รู้ก่อนซื้อ! ค่าใช้จ่ายซื้อคอนโดมือสองมีอะไรบ้าง?

รู้ก่อนซื้อ! ค่าใช้จ่ายซื้อคอนโดมือสองมีอะไรบ้าง?

แม้ยุคนี้จะมีคอนโดมือหนึ่งผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแค่ไหน แต่คอนโดมือสองก็ยังเป็นอีกทางเลือกที่คนซื้อบ้านยังให้ความสนใจอยู่ ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่เองหรือปล่อยเช่า การซื้อคอนโดมือสองมีทั้งค่าใช้จ่ายที่เหมือนและแตกต่างกับการซื้อคอนโดมือหนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการซื้อคอนโดมือสองจะมีอะไรบ้าง จ่ายไปทำไม ไม่ต้องไปตามอ่านที่ไหนไกล วันนี้เรารวบรวมค่าใช้จ่ายมาไว้ให้ที่นี่แล้วค่ะ

ส่วนต่างค่าคอนโด

กรณีกู้คอนโดมือสอง ธนาคารจะปล่อยกู้สูงสุดประมาณ 70-95% ของราคาประเมิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายธนาคารแต่ละแห่งด้วย  เพราะฉะนั้นเงินส่วนต่างจากยอดกู้หรือราคาซื้อขายจริงที่เกินราคาประเมินมา เราต้องออกเงินส่วนต่างตรงนั้น แต่บางรายอาจจะกู้เกินราคาประเมินหรือราคาประเมินสูงกว่าราคาซื้อขายจริงอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้ด้วย

ค่าจดจำนอง

 ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าจดจำนอง 1% จากยอดสินเชื่อในกรณีกู้ธนาคาร

ค่าประกันเงินกู้

ค่าประกันเงินกู้มีไว้คุ้มครองผู้ซื้อและตัวห้องที่ซื้อในกรณีที่ผู้ซื้อเสียชีวิตและไม่สามารถชำระหนี้ที่เหลือได้ เงินประกันตรงนี้นำไปใช้ชำระหนี้ในส่วนนั้นแทน ส่วนมากจะทำประกันนี้กับธนาคารตอนยื่นกู้สินเชื่อ 

ค่าประกันสาธารณูปโภค 

ถึงจะเป็นคอนโดมือสอง แต่ก็ต้องมีค่าประกันสาธารณูปโภคอย่างค่ามิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟเหมือนคอนโดมือหนึ่ง 

ค่าโอนกรรมสิทธิ์

เป็นค่าธรรมเนียมการโอนที่กรมที่ดินเรียกเก็บ 2% ของราคาขายหรือราคาประเมิน ถ้าราคาไหนสูงกว่า ก็คิดจากราคานั้น ส่วนมากผู้ขายและผู้ซื้อจะแบ่งจ่ายคนละครึ่งซึ่งก็คือ 1% ของราคาประเมินนั่นเอง

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่คิด 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินโดยเลือกคำนวณจากราคาที่สูงกว่า แต่ถ้าผู้ขายเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นมาเกิน 5 ปีหรือมีชื่อเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน 1 ปีขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายนี้ ถึงกฎหมายจะกำหนดให้ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบภาษีนี้ แต่หลายคนมักจะคิดรวมภาษีธุรกิจเฉพาะไว้ในราคาขายแล้ว 

ค่าอากรแสตมป์ 

ผู้ขายที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ว่าจะเพราะเป็นเจ้าของห้องชุดมาเกิน 5 ปีหรือมีชื่อเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน 1 ปีขึ้นไป จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 0.5% แทน สรุปง่าย ๆ คือเราจะเสียอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ และเช่นเดียวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ กฎหมายจะกำหนดให้ผู้ขายเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเป็นกรณีไป

ภาษีเงินได้

กรมสรรพากรจะคำนวณภาษีเงินได้สำหรับการซื้อขายครั้งนี้ ส่วนใหญ่ผู้ขายจะเป็นคนรับผิดชอบจ่ายภาษีในส่วนนี้เอง

และทั้งหมดนี้ก็คือลิสต์ค่าใช้จ่ายที่คนจะซื้อคอนโดมือสองควรรู้ก่อนตัดสินใจ! หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจรายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทมากขึ้นนะคะ ใครที่คิดว่าความรู้แน่นขึ้นแล้ว แต่ยังไม่เจอคอนโดมือสองที่โดนใจในทำเลที่ใช่ ไม่ต้องไปไหนไกลค่ะ Kaidee Property มีทุกสิ่งที่คุณตามหา! จะคอนโดมือสองแบบไหน ย่านอะไร มีให้เลือกกันแบบจัดเต็มสุด ๆ เล็งที่ไหนไว้ แวะเข้าไปดูกันที่แอปพลิเคชันเราได้เลยค่ะ

บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

เพื่อน ๆ หลายคน พอมีงานทำที่มั่นคงกันแล้ว ก็มักจะวางแผนที่จะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งใช่ไหมล่ะครับ บางคนก็มีแผนจะซื้อคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะสะดวกกว่า บางคนอยากที่จะซื้อบ้านมากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่เยอะกว่า มีความเป็นส่วนตัว และสามารถรองรับสมาชิกครอบครัวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย วันนี้บทความเรามีคำตอบให้กับคุณแน่นอน ถ้าหากจะซื้อที่อยู่ ควรจะซื้อบ้านหรือคอนโดดี ซึ่งจะมีปัจจัยหลัก ๆ 7 ข้อในการตัดสินใจ มาดูกันเลย มีอะไรบ้าง 

1. ทำเลที่ตั้ง

คอนโด 

คอนโดจะได้เปรียบในเรื่องนี้ โดยคอนโดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีทำเลที่ตั้งใกล้กับรถไฟฟ้าและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกมากมายอย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งทำเลที่ติดรถไฟฟ้าจะเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ราคาพื้นที่บริเวณโดยรอบมีมูลค่าเพิ่มไปด้วย จึงทำให้คนที่เป็นเจ้าของคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ สามารถเก็บไว้เก็งกำไรเพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่าได้    

โครงการบ้าน

หมู่บ้านจะเป็นส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะตั้งอยู่ทำเลกลางเมืองหรือติดกับรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  เนื่องจากพื้นที่ในการสร้างโครงการต้องใช้พื้นที่เยอะกว่าการสร้างคอนโดที่เป็นตึกสูง ซึ่งจะเห็นโครงการบ้านส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นแถบแนวชานเมืองเลย หรือถ้าเป็นโครงการบ้านใจกลางเมืองราคาก็จะสูงมาก ๆ เลยล่ะ

2. พื้นที่ใช้สอย 

คอนโด

พื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด อาจจะไม่เยอะเท่าบ้าน เพราะว่าแต่ละโครงการคอนโดก็จะกำหนดพื้นที่ของแต่ละห้องมาให้เลือกเลย ซึ่งบางโครงการราคาสูงยังได้ห้องที่เป็น Studio แต่ถ้าอยากได้พื้นที่เยอะ ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ราคาของห้องก็สูงมากเลยล่ะ

โครงการบ้าน 

พื้นที่ใช้สอยของบ้านนั้น เป็นข้อได้เปรียบ เพราะบ้านให้พื้นที่มากกว่า ห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ของแต่ละห้องก็สามารถปรับแต่งหรือตกแต่งเพิ่มได้และยังสามารถวางของได้เยอะ โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งที่คอนโดไม่มี ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้และที่สำคัญ คือ สามารถปลูกต้นไม้ จัดสวน หรือจะตกแต่งให้พื้นที่ภายนอกให้สวยงามตามใจเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย

3. สิ่งอำนวยความสะดวก

คอนโด 

คอนโดนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยจะมีส่วนกลางที่ทำเพื่อผู้ที่เป็นเจ้าของห้องในคอนโดนั้น ได้ทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยสิ่งพื้นฐานที่คอนโดมี คือ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ห้องสมุด ซึ่งบางที่อาจมีห้องซาวน่าและห้องสตรีมด้วย 

โครงการบ้าน 

โครงการบ้านในปัจจุบันก็จะมีส่วนกลางที่คล้ายกับคอนโด เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการสามารถใช้ทำกิจกรรมหลังเลิกงานหรือในช่วงวันหยุด โดยจะมี สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน และส่วนกลางอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อาจจะเดินทางไปที่ส่วนกลางไกลหน่อยนะ

4. ความเป็นส่วนตัว

คอนโด 

เมื่อเพื่อน ๆ คิดที่จะซื้อคอนโดแล้ว จะต้องยอมรับความเป็นส่วนตัวที่อาจจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร เพราะว่าห้องของคอนโดเป็นอาคารชุด ห้องอยู่ติดกัน ไม่ว่าข้างห้องจะทำอะไรเสียงดัง ห้องที่ติดกันก็จะสามารถได้ยินเสียงนั้นได้ เสียงเบาหรือดังขึ้นอยู่กับผนังของห้องว่ามีการดูดซับเสียงมากขนาดไหน

โครงการบ้าน

บ้านจะมีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่อยู่ติดกับใคร ไม่ว่าจะทำอะไรที่เสียงดังในระดับที่ปกติหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น ทำอาหาร ล้างรถ หรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ก็สามารถทำให้อย่างสะดวก ไร้กังวล เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ยังอยู่ในบริเวณบ้านและไม่สร้างความรบกวนให้กับใคร 

5. ระบบความปลอดภัย

คอนโด

เนื่องจากคอนโดเป็นอาคารที่เป็นตึกสูง เพราะฉะนั้นคอนโดจึงมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยหลายเรื่อง เช่น เพลิงไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องใดห้องหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะลามไปห้องข้าง ๆ ได้รวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง อีกทั้งการโดยสารด้วยลิฟท์ มีโอกาสเสี่ยงการเกิดลิฟท์ค้างหรือไฟดับได้ด้วย 

โครงการบ้าน

เรื่องความปลอดภัยของบ้าน ก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของทรัพย์สิน เนื่องจากบ้านจะมีความเป็นส่วนตัวและเงียบ ความปลอดภัยทางเข้า – ออกอาจจะไม่รัดกุมเท่าคอนโด อาจจะทำให้มีขโมยเข้ามานำสิ่งของออกไปได้ง่าย ต่างจากคอนโดที่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น การแตะการ์ดเข้าตึก กล้องวงจรปิดทุกชั้น นั่นเอง นอกจากนี้ บ้านยังมีความเสี่ยงเรื่องภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ถ้าหากหมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

6. การบำรุงรักษา   

คอนโด

การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น 

บ้าน 

ส่วนบ้านการบำรุงดูแลรักษาจะจุกจิกกว่าคอนโด เนื่องจากบ้านนั้นมีความเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่เยอะ เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งภายในบ้าน รอบ ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลก็จะเยอะกว่าคอนโดนั่นเอง

7. จำนวนสมาชิกของครอบครัว

คอนโด 

คอนโดจะเหมาะกับสมาชิก 1 – 2 คน ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนห้อง จำนวนสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในและพื้นที่เก็บของ ซึ่งเหมาะกับการที่จะอยู่ 1 – 2 คน เพราะจะทำให้การอยู่ไม่แออัดในการใช้ชีวิตมากกว่าจะอยู่จำนวนที่เยอะกว่านั้น 

โครงการบ้าน

ส่วนบ้านจะเหมาะกับสมาชิกครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวที่ย้ายมาจากคอนโดเพราะมีบุตร ซึ่งบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก สะดวกสบายกว่าในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย   

เป็นไงบ้างครับเพื่อน ๆ อ่านบทความมาถึงตอนนี้แล้ว ตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจบ้านหรือคอนโด ราคาดี มีคุณภาพ ทาง Kaidee Property เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย แวะมาชมก่อนได้นะครั

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน

เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร 

แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน

มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ 

หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 

2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ

3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ

4. ระบบไฟอัจฉริยะ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ

5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา

แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ

6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง 

บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย  

คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง  

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย 

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยถูกพัฒนาขึ้นอย่างหลากหลาย จะเห็นได้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่พักอยู่อาศัยเริ่มเยอะขึ้นเนื่องจากความต้องการของประชากรมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนประชากรที่เยอะขึ้นอีกด้วย จึงทำให้ที่พักอาศัยเป็นสิ่งสำคัญของคนที่กำลังจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือกำลังขยับขยายครอบครัวนั้นเอง 

แต่ในปัจจุบันก็มีประเภทของที่อยู่อาศัยให้เลือกเยอะมากมาย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองอย่างคอนโดมิเนียมนั่นเอง ที่ในปัจจุบันนั่นผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในเมืองกรุงและกำลังแผ่ขยายออกไปตามชานเมืองและปริมณฑล

คอนโดมิเนียม ดีอย่างไร

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองกรุงก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบ และในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทอง

คอนโดมิเนียม ทำไมถึงน่าลงทุน

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า วันนี้เรามีข้อดีของคอนโดมิเนียม ว่าทำไม ถึงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน มาดูกันเลย 

1. ทำเลที่ดี 

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง 

ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน มีการตั้งอยู่บนทำเลเหล่านี้ของกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าในอนาคต มีความคิดที่จะปล่อยเช่าหรือปล่อยขาย ราคาเช่าหรือขายก็จะเป็นราคาที่ดีมากแน่นอน

2. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก 

ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
  • ทางด่วนสายสำคัญ
  • ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ 
  • อาคารสำนักงานหลายแห่ง 
  • สถานที่สำคัญต่าง ๆ  เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล 
  • แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ 

สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน 

3. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ 

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส 
  • สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน 
  • ห้องอ่านหนังสือ 

ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ 

  • ห้องซาวน่า 
  • ห้องสตรีม 
  • ห้องสมุด 
  • ห้องทำงาน 
  • ห้องประชุม
  • ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน 
  • ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่ 
  • สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ 
  • พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน 

ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย 

4. ราคาที่เพิ่มขึ้น ไม่มีลด 

สำหรับคอนโดมิเนียม เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี 

ทั้งหมดทั้งมวลผลจะมาจาก พื้นที่ตั้งของคอนโด มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนเยอะ มีสถานที่สำคัญขยายมาตั้งเยอะ จึงทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีมูลค่าสูงเลยส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นตามไปด้วยหรือถ้าคุณอยากปล่อยเช่าก็สามารถทำได้

5. การบำรุงรักษา

การบำรุงรักษาปรับปรุงห้อง เพื่อให้ห้องอยู่ในสภาพที่ใหม่ตลอดเวลา การบำรุงรักษาก็อยู่ในเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยห้องของเราที่มีพื้นที่ที่ต้องบำรุงรักษาน้อย ไม่เหมือนกับบ้านที่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาที่เยอะกว่าเพราะมีพื้นที่ที่เยอะกว่า เพราะฉะนั้นการนำเงินไปลงทุนกับคอนโดจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการลุงทุนซื้อบ้านนั่นเองครับ

6. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี 

ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard หรือจะเป็นระบบ easy pass สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยไว้เป็นระบบผ่านไม้กั้นเข้ามายังตัวคอนโด ก่อนเข้าคอนโดก็จะต้องใช้ Keycard เพื่อแตะเข้าไปยังคอนโดอีกรอบ และในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบแตะ Keycard เพื่อใช้ลิฟต์อีกด้วยและยังมีประตูห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมก็ยังมีกล้องวงจรปิดติดไว้ทุกส่วนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ

คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่กำลังมองหาที่อยู่เพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งความคุ้มค่า ความสะดวกสบายของคอนโดมิเนียมจะมีให้แบบครบครัน เช่น ทำเลที่ตั้งที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและภายนอก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ คอนโดมิเนียม เป็นทรัพย์สินที่น่าลงทุนครับ 

หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือหาซื้อบ้านหลังที่ 2 อยู่ สามารถมาหาซื้อได้ที่ Kaidee Property ได้เลย มีราคาและทำเลที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกได้อย่างสบาย ๆ 

ทำไมคอนโดถึงคุ้มค่าสำหรับคนเมืองมากกว่าโครงการรูปแบบอื่น

ทำไมคอนโดถึงคุ้มค่าสำหรับคนเมืองมากกว่าโครงการรูปแบบอื่น

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ มีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้คอนโดเป็นที่อยู่อาศัยที่คุ้มค่า เช่น ความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทองหรือทำเลศักยภาพ ซึ่งมีหมายความว่า เป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนมากมาย มีสถานที่ทำงานหลากหลาย มีห้างสรรพสินค้ามากมายและมีที่พักอาศัยขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่ออนาคตนั่นเอง 

ข้อดีและความคุ้มค่าของคอนโด

1. ราคา

ราคาของคอนโดจะมีราคาที่หลากหลาย โดยเริ่มที่ 1 ล้านบาทขึ้น ทั้งนี้ ราคาห้องจะขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องและขนาดของห้องด้วย โดยราคาของคอนโด ณ วันที่ซื้อจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี 

2. ทำเล 

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง 

ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย

3. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก 

ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
  • ทางด่วนสายสำคัญ
  • ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ 
  • อาคารสำนักงานหลายแห่ง 
  • สถานที่สำคัญต่าง ๆ  เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล 
  • แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ 

สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน 

4. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ 

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส 
  • สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน 
  • ห้องอ่านหนังสือ 

ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ 

  • ห้องซาวน่า 
  • ห้องสตรีม 
  • ห้องสมุด 
  • ห้องทำงาน 
  • ห้องประชุม
  • ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน 
  • ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่ 
  • สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ 
  • พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน 

ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย

5. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี 

ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard ที่ต้องใช้ก่อนเข้ามาในคอนโดและในตัวคอนโดอีกด้วย ทั้งนี้ ในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบลิฟต์ล็อกชั้นและในส่วนของประตูเข้าห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากกล้องวงจอดปิดที่ติดตั้งภายในคอนโดและ รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง

6. การดูแลรักษา

การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากเกินในการดูแลรักษานั่นเอง 

คอนโดเหมาะกับใคร?  

ถ้าถามว่าคอนโดเหมาะสมกับใคร ขอตอบว่า คอนโดเหมาะสมกับทุกคนตั้งแต่ First Jobber ถึงคนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถอยู่ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของห้องด้วย แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องราคาด้วยว่าจะสูงขึ้น ถ้าหากว่าห้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ประเภทหรือรูปแบบห้องของคอนโด

1. ห้อง Studio

เป็นห้องเริ่มต้นของคอนโดทุกโครงการ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 30 ตารางเมตร ซึ่งห้องประเภทนี้จะร่วมทุกฟังก์ชันการใช้งานทุกงานไว้ด้วยกัน คือ มีโซนนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอน 

เหมาะสำหรับ 

  • คนที่อยู่คนเดียว
  • First Jobber 

โดยห้อง Studio เหมาะกับคนที่ต้องคุมงบประมาณ มีงบประมาณจำกัด อยู่คนเดียว  เพราะพื้นที่ค่อนข้างน้อย ถ้าหากอยู่มากกว่า 1 คน อาจจะรู้สึกอึดอัด ในอนาคตสามารถปล่อยเช่าได้ เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในการอยู่และเช่าของคนเมือง วัยเริ่มทำงาน

2. ห้อง 1 Bedroom

เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 50 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังพอดีในการอยู่อาศัย ซึ่งห้องจะชนิดนี้จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอน โดยจะเป็นห้องปิดทึบ แต่บางที่อาจจะแค่กั้นเป็นประตูบานเลื่อนให้ พูดง่ายก็คือ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่ใหญ่ขึ้นจากห้อง Stidio มีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย เพราะเป็นห้องที่ได้รับความนิยม

3. ห้อง 1 Bedroom Plus

เป็นห้องที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยของห้อง 1 Bedroom เพิ่มขึ้น แต่ขนาดเท่าเดิม คือไม่เกิน 50 ตารางเมตร แต่ที่แตกต่างก็คือจะเพิ่มห้องอเนกประสงค์ให้อีกหนึ่งห้อง เราจะสามารถออกแบบได้ว่าห้องนั่นจะทำเป็นห้องอะไร เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังเพิ่ม หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็กก็สามารถทำได้

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มจาก 1 Bedroom โดยห้องจะมีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย

4. ห้อง 2 Bedroom

เป็นห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ๆ ซึ่งจะมีห้องที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และห้องนอน โดยแต่ละโครงการจะกำหนดห้องที่ต่างแตกกัน เช่น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ หรือจะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำในตัว

เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่พร้อมจะซื้อ มีครอบครัวที่มีลูกหรือญาติผู้ใหญ่ โดยสามารถอยู่ด้วยกันได้ 3- 4 คนไม่แออัด ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย

5. ห้อง Duplex หรือ Loft 

เป็นรูปแบบห้องพิเศษที่เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เป็นห้องที่มีขนาดไม่เกิน 80 ตารางเมตร มีรูปแบบห้อง 2 ชั้น เพดานสูง 4 – 5 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ ซึ่งจะมีการจัดรูปแบบห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องน้ำ ทั้งนี้ ห้องภายในต่าง ๆ ของห้องรูปแบบ Duplex หรือ Loft จะขึ้นอยู่กับขนาดของห้องด้วย ว่ามีขนาดกี่ตารางเมตร บางที่ที่มีขนาดห้องที่ใหญ่ อาจมีถึง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 

เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ๆ มีครอบครัว สามารถอยู่อาศัยได้ 2 – 3 คนกำลังดีเลยละ 

6. ห้อง Penthouse 

ห้อง Penthouse จะมีพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป โดยห้องชนิดนี้จะอยู่ที่ชั้นสูงสุดของคอนโดหรืออยู่ชั้นถัดลงมาจาก Rooftop ของคอนโดเพียงแค่ 1 ชั้น ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเดี่ยวจริง ๆ เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะ โดยจะประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรืออาจจะมีห้องอเนกประสงค์อื่น ๆ ที่ทางคอนโดได้จัดไว้ 

เหมาะสำหรับคนมีครอบครัวคนไทยหรือชาวต่างชาติที่มีกำลังทรัพย์เยอะ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ๆ  เพราะห้องค่อนข้างแพงมากเลยทีเดียว แต่ถ้าซื้อเพื่อลงทุนหรือปล่อยเช่าในอนาคต ข้อนี้ไม่แนะนำ เพราะว่าอย่างที่บอกไปว่าราคาห้องค่อนข้างแพงมาก อาจจะปล่อยเช่าหรือปล่อยขายได้ค่อนข้างยากเลยละครับ นอกจากจะมีคนที่สนใจ มีกำลังทรัพย์จริง ๆ  

สรุปท้ายบทความ

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อหลากหลายที่ บางที่เพิ่งเปิดให้จอง บางที่ก็สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ช่วงราคาก็มีให้เลือกมากมาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับขนาดห้องและทำเลที่ตั้งด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาห้องของคอนโดแต่ละที่ออกมาแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนซื้อคอนโด ควรตั้งงบประมาณ เตรียมความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ากับตัวคุณในวันนี้และในอนาคต

สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อไว้เพื่อลงทุน สามารถเข้ามาดูที่ Kaidee Property กันได้เลย เรามีให้คุณได้เลือกซื้อเยอะมาก ทั้งหลากหลายทำเล หลากหลายราคา อย่าลืมเข้ามาดูกันนะครับ