Apr 26, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เมื่อ ‘อนาคต’ ไม่ได้ถูกจำกัดความแค่ตึกสูงอีกต่อไป เพราะคอนโด Low-Rise อย่าง Groove จาก Divine Development ที่กำลังมาแรงในขณะนี้นำหน้าในเรื่องดีไซน์ที่สุดจะแปลก แหวกแนว และ โชว์คอนเซ็ปต์ของอนาคตเป็นอย่างมาก
มาดูกันว่าอะไรเป็นที่มาของความ ‘Modernism’ นี้ จากบทสัมภาษณ์สุด Exclusive ของ Kaidee กับ คุณ คมสัน วุฒิพงศ์ (CEO) และ คุณ ชลภัค ณรงคนานุกุล (CFO)
VIDEO
บทสัมภาษณ์
แนะนำ Divine Development สั้น ๆ
คุณคมสัน: Divine Development ก่อตั้งในปี 2018 พัฒนาโครงการมาแล้ว 5 โครงการ จุดเริ่มต้นคือ จริงๆ เกิดจากการที่เราเห็นว่ามี ‘Unmet needs’ ของตลาด เราจึงอยากจะสื่อสารและทำคอนโดส่งมอบให้กับพวกเขา
เพื่อที่จะได้ตอบโจทย์ที่ยังไม่มีใครตอบ
คำจำกัดความของ Groove
คุณชลภัค: ของเราจะมี Tag line คือ Character has its own fingerprint คือเราเชื่อว่า ทุก ๆ คนมี Character ของตัวเอง
คือไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่มันเป็นไลฟ์สไตล์
เราก็อยากจะ Disrupt สิ่งนี้ด้วยว่า มันไม่ใช่แค่คอนโด Low rise ธรรมดา แต่ว่า
มัน represent ตัวตนลูกค้าของเราด้วย
ที่ผ่านมา คอนโดหรือบ้านอาจจะเป็นแค่ปัจจัยสี่ แต่เราคิดว่าหลังจากนี้ เขาต้องการอะไรที่ Represent ตัวตนของเขา
แสดงว่าแนวคิดนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ Groove กล้าที่จะต่าง และเลือกความ Unique ในด้านสถาปัตยกรรม?
คุณคมสัน: ทุก ๆ ดีไซน์ที่เราทำเรามีพื้นฐานบนสิ่งที่เราเรียกว่า ‘Customer Obsessed’ จริง ๆ มันมาจากคำว่า ‘Customer Centric’ คือเอาลูกค้าเป็นหลัก แต่เราไปถึงขั้นที่ว่า ‘Customer Obsessed’ คือเราเห็นลูกค้าอย่างชัดเจนเลยว่าเขาต้องการอะไร เมื่อทุกอย่างมัน sync กัน การอยู่อาศัยใน Groove Condo มันเลยตอบทั้งในแง่ที่อยู่อาศัยที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน ยังตอบโจทย์ตัว Character ของเขา และตอบทุกอย่างในชีวิตที่เขาต้องการ
Key of Success ของ Groove ที่ทำให้ Sold out ภายใน 1 เดือน
คุณชลภัค: เราจะให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ๆ คือ หนึ่งเรื่องของ Location ลูกค้าเราจะต้องเดินทางง่าย ไม่ว่าจะเป็น BTS MRT แล้ว ทุก ๆ ตึกของเราจะสามารถเข้าถึงได้หลายซอย ข้อที่สองคือเรื่องของดีไซน์ ที่พูดไปก่อนหน้านี้ ข้อที่สามคิดว่าเป็นในเรื่องของ Function เพราะเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้คอนโดมีราคาที่แพงขึ้น ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของ Developer ที่ทำยังไงให้ราคายังจับต้อง อยู่ใน Function ที่ครบสมบูรณ์
อยากให้ First Impression ของลูกค้าที่มองมาเป็นอย่างไร
คุณชลภัค: อยากให้กลุ่มลูกค้าที่เราจะเรียกว่า ‘Groove peeps’ เห็น Facade, Sale Office แล้วเขารู้ว่าเป็นคอนโดสำหรับเขา คือ First Impression อยากให้ Hook แบบนั้นเลย คือไม่เคยเห็น Concept นี้จากที่อื่นมาก่อน
ทำไมต้องเป็น Location บริเวณ พระราม 9, รัชดา, ลาดพร้าว?
คุณคมสัน: จริง ๆ มันเริ่มมาจากตัวผู้อยู่อาศัยที่เขาจะมีไลฟ์สไตล์ที่เขาต้องการทั้ง 3 เรื่องในชีวิต คือ
Live, Work, Play
ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน การเดินทาง นี่เป็นเรื่องของ Live ส่วน Work ก็จะเป็นการทำงาน แหล่งงานที่เหมาะสมกับวัยและรายได้ที่เขาต้องการ Play ก็จะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตที่นอกเหนือจากการทำงาน กิน ดื่ม การเข้าสังคม การออกกำลังกาย เมื่อต้องการทั้ง 3 อย่าง เราก็ควรที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งสามอย่าง ซึ่งย่านพระราม 9, รัชดา, ลาดพร้าว จะตอบโจทย์ตรงนี้
มีแพลนที่จะขยาย Location ไปส่วนอื่น ๆ บ้างไหม
คุณคมสัน: จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ขยายตาม Location แต่เราจะขยายตาม Groove peeps หรือลูกค้าของเรามากกว่า ถ้าโลเคชันต่าง ๆ เริ่มเติบโตหรือมีการพัฒนาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า เราก็สามารถขยายไปตรงนั้นได้
สนใจพัฒนาที่อยู่อาศัย Segment อื่น ๆ บ้างไหม
คุณคมสัน: แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าก็มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นในปีนี้ 2021 เราก็มีเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่เป็นบ้านปลายปีนี้
สรุปท้ายบทความ Groove อนาคตใหม่ของ Low-Rise คอนโดมิเนียม
เรียกได้ว่าต้องรอติดตามเลยนะคะว่าบ้านที่ทาง Divine Development กำลังจะเปิดตัวจะออกมาเป็นสไตล์ไหน หากใครอยากมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเองมาลองหาซื้อได้ที่ Kaidee นะคะ
Apr 23, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สงสัยไหม ว่าทำไมหลายคนยอมซื้อน้ำหอมราคาแพง แล้วเพราะอะไรแบรนด์มากมาย ต่างหันมาสร้างไลน์น้ำหอม ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Zara แบรนด์เครื่องสำอางอย่าง Mac Cosmetic หรือแม้กระทั่งเซเลบชื่อดังอย่าง Rihanna ก็มีไลน์น้ำหอมเช่นกัน
น้ำหอม เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ มันไม่ได้มีประโยชน์แค่ส่งกลิ่นหอม แต่ยังเป็น Accessory อย่างหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราก่อนออกจากบ้านอีกด้วย
วันนี้เราไม่ได้จะมาแนะนำน้ำหอมฮอตแห่งปีนะคะ เพราะเชื่อเลยว่าถ้าใครสนใจเรื่องน้ำหอม คงรู้ดีอยู่แล้วว่าแบรนด์ไหนเด็ด แบรนด์ไหนดับ วันนี้ เราจะมาแนะนำน้ำหอมที่เหมาะกับราศีเกิด ให้คุณได้ใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นตรงกับบุคลิกตัวเองที่สุด แต่ก่อนจะไปดูกัน เรามาดูความสำคัญของน้ำหอมกันก่อนเลย
ความสำคัญของน้ำหอม
“การได้กลิ่น” หรือที่เรียกว่า “นาสิกสัมผัส” เป็นหนึ่งในความสามารถจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ตา หู จมูก ลิ้น และมือ) ดังนั้นการรับรู้กลิ่นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
กลิ่นมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนอารมณ์ (Mood) และที่น่าทึ่งกว่านั้น บางกลิ่นยังทำให้เรานึกถึงความทรงจำในอดีต (Memory) ทั้งๆ ที่สมองเราไม่เคยคิดถึงมันด้วยซ้ำ
กลิ่นน้ำหอมสามารถบ่งบอกรสนิยม และนิสัยผู้ฉีดได้ ดังนั้นน้ำหอมจึงเป็นตัวช่วยโชว์ Character ของเรา ให้คนรอบข้างได้รู้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสไตล์การแต่งตัวแต่อย่างใด และจะยิ่งดีขึ้นไปอีก ถ้าเรารู้จักเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นเข้ากับ Character ของเราอยู่แล้ว แต่ถ้าคนไหนไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน เรามาศึกษานิสัยของเรา จากราศีเกิดไปพร้อมๆ กันเลย
การแบ่งราศี สามารถแบ่งได้ 2 แบบ
แบ่งตามหมู่ดาว (เริ่มนับจากกลางเดือน) แบ่งแบบตะวันตก (เริ่มนับจากวันที่ 20-23 ของเดือน)
วันนี้เราจะใช้การนับราศีตามแบบตะวันตก เนื่องจากเป็นที่ยอมรับ และนิยมใช้กันอย่างทั่วโลก
ราศีเมษ (ARIES): 21 มี.ค. – 20 เม.ย.
นิสัย:
คนเกิดราศีเมษ เป็นคนที่มีเอนเนอร์จี้สูง กระฉับกระเฉง แถมยังใจร้อนเป็นที่หนึ่ง แต่พวกเขากลับมีความหนักแน่น กล้าได้กล้าเสีย ในเรื่องความรัก ถ้าบอกว่าเลิกก็คือเลิก ไม่มีครึ่งๆ กลางๆ
เขามักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอ่อนแอให้คนอื่นเห็น และรักที่จะเป็นผู้นำมากกว่าเป็นผู้ตาม
ดังนั้นน้ำหอมที่เหมาะสมกับนิสัยชาวราศีเมษ จะเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นร้อนแรง และติดทนนาน
-Tom Ford // Noir Pour Femme –
ขอบคุณรูปจาก Tomford
กลิ่น Tom Ford – Noir เป็นกลิ่นที่มีความเซ็กซี่มากๆ และแม้ว่าชื่อของเขาจะมีคำว่า Pour Femme ซึ่งแปลว่า “สำหรับผู้หญิง” แต่กลิ่นนี้เป็นกลิ่น Unisex สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชายนะคะ
ด้วย Top Note ที่มีส่วนผสมของแป้งหอม มะกรูด ขิง และเครื่องเทศ จึงทำให้หลังจากฉีดน้ำหอมตัวนี้ จะได้กลิ่นที่มีความขมสักหน่อย แต่ด้วยความที่มีกุหลาบ มะลิ และถั่วพิสตาชีโอเป็น Middle Note ตบท้ายด้วย วานิลลา กับ ไม้จันทน์ เป็น Base Note จึงทำให้เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นจะค่อยๆ เปลี่ยนจากขมเป็นเผ็ดร้อน อมเปรี้ยว ให้ฟิลหนุ่มสาวมั่น
ราศีพฤษภ (TAURUS): 21 เม.ย. – 20 พ.ค.
นิสัย:
ราศีพฤษภ เป็นคนรอบคอบ ทำอะไรช้าแต่ชัวร์ ถึงแม้เขาจะใจไม่ร้อนเท่าราศีเมษ แต่เรื่องความดื้อต้องยกให้เขาเลย ชาวราศีพฤษภยังเป็นคนที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ รักความมั่นคง ดังนั้นจึงเป็นคนที่เดาใจได้ง่าย
สิ่งที่โดดเด่นของชาวราศีพฤษภคือ เขาหลงใหลในศิลปะทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป หรือเสียงเพลง ที่สำคัญชาวราศีพฤษภเป็นคนที่รักธรรมชาติเป็นที่สุด
-Jo Malone // English Pear & Freesia-
ขอบบคุณรูปจาก scentuelle
English Pear & Freesia เป็นกลิ่นฮิตที่สุดของ Jo Malone กลิ่นสดชื่นแบบธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ไม่ฉุน แถมยังใช้ได้ทุกเพศ และที่สำคัญเหมาะกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะไปเที่ยว หรือไปทำงาน บอกเลยว่า English Pear & Freesia ของ Jo Malone เป็นกลิ่น Go to จริงๆ
Top Note เป็นส่วนผสมจาก “King William Pear” ซึ่งเป็นลูกพลัมอังกฤษ ผสมกับดอกไม้พรีเชียสีขาว จึงได้กลิ่นหอมสดชื่น เปรียบเสมือนท้องฟ้ายามเช้า และด้วยความที่มี Base Note เป็นไม้ Amber และ พืชน้ำมันหอม Pachouli จึงช่วยควบคุมไม่ให้กลิ่นของมันสดชื่นเกินไป โดยผสมความหวานแบบผู้ใหญ่ ให้ความรู้สึกแบบผู้ดีอังกฤษได้อย่างงดงาม
ราศีเมถุน (GEMINI): 21 พ.ค. – 21 มิ.ย.
นิสัย:
ราศีเมถุนเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริงมากที่สุดในบรรดาราศีอื่นๆ ถ้าคุณมีเพื่อนราศีเมถุน สังเกตได้เลยว่าเพื่อนของคุณจะเป็นคนที่พร้อมทำทุกอย่างกับคุณเสมอ
ชาวราศีเมถุน เป็นคนช่างพูด และถ้าชีวิตนี้ขาดปาร์ตี้ รับรองว่าเขาต้องทุกข์ใจเป็นที่สุด พวกเขาเป็นคนประเภทเบื่อง่าย และเป็นคนช่างฝัน เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะโลกในฝันมันสนุกกว่าความจริงไง
-Yves Saint Laurent // Mon Paris-
ขอบคุณรูปจาก perfumenz
ถ้าเปรียบราศีเมถุนเป็นน้ำหอม พวกเขาคือน้ำหอม YSL ขวดนี้นั่นเอง แม้ว่าน้ำหอม Mon Paris จาก YSL จะออกมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ความนิยมก็ไม่จืดจาง ด้วยกลิ่นหอมหวาน จากผลไม้จำพวกเบอร์รี่หลายชนิด ทำให้ผู้ฉีดกลายเป็นสาวสดใส ร่าเริงได้ในทันที
Top Note มีสตรอเบอรี่ ลูกแพร์ และมะนาว จึงทำให้กลิ่นสดใสสุดๆ แต่กลิ่นหวานที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่กลิ่นหวานแบบเด็กๆ นะคะ เพราะ Base Note ของเขามีดอกกุหลาบ มะลิ ดอกส้ม และดอกไม้อีกมากมาย ทำให้กลิ่นดูแพงขึ้นมาอีกระดับ
ราศีกรกฎ (CANCER): 22 มิ.ย. – 23 ก.ค.
นิสัย:
พวกเขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคนขี้อาย จนทำให้หลายคนมองว่าพวกเขาว่าเป็นคนลึกลับ แต่ก็เพราะความลึกลับนี่แหละ ทำให้พวกเขาดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอีกเป็นกอง
คนราศีกรกฎ มักเป็นคนที่ชอบอะไรเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง หรือแม้แต่การแต่งตัว ที่สำคัญพวกเขายังชอบอยู่บ้าน มากกว่าออกไปสังสรรค์กับคนอื่น
Aerin // Hisbiscus Plam
ขอบคุณรูปจาก aerin
เนื่องจากชาวราศีกรกฎ เป็นคนติดบ้าน เราจึงเอาน้ำหอมที่มีกลิ่นที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศอบอุ่นของบ้านมาฝาก นั้นก็คือ Aerin – Hisbiscus Plam ค่ะ Aerin เป็นแบรนด์ลูกของ Estee Lauder ซึ่งแยกมาเพื่อผลิตน้ำหอมโดยเฉพาะ บอกเลยว่า คนไหนเป็นแฟนคลับ Jo Malone อย่าได้พลาด
กลิ่น Hisbiscus Plam เป็นกลิ่นมะพร้าว ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศตอนไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว แม้เขาจะมีกลิ่นมะพร้าวนำ แต่ไม่ได้หมายความว่ากลิ่นจะเหมือนครีมกันแดดนะคะ เพราะเขามี Base Note เป็นดอกไม้หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ดอกลีลาวดี Hisbiscus Plam จึงให้ฟิลซัมเมอร์แบบสุดๆ
ราศีสิงห์ (LEO): 24 ก.ค. -23 ส.ค
นิสัย: สิ่งที่ชาวราศีสิงห์ชอบที่สุดก็คือการเป็นที่รักของคนรอบข้าง แม้ว่าเขาจะชอบเป็นจุดสนใจ แต่บอกได้เลยว่าชาวราศีสิงห์นั้นดูสุขุม และสง่างามมากกว่าราศีอื่น
ที่สำคัญรสนิยมของเขานั้นเป็นที่หนึ่ง พวกเขาชอบของมีราคาแพง และต้องเป็นที่นิยม ถ้าของชิ้นไหนเป็นที่ต้องการของทุกคน ของชิ้นนั้นคือสิ่งที่ชาวราศีสิงห์ต้องมี
viktor & rolf // bonbon
ขอบคุณรูปจาก viktor-rolf
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบกลิ่นหวานแบบขนม ต้องถูกใจ Bonbon จากแบรนด์ Viktor & Rolf แน่นอน แม้ว่าราคาจะสูง แต่บอกเลยว่าคุ้ม เพราะนอกจากจะมี Sillage (กลิ่นกระจายรอบตัว) กว้างแล้ว ยังติดทนนานมากๆ การันตีเลยว่าถูกใจชาวราศีสิงห์แน่นอน เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน เมื่อฉีดน้ำหอมตัวนี้แล้ว ต้องมีแต่คนทักว่า “ฉีดน้ำหอมของอะไร” แน่ๆ
Top Note คือ ส้ม และลูกพีช ทำให้ครั้งแรกที่ฉีด จะได้กลิ่นแบบสมูตตี้ผลไม้ แต่พอทิ้งไปสักพัก กลิ่นจะเริ่มหวานขึ้น คล้ายกลิ่นเค้ก เพราะเขามี Middle Note เป็น คาราเมล ค่ะ
ราศีกันย์ (VIRGO): 24 ส.ค. – 23 ก.ย.
นิสัย: ถ้าให้คำจำกัดความของคนราศีกันย์ คำๆ นั้นคือคำว่า “Simple” เขาเป็นคนง่ายๆ ไม่ทำอะไรซับซ้อน แถมรักความสะอาดมากๆ ไม่ว่าจะเล็บมือ หรือเล็บเท้าต้องไม่มีคราบสกปรก
เรื่องการแต่งตัว พวกเขาชอบสวมใส่อะไรที่สบายตัว ที่สำคัญต้องเป็นสีโทนขรึมเท่านั้น เพราะพวกเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจ
Skin // Clean Reverse
ขอบคุณรูปจาก Cleanbeauty
แค่ขวดและชื่อ ก็เหมาะกับรสนิยมของชาวราศีกันย์แล้ว แบรนด์ Clean Reserve มีราคาไม่แพง และกลิ่น Skins ก็เป็นกลิ่นหอมแบบสะอาดๆ เหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใช้ได้ทุกวัน ไม่ทำให้คนรอบข้างปวดหัวแน่นอน
เมื่อฉีดได้สักพัก กลิ่นจะผสมกับเคมีในร่างกาย ทำให้กลิ่นเริ่มมีความหวานมากขึ้น ซึ่งความหวานนี้ก็มาจากส่วนผสมสำคัญของ Middle Note นั้นก็คือ วานิลลา
ราศีตุลย์ (LIBRA): 24 ก.ย. – 23 ต.ค.
นิสัย: ชาวราศีตุลย์เป็นคนโรแมนติกมากๆ เขาเป็นคนไม่ถือตัว และมีพรสวรรค์ในการเข้าหาคนอื่น
ราศีตุลย์เป็นคนรักสงบ ไม่ชอบทะเลาะกับใคร ถ้าเพื่อนกลุ่มไหนมีเพื่อนราศีตุลย์อยู่ด้วยล่ะก็ ลองสังเกตดูนะคะ ว่าเขามักจะรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยเรื่องบาดหมางเสมอ สมกับการที่มีสัญลักษณ์ประจำราศีเป็นตาชั่งจริงๆ
Ralph Lauren // Romance
ขอบคุณรูปจาก karncosmetics
เนื่องจากชาวราศีตุลย์เป็นคนโรแมนติก เราจึงเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นหวาน อ่อนโยน อย่าง Romance จาก Ralph Lauren กลิ่นของเขาอ่อนหวานมากๆ ด้วยส่วนผสมจากผลไม้หวานเจี๊ยบอย่าง แรสเบอร์รี่ และส้มแมนดาริน
ความหวานของน้ำหอมขวดนี้ก็ยังไม่จบเท่านี้ เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะรู้สึกว่ากลิ่นมันหวานขึ้นเรื่อยๆ เพราะวานิลลา และแคชเมียร์ซึ่งเป็น Base Note จะเริ่มปรากฏตัวขึ้นนั่นเอง
ราศีพิจิก (SCORPIO) : 24 ต.ค. – 22 พ.ย.
นิสัย: ชาวราศีพิจิกเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบทำอะไรคนเดียวมากกว่าทำงานเป็นกลุ่ม เขามีความมุ่งมั่นนอกจากนี้ชาวราศีพิจิกรักความรู้สึกของการเป็นผู้นำ แต่ข้อเสียคือ อารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ
Yves Saint Laurent // Libre
ขอบคุณรูปจาก yslbeautyth
น้ำหอมที่เหมาะกับชาวราศีพิจิก เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นค่อนข้างผู้ใหญ่ บ่งบอกความเพียบพร้อมทั้งการงาน และการเงิน และน้ำหอมที่ขึ้นชื่อว่ากลิ่นแพงที่สุดใน พ.ศ.นี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Libre จาก Yves Saint Laurent
ความแพงของกลิ่นต้องยกให้ ลาเวนเดอร์ ดอกส้ม และ แบล็กเคอเรนท์ (หนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์) ซึ่งเป็น Top Note ส่วนผสมเหล่านี้ทำให้กลิ่นออกมาหอมหวานแบบคนมีสตางค์ ไม่เด่นกลิ่นวานิลลา หรือลูกกวาด เหมือนน้ำหอมเด็กๆ ทั่วไป บอกเลยว่ากลิ่นของเขา Scream คำว่า “Boss” สุดๆ
ราศีธนู (SAGITTARIUS) : 23 พ.ย. -21 ธ.ค.
นิสัย: “Live of the party” ต้องชาวราศีธนูเลย เขาไม่ชอบอยู่บ้าน ว่างเมื่อไรเป็นต้องเพื่อนเที่ยว พวกเขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ถึงขั้นที่ว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก เขาจะบอกคุณว่า “ทุกอย่างมีทางออก” นั่นแหละค่ะ คือนิสัยของราศีธนู
ราศีธนูชอบเรียนรู้สิ่งใหญ่ๆ และชอบการผจญภัย แต่ในเรื่องของความรู้สึก พวกเขาเป็นคนด้านชา เพราะมักจะมองเหตุผลสำคัญกว่าอารมณ์เสมอ
viktor & rolf // Flowerbomb
ขอบคุณรูปจาก viktor-rolf
บอกเลยว่า ถ้าเดินเข้าผับ สาวๆ ครึ่งผับฉีด FlowerBomb ทั้งนั้น Flowerbomb จาก Viktor & Rolf ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมสำหรับเที่ยวกลางคืนก็ว่าได้ เรียกได้ว่า ตรงกับนิสัยของชาวราศีธนูเป็นที่สุด
ด้วย Top Note ที่ประกอบไปด้วย มะกรูดฝรั่ง ใบชา และ Middle Note อย่าง ดอกกุหลาบ และมะลิ ทำให้กลิ่นของเขาออกมาขี้เล่น แบบสาวปาร์ตี้ แต่ยังคงความลูกคุณหนู ด้วยกลิ่นดอกกุหลาบ และที่สำคัญติดทนนานถึง 16 ชั่วโมง
ราศีมังกร (CAPRICORN) : 22 ธ.ค. – 20 ม.ค.
นิสัย: ถ้าชาวราศีมังกรกำลังอ่านบทความนี้อยู่ พวกเขากำลังคิดว่าสิ่งพวกนี้ไร้สาระ ใช่แล้วค่ะ ชาวราศีมังกรเป็นคนไม่เชื่อเรื่องที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้
ราศีมังกรฉลาดที่สุดในบรรดาทุกราศี เขายังเป็นคนขยัน บ้างานแบบ All work, No play และหลายครั้งที่พวกเขาถูกมองว่าเป็นเด็กเนิร์ด แต่ผลลัพธ์ของความเนิร์ดก็มักจะพาราศีมังกรไปได้ไกลเสมอ
Dolce Gabbana // The only one
ขอบคุณรูปจาก dolcegabbana
จะมีเด็กเนิร์ดคนไหนจะไม่ชอบดื่มกาแฟบ้าง จริงไหมคะ The only one จาก Dolce Gabbana เป็นน้ำหอมกลิ่นกาแฟ ผสมวานิลลา ที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในร้านคาเฟ่เล็กๆ ดีๆ นี้เอง ดังนั้นถ้าใครไม่ชอบกลิ่นกาแฟ ไม่แนะนำนะคะ เพราะน้ำหอมตัวนี้ กลิ่นกาแฟนำเด่นมากๆ
แต่รับรองเลยว่าไม่ฉุน เพราะ Base Note ของเขาเป็น วานิลลา และคาราเมล ซึ่งช่วยตัดความคมของกลิ่นกาแฟ ทำให้กลิ่นละมุนขึ้น น่ารับประทานเป็นที่สุด
ราศีกุมภ์ (AQUARIUS) : 21 ม.ค. – 19 ก.พ.
นิสัย: ชาวราศีกุมภ์เป็นคนแปลก ทั้งในเรื่องของความคิด และนิสัย พวกเขาไม่ชอบเหมือนใคร และเกลียดเสมอเมื่อต้องลอกเลียนแบบงานของคนอื่น
ราศีกุมภ์เป็นคนที่อ่านยาก และชอบฝันกลางวัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา จึงทำให้เขาเป็นที่รักในหมู่เพื่อนๆ แต่ถ้านับเพื่อนสนิทจริงๆ แล้วล่ะก็ มีไม่กี่คนที่เขาไว้ใจ
Indigo // Nest
ขอบคุณรูปจาก sephora
เนื่องจากราศีกุมภ์ไม่ชอบเหมือนใคร เราจึงเลือกน้ำหอมที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่หอมอย่าบอกใคร อย่างกลิ่น Nest จากแบรนด์ Indigo ซึ่งเป็นกลิ่นที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ในหน้าฝน
Top Note เป็นลูกมะเดื่อกับใบชา จึงทำให้กลิ่นยูนิค แต่กลิ่นไม่เขียวแม้แต่น้อย กลับให้ความรู้สึกอโรมา ผ่อนคลาย แต่ไม่เหมือนน้ำยาปรับอากาศนะคะ กลิ่นของเขาเป็นกลิ่นที่อธิบายไม่ถูกจริงๆ ดมแล้วต้องดมอีก เข้าใจยาก คล้ายกับนิสัยราศีกุมภ์เลยใช่ไหมคะ
ราศีมีน (PISCES) : 20 ก.พ. – 20 มี.ค.
นิสัย: ชาวราศีมีนร้องไห้ง่าย แม้จะกับเรื่องเล็กน้อย และด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหวง่ายนี้ พวกเขามักจะยอมให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลเสมอ
อย่างไรก็ตามชาวราศีมีนเป็นคนที่แคร์คนรอบข้างเสมอ ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาเล็ก หรือใหญ่ เขาจะรับฟังปัญหา และหาทางออกไปกับคุณ แถมพวกเขายังเป็นคนที่สุภาพ และเป็นที่รักของผู้ใหญ่
Byredo // Gpysy Water
ขอบคุณรูปจาก byredo
Byredo เป็นแบรนด์น้ำหอมหน้าใหม่ ที่ดังในโซเชียล มีเดีย รูปแบบ Packaging ที่เน้นความมินิมอล บ่งบอกลักษณะของกลิ่นข้างในได้อย่างดีเยี่ยม Gpysys Water เป็นกลิ่นหอมซอฟๆ หรือที่เรียกว่า กลิ่นหอมติดผิว (Skin Scent) ต่างจากน้ำหอมทั่วไป จึงเหมาะกับคนเรียบร้อยอย่างชาวราศีมีน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องไม่อยากให้กลิ่นน้ำหอม ทำให้คนรอบตัวปวดหัว
กลิ่นของ Gpysys Water เป็นกลิ่นสดชื่น จากส่วนผสมของ เลมอน และต้นสน ซึ่งเป็น Top Note แถมยังเติมความเป็นผู้ใหญ่ด้วยกลิ่นของพริกไทยอ่อน ที่ปลายกลิ่น อีกด้วย
สรุปท้ายบทความ
สิ่งที่สำคัญมากกว่าหน้าตา และรูปร่าง นอกจากนิสัยแล้ว คือ “บุคลิกภาพ” การมีบุคลิกที่ดี จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ผู้พบเห็น มันเป็นทั้งอำนาจ หน้าตาทางสังคม และความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
การมีกลิ่นกายที่หอม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราดูดี เพราะกลิ่นหอมจากเราจะถูกส่งผ่านไปยังผู้รับกลิ่น ซึ่งส่งต่อไปยังสมอง และจะถูกตีความหมายออกมาก ดังนั้น การเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับบุคลิกจึงสำคัญ
เรารู้ดีค่ะ ว่าน้ำหอมนั้นมีราคาค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้น ลองเข้ามาดูที่ Kaidee ก่อนนะคะ เรามีน้ำหอม ของแท้ ราคากันเองมากมายเลย
Apr 22, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ย่านดังที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตติดลมบนจริงๆสำหรับย่านเยาวราชนี้ เพราะบางทีเมื่อเราคิดไม่ออกว่าจะไปไหนก็มักจะคิดถึงย่านเยาวราชเป็นอันดับแรกๆ Walk With Me อีพีนี้เราเลยจะพาไปดูร้านเด็ดในย่านเยาวราชนี้กัน
VIDEO
1.ไล่เฮงโภชนา
ที่ตั้ง : ถนนทรงสวัสดิ์ แยกโรงแรมไชน่าทาวน์
เวลาเปิด-ปิด : 12:00 – 21:00 น.
เริ่มต้นกันที่ร้านแรกกับร้านสุกี้ไหหลำสูตรโบราณ ไล่เฮงโภชนา ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี ซึ่งร้านนี้มีเมนูขึ้นชื่อที่ใครมาก็ต้องสั่ง นั่นก็คือเมนูสุกี้เตาถ่าน โดยสามารถเลือกเครื่องได้ว่าจะเอาเป็น หมู ไก่ เนื้อ หรือรวม โดยตอนเสิร์ฟมานั้นจะเป็นเนื้อต่างๆที่มีไข่ตอกไว้ด้านบน ก่อนนำลงไปต้มก็คลุกเคล้าเนื้อและไข่ให้เข้ากันก่อน แล้วเทลงหม้อได้เลย
ของเด็ดอีกอย่างนั่นคือน้ำจิ้มที่ใช้ส่วนผสมหลักเป็นเต้าหู้ยี้ ทำให้เวลาทานจะได้ทั้งกลิ่นเต้าหู้ยี้และกลิ่นหอมของถ่านรวมเข้ากับรสชาติที่กลมกล่อม
เมนูอื่นๆอย่างเนื้อผัดน้ำมันหอยก็ทำได้ดี ทั้งเรื่องของความหอม นุ่ม และรสชาติที่กำลังดี ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆจะฟินสุดๆ
2.เอ็ก เต็ง ผู่ กี่
ที่ตั้ง : ถนนพาดสาย (ซอยตรงข้ามเยื้องกับร้านไล่เฮงโภชนา)
เวลาเปิด-ปิด : 04:00 – 19:00 น.
ร้านกาแฟโบราณที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่นด้วยระยะเวลากว่า 100 ปี เรียกว่าอยู่คู่เยาวราชมาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันผู้ที่มาดูแลร้านเป็นรุ่นที่สี่นั่นก็คือรุ่นโหลน และปัจจุบันร้านเพิ่งรีโนเวทใหม่ โดยยังคงสไตล์ความเก๋แบบต้นตำรับของจีน จนเป็นร้านกาแฟที่มีมุมถ่ายรูปสวยๆไว้ลงไอจีมากมาย
เมนูที่ทางร้านแนะนำนั่นคือขนมปังสังขยาที่เจ้าของร้านได้เล่าให้ฟังว่าเป็นสูตรที่อากงของเขาได้นำมาจากสมุยแล้วมาปรับสูตรปรับรสชาติให้อร่อยกลมกล่อมอย่างเช่นทุกวันนี้
ชาและกาแฟที่ร้านนี้ก็มีรสชาติดี มีความหอมและเข้มข้น ทานคู่กับขนมปังสังขยาก็เข้ากันสุดๆ และนอกจากเมนูของหวานแล้ว ที่ร้านยังมีเมนูไข่กระทะ ไข่ลวก และเมนูอาหารเช้าอีกด้วย
3.ป้าจิน หอยแครงซอยเท็กซัส
ที่ตั้ง : ถนนผดุงด้าว (ซอยเท็กซัส)
เวลาเปิด-ปิด : 18:00 – 00:00 น. (ปิดวันจันทร์)
หอยแครงลวกเจ้าดังที่เป็นหนึ่งในตำนานของเยาวราชนั่นคือร้านป้าจิน หอยแครงซอยเท็กซัส ร้านนี้เปิดมานานกว่า 40 ปี หากเดินผ่านหรือขับรถผ่านซอยเท็กซัสก็จะเห็นร้านป้าจินอยู่ทางขวามือช่วงกลางซอย พร้อมกับหอยแครงกองโตที่รอให้เราเข้าไปรับประทาน
หอยที่ร้านนี้จะมีหอยแครงและหอยแมลงภู่ สำหรับหอยแครงนั้นทางร้านจะลวกมาในระดับที่กึ่งสุก แบบความสุกที่คนรักหอยแครงจะชอบทานกัน แต่ถ้าต้องการสุกกว่านี้ก็สามารถบอกกับพี่ที่รับเมนูก่อนได้นะ
ทีเด็ดอีกอย่างคือเรื่องน้ำจิ้มที่มีเสิร์ฟให้ถึง 3 แบบ คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มแบบหวาน และน้ำจิ้มสามรส สามารถเลือกทานได้ตามรสชาติเลย
4.แกงกะหรี่นายโย่ง
ที่ตั้ง : ถนนเยาวราช (หน้าร้านทอง)
เวลาเปิด-ปิด : 17:30 – 23:00 น.
แกงกะหรี่ชื่อดังที่ตั้งอยู่ตรงถนนสายหลักของเยาวราช ซึ่งร้านเปิดมาแล้วกว่า 80 ปี ปัจจุบันมี 2 สาขา โดยสาขาหนึ่งจะอยู่ที่ปากซอยเยาวราช 11 และอีกสาขาอยู่ที่ริมถนนเยาวราชหน้าร้านทอง
เมนูจะมีทั้งแกงกะหรี่หมู ไก่ เนื้อ โดยแกงกะหรี่ของที่นี่ จะมีส่วนผสมของฟักทองด้วย ทำให้ได้ความหวานแบบกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีแกงถาดต่างๆอย่างกุนเชียงทอด ไข่ต้ม ปลาสลิดทอด หมูยอทอด
ร้านสตรีทฟู้ดอื่นๆ
นอกเหนือจากร้านด้านบนแล้วยังมีร้านสตรีทฟู้ดริมทางอีกมากมาย อย่างร้านปลาหมึกย่างกาย&เก้าบริเวณริมถนนเยาวราชที่แค่เดินอยู่ไกลๆก็จะมองเห็นปลาหมึกเสียบไม้กองโตเรียงอยู่หน้าร้าน ซึ่งด้วยความสด อร่อย ทำให้ร้านนี้ดังจนมีคนต่อคิวยาวอยู่เรื่อยๆ
ร้านขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดที่ยังคงคุณภาพขนมปังไส้ทะลัก ทำให้มีคนต่อคิวยาวอยู่จนถึงทุกวันนี้
ภาพจาก Facebook.com/ChinatownYaowarat
ร้านก๋วยจั๊บนายเอ็กชื่อดังที่คนเยอะแต่รอคิวไม่นาน เครื่องก๋วยจั๊บอย่างหมูกรอบ เครื่องใน และหมูสับก้อน มีรสชาติที่อร่อยจนต้องขอเบิ้ลจริงๆ
ภาพจาก Facebook.com/bualoyKK
ร้านบัวลอยกลมเกลียว by แม่แกว ที่มีบัวลอยหลากหลายอย่างให้เลือก ความนุ่มหนึบหนับของบัวลอยจะทำให้คุณต้องติดใจแน่นอน
สรุปย่านเยาวราช
เรียกได้ว่าย่านเยาวราชเป็นย่านแห่งร้านอร่อยทั้งของคาวและของหวาน ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ถนนเส้นหลักของเยาวราช แต่ตามซอกซอยต่างๆก็มีร้านลับรสชาติดีตั้งอยู่ ถ้าหากมีเวลาลองไปเดินเยาวราชแล้วลองไปตามซอกซอยต่างๆ ไม่แน่คุณอาจเจอร้านลับประจำใจที่คุณอาจไม่อยากบอกให้คนอื่นรู้ก็ได้นะ
หากคุณชอบย่านนี้ แล้วอยากมีบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย ดีๆเดินทางมาที่นี่สะดวก ลองมาดูที่ Kaidee Property ของเราได้เลย เรามีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกชมและตัดสินใจซื้อได้อย่างสะดวกทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ลองไปดูกันเลย !
Apr 21, 2021 | บทความยานยนต์
น่าจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยครั้งที่รถมอเตอร์ไซค์ทะเลาะวิวาทกันกับคนขับรถมอเตอร์ไซค์ สาเหตุหลักก็มาจากการที่ทั้งสองฝ่าย “ไม่เข้าใจ” มุมมองของกันและกัน และก็มาจากการที่กฎหมายการจราจรในประเทศไทยถูกบังคับใช้แบบ ไม่จริงจัง ใคร ๆ ก็คิดว่าแค่เสียค่าปรับก็จบ
เสียค่าปรับก็จบ
แต่บางครั้งสิ่งที่จบ ก็หมายถึง จบชีวิตเราเองหรือเปล่า ?
VIDEO
ในมุมมองของคนขับมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ยังคงมีภาพและความรู้สึกต่อการกระทำของอีกฝ่ายที่แตกต่างกัน ขณะที่คนที่ขับทั้งสองอย่าง จะมีความเข้าใจที่กว้างกว่าและมักจะเป็นกลุ่มที่มักจะให้ทางได้มากกว่ากลุ่มอื่น
สังเกตจากคลิปด้านบน ที่ ชายเสื้อเหลืองขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาโดยไม่ชะลอก่อนเลี้ยวออกจากซอย โดยมองว่า คนขับรถยนต์น่าจะเบรกทันเพราะยังอยู่อีกไกล
แต่ทันใดนั้นชายชุดดำผู้หวังดีก็ได้บีบแตรเตือนและเข้าไปพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกัน ถึงอย่างนั้นชายชุดเหลืองก็ปฏิเสธและเลือกที่จะเชื่อว่า “กรุงเทพฯ ขับแบบนี้ไม่ผิดอะไร ทั้งที่ความจริงแล้ว ในมุมมองของคนขับรถยนต์ การที่มอเตอร์ไซค์ปาดออกจากซอยมาในระยะที “คิดว่า” ห่าง
แท้จริงแล้วนั่นเป็นระยะที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับรถยนต์เลยทีเดียว เพราะคนขับรถยนต์อาจจะไม่ทันได้สังเกต หรือต่อให้สังเกตทันก็อาจเบรกไม่อยู่ก็ได้
การขับรถไม่ว่าจะรถเล็กหรือรถใหญ่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของการทำตามกฎจราจรให้ถูกต้อง เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
อย่างที่รู้กันว่า ประเทศไทยแม้จะมีกฎหมายรองรับก็จริง แต่การบังคับใช้และความเกรงกลัวต่อกฎหมายค่อนข้างต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความ “เห็นใจ” กันบนท้องถนนควรเป็น “ความเข้าใจ” ระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างคนขับรถยนต์และคนขับมอเตอร์ไซค์
5 เหตุผลที่คนขับรถยนต์ไม่มีทางเข้าใจคนขับมอเตอร์ไซค์
สังเกตกันไหมว่า ปัญหาที่เราได้ยินมักมาจากคนขับรถยนต์ที่มักจะพูดว่า
“ทำไมมอเตอร์ไซค์ถึงชอบขับแบบxxx” และอีกสารพัดจะกล่าว
ทว่าเราไม่เคยมองกลับมาถึงเรื่องที่ว่า “ทำไมคนขับรถยนต์ถึงxxx” จากมุมมองของคนขับมอเตอร์ไซค์เลยสักนิดเดียว วันนี้เราจะมาเปิดมุมมองให้คนขับรถยนต์เข้าใจคนขับมอเตอร์ไซค์ได้มากขึ้น!
เริ่มจาก 5 ข้อแรกที่ยังไงยังไง๊ คนขับรถยนต์ก็ไม่มีทางเก็ตฟีลได้!
1. รถใหญ่ ทัศนวิสัยแคบกว่ามอเตอร์ไซค์
มุมมองคนขับรถมอเตอร์ไซค์จะค่อนข้างกว้างกว่าคนขับรถยนต์ โดยที่บางทีทัศนวิสัยที่กว้างกว่านี้ทำให้มอเตอร์ไซค์ขับเปลี่ยนเลนได้อย่างรวดเร็วและซิกแซกได้มากกว่า
รวมถึงมุมมองต่อการกะระยทาง ที่เมื่อมองด้วยมุมมองของตัวบุคคลแล้ว ระยะที่ห่างสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ อาจกระชันสำหรับรถยนต์ก็เป็นได้
รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่จะเข้าใจตรงกันว่า ขณะขับรถจะมีจุดอับสายตาอยู่ค่อนข้างเยอะ เวลาขับจึงไม่สามารถเห็นรถได้อยากชัดเจน แต่นั่นไม่ใช่กับทัศนวิสัยของรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เวลารถมอเตอร์ไซค์ทำการเปลี่ยนเลนสามารถได้ทำค่อนข้างรวดเร็วและแม่นยำกว่ารถยนต์
เพียงแต่ว่า แม้จะสามารถกะระยได้ง่ายและมีทัศนวิสัยที่กว้างกว่ารถใหญ่ แต่สิ่งที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนลืมคำนึงถือ ตัวรถมอเตอร์ไซค์ค่อนข้างเล็ก และรถยนต์ที่มาด้วยความเร็วสูงนั้นมีโอกาสที่เบรกไม่ทันทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุตามมา
ดังนั้นไม่ใช่แค่เพียงคนขับมอเตอร์ไซค์อย่างเดียวที่ควรรู้จักกะความเร็วรถให้ดี แต่รถใหญ่เองก็ต้องรู้ “ธรรมชาติ” ของรถมอเตอร์ไซค์และคอยระวังเช่นเดียวกัน จึงจะปลอดภัยทั้งคู่
2. มอเตอร์ไซค์ไปได้เร็วกว่า ทำไมต้องชะลอ
ถ้าคนขับรถยนต์ตั้งข้อสงสัยว่าทำไม รถมอเตอร์ไซค์ต้องขับแทรกอยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ความจริงสามารถรอและขับอยู่ในเลนซ้ายตามกฎหมายกำหนดก็ได้
ใช่ นั่นคือมุมมองของคนขับรถยนต์
ในมุมมองของคนขับรถมอเตอร์ไซต์ กลับมองเรื่องนี้ต่างออกไป ในเมื่อมีโอกาสให้ไปได้เร็วกว่า การหยุดรอ ทำไมต้องรอกันล่ะ ?
โดยเฉพาะบนท้องถนนที่รถติดจนได้โล่อย่าง กรุงเทพมหานคร ใครเล่าจะมานั่งรอติดต่อแถวไปเรื่อย ๆ เชื่อเถอะว่า บางครั้งคนขับรถยนต์เองก็มีความคิดอยากเปลี่ยนรถตนเองให้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะได้ซิกแซกไป WFH เช่นเดียวกัน
3. เสียภาษีเหมือนกัน ต้องใช้ถนนได้อย่างเท่าเทียม
ถ้ายังจำกันได้ถึงกฎหมายเรื่องการใช้ถนน ในระยะหลังเริ่มมีการห้ามรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์อย่างจริงจัง ทว่าเมื่อมีการห้ามเช่นนี้เกิดขึ้น กลับสร้างกระแสตอบรับในทางลบจากเหล่าคนขับมอเตอร์ไซค์อย่างมาก เรียกไดว่าเป็นเสียงโอดครวญเลยล่ะ
เหตุผลมาจากว่า ถนนทุกคนเสียภาษีเท่านั้น แต่ทำไมรถมอเตอร์ไซค์จึงใช้ถนนไม่ได้เท่าเทียมกับคนใช้รถยนต์ ทั้ง ๆ ที่การสร้างสะพานและอุโมงค์นั้นก็มาจากภาษีตนเช่นเดียวกัน
คำตอบจากฝั่งผู้ใช้รถยนต์คือ สะพานค่อนข้างมีเลนถนนที่คับแคบและเสี่ยงต่อการชนท้ายได้ง่าย เพราะสะพานมีความชันและจำเป็นในการใช้ความเร็วเพิ้อขับขึ้นและคอยเหยียบเบรกเมื่อต้องขับลงจากสะพาน
ทว่ารู้หรือไม่ การที่รถยนต์ต้องคอยเหยียบเบรกให้มอเตอร์ไซค์ที่มีความที่ช้ากว่า นั่นคือปัจจัยที่เสี่ยงจะทำให้รถยนต์เกิดอุบัตเหตุ และมีสิทธิ์ที่จะเบรกไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็เป็นได้
4. คนขี่มอเตอร์ไซค์กลัวตายมากกว่าคนขับรถยนต์
สำหรับคนขับรถยนต์ไม่ได้หมายความว่าไม่กลัวตาย แต่คนขับรถมอเตอร์ไซค์ต้องระมัดระวังและกลัวตายมากกว่า เพราะคนขับมอเตอร์ไซค์ต้องระวังการโดนชนให้มากที่สุด
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่ามอเตอร์ไซค์คือ “หนังหุ้มเหล็ก” หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นครั้งหนึ่ง ร่างกายก็จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ไม่เหมือนรถยนต์ที่หากเกิดการเฉี่ยวชนก็ยังมีโครงเหล็กที่รองรับอยู่ ทั้งยังมีถุงลมด้านหน้าเสริมความปลอดภัยอีกด้วย
5. ไม่เปิดไฟเลี้ยวแล้วจะรู้ได้อย่างไร
อีกหนึ่งสิ่งที่คนขับมอเตอร์ไซค์ต้องระแวง คือเรื่องของการเปิดไฟเลี้ยว เพราะรถมอเตอร์ไซค์เวลาขับอยู่ตรงเส้นระหว่างเลน จู่ ๆ ก็มีรถยนต์คันหนึ่งเปลี่ยนเลนโดยขับเบียดที่ไม่ให้สัญญาณไฟ จึงทำให้รถมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนเลนหรือหลบหลีกไม่ทัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก
สำหรับรถยนต์การเปลี่ยนเลน หากมองในมุมของรถยนต์ด้วยกันเองจะค่อนข้างสังเกตได้ง่าย แต่ขณะที่เป็นมุมมองของรถมอเตอร์ไซค์ การเปลี่ยนเลนของรถยนต์โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ย่อมสังเกตได้ยากและทำให้เกิดการชนอยู่บ่อยครั้ง
สรุปมุมมองที่ต่างกันของคนขับรถยนต์และคนขี่มอเตอร์ไซค์
นี่จึงเป็นหนึ่งในมุมมองสำหรับคนขับรถมอเตอร์ไซค์ที่มีต่อคนขับรถยนต์หรือรถยนต์บนท้องถนน ดังนั้นการเรียนรู้ความคิดเห็นและเหตุผลของการกระทำแต่ละฝ่าย จะช่วยให้คุณเข้าใจและมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมท้องถนนได้มากขึ้นกว่าเดิม หากใครที่กำลังคิดว่าจะหารถมือสองหรือรถมอเตอร์ไซค์ ก็เข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลย