เปิดเส้นทางการเดินทางชาว We Condo เอกมัย-รามอินทรา

เปิดเส้นทางการเดินทางชาว We Condo เอกมัย-รามอินทรา

ย่านเอกมัย-รามอินทรานอกจากจะมีความครบครันอย่างที่ได้เห็นกันในบทความ “กิน-เที่ยว-ช้อป ครบ!  จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา” แล้ว เรื่องการเดินทางก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะขับรถหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็สะดวก โดยเฉพาะใครที่อยากอยู่อาศัยในย่านนี้ ก็มีคอนโดบรรยากาศดีอย่าง We Condo ที่พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้อีกด้วย  

We Condo คอนโดสไตล์รีสอร์ท

we-condo.com

We Condo คอนโด Low Rise สไตล์รีสอร์ท 8 ชั้น 5 อาคาร ตั้งอยู่ติดกับถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม มีที่จอดรถ 46% พร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 4 ไร่ ห้องทุกยูนิตจะเป็น Fully Furnished แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ 

สถานที่ใกล้เคียง We Condo ก็มีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดนัด โรงเรียน โรงพยาบาล ครบครันทุกสถานที่สำคัญกับชีวิตของคุณ พร้อมเส้นทางการเดินทางที่หลากหลาย ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ดูข้อมูลสถานที่เพิ่มเติมที่นี่ “กิน-เที่ยว-ช้อป ครบ!  จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา”   

ถนนเส้นหลัก

“รามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม”

ถนนที่ชาว We Condo จะได้ใช้งานกันประจำเวลาขับรถ นั่งแท็กซี่หรือเรียกแกร๊บ คือถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม โดยเส้นนี้จะมุ่งหน้าตรงไปทางทิศใต้เชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวและถนนเพชรบุรี สามารถเข้าสู่ย่านพระราม 9 อโศกหรือลาดพร้าวได้ 

หากไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถนนรามอินทราก็จะเชื่อมไปยังถนนพหลโยธินหรือถนนแจ้งวัฒนะ เข้าสู่ย่านดอนเมือง-หลักสี่ สามารถไปยังสนามบินดอนเมืองได้

เดินทางไปทำงาน 

ชาว We Condo สามารถเดินทางไปทำงานได้หลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ

รถยนต์

หากขับออกจาก We Condo จะเข้าสู่ถนนประดิษฐ์มนูธรรมที่มุ่งหน้าไปยังถนนลาดพร้าวและพระราม 9 ได้ ถ้าหากวันที่ต้องรีบทำเวลาก็สามารถขึ้นทางพิเศษฉลองรัชได้ในเส้นทางเดียวกัน 

รถไฟฟ้า

mrta-pinkline.com

ไม่ไกลจากด้านหน้าของ We Condo จะเป็นสถานีวัชรพลของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้คุณไปทำงานในย่านรวมออฟฟิศต่างๆได้สะดวก

เดินทางไปเรียน

โรงเรียนและมหาลัยใกล้ We Condo มีดังนี้

  • โรงเรียนสายอักษร
  • โรงเรียนบดินทรเดชา 2
  • โรงเรียนสตรีวิทยา 2
  • Australian International School Bangkok
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
  • มหาวิทยาลัยเกริก

สถานศึกษาในย่านนี้มีตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะโรงเรียนภาคปกติหรือโรงเรียนนานาชาติก็มีให้เลือกตามความต้องการ ดังนั้นสำหรับครอบครัวที่อยากจะส่งลูกเข้าโรงเรียนในระดับชั้นต่างๆ ก็สามารถเลือกได้หลากหลาย ในระยะทางที่สามารถขับรถไปส่งได้ในเวลาเฉลี่ย 20 นาที โดยใช้เส้นประดิษฐมนูธรรมนี้เป็นหลัก หรือในวัยมหาลัยก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนได้อย่างสะดวก  

ขับรถไปเที่ยว

จะไปเที่ยวแฮงเอาท์กับเพื่อนหรือไปพักกายพักใจที่ต่างจังหวัดไปได้แบบไม่ต้องอ้อมไกล เพราะย่านนี้มีทั้งทางด่วนและถนนที่เชื่อมเข้าสู่ย่านดังอื่นๆมากมาย

ในเมือง

อยากที่รู้กันว่าหากขับรถออกจาก We Condo ไปตามถนนประดิษฐมนูธรรม จะสามารถขึ้นทางด่วนฉลองรัช (เอกมัย -รามอินทรา) ได้เลย หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือขึ้นรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีวัชรพล ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าอีกหลายสาย เดินทางง่ายแม้ไม่มีรถส่วนตัว

ปริมณฑลและต่างจังหวัด

การเดินทางไปรอบนอกของกรุงเทพฯจาก We Condo อย่างตลิ่งชัน บางบัวทอง รังสิต ฯลฯ หรือจะไปเที่ยวต่างจังหวัดอย่างปทุมธานีหรือสมุทรปราการก็สามารถใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกได้  

สรุปเส้นทางการเดินทางชาว We Condo 

ถนนเส้นหลัก 

  • ถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม

ทางด่วน

  • ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์)
  • ทางพิเศษวงแหวนกาญจนา

รถไฟฟ้า

  • สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) | เปิดให้บริการประมาณปี 2022
  • สายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) | ยังไม่มีกำหนดการเปิดให้บริการที่แน่ชัด 

เส้นทางการเดินทางที่หลากหลายช่วยให้ผู้อยู่อาศัยใน We Condo มีความสะดวกในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ไปเรียนหรือไปเที่ยวก็สะดวก ช่วยทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณไม่น่าเบื่อเพราะการเดินทางที่ลำบากแบบเดิมอีกต่อไป 

We Condo

และพิเศษสุดในวันนี้ We Condo พร้อมให้คุณได้ย้ายเข้าอยู่แล้ว ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท พร้อมฟรีค่าโอนและฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี ราคาดีในย่านที่ครบครันแบบนี้เฉพาะที่ We Condo เท่านั้นค่ะ

ครบทุกจักรวาลแห่งความสุข กับคอนโด “เลี้ยงสัตว์” ได้ Landmark@Grand Station

ครบทุกจักรวาลแห่งความสุข กับคอนโด “เลี้ยงสัตว์” ได้ Landmark@Grand Station

Landmark@Grand Station
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

แต่ละปีที่เข็มสั้นและเข็มยาวของนาฬิากาพากันหมุนไป ไม่ใช่แค่อายุของเราที่เพิ่มมากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตหลายๆ อย่างในชีวิต แปรเปลี่ยนและผกผันไปตามปัจจัยสำคัญ ที่ได้ชื่อว่า “เวลา”

หมายรวมถึง “เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ยุค 2021” ที่ถูกกงล้อของเวลาและปัจจัยต่างๆ ขับเคลื่อนให้เปลี่ยนผ่านไปด้วยเช่นกัน วัดจากตัวเราเองก่อนได้ เริ่มจากหันซ้ายหันขวามองไปรอบตัว จะเห็นได้ว่าเพื่อนฝูง คนรอบตัวเราหลายคน เลือกที่จะอยู่อย่างพึงพอใจในชีวิตโสด (อย่างมีความสุข)

ปัจจุบันโครงสร้างสังคมไทยมีแนวโน้มเป็น “ครอบครัวเดี่ยว” และ “อยู่คนเดียว” มากขึ้น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลหลายๆ อย่างกลับชี้ให้เห็นว่า จริงๆ แล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ไม่ได้มีใจปรารถนาที่จะอยู่อย่างเดียวดายไปทั้งชีวิต การอยู่คนเดียวในความหมายดังกล่าว คือการเติบโตไปพร้อมๆ กับ “สัตว์เลี้ยง” คู่ใจสักตัว

1 คน 1 ตัว (สัตว์เลี้ยง) : เทรนด์อสังหาฯ มาแรงยุคนี้

เมื่อความต้องการที่อยู่ในใจของผู้พักอาศัยเปลี่ยนแปลงไป เทรนด์อสังหาฯ ย่อมต้องปรับทิศทางลมเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า จะเห็นได้ว่า 2-3 ปีมานี้ หลายโครงการเริ่มมีการผ่อนปรน และปรับให้คอนโดของตัวเองเลี้ยงสัตว์ได้

คำว่า “Pet Friendly” หรือ “Pet Lover” จึงถูกหยิบยกมาเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของคอนโดยุคนี้

ตลาดอสังหาฯ ในหมู่คนรักสัตว์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ละปีพบว่าคนเมืองนิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น แถมวิถีกราฟยังพุ่งขึ้นแบบยังไม่มีแนวโน้มจะตกลงมา เอาแค่ตัวเลขสุนัขที่เจ้าของลงทะเบียนอย่างถูกต้องในปี 2559 อยู่ที่ 580,472* ตัว เพิ่มจากครั้งก่อนที่สำรวจราวๆ 55,000 ตัว

ส่วนชุมชนทาสแมวในปี 2559 ก็ไม่น้อยหน้ากัน ตัวเลขอยู่ที่ 304,781* ตัว ซึ่งแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ไม่ต่างจากชมรมคนรักน้องหมา (สำรวจล่าสุดโดยสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์*)

ไม่ใช่แค่เปอร์เซนต์คนเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เทรนด์การซื้อคอนโดเพื่อ “อยู่คนเดียว” ก็พุ่งสูงแบบน่าจับตามองไม่แพ้กัน อย่างที่บอกไปว่า สองเทรนด์นี้เป็นอะไรควบคู่กัน คนอยู่คนเดียวมีแนวโน้มสูงที่จะเลี้ยงสัตว์ไว้คลายเหงา

ดังนั้นการเลือกซื้อคอนโดของกลุ่มนี้ จึงต้องมีอะไรตอบโจทย์มากกว่าการเป็นที่พักอาศัย หรืออยู่ในทำเลที่ดี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องรองรับสมาชิกตัวน้อยสี่ขา ให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเราอย่างมีความสุข

คอนโด ติดรถไฟฟ้า

5 ไลฟ์สไตล์คนเมืองมาแรงแห่งยุค

  • อยู่คนเดียวมากขึ้น เกิดภาวะต่างคนต่างอยู่เยอะขึ้น

  • ปัจจุบันประชากรกว่า 50% อาศัยอยู่ในเมืองและจะขยายตัวเป็น 70- 75% ในอีก 30 ปีข้างหน้า

  • คนจะให้ความสนใจตั้งถิ่นฐานในเมืองรองมากขึ้น จากการขยายตัวของเมืองรองอย่างรวดเร็ว (Urbanization)

  • ประชากรทำงานในเมืองส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย Gen Y และ Gen Z กว่า 50% และมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป จากการเลือก “เมือง” ก่อน “งาน”

  • รูปแบบครัวเรือนข้ามรุ่นจะเยอะขึ้น เช่น คุณตายายอยู่กับหลาน พ่อแม่ไปทำงานในเมือง

อ้างอิงจาก : หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ – https://www.sanook.com/home/31149/

เติมเต็มความรักของคุณให้สมบูรณ์ กับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ที่ Landmark@Grand Station

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังมีแนวโน้มว่า “ความต้องการ” ดังกล่าวนี้นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า Landmark@Grand Station ไม่เคยไม่นึกถึงสิ่งที่ผู้พักอาศัยต้องการ อะไรที่เป็นความสุข เติมเต็มชีวิตลูกบ้านให้สมบูรณ์แบบได้ ทาง Siamese Asset ไม่เคยเลือกที่จะมองข้าม

เอาแค่ทุกห้อง 3 Type หลักของโครงการนี้ (Flexi, Eco และ Grand) ล้วนแล้วแต่มีห้องสไตล์ Pet Friendly แทรกอยู่ในทุกๆ ระดับ แสดงให้เห็นว่าคอนโดนี้ ใส่ใจ เข้าใจ และให้ความสำคัญกับทุกความต้องการของผู้พักอาศัย

ทั้งยังเปิดกว้างเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ในการเลี้ยงสัตว์ แบบให้ลูกบ้านทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีซัพพอร์ตชาว Pet Lover แบบปังๆ ไม่ผิวเผิน การันตีด้วยการ “Sold Out” ของห้อง Flexi Type : Pet Friendly Style ที่ถูกคนรักสัตว์จับจองไปแล้วจนเกลี้ยงแผง

ใครที่ยังลังเล ไม่มีเวลาให้คิดนานแล้วนะ!

คอนโด เลี้ยงสัตว์
คอนโด รามอินทรา

ทุกเงื่อนไขและข้อสงสัย เลี้ยงสัตว์อะไรได้บ้าง?

ถึงตรงนี้ชาว Pet Lover น่าจะมีคำถามว่า การพาน้องๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวที่ Landmark@Grand Station มีเงื่อนไขและข้อจำกัดอะไรบ้าง พวกเขาจะอยู่ที่นี่อย่างแฮปปี้ไหม? อยู่แล้วน้องจะอึดอัดต้องอยู่แค่ในห้องหรือเปล่า?

1.อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ 2 ประเภทคือ “สุนัขและแมว” เท่านั้น

2. สัตว์เลี้ยงต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่

3. เจ้าของห้องชุดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ 1 ตัว ต่อ 1 ห้องเท่านั้น

4. กรณีพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นในพื้นที่ส่วนกลาง สัตว์เลี้ยงต้องมีสายผูก/จูง รวมถึงต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา ขณะอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง

ความกังวลใจเหล่านี้ ทางแลนมาร์กเข้าใจหัวใจของลูกบ้านที่รักสัตว์เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์โดยรวมของโครงการอยู่ในมาตรวัดระดับกลางๆ มีตึงบ้างหย่อนบ้าง เพราะอย่าลืมว่า เป็นการบาลานซ์ “ความสุข” ระหว่างคนเลี้ยงสัตว์และคนไม่เลี้ยงสัตว์ ให้อยู่ร่วมกันอย่างพึงใจและมีรอยยิ้มทั้งสองฝ่าย

ความรักที่เรามีให้ “เจ้าน้อง” ของเรา ควรเป็นความรักที่ควบคู่ไปกับการรับผิดชอบสังคมด้วยค่ะ

ราคา ค่าส่วนกลาง ขนาดห้องพัก Pet Friendly

มาถึงเรื่องราคา ค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลายคนพิจารณาเป็นอันดับแรก ซึ่งจริงๆ แล้วห้องพักสไตล์ Pet Friendly ของโครงการนี้ มีให้คุณเลือกด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Flexi, Eco และ Grand

อย่างไรก็ดี ความพุ่งของกระแส “Pet Lover” ไม่มีคำว่าแผ่ว เพราะทันทีที่คอนโดเปิดให้จองห้องพัก ชมรมคนรักสัตว์ก็พากันเข้ามาจับจองห้องแบบ Flexi จน Sold Out ไปแบบพริบตา จนตอนนี้ Landmark@Grand Station มีห้องสไตล์ Pet Friendly ให้คุณเลือกเพียงแค่ Eco และ Grand เท่านั้น

นับเป็นหนึ่งกรณีศึกษาว่า “อย่าเล่นกับหัวใจคนมีความรัก” กำลังซื้อคือแบบพร้อมจับจ่ายจริงๆ

ที่สำคัญความใจป้ำของทางโครงการนี้ ยังไม่มีการชาร์จค่าส่วนกลางสำหรับห้องพักสไตล์ Pet-Friendly เพิ่มแต่อย่างใด คิดราคาเดียวกับยูนิตอื่นๆ ตามพื้นที่ใช้สอยปกติ ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มให้ปวดหัววุ่นวาย คุณก็เก็บกระเป๋าเข้าอยู่พร้อมเจ้าตัวเล็กสี่ขาได้เลย

คอนโด เลี้ยงแมว
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

  • Pet-Friendly : Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท** (Sold Out)

  • Pet-Friendly : Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M.,USABLE AREA 41 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.16 ล้านบาท**

  • Pet-Friendly : Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M.,USABLE AREA 51 SQ.M. เริ่มต้นที่ 4.1 ล้านบาท**

ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด
ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี)
ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว)
**ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436

อยู่ร่วมกันอย่าง “สุขใจ” ทั้งคนรักสัตว์และไม่รักสัตว์

ที่ Landmark@Grand Station

อีกหนึ่งสิ่งที่คอนโดฯ นี้ เตรียมไว้รองรับชาว Pet Lover ให้อยู่อย่างแฮปปี้ คือการแบ่งโซนห้องพัก Pet-Friendly ออกเป็นสัดส่วน มีแค่ชั้น 4 และ 5 เท่านั้น ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ไม่มีการอยู่ร่วมชั้นกับลูกบ้านที่ไม่เลี้ยงสัตว์ เพราะไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านจะอึดอัดใจ เราเองในฐานะคนเลี้ยง ก็คงไม่สะดวกใจเช่นกัน

ทั้งเสียงและกลิ่นของน้องๆ อาจจะรบกวนคนที่ไม่ได้อินได้ (สิ่งนิดเดียวของเรา อาจเป็นเรื่องน่ารำคาญใหญ่โต ของคนที่ไม่ชอบได้)

ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น

พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก

นอกจากจะมีพื้นที่ส่วนกลาง สวนต่างๆ ให้เราพาน้องหมาน้องแมวไปเดินเล่น Exercise แก้เบื่อแล้ว ระหว่างทางของการพาน้องๆ ออกจากห้องพักไปข้างนอก ทาง Landmark@Grand Station ยังคิดไว้ให้คุณแล้วแบบรอบคอบ ด้วยการมีลิฟต์แยกไว้ให้ 1 ตัว เฉพาะพาสัตว์เลี้ยงขึ้น-ลง ให้เราไม่ต้องยิ้มแบบเกรงใจ เวลาเจอลูกบ้านคนอื่นในลิฟต์

ความที่คอนโดนี้เป็นโครงการแบบ Mix-use จัดเต็มด้วยร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังมีร้าน Pet Shop โซนสัตว์เลี้ยง เอาไว้รองรับความต้องการของลูกบ้านชาว Pet Lover ไม่ต้องเดินทางไปแบกอาหารน้องหมาน้องแมว หรือทรายแมวไกลๆ ให้กล้ามแขนขึ้น ชีวิตของคุณจะพบเจอแต่คำว่าสะดวกสบาย เมื่อพักที่นี่

คอนโด เลี้ยงหมา

“เอาใจเขามาใส่ใจเรา” คือหัวใจหลักของแลนมาร์ก
เราให้ความสำคัญและคิดถึง “ความสุข” ของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ
ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงสัตว์หรือไม่เลี้ยง
ทั้งสองฝ่ายต้องให้อยู่ร่วมกันอย่างสบายใจที่สุด
เพราะทุกคนคือลูกบ้านของเรา

นั่นคือพอยต์หลักของ Landmark@Grand Station เติมเต็มความรักดีๆ ของคุณได้ที่นี่

จองเลยวันนี้! ลงทะเบียนรับโปรโมชันสุด Exclusive ที่คลิปด้านล่าง! ในราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท*

ปักหมุด 5 คอนโดสไตล์ Loft สวยเท่ สไตล์ศิลปิน

ปักหมุด 5 คอนโดสไตล์ Loft สวยเท่ สไตล์ศิลปิน

ถ้าความหมายของ ‘Interior Design’ หรือ ‘การตกแต่งภายใน’ ของคุณ คือการใช้ศิลปะหลายแขนง สีสันที่หลากหลาย และ เทรนด์แฟชั่น เพื่อแต่งแต้ม และจัดวางลงบนห้องว่างๆ ห้องหนึ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับอยู่อาศัยแล้วล่ะก็ การตกแต่งห้องแบบลอฟท์ (Loft) นั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

สไตล์ Loft เป็นการตกแต่งที่คำนึกถึงสถาปัตยกรรมเป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปูนเปื่อย อิฐ คานเสา โครงเหล็ก ทางเดินสายไฟ หรือแม้กระทั่งท่อแอร์ 

“หากพูดง่ายๆ การตกแต่งห้องสไตล์ Loft จะไม่เน้นตกแต่ง 

แต่กลับเล่นกับ Reality เพื่อแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้อาศัย”

เนื่องจากเสน่ห์ของห้อง Loft คือความสวยแบบดิบๆ บวกกับพื้นที่ที่กว้างขวาง ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งไม่อึดอัด จึงทำให้ปัจจุบัน สไตล์ Loft ได้รับความนิยมมากขึ้น และได้ถูกนำมาเป็นจุดขายในหลายโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทย 

วันนี้ Kaidee ได้รวม 5 คอนโดมิเนียมสไตล์ Loft ที่รับรองได้เลยว่า ไม่แพ้เมืองนอกอย่างแน่นอน 

1. THE LOFT ASOKE

“คอนโดแบบ Luxury ไม่จำเป็นต้องมี Pattern และ ดีไซน์ที่ Play Safe เสมอไป ” 

Propholic

The Lofts Asoke เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมจากแบรนด์ Lofts พัฒนาโดย Developer ระดับ High-End ของบ้านเราอย่าง Raimon Land ซึ่งได้สร้างผลงานมาแล้วหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น The Lofts สาทร, The Lofts เย็นอากาศ, The Lofts เอกมัย, The Lofts สีลม และ ล่าสุด The lofts ราชเทวี 

แน่นอนว่า The Lofts Asoke นั้น ก็เป็นคอนโดระดับ Super Luxury โดยมีความสูง 37 ชั้น 7 ชั้นลอย จำนวน 1 อาคาร และมียูนิตรวมทั้งสิ้น 211 ยูนิต 

The Lofts Asoke มากับคอนเซ็ปต์ “Industrial Loft Style” ดังนั้น…

แตกต่างจากที่อื่น The Lofts Asoke เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์ Loft อย่างแท้จริง 

ทางโครงการเลือกใช้วัสดุโลหะเหล็กสนิม คอนกรีต และเลือกใช้กรอบหน้าต่างโลหะขนาดใหญ่ ให้ฟิลล์ความเป็นห้อง Studio ในสไตล์ New York Industrial Loft ราวกับอยู่อพาร์ทเม้นท์ที่ New York เลยทีเดียว

จุดเด่นของโครงการ The Loft Asoke

  • ทุกพื้นที่ในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตัวยูนิต ส่วนกลาง หรือแม้แต่ บริเวณ Lobby ต่างโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Loft Industrial ให้ความรู้สึกหรูหรา อย่างทันสมัย ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
  • ยูนิตต่อชั้น มากสุดอยู่ที่ 7 ยูนิตเท่านั้น จึง ให้ความเป็นส่วนตัว สูงพอสมควร
  • บริเวณชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับ Lounge & Workspace ซึ่งมีพื้นที่กว้าง เพดานสูง และหน้าต่างบานใหญ่ที่มาในรูปแบบสไตล์ Loft ผสมผสานความเท่ และบรรยากาศธรรมชาติอย่างลงตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวรอบนอก และ แสงจากธรรมชาติ ที่ส่องเข้ามาในห้อง Lounge ตลอดวัน  
  • สำหรับ Fitness Center อยู่ที่ชั้น 4 มีพื้นที่กว้างขวาง ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย และ ยังแบ่งห้องน้ำชาย และ หญิงอย่างชัดเจน 
  • สระว่ายน้ำอยู่ที่ชั้น 31 ของอาคาร มาในรูปแบบ Semi Outdoor บนความสูง 100 เมตร เหนือระดับพื้นดิน สามารถรับชมวิวกลางเมืองขณะว่ายน้ำได้อย่างรื่นรมย์

ทำเลที่ตั้ง และ ความอุดมสมบูรณ์: 

  • The Loft Asoke ตั้งอยู่ใจกลางอโศก สุขุมวิท 21 ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือด เชื่อมต่อระหว่างถนนเส้นหลักหลายเส้น ไม่ว่าจะเป็น สุขุมวิท รัชดาภิเษก เพชรบุรี และ อโศก-ดินแดง
  • อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ MRT เพชรบุรี และ ARL มักกะสัน เพียง 200 เมตร 
  • เดินทางด้วยรถยนต์เพียงแค่ 5 นาที จากทางด่วนพิเศษ พระราม 9 และ อโศก-ดินแดง
  • รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน ได้แก่ เซ็นทรัลพระราม 9, Singha Complex, Metro Mall, ตลาดนัด, อาคาร GMM Grammy, ชิโนไทย ทาวน์เวอร์, Grand Park View Asoke, Cemic Tower, 253 Asoke และ อีกมากมาย

รูปแบบห้อง

  • 1 ห้องนอน : 35 – 49 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน : 74 – 87 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน Duplex : 76 , 77 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน Duplex : 120 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน Duplex : 130 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน Duplex : 145 ตร.ม.

หากใครชอบดีไซน์แบบ Loft Industrial พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โครงการนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะความสูงของเพดานให้มาสูงที่สุดอยู่ที่ 5.7 เมตร (สำหรับห้อง Loft Duplex) และต่ำสุดคือ 3 เมตร ซึ่งก็เป็นระดับความสูง Floor to Ceiling ที่สูงกว่าคอนโดทั่วไป 

รูปแบบห้องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนั้น คือห้องแบบ Loft 2 ห้องนอน เนื่องจากเป็นห้องที่ให้พื้นที่ใช้สอยมากสูงสุดถึง 87 ตร.ม. ต่างจากห้องแบบ 2 ห้องนอนจากโครงการอื่นๆ ทั่วไป 

ไม่เพียงแต่พื้นที่ที่ให้มามากพอที่จะอาศัยอย่างเป็นครอบครัว แต่ด้วยการออกแบบที่ใช้หลักการแบบ Practical Design ซึ่งเน้นการใช้ชีวิตเป็นหลัก ทำให้คุณสามารถพักอาศัยที่ห้องนี้ได้อย่างยาวนาน คุ้มค่าที่จะลงทุน

2. ALTITUDE UNICORN

“คอนโดสำหรับผู้มีฝัน เพราะ The next step for successful living เรากำหนดเองได้ ”

โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโด High Rise สูง 34 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และ มียูนิตทั้งสิ้น 711 ยูนิต เป็นโครงการตัวที่สองของทาง Altitude Development ที่ลงทุนร่วมกับ Creed Group 

ภายนอกโครงการ โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูเขา Grand Canyon ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปแบบของสีอาคาร โดยใช้ สีชมพูอมน้ำตาลร่วมกับสีเทา เป็นหลัก ในส่วนของ Facade อาคารบางส่วน จะมีลักษณะโครงสร้างเป็นเส้นโค้ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากการใช้สวนแนวตั้ง ปกคลุมตึกลานจอดรถซึ่งเป็นฐานของโครงการ เปรียบเสมือนกับภูเขายักษ์ใหญ่ใจกลางย่าน สาทร-ท่าพระ เลยทีเดียว

จุดเด่นของโครงการ: Altitude Unicorn Sathorn-Tha Phra

  • ทางโครงการจัดสรร มุมบาร์เครื่องดื่ม  ‘Lobby Bar by Fallabella’ ที่บริเวณ Lobby ซึ่งเป็นบริการเครื่องดื่มโดยร้าน Fallabella ร้านอาหารกึ่งบาร์หรูจากอิตาลี เพื่อมอบประสบการร์สุดหรูแก่ลูกบ้าน และผู้มาเยือนกันแบบฟรีๆ 
  • โครงการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 6 ชั้น พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน
    1. ชั้น G Looby Bar by Fallabella
    2. ชั้น 3-4 Co-Working Space แบบ Double Volume (2 ชั้น) ที่ประกอบไปด้วย ห้องประชุม, Auditorium, และ ห้องซักผ้า
    3. ชั้น 7-8 ฟิตเนส, ซาวน่า, สระว่ายน้ำ และ Co-Creation Kitchen
    4. ชั้น 34 มินิเธียร์เตอร์ ลู่วิ่ง และ สวนลอยฟ้า
  • สระว่ายน้ำของโครงการ ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 เป็นสระว่ายน้ำลักษณะ Free form และ ยังแบ่งส่วนสำหรับสระว่ายน้ำเด็ก และ สระจากุซซี่อีกด้วย 
  • Fitness Center มาในรูปแบบ Double Volume ให้ฟังก์ชันที่หลากหลาย มีทั้ง Boxing Zone, โซนลู่วิ่ง, หน้าผาจำลอง และ พื้นที่ชั้น 2 สำหรับเล่น Yoga Fly 
  • ไฮไลท์ของพื้นที่ส่วนกลาง หนีไม่พ้น Game Room ที่ชั้น 8 ซึ่งมาในรูปแบบห้อง E-Sport ให้ลูกบ้านสามารถพักผ่อนเล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมอุปกรณ์ Gaming ที่ครบครัน  

ทำเลที่ตั้ง: 

  • โครงการตั้งอยู่ติดถนนคู่ขนาน ราชพฤกษ์ ตลาดพลู เขตธนบุรี 
  • สถานีรถไฟฟ้า ตลาดพลู จะอยู่ห่างจากโครงการเพียง 150 เมตรเท่านั้น
  • ทำเลที่ตั้งมีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ได้แก่ The Mall ท่าพระ, ตลาดพลู, Big C,  Asiatique, Icon Siam, โรบินสัน บางรัก และ เซ็นทรัลพระราม 3
  • เดินทางออกจากตัวโครงการเพียงแค่ 5 นาที ก็จะถึงตลาดพลู แหล่งรวมของกินมากมาย

รูปแบบห้อง

Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ มีรูปแบบห้องให้เลือก 3 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้ 

  • 1 ห้องนอน: 23.64 – 34.56 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน Plus: 36.98 – 45.18 ตร.ม.
  • 1+1 ห้องนอนแบบ Loft: 39.08 – 69.28 ตร.ม.

ซึ่งห้องแบบ LOFT 1+1 ห้องนอน นั้น จะมีความสูง Floor to ceiling อยู่ที่  4.4 เมตร ในส่วนของห้องนอน จะถูกแบ่งเป็นห้องนอนชั้นบน และห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบห้องครัวได้ถึง 2 แบบ ได้แก่ แบบครัวติดกับระเบียง เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารมีกลิ่น และ ห้องครัวในตัวห้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ Living area ติดกับระเบียงนั่นเอง

3. COOPER SIAM

“คอนโดสไตล์ Loft that Works เพียง 10 นาทีถึงย่านหัวใจวัยรุ่น Siam”

Coopersiam

Cooper Siam เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจในย่านปทุมวัน-รองเมือง มาในรูปแบบ High Rise ความสูง 24 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 188 ยูนิต จาก Koon Estate 

โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด คอนโด SOHO หรือ Small Office Home Office ตรงตามคอนเซ็ปต์ของโครงการ

“Loft that Works”

ซึ่งให้ความหมายตรงตัว ‘รูปแบบห้องดีไซน์ Loft ที่สามารถเปลี่ยนเป็น Home Office ได้’

เรียกได้ว่าตอบโจทย์ เทรนด์ชีวิต และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างดี

จุดเด่นของโครงการ: Cooper Siam

  • โครงการ Cooper Siam แบ่งโซนพักอาศัยตามการใช้งานของยูนิต ซึ่งแบ่งได้ทั้งหมด 3 แบบ
  1. โซน Combo Loft สำหรับผู้อาศัยที่ต้องการยูนิต Home Office ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งห้องแบบ Single (ยูนิต 1 ชั้น) และ แบบ Double (ยูนิต 2 ชั้น)
  2. โซน Sky Residence สำหรับพักอาศัยทั่วไป มีทั้งแบบ 1 และ 2 ห้องนอน ให้เลือก
  3. โซน Penthouse Duplex 3 ห้องนอน จะมาพร้อมกับพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ได้แก่ Co-Working space, ห้องประชุมส่วนตัว, ห้องอเนกประสงค์, สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่, ฟิตเนส และ ห้องเกม ในตัว 
  • บริเวณ Lobby ของโครงการ มีพื้นที่กว้างขวาง เพดานสูง และติดกระจกใสล้อมรอบ ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางขึ้น และยังได้วิว และ แสงธรรมชาติ ตลอดวัน
  • ชั้น 2 เป็น Co-Working Space มีขนาดกว้าง รองรับผู้คนได้จำนวนมาก สามารถใช้เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งยังติดกับสวนหย่อม ซึ่งอยู่ทางด้านนอกอีกด้วย
  • ชั้น 11 มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำ พร้อมโซนสระน้ำจากุซซี่ ความยาว 25 เมตร  
  • ลูกบ้านสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การออกกำลังกายอย่างหรูหรา ชมวิวเมือง 360 องศา ผ่านบานกระจกความสูง Floor to ceiling ในโซนของ Fitness Center 
  • มีบริการ Shutter Bus รับส่งลูกบ้านไปยังสถานที่ต่างๆ 

ทำเลที่ตั้ง:

  • ตั้งอยู่ตั้งในซอยรองเมือง 5 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน สามารถเดินทางเข้าสู่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และ ถนนพระราม 4 ได้อย่างง่ายดาย
  • ห่างจากสถานีรถไฟ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ 750 เมตรเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าเพียงแค่ 10 นาที
  • อยู่ใกล้กับแยกเจริญผล ใกล้สยาม ซึ่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงชื่อดัง ได้แก่ MBK, Siam Discovery, และ Siam Square 

รูปแบบห้อง: 

  • Combo Loft  ชั้น 2-11
    1. Single: 41-51 ตร.ม.
    2. Double: 59-71 ตร.ม.
  • Sky Residence
    1. 1 ห้องนอน: 30-26 ตร.ม.
    2. 2 ห้องนอน: 49-67 ตร.ม.
    3. 3 ห้องนอน Duplex: 188-220 ตร.ม.
  • Penthouse Duplex 3 ห้องนอน:  188-220 ตารางเมตร 

4. KEN ATTITUDE RATTANATHIBET

“ฉีกทุกเงื่อนไข… ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่สัมผัสได้จริง”

The one-estate

แน่นอนว่าเหตุผลที่เราหยิบโครงการ Ken Attitude ขึ้นมา ก็เพราะ Ken Attitude เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์ Loft ที่ให้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แต่อีกเหตุผลที่ทำให้โครงการ Ken Attitude เป็นคอนโดที่น่าสนใจที่สุดในลิสนี้ก็ว่าได้ คงจะหนีไม่พ้นวิว แม่น้ำเจ้าพระยา ในทุกห้อง ในราคาที่เอื้อมถึงได้นั่นเอง

โครงการ Ken Attitude เป็นคอนโด High Rise ความสูง 31 ชั้น 1 อาคาร จำนวนยูนิตทั้งสิ้น 582 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ THE ONE จากผู้พัฒนา The One Estate และมากับคอนเซ็ปต์ “Be Beyond One’s Ken” สู่ความเหนือกว่า ทุกประสาทสัมผัส

สถาปัตยกรรมของโครงการ Ken Attitude จะเน้นการเชื่อมต่อทั้งภายนอก และภายในอาคาร ในรูปแบบ MID-Century Modern Architects หรือ ความคลาสสิค ในยุคกลางศตวรรษ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือรูปทรงเรขาคณิต กับการออกแบบสไตล์ Loft ที่รวมกันอย่างลงตัว และมีมิติ 

จุดเด่นของโครงการ: Ken Attitude Rattanathibet

  • ทุกห้องในโครงการถูกออกแบบในสไตล์ Loft และมาในรูปแบบ Fully-Furnish พร้อมอยู่ มีพื้นที่กว้างขวาง เริ่มตั้งแต่ขนาด 27.5 ไปจนถึง 112.2 ตร.ม เลยทีเดียว
  • โครงการจัดเต็มด้วย Facility ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ ได้แก่ 
    1. สระ KEN’S LAGOON ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำสำหรับครอบครัว มาพร้อมกับสไลเดอร์ขนาดใหญ่
    2. สระ KEN’S Oasis สระว่ายน้ำบนชั้น Rooftop ให้ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศชั้นดาดฟ้า เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และวิวกรุงเทพแบบ 360 องศา 
  • ห้อง Fitness Center ที่กินพื้นที่ถึง 2 ชั้น (ชั้น 2-3)
  • ห้องนั่งเล่นอเนกประสงค์ Sky Lounge และ ห้องสมุด
  • อีกทั้งยังมีห้องเล่นพูล เพื่อเอาใจคุณผู้ชายอีกด้วย

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการอยู่ใกล้กับสถานีไฟฟ้าสายสีม่วง พระนั่งเกล้า เพียงแค่ 100 เมตร
  • แม้จะเป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองนนทบุรี แต่ทำเลรอบล้อมไปด้วยถนนเส้นหลักมากมาย ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์, สะพานพระนั่งเกล้า, สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ และ ทางพิเศษศรีรัช
  • ทำเลมีความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, โรบินสัน รัตนาธิเบศร์, อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, ตลาดโลตัส พระนั่งเกล้า
  • มีโรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย อย่าง โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, โรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

รูปแบบห้อง: 

Ken Attitude มีให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบห้อง ได้แก่ 

  • Type A:  1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 27.5 ตร.ม
  • Type B:  1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 34.7- 49.9 ตร.ม
  • Type C:  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: 55 – 76.3 ตร.ม.
  • Type D:  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: 78 – 112.2 ตร.ม.

ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ทุกห้องที่ทางโครงการได้จัดสรรให้ลูกบ้าน จะมาในรูปแบบ Fully-Furnish พร้อมเฟอร์นิเจอร์อย่างครบครัน ซึ่งมีสไตล์แบบ Loft Industrial เพื่อเข้ากับบรรยากาศตัวห้อง และโครงการ 

ในส่วนของความสูง Floor to Ceiling นั้น ให้มาสูงสุดอยู่ที่ 4.9 เมตร เรียกได้ว่า กว้างขวางมากๆ 

5. LANDMARK @GRAND STATION 

“Landmark @Grand Station ไม่ใช่แค่คอนโด แต่เป็น Landmark แห่งใหม่ในย่านรามอินทรา”

เราขอปิดท้ายบทความนี้ แบบเอาใจคนเมือง ไปกับอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมหรู สไตล์ Loft เพดานสูงกว่ารูปแบบห้องคอนโดมิเนียมทั่วไป จาก Developer ชั้นนำของไทย Siamese Asset กับ โครงการ Landmark @Grand Station 

 โครงการ Landmark @Grand Station เป็นโครงการน้องใหม่ แกะกล่อง ในย่านรามอินทรา ที่ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้ Siamese Asset เขามาแรง เพราะไม่ได้มาแค่ตัวคอนโดมิเนียมสุดหรูอย่างทุกที แต่คราวนี้กลับมีจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนตัวโครงการให้กลายเป็น “แลนมาร์ก” ที่สำคัญอีกแห่งในย่านรามอินทราเลยทีเดียว 

Landmark @Grand Station เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Mixed Use ประกอบไปด้วย 2 อาคาร ความสูง 23 ชั้น 

โดยฝั่งหนึ่งจะเป็นอาคารสำหรับโซน Cassia Residences ซึ่งเป็นที่พักอาศัยแบบ Branded Residence บริหารจัดการแบบโรงแรม พร้อมบริการ Room Service, Concierge และอื่นๆ ตามมาตรฐานโรงแรม

ส่วนอาคารอีกฝั่งจะเป็นโซน Siamese Residence ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพักอาศัยทั่วไป หรือ Residential Area นั่นเอง

จุดเด่นของโครงการ:  Landmark @Grand Station

  • นอกจากการแบ่งรูปแบบการพักอาศัยเป็นโซนแล้ว จุดเด่นของโครงการนี้ คือ ทุกห้องจะมาในสไตล์ห้องแบบเพดานสูง 4.15 ม. พร้อมพื้นที่ใช้สอย 2 ชั้น นอกจากนี้ยังมีรูปแบบห้องให้เลือกถึง 4 แบบ ดังต่อไปนี้
  1. Residential Zone: ห้องพัก พร้อมกับห้องอเนกประสงค์ สามารถทำเป็นห้องนอน, ห้องเกมมิ่ง หรือ ห้องทำงานได้ ตามเพิ่มไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย
  2. Pet Lover Zone (ชั้น 4-5): ห้องพักโซนพิเศษ สำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยง 
  3. Co-Living Zone (ชั้น 8-9): ห้องพักของโซนนี้ จะมีความพิเศษอยู่ที่ความสูงของเพดาน ที่สูงเป็นพิเศษอยู่ที่ 4.9 เมตร มี 2 ชั้นด้วยกัน สามารถอยู่ได้ 2 คน แบบคนละชั้น และ มีความเป็นส่วนตัวสูง 
  4. Elder Zone: ห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ตัวพื้นห้องไม่มีความลาดชัน เดินได้สะดวก อีกทั้งภายในห้องน้ำ ยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมากมาย
  • คอนโด Landmark @Grand Station มาพร้อมกับส่วนกลาง Facillity ครบครัน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 3 ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ และ Fitness Center และในส่วนของ Sky Lounge จะอยู่ที่ชั้น 21 
  • ทางโครงการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตให้แก่ลูกบ้านด้วย เทคโนโลยี Siamese Teqnology ดังนี้ 
  1. ระบบ Air Ventilation System Technology – ช่วยหมุนเวียนอากาศภายในห้อง พร้อมกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 99%
  2. ระบบ Smell Protection Technology – ระบบท่อน้ำป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาในห้อง
  3. ระบบ Heat Resistance Technology – กระจกประหยัดพลังงาน ป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนเข้ามาในห้อง ให้ห้องเย็นสบายทั้งวัน
  4. ระบบ Soundproof Technology – ระบบกันเสียงรบกวนจากภายนอก 
  5. ระบบ Easy Maintenance Technology – ระบบเดินท่อในคอนกรีตเพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา

ทำเลที่ตั้ง:

  • คอนโดตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 64 ติดถนนรัชดา-รามอินทรา เขตคันนายาว ฝั่งตรงข้ามกับแลนมาร์กของย่านรามอินทราอย่าง Fashion Island 
  • โดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์ อยู่ติดกับห้าง Fashion Island  500 เมตร และ The Promenade 600 เมตร
  • โครงการอยู่ใกล้กับซอยคู้บอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน เต็มไปด้วยร้านอาหาร และ Mini Hypermarket มากมาย หากเดินทางมาทางฝั่งมีนบุรีจะเจอ Big C และ ตลาดมีนบุรี แต่ถ้ามาจากฝั่งถนนนวมินทร์ก็จะเจอ Central EastVille, The Walk CDC, ตลาดนัดหัวมุม และ Tesco Lotus
  • การเดินทางด้วยรถไฟก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทางโครงการมีระยะห่างจาก รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงแหวนตะวันออก ระยะทางประมาณ 450 เมตร เท่านั้น

รูปแบบห้อง: 

ห้อง Grand 

ซึ่งแต่ละรูปแบบสามารถแบ่ง Layout ภายในห้องตามไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็น ห้องแบบ Residence, Pet lover, elder หรือ แบบ Co-Living ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

  • Flexi  ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 24 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 38.50 ตร.ม.
  • ECO แบบ ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 24.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 39.50 ตร.ม.
  • Grand แบบ ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 30.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 49.50 ตร.ม.

รูปแบบห้องของโครงการ Landmark จะมีความสูงของเพดานที่สูงกว่าห้องคอนโดมิเนียมทั่วไป โดยทุกห้องจะมีดีไซน์แบบ Loft ชั้นลอย ที่มีความสูงเพดานที่ 4.15 เมตร ในขณะที่ห้องแบบ Co-Living มาพร้อมกับความสูงพิเศษถึง 4.9 เมตร 

ทุกห้องของทางโครงการ มาพร้อมอยู่ แบบ Fully-Furnish ส่วนการจัดวางห้อง ถูกออกแบบมาอย่างดี โดยโซนนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงห้องขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่ง พร้อมกับแสงธรรมชาติจากภายนอกทั้งวัน 

อย่างไรก็ตาม หากใครที่ชอบทำอาหารรับประทานเอง ห้องของทาง Landmark จะไม่มีห้องครัวมาให้ แต่ทุกห้อง มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่ ที่สามารถทำอาหารได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันกลิ่นอาหารฉุนนั่นเองค่ะ 

คอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ที่เรานำมาเสนอให้ชมกันวันนี้ ต่างก็มีคอนเซ็ปต์ และความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่ทั้ง 5 โครงการนี้ กลับมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ สถาปัตยกรรม และ การตกแต่งสไตล์ Loft Industrial ที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน และแสดงความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงนั่นเอง

กิน-อยู่-เที่ยว-ช้อป ครบ! จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา

กิน-อยู่-เที่ยว-ช้อป ครบ! จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา

เอกมัย – รามอินทรา ย่านที่รวมเอาความครบครันหลากหลายด้านไว้ ไม่ว่าจะช้อปปิ้ง กินข้าว เดินชิล หรือจะเป็นด้านอนามัยและการศึกษาอย่างโรงพยาบาลและโรงแรมก็มีครบ รวมถึงยังมีที่พักอาศัยเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ทน่าอยู่อย่าง We Condo ด้วย

1 วันในย่านนี้ไปไหนได้บ้าง

เป็นที่รู้กันดีว่าย่านนี้มีความครบในหลายด้านกับสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะกิน-อยู่-เที่ยว-ช้อป ก็เดินทางได้ง่ายๆ ครั้งนี้เราลองมาดูกันว่า 1 วันในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ไปอิ่มอร่อย ไปเที่ยว หรือไปช้อปที่ไหนได้บ้าง 

รวมแหล่งของอร่อย 

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ของอร่อยต้องมาก่อนเสมอ ดังนั้นก่อนจะไปที่อื่นมาดูสถานที่รวมของกินในย่านนี้กันก่อนเลย

  • ตลาดนัดเลียบด่วน

เราเริ่มต้นจาก We Condo ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม-รามอินทรา จุดหาของกินที่ใกล้และประหยัด นั่นคือตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ที่สามารถเดินจาก We Condo ไปได้ในระยะประมาณ 350 เมตรเท่านั้น หรือหากจะขับรถไป ตลาดเลียบด่วนนี้ก็มีพื้นที่จอดรถที่กว้างถึง 17 ไร่พร้อมไว้ให้คุณแล้ว

Facebook.com/Liabduan.nightmarket

ตลาดเลียบด่วนถือเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ขึ้นชื่อที่หนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นที่ตลาดที่กว้างกว่า 16 ไร่ มีแบ่งโซนตามประเภทของที่ขายไว้ โดยเฉพาะโซนของกินที่มีร้านอาหารคาว-หวานมากมาย เผลอๆ เดินแค่ที่นี่ที่เดียวก็อิ่มท้อง แถมมีของกินติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน   

Facebook.com/Liabduan.nightmarket

เวลาเปิด-ปิดในช่วงนี้จะเปิด-ปิดเร็วขึ้นที่เวลา 12:00 – 20:00 น. (จากปกติที่เปิดเวลา 17:00 – 2:00น.) ตามมาตรการรัฐ ดังนั้นใครสายกินอิ่มแบบสบายกระเป๋าสามารถมาที่นี่ได้ตั้งแต่เที่ยงเลย 

  • คอมมูนิตี้ มอลล์
emc.co.th

ใครอยากหาของกินแต่ไม่อยากไปห้างที่คนเยอะๆ ก็ต้องเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เลย หากใครอยากกินเป็นมื้อจัดหนัก ชาบู บุฟเฟต์ ปิ้งย่าง ซูชิ อาหารญี่ปุ่น ที่ The Walk เกษตร นวมินทร์ก็มีให้เลือกหลากหลายร้าน อย่าง Tenjo Sushi&Yakiniku Premium Buffet, Kagonoya, Shabushi, Bar B Q Plaza ฯลฯ 

อีกที่หนึ่งคือ The Crystal เอกมัย รามอินทรา ที่นี่ก็จะมีร้านอาหารหลากหลายเช่นกัน อย่าง ร้านโอ้กะจู๋, Salad Factory, Peppina, Hong Bao, MK, YUU BarBQ and Shabusuki ฯลฯ    

อิ่มท้อง พร้อมช้อป 

เติมพลังด้วยของอร่อยกันแล้ว ถึงเวลาของการเดินเล่นช้อปปิ้ง ในย่านนี้ก็มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกเดินถึง 5 ที่เลยทีเดียว

  • Big C รามอินทรา
  • Central Ramindra
  • Central East Ville
  • Fashion Island
  • The Promenade
centralpattana.co.th

อยากช้อปของใช้ก็สามารถไป Big C รามอินทรา อยากเดินช้อปเก๋ๆ ได้บรรยากาศปลอดโปร่งก็ไป Central East Ville หรือ The Promenade ชอบเดินช้อปห้างใหญ่แบบจุใจก็ต้องที่ Central Ramindra หรือ Fashion Island ได้ และที่สำคัญย่านนี้ยังมี Index Living Mall พร้อมให้คุณช้อปเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านเข้าคอนโดแบบสะดวกอีกด้วย

ซึ่งหากจุดเริ่มต้นเป็น We Condo ล่ะก็ ห้างเหล่านี้อยู่ในระยะทางประมาณที่ไม่เกิน 8 ก.ม. เท่านั้น ขับรถไปแบบชิลๆได้เลย 

หยุดยาวอยากเที่ยวไกลก็ไปได้

ในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก รวมถึงมีถนนที่ตัดผ่านและเชื่อมผ่านมากมายอย่างถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนรามอินทรา ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าวหรือถนนกาญจนาภิเษก เป็นต้น 

mrta-pinkline.com

หรือหากไม่มีรถส่วนตัว อยากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเทา พร้อมให้คุณได้เดินทาง ดังนั้นไม่ว่าจะไปเที่ยวย่านอื่นๆ หรืออยากขับรถไปต่างจังหวัดก็ไปได้อย่างสะดวกสุดๆ 

สถานที่สำคัญอื่นๆ

นอกจากเรื่องกิน เที่ยว ช้อปแล้ว ย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ยังมีสถานที่สำคัญยามฉุกเฉินอย่างโรงพยาบาล หรือกับครอบครัวที่มีลูกๆก็มีตั้งแต่โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยด้วย 

โรงเรียน/มหาลัย

  • โรงเรียนบดินทรเดชา 2
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
  • มหาวิทยาลัยเกริก

เมื่อนับระยะทางโดยมีจุดเริ่มต้นเป็น We Condo จะใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการเดินทางไปยังสถานศึกษาเหล่านี้ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งหากน้องๆ มหาลัยคนไหนไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู (เปิดใช้งานปีพ.ศ. 2565) โดยขึ้นสถานีที่อยู่ใกล้กับ We Condo นั่นคือสถานีวัชรพลที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทาได้เลย 

ยามเจ็บป่วย ก็มีที่รักษาพร้อม 

  เมื่อเจ็บป่วยหรือมีเรื่องฉุกเฉินด้านสุขภาพ ก็มีโรงพยาบาลพร้อมให้เข้าพบแพทย์รักษาอย่างสะดวก โดยย่านนี้จะมีโรงพยาบาลหลักๆ อย่างโรงพยาบาลสินแพทย์และโรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ในระยะ 7 ก.ม.จาก We Condo เรียกว่าใกล้จนสบายใจได้ว่าจะถึงมือแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว 

 สรุปสถานที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา

ที่อยู่อาศัย

  • We Condo 

ห้างสรรพสินค้า

  • Central East Ville 
  • Central รามอินทรา
  • The Promenade 
  • Fashion Island 
  • Big C รามอินทรา
  • The Walk 
  • The Crystal 
  • Index Living Mall

ตลาด

  • ตลาดนัดเลียบด่วน

สถานศึกษา

  • โรงเรียนบดินทรเดชา 2
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
  • มหาวิทยาลัยเกริก

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสินแพทย์
  • โรงพยาบาลพญาไท

เติมเต็มไลฟ์สไตล์การกิน-เที่ยว-ช้อปให้ดียิ่งขึ้นที่ We Condo

อย่างที่ได้เห็นกันว่าย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีสถานที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกิน การเที่ยวหรือการช้อปอย่างครบครัน และจะเติมเต็มไปมากกว่านั้นด้วยการอยู่อาศัยที่ We Condo คอนโดสไตล์รีสอร์ท ให้คุณได้ฟินไปกับบรรยากาศแสนผ่อนคลายที่หาได้ยากในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ และด้วยรูปแบบห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดี ทำให้คุณได้มีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าในทุกตารางเมตร พร้อมให้คุณได้ใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างสุขกายสบายใจตามไลฟ์สไตล์ของคุณเอง

และที่สำคัญ We Condo พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้!  ราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้าน พร้อมฟรีค่าโอนและค่าส่วนกลางปีแรก หากใครอยากดูข้อมูลโครงการของ We Condo เพิ่ม เปิดดูได้ที่นี่เลย “แฮปปี้ มีสไตล์ สบายกระเป๋าแม้อยู่ในเมืองที่ We Condo

เอกมัย ทำเลยอดฮิตของนักลงทุนอสังหา

เอกมัย ทำเลยอดฮิตของนักลงทุนอสังหา

ถ้าหากจะพูดถึง เอกมัย ใคร ๆ ก็นึกถึงความเจริญรุ่งเรืองของสิ่งก่อสร้างตึกสูงอย่าง คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นมามากมายจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จากจุดเด่นของย่านที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางที่แสนจะหลากหลาย อีกทั้งใกล้กับพื้นที่ยอดฮิตในกรุงเทพอย่าง ท่องหล่อและพร้อมพงษ์ ที่มีความเจริญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เอกมัย ก็กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมและอาศัย จนมีนักลงทุนเห็นโอกาสนี้และนำไปสู่การพัฒนาที่ดิน ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ

ก่อนที่จะเป็น เอกมัย

ถึงแม้ว่าเอกมัยในปัจจุบันจะกลายเป็นย่านที่ได้รับการพัฒนาจนมีความเจริญมากเพียงใด ในอดีต ย่านนี้ก็ไม่ใช่ย่านที่ได้รับความนิยมดังเช่นปัจจุบัน เพราะความเจริญที่กระจุกตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในบริเวณสุขุมวิทตอนต้นอย่างอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ ทำให้เอกมัยเป็นเพียงย่านเล็ก ๆ ที่ถูกใช้ในการเดินทางเพื่อลัดเลาะไปยังย่านข้างต้นเท่านั้น

จนเมื่อทองหล่อได้รับการพัฒนามากขึ้นจากการที่นายทุนมีการเก็บสะสมที่ดินต่าง ๆ เพื่อเปิดกิจการร้านค้า รวมไปถึงที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น ร้านอาหาร และร้านกินดื่ม จนเต็มไปทั่วพื้นที่ จนทำให้นักลงทุนต้องหาพื้นที่ทำเลใกล้เคียงเพื่อที่จะทำธุรกิจต่าง ๆ ถนนเอกมัยจึงได้รับเลือกและกลายเป็นย่านเอกมัยมาจนถึงทุกวันนี้

เอกมัย แหล่งรวมความเจริญ

นอกจากย่านแฮงเอาต์ที่เอกมัยได้รับการขนานนามแล้ว ที่ย่านแห่งนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่สามารถตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากมาย อย่างศูนย์การค้า พื้นที่ Co-Working Space หรือพื้นที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมสุดหรูมากมาย ที่ผุดขึ้นมาเพื่อคนที่ต้องการสีสันความเจริญใจกลางเมืองใหญ่

การเดินทางในย่าน เอกมัย

เอกมัยเป็นเพียงไม่กี่ย่านในตัวเมือง ที่มีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทางสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเขตอื่น ๆ ทั้งรถไฟฟ้า ถนน รถตู้ หรือรถเมล์ ที่ผ่านถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิทเพื่อรองรับคนไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

ถนนทั่วไป

ในย่านนี้มีถนนเส้นหลักทั้งหมด 2 เส้นได้แก่ สุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างย่านทองหล่อและพระโขนง รวมถึงทะลุกับถนนเส้นอื่น ๆ ด้วยซอยย่อย ๆ มากมาย และถนนเอกมัยซึ่งเป็นชื่อเดียวกับย่านที่สามารถทะลุไปยังถนนเพชรบุรียาวไปจนถึงย่านบางกะปิ

ทางพิเศษ

ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ถือเป็นทางพิเศษที่อยู่ใกล้กับย่านเอกมัยมากที่สุด ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในเอกมัยสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครได้ โดยสามารถขับรถตรงไปตามซอยสุขุมวิท 42 เข้าสู่ถนนกล้วยน้ำไท ไปยังจุดขึ้นลงที่อยู่บริเวณสุขุมวิท 62

รถไฟฟ้า

อย่างที่หลายคนรู้กันว่า เอกมัยมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท) ในชื่อสถานีว่า เอกมัย ซึ่งอยู่บริเวณบริเวณทางแยกเอกมัยใต้ หรือแยกซอยสุขุมวิท 63 และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ และ พระโขนง-ท่าพระ) ที่จะวิ่งผ่านพื้นที่ใกล้เคียงอย่างทองหล่ออีกด้วย

รถตู้

จุดจอดรถรับ-ส่งคิวรถตู้เอกมัยหลัก ๆ จะอยู่ที่สถานีขนส่งเอกมัย (ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเกตเวย์เอกมัย 200 เมตร) ซึ่งรถตู้ที่ว่าก็เป็นรถตู้ที่จะวิ่งไปทางฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ฉะเชิงเทรา พัทยา ตราด เกาะช้าง และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 100 บาท

รถเมล์

ย่านเอกมัยมีรถเมล์สายสำคัญทั้งหมด 8 สาย ได้แก่ สาย 2 (สำโรง-ปากคลองตลาด), สาย 25 อู่แพรกษา-บ่อดิน-ท่าช้าง), สาย 38 (ส.ราชภัฎจันทรเกษม-วิทยาลัยรามคำแหง), สาย 23 (อู่เมกา-เทเวศร์), สาย 48 (มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2-วัดโพธิ์), สาย 511 (ปากน้ำ-สายใต้ใหม่), สาย 545 (นนทบุรี-สำโรง) และสาย 508 (ปากน้ำ-ท่าราชวรดิษฐ์)

สิ่งอำนวยความสะดวกย่าน เอกมัย

ห้างสรรพสินค้า

  • เกตเวย์เอกมัย
  • เมเจอร์เอกมัย

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสุขุมวิท
  • โรงพยาบาล กล้วยน้ำไท

สถานศึกษา

  • โรงเรียนมัธยม วัดธาตุทอง
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส
  • โรงเรียน ปทุมคงคา

วัด

วัดธาตุทอง

วัดเกาหลี ฮันมาอืมซอนวอน

ตลาด

เอกมัย มาร์เก็ต

สวนสาธารณะ

สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์

คอนโดมิเนียมน่าอยู่ใน เอกมัย

RHYTHM Ekkamai

RHYTHM เอกมัย
ขอบคุณรูปจาก: apthai.com

RHYTHM Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมย่านเอกมัย ระดับ High Rise สูง 32 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนศูนย์กลางความเจริญ ในซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ใกล้ รถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยเพียง 350 เมตร ที่ได้มีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองที่หลากหลาย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตให้เหมือนอยู่บ้าน ซึ่งคอนโดแห่งนี้แบ่งห้องทั้ง 303 ยูนิต ออกเป็น 6 แบบ ดังนี้

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 39.5-40 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 74.5-86.5 ตร.ม.
  • DUPLEX 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 64-129.5 ตร.ม.
  • SKY VILLA พื้นที่ใช้สอย 109-121 ตร.ม.
  • PENTHOUSE พื้นที่ใช้สอย 100-177 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 5.72 ล้านบาท

Noble Ambience สุขุมวิท 42

Noble เอกมัย
ขอบคุณรูปจาก: noblehome.com

Noble Ambience สุขุมวิท 42 คอนโดมิเนียมเอกมัย ระดับ Low-Rise ความสูง 8 ชั้น 259 ยูนิต ที่อยู่ห่างจาก BTS เอกมัยเพียง 350 เมตร ถูกออกแบบด้วยการลดทอนสิ่งทำไม่จำเป็นให้มีความเรียบง่ายอย่างพอดี แต่ให้คุณได้ใช้ชีวิตได้เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เพื่อถอดความวุ่นวายในชีวิต มีห้องให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 27.55-34.8 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 61.2 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท

XT Ekkamai

XT เอกมัย
ขอบคุณรูปจาก: sansiri.com

XT Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมระดับ High Rise ย่านเอกมัย จาก Sansiri ร่วมกับ Tokyu Corporation ที่อยู่บนซอยเอกมัย ตัวโครงการมีทั้งหมด 537 ยูนิต รวม 38 ชั้น ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS เอกมัย มีการออกแบบจากความเข้าใจในชีวิต สู่การดีไซน์ที่อยู่อาศัย ที่ใช้ชีวิตให้สุด สนุกตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในแบบของคุณ ซึ่งคอนโดมิเนียมแบ่งห้องออกเป็น 

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29.75-38 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45-57 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท

ความเป็นไปของ เอกมัย

ในอนาคต ถึงแม้ว่าการเจริญเติบโตของย่านเอกมัยจะไม่ได้มีการก้าวกระโดดมากนัก แต่เราเชื่อว่าเอกมัยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งมีธุรกิจมากมายอย่างร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรืออสังหาฯ จากนักลงทุนเจ้าต่าง ๆ ที่จะผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติด้วยราคาที่อาจสูงขึ้นเรื่อย ๆ

และถ้าใครสนใจอสังหาฯ มือสองคุณภาพดี แต่ราคาไม่แพง ย่านเอกมัย ก็สามารถค้นหาใน Kaidee Property ได้เช่นกัน

อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ