ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ มีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้คอนโดเป็นที่อยู่อาศัยที่คุ้มค่า เช่น ความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทองหรือทำเลศักยภาพ ซึ่งมีหมายความว่า เป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนมากมาย มีสถานที่ทำงานหลากหลาย มีห้างสรรพสินค้ามากมายและมีที่พักอาศัยขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่ออนาคตนั่นเอง
ข้อดีและความคุ้มค่าของคอนโด
1. ราคา
ราคาของคอนโดจะมีราคาที่หลากหลาย โดยเริ่มที่ 1 ล้านบาทขึ้น ทั้งนี้ ราคาห้องจะขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องและขนาดของห้องด้วย โดยราคาของคอนโด ณ วันที่ซื้อจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี
2. ทำเล
ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง
ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย
3. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก
ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
- ทางด่วนสายสำคัญ
- ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ
- อาคารสำนักงานหลายแห่ง
- สถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล
- แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ
สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน
4. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด
คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ
- สระว่ายน้ำ
- ฟิตเนส
- สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน
- ห้องอ่านหนังสือ
ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ
- ห้องซาวน่า
- ห้องสตรีม
- ห้องสมุด
- ห้องทำงาน
- ห้องประชุม
- ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน
- ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่
- สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ
- พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน
ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย
5. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี
ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard ที่ต้องใช้ก่อนเข้ามาในคอนโดและในตัวคอนโดอีกด้วย ทั้งนี้ ในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบลิฟต์ล็อกชั้นและในส่วนของประตูเข้าห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากกล้องวงจอดปิดที่ติดตั้งภายในคอนโดและ รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง
6. การดูแลรักษา
การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากเกินในการดูแลรักษานั่นเอง
คอนโดเหมาะกับใคร?
ถ้าถามว่าคอนโดเหมาะสมกับใคร ขอตอบว่า คอนโดเหมาะสมกับทุกคนตั้งแต่ First Jobber ถึงคนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถอยู่ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของห้องด้วย แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องราคาด้วยว่าจะสูงขึ้น ถ้าหากว่าห้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น
ประเภทหรือรูปแบบห้องของคอนโด
1. ห้อง Studio
เป็นห้องเริ่มต้นของคอนโดทุกโครงการ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 30 ตารางเมตร ซึ่งห้องประเภทนี้จะร่วมทุกฟังก์ชันการใช้งานทุกงานไว้ด้วยกัน คือ มีโซนนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอน
เหมาะสำหรับ
- คนที่อยู่คนเดียว
- First Jobber
โดยห้อง Studio เหมาะกับคนที่ต้องคุมงบประมาณ มีงบประมาณจำกัด อยู่คนเดียว เพราะพื้นที่ค่อนข้างน้อย ถ้าหากอยู่มากกว่า 1 คน อาจจะรู้สึกอึดอัด ในอนาคตสามารถปล่อยเช่าได้ เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในการอยู่และเช่าของคนเมือง วัยเริ่มทำงาน
2. ห้อง 1 Bedroom
เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 50 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังพอดีในการอยู่อาศัย ซึ่งห้องจะชนิดนี้จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอน โดยจะเป็นห้องปิดทึบ แต่บางที่อาจจะแค่กั้นเป็นประตูบานเลื่อนให้ พูดง่ายก็คือ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่ใหญ่ขึ้นจากห้อง Stidio มีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย เพราะเป็นห้องที่ได้รับความนิยม
3. ห้อง 1 Bedroom Plus
เป็นห้องที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยของห้อง 1 Bedroom เพิ่มขึ้น แต่ขนาดเท่าเดิม คือไม่เกิน 50 ตารางเมตร แต่ที่แตกต่างก็คือจะเพิ่มห้องอเนกประสงค์ให้อีกหนึ่งห้อง เราจะสามารถออกแบบได้ว่าห้องนั่นจะทำเป็นห้องอะไร เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังเพิ่ม หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็กก็สามารถทำได้
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มจาก 1 Bedroom โดยห้องจะมีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย
4. ห้อง 2 Bedroom
เป็นห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ๆ ซึ่งจะมีห้องที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และห้องนอน โดยแต่ละโครงการจะกำหนดห้องที่ต่างแตกกัน เช่น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ หรือจะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำในตัว
เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่พร้อมจะซื้อ มีครอบครัวที่มีลูกหรือญาติผู้ใหญ่ โดยสามารถอยู่ด้วยกันได้ 3- 4 คนไม่แออัด ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย
5. ห้อง Duplex หรือ Loft
เป็นรูปแบบห้องพิเศษที่เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เป็นห้องที่มีขนาดไม่เกิน 80 ตารางเมตร มีรูปแบบห้อง 2 ชั้น เพดานสูง 4 – 5 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ ซึ่งจะมีการจัดรูปแบบห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องน้ำ ทั้งนี้ ห้องภายในต่าง ๆ ของห้องรูปแบบ Duplex หรือ Loft จะขึ้นอยู่กับขนาดของห้องด้วย ว่ามีขนาดกี่ตารางเมตร บางที่ที่มีขนาดห้องที่ใหญ่ อาจมีถึง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ๆ มีครอบครัว สามารถอยู่อาศัยได้ 2 – 3 คนกำลังดีเลยละ
6. ห้อง Penthouse
ห้อง Penthouse จะมีพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป โดยห้องชนิดนี้จะอยู่ที่ชั้นสูงสุดของคอนโดหรืออยู่ชั้นถัดลงมาจาก Rooftop ของคอนโดเพียงแค่ 1 ชั้น ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเดี่ยวจริง ๆ เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะ โดยจะประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรืออาจจะมีห้องอเนกประสงค์อื่น ๆ ที่ทางคอนโดได้จัดไว้
เหมาะสำหรับคนมีครอบครัวคนไทยหรือชาวต่างชาติที่มีกำลังทรัพย์เยอะ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ๆ เพราะห้องค่อนข้างแพงมากเลยทีเดียว แต่ถ้าซื้อเพื่อลงทุนหรือปล่อยเช่าในอนาคต ข้อนี้ไม่แนะนำ เพราะว่าอย่างที่บอกไปว่าราคาห้องค่อนข้างแพงมาก อาจจะปล่อยเช่าหรือปล่อยขายได้ค่อนข้างยากเลยละครับ นอกจากจะมีคนที่สนใจ มีกำลังทรัพย์จริง ๆ
สรุปท้ายบทความ
คอนโดมิเนียมในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อหลากหลายที่ บางที่เพิ่งเปิดให้จอง บางที่ก็สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ช่วงราคาก็มีให้เลือกมากมาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับขนาดห้องและทำเลที่ตั้งด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาห้องของคอนโดแต่ละที่ออกมาแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนซื้อคอนโด ควรตั้งงบประมาณ เตรียมความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ากับตัวคุณในวันนี้และในอนาคต
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อไว้เพื่อลงทุน สามารถเข้ามาดูที่ Kaidee Property กันได้เลย เรามีให้คุณได้เลือกซื้อเยอะมาก ทั้งหลากหลายทำเล หลากหลายราคา อย่าลืมเข้ามาดูกันนะครับ
