เคล็ด (ไม่) ลับ เลือก โซฟา ง่าย ๆ ให้ตรงใจ

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือก โซฟา ง่าย ๆ ให้ตรงใจ

โซฟา ไอเทมหลักที่เป็นส่วนประกอบของห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่พักผ่อนร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว แต่ ๆ ๆ ใช่ว่าจะนั่งโซฟาแล้วชอบไปหมดทุกตัวนะ เพราะโซฟาแต่ละแบบ แต่ละชนิดวัสดุก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แล้วโซฟาแบบไหนล่ะที่เหมาะกับเรา ? แล้วเราจะเลือกโซฟาอย่างไร ? จะดูแลรักษาอย่างไรให้โซฟาเหมือนใหม่ตลอดเวลา ? มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเถอะ

เลือกจากลักษณะการใช้งาน

เคล็ดลับการเลือกซื้อโซฟาอันดับแรก เราจำเป็นที่จะต้องเลือกโซฟาตามลักษณะการใช้งานของเราเพราะโซฟาประเภทต่าง ๆ ก็มีดีไซน์และลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะกับอสังหา หรือการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะมีอยู่ 6 ประเภทหลัก ๆ ที่ทุกคนควรรู้ ดังนี้

โซฟา ประเภทต่าง ๆ

โซฟาเข้ามุม

หรือโซฟารูปตัว L ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะขนาดที่ใหญ่แบบพอดี ๆ จนสามารถนำไปใช้ได้กับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยการแบ่งสัดส่วนห้อง ตกแต่งให้หรูหรา สามารถนั่งได้หลากคน หรือจะใช้นอนพักผ่อนก็ใช้ได้เช่นกัน

โซฟาเซต (Sofa Set)

เซตโซฟาขนาดใหญ่ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านเยอะ เหมาะกับบุคคลที่ต้องการซื้อโซฟาแบบครบครันในคราวเดียว โดยไม่ต้องจับคู่สีเอง ซึ่งเซตโซฟาที่ใหญ่ที่สุดจะประกอบไปด้วย โซฟา 3 ที่นั่ง + อาร์มแชร์ + โต๊ะกลาง + โซฟาคู่ + หมอนอิง เรียกได้ว่าสะดวกเป็นอย่างมาก

อาร์มแชร์ (Armchair)

หรือที่เรียกว่าโซฟาเดียว เป็นโซฟาที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ ขนาดเล็ก สามารถใช้กับพื้นที่เล็ก ๆ ได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีน้ำหนักที่เบา เหมาะกับการวางในคอนโดมิเนียม บ้านที่มีสมาชิกไม่เยอะ หรือเสริมจากโซฟาเซต

ขอบคุณรูปจาก: pikisuperstar

โซฟารูปตัว I

โซฟาขนาดปานกลางรูปเส้นตรง 2-4 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการใช้พื้นที่ที่จำกัด ทั้งห้องทำงาน คอนโดมิเนียม บ้านขนาดเล็ก หรือจะวางไว้ที่ปลายเตียงก็เก๋ไปอีกแบบ โดยโซฟาประเภทนี้เป็นโซฟาที่สามารถนอนพักผ่อนได้ไม่แพ้โซฟารูปตัว L เลยล่ะ

โซฟาเบด (Sofabed)

เป็นหนึ่งใน Multifunctional Furniture ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เป็นได้ทั้งโซฟาและเตียงนอนอันแสนสบายด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งเอนเบาะ 180 องศา หรือดึงลิ้นชักด้านล่างให้กลายเป็นเบาะ ทำให้ห้องของคุณใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

โซฟาเดย์เบด (Sofa Daybed)

โซฟากึ่งเตียงนอนที่ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบใด ๆ สามารถใช้งานได้ทั้งการนั่ง นอน หรือวางเท้าได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องนั่งเล่น ห้องนอน มุมพักผ่อน และบริเวณภายนอกอย่างสระว่ายน้ำหรือสวน โดยจะมีลักษณะเบาะที่ลึกและใหญ่กว่าโซฟาทั่วไป

เลือกจากวัสดุของ โซฟา

นอกจากรูปลักษณะของโซฟาแล้ว สมาชิกในบ้านและสุขภาพของสมาชิกยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกวัสดุหุ้มโซฟา เช่น ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็ก ภูมิแพ้ อุณหภูมิ และความชื้นภายในบ้าน เป็นต้น ซึ่งวัสดุการหุ้มโซฟาที่แตกต่างกันก็ต้องมีการดูแลรักษาที่เหมาะสม ดังนี้

วัสดุหุ้มโซฟาแต่ละแบบต้องดูแลรักษาอย่างไร ?

โซฟาหนังแท้

โซฟาหนังแท้เป็นวัสดุที่ถูกผลิตขึ้นจากหนังจากสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่อย่าง วัว ที่ได้รับความนิยมมากกว่าหนังสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งด้วยความที่พวกมันเป็นหนังสัตว์จริง ๆ นี่เอง ที่ทำให้มันหรูหราและดูดี ส่งผลให้โซฟาหนังแท้มีราคาที่สูงมากกว่าวัสดุอื่น ๆ โดยอาจเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว

ซึ่งโซฟาหนังแท้ก็ควรมีวิธีการดูแลเป็นอย่างดี ด้วยการใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดหรือดูดฝุ่น ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่ควรวางของที่มีน้ำหนักเยอะเป็นเวลานานเพื่อป้องกันการยุบตัว รวมถึงห้ามโดนผิวโซฟาน้ำมากเกินไป มิเช่นนั้นโซฟาของคุณก็อาจเป็นรอยได้

โซฟาหนังเทียม

เป็นโซฟาที่นำวัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ มาขึ้นรูปให้มีลักษณะคล้ายโซฟาหนังแท้ ไม่ว่าจะเป็น ผิวสัมผัส หรือลวดลายบนโซฟา ซึ่งราคาของวัสดุประเภทนี้ก็จะมีราคาที่ถูกว่าหนังแท้ อีกทั้งยังนั่งสบายไม่แพ้แท้หนังแท้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอายุการใช้งานที่น้อยกว่า

โดยวิธีการดูแลรักษาโซฟาหนังเทียมก็คล้ายกับหนังแท้ด้วยการดูดฝุ่น หรือเช็ดทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดหนังเทียมหรือน้ำสบู่แบบอ่อน แล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง และพยายามหลีกเลี่ยงให้โซฟาของคุณไม่โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันหนังกรอบ แห้ง และอาจเกิดลายได้

โซฟาผ้า

ถือเป็นวัสดุหุ้มโซฟาที่มีราคาถูกและได้รับความนิยมมากที่สุด มีหลากหลายคุณภาพให้เลือกตามชนิดของผ้าแบบต่าง ๆ ตามความชอบและสไตล์การตกแต่งบ้าน มีสีและลวดลายให้เลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหมเทียม ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้ากำมะหยี่ เป็นต้น นั่งแล้วให้ความรู้สึกถึงความนุ่มสบาย ซึ่งราคาก็จะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนถึงหมื่น 

และด้วยผิวของวัสดุที่กักเก็บฝุ่นนี้เองที่ทำให้การดูแลรักษาต้องใช้การดูดฝุ่น หรือการเช็ดด้วยผ้าหมาดและซับด้วยผ้าแห้ง และอาจจำเป็นต้องนำไปผึ่งแดดเพื่อลดกลิ่นอับ

เลือกจากพื้นที่การใช้งาน

ซึ่งสำหรับขนาดของโซฟาที่เราใช้ก็ต้องมีความพอเหมาะพอดีกับพื้นที่ภายในอสังหาริมทรัพย์ของเรา ให้สัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ทั้งพื้นที่สำหรับการเปิดประตู และพื้นที่การวางสิ่งของภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย โดยควรมีระยะห่าง ดังนี้

พื้นที่ระหว่างประตู: 1–1.5 เมตร

พื้นที่ทางเดิน: 1.5–2 เมตร

รวมถึงไม่ควรวางโซฟาไว้ชิดกับหน้าต่าง เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปก็อาจทำให้โซฟาเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นนั่นเอง

เลือกจากสไตล์การตกแต่ง

เนื่องจากโซฟาถือเป็นของชิ้นใหญ่ทำให้การเลือกสรรโซฟามาวางให้เข้ากับบรรยากาศภายในห้องจึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เลย เช่น การเลือกโซฟาหนังเท่ ๆ สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ โซฟาผ้าดูอบอุ่นสำหรับบ้านสไตล์มินิมอล หรือโซฟาที่มีความโค้งมนสีอ่อนสำหรับบ้านสไตล์วินเทจ เป็นต้น

สรุปความแตกต่างของ โซฟา แต่ละประเภท

รู้ไหมว่า การเลือกโซฟาที่เหมาะสมไม่ได้เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านคุณเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย และจากเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อด้านบนที่เราได้กล่าวก็ไป ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณได้โซฟาที่ถูกใจสำหรับอสังหาริมทรัพย์ของคุณ

แต่ถ้าหากใครที่ไม่อยากลงมือแต่งอสังหาฯ เอง ในเว็บไซต์ Kaidee Property ก็มีอสังหาริมทรัพย์พร้อมอยู่มากมายให้คุณได้เลือก เพียงแค่คลิกด้านล่าง

อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ

รีวิวสเปค Samsung Galaxy Z Filp3, Z Fold3, Galaxy Buds 2

รีวิวสเปค Samsung Galaxy Z Filp3, Z Fold3, Galaxy Buds 2

งาน Samsung Galaxy Unpacked ในเดือนสิงหาคมปี 2021 ที่เพิ่งผ่านมานี้ Samsung ก็ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นที่ 3 ในตระกูล Z พร้อมกับอุปกรณ์อย่าง Galaxy Watch และ Galaxy Buds รุ่นใหม่น่าใช้สุดๆ

ของใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน Galaxy Unpacked 2021 (August)

  • Samsung Galaxy Watch 4 Series
  • Samsung Galaxy Z Fold3 5G
  • Samsung Galaxy Z Flip3 5G
  • Samsung Galaxy Buds 2
  • Thom Browne Limited Edition

Samsung Galaxy Z Fold3 5G

สมาร์ตโฟนพับได้ที่เปิดตัวมาพลิกวงการ ในปีนี้มาในรุ่นใหม่กับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G โดยมีจุดที่พัฒนาขึ้นหลักๆ ดังนี้

  • จอมีความแข็งแรงทนทานต่อการพับมากขึ้น 80% 
  • จอมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
  • กล้องซ่อนใต้หน้าจอ (เมื่อพับจอออก)
  • รองรับ S Pen Pro และ S Pen Fold Edition (แยกจำหน่าย ไม่ได้แถมให้)
  • ทนน้ำมาตรฐาน IPX8

ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้ายกับรุ่นก่อน โดยเรื่องน้ำหนักจะเบาลงเล็กน้อย ในขนาดตัวเครื่องที่เท่าเดิม และในปีนี้ยังมีสีใหม่เพิ่มขึ้นมานั่นคือ Phantom Green และ Phantom Silver 

หน้าจอของ Samsung Galaxy Z Fold3 ได้ถูกพัฒนาให้ค่ารีเฟรชเรทสูงสุดถึง 120Hz และยังปรับให้หน้าจอสว่างขึ้นกว่าเดิมถึง 29% และที่สำคัญหมดเรื่องกังวลใจกับกล้องหน้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ ทำให้ไม่รู้สึกขัดตาขัดใจเวลารับชมคอนเทนต์ต่างๆ อีกต่อไป

ด้าน Productivity ก็พัฒนาให้ทำงานต่างๆได้สะดวกมากขึ้น ด้วยหน้าจอ 7.6 นิ้วที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานแอปต่างๆ แบบ Multitasking ได้อย่างสะดวก แถมยังมี Taskbar ด้านข้างที่ช่วยให้เราเข้าถึงแอปที่ใช้งานบ่อยได้โดยไม่ต้องกลับไปหน้าโฮม 

อีกสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Samsung เองก็รับฟังคำเรียกร้องของกลุ่มลูกค้า ที่อยากให้ S Pen ใช้งานบน Galaxy Z Fold และใน Samsung Galaxy Z Fold3 ก็รองรับการใช้ S Pen แล้ว โดยจะรองรับ S Pen Pro และ S Pen Fold Edition ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ และจะใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น แต่ S Pen นี้จะจำหน่ายแยก ไม่ได้แถมมาให้กับตัวเครื่อง

สเปคอื่นๆ

  • หน้าจอด้านนอก 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (2268 x 832) อัตรารีเฟรชเรท 120Hz
  • หน้าจอหลัก 7.6 นิ้ว ความละเอียด 2208 x 1768 อัตรารีเฟรชเรท 120Hz
  • ซีพียู Qualcomm Snapdragon 888
  • Ram 12GB
  • Rom 256GB หรือ 512GB 
  • กล้องหลังความละเอียด 12MP ทั้งหมด 3 ตัว (Ultra Wide, Wide และ Telephoto) พร้อมระบบกันสั่น Dual OIS 
  • กล้องหน้าบนจอด้านนอกความละเอียด 10MP 
  • กล้องหน้าในจอด้านใน ความละเอียด 4MP
  • แบตเตอรี่ 4400 mAh   
  • น้ำหนัก 271g 

ราคาเปิดตัว

  • 256GB : 57,900 THB
  • 512GB : 61,900 THB

Samsung Galaxy Z Flip3 5G

สมาร์ตโฟนพับได้ดีไซน์เก๋กับ Samsung Galaxy Z Flip3  โดยรุ่นนี้จะเน้นความทันสมัย ใช้งานได้หลากหลายและขนาดที่กะทัดรัด (Stylish Flexible & Compact) ซึ่งในปีนี้มีสีใหม่ให้เลือกเยอะขึ้น อย่างสี Cream Green Lavender และ Black หรือสีพิเศษสำหรับการสั่งซื้อออนไลน์อย่างสี Grey White และ Pink

ดีไซน์โดยรวมของ Samsung Galaxy Z Flip3  ยังคงมีความคล้ายกับรุ่นเดิม แต่หน้าจอด้านหน้าเมื่อพับจอลงแล้ว หน้าจอนั้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า (1.9 นิ้ว) ทำให้จอนี้ช่วยให้เราเข้าถึงการใช้งานหลายอย่างได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่น การอ่านข้อความใหม่ การตอบกลับข้อความผ่าน Bixby หรือใช้งาน Widgets ต่างๆ โดยสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ไม่ต้องเปิดหน้าจอออก 

ส่วนหน้าจอเต็ม เมื่อเปิดออกนั้นจะเป็นหน้าจอ Dynamic Amoled 2X ที่มีขนาด 6.7 นิ้วความละเอียด FHD+ (2640 x 1080) และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 120 Hz ทำให้ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม เสพคอนเทนต์ก็ได้อรรถรสที่เต็มอิ่ม 

กล้องหลังของ Samsung Galaxy Z Flip3 ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น โดยกล้องคู่หลังจะมีความละเอียด 12MP ทั้งสองตัว โดยจะเป็นเลนส์ Wide และ Ultra Wide ซึ่งจะมาพร้อมระบบกันสั่น OIS และระบบโฟกัส Dual Pixel AF  ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียด 10MP ซึ่งไม่ว่าจะพับจอหรือไม่นั้นเราก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้อย่างสะดวก เพราะหากพับจออยู่นั้น หน้าจอด้านหน้าก็จะแสดงผลเป็นหน้าจอสำหรับถ่ายเซลฟี่ทั้งภาพและวิดีโอได้เลย 

สเปคอื่นๆ

  • ซีพียู Qualcomm Snapdragon 888 
  • Ram 8GB 
  • Rom 128GB หรือ 256GB
  • รองรับ 5G
  • ทนน้ำมาตรฐาน IPX8
  • แบตเตอรี่ 3,300 mAh 
  • รองรับชาร์จไร้สาย

ราคาเปิดตัว

  • 128GB : 34,900 THB
  • 256GB : 36,900 THB

Samsung Galaxy Watch 4 Series

เปิดตัวเป็นชิ้นแรกในงานกับ Galaxy Watch 4 Series โดยดีไซน์ในรุ่นนี้จะปรับให้มีความ Seamless ไร้รอยต่อ ทันสมัย ใช้งานได้กับทุกวัย ด้วยหน้าจอ Super Amoled ที่แสดงผลได้อย่างดีและตัวเครื่องก็มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น แถมยังทนน้ำในระดับ IP68 ได้ ซึ่งในรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนสายได้หลากหลายแบบและยังมีหน้าปัดจอใหม่ๆให้ได้เลือกใช้อีกมากมายเช่นเดียวกัน

Galaxy Watch 4 Series เป็นรุ่นแรกที่ใช้งานในระบบปฏิบัติการ Wear OS ใหม่ที่พัฒนาโดย Samsung ซึ่งฟีเจอร์เด่นๆ ที่รุ่นนี้สามารถทำได้ จะเน้นไปที่ด้านสุขภาพ เช่น Sleep Analysis การตรวจวัดการนอน รวมไปถึงการตรวจระดับออกซิเจนขณะนอนหลับ หรือ Body Composition การตรวจวัดร่างกายที่สามารถทำได้โดยใช้สองนิ้วแตะไว้ที่เซนเซอร์ และรองรับการตรวจจับการออกกำลังกายต่างๆมากถึง 95 ชนิด

สเปคอื่นๆ

  • หน้าจอขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด 450 x 450
  • หน้าจอแบบ Always-on
  • Rom 16GB
  • Bluetooth 5.0 
  • แบตเตอรี่ 361 mAh 
  • 4 สี Black, Pink Gold, Silver และ Green  

Galaxy Buds 2

หูฟังรุ่นต่อยอดกับ Galaxy Buds 2 ในรุ่นนี้ออกมาแบบได้อย่างดีมีกิมมิกในตัว โดยดีไซน์ภายนอกนั้นจะเป็นสีขาวล้วน แต่ภายในจะเปลี่ยนไปตามสีที่คุณเลือกซื้อ ซึ่งจะมี Olive, Lavender, Graphite, White 

Galaxy Buds 2 พัฒนาให้เสียงไมค์ในตัวเครื่องดีขึ้นยิ่ง โดยจะมีไมค์ทั้งหมด 3 ตัว (ด้านใน 2 ตัวและด้านนอก 1 ตัว) นอกจากนี้ยังมี Active Noise Canceling ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้มากถึง 98% พร้อมมีระบบ Ambient Sound ให้เราได้ฟังเสียงรอบข้างเมื่อต้องการฟังเสียงข้างนอก  

เรื่องแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ถึง 5 ชั่วโมงแบบเปิด ANC และหากนับรวมการชาร์จในเคสแล้วก็สามารถใช้งานได้รวมทั้งหมด 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

สเปคอื่นๆ

  • เชื่อมต่ออุปกรณ์ Galaxy อื่นๆได้อย่างสะดวกแบบ Auto Switch (สำหรับรุ่นที่มี One UI 3.1 ขึ้นไป)
  • ควบคุมผ่าน Galaxy Watch ได้อย่างสะดวกผ่าน Quick Buds Control 
  • มีปลอกหูฟังให้ 3 ขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่)
  • ปรับแต่ง Equalizer ได้ผ่านสมาร์ตโฟน Galaxy 

Thom Browne Edition

ก่อนจะปิดงาน Samsung ก็ได้เซอร์ไพร์สด้วย Thom Browne Edition โดยจะจำหน่ายเป็นเซ็ท 2 เซ็ท ดังนี้

  1. Samsung Galaxy Z Fold3 5G Thom Browne Edition

ประกอบด้วย 

  • Samsung Galaxy Z Fold3 5G
  • เคสหนังดีไซน์จาก Thom Browne
  • S Pen Pro 
  • Galaxy Watch 4 พร้อมสายนาฬิกา 3 แบบ
  • Galaxy Buds 2 พร้อมเคสและที่ชาร์จไร้สาย

ราคา 111,000 บาท 

  1. Samsung Galaxy Z Flip3 Thom Browne Edition

ประกอบด้วย

  • Samsung Galaxy Z Flip3 5G
  • เคสหนังดีไซน์จาก Thom Browne
  • Galaxy Watch 4 พร้อมสายนาฬิกา 3 แบบ
  • Galaxy Buds 2 พร้อมเคสและที่ชาร์จไร้สาย

ราคา 76,000 บาท

สรุป

Galaxy Unpacked ในครั้งนี้ Samsung ได้พัฒนาไลน์ Galaxy Z ให้มีความล้ำพร้อมกับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในครั้งแรกที่ไลน์นี้เปิดตัวมาจะได้รับความฮือฮา แต่ก็เต็มไปด้วยคำวิจารณ์ค่อนข้างมาก และอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ Samsung ให้ความสำคัญกับ Galaxy Eco system ที่ครอบคลุมการใช้งานในแต่ละอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสาวก Samsung เองก็อาจจะถูกใจกับสิ่งนี้มากเช่นเดียวกัน 

และหากใครนึกถึงสมาร์ตโฟน Samsung ล่ะก็ สามารถเข้ามาดูที่ Kaidee ในหมวดสมาร์ตโฟนได้เลย เรามีสมาร์ตโฟน Samsung ให้คุณได้เลือกมากมายหลายรุ่น พร้อมมีระบบ KD Pay ที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อขายสมาร์ตโฟนของคุณให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ว่าแล้วก็ลองเข้าไปดูกันเลย

กระเป๋า Coach ออกใหม่ปี 2021 และรุ่นที่เซเลบใช้

กระเป๋า Coach ออกใหม่ปี 2021 และรุ่นที่เซเลบใช้

สำหรับหลายคน กระเป๋าเป็นไอเทมที่จำเป็นยิ่งกว่าลิปสติกเสียอีก และถ้าพูดถึงเรื่องของกระเป๋าแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าในบรรดากระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลาย กระเป๋า Coach เป็นยี่ห้อนิยม และได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาน้องๆ มหาลัย และ สาวๆ วัยทำงาน

elle.com.sg

ด้วยความที่กระเป๋า Coach เป็นกระเป๋าระดับ High-End เคลมด้วยคุณภาพหนังแท้ ที่แข็งแรงทนทาน ติดลมบนความฮิตในบ้านเรามาอย่างยาวนาน แต่เขากลับมีราคาที่เอื้อมถึง ไม่แพงจนกระเป๋าต้องฉีก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กระเป๋า Coach เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับสาวๆ ที่รัก และชอบสะสมกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ไม่อยากถึงขั้นต้อง ‘Break The Bank’ กินมาม่ากันช่วงสิ้นเดือนนั่นเอง

นอกจากนี้ หนึ่งในแรงสนับสนุนความเป็นที่นิยมของกระเป๋า Coach คงต้องขอยกความดีความชอบ ให้กับเหล่าเซเลบคนดังในหน้า Feed ไอจีทั้งหลาย ที่หมั่นถ่ายรูปลงคู่กับกระเป๋า Coach คู่ใจของพวกเธอ ลงให้พวกเราได้กิเลสแตกกันรายวัน….

เอาล่ะค่ะ ถ้าคนไหน ที่กำลังปรึกษาอากู๋ หากระเป๋า Coach รุ่นเก๋ๆ สุดฮิตกันอยู่ล่ะก็ มาถูกทางแล้วนะคะ วันนี้ Kaidee ได้รวบรวมกระเป๋า Coach รุ่นใหม่ที่เพิ่งถูกปล่อยออกมาอย่างสดๆ ร้อนๆ ในปี 2021 นี้ ให้ได้เลือกกัน รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

เหล่าดาราแฟนคลับของกระเป๋า Coach 

แต่ก่อนจะไปดูกันว่ามีคอลเลคชันกระเป๋า Coach ไหนน่าสนใจ น่าเสียสตางค์กันบ้าง เรามาดูเหล่าดาราคนดัง ผู้เป็นแฟนคลับกระเป๋า Coach กันก่อนดีกว่า ว่ามีใครบ้าง เผื่อเพื่อนๆ จะได้มี Inspiration ในการเลือกซื้อกระเป๋า Coach ให้เหมาะสมกับสไตล์ที่ตัวเองชอบกันมากขึ้น ไปดูกันเลย

‘Jisoo จาก BlackPink’ |  กระเป๋า Coach รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชัน Kiko Mizuhara

แม้ว่าสาว Jisoo จากวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังที่สุดแห่งศตวรรษอย่าง BlackPink จะเป็น Brand Ambassador ให้กับ แบรนด์แฟชั่นชื่อดังแถวหน้า อย่างคุณแม่ Dior แต่เธอก็ไม่ยอมตกเทรนด์ คว้าเอากระเป๋า Coach คอลเลคชัน ลิมิเต็ด อิดิชัน ที่ทางแบรนด์ Coach ได้สร้างสรรค์ขึ้นร่วมกับนางแบบสาวสัญชาติญี่ปุ่น หน้าอินเตอร์ ชื่อดังอย่าง Kiko Mizuhara (กิโกะ มิซูฮาระ) มาไว้ในครอบครองเป็นที่เรียบร้อย 

โดยดีไซน์ของกระเป๋า Coach รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับสีสันเก๋ๆ แบบที่ Coach ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งทั้งสีสัน และดีไซน์นั้น ต่างก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก อวกาศนอกโลก นั่นเอง

ในคอลเลคชันนี้ มีสีให้เลือก 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ, สี fuchsia และ สี silver-blue ค่ะ ส่วนสีที่เห็นว่าจะถูกใจสาว Jisoo ของเรามากที่สุด ก็หนีไม่พ้น สี fuchsia หรือ สีม่วงสว่าง-อมชมพู ที่ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศนอกโลกได้อย่างลงตัวใบนี้นี่เอง

‘Taylor Swift’ | กระเป๋า Coach Court Bag 

สำหรับ Swifties ทั้งหลาย อย่าได้พลาดกระเป๋า Coach สุดคลาสสิกรุ่น Coach Court Bag ใบนี้เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะถึงแม้ว่าดีไซน์ของเขา จะออกไปในทางเรียบร้อยไปสำหรับความชอบของใครหลายคน แต่ในยุคนี้ อะไรๆ ก็ต้องมินิมอลไว้ก่อนนะคะสาวๆ

กระเป๋า Coach Court Bag ใบนี้ จะมีดีไซน์ที่ค่อนข้างไปในทางวินเทจ เหนือกาลเวลา เน้นไปในทางเรียบง่าย และสามารถสะพายได้ในทุกโอกาสมากกว่าสีสันฉูดฉาด ซึ่งเห็นได้จากสีที่มีให้เลือกเพียงแค่ 2 สีเท่านั้น ได้แก่ สีดำ และ สีน้ำตาล 

สำหรับสาวเรียบร้อย งบน้อย กระเป๋า Coach เหมาะที่สุดแล้ว เพราะใบนี้ยังมาในราคาที่ย่อมเยา 

เริ่มต้นเพียงแค่ 6,990 บาท

มิ้น ชาลิดา |  Coach Tabby Top Handle

มาถึงเซเลบบ้านเรากันบ้าง ครั้งนี้สาว มิ้น ชาลิดา ก็ไม่พลาดหยิบกระเป๋า Coach รุ่น Tabby Top Handle มาเป็นเจ้าของ เพิ่มลุคนางเอก สายหวาน เอะอะน้ำตาแตก ให้กับตัวเองได้อย่างไม่แพ้นางเอกน้องใหม่แน่นอน

ด้วยดีไซน์ที่มีความโมเดิร์น ผสมกับความคลาสสิกจากดีไซน์ในยุค 70 อย่างลงตัวของกระเป๋าใบนี้ แถมด้วยสัญลักษณ์ตัว C เอกลักษณ์ของแบรนด์ตรงกลางกระเป๋า จึงทำให้กระเป๋า Coach ใบนี้ดูแพง แต่ไม่ออกนอกหน้า ให้นิยามของคำว่า ‘นางเอก’ จริงๆ 

เท่านี้ยังไม่พอ กระเป๋า Coach ใบนี้ยังถูกปรากฎตัวในซีรีย์เกาหลีชื่อดัง “Itaewon Class” โดยถูกสะพายโดย ควอน นารา ผู้เป็นรักแรกของพระเอกอีกด้วย 

ssilife.com

รู้อย่างนี้แล้วรออะไรอยู่คะ กระเป๋าใบนี้ถูกสะพายโดยนางเอกหน้าหวานถึง 2 คนเลยนะ

ราคาเริ่มต้นที่ 9,950 บาท 

กระเป๋า Coach คอลเลคชันใหม่ล่าสุดปี 2021

มาถึงกระเป๋า Coach คอลเลคชันล่าสุด ที่ออกมาให้เราได้ชื่นชมในปี 2021 กันบ้าง บอกเลยว่า แม้ว่าสถานการณ์บ้านเราจะน่าปวดหัวเพียงใด แต่ถ้าพูดถึงเรื่องแฟชั่นแล้วล่ะก็ แบรนด์ต่างๆ ก็ไม่มีพักเบรก หรือ Lockdown กันนะคะ กระเป๋า Coach เองก็เช่นกัน ในปีนี้ มีกระเป๋า Coach รุ่นใหม่ๆ ออกมาให้เลือกเยอะแยะเลย จะมีอะไรบ้าง มาอ่านกันต่อเลยค่ะ !

1. กระเป๋า Coach Pillow Tabby

ellethailand

ต้องขอบอกเลยว่าผู้เขียนชอบดีไซน์ และความแหวกแนว ของกระเป๋า Coach Pillow Tabby ใบนี้มากๆ เพราะในตอนนี้ จะมีอะไรที่เจ๋งไปกว่ากระเป๋าที่สามารถเป็น หมอน ในเวลาเดียวกันอีกล่ะคะ ใช่แล้วค่ะ “หมอน”เพื่อนๆ อ่านไม่ผิดค่ะ เพราะกระเป๋า Coach รุ่นนี้ ได้ไอเดียการออกแบบมาจากหมอนนั่นเอง 

แถมยังมีมาให้เลือกกันถึง 3 ไซส์ด้วยกัน ซึ่งไซส์ใหญ่ที่สุดนี้ ทาง Coach ได้เคลมว่า ขนาดเท่ากับหมอนจริงเลยทีเดียว 

today.com

ครั้งนี้ Coach ได้นำดีไซน์ของกระเป๋า Coach รุ่นไอคอนิก อย่างรุ่น Tabby มาปรับโฉมใหม่ ให้ดูทันสมัย เหมาะกับลูกค้ากลุ่ม Gen Z และ Millennials มากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสีสันให้สดใสกว่าเดิม โดยมีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีชมพู, สีส้ม, สีเขียว, สีดำ จนไปถึง สีงาช้าง เลยทีเดียว

ที่สำคัญ หนังของกระเป๋า Coach ใบนี้ ก็นุ่มเอามากๆ เรียกได้ว่า นุ่มนิ่มจนต้อง สะพายไป กอดไป กันเลยทีเดียว  

ราคาเริ่มต้นที่ 23,310 บาท 

2. กระเป๋า Coach x Champion

laptrinhx.com

ครั้งนี้ Coach ได้จับมือร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายกีฬาชื่อดัง อย่าง Champion® เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คอลเลคชัน ลิมิเต็ด เอดิชัน ที่ชื่อ “Coach x Champion” และมาพร้อมกับสโลแกนเก๋ๆ

 ‘How to Coach a Champion’ 

โดยคอลเลคชันนี้ สจ๊วต วีเวอส์ (Stuart Vevers) ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ของ Coach ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์กระเป๋า Coach และเสื้อผ้าในคอลเลคชัน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแจ็กเกตหนัง, เสื้อสเวตเตอร์, เสื้อยืด และ กางเกงวอม ให้มีดีไซน์ ที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึง มรดกทางวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน และเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ Coach และ Champion ได้ในเวลาเดียวกัน 

3. กระเป๋า Coach Turnlock Clutch in Signature Chambray  

ถ้าคนไหนเป็นแฟนคลับของ Coach อยู่แล้วล่ะก็ คงจะรู้กันดีว่ากระเป๋า Coach รุ่น Turnlock Cluth หรือ กระเป๋า Coach เปิดแบบหมุนล็อกนั้น ถือเป็นรุ่น Signature ของทางแบรนด์กระเป๋า Coach เลยก็ว่าได้

ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 ที่ผ่านมา ทาง Coach ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ โดยการปรับโฉมเจ้าตัวกระเป๋าทรง Turn Cluth ในดูทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม โดยในครั้งนี้กลับมาในลาย Coach’s signature jacquard เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติม ด้วยสีฟ้าคราม Denim เรียกได้ว่าสีฟ้าครามนี้ ดูเก๋ โดนใจวัยรุ่น และเทรนด์สีที่กำลังมาแรงในปี 2021 เป็นที่สุด 

และก็เหมือนเคย Coach ยังคงใช้หนัง Glove-Tanned ซึ่งมีความหนา และคงทน ตามมาตรฐาน Coach อีกเช่นเคย เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชัน Coach ก็ไม่ยอมเสียชื่อคุณภาพหนังของกระเป๋า Coach แน่ๆ

ราคาเริ่มต้นที่ 22,500 บาท 

ได้กระเป๋า Coach ถูกใจกันบ้างหรือยังคะ 

เป็นไงกันบ้างคะ อ่านมาจนถึงตรงนี้ มีกระเป๋า Coach ใบไหน ที่พอจะเข้าตากันบ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Coach รุ่นคลาสสิก สุดฮิตในหมูเซเลบเอย หรือ รุ่นใหม่คอลเลคชันล่าสุดเอย รับรองว่า เมื่อได้น้องมาเป็นเจ้าของแล้ว ไม่มีคำว่าเสียดายตังแน่นอน

หากคนไหน ยังเลือกไม่ได้ และอยากได้ตัวเลือกเพิ่มเติม เราแนะนำให้ลองแวะมาเยี่ยมชมกระเป๋า Coach ที่ Kaidee ได้นะคะ เรามีกระเป๋า Coach หลายรุ่น ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ให้เลือกมากมาย ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย คลิกเลย 

เผยโฉม!! Honda Civic Gen 11 อย่างเป็นทางการ

เผยโฉม!! Honda Civic Gen 11 อย่างเป็นทางการ

กลับมาอีกครั้งหนึ่งกับ Honda Civic ใหม่ ซึ่งการมาในครั้งนี้ก็มาถึงเจเนอเรชันที่ 11 เข้าไปแล้ว มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เป็น “สปอร์ตพรีเมียมซีดาน” ที่แรง เร้าใจกับขุมพลังของเครื่องยนต์ VTEC TURBO ต้องขอบอกเลยว่าเจเนอเรชันก่อนนั้นชิดซ้ายไปเลย นอกจากนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง Kaidee Auto จะมาอัปเดตให้!!

หมัดฮุกใน Honda Civic เจเนอเรชัน 11

เพิ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว Honda Civic ใหม่ ที่ก้าวเข้าสู่ เจเนอเรชัน 11 มาดูกันเลยว่าจะมีอะไรบ้างที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อน

1. ภายนอก – ภายในดีไซน์ใหม่

เป็นจุดชูโรงของทาง Honda เลยก็ว่าได้ที่มีการปรับลุคใหม่ ให้กลายมาเป็นรถดีไซน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นสไตล์ “สปอร์ตพรีเมียม” อย่างลงตัวในทุก ๆ มุมมองของรถ อีกทั้งยังมีรุ่น RS ที่ความพิเศษเพิ่มเติมด้วยการตกแต่งให้รถยนต์คุมโทนสีดำ มาพร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและดุดันยิ่งขึ้น

2. เครื่องยนต์ใหม่ เล็กลงแต่แรงกว่าเดิม

เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ Honda ทำมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ Honda Civic เจเนอเรชันก่อน รวมไปถึงรถยนต์รุ่นพี่อย่าง Honda Accord นั่นก็คือการ “Downsizing Engine” หรือให้เรียกกันง่าย ๆ เป็นการลดขนาดของเครื่องยนต์ให้เล็กลง แต่ยังคงได้สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ดีกว่าเดิม การทำแบบนี้ก็เพื่อการประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังสามารถลดมลพิษที่รถยนต์นั้นปล่อยออกมาได้อย่างมหาศาล เช่นเดียวกับในครั้งนี้ Honda Civic มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่อย่าง

  • เครื่องยนต์ DOHC VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E85

3. สุดยอดโหมดการขับขี่สุดเร้าใจ

โหมดการขับขี่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ ในทุกไลฟ์สไตล์ มีมาให้เลือกด้วยกันถึง 3 โหมด

  • ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสุด Honda SENSING

เทคโนโลยีที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัย Honda SENSING นั้นจะทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้ารถ ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบเหล่านี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

5. ความสะดวกสบายภายใน

Credit : Honda Thailand

หมดห่วงเรื่องความสะดวกสบาย เพราะ Honda Civic เจเนอเรชัน 11 มากับมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน 

6. ระบบใหม่!! Honda Smart Key Card

Credit : Honda Thailand

กุญแจรถแบบใหม่สไตล์หรู พกไปไหนมาไหนต้องมีคนถาม!! แถมสะดวกในการพกพาอีกด้วย ความสวยงามอย่างลงตัวในทุกการแต่งตัวของผู้ขับขี่ พร้อมกับฟังก์ชันที่ยอดเยี่ยมให้คุณล็อกและปลดล็อกได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท

ราคาขายของ Honda Civic เจอเนอเรชัน 11

ในครั้งนี้ Honda Civic ใหม่ มีให้เลือกด้วยกันอยู่ 3 รุ่นย่อย ได้แก่

Honda Civic รุ่นราคาขาย
Honda Civic EL964,900 บาท
Honda Civic EL+1,009,900 บาท
Honda Civic RS1,199,900 บาท

พร้อมสีของรถที่มีให้เลือกถึง 6 สี (ใส่รูปสีรถแต่ละสี)

ยลโฉม Honda Civic เจเนอเรชัน 11

สรุปบทความ Honda Civic ใหม่ดีไซน์สปอร์ตซีดาน

เปิดตัวมาให้เห็นกับความงามและเทคโนโลยีสุดล้ำในครั้งนี้ มีความพิเศษที่นอกเหนือจากดีไซน์และจะไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจนั่นก็คือ Honda Smart Key Card ที่ต้องบอกเลยว่า สวยจริง ๆ และยังสามารถสั่งการในเรื่องของสตาร์ทรถพร้อมกับการเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้สามารถขึ้นรถและพร้อมที่จะขับขี่ได้ในทันที ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีในเรื่องของความสะดวกสบายที่มีมาให้อย่างจัดหนักจัดเต็มจนลืมเวลาไปเลย เพื่อคุณได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยบนรถยนต์ Honda Civic เจอเนอเรชัน 11

ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังมองหารถยนต์อย่าง Honda Civic แล้วล่ะก็ Kaidee Auto ตอบโจทย์สิ่งที่คุณกำลังมองหา เพราะที่นี่มีรถยนต์ทั้งใหม่และเก่ามากมายที่ตรงกับใจของคุณ พร้อมกับราคาที่คุณเลือกเองได้ ติดต่อผู้ขายก็แสนง่าย นัดดูรถก่อนการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ลองเลย!! “เพียงคลิกปุ่มข้างล่าง”

Isuzu D-Max 2021 สุดยอดรถกระบะขวัญใจคนไทย

Isuzu D-Max 2021 สุดยอดรถกระบะขวัญใจคนไทย

ถ้าหากจะพูดถึงรถกระบะสักคัน ยี่ห้อแรก ๆ ที่คิดกันขึ้นมาได้ก็คงจะหนีไม่พ้น Isuzu D-Max 2021 ที่เป็นรถกระบะขวัญใจชาวไทย ด้วยความอึด ถึก และบึกบึนของตัวรถ ส่งให้รถยนต์รุ่นนี้เอาชนะใจใครก็ตามที่ได้ลองและชื่นชอบในรถยนต์ที่มีสมรรถนะอันยอดยี่ยม แต่นอกจากนี้มันมีอะไรบ้างล่ะ ที่ทำให้เป็นที่รักของเหล่าหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบรถกระบะ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน

ทำไม Isuzu D-Max 2021 ถึงเป็นขวัญใจคนไทยกัน?

ถ้าหากพูดกันตรง ๆ รถกระบะไหนเล่าจะได้ความนิยมเท่ากับ Isuzu D-max หากลองมองไปตามท้องถนนก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า รถยนต์รุ่นนี้มีอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่ทาง Isuzu นั้นเน้นเป็นจุดขาย และทำให้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะออกรุ่นไหนมา ก็จะเน้นทั้ง 4 ด้านนี้อยู่เสมอ ไม่เคยจางหายไปไหน คือ

1. ประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง

เห็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างเลือกซื้อ Isuzu D-max 2021 เลยก็ว่าได้ เพราะคนที่ซื้อรถยนต์รุ่นนี้มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของการบรรทุกของ ซึ่งทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้า ที่ต้องการขนส่งของไปส่งตามที่ต่าง ๆ การที่รถนั้นประหยัดน้ำมันได้เยอะ นั่นหมายความต้นทุนในการขนส่งแต่ละครั้งก็จะลดตามลงไปด้วยนั่นเอง 

2. ศูนย์บริการที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

จุดขายอีกอย่างของ Isuzu เลยคือเรื่องของศูนย์การให้บริการที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะไปจังหวัดไหนก็มีพร้อมให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถยนต์ หรือแม้กระทั่งบริการซ่อมและจัดหาอะไหล่ อีกทั้งการบริการที่ดีจนได้ยินเสียงจากเหล่าผู้บริโภคว่า Isuzu นั้น “ดูแลลูกค้าด้วยใจอย่างแท้จริง”

3. อึด ถึก ทน ไม่งอแง

ด้วความที่เป็นรถกระบะ ใครเล่าจะไม่ต้องการความอึด ถึก ทน ซึ่ง Isuzu D-Max 2021 หรือรุ่นก่อนหน้า ก็สามารถทำมาได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา วิ่งได้ระยะทางที่ไกล แถมเครื่องยนต์ไม่ค่อยมีปัญหา ทำให้ครองใจใครหลาย ๆ คน เพราะซื้อครั้งเดียวใช้ได้อีกนานหลายปี เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริง ๆ

4. รุ่นย่อยเยอะ จนจำกันไม่หมด

โดยปกติแล้วเราก็จะเห็นรถยนต์แต่ละรุ่นที่ออกมาก็จะมีรุ่นย่อยเต็มที่ได้เกิน 5-7 รุ่นย่อย แต่ขอบอกเลยว่ากฎเกณฑ์นี้ใช้กับ Isuzu D-Max 2021 ไม่ได้จริง ๆ เพราะมีให้เลือกถึง 41 รุ่นย่อย (จะเยอะไปไหนเนี่ย!!) ที่เค้ามีให้เลือกเยอะขนาดนี้ เพราะแต่ละคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน การออกรุ่นย่อยออกมาก็เพื่อทำให้ตอบโจทย์ความต้องให้กับลูกค้าทุกคนนั่นเอง

รถยนต์ Isuzu D-Max 2021 มีอะไรใหม่!!

1. รูปลักษณ์ใหม่ เท่ ดุกว่าเดิม

ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ Isuzu ที่ว่า พลานุภาพ พลิกโลก (Infinite and Potential) ก่อเกิดมาเป็นรูปลักษณ์อันโดดเด่นเหนือใครในบรรดารถกระบะ ด้วยดีไซน์แบบใหม่ทั้งหมด จากกระจังหน้าสู่ไฟท้าย ทำให้ภาพลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด มีความทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการออกแบบให้รถนั้นมีแอโรไดนามิกที่ยอดเยี่ยม ทะลุผ่านอากาศได้ดุจหอกที่แหลมคม

2. รุ่นให้เลือกเยอะ

ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เคยเห็นการแยกรุ่นย่อยของรถที่มีเยอะขนาดนี้มาก่อน และไม่คิดว่าจะมีใครที่กล้าทำแบบนี้อีกด้วย แต่ผิดกับ Isuzu D-Max 2021 เพราะเค้ามีให้เลือกถึง 5 รุ่นหลัก และ 41 รุ่นย่อย ซึ่งมีให้เลือกแบบไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว เดี๋ยวจะมาดู 5 รุ่นหลักกันก่อนว่ามีรุ่นอะไรบ้าง

  • All new Isuzu D-Max X-series โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย
  • All new Isuzu D-Max V-Cross 4×4 โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อย
  • All new Isuzu D-Max 4 Doors โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 12 รุ่นย่อย
  • All new Isuzu D-Max 2 Doors โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 11 รุ่นย่อย
  • All new Isuzu D-Max Spark โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 9 รุ่นย่อย

ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

  • เครื่องยนต์ 1.9 กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน–เมตร ที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์ 3.0 กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน–เมตร ที่ 1,600–2,600 รอบ/นาที

3. ราคาย่อมเยาว์

จากรุ่นย่อยที่มีอยู่มากมายทำให้ราคาเริ่มต้นของ Isuzu D-Max 2021 นั้นไม่แพงอย่างที่คิด เพราะราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 510,000 บาทเท่านั้น!! ซึ่งถือว่าถูกเอามาก ๆ หากเทียบกับกระบะเจ้าอื่น ๆ ที่ราคาเริ่มต้นก็เกือบล้านเข้าไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละรุ่นจะมีราคาเท่าไรกันบ้าง

รถยนต์ Isuzu D-Max 2021 ถูกใจสายไหนบ้าง

ด้วยการทำการตลาดที่ดีของทาง Isuzu ทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าที่ชัดเจน ส่งผลให้การสื่อสารในเรื่องของสมถรรณะนั้นโดนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้าทั้ง 4 และส่งให้มันกลายมาเป็นกระบะสุดฮิต ครองใจสายต่าง ๆ เหล่านี้  

1. สายผัก

สายผักที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึง ชอบทานผักแต่อย่างใด แต่เป็นคำเรียกถึง “เกษตรกร” ที่ต้องการซื้อรถเพื่อใช้การการขนส่งผักหรือผลไม้ เอาไปส่งตามร้านค้าต่าง ๆ ด้วยความจุที่สามารถขนได้เยอะ ช่วงล่างที่ดีในการรับน้ำหนัก ทำให้ถูกอกถูกใจสายผักเป็นอย่างมาก

2. สายซิ่ง

เกือบจะเป็นไม่กี่ประเทศเลยก็ว่าได้ ที่มีความสามารถสูงในการนำรถกระบะมาดัดแปลงให้การเป็นรถยนต์สายซิ่งได้อย่างชำนาญ ก็คงหนีไม่พ้นประเทศไทย กับภาพจำที่เมื่อเราเห็นกระบะแต่งซิ่งเมื่อไร ก็มักจะนึกถึง Isuzu D-max ด้วยราคาที่ถูก แต่งง่าย ของแต่งเยอะ เอาใจสายซิ่งงบน้อยเป็นอย่างดี

3. สายประหยัด

ผู้บริหารของ Isuzu นั้นเน้นเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ว่ารถของ Isuzu จะตัองประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือเหล่าเกษตรกร เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์รุ่นนี้คือกลุ่มสายผัก ทำให้การทำรถยนต์ออกมาให้ประหยัดน้ำมันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนลงไปได้

4. สายช่างเลือก

อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นเลย มาในปีนี้กับ Isuzu D-Max 2021 มีให้เลือกถึง 41 รุ่นย่อย เลือกกันได้ทุกแนวทั้ง 2 ประตูแบบไม่มี Cap หรือจะเป็นแบบที่มี Cap อีกทั้งยังมีแบบ 4 ประตูอีกด้วย ใครที่ต้องการรถยนต์ที่มีให้เลือกแบบยิบย่อย และค่อนข้างละเอียดในเรื่องของออปชันต้องถูกใจกับสิ่งนี้!!

สรุปบทความ Isuzu D-Max 2021

Isuzu D-Max 2021 ที่สุดแห่งรถกระบะพันธุ์อึด ถึก ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาอย่างยาวนานในประเทศไทย ที่โดนใจเหล่าหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย อีกทั้งยังถูกใจเหล่าเกษตรกรที่ต้องการใช้เพื่อบรรทุกหนักในทุก ๆ วัน ด้วยประสิทธิภาพและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม บวกเข้ากับเทคโนโลยีการประหยัดน้ำมัน จึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่โผล่เข้ามาในหัวแน่นอน และเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ได้เคยสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นมาก่อนแล้วล่ะจะต้องหลงรักเลยทีเดียว เพราะว่ามาในปีนี้เขามีรุ่นย่อยถึง 41 รุ่น ตามความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์

แน่นอนว่า ถ้าหากคุณกำลังมองหารถยนต์อย่าง Isuzu D-Max 2021 แล้วล่ะก็ ต้องห้ามพลาด!! กับแพลตฟอร์มคุณภาพอย่าง Kaidee Auto ที่มีรถยนต์มือสองให้เลือกมากมาย แถมยังสามารถนัดดูรถก่อนซื้อจริงกับผู้ขายได้โดยตรงเพียงแชทคุย หรือโทรหาก็ไม่ใช่เรื่องยาก