อัปเดต! 7 คอนโดใหม่ติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดี ปี 2020

อัปเดต! 7 คอนโดใหม่ติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดี ปี 2020

ถึงแม้ปี 2020 จะเป็นยุคโควิดที่พาให้เศรษฐกิจซบเซา แต่ใด ๆ ก็ยังมีคอนโดทำเลดีงามแสนยั่วใจให้กระเป๋าตังค์สั่นไม่หยุด! วันนี้ทางเราเลยขอปลุกกิเลสคนอยากซื้อคอนโดด้วยการมัดรวม 7 คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินมาแรงทั้งแบบที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างมาฝาก ไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนที่เข้าตากันบ้าง!

The Parkland เพชรเกษม 56 (MRT ภาษีเจริญ)

Credit: Ananda Development

นาทีนี้ขอมอบมงคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่มาแรงแห่งปี 2020 ให้ The Parkland เพชรเกษม 56 เลยค่ะ! คอนโด The Parkland เพชรเกษม 56 เป็นคอนโด High rise 2 อาคาร สูง 30 และ 34 ชั้น จาก Narai Property โดดเด่นทั้งด้านทำเลที่ติด MRT ภาษีเจริญในระยะเพียง 40 เมตร และ Seacon Bangkae

รวมทั้งส่วนกลางสุดอลังการ! จัดเต็มทั้งสระว่ายน้ำ ,สวนเล่นระดับ, Sky Social Club, สนามมวย, Sky Private Party Room และพื้นที่ให้เช่าเก็บของพิเศษ ห้อง Studio 25 ตร.ม. แบบ Fully fitted เริ่มต้น 1.97 ล้านเท่านั้น (08/2563)  เรียกว่ามีทุกอย่างในที่เดียว ครบกว่านี้ไม่มีแล้ว! 

 IDEO ท่าพระ-อินเตอร์เชนจ์ (MRT ท่าพระ)

Credit: Ananda Development

คอนโด High rise สูง 22 ชั้น ฝั่งธนบุรี ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน จาก Ananda Development เพียง 100 เมตรจาก MRT ท่าพระ ระยะเดินได้สบาย ๆ สามนาทีก็ถึง เรียกว่าใกล้จนไม่ทันได้เสียเหงื่อ

ส่วนกลางก็จัดเต็มไม่แพ้ที่ไหน อาทิ Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวกรุงเทพมุมสูงได้เต็มตาในราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาทสำหรับห้อง Studio 27.5 ตร.ม.

แต่แอบกระซิบว่าตอนนี้ห้องราคาเริ่มต้นขายหมดแล้ว ห้องที่ยังมีอยู่จะเป็นห้อง 2 bedrooms 63 ตร.ม. เริ่มต้น 5.59 ล้านบาท (08/2563) ซึ่งไม่ว่าห้อง Type ไหนก็มาในรูปแบบ Fully furnished เฟอร์ครบจบในที่เดียว แต่ถ้าใครอยากได้ขนาดห้องเล็กกว่านี้ อาจจะต้องมองหาเป็นห้องมือสองหรือซื้อดาวน์ต่อแทน

Brix Charan 64 จรัญสนิทวงศ์ 64 (MRT สิรินธร)

Credit: Brix Charan 64

คอนโด High rise วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านจรัญสนิทวงศ์ ได้ทั้งวิวแม่น้ำและการเดินทางที่แสนสะดวก เพราะห่างจาก MRT สายสีน้ำเงิน สิรินธร 0 เมตร เรียกว่าก้าวขาออกจากคอนโดปุ๊บ ก็ขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย สะดวกกว่านี้ไม่มีแล้ว!

ประเภทห้องของโครงการนี้จะเริ่มที่ 1 bedroom 25 ตร.ม. เริ่มต้น 2.3 ล้านบาท (08/2563) แบบ Fully furnished แต่งครบจบปัง พร้อมให้หิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่เลย ใครฝันอยากได้คอนโดวิวแม่น้ำ เดินทางสะดวกสบาย ที่นี่ก็เลิศอยู่!

Supalai Loft สาทร ราชพฤกษ์ (MRT บางหว้า)

Credit: Supalai Society

อีกหนึ่งคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่กำลังมาแรงแห่งยุคจาก Supalai Society ถ้าใครกำลังมองหาคอนโด High rise ที่ใกล้ทั้ง BTS และ MRT ต้องที่นี่!

ตัวคอนโดอยู่ห่างกับ Interchange BTS และ MRT บางหว้า เพียง 450 เมตร หรือถ้าใครเน้นใช้รถส่วนตัวก็สามารถใช้ถนนราชพฤกษ์และถนนเทอดไทได้ ใช้เวลาเดินทางไปยัง CBD ย่านสีลมแค่ 10 นาที เท่านั้น สำหรับโครงการนี้ ห้อง 1 bedroom 29 ตร.ม. แบบ Fully fitted เริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท (08/2563) บอกเลยว่าทำเลคุ้มมากเวอร์! 

Prodigy MRT บางแค (MRT บางแค)

Credit: Prodigy MRT บางแค

คอนโด High rise 2 อาคาร สูง 31 และ 33 ชั้น จาก GDT Property ติด MRT สายสีน้ำเงิน บางแค เดินประมาณ 250 เมตร ใกล้แหล่งของกินแสนอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตลาดบางแคและ Tesco Lotus รับรองว่าไม่มีอดแน่นอน คอนเฟิร์ม!

แถมส่วนกลางครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสวนบนดาดฟ้า  ,สระน้ำ ,ห้องซาวน่า และ Sky lounge ให้ใช้ชีวิตได้ไม่มีเบื่อ! ห้อง Studio 23 ตร.ม. แบบ Fully Furnished ราคาเริ่มต้น 2.1 ล้านบาท (08/2563) ใครมองหาคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงิน เฟอร์ครบ ส่วนกลางพร้อม เดินทางสะดวก Prodigy MRT บางแคถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย!

The Key Phetkasem 48 (MRT เพชรเกษม 48)

Credit: Land & House

คอนโด High rise หรูติด MRT เพชรเกษม 48 น้องใหม่แกะกล่องจาก Land & House  ตั้งอยู่ในทำเลที่ถือว่าคึกคักและค่อนข้างครบครันใกล้ทั้ง Seacon Bangkae ,The mall Bangkae, Tesco Lotus และรพ.พญาไท 3

ส่วนกลางก็ถือว่าดีงามสมใจลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Oasis Garden Game room และสระว่ายน้ำระบบเกลือ สำหรับคอนโดนี้จะเริ่มต้นที่ห้อง 1 bedroom 27.8 ตร.ม. ราคา 3.19 ล้านบาท (08/2563) ต้องบอกก่อนว่าโครงการนี้อยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดว่าน่าจะเสร็จราว ๆ ธันวาคม 2563 นี้ อีกอึดใจเดียวเท่านั้นค่ะ!

 Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย (MRT แยกไฟฉาย)

Credit: Supalai Society

ปิดท้ายลิสต์คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดีงามกันที่ Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย จาก Supalai Society ห่างจาก MRT สถานีแยกไฟฉายเพียง 330 เมตร แถมแยกนี้ยังมีถนนจรัญสนิทวงศ์ที่สามารถเดินทางไปย่านนั้นได้อย่างสะดวกสบาย และถนนพรานนกที่เชื่อมไปยังศิริราช

ราคาเริ่มต้นที่ 2.03 ล้านบาท (08/2563) สำหรับห้อง Studio 29.5 ตร.ม. โครงการนี้เป็นโครงการที่เพิ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ใครอยากจับจองไว้สักห้อง ต้องรีบเลยค่ะ คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินฮอต ๆ แบบนี้ รับรองว่าขายหมดในไม่ช้าแน่นอน! และใครที่อยากจะ update เทรนด์อสังหาฯ ก็คลิกที่นี่ได้เลย

และนี่ก็คือ 7 คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่กำลังมาแรงแห่งปี 2020 จะซื้อไว้อยู่เองหรือปล่อยเช่าก็เลิศ บอกตามตรงว่ารักพี่เสียดายน้อง อยากเก็บเธอไว้ทั้งเจ็ดคอนโดมาก! และถึงแม้บางที่จะ Sold out ไปบางประเภทห้องแล้ว แต่ถ้าใจเราอยากได้ อะไรก็ไม่เกินความสามารถ! ลองแวะมาส่องคอนโดมือสองและคอนโดที่ปล่อยขายดาวน์ ห้องสวย ๆ ทำเลดี ๆ มากมายที่ BaanKaidee เลยค่ะ รับรองว่ามีให้เลือกจนตาแฉะแน่นอน! 

5 คอนโดย่านพระราม 9 ทำเลทอง ราคาดี ปี 2020

5 คอนโดย่านพระราม 9 ทำเลทอง ราคาดี ปี 2020

พระราม 9 ถือเป็นอีกย่านที่มีทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต สถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายหลายแห่ง จึงไม่แปลกที่ใครจะขนานนามให้เป็น New CBD มาใหม่ไฟแรง ทำเลอุดมสมบูรณ์ระดับ A+ ขนาดนี้ จะไม่ตามส่องคอนโดอยู่ได้ยังไง

วันนี้เราเลยไปรวบรวม 5 คอนโดย่านพระราม 9 ฉบับอัปเดตปี 2020 มาเอาใจแบบไม่มีกั๊ก ที่ไหนดียังไง มีจุดขายอะไร ไปดูกันดีกว่าค่ะ

Maestro 03 รัชดา-พระราม 9

(Credit: Major Development)

เริ่มต้นกันที่คอนโด Low Rise 8 ชั้นอย่าง ‘Maestro 03 รัชดา-พระราม 9’ จาก Major Development ออกแบบและตกแต่งในสไตล์ European Classic สวยตั้งแต่ตึกด้านนอกจรดด้านใน! แถมเลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะเออ 

ตัวคอนโดตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 ห่างจาก MRT สถานีพระรามเก้าประมาณ 750 เมตร! ใกล้ Fortune Town และ Central Rama 9 ในระยะเดินได้ ในซอยคอนโดเองก็อุดมสมบูรณ์สุด ๆ ของกินเพียบ รับรองว่าไม่มีอดแน่นอน

นอกจากการออกแบบตกแต่งจะสวยงามน่าอยู่แล้ว ส่วนกลางก็จัดเต็มเพื่อให้คุณรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลานบาร์บีคิว, ลานหินนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ,Pet Zone ,ที่จอดจักรยาน ,สวนหย่อม ,สระว่ายน้ำ ,ฟิตเนส ,รวมทั้ง Shutter bus ไปส่งที่ MRT สถานีพระราม 9 ด้วย 

Type ห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 29-41 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 50-74 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท (Fully Furnished)

Chewathai Residence Asoke 

คอนโดย่านพระราม 9 ชีวาทัย
(Credit: Chewathai)

คอนโดหรูหราใจกลางย่านธุรกิจจาก Developer ชื่อคุ้นหูอย่างชีวาทัย ห่างจาก MRT สถานีพระรามเก้า 450 เมตร! ตัวอาคารเป็น High Rise สูง 29 ชั้น ตั้งอยู่ในทำเลทองที่แวดล้อมด้วยอาคารสำนักงาน ใกล้ห้างสรรพสินค้า Central Rama 9 และ Fortune Town ห่างไปอีกหน่อยก็มี Esplanade รัชดา และตลาดรถไฟรัชดาให้เดินเล่นยามเย็นเพลิน ๆ

จุดขายที่นี่คือเพดานสูงปรี๊ดถึง 3.6 เมตรทุกห้อง ทำให้ดูโปร่งโล่งและมีพื้นที่เพิ่มขึ้น แถมยังมาพร้อมส่วนกลางสุดอลังการเอาใจลูกบ้าน อาทิ สระว่ายน้ำระบบโอโซน ,Co-Working Lounge ,ฟิตเนส ,Boxing Room ,ห้องซักผ้าและอบผ้าหยอดเหรียญ ,ห้อง Steam ,และ Sunset Lounge บนดาดฟ้า จะไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ต้องปลื้ม

Type ห้อง 

  • 1 Bedroom แบบ Loft Duplex ขนาด 28 – 34 ตร.ม.

สำหรับ Layout ห้องที่นี่เหมาะกับคนที่อยากแยกสัดส่วนการใช้ห้องให้เป็นจิจะลักษณะเหมือนบ้าน ด้านล่างจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว ส่วนชั้นลอยจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ถือว่าเหมาะเจาะลงตัวมาก ๆ 

ราคาเริ่มต้นปัจจุบัน 5.39 ล้านบาท (Fully Furnished)

IDEO Rama 9 – Asoke

(Credit: Ananda Development)

คอนโด High Rise สูง 36 ชั้นจาก Ananda Development  ห่างจาก MRT พระรามเก้าเพียง 450 เมตร! รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานหลากหลายแห่ง เช่น G Tower, True Tower, AIA Capital Tower และ ตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังใกล้ห้างสรรพสินค้าอีกเพียบ เช่น Fortune Town, Central Rama 9 และ Tesco Lotus 

เรื่องส่วนกลางถือว่าครบถ้วนทั้งสระน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส Amphitheater หรืออัฒจันทร์นั่งเล่น และ Social Club ที่มีทั้ง Co-Working Space และ Playing Area! จุดขายอีกอย่างของโครงการนี้คือ Type ห้องหลากหลายมาก แถมมีห้องเพดานสูงด้วย

Type ห้อง

  • Studio   ขนาด 25.5 – 26.5 ตร.ม.
  • Studio เพดานสูง ขนาด 25.5 – 26.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 31 – 38.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom เพดานสูง   ขนาด 31 – 38.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom   ขนาด 52 – 90 ตร.ม.
  • 2 Bedroom เพดานสูง   ขนาด 52 – 90 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (Fully Fitted)

สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างนะคะ เหมาะกับคนที่ยังไม่ได้รีบย้ายเข้าหรือซื้อไว้เก็งกำไรในอนาคต

Life Asoke Rama 9

(Credit: AP Thailand)

อีกหนึ่งคอนโดคุณภาพเลิศใจกลางเมืองจาก AP Thailand เจ้าเก่าเจ้าเดิม เป็นอาคาร High Rise 2 อาคาร สูง 42 และ 45 ชั้น ระยะห่างจาก MRT สถานีพระราม 9 เพียง 300 เมตร! ถือเป็นคอนโดที่เหมาะกับคนชอบความคุ้มค่าราคาเอื้อมถึงได้ในย่านทำเลทอง มีเฟอร์นิเจอร์ครบจบในราคาเริ่มต้นที่ถือว่าดีงามในละแวกนี้

เรื่องพื้นที่ส่วนกลางนั้นหายห่วง มีครบทั้งสระว่ายน้ำ สวนลอยฟ้า Co-Working Space, Sky Lounge ,และอื่น ๆ ส่วนห้องของโครงการเองก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ

Type ห้อง

  • Studio ขนาด 25-27.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 35-40 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 45-58 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้นก็ประมาณ 2.87 ล้านบาท (Fully Furnished)

Life Asoke Hype

Life asoke hype คอนโดพระราม 9
(Credit: AP Thailand)

ตามมาติด ๆ กับคอนโดพี่น้องที่คลานตามกันมาอย่าง ‘Life Asoke Hype’ จาก AP Thailand! สำหรับใครที่สงสัยว่า Life Asoke Hype ต่างกับ Life Asoke Rama 9 ยังไง เรามีคำตอบค่ะ 

Life Asoke Hype เป็นโครงการระดับพรีเมียม จัดอยู่ใน High Class ขณะที่ Life Asoke Rama 9 จะจัดอยู่ในประเภท Upper Class 

พูดถึงเรื่องการเดินทาง บอกเลยว่าสะดวกสบายไม่แพ้โครงการไหน ตั้งอยู่ห่างจากสถานีพระรามเก้าในระยะเดินได้ 500 เมตร หรือถ้าอยากไปสถานีเพชรบุรีก็เดินไปประมาณ 600 เมตร สถานีนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องเปลี่ยนไปใช้ Airport Link ต่อเพราะเป็นจุด Interchange

สถานที่ใกล้เคียงก็เรียกว่าครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Central Rama 9 ,Fortune Town, Singha Complex ,อาคารสำนักงาน AIA Capital และอีกหลากหลายที่ 

ส่วนกลางที่นี่ต้องบอกว่าทำออกมาได้สวยและคอนเซปต์ลงตัวมาก นอกจากสระว่ายน้ำ ,ฟิตเนส ,Co-Working Business Lounge แล้ว ยังที่หลายที่ที่น่าสนใจ เช่น The Sunset Parlor ,ซุ้มสำหรับนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก ,The Astro Deck ที่ออกแบบไว้ดูดาวและวิวยามค่ำคืนโดยเฉพาะ ,และ The Circle Running Garden ที่สามารถใช้เดินออกกำลังกายและวิ่งได้

 Type ห้อง 

  • Studio ขนาด 25.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 30.5 – 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 49.5 – 64 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท (Fully Fitted)

เป็นไงกันบ้างคะ คอนโดย่านพระราม 9 ที่เราคัดมาเสิร์ฟวันนี้ถูกใจกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย จะเห็นว่าแต่ละที่ที่เราคัดมาเดินทางไปไหนสะดวกมาก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะ แถมยังใกล้ทั้งแหล่งงานและแหล่งช้อปปิ้ง ถือเป็นทำเลทองที่จะอยู่เองก็สบาย จะซื้อไว้เก็งกำไรหรือเปล่าเช่าก็เลิศ 

ใครสนใจโครงการไหนลองไปหามาจับจองกันได้นะคะ Kaidee Property ของเราก็มีคอนโดมือสองหรือห้องขายดาวน์ให้คุณได้เข้าไปเลือกหาเพียบ! ลองเข้ามาดูกันก่อนได้ค่ะ

บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

เพื่อน ๆ หลายคน พอมีงานทำที่มั่นคงกันแล้ว ก็มักจะวางแผนที่จะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งใช่ไหมล่ะครับ บางคนก็มีแผนจะซื้อคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะสะดวกกว่า บางคนอยากที่จะซื้อบ้านมากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่เยอะกว่า มีความเป็นส่วนตัว และสามารถรองรับสมาชิกครอบครัวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย วันนี้บทความเรามีคำตอบให้กับคุณแน่นอน ถ้าหากจะซื้อที่อยู่ ควรจะซื้อบ้านหรือคอนโดดี ซึ่งจะมีปัจจัยหลัก ๆ 7 ข้อในการตัดสินใจ มาดูกันเลย มีอะไรบ้าง 

1. ทำเลที่ตั้ง

คอนโด 

คอนโดจะได้เปรียบในเรื่องนี้ โดยคอนโดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีทำเลที่ตั้งใกล้กับรถไฟฟ้าและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกมากมายอย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งทำเลที่ติดรถไฟฟ้าจะเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ราคาพื้นที่บริเวณโดยรอบมีมูลค่าเพิ่มไปด้วย จึงทำให้คนที่เป็นเจ้าของคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ สามารถเก็บไว้เก็งกำไรเพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่าได้    

โครงการบ้าน

หมู่บ้านจะเป็นส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะตั้งอยู่ทำเลกลางเมืองหรือติดกับรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  เนื่องจากพื้นที่ในการสร้างโครงการต้องใช้พื้นที่เยอะกว่าการสร้างคอนโดที่เป็นตึกสูง ซึ่งจะเห็นโครงการบ้านส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นแถบแนวชานเมืองเลย หรือถ้าเป็นโครงการบ้านใจกลางเมืองราคาก็จะสูงมาก ๆ เลยล่ะ

2. พื้นที่ใช้สอย 

คอนโด

พื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด อาจจะไม่เยอะเท่าบ้าน เพราะว่าแต่ละโครงการคอนโดก็จะกำหนดพื้นที่ของแต่ละห้องมาให้เลือกเลย ซึ่งบางโครงการราคาสูงยังได้ห้องที่เป็น Studio แต่ถ้าอยากได้พื้นที่เยอะ ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ราคาของห้องก็สูงมากเลยล่ะ

โครงการบ้าน 

พื้นที่ใช้สอยของบ้านนั้น เป็นข้อได้เปรียบ เพราะบ้านให้พื้นที่มากกว่า ห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ของแต่ละห้องก็สามารถปรับแต่งหรือตกแต่งเพิ่มได้และยังสามารถวางของได้เยอะ โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งที่คอนโดไม่มี ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้และที่สำคัญ คือ สามารถปลูกต้นไม้ จัดสวน หรือจะตกแต่งให้พื้นที่ภายนอกให้สวยงามตามใจเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย

3. สิ่งอำนวยความสะดวก

คอนโด 

คอนโดนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยจะมีส่วนกลางที่ทำเพื่อผู้ที่เป็นเจ้าของห้องในคอนโดนั้น ได้ทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยสิ่งพื้นฐานที่คอนโดมี คือ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ห้องสมุด ซึ่งบางที่อาจมีห้องซาวน่าและห้องสตรีมด้วย 

โครงการบ้าน 

โครงการบ้านในปัจจุบันก็จะมีส่วนกลางที่คล้ายกับคอนโด เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการสามารถใช้ทำกิจกรรมหลังเลิกงานหรือในช่วงวันหยุด โดยจะมี สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน และส่วนกลางอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อาจจะเดินทางไปที่ส่วนกลางไกลหน่อยนะ

4. ความเป็นส่วนตัว

คอนโด 

เมื่อเพื่อน ๆ คิดที่จะซื้อคอนโดแล้ว จะต้องยอมรับความเป็นส่วนตัวที่อาจจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร เพราะว่าห้องของคอนโดเป็นอาคารชุด ห้องอยู่ติดกัน ไม่ว่าข้างห้องจะทำอะไรเสียงดัง ห้องที่ติดกันก็จะสามารถได้ยินเสียงนั้นได้ เสียงเบาหรือดังขึ้นอยู่กับผนังของห้องว่ามีการดูดซับเสียงมากขนาดไหน

โครงการบ้าน

บ้านจะมีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่อยู่ติดกับใคร ไม่ว่าจะทำอะไรที่เสียงดังในระดับที่ปกติหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น ทำอาหาร ล้างรถ หรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ก็สามารถทำให้อย่างสะดวก ไร้กังวล เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ยังอยู่ในบริเวณบ้านและไม่สร้างความรบกวนให้กับใคร 

5. ระบบความปลอดภัย

คอนโด

เนื่องจากคอนโดเป็นอาคารที่เป็นตึกสูง เพราะฉะนั้นคอนโดจึงมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยหลายเรื่อง เช่น เพลิงไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องใดห้องหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะลามไปห้องข้าง ๆ ได้รวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง อีกทั้งการโดยสารด้วยลิฟท์ มีโอกาสเสี่ยงการเกิดลิฟท์ค้างหรือไฟดับได้ด้วย 

โครงการบ้าน

เรื่องความปลอดภัยของบ้าน ก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของทรัพย์สิน เนื่องจากบ้านจะมีความเป็นส่วนตัวและเงียบ ความปลอดภัยทางเข้า – ออกอาจจะไม่รัดกุมเท่าคอนโด อาจจะทำให้มีขโมยเข้ามานำสิ่งของออกไปได้ง่าย ต่างจากคอนโดที่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น การแตะการ์ดเข้าตึก กล้องวงจรปิดทุกชั้น นั่นเอง นอกจากนี้ บ้านยังมีความเสี่ยงเรื่องภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ถ้าหากหมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

6. การบำรุงรักษา   

คอนโด

การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น 

บ้าน 

ส่วนบ้านการบำรุงดูแลรักษาจะจุกจิกกว่าคอนโด เนื่องจากบ้านนั้นมีความเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่เยอะ เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งภายในบ้าน รอบ ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลก็จะเยอะกว่าคอนโดนั่นเอง

7. จำนวนสมาชิกของครอบครัว

คอนโด 

คอนโดจะเหมาะกับสมาชิก 1 – 2 คน ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนห้อง จำนวนสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในและพื้นที่เก็บของ ซึ่งเหมาะกับการที่จะอยู่ 1 – 2 คน เพราะจะทำให้การอยู่ไม่แออัดในการใช้ชีวิตมากกว่าจะอยู่จำนวนที่เยอะกว่านั้น 

โครงการบ้าน

ส่วนบ้านจะเหมาะกับสมาชิกครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวที่ย้ายมาจากคอนโดเพราะมีบุตร ซึ่งบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก สะดวกสบายกว่าในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย   

เป็นไงบ้างครับเพื่อน ๆ อ่านบทความมาถึงตอนนี้แล้ว ตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจบ้านหรือคอนโด ราคาดี มีคุณภาพ ทาง Kaidee Property เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย แวะมาชมก่อนได้นะครั

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน

เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร 

แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน

มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ 

หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 

2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ

3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ

4. ระบบไฟอัจฉริยะ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ

5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา

แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ

6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง 

บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย  

คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง  

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย 

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยถูกพัฒนาขึ้นอย่างหลากหลาย จะเห็นได้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่พักอยู่อาศัยเริ่มเยอะขึ้นเนื่องจากความต้องการของประชากรมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนประชากรที่เยอะขึ้นอีกด้วย จึงทำให้ที่พักอาศัยเป็นสิ่งสำคัญของคนที่กำลังจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือกำลังขยับขยายครอบครัวนั้นเอง 

แต่ในปัจจุบันก็มีประเภทของที่อยู่อาศัยให้เลือกเยอะมากมาย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองอย่างคอนโดมิเนียมนั่นเอง ที่ในปัจจุบันนั่นผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในเมืองกรุงและกำลังแผ่ขยายออกไปตามชานเมืองและปริมณฑล

คอนโดมิเนียม ดีอย่างไร

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองกรุงก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบ และในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทอง

คอนโดมิเนียม ทำไมถึงน่าลงทุน

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า วันนี้เรามีข้อดีของคอนโดมิเนียม ว่าทำไม ถึงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน มาดูกันเลย 

1. ทำเลที่ดี 

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง 

ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน มีการตั้งอยู่บนทำเลเหล่านี้ของกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าในอนาคต มีความคิดที่จะปล่อยเช่าหรือปล่อยขาย ราคาเช่าหรือขายก็จะเป็นราคาที่ดีมากแน่นอน

2. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก 

ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
  • ทางด่วนสายสำคัญ
  • ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ 
  • อาคารสำนักงานหลายแห่ง 
  • สถานที่สำคัญต่าง ๆ  เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล 
  • แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ 

สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน 

3. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ 

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส 
  • สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน 
  • ห้องอ่านหนังสือ 

ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ 

  • ห้องซาวน่า 
  • ห้องสตรีม 
  • ห้องสมุด 
  • ห้องทำงาน 
  • ห้องประชุม
  • ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน 
  • ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่ 
  • สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ 
  • พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน 

ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย 

4. ราคาที่เพิ่มขึ้น ไม่มีลด 

สำหรับคอนโดมิเนียม เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี 

ทั้งหมดทั้งมวลผลจะมาจาก พื้นที่ตั้งของคอนโด มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนเยอะ มีสถานที่สำคัญขยายมาตั้งเยอะ จึงทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีมูลค่าสูงเลยส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นตามไปด้วยหรือถ้าคุณอยากปล่อยเช่าก็สามารถทำได้

5. การบำรุงรักษา

การบำรุงรักษาปรับปรุงห้อง เพื่อให้ห้องอยู่ในสภาพที่ใหม่ตลอดเวลา การบำรุงรักษาก็อยู่ในเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยห้องของเราที่มีพื้นที่ที่ต้องบำรุงรักษาน้อย ไม่เหมือนกับบ้านที่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาที่เยอะกว่าเพราะมีพื้นที่ที่เยอะกว่า เพราะฉะนั้นการนำเงินไปลงทุนกับคอนโดจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการลุงทุนซื้อบ้านนั่นเองครับ

6. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี 

ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard หรือจะเป็นระบบ easy pass สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยไว้เป็นระบบผ่านไม้กั้นเข้ามายังตัวคอนโด ก่อนเข้าคอนโดก็จะต้องใช้ Keycard เพื่อแตะเข้าไปยังคอนโดอีกรอบ และในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบแตะ Keycard เพื่อใช้ลิฟต์อีกด้วยและยังมีประตูห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมก็ยังมีกล้องวงจรปิดติดไว้ทุกส่วนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ

คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่กำลังมองหาที่อยู่เพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งความคุ้มค่า ความสะดวกสบายของคอนโดมิเนียมจะมีให้แบบครบครัน เช่น ทำเลที่ตั้งที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและภายนอก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ คอนโดมิเนียม เป็นทรัพย์สินที่น่าลงทุนครับ 

หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือหาซื้อบ้านหลังที่ 2 อยู่ สามารถมาหาซื้อได้ที่ Kaidee Property ได้เลย มีราคาและทำเลที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกได้อย่างสบาย ๆ