5 เหตุผลที่คนขับรถยนต์ไม่เข้าใจคนขับมอเตอร์ไซค์

Apr 21, 2021 | บทความยานยนต์

น่าจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยครั้งที่รถมอเตอร์ไซค์ทะเลาะวิวาทกันกับคนขับรถมอเตอร์ไซค์ สาเหตุหลักก็มาจากการที่ทั้งสองฝ่าย “ไม่เข้าใจ” มุมมองของกันและกัน และก็มาจากการที่กฎหมายการจราจรในประเทศไทยถูกบังคับใช้แบบ ไม่จริงจัง ใคร ๆ ก็คิดว่าแค่เสียค่าปรับก็จบ

เสียค่าปรับก็จบ

แต่บางครั้งสิ่งที่จบ ก็หมายถึง จบชีวิตเราเองหรือเปล่า ?

ในมุมมองของคนขับมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ยังคงมีภาพและความรู้สึกต่อการกระทำของอีกฝ่ายที่แตกต่างกัน ขณะที่คนที่ขับทั้งสองอย่าง จะมีความเข้าใจที่กว้างกว่าและมักจะเป็นกลุ่มที่มักจะให้ทางได้มากกว่ากลุ่มอื่น

สังเกตจากคลิปด้านบน ที่ ชายเสื้อเหลืองขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาโดยไม่ชะลอก่อนเลี้ยวออกจากซอย โดยมองว่า คนขับรถยนต์น่าจะเบรกทันเพราะยังอยู่อีกไกล

แต่ทันใดนั้นชายชุดดำผู้หวังดีก็ได้บีบแตรเตือนและเข้าไปพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกัน ถึงอย่างนั้นชายชุดเหลืองก็ปฏิเสธและเลือกที่จะเชื่อว่า “กรุงเทพฯ ขับแบบนี้ไม่ผิดอะไร ทั้งที่ความจริงแล้ว ในมุมมองของคนขับรถยนต์ การที่มอเตอร์ไซค์ปาดออกจากซอยมาในระยะที “คิดว่า” ห่าง 

แท้จริงแล้วนั่นเป็นระยะที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับรถยนต์เลยทีเดียว เพราะคนขับรถยนต์อาจจะไม่ทันได้สังเกต หรือต่อให้สังเกตทันก็อาจเบรกไม่อยู่ก็ได้

การขับรถไม่ว่าจะรถเล็กหรือรถใหญ่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของการทำตามกฎจราจรให้ถูกต้อง เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ 

อย่างที่รู้กันว่า ประเทศไทยแม้จะมีกฎหมายรองรับก็จริง แต่การบังคับใช้และความเกรงกลัวต่อกฎหมายค่อนข้างต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความ “เห็นใจ” กันบนท้องถนนควรเป็น “ความเข้าใจ” ระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างคนขับรถยนต์และคนขับมอเตอร์ไซค์

5 เหตุผลที่คนขับรถยนต์ไม่มีทางเข้าใจคนขับมอเตอร์ไซค์

สังเกตกันไหมว่า ปัญหาที่เราได้ยินมักมาจากคนขับรถยนต์ที่มักจะพูดว่า

“ทำไมมอเตอร์ไซค์ถึงชอบขับแบบxxx” และอีกสารพัดจะกล่าว

ทว่าเราไม่เคยมองกลับมาถึงเรื่องที่ว่า “ทำไมคนขับรถยนต์ถึงxxx” จากมุมมองของคนขับมอเตอร์ไซค์เลยสักนิดเดียว วันนี้เราจะมาเปิดมุมมองให้คนขับรถยนต์เข้าใจคนขับมอเตอร์ไซค์ได้มากขึ้น! 

เริ่มจาก 5 ข้อแรกที่ยังไงยังไง๊ คนขับรถยนต์ก็ไม่มีทางเก็ตฟีลได้!

car's-driver-view-point

1. รถใหญ่ ทัศนวิสัยแคบกว่ามอเตอร์ไซค์

มุมมองคนขับรถมอเตอร์ไซค์จะค่อนข้างกว้างกว่าคนขับรถยนต์ โดยที่บางทีทัศนวิสัยที่กว้างกว่านี้ทำให้มอเตอร์ไซค์ขับเปลี่ยนเลนได้อย่างรวดเร็วและซิกแซกได้มากกว่า 

รวมถึงมุมมองต่อการกะระยทาง ที่เมื่อมองด้วยมุมมองของตัวบุคคลแล้ว ระยะที่ห่างสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ อาจกระชันสำหรับรถยนต์ก็เป็นได้ 

รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่จะเข้าใจตรงกันว่า ขณะขับรถจะมีจุดอับสายตาอยู่ค่อนข้างเยอะ เวลาขับจึงไม่สามารถเห็นรถได้อยากชัดเจน แต่นั่นไม่ใช่กับทัศนวิสัยของรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เวลารถมอเตอร์ไซค์ทำการเปลี่ยนเลนสามารถได้ทำค่อนข้างรวดเร็วและแม่นยำกว่ารถยนต์

เพียงแต่ว่า แม้จะสามารถกะระยได้ง่ายและมีทัศนวิสัยที่กว้างกว่ารถใหญ่ แต่สิ่งที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนลืมคำนึงถือ ตัวรถมอเตอร์ไซค์ค่อนข้างเล็ก และรถยนต์ที่มาด้วยความเร็วสูงนั้นมีโอกาสที่เบรกไม่ทันทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุตามมา

ดังนั้นไม่ใช่แค่เพียงคนขับมอเตอร์ไซค์อย่างเดียวที่ควรรู้จักกะความเร็วรถให้ดี แต่รถใหญ่เองก็ต้องรู้ “ธรรมชาติ” ของรถมอเตอร์ไซค์และคอยระวังเช่นเดียวกัน จึงจะปลอดภัยทั้งคู่

2. มอเตอร์ไซค์ไปได้เร็วกว่า ทำไมต้องชะลอ

ถ้าคนขับรถยนต์ตั้งข้อสงสัยว่าทำไม รถมอเตอร์ไซค์ต้องขับแทรกอยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ความจริงสามารถรอและขับอยู่ในเลนซ้ายตามกฎหมายกำหนดก็ได้ 

ใช่ นั่นคือมุมมองของคนขับรถยนต์

ในมุมมองของคนขับรถมอเตอร์ไซต์ กลับมองเรื่องนี้ต่างออกไป ในเมื่อมีโอกาสให้ไปได้เร็วกว่า การหยุดรอ ทำไมต้องรอกันล่ะ ?

โดยเฉพาะบนท้องถนนที่รถติดจนได้โล่อย่าง กรุงเทพมหานคร ใครเล่าจะมานั่งรอติดต่อแถวไปเรื่อย ๆ เชื่อเถอะว่า บางครั้งคนขับรถยนต์เองก็มีความคิดอยากเปลี่ยนรถตนเองให้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะได้ซิกแซกไป WFH เช่นเดียวกัน

3. เสียภาษีเหมือนกัน ต้องใช้ถนนได้อย่างเท่าเทียม

ถ้ายังจำกันได้ถึงกฎหมายเรื่องการใช้ถนน ในระยะหลังเริ่มมีการห้ามรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์อย่างจริงจัง ทว่าเมื่อมีการห้ามเช่นนี้เกิดขึ้น กลับสร้างกระแสตอบรับในทางลบจากเหล่าคนขับมอเตอร์ไซค์อย่างมาก เรียกไดว่าเป็นเสียงโอดครวญเลยล่ะ

เหตุผลมาจากว่า ถนนทุกคนเสียภาษีเท่านั้น แต่ทำไมรถมอเตอร์ไซค์จึงใช้ถนนไม่ได้เท่าเทียมกับคนใช้รถยนต์ ทั้ง ๆ ที่การสร้างสะพานและอุโมงค์นั้นก็มาจากภาษีตนเช่นเดียวกัน

คำตอบจากฝั่งผู้ใช้รถยนต์คือ สะพานค่อนข้างมีเลนถนนที่คับแคบและเสี่ยงต่อการชนท้ายได้ง่าย เพราะสะพานมีความชันและจำเป็นในการใช้ความเร็วเพิ้อขับขึ้นและคอยเหยียบเบรกเมื่อต้องขับลงจากสะพาน

ทว่ารู้หรือไม่ การที่รถยนต์ต้องคอยเหยียบเบรกให้มอเตอร์ไซค์ที่มีความที่ช้ากว่า นั่นคือปัจจัยที่เสี่ยงจะทำให้รถยนต์เกิดอุบัตเหตุ และมีสิทธิ์ที่จะเบรกไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็เป็นได้

4. คนขี่มอเตอร์ไซค์กลัวตายมากกว่าคนขับรถยนต์

สำหรับคนขับรถยนต์ไม่ได้หมายความว่าไม่กลัวตาย แต่คนขับรถมอเตอร์ไซค์ต้องระมัดระวังและกลัวตายมากกว่า เพราะคนขับมอเตอร์ไซค์ต้องระวังการโดนชนให้มากที่สุด 

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่ามอเตอร์ไซค์คือ “หนังหุ้มเหล็ก” หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นครั้งหนึ่ง ร่างกายก็จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ไม่เหมือนรถยนต์ที่หากเกิดการเฉี่ยวชนก็ยังมีโครงเหล็กที่รองรับอยู่ ทั้งยังมีถุงลมด้านหน้าเสริมความปลอดภัยอีกด้วย

5. ไม่เปิดไฟเลี้ยวแล้วจะรู้ได้อย่างไร

อีกหนึ่งสิ่งที่คนขับมอเตอร์ไซค์ต้องระแวง คือเรื่องของการเปิดไฟเลี้ยว เพราะรถมอเตอร์ไซค์เวลาขับอยู่ตรงเส้นระหว่างเลน จู่ ๆ ก็มีรถยนต์คันหนึ่งเปลี่ยนเลนโดยขับเบียดที่ไม่ให้สัญญาณไฟ จึงทำให้รถมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนเลนหรือหลบหลีกไม่ทัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก 

สำหรับรถยนต์การเปลี่ยนเลน หากมองในมุมของรถยนต์ด้วยกันเองจะค่อนข้างสังเกตได้ง่าย แต่ขณะที่เป็นมุมมองของรถมอเตอร์ไซค์ การเปลี่ยนเลนของรถยนต์โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ย่อมสังเกตได้ยากและทำให้เกิดการชนอยู่บ่อยครั้ง

สรุปมุมมองที่ต่างกันของคนขับรถยนต์และคนขี่มอเตอร์ไซค์

นี่จึงเป็นหนึ่งในมุมมองสำหรับคนขับรถมอเตอร์ไซค์ที่มีต่อคนขับรถยนต์หรือรถยนต์บนท้องถนน ดังนั้นการเรียนรู้ความคิดเห็นและเหตุผลของการกระทำแต่ละฝ่าย จะช่วยให้คุณเข้าใจและมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมท้องถนนได้มากขึ้นกว่าเดิม หากใครที่กำลังคิดว่าจะหารถมือสองหรือรถมอเตอร์ไซค์ ก็เข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลย