Apr 17, 2025 | บทความอสังหาฯ
ขายคอนโดหลังแผ่นดินไหวยังไงให้ราคาดี ไม่ขาดทุน
จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา คอนโดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบ บางที่ก็แค่เกิดอาการสั่นไหว บางที่ฝ้าเพดานหลุด ผนังมีรอยร้าวเล็กน้อย แต่บางที่ก็มีรอยร้าวขนาดใหญ่อย่างชัดเจน จากเดิมที่ใครๆ ก็ฝันว่าอยากมีคอนโดไว้เพื่อการใช้ชีวิตสะดวกสบายในเมือง รวมถึงสามารถเอาไปต่อยอดเป็นธุรกิจปล่อยเช่า กลายเป็นว่า ณ ตอนนี้ เหล่าคนซื้อต่างรู้สึกไม่มั่นใจแล้วว่าควรมีคอนโดดีไหม คนขายก็กังวลว่าคนจะยังต้องการอยู่หรือไม่ หรืออาจจำเป็นต้องปล่อยขาดทุนไปเลย
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำธุรกิจปล่อยเช่าคอนโด หรือต้องการปล่อยขายคอนโดอยู่พอดี อย่าให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวมาสร้างผลกระทบทำให้คุณต้องขายขาดทุน มาดูกันเลยว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเรียกความมั่นใจให้ผู้ซื้อและขายคอนโดยังไงให้ได้ราคาดี
3 สิ่งที่ต้องมีให้ผู้ซื้อ หากอยากขายคอนโดหลังแผ่นดินไหวให้มีกำไร
เนื่องจากกระแสราคาคอนโดหลังเกิดแผ่นดินไหวที่ตกลง แน่นอนว่าเกิดจากความกังวลใจของผู้ซื้อและความตื่นตระหนกของตลาด อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ขาย อย่าตื่นตูมตาม แต่ให้โฟกัสการแก้โจทย์ในใจของผู้ซื้อให้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่ ความปลอดภัย ความมั่นใจ และมูลค่าในระยะยาว
1. ความปลอดภัย
ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ โดยเฉพาะหลังจากแผ่นดินไหวที่ทุกคนย่อมเสียขวัญเป็นเรื่องธรรมดา และความปลอดภัยในที่นี้หมายถึงข้อเท็จจริงของสภาพคอนโดคุณว่าทนทานต่อแผ่นดินไหวหรือไม่ ตอนเกิดเหตุ ตัวอาคารได้รับความเสียหายหรือผลกระทบมากน้อยแค่ไหน มีการปรับปรุงคอนโดก่อนขายไหม สามารถอยู่อาศัยได้จริงหรือไม่ โดยคุณสามารถยืนยันกับผู้ซื้อได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

หาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจคอนโด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
- หาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ ไม่ว่าคอนโดของคุณจะได้รับผลกระทบมาก น้อย หรือไม่มีเลย ก็ควรหาวิศวกรที่ชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะมาตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งโครงสร้าง รอยร้าวต่างๆ ควรมีการจดบันทึก เพื่อที่คุณจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่าคอนโดของคุณปลอดภัย
- เน้นย้ำเรื่องมาตรฐานการสร้างของคอนโด อีกหนึ่งวิธีสร้างความเชื่อใจ คือ สอบถามนิติบุคคลและหาแหล่งยืนยัน อาทิ เว็บไซต์หรือเอกสารทางการของคอนโด ว่ามีนโยบายสร้างให้ทนทานต่อแผ่นดินไหวหรือไม่
- แสดงความโปร่งใส ด้วยการมีหลักฐานที่จับต้องได้ เช่น เอกสารแสดงการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เอกสารเรื่องกฎเกณฑ์การสร้างคอนโดจากนิติบุคคล เอกสารยืนยันความปลอดภัยจากนิติบุคคล พร้อมรูปถ่ายหรือวิดิโอที่พร้อมส่งให้ผู้สนใจซื้อได้ในทันที ถ้ามีการซ่อมคอนโดก่อนขายก็ควรแจ้ง หรือถ้าขายออนไลน์ก็สามารถแจ้งไว้ในรายละเอียดด้วยเลยก็ได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้คอนโดของคุณมีความโดดเด่นและได้ใจผู้ซื้อมากกว่าเจ้าอื่น
2. ความมั่นใจ
นอกจากความปลอดภัย ในฐานะผู้ขาย คุณต้องทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าสามารถเชื่อใจคุณได้ ลองนำเทคนิคต่อไปนี้ไปปรับใช้กับกลยุทธ์การขายของคุณดู

สื่อสารอย่างโปร่งใสและเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
- สื่อสารด้วยความชัดเจนและมั่นใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรพูดคุยกับผู้ที่สนใจซื้อ แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของเขา รวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และสร้างความอุ่นใจให้กับเขาด้วยหลักฐานยืนยันถึงความปลอดภัยของคอนโด อย่าใช้คำที่เว่อร์เกินจริงหรือแสดงอารมณ์ที่ล้นจนเกินไป เน้นการสื่อสารด้วยความชัดเจน น้ำเสียงสงบแต่มั่นใจ จะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าคุณมีความน่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบ
- นัดพบเพื่อดูคอนโด แสดงให้ผู้ซื้อเห็นว่าคุณยินดีพาชมห้อง พร้อมพูดคุยและตอบทุกคำถามเพื่อคลายความกังวลได้ตลอด ผู้ซื้อจะได้รู้สึกว่าคุณมีความโปร่งใส และเกิดความมั่นใจที่จะทำการซื้อขายกับคุณ
- คำยืนยันจากบุคคลที่สาม บางทีคำพูดจากปากคุณในฐานะผู้ขายอาจไม่พอ ลองหาโพสต์โซเชียลที่คนแชร์เยอะๆ เกี่ยวกับคอนโดของคุณ หรือตอนนัดดูห้อง สามารถแนะนำผู้ซื้อให้ลองพูดคุยกับนิติบุคคลหรือผู้อาศัยคนอื่นๆ ในคอนโด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยมานานจะช่วยโน้มน้าวให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะเป็นความเห็นจากผู้ที่อยู่จริงและไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับผู้ขาย
3. มูลค่าในระยะยาว
หลังคลายความกังวลและสร้างความมั่นใจแล้ว อย่าลืมเน้นจุดขายที่แท้จริงอย่างมูลค่าในระยะยาวเพื่อให้ผู้ซื้อเล็งเห็นศักยภาพของคอนโดคุณ
- อย่าลืมเรื่องมูลค่า แม้แผ่นดินไหวจะเป็นเรื่องน่ากังวล แต่ท้ายที่สุดแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน หลังจากแสดงหลักฐานความปลอดภัยไปแล้ว พยายามโน้มน้าวให้ผู้ซื้อเห็นถึงภาพใหญ่ของการลงทุนครั้งนี้ อาทิ ทำเลคอนโด อัตราการเช่าอยู่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ฯลฯ และด้วยจุดขายเหล่านี้จะส่งเสริมให้คอนโดมีมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้อย่างไร ผู้ซื้อจะได้รู้สึกว่าเขากำลังลงทุนที่มีแนวโน้มจะได้ผลตอบแทนในระยะยาว
- อย่าลดราคา แต่ให้อย่างอื่นแทน กรณีที่ผู้ซื้อมีความอ่อนไหวเรื่องราคาคอนโด อย่าบุ่มบ่ามลดให้ ไม่งั้นคุณอาจเข้าเนื้อเสียเอง ลองคิดคำนวณให้รอบคอบก่อนว่าถ้าลดแล้วจะขาดทุนไหม หรืออาจลองเสนอทางเลือกอื่นๆ แทน เช่น แถมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆ ช่วยค่าส่วนกลางให้ในระยะแรก หรือค่าอื่นๆ ที่คิดมาแล้วว่าเป็นข้อตกลงที่ได้เปรียบกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเสียมากกว่าหรือน้อยกว่าจนเกินไป
อดทนรอวิกฤตผ่าน และเตรียมตัวให้ดีสำหรับทุกโอกาสที่เข้าหา
การขายคอนโดหลังแผ่นดินไหวถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ยังตื่นตระหนกและรู้สึกไม่มั่นคงอยู่ แต่ในฐานะเจ้าของห้อง คุณต้องเป็นผู้ขายที่มีวิสัยทัศน์และมองให้ขาดว่านี่เป็นเพียงแค่วิกฤตชั่วคราว และมันจะไม่คงอยู่ตลอดไป

เตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับการขายคอนโด
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ ความอดทน การที่คอนโดราคาตกไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรีบขายแบบลดกระหน่ำตามกระแสตื่นกลัว แต่หมายถึงคุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมว่าจะขายคอนโดยังไงโดยที่ยังคงไว้ซึ่งกำไรให้ได้ ซึ่งก็เริ่มจากจัดการหาหลักฐานที่บ่งบอกว่าคอนโดของคุณปลอดภัย ซักซ้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและเน้นเรื่องจุดขายเรื่องการลงทุนระยะยาวเข้าไว้ และเมื่อมีโอกาสเข้ามา คุณจะสามารถขายได้ทันทีโดยไม่เคอะเขิน หรือต้องติดขัดเวลาตอบคำถามผู้ซื้อ และเมื่อผู้ซื้อเกิดความเชื่อใจ คุณก็ปิดการขายได้อย่างราบรื่น พร้อมกำไรแสนงดงาม
ลงทุนในคอนโดกับ Kaidee Property
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณมองหาแพลตฟอร์มขายคอนโด หรือต้องการซื้อคอนโดไว้เองสำหรับการลงทุน สามารถค้นหาได้ที่ Kaidee Property แพลตฟอร์มซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไทย ตั้งแต่ที่ดิน บ้านเดี่ยว คอนโด ห้องเช่า ฯลฯ รวมถึงดีลที่คุณถูกใจได้ เลือกได้ตามทำเลและราคาที่ต้องการ
Apr 11, 2025 | Gadget
Apple เปิดฟีเจอร์ Cell Broadcast บน iPhone ให้ผู้ใช้ในประเทศไทยสามารถรับ “ข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน” ได้โดยตรง พร้อมวิธีเปิดใช้งานง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน
Cell Broadcast คืออะไร?
Cell Broadcast คือระบบส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Emergency Alerts) จากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เหมาะสำหรับแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ, เหตุฉุกเฉิน, หรือภัยพิบัติอื่น ๆ
วิธีเปิดใช้งาน Cell Broadcast บน iPhone

วิธีตั้งค่า Cell Broadcast รับแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน – ไปที่ Settings และเลือก Notifications

วิธีตั้งค่า Cell Broadcast รับแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน – เปิด Amber Alerts และ Emergency Alerts
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือกเมนู การแจ้งเตือน (Notifications)
- เลื่อนลงด้านล่างสุด
- เปิดใช้งานในส่วน “การแจ้งเตือนจากรัฐบาล” (Government Alerts)
-
เปิด Amber Alerts
-
เปิด Emergency Alerts
หากไม่พบเมนู Cell Broadcast ต้องทำอย่างไร?
-
ให้ตรวจสอบและอัปเดต iOS ของคุณให้เป็น iOS 18 ขึ้นไป
-
จากนั้นไปที่:
การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > เกี่ยวกับ (About)
-
จะมีข้อความแจ้งเตือนให้ “อัปเดตการตั้งค่าผู้ให้บริการ” ปรากฏขึ้น
-
เมื่ออัปเดตเสร็จ ฟีเจอร์แจ้งเตือนภัยจะสามารถใช้งานได้
คำแนะนำเพิ่มเติม
อ้างอิงข้อมูล www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2852528
Apr 10, 2025 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ซื้อประกันภัยบ้านไว้ เพื่อคุ้มครองบ้านจากภัยอันตราย

ทำประกันบ้านไว้ บรรเทาความรุนแรงจากความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทยที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องพบเจอกับปัญหาที่อยู่อาศัยชำรุดเสียหาย ถึงแม้ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวสงบลงไปแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมากลับเป็นการซ่อมแซมบ้าน คอนโดหรือที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้
เชื่อว่าความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ จะทำให้ใครหลายๆ คน ต้องเสียค่าซ่อมบ้านหลังแผ่นดินไหวไม่มากก็น้อย และถ้ายิ่งใครที่ไม่ได้ทำประกันภัยบ้านหรือประกันวินาศภัยไว้ ก็ต้องหนักใจกับค่าซ่อมบ้านหลังแผ่นดินไหวที่ต้องเจออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นผนังร้าว ฝ้าหล่น สิ่งของภายในบ้านชำรุดเสียหาย ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา
แผ่นดินไหวในไทย ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

แผ่นดินไหวในไทย ภัยพิบัติที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทยครั้งนี้ หลายๆ คนอาจกำลังมองหาและตัดสินใจในการทำประกันภัยบ้านหรือประกันภัยวินาศภัย ที่จะช่วยคุ้มครองบ้านจากความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว และคุ้มครองค่าซ่อมบ้านหลังแผ่นดินไหว รวมถึงความเสียหายจากทั้งที่ใช่และไม่ใช่ภัยธรรมชาติ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับบ้านของทุกคนในอนาคต
วันนี้ขายดีจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประกันภัยบ้าน ว่าประกันภัยบ้านคืออะไร มีความคุ้มครองแบบไหน และมีวิธีเลือกซื้อประกันภัยบ้านอย่างไรให้คุ้มค่าและได้ผลประโยชน์มากที่สุด
ประกันภัยบ้านคืออะไร?
ประกันภัยบ้านหรือประกันภัยวินาศภัย เป็นประกันที่ช่วยคุ้มครองบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคุณจากหลากหลายความเสี่ยง ที่ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว แต่รวมไปถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ อัคคีภัย การถูกโจรกรรม ซึ่งประกันภัยบ้านก็จะให้ความคุ้มครองทั้งสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ทั้งนี้รายละเอียดของความคุ้มครองประกันภัยบ้าน จะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณเลือก และนโยบายของบริษัทประกันแต่ละแห่งด้วย
ประเภทของประกันภัยบ้านมีอะไรบ้าง?
ประกันภัยบ้านจะแบ่งประเภทตามความต้องการและความเสี่ยงที่ต้องการคุ้มครอง โดยทั่วไปแล้วจะสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ
ประกันคุ้มครองอัคคีภัย

ประกันบ้านแบบคุ้มครองอัคคีภัย
ประกันอัคคีภัยบ้าน คือหนึ่งในประกันวินาศภัยที่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติอย่างไฟป่าหรือเหตุสุดวิสัยจากมนุษย์ เช่น ไฟลัดวงจร เหตุเพลิงไหม้จากแก๊สหุงต้มในครัวเรือน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแผนประกันอัคคีภัยที่เลือกทำด้วย
ประกันคุ้มครองโจรกรรม

ประกันบ้านที่คุ้มครองการโจรกรรม
ประกันภัยโจรกรรม คือประกันที่ทำไว้เพื่อคุ้มครองความสูญหายหรือเสียหายของทรัพย์สิน ที่เกิดจากการกระทำของคนร้ายซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งอาจเกิดจากการโดนลักทรัพย์ ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ นอกจากนี้ประกันคุ้มครองโจรกรรมอาจคุ้มครองไปถึงกรณีอาคารที่เป็นสถานที่เก็บทรัพย์สินที่เอาประกันไว้ เกิดความเสียหายจากการโจรกรรมของคนร้ายด้วย
ประกันคุ้มครองภัยพิบัติ

ประกันแผ่นดินไหว
เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายของบ้านที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น นำท่วม แผ่นดินไหวรุนแรง ลมพายุ ซึ่งจะต้องได้รับการประกาศว่าเป็นภัยพิบัติรุนแรงตามกำหนดของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น จึงจะอยู่ในความคุ้มครองนี้
วิธีเลือกประกันบ้านและค่าเบี้ยประกันบ้านให้เหมาะกับคุณ
ก่อนจะเลือกทำประกันบ้าน จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ และเลือกทำประกันบ้านที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ ที่ไม่ใช่แค่ในเรื่องของราคาเบี้ยประกัน แต่รวมไปถึงรายละเอียดความคุ้มครองของกรมธรรม์ ที่เหมาะสมกับบ้านของคุณด้วย โดยสามารถนำปัจจัยเหล่านี้มาประเมินความเหมาะสมของกรมธรรม์ด้วย
การประเมินความเสี่ยงของที่อยู่อาศัย
- บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวหรือไม่ เช่น หากบ้านของคุณอยู่ในภาคเหนือหรือภาคตะวันตกของไทยที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อาจต้องพิจารณาการทำประกันแผ่นดินไหว
- อยู่ใกล้รอยเลื่อน หรือเคยเกิดแผ่นดินไหวมาก่อนหรือไม่ ซึ่งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพที่ผ่านมา การซื้อประกันแผ่นดินไหว อาจกลายมาเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
- หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง ควรเลือกประกันที่ ครอบคลุมภัยจากแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ
ตรวจสอบความคุ้มครองของกรมธรรม์
ควรอ่านรายละเอียดความคุ้มครองว่าครอบคลุมอะไรบ้าง ครบถ้วนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ เช่น
- โครงสร้างบ้าน
- ทรัพย์สินภายใน
- ค่าซ่อมแซม
- ค่าเช่าบ้านชั่วคราวหากต้องย้ายออก
หากบางกรมธรรม์ไม่รวมภัยแผ่นดินไหว อาจต้องพิจารณาต้องซื้อ “ความคุ้มครองเพิ่มเติม”
เลือกทุนประกันและวงเงินที่เหมาะสม
- คำนวณทุนประกันจากมูลค่าจริงของบ้านและทรัพย์สิน
- ไม่ควรตั้งทุนประกันต่ำเกินไป เพราะอาจได้รับเงินชดเชยน้อยกว่าความเสียหายจริง
- หากบ้านมีมูลค่าสูง ควรเลือกทุนประกันที่ใกล้เคียงหรือเท่ากับราคาประเมินทรัพย์สินจริง
เปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลายบริษัท
- หาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หรือปรึกษานายหน้าที่น่าเชื่อถือ
- ตรวจสอบว่าบริษัทมีประวัติการเคลมดีหรือไม่
- อย่าพิจารณาแค่ราคาเบี้ย แต่ให้ดูว่า จ่ายแล้วได้ความคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับการตัดสินใจระยะยาวหรือไม่
พิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน
- เลือกบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องกับสำนักงาน คปภ.
- มีชื่อเสียงด้านการจ่ายเคลมและบริการลูกค้าที่ดี
- ควรมีช่องทางติดต่อสะดวก เช่น แอปพลิเคชัน, Call Center, หรือแชทออนไลน์คอยบริการตลอดเวลา
เช็กข้อยกเว้นของประกัน
ประกันภัยบางแผนมีข้อยกเว้น เช่น
- ความเสียหายที่เกิดจากการทรุดตัวของบ้าน
- ความเสียหายจากการก่อสร้างผิดกฎหมาย
ดังนั้นควรอ่านกรมธรรม์และศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ประกันบ้านกับแผ่นดินไหว – คุ้มค่าแค่ไหน?
ในปัจจุบันที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมายและมาโดยไม่ทันตั้งตัว และเชื่อว่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพที่ผ่านมา ก็ทำให้ใครหลายๆ คนวิตกกังวลและเจอปัญหาจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหลังจากแผ่นดินไหว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติได้ แต่เราสามารถบรรเทาความเสี่ยงและความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติได้
สรุปและข้อแนะนำ
การซื้อประกันบ้านเพื่อบรรเทาความเสี่ยงและความเสียหายจากภัยพิบัติคือสิ่งที่สำคัญ แต่การมีพื้นฐานที่ดี การเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช้พื้นที่เสี่ยง ก็ช่วยบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติได้เช่นกัน สามารถค้นหาบ้านที่ถูกใจในทำเลที่ปลอดภัยได้ใน Kaidee Property!
และอย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียดครบถ้วนก่อนการตัดสินใจทำกรมธรรม์
Apr 8, 2025 | บทความอสังหาฯ
เทรนด์การอยู่คอนโดยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเดินทางที่สะดวกกว่า ทำเลใกล้สถานที่สำคัญๆ อย่างรถไฟฟ้า ห้าง ออฟฟิศ มหาวิทยาลัย ฯลฯ นอกจากการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง การมีคอนโดก็เป็นโอกาสของการหารายได้แบบ Passive Income แต่ก็ไม่ใช่แค่เราที่เห็นโอกาสนี้อยู่คนเดียว วงการปล่อยเช่าคอนโดจึงมีการแข่งขันสูง เจ้าของคอนโดจึงต้องหากลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ นาๆ เพื่อให้มีผู้เช่าให้ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการแต่งคอนโดนั่นเอง
หากคุณเป็นมือใหม่ปล่อยเช่า หรือทำมานานแล้วแต่ยังหาคนเช่าไม่ได้สักที มาดูวิธีแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ได้ผู้เช่าเร็วกัน
ระบุกลุ่มผู้เช่าให้ชัดเจน

รู้จักกลุ่มลูกค้าปล่อยเช่าคอนโดของคุณ
ก่อนจะไปถึงเรื่องแต่งห้อง มาเช็คกันก่อนว่าคุณอยากปล่อยเช่าให้กับคนกลุ่มไหน เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดวิธีการแต่งห้อง การซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการกำหนดจุดขายของห้องคุณด้วย โดยทั่วไปแล้ว คอนโดในเมืองมักมีผู้เช่าอยู่ 3 กลุ่ม ดังนี้
- นักเรียน นักศึกษา กลุ่มนี้ไม่ได้มีกำลังจ่ายเยอะมาก การตกแต่งห้องก็ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่อะไร เน้นความเรียบง่าย ใช้งานคล่อง ขนย้ายสะดวกก็พอเป็นใช้ได้
- วัยทำงาน กลุ่มนี้เริ่มมีกำลังจ่ายพอสมควร การตกแต่งห้องจะมีความสำคัญขึ้น ควรมีสไตล์ ให้ความรู้สึกอยู่สบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำงานให้ครบครัน
- ชาวต่างชาติ คล้ายคลึงกับกลุ่มด้านบน ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยทำงานเช่นกัน แต่จะมีกำลังซื้อสูงกว่าวัยทำงานชาวไทย เนื่องจากคนเหล่านี้มาจากต่างประเทศ จึงมักไม่อยากซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ การมีตรงนี้ก็จะเสริมจุดขายให้ห้องของคุณได้มาก
กำหนดงบประมาณที่ตัวเองไหว
การปล่อยเช่าคอนโดก็คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง การกำหนดงบประมาณไว้จะส่งผลดีกับคุณต่อไปนี้
- ลดความเสี่ยงการขาดทุน การมีงบประมาณทำให้คุณรู้ขีดความสามารถตัวเอง และประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารีโนเวท ค่าการบำรุงรักษาคอนโด ค่าส่วนกลาง ฯลฯ ว่าทำออกมาแล้วจะกำไรหรือขาดทุนมากน้อยแค่ไหน
- เรียงลำดับความสำคัญในการใช้จ่าย พอคุณรู้ว่าตัวเองมีเงินเท่าไหร่ ก็จะจัดสรรการตกแต่งคอนโดเพื่อเช่า และซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ดีขึ้น ไม่หว่านซื้อทุกสิ่งที่เห็นหรือชอบโดยใช่เหตุ
- กำหนดราคาปล่อยเช่าและกลุ่มผู้เช่าได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณลงทุนเยอะ คุณก็อยากให้ค่าเช่าแพงตาม ซึ่งบางทีอาจไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป คุณอาจลดค่าเช่าลงนิดและไปจับกลุ่มลูกค้าอื่นได้ เพื่อผลประโยชน์ที่ยั่งยืนกว่า และไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเพิ่มภาระให้เกินตัว
เลือกระดับการแต่ง

เลือกการตกแต่งให้เหมาะสม
เราอาจติดภาพว่าแต่งคอนโดปล่อยเช่าต้องแต่งจัดเต็มประหนึ่งห้องตัวอย่าง แต่ที่จริงแล้วไม่จำเป็นขนาดนั้น การแต่งคอนโดก็มีระดับของมันเอง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการปล่อยเช่าและกลุ่มผู้เช่าที่คุณเล็งไว้
- ตกแต่งครบครัน เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะสั้น โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาพำนักในประเทศไทย และกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย มีการลงทุนที่ค่อนข้างสูง
- ตกแต่งบางส่วน เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะยาว สำหรับผู้เช่าที่มีสิ่งของขนย้ายเข้ามาบางส่วน ใช้การลงทุนพอประมาณ
- ไม่ตกแต่งเลย เหมาะสำหรับการปล่อยเช่าระยะยาว สำหรับผู้เช่าที่มีสิ่งของขนย้ายเข้ามาเต็มที่ อยากจัดระเบียบและตกแต่งห้องด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียค่าตกแต่ง แต่ก็อาจใช้เวลาหาผู้เช่านานกว่าเช่นกัน
จัดลำดับความสำคัญของการตกแต่งคอนโดเพื่อเช่า
หากงบประมาณของคุณมีจำกัด อย่าข้ามข้อนี้โดยเด็ดขาด ควรวางแผนตกแต่งห้องโดยอิงจากส่วนสำคัญก่อน เช่น เตียง โซฟา ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทานข้าว เก้าอี้ทานข้าว (หรือโต๊ะทำงานกรณีที่เล็งปล่อยเช่าคนทำงาน) ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ผ้าม่าน ไฟ อินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆ คือสิ่งของอะไรก็ตามที่จะตอบสนองปัจจัยสี่ของผู้คนยุคนี้ได้ และควรเป็นของที่มีคุณภาพด้วย จากนั้นค่อยไปเรื่องของเฟอร์นิเจอร์สำหรับคอนโดปล่อยเช่า และสไตล์การตกแต่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ พื้นที่จัดเก็บ เนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่ไม่ได้มีที่เยอะ ควรหาเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องหรือชั้นให้เก็บของ หรือแบบพับเก็บได้ หรือเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ได้ยิ่งดี จะได้ใช้พื้นที่ได้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมีตู้หรือชั้นวาง Built-in ก็ช่วยดึงดูดผู้เช่าได้เหมือนกัน
วิธีแต่งคอนโดปล่อยเช่าให้ได้ผู้เช่าเร็ว

วิธีแต่งคอนโดให้ปล่อยเช่าได้ราคาดี
การตกแต่งคอนโดมีหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้จะขอยก 3 สไตล์ยอดนิยมที่แต่งแล้วช่วยเพิ่มมูลค่าและเป็นที่ถูกตาต้องใจของผู้เช่า
- สแกนดิเนเวียน เน้นความเรียบง่าย มินิมอล เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เนื่องจากสไตล์นี้มาจากฝั่งยุโรปที่มีอากาศหนาวจัด ทำให้การตกแต่งจะโฟกัสไปที่การใช้แสงธรรมชาติ พร้อมเฟอร์นิเจอร์วัสดุไม้หรือมีการหุ้มด้วยผ้า บวกกับการใช้โทนสีอย่างสีเทาอ่อน ขาว ครีม ทำให้บรรยากาศโดยรวมของห้องรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย นุ่มนวล เข้าถึงง่าย แต่คงไว้ด้วยสไตล์ เหมาะกับผู้ปล่อยเช่าที่ไม่ต้องการใช้งบประมาณเยอะ และผู้เช่าที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน
- โมเดิร์น มินิมอล น้อยแต่มาก เรียบหรู ดูดี ที่โล่ง คือนิยามง่ายๆ ของการตกแต่งสไตล์นี้ การตกแต่งจะใช้สีไม่เยอะ แต่ต้องคุมโทนให้เข้ากันได้ดี เน้นความเนี้ยบด้วยการใช้ตู้หรือชั้นวางที่กลืนไปกับผนัง โซฟาหนัง โต๊ะกระจก ของตกแต่งน้อยชิ้น โดยรวมให้ความรู้สึกสงบ โล่งสบาย เหมาะกับผู้เช่าวัยทำงานที่อยากได้ห้องที่สามารถทำงานที่บ้านและยังมีพื้นที่ให้ผ่อนคลายได้ในเวลาเดียวกัน
- อินดัสเทรียล สะท้อนความทันสมัยและมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้สีโทนเข้มอย่างดำ เทา น้ำตาล เน้นการเปิดเผยของผนัง ให้ความรู้สึกดิบ แต่มีสไตล์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์หนัง ชั้นวางโครงเหล็ก และโคมไฟห้อยเพดานเสริมความเท่ เป็นเทรนด์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
ดีไซน์สำคัญ แต่อย่ามองข้ามการใช้งานจริง
การออกแบบที่สวยงามอาจทำให้คนสนใจอยากเช่า แต่มีปัจจัยอื่นที่คุณควรคำนึงด้วย เพื่อให้ผู้เช่าตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว การใช้งานจริงย่อมสำคัญที่สุดสำหรับผู้เช่า
- เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เนื่องจากคอนโดมีพื้นที่จำกัด หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์ที่พลิกแพลงการใช้งานได้หลายอย่างก็จะดีกว่า เช่น ตู้ที่กางออกมาเป็นโต๊ะได้ โซฟาเบด โต๊ะทำงานพร้อมลิ้นชักหรือชั้นใส่หนังสือ
- เหลือพื้นที่โล่งไว้บ้าง ห้องจะได้ไม่อึดอัดจนเกินไป และผู้เช่าจะได้รู้สึกว่ามีที่ทางในการสร้างสรรค์พื้นที่ของตัวเองได้บ้าง
- เน้นความเรียบง่าย รสนิยมเป็นเรื่องปัจเจก การตกแต่งห้องให้เป็นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งจนเกินไปอาจทำให้ผู้เช่าไม่สนใจห้องของคุณ ควรตกแต่งให้ดูกลางๆ จะดึงดูดจำนวนคนให้สนใจได้เยอะกว่า
สรุป
ก่อนจะตัดสินใจทำการปรับปรุงคอนโดเพื่อปล่อยเช่า หรือซื้อคอนโดมาเพื่อปล่อยเช่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าการแต่งห้องคือทุกสิ่ง เพราะต่อให้คุณแต่งห้องสวยขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีการกำหนดงบประมาณ ก็อาจทำให้เกิดหายนะทางการเงิน หรือถ้าคุณไม่กำหนดกลุ่มผู้เช่าให้ดี ก็ยากที่จะได้ผู้เช่าเร็วๆ ดังนั้น อย่าลืมวางแผนให้เป็นขั้นเป็นตอน เลือกกลุ่มผู้เช่าที่ใช่ กำหนดงบประมาณที่ไหว ตกแต่งให้มีสไตล์ ประกาศขายให้ถูกที่พร้อมเน้นจุดขายที่มี ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจให้คนอยากเช่าอยู่คอนโดของคุณได้ในเวลาที่รวดเร็ว
แหล่งซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน

ค้นหาคอนโดไว้ลงทุนใน Kaidee Property
หากคุณกำลังมองหาคอนโดอยู่ ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่เองหรือลงทุนปล่อยเช่า Kaidee Property เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คุณได้พบกับคอนโดมากมายทั่วประเทศไทย ทั้งห้องเล็ก กลาง ใหญ่ ทำเลใจกลางเมือง ชานเมือง ซื้อง่าย ครบจบในที่เดียว ค้นหาดูคอนโดและอสังหาฯ ในฝันของคุณได้เลย
Apr 8, 2025 | ข่าวสาร และกิจกรรม
แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติลำดับท้ายๆ ที่คนไทยจะนึกถึง เพราะประเทศของเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่จะประสบแผ่นดินไหวเป็นประจำอย่างญี่ปุ่น อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ประเทศเมียนมาร์เกิดแผ่นดินไหว และส่งผลกระทบถึงหลายจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ทำให้อาคารหลายแห่งสั่น เกิดความอลหม่าน ผู้คนต้องอพยพจากคอนโดและตึกสูงใจกลางเมืองจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีแผนการรับมือแผ่นดินไหวสักเท่าไหร่ Kaidee Property จึงอยากนำเสนอคู่มือเอาตัวรอดแผ่นดินไหว รวบรวมวิธีการรับมือเบื้องต้น โดยเฉพาะชาวกรุงที่มักอาศัยและทำงานอยู่ในตึกสูง เพื่อการอพยพจากตึกสูงได้อย่างปลอดภัยทั้งกายและใจ ทั้งช่วงเกิดแผ่นดินไหว และหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว
วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว

วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว
หาที่กำบัง
ก่อนอื่นให้หาจุดปลอดภัยในตึกสูง เช่น ที่กำบังต่างๆ ซึ่งที่หาได้ง่ายสุดมักเป็นโต๊ะ จะโต๊ะทำงานหรือโต๊ะทานข้าวก็ได้ ดังนั้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ให้รีบมุดหลบใต้โต๊ะก่อนเป็นอันดับแรก จับขาโต๊ะไว้ให้แน่น เพื่อเคลื่อนตัวไปตามแรงสั่นสะเทือนโดยตัวเราไม่หลุดจากที่ยึด จากนั้นอยู่ตรงนั้นจนกว่าแผ่นดินไหวจะหยุด
หาก ณ จุดที่คุณอยู่ในตึกไม่มีโต๊ะ อย่าเพิ่งลนลาน ให้หมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำตามมุมห้อง อยู่ให้ห่างพวกกระจก หน้าต่าง โคมไฟ หรือตู้เก็บของ และใช้แขนหรือมือบังหัวกับคอเอาไว้ ถ้ามีของนุ่มนิ่มอย่างผ้าหรือหมอน ก็คว้ามาช่วยรองหัวได้อีกแรง สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อแผ่นดินไหวคือสิ่งของตกหล่น จึงเป็นที่มาของการหาที่กำบัง ลำพังของเล็กๆ น้อยๆ ตกใส่อาจพอทน แต่หลายครั้งมันคือของชิ้นใหญ่ เช่น ชั้นหนังสือล้มทับ เฟอร์นิเจอร์น้ำหนักเยอะตกใส่ หรือฝ้าเพดานถล่มลงมา ซึ่งก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือติดอยู่ในตึกได้
ออกจากตึกเมื่อแผ่นดินไหวสงบ
เวลาเกิดแผ่นดินไหว ถ้าอยู่ในตึกก็อย่ารีบบุ่มบ่ามออกมา เพราะเสี่ยงเจออุบัติเหตุจากสิ่งของหล่นใส่ พอการสั่นไหวสงบลงค่อยออกจากตึก และที่สำคัญ ต้องลงบันไดเท่านั้น อย่าใช้ลิฟต์เด็ดขาด เราไม่รู้ว่าระหว่างที่แผ่นดินไหว ลิฟต์ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง อาจเกิดลิฟต์ค้างหรือลิฟต์ตกก็ได้ ดังนั้นอย่าเสี่ยง ให้คาดการณ์ไปเลยว่าลิฟต์เสีย
พยายามอย่าตื่นตระหนกระหว่างใช้บันไดหนีไฟ และอย่ากรูกันวิ่งออกนอกตึก เพราะอาจทำให้เกิดการเบียดเสียดและหกล้มได้
เมื่อออกมาจากตึกได้แล้ว ให้หาพื้นที่โล่งเพื่อติดตามสถานการณ์ และอย่ารีบกลับเข้าไปทันที ควรอยู่ให้ห่างจากตึก เสาไฟฟ้า ป้ายต่างๆ เผื่อสิ่งเหล่านี้ล้มลงมา จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรา
ทำอย่างไรถ้าติดอยู่ในตึก

วิธีปฏิบัติตัวในอาคารสูงระหว่างแผ่นดินไหว
ก่อนอื่นต้องตั้งสติ อย่าทำกิจกรรมที่เป็นการจุดไฟเพราะอาจก่อให้เกิดอันตราย กรณีฝุ่นตลบก็ควรหาผ้ามาปิดหน้าปิดจมูกไว้ อย่าตะโกนเรียกพร่ำเพรื่อ เพราะอาจเป็นการสูดฝุ่นหรือสารเคมีอื่นๆ เข้าสู่ร่างกายแทน ให้สื่อสารด้วยการใช้นกหวีด หรือเคาะท่อ หรือฝาผนัง เพื่อส่งสัญญาณต่อหน่วยกู้ภัย แต่ถ้าโทรศัพท์ยังใช้ได้ปกติก็ติดต่อขอความช่วยเหลือได้เลย
หากมีคนอื่นติดอยู่ด้วย ก็พยายามสร้างขวัญกำลังใจให้แก่และกัน จะได้ไม่จิตตกทั้งคู่
หลังแผ่นดินไหวแล้วทำอย่างไรต่อ
หลังแผ่นดินไหวมักมีอาฟเตอร์ช็อค หมายถึงการสั่นสะเทือนซ้ำๆ โดยทั่วไปจะมีความรุนแรงน้อยกว่า บางครั้งอาจถึงขั้นไม่รู้สึกถึงแรงสั่นก็มี แต่ก็ไม่ควรประมาทและชะล่าใจจนเกินไป เพราะอาฟเตอร์ช็อคก็สามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับตึกสูงหรือบ้านของคุณได้เหมือนกัน
อีกสิ่งที่ต้องทำ คือ ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เวลาเกิดภัยพิบัติ ข่าวสารบนโซเชียลจะมาไวมากๆ ซึ่งทำให้เราต้องมีวิจารณญาณมากตามไปด้วย อย่าเชื่อและแชร์ข่าวปลอม หรือข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยันจากทางการ
สิ่งที่ต้องเช็คเบื้องต้นเมื่อกลับเข้าไปในตึก
หากคุณอาศัยอยู่ในคอนโดและได้รับการยืนยันว่าสามารถกลับเข้าห้องได้ อย่าลืมตรวจสอบสิ่งเหล่านี้
- รอยร้าว ตรวจสอบให้ทั่วห้องว่ามีรอยร้าวตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะรอยเล็ก รอยใหญ่ ถ่ายรูปเก็บไว้ให้หมด จากนั้นส่งต่อให้ทางนิติบุคคลคอนโดหรืออาคารเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
- ฝ้า ผนัง กระเบื้อง แผ่นดินไหวมักทำให้เกิดการถล่มของสิ่งเหล่านี้ หากมันมีการหลุดลอกออกมาให้เห็นชัดเจนก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นความเสียหายที่เห็นชัดเจน แต่จะมีบางจุดที่อาจเป็นผนังหรือกระเบื้องที่มีการขยับแล้วแต่ยังไม่หลุด ให้ตรวจสอบดูดีๆ และแจ้งนิติบุคคล เพราะอาจเสี่ยงว่าจะเกิดความเสียหายในทีหลังได้
- การรั่วซึม เวลาตึกสั่น อาจทำให้พวกข้อต่อของท่อขยับผิดรูปจนท่อรั่ว ถ้าพบเร็วก็จะได้แจ้งซ่อมในทันที
การเตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหวในอนาคต
ในเมื่อเรารู้แล้วว่าแผ่นดินไหวในไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อย่าลืมวางแผนไว้เผื่อเกิดภัยพิบัติครั้งหน้า มาดูกันเลยว่าควรมีอะไรติดตัวไว้บ้าง
- กระเป๋ายังชีพ: ภายในควรมีสิ่งของจำเป็นไว้สำหรับเอาตัวรอด เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง เสื้อผ้า นกหวีด ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอนามัย เพาเวอร์แบงก์ เอกสารสำคัญพร้อมซองกันน้ำ และเงินสดติดกระเป๋า เวลาเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเราก็คว้ากระเป๋าหนีได้เลย ไม่ต้องเสียเวลายืนล่กว่าจะทำยังไงดี
- แผนการอพยพ: ศึกษาเส้นทางการอพยพจากตึกสูง คอนโด ออฟฟิศ หรืออาคารที่ไปอยู่บ่อยๆ ทางหนีไฟอยู่ตรงไหน มีกี่ทาง จุดรวมพลอยู่ตรงไหน สิ่งเหล่านี้ช่วยได้มากเมื่อเกิดภัยพิบัติ
- ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือ: สายด่วนเบอร์นิรภัย 1784 ควรเซฟเก็บไว้ นอกจากนี้ หากคุณมีเบอร์อื่นๆ อย่างสถานีตำรวจ กู้ภัย ดับเพลิงใกล้บ้าน ก็ควรเซฟเก็บไว้เช่นกัน จะได้ติดต่อง่ายเมื่อเกิดเหตุ
แผ่นดินไหวขนาดนี้ ยังควรอยู่คอนโดอีกไหม?

แผ่นดินไหวขนาดนี้ ยังควรอยู่คอนโดอีกไหม?
หลายคนอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ได้เห็นตึกสูงโยกไปโยกมา หรือเห็นการชำรุดของตึกและคอนโด แต่ที่จริง คอนโดส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นถูกสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวประมาณนึงอยู่แล้ว การที่ตึกโยกไปมาก็เป็นสัญญาณที่ดีว่ามีการถ่ายเทน้ำหนักเพื่อกันไม่ให้ตึกถล่ม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราควรเมินเฉยกับประเด็นนี้ แผ่นดินไหวควรเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในอนาคตที่เอาไว้พิจารณาเมื่ออยู่คอนโดเช่นกัน โดยคุณอาจสอบถามกับทางนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้าง หรือเลือกซื้อ เช่า บ้านและคอนโด กับ Kaidee Property ก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมเช่นกัน