ปักหมุด 5 คอนโดสไตล์ Loft สวยเท่ สไตล์ศิลปิน

Sep 29, 2021 | บทความอสังหาฯ

ถ้าความหมายของ ‘Interior Design’ หรือ ‘การตกแต่งภายใน’ ของคุณ คือการใช้ศิลปะหลายแขนง สีสันที่หลากหลาย และ เทรนด์แฟชั่น เพื่อแต่งแต้ม และจัดวางลงบนห้องว่างๆ ห้องหนึ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับอยู่อาศัยแล้วล่ะก็ การตกแต่งห้องแบบลอฟท์ (Loft) นั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

สไตล์ Loft เป็นการตกแต่งที่คำนึกถึงสถาปัตยกรรมเป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปูนเปื่อย อิฐ คานเสา โครงเหล็ก ทางเดินสายไฟ หรือแม้กระทั่งท่อแอร์ 

“หากพูดง่ายๆ การตกแต่งห้องสไตล์ Loft จะไม่เน้นตกแต่ง 

แต่กลับเล่นกับ Reality เพื่อแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้อาศัย”

เนื่องจากเสน่ห์ของห้อง Loft คือความสวยแบบดิบๆ บวกกับพื้นที่ที่กว้างขวาง ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งไม่อึดอัด จึงทำให้ปัจจุบัน สไตล์ Loft ได้รับความนิยมมากขึ้น และได้ถูกนำมาเป็นจุดขายในหลายโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทย 

วันนี้ Kaidee ได้รวม 5 คอนโดมิเนียมสไตล์ Loft ที่รับรองได้เลยว่า ไม่แพ้เมืองนอกอย่างแน่นอน 

1. THE LOFT ASOKE

“คอนโดแบบ Luxury ไม่จำเป็นต้องมี Pattern และ ดีไซน์ที่ Play Safe เสมอไป ” 

Propholic

The Lofts Asoke เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมจากแบรนด์ Lofts พัฒนาโดย Developer ระดับ High-End ของบ้านเราอย่าง Raimon Land ซึ่งได้สร้างผลงานมาแล้วหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น The Lofts สาทร, The Lofts เย็นอากาศ, The Lofts เอกมัย, The Lofts สีลม และ ล่าสุด The lofts ราชเทวี 

แน่นอนว่า The Lofts Asoke นั้น ก็เป็นคอนโดระดับ Super Luxury โดยมีความสูง 37 ชั้น 7 ชั้นลอย จำนวน 1 อาคาร และมียูนิตรวมทั้งสิ้น 211 ยูนิต 

The Lofts Asoke มากับคอนเซ็ปต์ “Industrial Loft Style” ดังนั้น…

แตกต่างจากที่อื่น The Lofts Asoke เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์ Loft อย่างแท้จริง 

ทางโครงการเลือกใช้วัสดุโลหะเหล็กสนิม คอนกรีต และเลือกใช้กรอบหน้าต่างโลหะขนาดใหญ่ ให้ฟิลล์ความเป็นห้อง Studio ในสไตล์ New York Industrial Loft ราวกับอยู่อพาร์ทเม้นท์ที่ New York เลยทีเดียว

จุดเด่นของโครงการ The Loft Asoke

  • ทุกพื้นที่ในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตัวยูนิต ส่วนกลาง หรือแม้แต่ บริเวณ Lobby ต่างโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Loft Industrial ให้ความรู้สึกหรูหรา อย่างทันสมัย ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
  • ยูนิตต่อชั้น มากสุดอยู่ที่ 7 ยูนิตเท่านั้น จึง ให้ความเป็นส่วนตัว สูงพอสมควร
  • บริเวณชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับ Lounge & Workspace ซึ่งมีพื้นที่กว้าง เพดานสูง และหน้าต่างบานใหญ่ที่มาในรูปแบบสไตล์ Loft ผสมผสานความเท่ และบรรยากาศธรรมชาติอย่างลงตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวรอบนอก และ แสงจากธรรมชาติ ที่ส่องเข้ามาในห้อง Lounge ตลอดวัน  
  • สำหรับ Fitness Center อยู่ที่ชั้น 4 มีพื้นที่กว้างขวาง ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย และ ยังแบ่งห้องน้ำชาย และ หญิงอย่างชัดเจน 
  • สระว่ายน้ำอยู่ที่ชั้น 31 ของอาคาร มาในรูปแบบ Semi Outdoor บนความสูง 100 เมตร เหนือระดับพื้นดิน สามารถรับชมวิวกลางเมืองขณะว่ายน้ำได้อย่างรื่นรมย์

ทำเลที่ตั้ง และ ความอุดมสมบูรณ์: 

  • The Loft Asoke ตั้งอยู่ใจกลางอโศก สุขุมวิท 21 ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือด เชื่อมต่อระหว่างถนนเส้นหลักหลายเส้น ไม่ว่าจะเป็น สุขุมวิท รัชดาภิเษก เพชรบุรี และ อโศก-ดินแดง
  • อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ MRT เพชรบุรี และ ARL มักกะสัน เพียง 200 เมตร 
  • เดินทางด้วยรถยนต์เพียงแค่ 5 นาที จากทางด่วนพิเศษ พระราม 9 และ อโศก-ดินแดง
  • รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน ได้แก่ เซ็นทรัลพระราม 9, Singha Complex, Metro Mall, ตลาดนัด, อาคาร GMM Grammy, ชิโนไทย ทาวน์เวอร์, Grand Park View Asoke, Cemic Tower, 253 Asoke และ อีกมากมาย

รูปแบบห้อง

  • 1 ห้องนอน : 35 – 49 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน : 74 – 87 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน Duplex : 76 , 77 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน Duplex : 120 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน Duplex : 130 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน Duplex : 145 ตร.ม.

หากใครชอบดีไซน์แบบ Loft Industrial พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โครงการนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะความสูงของเพดานให้มาสูงที่สุดอยู่ที่ 5.7 เมตร (สำหรับห้อง Loft Duplex) และต่ำสุดคือ 3 เมตร ซึ่งก็เป็นระดับความสูง Floor to Ceiling ที่สูงกว่าคอนโดทั่วไป 

รูปแบบห้องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนั้น คือห้องแบบ Loft 2 ห้องนอน เนื่องจากเป็นห้องที่ให้พื้นที่ใช้สอยมากสูงสุดถึง 87 ตร.ม. ต่างจากห้องแบบ 2 ห้องนอนจากโครงการอื่นๆ ทั่วไป 

ไม่เพียงแต่พื้นที่ที่ให้มามากพอที่จะอาศัยอย่างเป็นครอบครัว แต่ด้วยการออกแบบที่ใช้หลักการแบบ Practical Design ซึ่งเน้นการใช้ชีวิตเป็นหลัก ทำให้คุณสามารถพักอาศัยที่ห้องนี้ได้อย่างยาวนาน คุ้มค่าที่จะลงทุน

2. ALTITUDE UNICORN

“คอนโดสำหรับผู้มีฝัน เพราะ The next step for successful living เรากำหนดเองได้ ”

โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโด High Rise สูง 34 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และ มียูนิตทั้งสิ้น 711 ยูนิต เป็นโครงการตัวที่สองของทาง Altitude Development ที่ลงทุนร่วมกับ Creed Group 

ภายนอกโครงการ โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูเขา Grand Canyon ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปแบบของสีอาคาร โดยใช้ สีชมพูอมน้ำตาลร่วมกับสีเทา เป็นหลัก ในส่วนของ Facade อาคารบางส่วน จะมีลักษณะโครงสร้างเป็นเส้นโค้ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากการใช้สวนแนวตั้ง ปกคลุมตึกลานจอดรถซึ่งเป็นฐานของโครงการ เปรียบเสมือนกับภูเขายักษ์ใหญ่ใจกลางย่าน สาทร-ท่าพระ เลยทีเดียว

จุดเด่นของโครงการ: Altitude Unicorn Sathorn-Tha Phra

  • ทางโครงการจัดสรร มุมบาร์เครื่องดื่ม  ‘Lobby Bar by Fallabella’ ที่บริเวณ Lobby ซึ่งเป็นบริการเครื่องดื่มโดยร้าน Fallabella ร้านอาหารกึ่งบาร์หรูจากอิตาลี เพื่อมอบประสบการร์สุดหรูแก่ลูกบ้าน และผู้มาเยือนกันแบบฟรีๆ 
  • โครงการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 6 ชั้น พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน
    1. ชั้น G Looby Bar by Fallabella
    2. ชั้น 3-4 Co-Working Space แบบ Double Volume (2 ชั้น) ที่ประกอบไปด้วย ห้องประชุม, Auditorium, และ ห้องซักผ้า
    3. ชั้น 7-8 ฟิตเนส, ซาวน่า, สระว่ายน้ำ และ Co-Creation Kitchen
    4. ชั้น 34 มินิเธียร์เตอร์ ลู่วิ่ง และ สวนลอยฟ้า
  • สระว่ายน้ำของโครงการ ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 เป็นสระว่ายน้ำลักษณะ Free form และ ยังแบ่งส่วนสำหรับสระว่ายน้ำเด็ก และ สระจากุซซี่อีกด้วย 
  • Fitness Center มาในรูปแบบ Double Volume ให้ฟังก์ชันที่หลากหลาย มีทั้ง Boxing Zone, โซนลู่วิ่ง, หน้าผาจำลอง และ พื้นที่ชั้น 2 สำหรับเล่น Yoga Fly 
  • ไฮไลท์ของพื้นที่ส่วนกลาง หนีไม่พ้น Game Room ที่ชั้น 8 ซึ่งมาในรูปแบบห้อง E-Sport ให้ลูกบ้านสามารถพักผ่อนเล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมอุปกรณ์ Gaming ที่ครบครัน  

ทำเลที่ตั้ง: 

  • โครงการตั้งอยู่ติดถนนคู่ขนาน ราชพฤกษ์ ตลาดพลู เขตธนบุรี 
  • สถานีรถไฟฟ้า ตลาดพลู จะอยู่ห่างจากโครงการเพียง 150 เมตรเท่านั้น
  • ทำเลที่ตั้งมีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ได้แก่ The Mall ท่าพระ, ตลาดพลู, Big C,  Asiatique, Icon Siam, โรบินสัน บางรัก และ เซ็นทรัลพระราม 3
  • เดินทางออกจากตัวโครงการเพียงแค่ 5 นาที ก็จะถึงตลาดพลู แหล่งรวมของกินมากมาย

รูปแบบห้อง

Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ มีรูปแบบห้องให้เลือก 3 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้ 

  • 1 ห้องนอน: 23.64 – 34.56 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน Plus: 36.98 – 45.18 ตร.ม.
  • 1+1 ห้องนอนแบบ Loft: 39.08 – 69.28 ตร.ม.

ซึ่งห้องแบบ LOFT 1+1 ห้องนอน นั้น จะมีความสูง Floor to ceiling อยู่ที่  4.4 เมตร ในส่วนของห้องนอน จะถูกแบ่งเป็นห้องนอนชั้นบน และห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบห้องครัวได้ถึง 2 แบบ ได้แก่ แบบครัวติดกับระเบียง เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารมีกลิ่น และ ห้องครัวในตัวห้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ Living area ติดกับระเบียงนั่นเอง

3. COOPER SIAM

“คอนโดสไตล์ Loft that Works เพียง 10 นาทีถึงย่านหัวใจวัยรุ่น Siam”

Coopersiam

Cooper Siam เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจในย่านปทุมวัน-รองเมือง มาในรูปแบบ High Rise ความสูง 24 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 188 ยูนิต จาก Koon Estate 

โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด คอนโด SOHO หรือ Small Office Home Office ตรงตามคอนเซ็ปต์ของโครงการ

“Loft that Works”

ซึ่งให้ความหมายตรงตัว ‘รูปแบบห้องดีไซน์ Loft ที่สามารถเปลี่ยนเป็น Home Office ได้’

เรียกได้ว่าตอบโจทย์ เทรนด์ชีวิต และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างดี

จุดเด่นของโครงการ: Cooper Siam

  • โครงการ Cooper Siam แบ่งโซนพักอาศัยตามการใช้งานของยูนิต ซึ่งแบ่งได้ทั้งหมด 3 แบบ
  1. โซน Combo Loft สำหรับผู้อาศัยที่ต้องการยูนิต Home Office ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งห้องแบบ Single (ยูนิต 1 ชั้น) และ แบบ Double (ยูนิต 2 ชั้น)
  2. โซน Sky Residence สำหรับพักอาศัยทั่วไป มีทั้งแบบ 1 และ 2 ห้องนอน ให้เลือก
  3. โซน Penthouse Duplex 3 ห้องนอน จะมาพร้อมกับพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ได้แก่ Co-Working space, ห้องประชุมส่วนตัว, ห้องอเนกประสงค์, สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่, ฟิตเนส และ ห้องเกม ในตัว 
  • บริเวณ Lobby ของโครงการ มีพื้นที่กว้างขวาง เพดานสูง และติดกระจกใสล้อมรอบ ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางขึ้น และยังได้วิว และ แสงธรรมชาติ ตลอดวัน
  • ชั้น 2 เป็น Co-Working Space มีขนาดกว้าง รองรับผู้คนได้จำนวนมาก สามารถใช้เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งยังติดกับสวนหย่อม ซึ่งอยู่ทางด้านนอกอีกด้วย
  • ชั้น 11 มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำ พร้อมโซนสระน้ำจากุซซี่ ความยาว 25 เมตร  
  • ลูกบ้านสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การออกกำลังกายอย่างหรูหรา ชมวิวเมือง 360 องศา ผ่านบานกระจกความสูง Floor to ceiling ในโซนของ Fitness Center 
  • มีบริการ Shutter Bus รับส่งลูกบ้านไปยังสถานที่ต่างๆ 

ทำเลที่ตั้ง:

  • ตั้งอยู่ตั้งในซอยรองเมือง 5 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน สามารถเดินทางเข้าสู่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และ ถนนพระราม 4 ได้อย่างง่ายดาย
  • ห่างจากสถานีรถไฟ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ 750 เมตรเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าเพียงแค่ 10 นาที
  • อยู่ใกล้กับแยกเจริญผล ใกล้สยาม ซึ่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงชื่อดัง ได้แก่ MBK, Siam Discovery, และ Siam Square 

รูปแบบห้อง: 

  • Combo Loft  ชั้น 2-11
    1. Single: 41-51 ตร.ม.
    2. Double: 59-71 ตร.ม.
  • Sky Residence
    1. 1 ห้องนอน: 30-26 ตร.ม.
    2. 2 ห้องนอน: 49-67 ตร.ม.
    3. 3 ห้องนอน Duplex: 188-220 ตร.ม.
  • Penthouse Duplex 3 ห้องนอน:  188-220 ตารางเมตร 

4. KEN ATTITUDE RATTANATHIBET

“ฉีกทุกเงื่อนไข… ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่สัมผัสได้จริง”

The one-estate

แน่นอนว่าเหตุผลที่เราหยิบโครงการ Ken Attitude ขึ้นมา ก็เพราะ Ken Attitude เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์ Loft ที่ให้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แต่อีกเหตุผลที่ทำให้โครงการ Ken Attitude เป็นคอนโดที่น่าสนใจที่สุดในลิสนี้ก็ว่าได้ คงจะหนีไม่พ้นวิว แม่น้ำเจ้าพระยา ในทุกห้อง ในราคาที่เอื้อมถึงได้นั่นเอง

โครงการ Ken Attitude เป็นคอนโด High Rise ความสูง 31 ชั้น 1 อาคาร จำนวนยูนิตทั้งสิ้น 582 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ THE ONE จากผู้พัฒนา The One Estate และมากับคอนเซ็ปต์ “Be Beyond One’s Ken” สู่ความเหนือกว่า ทุกประสาทสัมผัส

สถาปัตยกรรมของโครงการ Ken Attitude จะเน้นการเชื่อมต่อทั้งภายนอก และภายในอาคาร ในรูปแบบ MID-Century Modern Architects หรือ ความคลาสสิค ในยุคกลางศตวรรษ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือรูปทรงเรขาคณิต กับการออกแบบสไตล์ Loft ที่รวมกันอย่างลงตัว และมีมิติ 

จุดเด่นของโครงการ: Ken Attitude Rattanathibet

  • ทุกห้องในโครงการถูกออกแบบในสไตล์ Loft และมาในรูปแบบ Fully-Furnish พร้อมอยู่ มีพื้นที่กว้างขวาง เริ่มตั้งแต่ขนาด 27.5 ไปจนถึง 112.2 ตร.ม เลยทีเดียว
  • โครงการจัดเต็มด้วย Facility ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ ได้แก่ 
    1. สระ KEN’S LAGOON ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำสำหรับครอบครัว มาพร้อมกับสไลเดอร์ขนาดใหญ่
    2. สระ KEN’S Oasis สระว่ายน้ำบนชั้น Rooftop ให้ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศชั้นดาดฟ้า เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และวิวกรุงเทพแบบ 360 องศา 
  • ห้อง Fitness Center ที่กินพื้นที่ถึง 2 ชั้น (ชั้น 2-3)
  • ห้องนั่งเล่นอเนกประสงค์ Sky Lounge และ ห้องสมุด
  • อีกทั้งยังมีห้องเล่นพูล เพื่อเอาใจคุณผู้ชายอีกด้วย

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการอยู่ใกล้กับสถานีไฟฟ้าสายสีม่วง พระนั่งเกล้า เพียงแค่ 100 เมตร
  • แม้จะเป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองนนทบุรี แต่ทำเลรอบล้อมไปด้วยถนนเส้นหลักมากมาย ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์, สะพานพระนั่งเกล้า, สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ และ ทางพิเศษศรีรัช
  • ทำเลมีความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, โรบินสัน รัตนาธิเบศร์, อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, ตลาดโลตัส พระนั่งเกล้า
  • มีโรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย อย่าง โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, โรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

รูปแบบห้อง: 

Ken Attitude มีให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบห้อง ได้แก่ 

  • Type A:  1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 27.5 ตร.ม
  • Type B:  1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 34.7- 49.9 ตร.ม
  • Type C:  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: 55 – 76.3 ตร.ม.
  • Type D:  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: 78 – 112.2 ตร.ม.

ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ทุกห้องที่ทางโครงการได้จัดสรรให้ลูกบ้าน จะมาในรูปแบบ Fully-Furnish พร้อมเฟอร์นิเจอร์อย่างครบครัน ซึ่งมีสไตล์แบบ Loft Industrial เพื่อเข้ากับบรรยากาศตัวห้อง และโครงการ 

ในส่วนของความสูง Floor to Ceiling นั้น ให้มาสูงสุดอยู่ที่ 4.9 เมตร เรียกได้ว่า กว้างขวางมากๆ 

5. LANDMARK @GRAND STATION 

“Landmark @Grand Station ไม่ใช่แค่คอนโด แต่เป็น Landmark แห่งใหม่ในย่านรามอินทรา”

เราขอปิดท้ายบทความนี้ แบบเอาใจคนเมือง ไปกับอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมหรู สไตล์ Loft เพดานสูงกว่ารูปแบบห้องคอนโดมิเนียมทั่วไป จาก Developer ชั้นนำของไทย Siamese Asset กับ โครงการ Landmark @Grand Station 

 โครงการ Landmark @Grand Station เป็นโครงการน้องใหม่ แกะกล่อง ในย่านรามอินทรา ที่ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้ Siamese Asset เขามาแรง เพราะไม่ได้มาแค่ตัวคอนโดมิเนียมสุดหรูอย่างทุกที แต่คราวนี้กลับมีจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนตัวโครงการให้กลายเป็น “แลนมาร์ก” ที่สำคัญอีกแห่งในย่านรามอินทราเลยทีเดียว 

Landmark @Grand Station เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Mixed Use ประกอบไปด้วย 2 อาคาร ความสูง 23 ชั้น 

โดยฝั่งหนึ่งจะเป็นอาคารสำหรับโซน Cassia Residences ซึ่งเป็นที่พักอาศัยแบบ Branded Residence บริหารจัดการแบบโรงแรม พร้อมบริการ Room Service, Concierge และอื่นๆ ตามมาตรฐานโรงแรม

ส่วนอาคารอีกฝั่งจะเป็นโซน Siamese Residence ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพักอาศัยทั่วไป หรือ Residential Area นั่นเอง

จุดเด่นของโครงการ:  Landmark @Grand Station

  • นอกจากการแบ่งรูปแบบการพักอาศัยเป็นโซนแล้ว จุดเด่นของโครงการนี้ คือ ทุกห้องจะมาในสไตล์ห้องแบบเพดานสูง 4.15 ม. พร้อมพื้นที่ใช้สอย 2 ชั้น นอกจากนี้ยังมีรูปแบบห้องให้เลือกถึง 4 แบบ ดังต่อไปนี้
  1. Residential Zone: ห้องพัก พร้อมกับห้องอเนกประสงค์ สามารถทำเป็นห้องนอน, ห้องเกมมิ่ง หรือ ห้องทำงานได้ ตามเพิ่มไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย
  2. Pet Lover Zone (ชั้น 4-5): ห้องพักโซนพิเศษ สำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยง 
  3. Co-Living Zone (ชั้น 8-9): ห้องพักของโซนนี้ จะมีความพิเศษอยู่ที่ความสูงของเพดาน ที่สูงเป็นพิเศษอยู่ที่ 4.9 เมตร มี 2 ชั้นด้วยกัน สามารถอยู่ได้ 2 คน แบบคนละชั้น และ มีความเป็นส่วนตัวสูง 
  4. Elder Zone: ห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ตัวพื้นห้องไม่มีความลาดชัน เดินได้สะดวก อีกทั้งภายในห้องน้ำ ยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมากมาย
  • คอนโด Landmark @Grand Station มาพร้อมกับส่วนกลาง Facillity ครบครัน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 3 ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ และ Fitness Center และในส่วนของ Sky Lounge จะอยู่ที่ชั้น 21 
  • ทางโครงการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตให้แก่ลูกบ้านด้วย เทคโนโลยี Siamese Teqnology ดังนี้ 
  1. ระบบ Air Ventilation System Technology – ช่วยหมุนเวียนอากาศภายในห้อง พร้อมกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 99%
  2. ระบบ Smell Protection Technology – ระบบท่อน้ำป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาในห้อง
  3. ระบบ Heat Resistance Technology – กระจกประหยัดพลังงาน ป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนเข้ามาในห้อง ให้ห้องเย็นสบายทั้งวัน
  4. ระบบ Soundproof Technology – ระบบกันเสียงรบกวนจากภายนอก 
  5. ระบบ Easy Maintenance Technology – ระบบเดินท่อในคอนกรีตเพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา

ทำเลที่ตั้ง:

  • คอนโดตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 64 ติดถนนรัชดา-รามอินทรา เขตคันนายาว ฝั่งตรงข้ามกับแลนมาร์กของย่านรามอินทราอย่าง Fashion Island 
  • โดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์ อยู่ติดกับห้าง Fashion Island  500 เมตร และ The Promenade 600 เมตร
  • โครงการอยู่ใกล้กับซอยคู้บอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน เต็มไปด้วยร้านอาหาร และ Mini Hypermarket มากมาย หากเดินทางมาทางฝั่งมีนบุรีจะเจอ Big C และ ตลาดมีนบุรี แต่ถ้ามาจากฝั่งถนนนวมินทร์ก็จะเจอ Central EastVille, The Walk CDC, ตลาดนัดหัวมุม และ Tesco Lotus
  • การเดินทางด้วยรถไฟก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทางโครงการมีระยะห่างจาก รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงแหวนตะวันออก ระยะทางประมาณ 450 เมตร เท่านั้น

รูปแบบห้อง: 

ห้อง Grand 

ซึ่งแต่ละรูปแบบสามารถแบ่ง Layout ภายในห้องตามไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็น ห้องแบบ Residence, Pet lover, elder หรือ แบบ Co-Living ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

  • Flexi  ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 24 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 38.50 ตร.ม.
  • ECO แบบ ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 24.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 39.50 ตร.ม.
  • Grand แบบ ห้อง 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่โฉนด 30.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 49.50 ตร.ม.

รูปแบบห้องของโครงการ Landmark จะมีความสูงของเพดานที่สูงกว่าห้องคอนโดมิเนียมทั่วไป โดยทุกห้องจะมีดีไซน์แบบ Loft ชั้นลอย ที่มีความสูงเพดานที่ 4.15 เมตร ในขณะที่ห้องแบบ Co-Living มาพร้อมกับความสูงพิเศษถึง 4.9 เมตร 

ทุกห้องของทางโครงการ มาพร้อมอยู่ แบบ Fully-Furnish ส่วนการจัดวางห้อง ถูกออกแบบมาอย่างดี โดยโซนนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงห้องขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่ง พร้อมกับแสงธรรมชาติจากภายนอกทั้งวัน 

อย่างไรก็ตาม หากใครที่ชอบทำอาหารรับประทานเอง ห้องของทาง Landmark จะไม่มีห้องครัวมาให้ แต่ทุกห้อง มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่ ที่สามารถทำอาหารได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันกลิ่นอาหารฉุนนั่นเองค่ะ 

คอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ที่เรานำมาเสนอให้ชมกันวันนี้ ต่างก็มีคอนเซ็ปต์ และความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่ทั้ง 5 โครงการนี้ กลับมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ สถาปัตยกรรม และ การตกแต่งสไตล์ Loft Industrial ที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน และแสดงความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงนั่นเอง