Aug 9, 2021 | บทความอสังหาฯ
รั้วบ้าน นอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายจากบริเวณภายนอกบ้านและสร้างความปลอดภัยแล้ว การมีรั้วบ้านหรือกำแพงบ้านล้อมรอบตัวบ้านยังช่วยเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังทำให้บ้านมีความสวยงามน่ามอง โดยตามความเชื่อของชาวจีน รั้วบ้าน ที่เป็นด่านแรกของการเข้าสู่ตัวบ้าน ก็เปรียบเสมือนกับการรับทรัพย์สินและความโชคดีให้เข้ามาภายในบ้าน ซึ่งการออกแบบรั้วบ้านที่ดีนั้น ยังมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยมากมายที่จะว่ากันว่าจะช่วยให้ บ้าน ของคุณ มีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ออกแบบ รั้วบ้าน ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
ก่อนเริ่มการก่อสร้างรั้วบ้าน เราควรจะมีเทคนิควิธีการออกแบบตามความชื่นชอบ สไตล์ วัสดุ และลักษณะพื้นที่ของบ้าน เพื่อให้รั้วบ้านออกมาพอดีและดูดี โดยรั้วบ้านปกติจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 1.2–2 เมตร รวมถึงลักษณะของรั้วบ้านอาจจะเลือกวัสดุที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมและเลือกใช้ประตูรั้วอัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย ส่วนการออกแบบรั้วบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยก็มีมากมาย ดังนี้
- ใช้รั้วโปร่งดีกว่ารั้วทึบ เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้มีการไหลเวียนของลมมากกว่า
- การปลูกต้นไม้เป็นรั้วก็ถือเป็นข้อดีเพราะเป็นรั้วธรรมชาติให้ชีวิตชีวานั่นเอง
- ทาสีและซ่อมแซมรั้วบ้านให้ใหม่อยู่เสมอ และควรติดไฟเพื่อเพิ่มแสงสว่างในตอนกลางคืน
- ประตูบ้านด้านซ้ายควรใหญ่กว่าด้านขวา
- สร้างกำแพงบ้านเป็นรูปโค้ง ดีกว่ารูปสี่เหลี่ยม
- เลือกบ้านที่มีประตูไม่ตรงกับบ้านตรงข้าม
ข้อหลีกเลี่ยงในการออกแบบ รั้วบ้าน
- อย่าให้รั้วบ้านสูงหรือต่ำจนเกินไป
- ไม่ควรสร้างรั้วบ้านให้ชิดบ้านจนเกินไป
- ประตูบ้านไม่ควรตรงกับประตูรั้วบ้านและเสาไฟฟ้า
- ห้ามสร้างรั้วบ้านก่อนการสร้างบ้าน
- ห้ามเจาะรูบริเวณรั้วหรือกำแพงบ้าน เพราะเชื่อว่าจะส่งผลให้เก็บทรัพย์สินไม่อยู่
- ห้ามสร้างรั้วบ้านที่เป็นลูกกรงหรือแหลมคม เพราะเปรียบเสมือนสัตว์ที่อยู่ในกรง
- หลีกเลี่ยงการสร้างรั้วบ้านที่มีถนนพุ่งเข้ามาชนกับประตูรั้วบ้าน
- หลีกเลี่ยงการสร้างรั้วบ้านที่ตรงกับประตูวัด
- ห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่ง
- ระวังอย่าให้รั้วบ้านทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ชำรุด มิเช่นนั้นจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล
- ห้ามสร้างประตูรั้วให้สูงกว่ารั้วบ้าน
ขอบคุณรูปจาก: Chris & Cami Photography, LLC
ทาสีรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
การทาสีรั้วบ้านก็ต้องดูหลักฮวงจุ้ยด้วยว่าคนแต่ละวันเกิดจะเหมาะกับสีรั้วบ้านแบบไหน ดังนี้
วันอาทิตย์: สีขาว
วันจันทร์: สีเหลืองอ่อน และสีฟ้าอ่อน
วันอังคาร: สีโทนเย็น เช่น สีเทา สีฟ้าอ่อน และสีเขียวอ่อน
วันพุธ: สีดำ สีน้ำตาล และสีกรมท่า
วันพฤหัสบดี: สีโทนอุ่น เช่น สีน้ำตาลอ่อน และสีเนื้อ
วันศุกร์: สีขาว สีควันบุหรี่ และสีส้มอ่อน
วันเสาร์: สีขาว และสีควันบุหรี่
นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อเรื่องการทาสีรั้วบ้านตามทิศทางการตั้งประตูบ้านที่เชื่อมต่อกับความเชื่อเรื่องธาตุต่าง ๆ ของประเทศจีน ดังนี้
ทิศเหนือ (ธาตุน้ำ): สีขาว ฟ้า เขียว และน้ำเงิน
ทิศใต้ (ธาตุไฟ): สีเขียว ส้ม และแดง
ทิศตะวันออก และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ธาตุไม้): สีฟ้า เขียว แดง และม่วง
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ธาตุดิน): สีครีม ส้ม และชมพู
ทิศตะวันตก และ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ธาตุทอง): สีครีม ฟ้า เทา และขาว
ขอบคุณรูปจาก: John Ellis Photography
6 วัสดุใช้สร้าง รั้วบ้าน ยอดนิยม
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าวัสดุของรั้วบ้านก็เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญในการเลือกสรรที่ไม่ควรมองข้าม โดยแบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้
รั้วไม้
รั้วบ้านที่ได้รับความนิยมมากเพราะให้อารมณ์ความรู้สึกที่อบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ และมีความสวยงามจากลวดลายที่แตกต่างกัน แต่ก็มีข้อด้อยคือ สามารถผุพังจากปลวก แดด และฝนได้ง่าย ทำให้ต้องหมั่นดูแลรักษาตัวเนื้อไม้และสีเป็นประจำด้วยการทาสีและซ่อมแซม อีกทั้งยังไม่ได้มีความปลอดภัยมากเท่าวัสดุอื่น ๆ อีกด้วย
รั้วอะลูมิเนียม
วัสดุรั้วบ้านที่มีความปลอดภัย แข็งแรง และคงทนพอสมควร จะเลือกซื้อก็มีให้เลือกหลากหลาย หรือจะดูแลรักษาก็แสนจะง่าย แต่ก็ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เพราะจะทำให้อายุการใช้งานลดลงไปอีก
รั้วพีวีซี (PVC)
รั้วบ้านที่ผลิตขึ้นจากวัสดุสังเคราะห์ มีราคาถูกกว่าวัสดุอื่น ๆ มีลวดลายที่หลากหลายและสวยงาม บางลายมีความคล้ายไม้จริง ลักษณะของรั้วประเภทนี้จะมีล็อกซี่ทั้งแบบบาร์และสกรู อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศที่แตกต่างกันอีกด้วย
รั้วเหล็กดัด
รั้วบ้านเหล็กดัดถือเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน และสวยงาม เพราะสามารถออกแบบลวดลายได้หลากหลาย ดูแลไม่ยาก เพียงนำกระดาษทรายขัดทำความสะอาดและทาสีใหม่ทุก 2-3 ปี แต่ข้อเสียของรั้วบ้านประเภทนี่คืออาจมีราคาที่สูง และยังเกิดสนิมได้ง่าย
รั้วต้นไม้
รั้วต้นไม้จากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการสร้างรั้วบ้านที่ให้ความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง สามารถใช้ต้นไม้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้นข่อย ต้นโมก ต้นไทรเกาหลี ต้นไทรอินโด และต้นเข็มแดง ซึ่งรั้วบ้านแบบนี้จำเป็นต้องหมั่นดูและรักษาโดยการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และตัดแต่งให้สวยงาม
รั้วปูนและอิฐ
รั้วบ้านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความแข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ อีกทั้งยังให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านเป็นอย่างดี โดยอาจก่อด้วยอิฐมอญแล้วปิดทับด้วยปูนแบบเรียบหรือออกแบบเป็นลวดลายต่าง ๆ ได้ ถึงแม้จะราคาสูงก็ตาม
บทสรุปการออกแบบ รั้วบ้าน
การออกแบบรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ยก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถ เพียงแค่คุณศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจออกแบบ แล้วคุณก็จะสามารถจัดการรั้วบ้าของตนเองได้อย่างง่ายดาย และถ้าคุณไม่อยากสร้างบ้านให้ยุ่งยากเอง ที่ Kaidee Property มีบ้านมากมายที่ถูกหลักฮวงจุ้ยให้คุณได้เลือกสรรมากมาย เพียงแค่คลิกด้านล่าง
อ่านบทความ อสังหาฯ อื่น ๆ
Aug 6, 2021 | บทความยานยนต์
เตรียมตัวเป็นเจ้าของรถมือสองควรศึกษา สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เพื่อการซื้อขายที่ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมภาพรวมอัตราดอกเบี้ยที่จะช่วยให้คุณดีไซน์การผ่อนได้ตามสไตล์ตัวเอง
ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ารถยนต์เป็นพาหนะจำเป็นที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ทุกคน แต่รถยนต์ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเนื่องจากเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญของมนุษย์ที่ใครๆ ก็ต้องการรองมาจากบ้านที่พักอาศัย เนื่องจากทุนทรัพย์ของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน ทำให้เงื่อนไขในการซื้อรถหรือการออกรถของแต่ละคนต่างกันออกไปอย่างเช่น คนที่มีทุนทรัพย์สูงก็สามารถถอยรถมือหนึ่งป้ายแดงได้ ซึ่งเงื่อนไขในการซื้อก็จะแตกต่างกันไปอีกตามกำลังของผู้ซื้อแต่ละคน เช่น ซื้อเงินสดแบบจบๆ หรือ ค่อยๆ ผ่อนแบบสายชิล
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่ากำลังซื้อหรือทุนทรัพย์ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ทำให้มีเงื่อนไขหรือวิธีการซื้อรถที่หลากหลาย นอกจากวิธีการซื้อรถมือหนึ่งที่ต่างกันแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่เปรียบเสมือนโลกคู่ขนานนั่นก็คือ รถยนต์มือสอง ที่เป็นอีกหนึ่งตลาดรถที่คอยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่มีความสนใจ หรือมีกำลังทรัพย์ที่ค่อนข้างจำกัดในการถอยรถใหม่ป้ายแดง ทำให้ปัจจุบันกระแสรถมือสองกำลังมาด้วยราคาที่ถูกกว่า ซึ่งแน่นอนว่าในการซื้อของมือสองเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้ซื้อควรตรวจเช็คให้ดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่ถ้าผู้ซื้อเตรียมตัวมาดีมีความรู้พื้นฐานในการตรวจเช็คสภาพรถ ก็หมดห่วงในการเลือกซื้อรถมือสอง และ ยังทำให้มีโอกาสที่จะได้จับของดีในราคาถูกอีกด้วย เช่น รถรุ่นใหม่ราคามือสอง หรือ รถมือสองสภาพดีเกินราคา
วิธีและขั้นตอนการเป็นเจ้าของรถมือสอง
หลังจากที่เราได้รถที่เราถูกใจคิดว่าใช่แล้ว เราก็ต้องมาทำการซื้อขายเพื่อให้เราได้เป็นเจ้าของรถคันนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถมือสองสามารถซื้อเงินสดหรือผ่อนก็ได้เหมือนกับรถมือหนึ่ง ในการซื้อเงินสดจะเป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยาก ซื้อขายไวประหยัดเวลา แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงินสดเป็นก้อนก็สามารถทำเรื่องกู้ผ่อนจ่ายได้หรือที่เรียกว่าขอ สินเชื่อรถมือสอง และ ในการผ่อนจ่ายนี้จะมีดอกเบี้ยที่อัตราแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทสินเชื่อรถมือสอง ซึ่ง สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เป็นเรื่องที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ เป็นการแชร์ข้อมูลและขั้นตอนให้กับคนที่กำลังจะซื้อรถมือสอง
การที่ซื้อรถมือสองด้วยการชำระรูปแบบผ่อนคือการขอสินเชื่อ หรือ ที่เขาเรียกกันว่า “จัดไฟแนนซ์” นั่นเอง ซึ่งก็คือการกู้เงินจากบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเพื่อที่จะไปซื้อรถ หลายคนพอได้เห็นคำว่ากู้อาจจะคิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หรือ เรื่องใหญ่ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพียงเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนที่เราจะกำลังจะแชร์ต่อไปนี้
เตรียมความพร้อมของผู้ซื้อ
การที่ซื้อรถมือสองด้วยงการชำระรูปแบบผ่อนคือการขอสินเชื่อ หรือ ที่เขาเรียกกันว่า “จัดไฟแนนซ์” นั่นเอง ซึ่งก็คือการกู้เงินจากบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเพื่อที่จะไปซื้อรถ หลายคนพอได้เห็นคำว่ากู้อาจจะคิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หรือ เรื่องใหญ๋ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพียงเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนที่เราจะกำลังจะแชร์ต่อไปนี้
เครดิตของผู้ขอสินเชื่อ
เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เข้าใจกันก่อนว่าการขอสินเชื่อรถมือสอง หรือ จัดไฟแนนซ์ ก็เหมือนกับการที่เราจะให้หรือยืมเงินใครสักคนเราก็จะเลือกคนที่เรารู้จักและเชื่อถือได้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ต่างกับทางบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารต้องการที่จะรู้จักผู้ที่มากู้เงินจากเขา หรือ ทำความรู้จักกับผู้กู้เงินนั่นเองด้วยการสอบถามข้อมูลพื้นฐานซึ่งหลักๆ ได้แก่
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ และ ข้อมูลส่วนตัวทั่วไป เพื่อที่บริษัทไฟแนนซ์จะได้รู้จักผู้กู้เงินในขั้นเบื้องต้น
รายได้
บริษัทไฟแนนซ์ต้องการที่จะรู้รายได้ของคุณเพื่อตรวจสอบว่ารายได้ของคุณสอดคล้องกับจำนวนเงินที่กู้หรือไม่ หรือ พูดง่ายๆ ว่าบริษัทไฟแนนซ์ต้องการรู้ว่ารายได้ของผู้กู้เงินเพียงพอต่อการผ่อนชำระหรือไม่ ซึ่งรายได้ขั้นต่ำที่ทางบริษัทไฟแนนซ์กำหนดซะส่วนใหญ่คือ ผู้ทำเรื่องกู้ต้องมีรายได้มากกว่าสองเท่าของค่างวดผ่อนชำระ เช่น ถ้าผู้กู้เงินต้องการจะผ่อนชำระในจำนวนเงิน 10,000 บาท/เดือน ผู้กู้เงินต้องมีรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป
มากไปกว่านั้นเกณฑ์การพิจารณาในเรื่องของรายได้และงวดผ่อนชำระยังขึ้นอยู่กับจำนวนเงินด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้กู้เงินมีรายได้ 10,000 บาท/เดือน แต่ค่างวดผ่อนชำระรถ 5,000 บาท/เดือน ทางบริษัทไฟแนนซ์อาจจะต้องพิจารณาว่าไปตามเคส เนื่องจากบริษัทไฟแนนซ์จะประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของผู้กู้เงินด้วยโดยการอิงจากข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวที่ได้แจ้งไปกับทางบริษัท ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารายได้น้อยจะไม่สามารถกู้เงินได้แต่อาจจะต้องมีขั้นตอนหรือเอกสารมากขึ้นในการขอสินเชื่อรถมือสองนั่นเอง
ตรวจสอบเครดิตของผู้ขอสินเชื่อรถยนต์มือสอง
นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานทั้ง 2 ที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น ทางบริษัทไฟแนนซ์ยังต้องมีการตรวจสอบเครดิต
เครดิต หมายถึงประวัติการผ่อนชำระ บริษัทไฟแนนซ์ หรือ ธนาคาร จะเช็คเครดิตเราผ่าน NCB (National Credit Bureau) ที่ถือข้อมูลกลางการผ่อนชำระของแต่ละคนไว้ หลักๆ กลุ่มลูกค้าจะแบ่งเป็น 4 ประเภทเครดิตลูกค้าได้แก่
ลูกค้าที่มีเครดิตดี
คือลูกค้าที่เคยทำเรื่องขอสินเชื่อหรือมีการผ่อนชำระมาแล้วและผ่อนตรงตามงวดไม่มีปัญหาล่าช้าใดๆ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะถูกบริษัทไฟแนนซ์ว่าเป็น ลูกค้าที่มีเครดิตดีเชื่อถือได้ หรือ มีประวัติที่ดีนั่นเอง ทำให้ลูกค้าประเภทนี้ได้ยอดกู้ที่สูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถทำเรื่องขอสินเชื่อเพื่อรับสิทธิโปรโมชันดาวน์รถ 0 บาท ออกรถใช้เงินน้อยได้อย่างฉลุยเนื่องจากมีเครดิตดี หรือ พูดง่ายๆ ก็คือ เครดิตดีออกรถง่าย
ลูกค้าไม่เคยมีประวัติเครดิต
คือลูกค้าที่ไม่เคยมีประวัติเลย หรือ ประวัติขาวสะอาด หมายความว่าลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มนี้ไม่เคยทำการขอสินเชื่อหรือกู้เงินมาก่อนหรือไม่มีประวัติการผ่อนนั่นเอง เพราะฉะนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะรับรู้ได้ว่าลูกค้าประเภทนี้กำลังจะขอสินเชื่อเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะยอดวงเงินกู้ไม่สูงไม่ต่ำอยู่ที่กลางๆ เนื่องจากเป็นการผ่อนครั้งแรกของผู้กู้
ลูกค้าที่มีเครดิตล่าช้า
ลูกค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ คือลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนซึ่งในระหว่างการผ่อน ลูกค้าประเภทนี้อาจจะมีติดขัดหรือสะดุดบ้างด้วยเหตุผล และ ความรับผิดชอบของแต่ละคนที่ต่างกันออกไปทำให้บางครั้งไม่สามารถส่งยอดเงินผ่อนได้ตรงตามเวลาเลยเรียกว่า เครดิตล่าช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าประเภทนี้ผ่อนไม่จบ สรุปง่ายๆ ลูกค้ากลุ่มนี้ คือลูกค้าที่ผ่อนครบทุกงวดแต่อาจจะมีบางงวดที่ส่งเงินช้าไม่ตรงตามเวลาทำให้ลูกค้าประเภทนี้ได้ยอดจัดจากบริษัทไฟแนนซ์ที่ต่ำลงมา ซึ่งบริษัทไฟแนนซ์จะพิจารณาจากจำนวนครั้งและเวลาที่ล่าช้าทำให้ลูกค้าอาจจะต้องใช้เงินดาวน์ที่มากขึ้นในการขอสินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง
ลูกค้าที่เสียเครดิต
ลูกค้าประเภทนี้คือ ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนไม่สำเร็จนั่นเอง หรือ ไม่ครบงวด ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถมือสองแต่ไม่สามารถแบกรับหนี้สินได้หรือผ่อนต่อไม่ไหวทำให้เกิดการยึดรถโดยบริษัทไฟแนนซ์และชื่อติดแบล็คลิสต์ซึ่งเป็นผลลบต่อเครดิตของลูกค้าที่จะมีปัญหาในการขอสินเชื่อครั้งต่อๆ ไป
เตรียมเอกสารให้การขอสินเชื่อรถมือสอง
หลังจากที่ผ่านขั้นตอนการเช็คเครดิตของผู้ขอสินเชื่อ ขั้นตอนถัดมาคือการยื่นเอกสารการจัดไฟแนนซ์ ซึ่งถ้าในขั้นตอนนี้ลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเงินกู้ได้เตรียมและตรวจเอกสารไว้แต่เนิ่นๆ จะทำให้ประหยัดเวลาในการยื่นเรื่องได้อีกด้วย เนื่องจากเอกสารบางส่วนที่ต้องใช้มีระยะเวลาและขั้นตอนในการขอรับ
เอกสารสำคัญในการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารแจกแจงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน, ใบรับรองเงินเดือน และ เอกสารเงินเข้าออกในบัญชี หรือ ที่เราเรียกกันว่า “statement”
- เอกสารผู้ค้ำประกัน ใช้ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่มี statement
หลังจากเอกสารครบและยื่นเอกสารให้ไฟแนนซ์เรียบร้อย (ต้องเจอตัวเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เท่านั้น)
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในขั้นตอนนี้คือ ชื่อและบริษัทของเจ้าหน้าที่จากบริษัทไฟแนนซ์ที่ดูแลเรื่องการขอสินเชื่อรถมือสองของเรา เพื่อการติดตามเรื่องที่ง่ายถึงในกรณีที่ไฟแนนซ์ไม่ผ่านหรือติดปัญหาอื่นๆ
เตรียมบริษัทไฟแนนซ์
ในเรื่องของการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทไฟแนนซ์ตามที่เซลล์แนะนำก็ได้หมายความว่าผู้ขอเงินกู้สามารถเลือกบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเองได้เพราะฉะนั้นแนะนำให้เตรียมบริษัทไฟแนนซ์ไว้ในใจเพื่อไว้เปรียบเทียบกับดีลที่เซลล์จะเสนอ
ทำไมต้องเลือกบริษัทไฟแนนซ์
เพราะบริษัทไฟแนนซ์ในแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขและข้อเสนอที่ต่างกัน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผ่อนที่ต้องศึกษาและเปรียบเทียบเพื่อดีลที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขอเงินกู้ ในการเลือกบริษัทไฟแนนซ์เพื่อขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เปรียบเทียบได้ง่ายๆ ไม่ยาก เพียงรู้และเข้าใจ 3 เรื่องหลักดังนี้ อัตราดอกเบี้ย, เงื่อนไขในการผ่อนชำระ และ อายุปีของรถที่ต้องการจัดไฟแนนซ์
เราได้รวบรวมข้อเสนอและเงื่อนไขของบริษัทไฟแนนซ์ขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง มาให้สำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถมือสองเพื่อเปรียบเทียบราคาและหาดีลที่ใช่ด้วยตัวเอง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
- รถเก๋ง 4.99 – 6.79%
- รถกระบะ 5.99 – 7.79%
- ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
- รถเก๋ง 3.75% – 5.00%
- รถกระบะ คือ 4.50% – 6.00%
- ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารทิสโก้
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2011-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
- รถเก๋ง 6.00 – 7.00%
- รถกระบะ 6.50 – 7.50%
- ระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 48 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารธนชาต
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
- รถยนต์ 4.25 – 6.50%
- รถกระบะ คือ 5.25 – 7.50%
- ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
สรุป
จากที่เราได้พูดถึงขั้นตอนและแนะนำการเตรียมพร้อมต่างๆ ในการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง กันไปทั้งหมด การออกรถมือสองไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับทุกคน เพียงแค่เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ ที่เราได้กล่าวมาข้างต้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นเจ้าของรถมือสองได้อย่างถูกต้องแบบไม่ยุ่งยากพร้อมเงื่อนไขการผ่อนชำระที่จะคอยตอบโจทย์สไตล์การผ่อนของทุกคน
มากไปกว่านั้นเคล็ดลับเล็กๆ จากเราก่อนจากกัน จากที่ได้กล่าวไปในเรื่องของการแนะนำให้เลือกบริษัทไฟแนนซ์ไว้ในใจตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยตัวเองไม่ได้หมายความว่าเซลล์ที่เขาดูแลคุณไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ควรฟังคำแนะนำจากเซลล์ เพราะแท้จริงแล้วเซลล์คือคนสำคัญที่จะคอยช่วยเหลือคุณและติดต่อประสานงานกับทางบริษัทไฟแนนซ์เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของรถคันนั้น เพราะฉะนั้น เวลาเลือกซื้อรถมือสองนอกจากเรื่องพื้นฐานที่เราต้องประเมินอย่างสภาพของตัวรถและราคาแล้วนั้น เราแนะนำเพิ่มเติมว่าให้เลือกเซลล์ที่สามารถแนะนำและดูแลคุณได้ดีไม่แพ้กับรถที่คุณเลือกเพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเป็นเจ้าของรถมือสองที่คุณต้องการ
แต่สำหรับใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อรถมือสองที่ไหน หรือ กำลังหาตลาดที่ไว้ใจได้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนลอง Kaidee Auto ที่เปรียบเสมือนสะพานกลางที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมทั้งยังมีบริการ Kaidee Certified ที่จะช่วยตรวจเช็คสภาพรถก่อนซื้อโดยผู้เชี่ยวชาญการันตีว่าผู้ซื้อมั่นใจ ผู้ขายขายดี
Aug 6, 2021 | บทความอสังหาฯ
สุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) เป็นหนึ่งในซอยละแวกทำเลพร้อมพงษ์ที่ผสมผสานความเป็น Residential และ Commercial รวมความสะดวกสบายของทุกมิติเข้าไว้ด้วยกัน จนทำให้ผู้คนที่อาศัยในย่านนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ออกไปทำงาน และกลับมาพักผ่อนได้โดยปราศจากความกังวล ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งการหากิจกรรมทำเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
ภาพรวมการเดินทางในสุขุมวิท 31 และย่านพร้อมพงษ์
แม้จะได้ชื่อว่า “ซอยสุขุมวิท 31” แต่ก็เป็นซอยทางลัดที่มีเส้นทางเข้าออกได้หลายช่องทาง สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายหลักอย่างสุขุมวิท อโศกมนตรี และเพชรบุรีตัดใหม่ โดยใช้เส้นทางภายในซอยสุขุมวิท 31 ได้เลย
นอกจากนี้ยังสัญจรระหว่างซอยที่อยู่ใกล้เคียงในเส้นถนนสุขุมวิทฝั่งซอยเลขคี่ ไล่ตั้งแต่สุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) สุขุมวิท 33 สุขุมวิท 39 เรื่อยไปจนถึงทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และเอกมัย (สุขุมวิท 63) ซึ่งเส้นทางในซอยเหล่านี้ล้วนเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายสำคัญที่ทำให้การเดินทางสามารถครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพทั้ง CBD และ New CBD
ในขณะเดียวกันจากสุขุมวิท 31 หากกลับรถไปฝั่งสุขุมวิทขาเข้าเมือง ก็ยังสามารถลัดไปตามซอยเพื่อเชื่อมกับถนนพระราม 4 ที่มุ่งหน้าสู่สีลม สาธร และพระราม 3 ได้เช่นกัน
ทั้งยังใกล้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพอย่าง BTS และ MRT ซึ่งสามารถใช้บริการได้ที่สถานี BTS พร้อมพงษ์ BTS อโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิท ที่ทำให้การเดินทางในเมืองเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เรียกว่า ไม่ว่าจะใช้รถส่วนตัวหรือรถสาธารณะเพื่อเข้าออกสุขุมวิท 31 ก็เป็นไปอย่างคล่องตัวทั้งนั้น
พร้อมพงษ์และสุขุมวิท 31 เป็นหนึ่งในทำเลแห่งการลงทุน
(ภาพจาก www.alivearound.com)
สุขุมวิท 31 โลเคชันแห่งธุรกิจที่น่าลงทุน
ความน่าสนใจของทำเลสุขุมวิท 31 คืออยู่ใกล้ Business Area อย่างอโศก ทำให้มีอาคารสำนักงานทั้งเล็กและใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น RSU Tower, Emporium Tower, Jasmine City Building และ Exchange Tower เป็นต้น และมักเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในย่านนี้
เมื่อมีแหล่งงานแหล่งธุรกิจที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาในพื้นที่ ย่านพร้อมพงษ์และสุขุมวิท 31 จึงเต็มไปด้วยสินค้าและบริการหลากหลายที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งจากร้านค้าธรรมดาๆ ในชุมชน และร้านค้าสาขาจากแบรนด์ชื่อดัง
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับอิทธิพลจากเมกะโปรเจ็ค ‘The EM District’ ที่เป็นแผนการพัฒนาย่านธุรกิจการค้าบนถนนสุขุมวิทตอนกลาง ครอบคลุมระหว่างซอยสุขุมวิท 31 ถึงซอยสุขุมวิท 39 และระหว่างซอยสุขุมวิท 22 ถึงสุขุมวิท 26 โดยมี Emporium และ EmQuartier เป็นตัวชูโรงโปรเจ็ค
และเร็วๆ นี้เรายังจะได้เห็น Emsphere ที่มาผนึกกำลังอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะ World Class Shopping Destination ที่ไม่เพียงยกระดับภาพลักษณ์การใช้ชีวิตในย่านนี้ให้พรีเมียม โดดเด่น และมีลีลาแห่งความหรูหรา แต่ยังเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพื้นที่และมูลค่าของที่ดินย่านพร้อมพงษ์ให้แข็งแกร่ง เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยว นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน ตลอดจนผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ทั้งหมด และที่สำคัญคือ ในอนาคตอันใกล้ ย่านพร้อมพงษ์นี้จะกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน
สีสันแห่งการใช้ชีวิตเมืองที่สมบูรณ์แบบในย่านพร้อมพงษ์
ย่านพร้อมพงษ์ สวรรค์ของการอยู่อาศัย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากการขยายตัวด้านการลงทุนในย่านพร้อมพงษ์คือการก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคอนโดระดับ High-End ที่ออกแบบไว้อย่างหรูหรา เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และรับรองไลฟ์สไตล์ชีวิตเมือง
คอนโดส่วนใหญ่ในย่านนี้ มักตั้งอยู่ในซอยลึกเข้าไป ซึ่งทำให้มีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะแก่การพักอาศัย แต่ขณะเดียวกันก็สามารถออกมาจับจ่ายซื้อของได้ง่าย เพราะบริเวณโดยรอบของโซนนี้จะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารแทรกตัวอยู่ตลอด
ยกตัวอย่างในซอยสุขุมวิท 31 มีร้านอาหารและคาเฟ่ไล่ตั้งแต่ปากซอยจนถึงท้ายซอยนับรวมกันมากกว่า 10 ร้าน แถมแต่ละร้านยังขึ้นชื่อความอร่อยและมีคาเรคเตอร์ไม่เหมือนใคร จนคนจากต่างถิ่นมักแวะเวียนมาลิ้มลองเสมอ อาทิ ร้านราเมน Mensho Tokyo ร้านอาหารญี่ปุ่น ISAO คาเฟ่สำหรับคนรักหนัง FICS และร้านอาหารไทยนั่งสบายอย่างเสือ (Tiger of Bangkok) เป็นต้น
แต่หากอยากชอปปิ้งให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ก็เพียงขับรถหรือเดินออกมาบริเวณ BTS พร้อมพงษ์ เท่านั้นก็จะพบกับแหล่งรวมร้านค้าชุมชน และซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม ‘Japanese Town’ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก ดังนั้นรอบๆ แถวนี้จึงเต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น และข้าวของเครื่องใช้จากญี่ปุ่น ให้เลือกอย่างมากมาย
นอกจากของกินของใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว การอยู่อาศัยในย่านนี้ยังได้เปรียบเรื่องคุณภาพชีวิต เพราะอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวที่เป็นปอดของคนกรุงเทพ อย่างสวนเบญจสิริและสวนเบญจกิติ โดยสามารถมาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด รวมถึงมีแหล่งความบันเทิงต่างๆ เช่น โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส สตูดิโอโยคะ สปา ให้ได้เติมเต็มทุกๆ วันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Siamese Exclusive 31 ความสมบูรณ์ (ใน) แบบที่คุณต้องการ
ไม่ว่าจะการเดินทางหรือการใช้ชีวิต ย่านพร้อมพงษ์เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ และในความสมบูรณ์แบบนี้ยังสามารถครอบครองได้กับคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ‘Siamese Exclusive 31’ ในราคาเริ่มต้น 169,000 บาท/ตารางเมตร* (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2564 ทั้งนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบจากโครงการอีกครั้ง)
โครงการ Siamese Exclusive 31 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ห่างจากถนนใหญ่สุขุมวิทราว 600 เมตร จึงได้บรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แถมการออกแบบยังเน้นให้ใกล้ชิดธรรมชาติ มีต้นไม้แทรกอยู่ทั้งอาคาร เสมือน Vertical Garden ที่เพิ่มความสดชื่นให้กับการอยู่อาศัยใจกลางเมืองได้เป็นอย่างดี
Siamese Exclusive 31 มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับผู้พักอาศัยด้วย Exclusive Lift ลิฟต์โดยสารที่สามารถล็อคชั้นเพื่อขึ้นตรงถึงหน้าห้องได้เลย และแต่ละชั้นยังมีจำนวนยูนิตน้อย สูงสุดเพียง 12 ยูนิต จึงมั่นใจได้เลยว่าจะไม่ถูกรบกวนได้โดยง่าย
สำหรับรูปแบบห้อง เน้นความโปร่งโล่งของเพดานสูงสไตล์ Loft ทำให้รู้สึกเป็นอิสระ พร้อมแบ่งฟังก์ชันใช้สอยพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน โดยมี 4 ประเภท คือ
- 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 45-65 ตารางเมตร
- 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 69-85 ตารางเมตร
- 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115-135 ตารางเมตร
- เพนท์เฮาส์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 181-207 ตารางเมตร
นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็น Intelligent Parking ล็อบบี้รับรองที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ห้องสมุด สระว่ายน้ำบนชั้นสูงมองเห็นวิวเมืองพร้อมจากุซซี ฟิตเนสออกกำลังกายพร้อมห้องซาวน่าและสตรีม และ Roof Garden ที่จะมาช่วยเติมเต็มชีวิตสมบูรณ์ (ใน) แบบที่แต่ละคนต้องการ
Aug 5, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะกล่าวถึงบ้านที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการความปลอดภัยในการอยู่อาศัยหลาย ๆ คนก็อาจนึกถึงบ้านพักคนชรา หรือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเยอะ ๆ อย่างบ้านหลังใหญ่สูงหลายชั้น แต่จริง ๆ แล้วรู้ไหมว่า ยังมีบ้านอีกแบบหนึ่งที่ปลอดภัยต่อข้อเข่าของผู้สูงวัยอย่าง บ้านชั้นเดียว ที่พวกเขาไม่ต้องเดินขึ้นลง เพื่อเสี่ยงจะกระดูกเสื่อม หรือจะหกล้มจากการก้าวข้ามบันไดผิดขั้น ซึ่ง แบบบ้านชั้นเดียว ที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ก็แบ่งบ้านหลากหลายสไตล์ตามความชื่นชอบของแต่ละคนเลย
10 แบบบ้านชั้นเดียว อยู่ง่ายงบไม่แพง
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น (Modern Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) เป็นแบบบ้านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัยจากการใช้รูปทรงเรขาคณิตอย่างสี่เหลี่ยม รวมถึงมีการใช้วัสดุที่ไม่มาก เช่นหลังคาที่ไม่ได้ปูกระเบื้อง หรือกำแพงที่ทาสีเรียบง่าย มีการใช้โครงสร้างที่ง่ายต่อการก่อสร้างเพื่อลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นนั่นเอง โดยข้อเสียของบ้านประเภทนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นผลกระทบจากหลังคาที่น้อยจนไม่สามารถกันแดดและฝนได้มากนัก
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์คอจเทจ (Cottage Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
บ้านหลังเล็กแสนอบอุ่นบนพื้นที่ในชนบทต่างประเทศที่มีคนไทยหลายคนนิยมนำ บ้านสไตล์คอจเทจ (Cottage Style) มาดัดแปลงและสร้างเป็นบ้านที่อยู่อาศัย โดยบ้านสไตล์นี้มีจุดเด่นอยู่ตรงที่วัสดุจากธรรมชาติอย่าง ไม้หรือหินอ่อน มีการเน้นใช้สีโทนอ่อนอย่างสีเทาอ่อน ครีม ฟ้าอ่อน และเหลืองอ่อน รวมถึงลักษณะของบ้านที่มีระเบียงยื่นออกมาด้านหน้าเพื่อพักผ่อน โดยคุณอาจตกแต่งด้วยไม้ เฟอร์นิเจอร์เก่า หรือดอกไม้เพื่อเพิ่มความน่ารักอบอุ่น
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์ไทยประยุกต์ (Thai-Oriental Style)
ขอบคุณรูปจาก: turbosquid.com
ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วยการออกแบบ บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ (Thai-Oriental Style) ที่มีความทันสมัยมากขึ้นแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นบ้านทรงไทยด้วยยกพื้นสูงด้วยเสาปูน และใช้ไม้เป็นวัสดุในการสร้างผนังบ้าน พร้อมหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมธรรมชาติ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ส่วนตัวหลังคาก็ออกแบบด้วยหลังคาทรงหน้าจั่วสูงหรือปั้นหยาแล้วมุงหลังคาด้วยสีแดงอิฐให้กลายเป็นบ้านที่สมัยแอบแฝงความเป็นไทย
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์คลาสสิก (Classic Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
ด้วยความหรูหราอลังการของรูปทรงประติมากรรมแบบกรีกโรมันสมัยโบราณ คงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ บ้านสไตล์คลาสสิก (Classic Style) ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งบ้านสไตล์นี้มักจะนิยมใช้เส้นโค้งเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ ทั้งเสากลมสไตล์โรมัน โคมไฟระย้า หรือรูปประติมากรรมปูนปั้นอันโค้งมน เช่น ม้า เด็กชาวกรีก หรือบ่อน้ำพุ ส่วนตัวหลังคาของบ้านสไตล์นี้ก็แบ่งเป็น 3 แบบคือ ทรงปั้นหยา มะนิลา และทรงโดม ที่ทำให้ความรู้สึกโอ่อ่ามากยิ่งขึ้นไปอีก
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โคโรเนียล (Colonial Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
ย้ายมาที่การผสมผสานความเป็นชาติตะวันตกท้องถิ่นและอาณานิคมกันบ้างกับ บ้านสไตล์โคโรเนียล (Colonial Style) ที่คนไทยมักจะเรียกกันว่า ตึกฝรั่ง โดยมักจะถูกสร้างด้วยวัสดุที่แข็งแรงอย่างอิฐหรือไม้ แล้วนำเสาปูนสลักสไตล์โรมันเพื่อเพิ่มความหรูหรา และยังมีระเบียงยื่นออกมากว้างขวาง ซึ่งหลังคาของบ้านสไตล์นี้ก็มักจะเป็นหลังคาทรงจั่ว ปั้นหยา และมะนิลา ที่กันแดดและฝนได้ดี
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
สไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style) เป็นการผสมผสานกันระหว่างแบบบ้านสไตล์เก่าและใหม่อย่างลงตัว พร้อมกับการสอดแทรกการตกแต่งด้วยความประณีต เรียบง่าย แต่ไม่หรูหรามากเกินไป ทำให้เข้ากับในทุกยุคทุกสมัย ด้วยการใช้สีเทา ขาว และครีม เพื่อความไม่โดดเด่น ใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมเพื่อเพิ่มลูกเล่นเล็กน้อย ในขณะที่ใช้รูปทรงโค้งมนและหลังคาทรงปั้นหยา ในการสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์เนเชอรัล (Natural Style)
ขอบคุณรูปจาก: lunchboxarchitect.com
กลมกลืนไปกับธรรมชาติอันแสนสวยงามด้วย บ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) ที่ถูกออกแบบมาด้วยการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบหลักในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ไม้ หิน หรือวัสดุทดแทนอยู่ ๆ ที่ดูคล้ายกับธรรมชาติ ซึ่งบ้านสไตล์นี้มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่อบอุ่น เรียบง่าย และสร้างได้มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวโดยการเว้นช่องขนาดใหญ่เพื่อเปิดรับแสงแดดและลม ซึ่งบ้านสไตล์เนเชอรัลก็ไม่ได้มีหลังคาหรือรูปแบบที่ตายตัวมากเท่าบ้านสไตล์อื่น
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style) หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า บ้านสไตล์โรงนา ในประเทศฝั่งตะวันตก ก็เป็นอีกหนึ่ง แบบบ้านชั้นเดียว ที่น่ารัก อบอุ่นไม่แพ้บ้านสไตล์อื่น ๆ เพราะลักษณะบ้านที่มีหลังคาทรงสูงคล้ายโรงนา รวมถึงยังเปิดพื้นที่ต่าง ๆ ให้สูงขึ้นด้วยการตีฝ้าเพดานเพิ่ม เพื่อให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่ง มีการใช้ไม้ อิฐ หรือเหล็ก เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นคล้ายกับอยู่ในชนบทอันแสนเรียบง่าย
แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์มินิมอล (Minimal Style)
ขอบคุณรูปจาก: coolhouseconcepts.com
‘Less is More’ วลีที่คุ้นเคยของใครหลายคนเมื่อพูดถึง บ้านสไตล์มินิมอล (Minimal Style) ที่แสนจะเรียบง่ายด้วยวัสดุเพียงไม่กี่ชิ้น แต่มากด้วยความสวยงาม โดยแนวคิดหลักของบ้านสไตล์นี้คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ครบครัน ตัวบ้านจะมีการออกแบบด้วยสีที่เรียบง่ายอย่างสีขาว สีดำ และสีเทา รวมถึงเปิดพื้นที่ให้โล่งเพื่อการใช้สอยที่เยอะ ซึ่งบ้านสไตล์นี้ก็จะมีข้อดีคือ การใช้งบที่น้อยเทียบกับบ้านสไตล์อื่น เพราะไม่ต้องมีการตกแต่งมากนั่นเอง
แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์ชายหาด (Beach Style)
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com
บรรยากาศดี ๆ ริมทะเลอันกว้างใหญ่ก็คงจะเหมาะการอยู่พักผ่อนใน บ้านสไตล์ชายหาด (Beach Style) โดยเป็นบ้านที่มีใต้ถุนรองรับน้ำขึ้น-ลง มีไม้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างให้รู้สึกถึงการพักผ่อน เรียบง่าย ใช้สีที่อ่อนหรือเป็นธรรมชาติอย่างสีเขียว น้ำตาล หรือขาว ซึ่งถ้าหากเป็นสีขาวก็อาจมีการสอดแทรกสีสันที่สดใสที่เข้ากับความเป็นชายหาด เช่น สีเขียวน้ำทะเล หรือสีฟ้า และมีระเบียบเพื่อพักผ่อน รับลมชายหาด และทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
สรุป แบบบ้านชั้นเดียว น่าสนใจ
หลังจากที่รู้จักกับบ้านสไตล์ต่าง ๆ กันไปแล้ว ทางเราหวังว่าผู้อ่านจะสนใจสร้างบ้านชั้นเดียวในแบบที่ชื่นชอบถูกใจ ซึ่งบ้านแต่ละแบบก็มีจุดเด่น ข้อดี และข้อด้อยที่แตกต่างกัน แต่ถ้าหากคุณไม่มีงบสร้างและตกแต่งบ้าน ที่เว็บไซต์ Kaidee Property ก็มีบ้านหลากหลายสไตล์ให้ได้เลือกซื้อ
อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ
Aug 5, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกแล้วล่ะก็ คุณคงจะรู้ดีว่า การที่จะทำให้ต้นไม้เติบโตอย่างรวดเร็ว และออกดอก ออกผลอย่างสวยงามนั้น การใช้ “ปุ๋ย” เป็นสิ่งสำคัญ ไม่แพ้ไปกว่าการรดน้ำต้นไม้เลย
เพราะปุ๋ย หรือ Fertilizer นั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นตัวช่วยให้ดินมีลักษณะร่วนซุย สามารถกักเก็บน้ำได้ดีขึ้นแล้ว ปุ๋ยยังให้สารอาหารที่จำเป็นต่อพืช และต้นไม้ของเรา อย่างเพียงพอ ซึ่งสารอาหารที่จำเป็นต้นไม้เหล่านั้น ได้แก่ ไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) หรือ “NPK” นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปุ๋ยจะจำเป็นกับต้นไม้ของเราแค่ไหน ราคาของปุ๋ยในปัจจุบัน ก็ทำให้เราท้อได้เหมือนกัน ยิ่งสำหรับใครที่มีสวนขนาดใหญ่แล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าราคาปุ๋ยเล่นทำเอากระเป๋าแห้งกันเลยทีเดียว
แล้วทำไมเราต้องซื้อปุ๋ยราคาแพงๆ ด้วยล่ะคะ ในเมื่อมันมีวิธีการทำปุ๋ยแบบ Homemade ที่เราสามารถทำเองได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องเสียงสตางค์สักบาท?
ประเภทของปุ๋ย
เราสามารถแบ่งประเภทของปุ๋ย (ตามเกณฑ์วัสดุที่ใช้เป็นปุ๋ย) ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ปุ๋ยเคมี และ ปุ๋ยอินทรีย์
ซึ่ง ‘ปุ๋ยเคมี’ ตามชื่อเลย คือปุ๋ยที่ผสมสารอนินทรีย์เป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งสารอนินทรีย์นี้จะเป็นสารที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมี แตกต่างจาก ‘ปุ๋ยอินทรีย์’ อย่างสิ้นเชิง เพราะปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ยที่มีองค์ประกอบจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น พืช, สัตว์, จุลินทรีย์ เป็นต้น
ดังนั้น ผลผลิตจากต้นไม้ที่ถูกเลี้ยงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ จึงไม่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ปุ๋ยอินทรีย์ยังไม่ทำลายหน้าดินในระยะยาว แต่กลับช่วยให้หน้าดินแข็งแรง และสามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
วันนี้ Kaidee จึงได้รวบรวม วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ง่ายๆ มาฝากกัน ซึ่งถ้าเราบอกว่า “ง่าย” คือ “ง่าย” ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะวิธีเหล่านี้ นอกจากจะทำเองได้ที่บ้านแล้ว วัตถุดิบต่างๆ ยังหาได้ง่ายรอบตัวเรา อีกต่างหาก ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
1. ‘ปุ๋ยเปลือกกล้วย’:
“ทำง่ายที่บ้าน เรื่องกล้วยๆ”
เพื่อนๆ รู้ไหมเอ่ย ว่าเปลือกกล้วยมี สารอาหารประเภท โพแทสเซียม (K) สูงถึง 42 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโพแทสเซียมนั้น เป็นหนึ่งใน 3 สารอาหารที่จำเป็นต่อพืช (โพแทสเซียม, ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัส) โดยโพแทสเซียมจะรับหน้าที่เป็นตัวช่วยในการเคลื่อนย้ายสารอาหาร และการสังเคราะห์แสงของพืช และต้นไม้ นั่นเอง
วิธีทำปุ๋ยเปลือกกล้วย
- นำเปลือกกล้วยไปอุ่นในไมโครเวฟประมาณ 30-45 วินาที จนกระทั่งเปลือกกล้วยเกือบไหม้ แข็งกระด้าง ไม่สามารถง้อเปลือกได้
- นำเปลือกกล้วยที่ไหม้ได้ที่นี้ ไปวางไว้บนหน้าดินของต้นไม้ หรือพืชสวนครัวของเพื่อนๆ
- นอกจากนี้ เรายังสามารถนำเปลือกกล้วยไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อให้ได้ ‘ปุ๋ยน้ำ’ ที่เต็มไปด้วยสารอาหารโพแทสเซียมจากเปลือกกล้วย ซึ่งสามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ แทนน้ำประปาได้เลย
2. ‘ปุ๋ยเปลือกไข่’:
“ปุ๋ย Homemade พิเศษใส่ไข่ 1 ที่”
เมื่อเช้าเพื่อนๆ ได้รับประทานเมนูไข่อะไรเป็นข้าวเช้ากันคะ ไข่ดาว? ไข่เจียว? ไข่ต้ม? หรือไข่ข้น?
แต่ไม่ว่าจะเป็นไข่แบบไหน ก็อย่าเพิ่งทิ้งเปลือกไข่ไปนะคะ เราสามารถเอามันมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ เพราะเปลือกไข่นี้ ให้ประโยชน์ และสารอาหารมากมายแก่ต้นไม้ และพืชสวนครัวของเรา
เนื่องจากเปลือกไข่ประกอบไปด้วย แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส (P) จำนวนมาก อีกทั้งยังมีสารอาหารจำเป็นอื่นๆ เช่น โซเดียม (แต่ไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายต่อต้นไม้) และ แมกนีเซียม อีกด้วย
วิธีทำปุ๋ยเปลือกไข่
วิธีทำปุ๋ยไข่นี้ ก็ทำได้ง่าย มีวิธีทำคล้ายคลึงกับการทำปุ๋ยเปลือกกล้วยในข้อแรก ต่างกันเพียงแค่วัตถุดิบเท่านั้น
- เตรียมเปลือกไข่ประมาณ 5-6 ใบ ต่อต้นไม้ 1 ต้น
- นำเปลือกไข่ไปอุ่นในไมโครเวฟ ครั้งละ 5-6 ใบ ในเวลา 1 นาที เพื่อให้ไข่แห้ง ไม่มีความชื้นใดๆ เกาะที่ผิวเปลือกไข่
- จากนั้นให้ทุบเปลือกไข่ให้ละเอียด และนำไปวางไว้ที่บนหน้าดินของพืช หรือต้นไม้นั้นๆ
- หรือสามารถทำปุ๋ยน้ำจากเปลือกไข่ได้ โดยนำเปลือกไข่ไปแช่น้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ และใช้น้ำนั้นรดแทนน้ำประปานั่นเอง
3. ‘ปุ๋ยกากกาแฟบด’:
“ดื่มเสร็จแล้วอย่าพึ่งทิ้งซาก กากกาแฟมันใช้ได้อีก”
เชื่อไหมคะว่าเราสามารถใช้กากกาแฟบด (Coffee ground) เป็นปุ๋ยได้ด้วย จริงๆ แล้ว การนำกากกาแฟบดมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์นั้น เป็นที่รู้จักพอสมควร
เนื่องจากกากกาแฟบดนั้น มีส่วนช่วยในการลดค่า pH (กรดด่าง) ในหน้าดิน และเพิ่มความเป็นกรดของดินให้สูงขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับพืชที่ชอบดินเปรี้ยว เช่น ดอกกุหลาบ, ดอกพุดซ้อน,แครอท, หอมแดง, ต้นสน เป็นต้น
และอีกหนึ่งเหตุผลที่กากกาแฟสามารถใช้แทนปุ๋ยได้ดีนั้น เป็นเพราะว่า กากกาแฟประกอบไปด้วยสารไนโตรเจน จำนวนมาก ดังนั้นปุ๋ยกากกาแฟบดนี้ จึงช่วยดูดซึมธาตุเหล็กหนักๆ ในดิน ป้องกันสารอันตรายต่างๆ จากพืชได้นั่นเอง
วิธีทำปุ๋ยกากกาแฟบด
- นำกากกาแฟบดไปโรยบนหน้าดิน โดยให้โรยรอบต้นไม้ หรือพืช
- เพื่อนๆ สามารถทำปุ๋ยน้ำจากกากกาแฟบดได้เช่นกัน โดยการนำกากกาแฟบดจำนวนพอเหมาะ ใส่ลงไปในน้ำปริมาณ 1 แกลลอน ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จนน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เท่านี้ ก็จะได้น้ำปุ๋ยกากกาแฟ แล้วค่ะ
4. ‘ปุ๋ยจากดีเกลือฝรั่ง (Epsom salts):
“นอกจากจะดีต่อผิว ยังมีประโยชน์ต่อต้นไม้อีกด้วย”
ดีเกลือฝรั่ง หรือที่เรียกกันตามภาษาวิทยาศาสตร์ว่า แมกนีเซียมซัลเฟต นี้ เป็นผลึกขาว ที่มีรสชาติเค็ม ซึ่งหลายคนรู้จักดีเกลือฝรั่งกันดี จากสรรพคุณของมันต่อผิวพรรณ ช่วยลดสิ้วเสี้ยน และ ช่วยปรับสมดุลให้ผิวผ่อนคลาย นั่นเอง
แต่มีน้อยคนนะคะ ที่รู้ว่า ดีเกลือฝรั่ง สามารถนำมาใช้ทำปุ๋ยได้ เพราะจริงๆ แล้ว ‘แมกนีเซียมซัลเฟต’ นี้เองสามารถช่วยให้พืชพรรณ งอกงามเร็ว และ ออกดอก ออกผล ได้สมบูรณ์ กว่าเคย แมกนีเซียมซัลเฟต จึงเป็นปุ๋ยที่ดีต่อพืชดอก และ ผล อย่างเช่น ผลไม้ หรือ ดอกไม้ นั่นเองค่ะ
วิธีทำปุ๋ยดีเกลือฝรั่ง
- นำดีเกลือฝรั่งปริมาณเท่ากำมือ ไปโรยตามร่องดิน หรือ ขุดหน้าดิน 1-2 นิ้ว จากนั้นโรยดีเกลือฝรั่งลงไป และกลบทับด้วยดินอีกครั้ง
- หรือ สามารถโรยดีเกลือฝรั่งบนหน้าดิน เป็นวงแหวนขนาดใหญ่ รอบพืชพรรณนั้นๆ
(โดยให้วงแหวนห่างจากก้าน หรือรากต้นไม้ ประมาณ 4 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ดีเกลือไหม้ก้านของต้นไม้ และเป็นอันตรายแก่ต้นไม้ได้นั่นเอง)
5. ‘ปุ๋ยขี้เถ้าถ่าน’ :
“อย่าตัดสินคนจากภายนอก ขี้เถ้าถ่านมีประโยชน์กว่าที่เห็น”
หลังจากที่เราใช้ถ่านเป็นฟืนเรียบร้อยแล้ว ขี้เถ้าของถ่านที่ได้นั้น เป็นแหล่งสะสมที่ดีของสารจำพวก แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และเป็นส่วนประกอบหลักของปุ๋ยทั้งนั้น ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าขี้เถ้าถ่านมีสารที่จำเป็นต่อพืชอยู่ที่อัตราส่วน 0-1-3 (N-P-K) นั่นเอง
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลย ที่คนนิยมนำผงขี้เถ้าถ่าน มาใช้ทำปุ๋ย หรือ แทนปุ๋ย
วิธีทำปุ๋ยขี้เถ้าถ่าน
- เพื่อนๆ สามารถเก็บขี้เถ้าถ่านได้จากการเผาไหม้ของถ่าน 2 ประเภท ได้แก่ ถ่านไม้ และ ถ่านหิน
- นำขี้เถ้าถ่านมาบนโรยหน้าดิน ให้มีความหนาประมาณ 2 นิ้ว
- ใช้คราด, ส้อมพรวนดิน หรือ พลั่ว คลุกให้เข้ากับดิน
- จากนั้นให้ปลูกต้นไม้ตามปกติ เท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้ปุ๋ยขี้เถ้าถ่าน ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารครบครัน แล้วค่ะ
ทำปุ๋ย Homemade ไม่ยากเลยใช่ไหม
เป็นยังไงบ้างคะ ทำปุ๋ย Homemade เองที่บ้าน ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม ที่สำคัญ วัตถุดิบก็หาง่ายมากๆ มีอยู่รอบตัวเราเลย เพียงแค่เพื่อนๆ เดินเข้าไปในครัว ก็เจอวัตถุดิบแล้ว
แต่ถ้าคนไหนที่ไม่มีเวลามานั่งทำปุ๋ยอินทรีย์ Homemade กันจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากเสียสตางค์ซื้อปุ๋ยอินทรีย์ราคาแพงๆ เราขอแนะนำให้ลองแวะมาเยี่ยมชมปุ๋ยอินทรีย์ได้ที่ Kaidee ค่ะ ที่เว็บไซต์ของเรา มีปุ๋ยหลายประเภทให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์, ปุ๋ยเคมี หรือแม้กระทั่งสารกำจัดแมลงอีกมากมาย และที่สำคัญ ราคาก็เป็นกันเองด้วยนะ คลิกเลย