10 คอนโดบางนา เดินทางง่าย ชอปปิงดี

10 คอนโดบางนา เดินทางง่าย ชอปปิงดี

ถ้าคุณเป็นบุคคลที่อยากอยู่คอนโดมิเนียมราคาไม่แพงแต่เดินทางสบาย มีแหล่งชอปปิง โรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว ก็อย่าลืมนึกถึง คอนโดบางนา ที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะที่ย่าน บางนา เต็มไปด้วยวิถีชีวิตอันครบครัน ว่าแต่… ย่านบางนามีอะไรที่จะทำให้คุณสบาย และจะมีคอนโดบางนาโครงการไหนบ้างที่น่าสนใจมาดูพร้อม ๆ กัน

อยู่ คอนโดบางนา มีอะไรดีบ้างนะ ?

ตัดสินใจจะมาอาศัยที่คอนโดบางนาได้หรือยัง ? ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนว่าที่นี่มีอะไรดี !

บางนา เป็นหนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยและแหล่งชอปปิงฝั่งตะวันออกของจังหวัดกรุงเทพฯ ที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงบางนาตอนต้นที่ได้รับอิทธิพลความเจริญมาจากในตัวเมืองจนเกิดรถไฟฟ้า BTS บางนา สายสุขุมวิทที่เข้าไปยังตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีนักลงทุนหลายเจ้าเข้ามาลงทุนในย่านนี้

อยู่ คอนโดบางนา สะดวก

อีกทั้งย่านบางนายังมีความสะดวกสบายต่าง ๆ มากมายทั้งห้างสรรพสินค้าอย่าง อีเกียบางนาและเซ็นทรัลบางนา โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง โรงพยาบาล สวนสาธารณะ และตลาด รวมถึงยังสามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ผ่านถนนและทางพิเศษ หรือจะรถสาธารณะที่มีให้เลือกมากมายทั้งรถไฟฟ้า รถตู้ และรถเมล์

อนาคต คอนโดบางนา

ในอนาคตย่านบางนาก็ยังเป็นอย่างที่คาดว่าจะมีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้นทั้งด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และการขนส่งที่จะช่วยให้คนในย่านบางนาสามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าถ้าหากคุณอาศัยอยู่ในคอนโดบางนาก็จะได้รับความสะดวกสบายไปเต็ม ๆ เลยทีเดียว

และถ้าใครอยากอ่านข้อมูลย่านบางนาแบบเจาะลึก ก็สามารถคลิกเข้าไปที่บทความ ย่าน บางนา ทั้งใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งชอปปิง

รวม คอนโดบางนา น่าสนใจ

a Space Mega II

ขอบคุณรูปจาก: areeya.co.th

a Space Mega II คอนโดบางนาจากบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ครบครันกับทุกสิ่งที่ต้องการ ด้วย Co Living space, Sky infinity edge swimming pool และ Sky jogging track บนตึกสูง 34 ชั้น ย่านบางนา อีกทั้งยังใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและทางด่วนกาญจนาภิเษก ที่ให้คุณใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร ด้วยสถานที่ชอปปิงและร้านอาหารครบจบในที่เดียว ซึ่งโครงการนี้มีทั้งหมด 1,001 ยูนิต 2 แบบ คือ

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 28.52-31.06 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 56.44-62.48 ตร.ม. 

ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท

Niche MONO Bangna

ขอบคุณรูปจาก: sena.co.th

Niche MONO Bangna โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ย่านบางนา จาก เสนา ดีเวลลอปเมนท์ บนถนนบางนา-ตราด ตัวโครงการมีทั้งหมด 643 ยูนิต 2 อาคาร อาคารละ 8 ชั้น ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS บางนา และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ในระยะที่เดินได้แบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร และยังสามารถเดินทางออกนอกเมืองกรุงเทพมหานครได้ง่าย ๆ ด้วยทางด่วนบางนาและทางด่วนบูรพาวิถี ตัวห้องมี 3 ประเภท คือ 

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM Plus พื้นที่ใช้สอย 30.9 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 50 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท

Mestyle @ Sukhumvit-Bangna

ขอบคุณรูปจาก: mestylecondo.com

Mestyle @ Sukhumvit-Bangna คอนโดบางนาระดับ Low Rise 8 ชั้น ฟังก์ชันครบจาก บริษัท มีสไตล์ แลนด์ จำกัด ที่ออกแบบให้การใช้ชีวิตง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยการจัดพื้นที่ต่าง ๆ อย่างลงตัว และเต็มอิ่มกับพื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่ในโครงการที่มีห้องถึง 566 ยูนิต คอนโดมิเนียมแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญในชีวิตแค่เอื้อมทั้งเซ็นทรัลบางนา รถไฟฟ้า BTS โรงเรียน โรงพยาบาล และทางด่วนต่าง ๆ มีห้องทั้งหมด 2 แบบคือ 

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

Very ลาซาล

ขอบคุณรูปจาก: verylasalle.com

Very ลาซาล คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่สุดหรูสไตล์โมเดิร์นในย่านบางนาจาก บริษัท Tech Living Co.,Ltd. เป็นโครงการที่เน้นความสงบเป็นส่วนตัว เพราะมี 7 ชั้น รวมทั้งหมดเพียง 93 ยูนิตเท่านั้น ที่สำคัญที่นี่ลูกบ้านทุกห้องจะมีที่จอดรถส่วนตัวแบบ 100% เลยล่ะ ซึ่งคอนโดบางนาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง และห่างจากเซ็นทรัล บางนา เพียง 10 นาที แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโรงเรียนและโรงพยาบาลอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย มีห้องเพียงหนึ่งประเภท คือ 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 59-73 ตร.ม. 

ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท

NUE Noble Centre บางนา

ขอบคุณรูปจาก: noblehome.com

NUE Noble Centre บางนา เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น 204 ยูนิตจาก บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลบางนาเพียง 10 ก้าว ใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้า BTS ทางด่วน และถนนเส้นบางนา-ตราด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วย Centre Club, Laugh-Out-Loud-Hub, The Bull’s eye Rooftop และอื่น ๆ อีกมากมาย มีห้องให้เลือก 4 แบบ ได้แก่

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 24.30-29.80 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM Plus พื้นที่ใช้สอย 34.80-37.50 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM Plus พื้นที่ใช้สอย 52.00 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท

The Excel Parc ซอยลาซาล 19

ขอบคุณรูปจาก: allinspire.co.th

The Excel Parc ซอยลาซาล 19 คอนโดบางนาจาก บริษัท ออล อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ระดับ Low Rise 8 ชั้น 104 ยูนิต มีทำเลที่ตั้งในซอยลาซาล 19 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง ไบเทคบางนา เซ็นทรัลบางนา โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาล คอนโดมิเนียมแห่งนี้ถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการต่าง ๆ ที่รองรับทุกความต้องการ มีห้องเพียง 1 แบบ คือ

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 27.50-34.00 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

Aspen Condo ลาซาล

manadevelopment.co.th

Aspen Condo ลาซาล โครงการคอนโดมิเนียมย่านบางนาระดับ Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 425 ยูนิตจาก บริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัดภายใต้แนวคิด “Urban One-Stop Living” ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยทำเลที่ตั้งบนทำเลศักยภาพในซอยลาซาล (ถนนสุขุมวิท 105) ซึ่งใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคตและอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลศิครินทร์ มีห้องให้เลือก 3 แบบ ได้แก่

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 23.83-24.33ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 26.31-26.95ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 34.31-34.98ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท

Ideo Mobi Sukhumvit East Point

ขอบคุณรูปจาก: ananda.co.th

Ideo Mobi Sukhumvit East Point โครงการคอนโดบางนาจาก บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ระดับ High Rise 32 ชั้น1 อาคาร 2 ทาวเวอร์ 1,162 ยูนิต อันโดดเด่น โครงการแห่งนี้อยู่ติดกับถนนสุขุมวิทฝั่งขาออก ห่างจากแยกบางนา 1.3 กิโลเมตร และสถานีรถไฟฟ้า BTS บางนา 250 เมตร พร้อมส่วนกลางแบบครบครัน ผ่านการสอดแทรกองค์ประกอบธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้การอยู่อาศัยของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งห้องออกเป็น 4 แบบ ได้แก่

  • STUDIO พื้นที่ใช้สอย 26.00 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 36.00 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM 1 Bath พื้นที่ใช้สอย 54.00 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM 2 Bath พื้นที่ใช้สอย 56.00 ตร.ม.
  • DUPLEX 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 50.00 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท (1 BEDROOM)

Notting Hill สุขุมวิท 105

ขอบคุณรูปจาก: origin.co.th

Notting Hill สุขุมวิท 105 เป็นคอนโดบางนาระดับ Low Rise จาก บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประกอบไปด้วยอาคารพักอาศัย 6 อาคาร อาคารละ 8 ชั้น และอาคาร Clubhouse 1 อาคาร 3 ชั้น รวมที่พักอาศัยทั้งหมด 1,113 ยูนิต ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 105 หรือ ซอยลาซาล ในบรรยากาศ British Loft พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Irish Sport Club, 105 Clubhouse, English Garden และอื่นๆ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง อยู่ใกล้เพียง 500 เมตร ซึ่งโครงการนี้มีห้องทั้งหมด 3 แบบให้เลือก ดังนี้

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 25.50 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM Plus พื้นที่ใช้สอย 29.50-34.00 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 40.50-43.50 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น เริ่มต้น 2.19 ล้านบาท

Dolce ลาซาล

ขอบคุณรูปจาก: dolcecondo.com

Dolce ลาซาล คอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ในซอยลาซาล 7 จาก บริษัท สิรยศ จำกัด ที่มีความสูง 8 ชั้น 178 ยูนิต ในดีไซน์แบบยูโรเปียนโมเดิร์นสไตล์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในโครงการที่จะมาเติมเต็มชีวิตคุณให้มีความสุขในทุกวัน คอนโดมิเนียมแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS แบริ่ง เพียง 700 เมตร และยังใกล้กับโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และตลาดชื่อดังย่างบางนาอีกด้วย มีห้องให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • Studio พื้นที่ใช้สอย 24.8 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29.8-34.00 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45.00-51.00 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น เริ่มต้น 1.95 ล้านบาท

สรุป คอนโดบางนา

และนี่คือ คอนโดบางนา ที่เราทำมาฝากกัน ซึ่งในย่านบางนานี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันในทุกด้าน ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ตอบโจทย์การชอปปิงอย่างไร้ขีดจำกัด ร้านอาหารช่วยให้อิ่มท้องเวลาหิว โรงพยาบาลดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว และโรงเรียนเพิ่มความรู้การศึกษาให้ลูกของคุณ เรียกได้ว่าถ้าเทียบกับราคาและคุณภาพชีวิตแล้วคุ้มแบบสุด ๆ 

นอกจาก คอนโดบางนา และที่ย่านนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์อีกหลากหลายประเภททั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ที่มีให้เลือกหลายราคา ขนาด และสไตล์ ตามความชื่นชอบของแต่ละคน และถ้าหากคุณสนใจอสังหาฯ ประเภทไหนก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ

5 หนังสือท่องเที่ยว อ่านแล้วเสมือนได้เที่ยวทิพย์

5 หนังสือท่องเที่ยว อ่านแล้วเสมือนได้เที่ยวทิพย์

หากคุณกำลังเผชิญกับความเบื่อ เฉา เหงา ซึม กับการที่ต้องอยู่บ้านนานเกินไป…
สิ่งหนึ่งที่ตบบ่าแล้วบอกให้เพื่อนๆ รู้ไว้ว่า “เราคือเพื่อนกัน”

ด้วยความที่สถานการณ์ช่วงนี้ เอื้อให้เราอยู่แต่บ้านเพื่อความปลอดภัยทางสุขภาพกาย ทว่าการกระทำซ้ำๆ เหล่านั้น กลับไม่ช่วยให้สุขภาพใจของเราเบิกบานแต่อย่างใด หันซ้ายไปก็เจอกับ “จำนวนผู้ติดเชื้อ” ที่เพิ่มขึ้น หันขวาไปก็ “ฉันติดหรือยังนะ”

หนังสือท่องเที่ยว

ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และเราน่าจะต้องอยู่กับเรื่องราวพวกนี้ไปอีกนาน มาหาวิธีมีความสุขกันแบบพอสังเขปในช่วงนี้กันดีกว่า ซึ่งหนึ่งในเวย์ที่ตัวเราเองเลือก คือการพาตัวเองหนีความจริง ด้วยการเข้าสู่โลกของตัวอักษร ท่องโลกกว้างไปกับเรื่องราวต่างๆ กับหนังสือท่องเที่ยว

แนะนำ 5 หนังสือท่องเที่ยวเล่มโปรด

เชื่อว่าหลายๆ คน “ตกหลุมรัก” การเดินทางท่องเที่ยวไม่ต่างจากเรา ไหนๆ ช่วงนี้ไปไหนไม่ได้ มาเพลิดเพลินกับเรื่องราวการเดินทางของคนอื่นไปพลาง เก็บ Destination และทำลิสต์ๆ ไปพลาง ถึงเราไม่ได้ไปเอง ได้เที่ยวผ่านเรื่องเล่าของคนอื่น ก็น่าจะพอทำให้
หัวใจของคุณ กระชุ่มกระชวยได้ไม่น้อย

มาดู 5 หนังสือท่องเที่ยวเล่มโปรดของเรากันค่ะ

1. บันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล

บันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล

นักเขียน : วิชัย มาตกุล
สำนักพิมพ์ : แซลมอนบุ๊คส์
ราคา : 200 บาท

หากมีคนถามเราว่า “หนังสือท่องเที่ยว” อันดับต้นๆ ที่ปรารถนาให้คนอื่นได้อ่าน เราขอแนะนำหนังสือ “บันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล คนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่เคยไปประเทศจีนมาก่อน แต่ฝันว่าอยากไปกำแพงเมืองจีน อยากเห็นสนามกีฬารังนกสักครั้ง และซื้อรองเท้าไนกี้สักคู่”

ใช่ค่ะ นั่นคือชื่อหนังสือเวอร์ชั่นเต็มๆ ของคุณวิชัย

ด้วยความชอบส่วนตัวที่ “อิน” กับการเที่ยวประเทศจีนเป็นทุนเดิม ใครเป็นสายเดินทาง คงพอจะทราบว่า จีนมักเป็นทริปที่มีเรื่องเล่าสนุกๆ เกินความคาดหมายทั้งความยิ่งใหญ่ของสถานที่ ความหลากหลายของอาหารการกิน รวมถึงอัตลักษณ์พิเศษที่มีเฉพาะ “คนจีน” เท่านั้น

อะไรที่คุณไม่เคยพบเคยเจอ อะไรที่คุณไม่เคยเห็น คุณวิชัยจะพาคุณไปสัมผัสกับประสบการณ์การเที่ยวจีนในแง่มุมชวนยิ้ม ทั้งตลาดขายของก็อป กำแพงเมืองจีน ประธานเหมา เจ๋อ ตุง โจรล้วงกระเป๋า และที่พลาดไม่ได้ก็คือ ห้องน้ำ!!

เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่ม ที่เราใช้เวลาอ่านภายในหนึ่งวัน!

2. Live From Planet Earth สดจากโลกมนุษย์

Live From Planet Earth สดจากโลกมนุษย์

นักเขียน : สิระ บุญสินสุข
สำนักพิมพ์ : เดย์ โพเอทส์
ราคา : 345 บาท

หนังสือประสบการณ์ท่องโลกกว้างครั้งแรกของ “แพท สิระ” ซึ่งรวมเอา Passion ที่เรารักทั้งสองอย่างเอาไว้ในเรื่องเดียวกัน อย่าง “ดนตรีและการเดินทาง”

ดังนั้น นิยามง่ายๆ ของหนังสือ Live From Planet Earth สดจากโลกมนุษย์ จึงเป็นเรื่องของ “การท่องเที่ยวเชิงดนตรี” ของคนที่ไม่เคยอยากเดินทางไปไหน เพราะไม่เก็ทว่าการออกไปเจอโลกใบใหม่นั้น จะตอบคำถามอะไรในชีวิต กระทั่งพบว่าดนตรีดีๆ นี่แหละ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาออกเดินทาง

“มิตรภาพระหว่างคนดนตรีแบบไม่จำกัดเชื้อชาติและสีผิว” คือหนึ่งในความสุขที่คุณจะพบในหนังสือเล่มนี้ ที่สำคัญระหว่างการเดินทาง คุณแพทยังมีกิมมิคเล็กๆ ด้วยการสอดแทรกเนื้อเพลงต่างๆ เอาไว้ ให้เราอินจนต้องหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชเพลงนั้นๆ เพื่อเปิดคลอระหว่างอ่าน นอกจากเปิดโลกการเดินทางแล้ว ยังเปิดโลกการฟังเพลงของเราไปอีกขั้นหนึ่งด้วย

3. Lonely Land ดินแดนเดียวดาย

Lonely Land ดินแดนเดียวดาย

นักเขียน : เบลล์ จิรเดช / jirabell
สำนักพิมพ์ : บันบุ๊คส์
ราคา : 270 บาท

เข้าสู่ “ดินแดนเดียวดาย” ของอีกหนึ่งนักเขียนคนโปรดของเรา อย่างคุณ “เบลล์ จิรเดช” ที่ตอนนี้อัปขึ้นไปเป็นบรรณาธิการนิตยสารสุดคูล ของเหล่าวัยรุ่นเมืองไทย อย่าง a day ไปเป็นที่เรียบร้อย

หนังสือเล่มนี้จะพาพวกเราโล้สำเภาโบราณ Duk Ling ไปพบความเดียวดายที่คนเหงาไม่เท่ากัน ใน “ฮ่องกง” ผ่านประสบการณ์และความทรงจำของพี่เบลล์ เมื่อครั้งที่เขาต้องกลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองนั้น (เรือสำเภาโบราณ Duk Ling คือเรือไม้ที่จอดอยู่บริเวณอ่าววิคตอเรีย หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเกาะฮ่องกง)

ภายใต้เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงและความศิวิไลซ์มากมาย ความเดียวดายถูกถ่ายทอดด้วยการเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติแบบเหงาๆ ของพี่เบลล์ “ความอบอุ่นใจ” และรอยยิ้มที่มุมปากเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ระหว่างที่เรากำลังซึมซับไปกับความรัก และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

4. LONG LONG WAY

LONG LONG WAY

นักเขียน : ศรภัทร ภัทราคร
สำนักพิมพ์ : แซลมอนบุ๊คส์
ราคา : 340 บาท

มาต่อกันที่อีกหนึ่งหนังสือท่องเที่ยว ที่บอกเล่าการเดินทางผ่านมุมมองเฉพาะทางของอดีตสถาปนิก “ศรภัทร ภัทราคร” ผู้มองเห็นชีวิตในงานสถาปัตย์ ทั้งยังเป็นเจ้าของเพจ “decided to live full time in a hotel” อีกด้วย

จากแบ็คกราวนด์ที่ปูมาในย่อหน้าก่อน หลายคนน่าจะพอเดาได้แล้วว่า “LONG LONG WAY” เล่มนี้ คงเป็นหนังสือท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมอย่างแน่นอน ใครเป็นสาย Architecture น่าจะพึงพอใจเป็นแน่ ทั้งยังมีเกร็ดความรู้เรื่องศิลปะ ประวัติศาสตร์ สอดแทรกให้คุณอ่านอย่างเพลิดเพลิน

ยิ่งเป็นการเดินทาง 7 ประเทศในยุโรปแล้ว ยิ่งเต็มไปด้วยความรื่นรมย์กับงานศิลปะในประเทศต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว ได้รู้ถึงที่มาที่ไปของสถานที่ต่างๆ ที่เราไม่เคยรู้ ผ่านแง่มุมที่ลึกซึ้งกว่าที่เราเคยเข้าใจ เรียกได้ว่าเป็นหนังสืออีกเล่มที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ให้เราอยากไปเที่ยวยุโรปสักครั้งในชีวิต!

5. เที่ยวไม่ง้อไกด์เกาหลี โซล-ปูซาน

เที่ยวไม่ง้อไกด์เกาหลี โซล-ปูซาน

นักเขียน : เม ศศิญากร
สำนักพิมพ์ : Tibbook
ราคา : 365 บาท

เล่มสุดท้ายเป็นหนังสือท่องเที่ยวจ๋าๆ จัดเต็มในสไตล์ Guidebook ซึ่งเน้นขั้นตอน วิธีการต่างๆ How to ไปเที่ยวด้วยตัวเองอย่างไรให้รอดและแฮปปี้ มีอะไรที่คุณต้องรู้ก่อนไป หรือไปแล้วต้องไปที่ไหน กินอะไร ต้องช้อปที่ไหน มั่นใจได้เลยว่าหนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้คุณแน่นอน

“เที่ยวไม่ง้อไกด์เกาหลี โซล-ปูซาน” เล่มนี้จะพาคุณเพลิดเพลินไปกับทุกย่านดังในโซลถึง 5 วันเต็ม ก่อนพาลัดเลาะออกไปเมืองอื่นๆ รอบโซล ทั้งอินชอน ซูวอน และสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาะนามิ ฯลฯ จากนั้นพาลงใต้ รับลมชิลล์ๆ ไปกับเมืองตากอากาศริมทะเลชื่อดัง อย่าง “ปูซาน”

ครบถ้วนกับทุกไฮไลต์ ทั้งแพลนเที่ยว ข้อมูลการเดินทาง รายละเอียดสถานที่เที่ยว แผนที่ครบทุกย่าน ทุกเมือง ดูง่ายสบายตา เรียกว่าทำการบ้านเอาไว้ให้แน่น พร้อมเมื่อไรก็ออกเดินทางได้ทันที!

เที่ยวทิพย์ผ่านหนังสือท่องเที่ยว

5 หนังสือท่องเที่ยวที่แนะนำไปนั้น เราตั้งใจคัดสรรมาให้หลากหลายแนว มีความเฉพาะเจาะจงบ้างในแต่ละศาสตร์ ทั้งดนตรีและดีไซน์ สอดแทรกด้วยประสบการณ์ฮาๆ และความทรงจำสุดอุ่นใจให้อ่านกันได้เพลินๆ ไป จนถึงเที่ยวตามได้จริงเลยก็มี เพื่อให้ถูกใจกับไลฟ์สไตล์แต่ละคนมากที่สุด

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนน่าจะมีเวลาว่างกันมากขึ้น อย่าปล่อยให้ตัวเองเฉาไปกับข้อมูลข่าวสาร แบ่งเวลามาเติมแพชชันและแรงบันดาลใจดีๆ ในสิ่งที่คุณรัก ด้วย “หนังสือ” ดีๆ สักเล่ม ให้ตัวอักษรพาเราเพลิดเพลินไปกับโลกกว้าง

ขับเคลื่อนชีวิตให้มีความหวัง ด้วยหนังสือดีๆ ที่ kaidee

เคล็ดลับขายของออนไลน์ยังไงให้รวยเละ

เคล็ดลับขายของออนไลน์ยังไงให้รวยเละ

เกือบจะสองปีแล้วที่เราใช้ชีวิตกับโรคระบาดโควิด-19 ที่ไม่มีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ไม่เพียงแต่โรคนี้ ทำลายทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และพรากชีวิตไปมากมาย แน่นอนว่าการระบาดของโรคโควิด ยังส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของใครหลายคนอีกด้วย

จึงไม่แปลก ที่ในปัจจุบันผู้คนได้หันมาประกอบอาชีพ ขายของออนไลน์ มากขึ้น

การขายของออนไลน์นั้น เป็นที่นิยมมาก่อนการระบาดของโรคโควิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะโรคตัวร้ายนี้เอง ทำให้ผู้คนตกงาน และหันมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ‘E-Market’ กันมากขึ้น จากข้อมูลของ Priceza เกี่ยวกับการเคลื่อนตัวการขายของออนไลน์ในไทย ได้ระบุว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาด e-commerce ของไทยพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 35% จากปี 2019 เลยทีเดียว 

ซึ่งในตอนนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ใครๆ ก็ขายของออนไลน์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทำเป็นงานประจำ หรือทำแค่หารายได้เสริม แต่แล้วอะไรกัน ที่ทำให้ผู้คนเลือกที่จะเสี่ยงกับการขายของออนไลน์ ผลดีและความเสี่ยงของมันมีอะไรบ้าง แล้วมีวิธีไหนที่เราจะขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย วันนี้ Kaidee ได้รวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาฝากค่ะ

อยากลองขายของออนไลน์ เริ่มต้นยังไงดี ?

หลายคนคิดว่าการขายของออนไลน์ เป็นเรื่องง่าย เพราะเราไม่ต้องลงทุน ตั้งหน้าร้าน หรือเช่าพื้นที่ในราคาแสนแพงอีกต่อไป แค่เปิดแอปพลิเคชันในมือถือ เท่านี้ก็มีธุรกิจ สามารถขายของออนไลน์ได้แล้ว

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดค่ะ การขายสินค้าออนไลน์ถ้าเริ่มอย่างถูกวิธี และรู้จักการทำการตลาดอย่างชาญฉลาดแล้วล่ะก็ การขายของออนไลน์สามารถสร้างกำไรให้เราได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันถ้า ติดกระดุมเม็ดแรกผิด ก็ผิดหมดทั้งแถว เช่นกัน เพราะฉะนั้น ควรศึกษาให้ดีก่อนเริ่มธุรกิจนะคะ

1. เลือก ‘สินค้า’

สิ่งที่ยากที่สุด ไม่ใช่แค่กับเรื่องการขายของออนไลน์ แต่กับทุกๆ สิ่งในชีวิต นั่นก็คือ ‘การเริ่มต้น’  

ก่อนที่เราจะขายสินค้าออนไลน์นั้น แน่นอนว่าเราจะต้องมีสินค้า … แล้ว “เราจะขายอะไรดี” “สินค้านี้ จะทำกำไรให้ได้ไหม” แล้ว “ขายอันนี้ จะมีคู่แข่งเยอะไหม” 

ใจเย็นๆ นะคะ เรามาดูประเภทของสินค้า ที่มือใหม่หัดขาย สามารถขายได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์กันเลย

– สินค้าที่เป็นที่ต้องการในตลาด

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การค้าขายสินค้าออนไลน์ชะลอตัวลง คือการขายของที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้นเราควรศึกษาให้มั่นใจว่า ของที่เลือกขายนั้น เป็นที่ต้องการของคนหมู่มาก 

และจะยิ่งดีไปอีก ถ้าสินค้าสามารถตอบสนองให้แก่ลูกค้า ทุกเพศและทุกวัย 

ตัวอย่างสินค้า:  เคสโทรศัพท์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น พาวเวอร์แบงค์), ขนม, สายคล้องหน้ากากอนามัย, เครื่องสำอาง, เสื้อผ้า หรือ รองเท้า เป็นต้น

– สินค้าที่มีน้ำหนักเบา

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มขายของออนไลน์ด้วยสินค้าที่มีน้ำหนักเบา เพื่อลดต้นทุนค่าจัดส่งของไปยังปลายทาง (Shipping) เพื่อให้ได้กำไรให้ได้มากที่สุดก่อน จึงเริ่มขายสินค้าที่มีน้ำหนักมากขึ้น 

ตัวอย่างสินค้า: เครื่องประดับ, ถุงเท้า, เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง หรือ สติกเกอร์ เป็นต้น 

– สินค้าแฮนด์เมด (Handmade)

แม้ว่าการขายของออนไลน์ด้วยสินค้าแฮนด์เมด จะค่อนข้างใช้เวลา เนื่องจากเราลงมือทำสินค้านั้นขึ้นมาเอง แต่การขายของแฮนด์เมดจะช่วยลดต้นทุนได้ดี 

นอกจากนี้ สินค้าแฮนด์เมด มักจะมีคุณภาพดีกว่าสินค้ารับส่งทั่วไป จึงเป็นโอกาสดี ที่เราสามารถเพิ่มราคาของสินค้าที่ลงขายนั่นเอง

ตัวอย่างสินค้า: กำไลข้อมือ, ภาพวาด, แหวนโพลลิเมอร์, เคสโทรศัพท์ หรือ เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

– สินค้าที่มีคู่แข่งน้อย

การเลือกสินค้าที่มีคู่แข่งน้อย ต้องยอมรับก่อนว่า อาจจะมีอุปสรรคมากมาย เช่น สินค้าอาจจะเป็นที่ต้องการสำหรับคนบางกลุ่ม, ต้นทุนมักจะสูง และผลตอบแน่ไม่แน่นอน

แต่ข้อดีของการขายของออนไลน์ที่มีคู่ค้าน้อยรายนั้น คือโอกาสที่ร้านจะดังค่ะ 

ตัวอย่างสินค้า: ของวินเทจ, ของมือสอง, สินค้าพรีออเดอร์, สินค้าสำหรับเพศทางเลือก  หรือ ขนม/อาหารคลีน เป็นต้น

2. ช่องทางการขายของออนไลน์

ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่องทาง ซึ่งผู้ขายสามารถเลือกช่องทางใดช่องทางหนึ่งในการขายของออนไลน์ หรือจะใช้ทั้ง 3 ช่องทางเลยก็ได้ 

– ขายของออนไลน์ผ่าน Social Media (40%)

การขายสินค้าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย จะทำผ่านแพลตฟอร์มที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น Facebook, Instagram, Twitter และ Line เป็นต้น 

ข้อดีคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย สามารถพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้ากันได้โดยตรง อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน โซเชียลมีเดียทั้งหลาย ต่างมีฟังก์ชัน ‘ขายของ’ เพิ่มเข้ามา เพื่อความสะดวก และง่ายต่อการขายสินค้าออนไลน์อีกด้วย

– ขายของออนไลน์ผ่าน E-Marketplace (35%)

การขายสินค้าออนไลน์ผ่าน E-Marketplace คือการนำเอาสินค้าไปวางขายในตลาดสินค้าออนไลน์รายใหญ่ อย่างเช่น Shopee, Lazada, JD Central หรือ Kaidee (แหล่งซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท ทั้งมือหนึ่ง และมือสอง)

การขายของออนไลน์ในพื้นที่นี้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาทำการตลาด หรือหาลูกค้าเอง อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการสร้างหน้าร้านออนไลน์เองอีกด้วย

– ขายของออนไลน์ผ่าน E-Tailer /Brand.com  (25%)

การขายของออนไลน์ในรูป E-Tailer คือการที่ร้านค้าปลีก ที่มีหน้าร้านของตัวเองอยู่แล้ว สร้างร้านค้าออนไลน์ของตัวเองขึ้นมาเอง โดยไม่ผ่าน Marketplace กลางใดๆ 

ข้อดีคือ เมื่อขายสินค้าได้ จะไม่โดนหักค่าคอมมิชชันให้แก่แพลตฟอร์ม Marketplace ส่วนกลาง 

และการมีร้านค้าออนไลน์ (.com) เป็นของตัวเอง ยังเป็นอีกวิธีที่จะช่วยเพิ่มอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้ดี เนื่องจากผู้ขายมีอิสระในการตกแต่งร้านค้าออนไลน์ ให้เขากับภาพลักษณ์ของแบรนด์นั่นเอง

3. เทคนิคการถ่ายรูปสินค้าให้ปัง

fixipixi

รูปถ่ายของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ เนื่องจากลูกค้าไม่มีโอกาสได้เห็นสินค้า หรือทดลองสินค้าด้วยตัวเอง ดังนั้นภาพถ่ายของสินค้าจึงเป็นปัจจัยหลัก ประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อสินค้านั่นเอง

– ลงทุนกับกล้องคุณภาพดี

สิ่งหนึ่งที่ผู้ขายควรจะลงทุน เมื่อทำธุรกิจขายของออนไลน์คือ กล้องถ่ายรูปคุณภาพดี 
เช่น กล้องดิจิตอล ประเภท DSLR หรือ Mirrorless เพราะกล้องทั้งสองแบบนี้ ถูกออกแบบมาสำหรับการถ่ายรูปโดยเฉพาะ ดังนั้น ภาพจะออกมาคมชัด สวยงามกว่าการใช้กล้องมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแต่งรูปในโฟโต้ช้อปให้วุ่นวาย

กล้องถ่ายรูปดิจิตอลแนะนำ ได้แก่ 

  • Canon EOS M200
  • Olympus OM-D E-M10 Mark II
  • Nikon D3500I

– เลือกสถานที่ให้เหมาะสม

พื้นหลังของสินค้า ควรโปร่ง โล่ง ไม่มีข้าวของรกรุงรัง ทั้งนี้เพื่อลดการโฟกัสของสายตาลูกค้าที่สิ่งของอื่นๆ แทนการโฟกัสที่ตัวสินค้าที่เราตั้งใจจะขาย

หรือถ้าต้องการเพิ่มมิติของภาพ สามารถนำของตกแต่งเล็กๆ เข้ามาวางประกอบฉาก เช่น กระถางต้นไม้ 

หรือถ้าถ่ายสินค้าจากมุมสูง สามารถลองสินค้าด้วยผ้าขนฟู ซึ่งจะช่วยทำให้สินค้าดูมีราคามากขึ้น

– แสงเป็นเรื่องสำคัญ

แสง เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะทำให้รูปออกมาดูดี ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ไฟได้จาก 2 แหล่ง คือ ไฟธรรมชาติ และไฟสตูดิโอ

ไม่ว่าจะเลือกใช้แสงไฟธรรมชาติหรือไฟประดิษฐ์ ทิศทางของแสงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะสามารถสร้างความแตกต่างของรูปได้ชัดเจน

  1. แสงจากด้านหน้า –  จะไม่ทำให้เกิดเงา ภาพที่ได้จะค่อนข้างแบน จึงเหมาะสำหรับการถ่ายสินค้าทรงเรียบหรือแบนราบ
  2. แสงจากด้านข้าง –  จะทำให้เกิดการตัดกันของแสงอย่างชัดเจน ระหว่างด้านที่มีแสงสว่างจัด กับด้านที่เป็นเงามืด เหมาะสำหรับถ่ายสินค้าที่ต้องการโชว์รายละเอียดงานผิวชัดเจน 
  3. แสงจากมุมเฉียง – จะทำให้เกิดการเบลนของแสงกับเงาอย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับถ่ายสินค้ารูปทรงกลม 
  4. แสงจากด้านหลัง – การส่องไฟมาจากด้านหลังของสินค้า เป็นเทคนิคการเน้นรูปทรงของสินค้า โดยใช้เงาของสินค้านั่นเอง

4. วางแผนการตลาดอย่างฉลาด

การทำการตลาดของการขายของออนไลน์ สามารถทำได้หลายวิธี แถมยังสามารถทำได้หลายช่องทางอีกด้วย 

วันนี้ขอแนะนำช่องทางการโปรโมทสินค้า ให้การขายของออนไลน์ของคุณ ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังการันตีกำไรแบบปังๆ มาดูกันเลย

– รูปโปรไฟล์

แน่นอนว่าการขายของออนไลน์ ในบางครั้ง เราก็อยากใส่ความเป็นตัวเองเข้าไป อย่างไรก็ตาม รูปที่ใช้เป็นรูปโปรไฟล์ ควรเป็นรูปที่มีความเป็น Professional สูง โดยมีโลโก้ร้านหรือชื่อร้านในรูป

ทั้งนี้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของร้านขายของออนไลน์ของเรา ให้ดูเป็นร้าน Official มากขึ้น และสร้างมั่นใจให้แก่ลูกค้า เมื่อเข้ามาแวะชมสินค้าของเรา

– ชื่อร้าน

เทคนิคการตั้งชื่อร้านขายของออนไลน์ ขอแนะนำให้ตั้งชื่อร้าน ที่คิดว่าสามารถเป็นร้านค้าในห้างสรรพสินค้าได้อย่างสบายๆ เช่น ‘Lowtidethrift’, ‘Prettyfit’ หรือ ‘Secondhandcloth’ เป็นต้น

เนื่องจากชื่อเหล่านี้ ง่ายต่อการจำมากกว่าชื่อร้านที่มีเครื่องหมาย อย่าง “_” , “.” หรือ “-” นั่นเอง

– สร้าง Bio ให้น่าเชื่อถือ

ในการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ถ้าเพื่อนๆ ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการขายสินค้าแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าข้อมูลของร้านทั้งหมดนั้น มักจะอยู่ Bio ค่ะ

ดังนั้นการใส่ข้อมูลใน Bio จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ในพื้นที่ Bio ควรเลือกใส่เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น

เช่น รายละเอียดการส่งของ (ค่าส่งและวันส่ง), วันลงสินค้า, ขั้นตอนการสั่ง และแฮชแท็ก (#) ของร้าน (เพื่อให้ลูกค้า สามารถเข้าไปดูสินค้าอื่นๆ ของร้านได้ด้วย)

– Live Stream

การขายของออนไลน์ผ่าน Live Stream หรือที่เรียกว่า Live Commerce เป็นวิธีการขายของออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่รวมการถ่ายวิดีโอแบบเรียลไทม์ (Live Stream) กับการขายของออนไลน์ (E-Commerce) เข้าด้วยกัน 

ข้อดีของการขายของออนไลน์ผ่านการไลฟ์ คือ ผู้ซื้อกับผู้ขาย สามารถพูดคุยกันได้โดยตรง เช่น สอบถามไซส์ และวัตถุดิบจากผู้ขาย  ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้า 

นอกจากนี้ ผู้ขายยังสามารถเพิ่มบุคลิกให้ร้านได้ ซึ่งถ้าผู้ขายมีอารมณ์ขัน หรือมีเรื่องราวสนุกๆ มาแชร์ในขณะ Live Stream ก็จะสามารถช่วยให้ลูกค้าเก่าติดตาม และดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาได้อย่างรวดเร็ว 

– การรีวิวสินค้า

การรีวิวสินค้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขายสินค้าออนไลน์ 

โดยผู้ขายสามารถจ้างเน็ตไอดอล เพื่อรีวิวสินค้า แล้วให้เน็ตไอดอลท่านนั้น แท็ก (tag) ร้านของเรา จากรูปที่ลง 

หรือผู้ขายจะถ่ายเป็นวิดีโอสั้นๆ ขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าชัดเจนมากขึ้นก็ได้ค่ะ

ขายของออนไลน์ จะว่าง่าย ก็ง่าย จะว่ายาก ก็ยาก

จริงอยู่ค่ะ ที่การขายของออนไลน์ง่ายกว่าการเปิดร้านค้าปลีก ผู้คนมากมายจึงหันมาทำธุรกิจขายของออนไลน์มากขึ้น แต่ก็มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ 

ถ้าไม่ศึกษาให้เข้าใจรากฐาน และการตลาดของแหล่งออนไลน์อย่างละเอียด โอกาสในการทำธุรกิจขายของออนไลน์ระยะยาว คงเป็นไปได้ยาก


เราหวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างสดใส สำหรับคนไหนอยากเริ่มต้นทำธุรกิจขายของออนไลน์ ลอง เริ่มที่เว็บไซต์ Kaidee ดูไหมคะ เพียงแค่สมัครสมาชิกเท่านั้น คุณก็สามารถลงสินค้าขายได้เลย แถมเรายังมีฟีเจอร์ใหม่ KD Pay ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ให้การทำธุรกิจออนไลน์ของคุณง่ายมากขึ้น แถมยังเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ด้วยฟีเจอร์ยื่นขอคืนเงิน หากไม่ได้รับสินค้าอีกต่างหาก

มาดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 กัน !!

มาดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 กัน !!

ขึ้นชื่อว่าคนไทยแล้ว ยังไงก็ต้องมีเรื่องโชคลางหรือดวงเข้ามาเกี่ยวเสมอ ไม่ว่าจะก้าวเท้าซ้ายหรือขวาออกจากบ้าน จิ้งจกทัก หรือ ขึ้นบ้านใหม่ ก็ต้องขอให้เป็นเรื่องราวดี ๆ ไว้ก่อน วันนี้ Kaidee จึงนำฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 มาให้ทุกคนได้วางแผนการขึ้นบ้านใหม่ จะได้เป็นสิริมงคลตลอดปี 2564 กันไปเลย

ความเชื่อเรื่องฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่

ความเชื่อเรื่องฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่นั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นความเชื่อที่ว่าก่อนย้ายเข้า จะต้องบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเสียก่อนเพื่อที่จะอยู่ได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีเรื่องร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ทั้งนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าหากได้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ที่ดี จะทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและเจริญรุ่งเรือง

การจัดงานขึ้นบ้านใหม่นั้นไม่จำเป็นต้องจัดให้ใหญ่โต เพียงแต่ต้องมีบุคคลเข้าร่วมให้ครบตามพิธีคือ เจ้าบ้าน ญาติพี่น้อง และพระสงฆ์ ส่วนสถานที่ที่จัดก็ต้องเป็นบ้านที่จะย้ายเข้าไปอยู่นั่นเอง

ชนิดของฤกษ์

ความเป็นจริงนั้น สิ่งที่เรียกว่าฤกษ์ดีนั้นมีหลายแบบ เราต้องเลือกให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยด้วย ทั้งนี้มีสิ่งที่ต้องจำไว้คร่าว ๆ คือ ไม่ว่าพื้นดวงจะเป็นอย่างไร ห้าม ห้าม ห้าม เลือกขึ้นบ้านใหม่ในวันเสาร์ เพราะวันเสาร์ถือว่าเป็นวันแห่งความทุกข์โศกตามตำราของไทย

1.มหัทธโณฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ทำพิธีมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นเศรษฐี ฤกษ์นี้จะเหมาะสำหรับงานมงคลทั่วไป เช่น แต่งงาน เปิดร้านใหม่ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ และการทำบุญสะเดาะเคราะห์เสริมดวง

2.ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่เหมาะกับการปกป้องหรือรักษาสิ่งที่ต้องการความมั่นคง ฤกษ์นี้จะเหมาะกับงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง การเกษตร ไปจนถึงการสร้างศาลพระภูมิใหม่ เป็นต้น

3.เทวีฤกษ์ ขึ้นชื่อว่าเทวี แน่นอนว่าต้องมีความหมายไปในทางที่เกี่ยวกับผู้หญิง ฤกษ์นี้จะเหมาะกับการทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความงาม และความมีเสน่ห์ เช่น งานหมั้น งานมงคลสมรส การเปิดร้านเสริมสวย ไปจนถึงร้านค้าเครื่องประดับ

4.ราชาฤกษ์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นราชา จึงนับว่าเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด เหมาะกับงานใหญ่ ๆ เช่น งานราชพิธี งานที่เกี่ยวกับการเมือง ไปจนถึงงานที่ต้องอาศัยผู้หลักผู้ใหญ่ในการทำงาน เป็นต้น

ฤกษ์ดีขึ้นบ้านใหม่ 2564

รู้ความหมายของฤกษ์กันไปพอประมาณแล้วเรามาดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ประจำปี 2564 กันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง บอกไว้ก่อนว่าเกณฑ์ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 มีหลายแบบ เช่น ตามวันเกิดของเรา หรือตามเดือนนั้น ๆ ซึ่งถ้าเราจะดูตามเดือน ต้องเลือกอีกว่าจะดูตามปฏิทินแบบไทยหรือแบบจีน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกแบบไหน ส่วนฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ที่ Kaidee นำมาให้ดูจะเป็นในแบบตามวันเกิดของเรา

วันอาทิตย์

สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันพุธ

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันศุกร์

นอกจากนี้ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ควรหลีกเลี่ยงวันขึ้นบ้านใหม่ที่มี เลข 6 อยู่ในนั้น เพราะเลข 6 เป็นเลขกาลกิณีสำหรับชาววันอาทิตย์ ส่วนวันที่ที่เป็นเลขมงคลของชาววันอาทิตย์คือวันที่ประกอบไปด้วย 3, 4, 5 และ 8

วันจันทร์

สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันพฤหัสบดี

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันอาทิตย์

นอกจากนี้ผู้ที่เกิดวันจันทร์ควรหลีกเลี่ยงวันขึ้นบ้านใหม่ที่มี เลข 1 เพราะเป็นเลขกาลกิณี และด้วยความที่วันอาทิตย์เป็นวันที่ถือเป็นอริและฝ่ายตรงข้ามของวันจันทร์ จึงห้ามอย่างเด็ดขาด

วันอังคาร

สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันพฤหัสบดี

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันจันทร์

นอกจากนี้ผู้ที่เกิดวันจันทร์ควรหลีกเลี่ยงวันขึ้นบ้านใหม่ที่มี เลข 2 เนื่องจากเป็นเลขอัปมงคลของผู้ที่เกิดวันอังคาร

วันพุธ

สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันศุกร์

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันอังคาร

ถึงแม้คนที่เกิดวันพุธจะมีดวงที่ถูกเกื้อหนุนโดยวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม ชาวไทยไม่นิยมฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ในวันเสาร์ตามเหตุผลที่เคยกล่าวไปข้างต้น จึงแนะนำให้ผู้ที่เกิดวันพุธใช้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่เป็นวันศุกร์แทน จะได้อยู่ดีมีสุข ไม่มีทุกข์และร่ำรวยเงินทอง

วันพฤหัสบดี

สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันอาทิตย์และวันจันทร์

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันเสาร์

ด้วยความที่วันเสาร์เป็นคู่ศัตรูของวันพฤหัสจึงทำให้เป็นวันต้องห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความอัปมงคลไร้ความเจริญ แนะนำให้ใช้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่เป็นเป็นวันอาทิตย์และวันจันทร์แทน จะทำให้เกิดโชคลาภเป็นอย่างมาก

วันศุกร์

สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันพุธและวันจันทร์

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันพุธตอนกลางคืน

ด้วยความที่ดาวพุธตามตำรับตำราไทยมักจะเป็นดาวที่เดินถอยหลังอยู่เสมอ ชาววันศุกร์จึงไม่ควรเลือกวันพุธเป็นวันขึ้นบ้านใหม่ เพราะจะทำให้มีเหตุต้องย้ายถิ่นฐานอยู่บ่อยครั้ง และอาจทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าอีกด้วย

วันเสาร์

สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 ที่ดีที่สุดคือ วันศุกร์และอาทิตย์

ส่วนวันที่ห้ามทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เด็ดขาดคือ วันพุธ

วันพุธถือเป็นวันอัปโชคของผู้ที่เกิดวันเสาร์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ชาววันเสาร์ห้ามเลือกวันพุธเด็ดขาด ให้ใช้เป็นวันวันศุกร์และอาทิตย์ในการขึ้นบ้านใหม่แทน

โดยสรุปแล้วไม่ว่าเราจะเกิดวันไหน มีข้อควรจำเพียงอย่างเดียวคือ “ห้าม” เลือกขึ้นบ้านใหม่ในวันเสาร์ เพราะวันเสาร์ถือเป็นวันแห่งความทุกข์อย่างที่กว่าวไว้ในหัวข้อชนิดของฤกษ์นั่นเอง

ขั้นตอนเตรียมงานขึ้นบ้านใหม่

1. เลือกฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ปี 2564 ตามความเหมาะสมของพื้นดวง

2. นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เป็นจำนวนเลขคี่ เช่น 3, 5, 7, 9 และควรไปนิมนต์ก่อนวันงานสองถึงสามวันเพื่อที่พระสงฆ์จะได้เตรียมตัว

3. ติดต่อมัคนายกหรือพิธีกรดำเนินงาน และเหล่าญาติพี่น้องหรือผู้ที่อยากให้มาร่วมงานให้เรียบร้อย

4. ตระเตรียมของในพิธี

5. เตรียมสถานที่ ซึ่งก็คือบ้านของเราให้เหมาะสมกับการทำพิธีคือต้องมีของให้คล้ายคลึงในวัด เช่น โต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูป ธูปเทียน และเครื่องใช้ในพิธีการสงฆ์ต่าง ๆ ที่สำคัญคือ น้ำและอาหารสำหรับถวายเพลให้พระสงฆ์

6. สายสิญจน์คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เนื่องจากพิธีนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าบ้านต้องโยงสายสิญจน์เวียนขวา จนรอบบ้านแล้ววนกลับมาที่พระพุทธรูป จากนั้นจึงพันรอบขันน้ำมนต์ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

สิ่งของที่ต้องเตรียมในการขึ้นบ้านใหม่

1.ผลไม้มงคล เช่น สาลี่ ส้ม แอปเปิ้ล ทับทิม เป็นต้น

2.ขนมไทยหลากชนิดที่มีชื่อเป็นมงคลจำพวกทอง เช่น ทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง เป็นต้น

3.อาหาร

4.ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับถวายพระ

5.น้ำดื่มสำหรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

สรุปท้ายบทความฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564

เพราะเรื่องฤกษ์งานยามดีไม่เข้าใครออกใคร เราจึงต้องมั่นใจว่าทุก ๆ ก้าวของชีวิตจะต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งดี ๆ Kaidee ก็เชื่อแบบนั้นจึงคัดสรรฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ปี 2564 มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเลือกกัน หากใครสนใจมีบ้านใหม่ ๆ คอนโดใหม่ ๆ จะได้เริ่มต้นใหม่กับสิ่งดี ๆ ก็ลองแวะมาดูได้ที่ Kaidee นะคะ

น้องหมาพันธุ์ไหนเหมาะกับราศีคุณ!

น้องหมาพันธุ์ไหนเหมาะกับราศีคุณ!

เชื่อเรื่องกฎแรงดึงดูดกันไหมคะ บางทีเราก็รู้สึกสนิทกับคนบางคนได้รวดเร็วชั่วข้ามคืน ในขณะที่บางคนอยู่ใกล้กันแค่ไหนก็เข้ากันไม่ได้ คนบางคนมักดึงดูดและสนิทกับคนบางประเภทได้ง่ายกว่าเพราะเคมีเข้ากัน แต่กฎแรงดึงดูดแบบนี้ไม่ได้ใช้กับมนุษย์ด้วยกันอย่างเดียว

การเลือกซื้อหมาเองก็เช่นกัน น้องหมาแต่ละพันธุ์มีนิสัยแตกต่างกัน บางพันธุ์ขี้อ้อน บางพันธุ์ซุกซน บางพันธุ์แอบดุ ลองจินตนาการว่าถ้าเราเลือกน้องหมาที่มีแนวโน้มนิสัยเข้ากับเราได้ เราจะยิ่งกลายเป็นคู่หูคู่ซี้กันง่ายแค่ไหน 

วันนี้เราเลยอยากชวนมาค้นหาน้องหมาสายพันธุ์ที่เหมาะกับนิสัยใจคอของคุณตามราศี เจ้าตูบสี่ขาพันธุ์ไหนจะเป็น Soulmate ของคุณ ไปดูกันเลย

รวมน้องหมาพันธุ์ที่เหมาะกับราศีคุณ

ราศีเมษ (Aries) 

ชาวราศีเมษหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 19 เมษายน โดดเด่นด้านเป็นผู้นำ ใจกล้า ทะเยอทะยาน เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ 

ถ้าอยากมองหาเจ้าตูบคู่ใจที่เหมาะกับนิสัยความเป็นผู้นำ ขอแนะนำเป็นน้อง ‘Doberman Pinscher’ หมาใหญ่ นิสัยซื่อสัตย์ สุภาพ จงรักภักดีกับเจ้าของเป็นที่หนึ่ง 

หรือจะเป็นสุนัขพันธุ์อื่นอย่าง ‘Weimaraner’ ที่มีลักษณะนิสัยกระตือรือร้น พลังเหลือเฟือเหมาะกับคนที่มีเอเนอร์จีใจกล้า ไฟแรง พร้อมลุย 

ราศีพฤษภ (Taurus)

หมาที่เหมาะกับราศีพฤษภ

ราศีพฤษภหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 เมษายน – 19 พฤษภาคม เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารักเด็ก ซื่อสัตย์ น้องหมาพันธุ์คู่ใจที่ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยจงรักภักดีก็คงเป็นเจ้า ‘Boxer’ น้องหมาหน้าย่นตัวสูงโย่งที่รักเจ้าของ รักเด็ก เหมาะเป็นเพื่อนรักเราไปนานแสนนาน 

ยังมีน้องหมาพันธุ์ ‘Akita’ หมาน้อยสัญชาติญี่ปุ่นสุดแสนน่ารักที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะนิสัยซื่อสัตย์รักเจ้าของ เพราะเรื่องราวน้องหมาตัวหนึ่งที่ไปรอเจ้านายที่สถานีรถไฟเป็นเวลากว่า 10 ปีจนลาลับโลกนี้ไปอีกตัวที่นิสัยคล้ายชาวราศีพฤษภ

ราศีเมถุน (Gemini)

หมาตามราศีเมถุน

ราศีเมถุนหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน มีความสนใจในหลาย ๆ อย่าง ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยากรู้อยากเห็นในหลากหลายเรื่อง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งราศีที่พลังเหลือล้น 

น้องหมาที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นกระตือรือร้นต้องยกให้ ‘Labrador Retrievers’ เจ้าลาบราดอร์นิสัยขี้เล่น เป็นกันเอง ช่างสงสัย มีเจ้าพันธุ์นี้เป็นเพื่อนคู่ใจไม่มีเบื่อแน่นอน 

หรือถ้าใครกำลังมองหาน้องหมาไซส์มินิหน่อย ขอแนะนำเป็นเจ้าหมาไส้กรอก ‘Corgi’ หมาน้อยจอมซนที่เอเนอร์จีมาเต็ม เรื่องความขี้เล่น ขี้สงสัยไม่มีใครเกิน 

ราศีกรกฎ (Cancer)

หมาตามราศีกรกฎ

ราศีกรกฎหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม นิสัยที่โดดเด่นของชาวราศีกรกฎคือเป็นคนที่เอาใจใส่ แคร์ผู้อื่น ชอบอยู่บ้าน รักครอบครัว 

ขอแนะนำน้องหมาที่พร้อมจะมอบและรับความรักจากคุณเต็มเปี่ยม พันธุ์แรกเลยคือน้อง ‘Pomeranian’ หรือหมาปอมตัวจิ๋วของเรานั่นเอง น้องจะชอบเข้าหาคน ชอบเล่นกับคนมาก ๆ ถือว่าตอบโจทย์คนที่มีความรักล้นเหลืออย่างราศีกรกฎ

อีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำก็คือเจ้าหมาโย่งขายาวตัวผอมที่จะมัดใจคุณได้อยู่หมัดด้วยความน่ารักน่าหยิกและแสนรู้ของมันอย่าง ‘Greyhound’ เชื่อว่าน่าจะถูกใจคนชอบหมาใหญ่

ราศีสิงห์ (Leo)

หมา ราศีสิงห์

ราศีสิงห์หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 23 กรกฏาคม – 22 สิงหาคม ได้ชื่อว่าเป็นราศีที่มีความสนุกสนาน เข้าสังคมเก่ง และมั่นใจในตัวเองประดุจราชสีห์ 

พันธุ์น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายชาวราศีสิงห์คือเจ้าหมา Pug หมาหน้าย่นขวัญใจใครหลายคน นิสัยที่โดดเด่นของน้องคือมีความสดใส แค่มองหน้าก็อารมณ์ดีไปทั้งวันแล้ว

หรือถ้าใครเป็นปลื้มน้องหมาตัวใหญ่ขนฟูดูน่ารัก Saint Bernard จะเหมาะกับคุณมาก เจ้าหมาพันธุ์นี้มีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น เป็นมิตรกับผู้อื่น ไปไหนไปกัน พากันเที่ยวตะลอนไปได้ทุกที่ไม่มีเบื่อ 

ราศีกันย์ (Virgo)

หมาตามราศีกันย์

ชาวราศีกันย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 สิงหาคม –  22 กันยายน เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ชอบช่วยเหลือคนอื่น และขยันขันแข็ง 

Chow Chow เป็นหนึ่งในน้องหมาที่มีลักษณะนิสัยเหมาะกับชาวราศีกันย์ เจ้าน้องหมาขนฟูฟ่องพันธ์ุนี้จะเป็นน้องหมาที่ค่อนข้างระวังตัวกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าได้มีเวลาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้น้องไว้ใจเรามากยิ่งขึ้น และแสดงด้านที่น่ารักอ่อนโยน ขี้อ้อนออกมา

น้องหมาอีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำคือ Bloodhound นิสัยที่โดดเด่นเลยคือความอ่อนโยน มีมารยาทดี และมีความอดทนสูง 

ราศีตุลย์ (Libra)

หมาราศีตุลย์

ชาวราศีตุลย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 กันยายน – 22 ตุลาคม มีลักษณะนิสัยเป็นคนใจดี รักเพื่อนพ้อง รักความสงบ อ่อนโยน

น้องหมาที่มีนิสัยน่ารักเหมาะเป็นคู่หูรู้ใจชาวราศีตุลย์ ได้แก่ Great Dane หมาตัวใหญ่เจ้าเสน่ห์ที่มาพร้อมความน่ารักอ่อนโยน ขี้เล่น ใครอยู่ด้วยเป็นต้องหลงรัก

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหมาขนยาวลากพื้นสุดน่ารักอย่าง Shih Tzu น้องหมาชิสุตัวน้อยผู้เข้ากับคนอื่นง่าย อ่อนโยน เรียกว่าได้นิสัยชาวราศีตุลย์มาเต็ม ๆ 

ราศีพิจิก (Scorpio)

หมาราศีพิจิก

หนุ่มสาวที่เกิดวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน มาเหนือเรื่องความสตรอง มั่นใจ กระตือรือร้น แพชชันเต็มเปี่ยม มุ่งมั่น มีความสง่างาม ภายนอกอาจจะดูน่าเกรงขามด้วยท่าทีดุจพญาหรือนางพญา แต่จริง ๆ ข้างในเป็นคนน่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันหลงเสน่ห์

น้องหมาที่นิสัยคล้ายชาวราศีพิจิกพันธุ์แรกคือ Pit Bull น้องหมาที่มีชื่อเสียงเรียงนามในด้านความโหด ภายนอกดูน่าเกรงขาม แต่ถ้าได้รู้จักจะรู้ว่าเจ้าน้องหมามีความน่ารัก เป็นผู้นำ รักเจ้าของ และซื่อสัตย์คอยปกป้องเจ้าของแบบสุดตัว 

Dalmatian เจ้าหมาลายจุดขาวดำที่โด่งดังจากการ์ตูนเองก็เป็นน้องหมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีพิจิกในด้านความกระตือรือร้น ขี้เล่น น่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันต้องหลงเสน่ห์ 

ราศีธนู (Sagittarius)

หมาราศีธนู

ราศีธนูหรือผู้ที่เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม หนุ่มสาวนักเดินทาง มีความอยากรู้อยากเห็น รักอิสระ และชาญฉลาด 

น้องหมาพันธุ์แรกที่อยากแนะนำเลยคือเจ้าน้องหมาหน้าอึนพันธุ์ ‘Bull Terrier’ ความน่ารักของน้องนอกจากหน้าตาอึน ๆ ใสซื่อแล้ว ยังเป็นความตลก ขี้เล่น อารมณ์ดี เหมาะกับความขี้เล่นน่ารักของสาว

อีกพันธุ์ที่ดูจากนิสัยแล้วเข้ากับชาวราศีธนูได้ดีเลยก็คือ ‘Beagle’ เจ้าหมาจอมซนหูยาวตากลมที่พร้อมจะคว้าหัวใจทุกคนที่เข้าใกล้ เจ้าหนูเป็นพวกอยากรู้อยากเห็น ชอบเล่นซน ขุดคุ้ยทุกอย่าง และมีความตลกอยู่ในตัว

ราศีมังกร (Capricorn)

หมาตามราศีมังกร

เป็นผู้ที่เกิดในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม เชื่อว่าบุคลิกและนิสัยส่วนตัวของชาวราศีมังกรคือความขยัน ฉลาด มีระเบียบวินัย 

หนึ่งในเจ้าตูบที่มีนิสัยแสนรู้ ซื่อสัตย์ และมีระเบียบต้องยกให้ ‘Belgian Sheepdog’ น้องหมาอารักขาที่นิยมใช้กันทั่วโลก เรื่องปกป้องเจ้านายคือเป็นเลิศ ฉลาดแสนรู้ ตื่นตัวอยู่ตลอด มีน้องไว้นอกจากจะนิสัยคลิกกันแล้ว ยังอุ่นใจอีกด้วย

Shar Pei ก็เป็นน้องหมาอีกพันธุ์ที่มีนิสัยทุ่มเทให้กับเจ้าของ มีระเบียบ เหมาะแก่การเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเพื่อความอุ่นใจ และเป็นเพื่อนที่รู้ใจของชาวราศีมังกร

ราศีกุมภ์ (Aquarius)

เลือกหมา ราศีกุมภ์

หนุ่มสาวผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ชอบพึ่งพาตัวเอง ฉลาด ลึกลับน่าค้นหา รักอิสระ แต่ก็แอบซ่อนความดื้อรั้นไว้

หากอยากได้น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายกัน เราขอแนะนำ Basenji เจ้าหมาพันธุ์ล่าเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความกระตือรือร้น เอเนอร์จีล้นเหลือ ฉลาด แอบมีความดื้อรั้นซ่อนอยู่เล็ก ๆ 

หรือ Bergamasco Sheepdog เจ้าสนุกขนยาวเหมือนไม้ม็อบ เป็นสายพันธุ์สุนัขเลี้ยงแกะสมัยโบราณ ถือว่าหายาก ข้อดีของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้มีความขี้เล่น น่ารัก มีความผูกพันกับครอบครัวและเจ้านาย

ราศีมีน (Pisces) 

เลือกหมาตามราศีมีน

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธุ์ – 20 มีนาคม ราศีของหนุ่มสาวผู้อ่อนไหวชวนฝัน อ่อนโยน สดใส ร่าเริง และมีเซนต์ในการคาดเดาอะไรเก่ง

เจ้าหมาพันธุ์ Chihuahua หมาจิ๋วตาโตที่เป็นที่รักของคนมากมายดูจะเป็นพันธุ์หมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีมีน พวกน้อง ๆ จะรักและทุ่มเทให้กับเจ้านายมาก ๆ น้องจะขึ้นชื่อเรื่องเดาอารมณ์เจ้าของง่ายเหมือนกับชาวราศีมีนที่เป็นคนมีเซนต์ดี

Cocker Spaniel เองก็เป็นน้องหมาขนยาวพันธุ์ที่มีนิสัยคลั่งรัก ชอบแสดงความรักกับเจ้าของ ชอบอยู่ใกล้กับเจ้าของ และก็ค่อนข้างเป็นเจ้าหมาอารมณ์อ่อนไหว ขี้กลัว ขี้ตกใจ คล้าย ๆ กับชาวราศีมีนที่มีความอ่อนไหว ก็เลยอยู่ด้วยกันสบาย

สรุป

ใครเป็นสายมูคงต้องคุ้นเคยผ่านหูผ่านตาการศึกษาบุคลิกนิสัยตามราศี บทความนี้จะพาคุณไปเลือกน้องหมาให้เข้ากับนิสัยใจคอของคุณประหนึ่ง Soulmate จากฟ้าส่งมาโดยเลือกตามราศีทั้ง 12 ราศีเลย 

ถ้าใครราศีไหน ดูแล้วถูกใจน้องหมาพันธุ์ไหน อยากได้มาครอบครอง ก็สามารถแวะเข้ามาเลือกดูน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์กันที่ Kaidee เลยค่ะ