธาตุไฟ สีที่จะส่งผลให้ผู้ที่เกิดราศีนี้ประสบความสำเร็จและเติบโตในหน้าที่การงานคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม นอกจากนั้นยังช่วยปัดเป่าอุปสรรคที่จะเข้ามาในชีวิต ช่วยให้เจริญก้าวหน้านำมาทั้งอำนาจและสติปัญญานั่นเอง

การเลือกสีรถมงคลเป็นความเชื่อที่ชาวไทยยึดถือมาเป็นเวลานาน นอกจากจะเพื่อส่งเสริมดวงด้านต่างๆ แล้วยังช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้น และไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดหรือตามราศี หากมีสติในการขับขี่และการใช้ชีวิตประจำวัน คิดดี พูดดีต่อผู้อื่น ก็จะช่วยสร้างพลังงานบวกแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน 

ถ้ารู้วันเกิดหรือราศีตัวเองแล้วอยากได้รถขับสักคัน อย่าลืมมาเลือกซื้อกันได้ที่ Kaidee Auto เพราะที่นี้เรามีสีรถให้เลือกมากมาย ซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ Kaidee Auto

รวม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อส่งท้ายปี 2024

รวม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อส่งท้ายปี 2024

เทคโนโลยีสุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดของรถ EV ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักของผู้ใช้รถบนถนน นับจากการเปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างไม่รู้จบ วันนี้เราจะพามาชม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อส่งท้ายปี 2024 กัน 

ทำไมต้องรถ EV

อย่างที่ทราบกันดีว่ารถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้านั้นเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยมีแบตเตอรี่เป็นตัวสร้างพลังงานหลักแทนน้ำมันเบนซินหรือดีเซล ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สามารถช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรน้ำมันและลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดปัญหามลพิษและภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี แต่นี่อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะทำให้คุณเปลี่ยนใจมาใช้รถ EV แน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกข้อดีและข้อเสียทั้งหมดเกี่ยวกับรถ EV ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้นจะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลย

ข้อดีของรถ EV 

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งระยะสั้นและระยะยาว เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างรถยนต์วิ่งน้ำมันทั่วไปกับรถ EV แล้ว จะพบได้ว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มขับ เพราะพลังขับเคลื่อนรถนั้นมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถเติมพลังงานได้ด้วยการชาร์จไฟ เมื่อเปรียบเทียบค่าพลังงานไฟฟ้ากับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ก็จะเห็นความแตกต่างของราคาที่ต้องจ่ายอย่างเห็นได้ชัด นอกจากการประหยัดค่าพลังงานที่ต้องจ่ายในการขับขี่แต่ละครั้งแล้ว การใช้งานรถ EV ยังสามารถลดค่าบำรุงรักษาระยะยาวได้ด้วย เนื่องจากการใช้พลังงานหลักมาจากตัวแบตเตอรี่ที่ส่งพลังงานไฟฟ้าไปรอบคัน ต่างกับรถวิ่งด้วยน้ำมันที่จะต้องมีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ไม่ต้องคอยเช็คน้ำมันเครื่องหรือระบบท่อไอเสีย ซึ่งนวัตกรรมนี้สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนั่นเอง 
  • ลดพลังงานที่สูญเปล่ากับประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีขึ้น ด้วยประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าในรถ EV นั้นสามารถดึงพลังงานมาใช้ได้มากถึง 85-90% ของพลังงานที่ถูกปล่อยออกมา ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน ในขณะที่รถยนต์วิ่งน้ำมันต้องมีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดเป็นพลังงาน ซึ่งในบางครั้งสามารถสูญเสียพลังงานเป็นความร้อนถึง 80% เลยทีเดียว ทำให้เกิดปัญหาการสิ้นเปลืองน้ำมันรถตามมานั่นเอง 
  • เทคโนโลยีสุดล้ำไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นรถ EV ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็เพียบพร้อมไปด้วยระบบปฏิบัติการอัจริยะพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องเสียง หรือหน้าจอแสดงผลที่แม่นยำ ในรถ EV บางรุ่นยังสามารถเพิ่มระบบขับขี่อัตโนมัติ การเชื่อมต่อแบบ smart cockpit ระบบเบาะนวดระหว่างขับขี่ และระบบช่วยเหลือในการขับขี่รอบด้านอย่างเช่นกล้องช่วยมองจุดบอด หรือระบบเบรกอัตโนมัติเข้ามาอีกด้วย การขับขี่รถ EV ก็เหมือนกับได้ขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่มีแต่การพัฒนาฟังก์ชั่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสบการณ์ขับขี่ที่ดีเยี่ยมนั่นเอง
  • การชาร์จไฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ในการชาร์จไฟรถ EV นั้นมีความยืดหยุ่นมาก สามารถทำได้ตั้งแต่การชาร์จด้วยไฟบ้าน โดยปกติจะใช้ปลั๊ก 120 โวลต์โดยตรงจากเต้ารับไฟฟ้าภายในบ้าน ถึงแม้จะใช้เวลานานในการชาร์จแต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ง่ายและสามารถประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นเมื่อชาร์จช่วงกลางคืน นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จไฟแบบกระแสไฟฟ้าสลับ 240 โวลต์ที่สามารถติดตั้งได้ที่บ้าน หรือสามารถเข้าชาร์จได้ที่สถานที่ชาร์จสาธารณะ ซึ่งในบางครั้งสถานที่ชาร์จไฟสาธารณะก็มีจุดชาร์จไฟด้วยไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งกำลังไฟจะสูงถึง 50 กิโลวัตต์หรือที่เรียกว่าฟาสต์ชาร์จ โดยกระแสไฟฟ้านี้จะสามารถชาร์จได้เต็มภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง 
  • สิทธิพิเศษของผู้ใช้รถ EV ผู้ใช้รถ EV ในหลายประเทศรวมถึงในไทยนั้นจะได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลได้ด้านสิทธิประโยชน์ที่ประกาศออกมาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถยนต์หันมาใช้รถ EV แทน เพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างเช่นการลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าที่ประเทศไทยได้ทำข้อตกลงกับประเทศจีนซึ่งช่วยให้ราคารถที่มาจากจีนมีราคาต่ำลง หรือจะเป็นภาษีสรรพสามิตต่ำสำหรับผู้ใช้งานรถ EV ให้เหลืออยู่เพียงแค่ 2-8% เท่านั้น อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เช่นสิทธิการจอดรถสำหรับรถ EV ในห้างสรรพสินค้า สิทธิส่วนลดค่าชาร์จรถ EV และการเริ่มขยายสถานีชาร์จไฟให้ครอบคลุมทุกการเดินทางทั่วประเทศ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟอีกต่อไป 

ข้อเสียของรถ EV 

  • ระยะเวลาการชาร์จที่ใช้เวลา ด้วยระยะเวลาในการชาร์จไฟที่นานเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถึงแม้ว่าการฟาสต์ชาร์จจะสามารถทำเวลาได้เร็ว แต่ทว่าการชาร์จโดยทั่วไปนั้นอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง 
  • ระยะทางการวิ่งที่จำกัด ในการเติมน้ำมันรถหนึ่งครั้งอาจสามารถวิ่งได้ไกลเกือบพันกิโลเมตร ในขณะที่รถ EV สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่สั้นขึ้นอยู่ที่ราวๆ 300-600 กิโลเมตรเพียงเท่านั้นขึ้นอยู่กับรุ่นรถ หากจะต้องเดินทางไกลก็อาจจะต้องหาที่สำรองชาร์จตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง 
  • การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ เพราะรถ EV นั้นทำงานโดยการส่งกระแสไฟฟ้าจากตัวแบตเตอรี่หลักซึ่งตัวแบตเตอรี่ที่ใช้งานสามารถเสื่อมสภาพไปได้ตามกาลเวลา รวมถึงความร้อนในระหว่างการใช้งานการชาร์จเร็วก็สามารถทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ง่ายเช่นเดียวกัน 

รวม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อ

  • Tesla Model 3 Long Range เป็นรถ EV ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 2020 เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวม 441 แรงม้า และสามารถเร่งได้จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.4 วินาที สามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 614 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการฟาสต์ชาร์จ มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 15 นิ้วและระบบปฏิบัติการสุดล้ำจาก Tesla อย่างระบบเตือนการชน ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบการขับขี่อัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับรถทางไกลเพราะเป็นรถ EV ที่มีสมรรถนะสูงอีกหนึ่งตัวของ Tesla เลยทีเดียว
  • ORA Good Cat รถ EV รุ่นยอดนิยมของ Great Wall ในปี 2021 ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 143 แรงม้า สามารถเร่งได้จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 9.3 วินาที วิ่งในระยะทางได้ยาวถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งหน้าขนาดใหญ่และระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ดีไซน์ที่โดดเด่นและเอกลักษณ์ที่ครบครันต้องยกให้เจ้าเหมียวตัวนี้เลย
  • MG4 Electric Icon เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2023 เป็นรถ EV 5ประตูรุ่นรองท็อปที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 170 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 425 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซน์ล้ำสมัยพร้อมไฟหน้า LED มาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เบาะหนังสังเคราะห์และระบบปรับอากาศแบบแยกโซน
  • Porsche Taycan รถสปอร์ตไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถเร่งความเร็วได้ที่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รองรับการชาร์จเร็วโดยทำเวลาได้สูงสุดอยู่ที่ 22.5 นาทีเท่านั้น และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 420-500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เรื่องดีไซน์ไม่ต้องพูดถึงเพราะสวย หรู สปอร์ต ฉบับ Porshe แน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชันการช่วยขับขี่ที่ครบครัน หน้าจอกว้างถึง 16.8 นิ้ว และระบบเสียงรอบทิศทาง
  • BYD Seal Lion Premium รถซีดานไฟฟ้าที่พึ่งเปิดตัวออกมาได้ไม่นาน มาครบทั้งดีไซน์สปอร์ตและเทคโนโลยีสุดล้ำ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีกำลังสูงถึง 523 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 3.8 วินาทีเท่านั้น มาพร้อมกับ Blade Battery ของ BYD ที่มีความทนทานและปลอดภัยสูง สามารถวิ่งได้สูงสุด 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 15.6 นิ้วแบบหมุนได้ และเพิ่มระบบขับขี่อัจฉริยะอย่างตัวช่วยเบรกฉุกเฉินและตัวช่วยมองจุดบอดมาให้ สบายตลอดการขับขี่ด้วยเบาะไฟฟ้าที่สามารถเป่าลมแอร์ระหว่างขับขี่ได้ 

หลายคนคงจะเริ่มตาลุกวาวจากข้อดีที่มากมายและข้อเสียที่น้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างรถ EV กับรถวิ่งน้ำมันธรรมดาใช่ไหมล่ะ หากสนใจรถ EV ก็อย่าลืมไปงาน Motor Show ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานีนี้ ราคาบัตรเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้น 

เรียกได้ว่าน่าทึ่งเป็นอย่างมากสำหรับทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบปฏิบัติการที่ครบครัน หากสนใจรถ EV มือสองราคาดีไปทดลองขับสามารถซื้อได้ที่ kaidee auto เพราะเราซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ kaidee auto ได้เลย 

รถบ้าน รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท ผ่อนถูก จัดไฟแนนซ์คุ้มสุด

“คอนเทนต์ชี้เป้า !!! รวม รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท คุ้มสุดในไทย คัดสภาพนางฟ้า ออกรถง่าย ผ่อนเริ่มต้นถูกมาก”

ฟ้าเปิด โอกาสดี มาถึงแล้ว ! Kaidee Auto จัดให้ตามคำเรียกร้อง สำหรับลูกค้าอยากมีรถคุณภาพดี พร้อมใช้งาน ไม่ต้องถือเงินก้อนไปซื้อ ไม่เหนื่อยผ่อนนาน แถมภาระไม่บานปลาย ต้องนี่เลย “รถบ้าน รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท” มีรุ่นไหนบ้าง ตามไปดู

การมีรถดี ๆ ขับใช้งานสักคัน นับเป็นความฝันของใครหลายคน ทว่าด้วยข้อจำกัดที่แตกต่าง ทำให้แต่ละคนมีโอกาสไม่เหมือนกัน Kaidee Auto มาพร้อมทางเลือกใหม่ ด้วยข้อเสนอน่าสนใจ ช่วยให้คุณมีรถด้วยวิธีการที่ง่าย และใช้งบในกระเป๋าน้อยลง แบบคาดไม่ถึง 

ใครจะเชื่อว่า เงิน 3 แสนบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของรถดี ๆ สักคันได้แล้ว เมื่อก่อน… อาจเป็นเรื่องยาก แต่ปัจจุบัน… ทำได้ เราไปดูกันว่า รถบ้าน รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท มียี่ห้อไหนบ้าง เปิดเช็กลิสต์พร้อมกันได้เลย

Toyota Vios รุ่นปี 2013

เริ่มต้นกันที่ Toyota Vios รถเก๋ง B – Segment รุ่นยอดนิยม แม้ปัจจุบัน Toyota ไม่ไปต่อกับโมเดลนี้อีกแล้ว ปิดสายการผลิตในไทย พร้อมผลักดัน Yaris Ativ ขึ้นมาขายแทน แต่ในความเป็นจริง Vios ไม่มีปัญหาเรื่องของคุณภาพ แถมเป็นรถดีมากรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว มีวิ่งกันทั่วบ้าน ขับกันทั่วเมือง การไม่ไปต่อจึงเป็นเหตุผลเรื่องการตลาดล้วน ๆ

Toyota Vios ทำตลาดยาวนาน นับถึงปัจจุบัน มี 3 เจเนอเรชัน ปรับโฉมหลายครั้ง (ล่าสุด MY2019) แต่ที่ซื้อหากันได้ไม่เกิน 3 แสนบาท ต้องเลือกตั้งแต่รถรุ่นปี 2014 ไล่ย้อนกลับขึ้นไป เครื่องยนต์จัดว่าดี ความจุ 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้ง อัตโนมัติ และ ธรรมดา ภายในห้องโดยสารวางเลย์เอาท์สบายตา ดูเรียบร้อย ใช้งานได้หลากหลาย เบาะหลังพับไม่ได้ 

สำหรับความน่าใช้ Toyota Vios จัดว่าน่าสนใจมาก มีรุ่นย่อย J, E, G และ S สำหรับอะไหล่ก็มีให้เลือกเยอะ ราคาไม่แพง สามารถเบิกของใหม่จากศูนย์บริการได้ และปัจจุบันมีแพ็กเกจ Toyota Eco Pack Service คำบำรุงรักษาถูกมาก ราคาเปลี่ยนมือ ซื้อขาย Vios เริ่มต้น 229,000 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น 2,800 บาท/เดือน*   

Honda Jazz รุ่นปี 2014

Honda Jazz ขวัญใจรถซิ่งแห่งชาติ เปิดตัวครั้งแรกปี 2001 นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ตลาดเมืองไทยไม่ไปต่อ และเลือกดัน City มาทดแทน ในเมืองไทยขาย 3 เจเนอเรชัน (แต่เมืองนอกไปถึง เจนฯ 4) จะเล่นรถ Jazz ต้องจำรหัสตัวถัง ไม่งั้น… มือใหม่จะงง เพราะมองแค่ภายนอก อาจคิดเอาเองว่ารูปโฉมเหมือนกัน แต่ความจริงล้วนต่าง แค่มิติรถก็ไม่เท่ากันแล้ว เอาความจริงมาพูด

สำหรับ Honda Jazz มีรหัสตัวถัง GD / GE / GK เรียงตามลำดับ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรมาตลอด (ในเจนฯ แรก มีเครื่อง 1.2 เป็นทางเลือก) และมีเวอร์ชันลูกผสม Hybrid เป็นสีสัน ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ CVT รวม 6 รุ่นย่อย ท็อปสุด คือ RS จำแค่นี้

ในมุมของ รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท Honda Jazz จัดเป็นรถเล็กที่น่าซื้อ ขวัญใจวัยรุ่น อะไหล่มีให้เลือกเยอะ ของแต่งเพียบ ซ่อมง่าย ทำได้ทั้งอู่ในและอู่นอก คัดเฉพาะ Jazz งบไม่เกิน 300,000 บาท สามารถซื้อและขอสินเชื่อได้ ต้องนับเฉพาะเจนฯ 3 ล่าสุดกับรหัส GK รุ่นปี 2014 นับลงมาถึงปีที่ใกล้ปัจจุบัน ไม่ต้องลุ้นเยอะ เพราะรถยังไม่เกิน 10 ปี ไม่ติดเงื่อนไขไฟแนนซ์ ค่าตัวถูกสุด (เท่าที่เจอมา แต่อาจมีถูกกว่านี้ก็ได้) เพียง 289,000 บาทเท่านั้น*

Honda Jazz รหัส GK พูดตามตรง มีให้เลือกเยอะ แต่ก็เป็นที่ต้องการของตลาดเช่นเดียวกัน ราคาต่ำกว่า 3 แสนบาท ยอมรับว่า… เหนื่อย ! ยังมีน้อย ส่วนใหญ่ 4 แสนบาทขึ้น แต่ก็มีหลุดมาบ้าง ย้ำว่าต้องเร็ว ดูรถเป็น แล้วรีบซื้อ ฉกฉวย ช่วงชิง

Mitsubishi Attrage รุ่นปี 2013

Mitsubishi Attrage เปิดตัวในปี 2013 มีดีที่เป็น Eco Car ขนาด 4 ประตู ประหยัดเชื้อเพลิงมาก จุดเด่น คือ ขับง่าย วิ่งในเมืองคล่องตัว รัศมีวงเลี้ยวแคบมาก เพียง 4.8 เมตรเท่านั้น เหมาะกับผู้หญิงที่ทำงานในเมือง รถติด ๆ หาที่จอดลำบาก คันนี้ใช่เลย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ พิกัด 1.3 ลิตร รองรับได้ถึง E20 พร้อมทางเลือกเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือ อัตโนมัติ CVT ประหยัดเชื้อเพลิงมาก ๆ

จัดเป็นรถไม่ตกรุ่น ! เหตุผลก็เพราะ Mitsubishi Attrage จนถึงปัจจุบัน (2023) มีเพียงเจเนอเรชันเดียว เป็นลูกโทนที่ลากทำตลาดยาวนาน ปัจจุบันในโชว์รูมก็ยังขายโฉมนี้อยู่ แค่ปรับออปชันรุ่นปีให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น ในเมื่อของใหม่ราคาไม่แพง พอเป็นมือสอง ราคาเปลี่ยนมือยิ่งคุ้มสุด เล่นได้ตั้งแต่รุ่นปี 2018 ย้อนกลับขึ้นไป สามารถคุมราคาด้วยงบ 3 แสนบาท สบาย ๆ  

Mitsublishi Attrage มือสอง คุ้มสุด แนะนำรุ่นปี 2013 ราคาเพียง 149,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,774 บาท/เดือน*

Honda City รุ่นปี 2015

Honda City มีทั้งหมด 7 เจเนอเรชัน (ยกเว้น 1 และ 2 ไม่ขายในไทย) เรามีโอกาสขับตั้งแต่เจนฯ 3 เป็นต้นมา นับเป็น “ซิตี้ คาร์” สมกับชื่อ ขับในเมืองดี ถูกใจวัยทำงาน ชูจุดเด่นความคล่องตัวสูง ด้วยเกรดของตัวรถที่รับได้ ชื่อเสียง Honda ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

ขุมพลัง Honda City เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร หายใจเอง ไม่มีเทอร์โบช่วย (โฉมปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 1 ลิตร จับคู่เทอร์โบ ราคาแรงไปไกล เกินงบ 3 แสนบาทแล้ว) เด่นที่ระบบบ i-DSI ประหยัดมาก และมีเครื่อง VTEC เป็นทางเลือกในช่วงปลายยุค พร้อมอัปเกรดระบบส่งกำลังเป็นอัตโนมัติ CVT

มาดูกันที่ค่าตัว Honda City รถมือสอง ต้องไปที่เจเนอเรชัน 6 รุ่นผลิตตั้งแต่ปี 2014 – 2019 หรือ พูดง่าย ๆ ก่อนโฉมปัจจุบัน เจนเนอเรชันนี้ได้กระจังหน้าเป็นดีไซน์ Solid Wing มาแล้ว และควรเล่นตั้งแต่ปี 2015 ลงมา เซฟโซนรถไม่เกิน 10 ปี เริ่มต้นแค่ 299,000 บาท ถูกมาก ผ่อนเดือนละ 3,803 บาทเท่านั้น* แต่ต้องดูสภาพและออปชันคู่กันด้วย

Suzuki Celerio รุ่นปี 2014

ไม่พูดเยอะ Celerio รถตัวถังขนาดเล็กจาก Suzuki มีดีที่ความประหยัด ปรับรุ่นปีให้ทันสมัยอยู่ตลอด ออปชันค่อนข้างดี อยู่ในระดับที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับราคา

 Celerio น้องเล็กสุดของ Suzuki ขายในไทย และนับเป็น A – Segment ไม่กี่รุ่นที่มีในตลาด และถูกจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยผู้ผลิต บอกเลยว่าเป็นรถที่สะดวกใช้ในเเมือง ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 998 ซีซี. ส่งกำลัด้วยเกียร์อัตโนมัติ มือสองราคา 165,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,964 บาท/เดือน* เท่นานั้น

Ford EcoSport รุ่นปี 2015

ในส่วนของ Ford EcoSport เปิดตัวปลายปี 2014 รถดีที่ถูกลืม ! แนวคิดที่รวม B – Segment + SUV จนกลายเป็น B – SUV ตอนเปิดตัวนับเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ และกล้ามากนะ ผลสุดท้ายตลาดกลุ่มนี้เกิดและโตขึ้นจริง ทว่ากลับไม่มีช่องว่าง ที่กว้างพอให้กับ EcoSport ได้อยู่กับเค้าด้วย

EcoSport รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก เน้นใช้งานในเมือง ตัวถัง 5 ประตู จุของได้ ไม่เน้นขับลุย หัวใจมาจากเครื่องยนต์ Duratec ความจุ 1.5 ลิตร เกียร์ธรรมดา หรือ อัตโนมัติ 6 จังหวะ (เหมือนกับ Ford Fiesta) ขับดีในระดับที่พอรับได้ ในตลาดที่ขายกันมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย Ambient MT, Ambient AT, Trend AT และ Titanium
  

ในส่วนของสนนราคา Ford EcoSport มือสอง 179,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,131 บาท/เดือนเท่านั้น* ราคาดีมาก ไม่แพง แถมได้ขับรถ SUV อีกด้วย

ทั้งนี้ ในเรื่องของสนนราคา จะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับสภาพรถ และความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเป็นสำคัญ เพราะถ้าถูกใจก็ไม่มีคำว่าแพงแน่นอน และที่สำคัญต้องเป็นรถมือสอง อายุไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น จึงจะสามารถจัดไฟแนนซ์ได้สะดวกตามเงื่อนไข หลายคนพลาด บางคนไม่รู้ ติดล็อกตรงนี้เยอะ เพื่อความสะดวกในการดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไข ควรพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย

รถมือสอง ราคาไม่เกิน 300,000 บาท ซื้อได้ที่ Kaidee

ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยแพล็ตคฟอร์ม Kaidee Auto มีรถยนต์ให้เลือกเยอะที่สุด อัปเดตรถเข้าใหม่ทุกวัน พร้อมฟังก์ชันที่ใช้งานง่าย สามารถกำหนดคียน์เวิร์ด และการค้นหาด้วยงบประมาณราคาที่คุณกำหนดเอง ช่วยใหคุณเจอ รถมือสอง ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท ได้ทันที !

สินเชื่อรถยนต์มือสอง กรุงศรี ออโต้

อยากมีรถขับ บอกเลยไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยสินเชื่อรถยนต์จาก “กรุงศรี ออโต้” ผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ จัดไฟแนนซ์ให้กับรถยนต์ได้ทุกประเภท รถใหม่, รถเต็นท์ และรถบ้าน อนุมัติไว ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รู้ผลการพิจาณารวดเร็ว

สิทธิพิเศษ ! สำหรับลูกค้า Kaidee Auto และ Krungsri Auto สนใจ “รถบ้าน” ต้องรีบคว้าโปรโมชันสุดคูล โปรดี ๆ รับ 2 ต่อ กับ กรุงศรี ออโต้

– รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79%*

– รับบัตรกำนัลโลตัส มูลค่าสูงสุด  2,000 บาท*

เมื่อสมัครขอสินเชื่อ กรุงศรี รถบ้าน ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 66 – 30 ก.ย. 66

สมัครเพื่อรับโปรโมชัน คลิก ! https://kautolink.com/N36m6K

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

และสุดท้าย ต้องขอฝากกันไว้เลย บริการใหม่ล่าสุด กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท เช็กวงเงินก่อนออกรถ ใน 4 ขั้นตอน รู้ผลทันที ช่วยให้คุณเลือกรถที่เหมาะวงเงินที่จะได้รับการอนุมัติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียอารมณ์เหมือนในอดีต ! 

ด้วย 4 ขั้นตอนง่าย ๆ Self Service ทำได้ด้วยตนเอง

  • กรอกข้อมูล : ไม่ยุ่งยาก กระชับมาก
  • รับ SMS แจ้งวงเงิน : รายได้เท่านี้ รับวงเงินเท่าไหร เช็กได้ ไม่ต้องรอ
  • คุยกับที่ปรึกษาส่วนตัว : รู้ใจทุกขั้นตอน ผู้ช่วยที่ให้คุณวางแผนพร้อมมีรถได้ง่ายขึ้น
  • ทำสัญญาออกรถ : เลือกรถคันที่ใช่ แล้วเตรียมขับได้เลย
เช็กวงเงินอนุมัติใน 3 นาที คลิกเลย !!!