
ต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตของคนมีบ้าน เพราะการมีหลังคาหน้าบ้านที่ดูดี เหมาะสม ไม่เพียงช่วยบังแดดกันฝนเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าเป็นตาที่เสริมให้ภาพรวมของบ้านดูสวยงามน่ามอง น่าอยู่ได้อีกด้วย
ปัจจุบันการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านมีตัวเลือกอย่างมากมาย การจะเลือกแบบไหนดีจึงขึ้นอยู่กับความต้องการ และงบประมาณของเจ้าของบ้าน ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากลักษณะการติดตั้งและวัสดุที่ใช้ทำหลังคา ซึ่งแต่ละประเภทจะมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร Kaidee รวบรวมมาไว้ในบทความนี้แล้ว
ลักษณะการต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน
รูปทรงหลังคานั้นมีหลายแบบ แต่สำหรับงานต่อเติมหลังคาหน้าบ้านที่นิยมกันคือแบบหลังคาแบน (Flat Slab Roof) เนื่องจากสร้างง่าย ใช้โครงสร้างไม่เยอะ และมีวัสดุหลังคาให้เลือกจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบมีเสาหรือไม่มีเสาได้อีกด้วย โดยดูจากขนาดหลังคาที่จะติดตั้ง หากยื่นออกมาจากตัวบ้านไม่เกิน 2 เมตร เราสามารถติดตั้งโดยไม่ต้องมีเสารองรับได้เลย และใช้แท่งเหล็กรับแรงดึง (Tension Rod) ช่วยยึดหลังคาจากด้านบนกับตัวบ้าน หรือค้ำยันด้านล่างกับตัวบ้านเพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้กับหลังคา พร้อมๆ กับใช้พื้นที่หน้าบ้านได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่หากขนาดหลังคาที่ต่อเติมมีขนาดใหญ่ กล่าวคือ ยาวเกิน 2 เมตร เราจำเป็นต้องมีเสารองรับ ซึ่งวิธีการติดตั้งที่ดีที่สุด คือการทำเสารับน้ำหนักเฉพาะชุดหลังคาอย่างน้อย 4 ตัว (พร้อมลงเสาเข็มด้วย) เพื่อแยกโครงสร้างหลังคาออกจากตัวบ้าน เนื่องจากหากพื้นดินทรุดตัวในอนาคตก็จะไม่เป็นปัญหากับตัวบ้านนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเซฟค่าใช้จ่ายในการติดเติมหลังคาขนาดใหญ่จริงๆ เราสามารถฝากน้ำหนักหลังคาด้านหนึ่งไว้กับตัวบ้านได้ แต่ควรทำรอยต่อระหว่างบ้านและหลังคาให้มีความยืดหยุ่นหรือแกว่งตัวได้ เพื่อลดปัญหาการดึงรั้งกันที่อาจทำให้เกิดรอยแตกแยกของโครงสร้างเมื่อใช้ไปนานๆ

(ขอบคุณภาพจาก www.shinkolite.co.th)
วัสดุต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดีกว่ากัน
พูดถึงวัสดุมุงหลังคาสำหรับงานต่อเติมโรงรถหรือระเบียงหน้าบ้าน เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. หลังคาทึบแสง มีคุณสมบัติกันแสงแดดได้ดี ทำให้พื้นที่ใต้หลังคาสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เรทราคาของหลังคาทึบแสงส่วนใหญ่จะถูกกว่าหลังคาโปร่งแสง ในขณะที่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อติดตั้งหลังคาหน้าบ้านขนาดใหญ่แล้ว พื้นที่ภายในบ้านมักจะมืดและได้รับแสงธรรมชาติน้อยลง
2. หลังคาโปร่งแสง คุณสมบัติเด่นคือเป็นวัสดุที่ยอมให้แสงผ่านได้ จึงทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่อึดอัด ในบางวัสดุยังมีคุณสมบัติกันความร้อน สะท้อนแสง UV ซึ่งทำให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายการติดตั้งที่สูงขึ้นด้วย
ทีนี้เรามาดูกันว่าวัสดุสำหรับทำหลังคาเพื่อต่อเติมหน้าบ้านนั้น มีวัสดุแบบไหนบ้าง และข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
หลังคาไวนิล
ทำจากพลาสติกสังเคราะห์ประเภท UPVC หรือ Unplasticised Poly Vinyl Chloride โดยขึ้นรูปคล้ายการฉีดโฟมจนเป็นแผ่นหลังคารูปร่างต่างๆ มีทั้งแบบท้องเรียบ ลอนคู่ ลอนเดี่ยว ลอนสาม เนื้อไวนิลมีความเหนียว ทนทาน จึงทำให้มีอายุการใช้งาน 10 ปี ขึ้นไป การติดตั้งหลังคาไวนิลทั่วไปมักใช้ระบบเข้าลิ้นและยิงสกรูที่ลิ้นของแผ่นหลังคาจึงทำให้แผ่นหลังคาสามารถทำลอนที่แบนกว่าหลังคาแบบอื่นๆ ได้และลดปัญหาเรื่องการรั่วซึมตามรอยต่อแผ่น
ข้อดี
- น้ำหนักเบา ไม่ลามไฟ
- มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
- ทนทานต่อแรงกระแทกเพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น
- ช่วยซับเสียงได้ ฝนตกจะไม่เกิดเสียงรบกวนมากนัก
ข้อเสีย
- ราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าหลังคาเมทัลชีท
- เนื้อหลังคามีแต่แบบขาวขุ่น ไม่มีแบบใส
- เมื่อใช้ไปนานๆ สีหลังคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือซีดจาง
หลังคาเมทัลชีท
ผลิตโดยนำแผ่นเหล็กมารีดและทำเป็นลอน จากนั้นเคลือบด้วยสังกะสี-อลูมิเนียม (แผ่นหลังคาสีเงินธรรมดา) ซึ่งลักษณะการเคลือบเช่นนี้จะสามารถทนทานต่อสนิมได้ในระดับหนึ่ง และมีราคาถูก หากต้องการแผ่นหลังคาเมทัลชีทที่มีคุณภาพขึ้นมาหน่อย ควรเลือกแบบที่ผ่านการเคลือบสังกะสี-อลูมิเนียม สารปรับผิว สีรองพื้นและสีเคลือบผิวตามลำดับ ก็จะช่วยป้องกันการเกิดสนิมได้ดีกว่า และมีอายุการใช้งานนานขึ้น
ข้อดี
- ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุหลังคาอื่นๆ
- หลังคาเมทัลชีทมีน้ำหนักเบา จึงประหยัดงบด้านโครงสร้างเหล็กหรือแปได้
- สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว
- สามารถป้องกันปัญหาการรั่วซึมของหลังคาได้ดี เนื่องจากเมทัลชีทจะผลิตมาเป็นแผ่นยาวจึงมีรอยต่อน้อย
ข้อเสีย
- เวลาฝนตกกระทบหลังคาจะเกิดเสียงดังมาก ทำให้เกิดความรำคาญได้
- ใต้หลังคามักสะสมความร้อน จึงต้องบุฉนวนเพิ่ม
- แผ่นเมทัลชีทที่นำมาใช้งานส่วนใหญ่ค่อนข้างบาง ทำให้เสียรูปได้ง่ายหากเกิดแรงกระแทกบนหลังคา
- ต้องระมัดระวังหากใช้การติดตั้งโดยการเจาะสกรูยึดแผ่นหลังคาเมทัลชีทกับแป เนื่องจากเป็นจุดที่เกิดรอบรั่วซึมได้ง่าย

(ขอบคุณภาพจาก www.scghome.com)
หลังคา APVC / PVC
APVC มาจากคำว่า ASA Coated หรือ Anti-UV Coated UPVC ซึ่งเป็นพลาสติกในกลุ่ม UPVC แต่มีการเคลือบผิวด้วยสารพิเศษที่เรียกว่า ASA เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันแสง UV กันตะไคร้น้ำ และช่วยปกป้องชั้นสีไม่ให้สีของหลังคาซีดจางเร็วเกินไป
ข้อดี
- มีทั้งแบบหลังคาทึบแสงและโปร่งแสงให้เลือก
- ทนทานต่อการกัดกร่อนของกรดและสารเคมี ไม่ติดไฟ
- ดูดซับเสียงได้ดี
- ตัววัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้
ข้อเสีย
- น้ำหนักและราคาสูงกว่าหลังคาเมทัลชีท
หลังคาอะคริลิก
เป็นหลังคาชนิดโปร่งแสงที่เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นอย่างมาก คุณสมบัติที่เห็นได้ชัดคือ พื้นผิวเรียบ ใสเหมือนกระจกแต่น้ำหนักเบากว่า เนื้ออะคริลิกมีความเหนียว สามารถดัดโค้งได้ โดยที่ไม่กรอบหรือแตกง่าย
ข้อดี
- ดูสวยงาม ทันสมัย
- มีเกรดให้เลือกตามความต้องการ ทั้งระดับการป้องกันความร้อน ปริมาณที่แสงผ่านได้ และโทนสีของแผ่นหลังคา
- ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้น้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดเท่านั้น
ข้อเสีย
- ราคาสูงทั้งในส่วนราคาวัสดุและการติดตั้ง
- เนื้อแผ่นอะคริลิกเป็นรอยง่าย จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง

(ขอบคุณภาพจาก www.q-chang.com)
หลังคากระจกลามิเนต
เรียกอีกอย่างว่ากระจกนิรภัยสองชั้น เป็นการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปประกบติดกันด้วยแผ่นฟิล์ม (PVB) แบบแซนวิส เพื่อช่วยในการยึดเกาะชั้นกระจกไม่ให้ร่วงหล่นลงมาทำอันตรายต่อผู้ใช้ในกรณีที่กระจกแตก และแผ่นฟิล์มยังทำหน้าที่ป้องกันรังสี UV จึงเหมาะกับงานต่อเติมอาคารประเภทหลังคาสกายไลท์ กลาสเฮ้าส์ ผนังกระจก และโรงจอดรถ
ข้อดี
- ติดตั้งแล้วให้ความสวยงามแก่ตัวบ้าน
- เวลาฝนตกจะไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากนัก
- มีสีให้เลือกจำนวนมากทั้งสีฟิล์มและสีกระจก
ข้อเสีย
- ราคาสูง สนนราคาพร้อมอุปกรณ์ประกอบและค่าบริการติดตั้งจะอยู่ที่ประมาณ 4,300 – 4,600 บาทต่อตารางเมตร (ยังไม่รวมโครงสร้างรองรับ)
- น้ำหนักมาก จำเป็นต้องได้รับการออกแบบติดตั้งบนโครงสร้างที่มีความแข็งแรงเพียงพอ
- สกปรกง่าย ทำให้ต้องหมั่นทำความสะอาด
- การติดตั้งจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญ
หลังคาโพลีคาร์บอเนต
แผ่นโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Sheet) ผลิตจากผงหรือเม็ดพลาสติกใสแล้วนำไปขึ้นรูปกับแม่พิมพ์ เนื้อวัสดุมีความเหนียวมากกว่าอะคริลิค 10-20 เท่า มีความยืดหยุ่นสูง สามารถขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน และคลายตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง โดยลักษณะแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่นิยมใช้กันมีทั้งแบบตันและแบบกลวง (ลูกฟูก)
ข้อดี
- เนื้อวัสดุโปร่งแสง ทำให้พื้นที่ดูโล่ง สว่าง
- ติดตั้งง่าย ใช้เพียงน็อตยึดกับโครงสร้าง ทำให้ประหยัดเวลา
- เสียงไม่ดังมากเวลาฝนตก
ข้อเสีย
- มีโอกาสชำรุดได้ง่าย
- แผ่นหลังคาแบบลูกฟูกมักสกปรกง่าย เนื่องจากมีช่องว่างเก็บกักความชื้นจึงเกิดไอน้ำและตะไคร่ ทำให้หลังคาดูขุ่นมัวไม่สวยงามเมื่อใช้ไประยะหนึ่ง
- เนื่องจากเป็นหลังคาโปร่งแสง พื้นที่ใต้หลังคาจึงรับความร้อนโดยตรง หากจัดระบบระบายอากาศไม่ดีจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิบ้านให้สูงขึ้น
หลังคาไฟเบอร์กลาส
หลังคาไฟเบอร์กลาสหรือที่เรียก GRP (Glass Reinforced Polyester) มีทั้งลักษณะโปร่งแสงและผิวขุ่นพอให้แสงส่องดูสบายตา มีคุณภาพดีกว่าหลังคาโพลีคาร์บอเนต เนื่องจากหลังคาไฟเบอร์กลาสมีการขยายตัวน้อยกว่าถึง 50% จึงทำให้เกิดความเสียหายกับตัวแผ่นน้อยกว่า
ข้อดี
- สวยงาม สามารถเลือกชนิดของหลังคาแบบสีใสหรือสีขุ่นได้
- มีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งได้
- หลังคาบางรุ่นมีการเพิ่มสารเคลือบเพื่อกันความร้อนได้ดีขึ้น
ข้อเสีย
- อาจมีเสียงฝนตกกระทบรบกวนอยู่บ้าง
- สีหลังคาซีดจางไปตามกาลเวลา บางครั้งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่น

(ขอบคุณภาพจาก www.minigoldroof.com)
สรุปต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี
เมื่อคิดจะต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน หรือส่วนใดๆ ของบ้านก็ตาม หัวใจสำคัญอันดับหนึ่งคือ “ความปลอดภัยของผู้ใช้” ซึ่งในการติดตั้งหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดีที่สุดนั้น มีเพียง 2 ปัจจัยให้ต้องพิจารณา กล่าวคือ ขนาดของหลังคาเล็กหรือใหญ่ หากมีขนาดใหญ่กว่า 2 เมตร ต้องไม่ละเลยการทำฐานรากและเสาเพื่อรับน้ำหนักโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ประเภทเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเอาได้
จากนั้นจึงเลือกวัสดุมุงหลังคา ควรเน้นที่น้ำหนักเบาไว้ก่อน แล้วค่อยลงดีเทลว่าเป็นวัสดุชนิดไหนที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของดีไซน์ การใช้งาน การบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพียงเท่านี้เราก็จะมีสโคปการคิดและตัดสินใจเรื่องต่อเติมหลังคาหน้าบ้านได้โดยไม่ฟุ้งเกินจำเป็น
