Sep 28, 2021 | บทความยานยนต์
HONDA CR-V รถอเนกประสงค์ยอดนิยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ภายใต้สมรรถนะพรีเมียม ยนตรกรรมเพื่อครอบครัว
HONDA CR-V มือสอง นับเป็นรถอเนกประสงค์ Flagship จากแบรนด์ Honda ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยสมรรถนะและฟังค์ชันที่เป็นได้มากกว่า PPV มาพร้อมตัวถังแบบ 5 ประตู ภายนอกสวยงามและโฉบเฉี่ยว ภายในตอบโจทย์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (5 + 2) เบาะพับได้ สิ่งอำนวยความสะดวกให้มาเยอะตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เครื่องยนต์ค่อนข้างแรงและทนทาน ใช้งานง่ายไม่จุกจิก ขับสนุกจนลืมไปเลยว่า… นี่คือ “รถครอบครัว”
HONDA CR-V ครองความเป็นรถอเนกประสงค์เบอร์ต้นๆ ของไทยมายาวนาน หลายคนเลือกซื้อ CR-V มือสอง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระยะยาว ในขณะที่บางคนเคยขับรถรุ่นอื่น แล้วเปลี่ยนมาเป็น CR-V ในตอนหลัง เพื่อรองรับการวางแผนครอบครัวในอนาคต สรุปสั้นๆ อ่านไม่ถึง 2 บบรทัด คือ รุ่นนี้เป็นมากกว่ายานพาหนะอเนกประสงค์ แต่เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของ “เจ้าของรถ” ไปโดยปริยาย
สำหรับรถอเนกประสงค์ในรุ่นนี้ ราคาเริ่มต้นด้วยสนนค่าตัวไม่มีคำว่าถูก เพราะทาง HONDA วางตำแหน่งให้ CR-V อยู่เลนจ์ท็อปสุดของสายการผลิตในประเทศไทย เคียงข้างกับ ACCORD ที่เจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมซีดาน ส่วน CR-V ก็มารุกตลาดรถอเนกประสงค์แทน เป็นการวางกลยุทธ์แยกกันเดิน แต่ร่วมกันตีที่ทรงพลัง จากแบรนด์รถแรงค่ายเอช
เปิดบันทึก HONDA CR-V มี 5 เจเนอเรชัน
HONDA เปิดตัว CR-V มาตั้งแต่ปี 1995 นับจนถึงวันนี้ด้วยตัวเลขกลมๆ ก็ล่วงเลยมาแล้วเกิน 20 ปี จัดเป็นรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า Compact SUV ทำตลาดด้วยตัวถัง 5 ประตู ฝาท้ายตัด (ประตูบานที่ 5) สำหรับชื่อ CR-V ย่อจาก Comfortable Runabout-Vehicle
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 1 ปี 1995
โฉมนี้ตัวถังจะดูแข็งๆ รูปทรงเหมือนกล่องไม้ขีด แต่ในอดีตก็นับว่าสวย มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วงแรก HONDA จำหน่ายแบบนำเข้าทั้งคัน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 2.0 ลิตร รหัส B20B ขุมพลัง 126 แรงม้า ก่อนปรับโฉมแล้วเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 2.0 ลิตร รหัส B20Z ขุมพลัง 146 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และธรรมดา 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 2 ปี 2001
CR-V เจเนอเรชัน 2 ออกแบบโดยใช้พื้นฐานของ CIVIC เจเนอเรชัน 7 (รหัส ES) สังเกตที่ไฟหน้าของโฉมนี้มาแบบ “ตาโต” ทำตลาดในไทยทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง ในเมืองนอกมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายความจุ แต่ในไทยมีขายเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 2 ทางเลือก คือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส K20A4 ระบบ i-VTEC S พลัง 150 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
จากนั้น มีการปรับโฉมพร้อมอัปเกรดมาใช้บล็อก K24A เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร รหัส K24A ระบบ i-VTEC อัดแน่น 160 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 3 ปี 2006
โฉมนี้ทาง HONDA ออกแบบใหม่หมด รูปลักษณ์ภายนอกสวยและสปอร์ตขึ้น ไม่มียางอะไหล่ไปติดไว้ในประตูบานที่ 5 เหมือน 2 เจเนอเรชันก่อนอีกต่อไป ในไทยขาย 3 รุ่นย่อย คือ 2.0 S, 2.0 E และ 2.4 EL
มาในเจเนอเรชันนี้ ทาง HONDA ประเทศไทย ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก แบ่งเป็น เบนซิน 2.0 ลิตร รหัส R20A ระบบ i-VTEC ขุมพลัง 150 แรงม้า และตัวท็อปสุด เบนซิน 2.4 ลิตร รหัส K24Z1 ระบบ i-VTEC จัดเต็ม 170 แรงม้า ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 4 ปี 2011
HONDA ยังเดินหน้าทำ CR-V ให้ดีขึ้นทุกจุด ด้านโฉมนี้ก็ไม่น้อยหน้าใคร ออกแบบใหม่ในทุกมิติตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้าย เติมความสปอร์ตและหรูหรามากขึ้นอีกเท่าตัว ทางผู้ผลิตพยายามทำให้ CR-V เป็นรถอเนกประสงค์ที่มี DNA ความเป็นรถซีดานระดับท็อปมากที่สุด ด้วยฟังค์ชันที่ให้เยอะ สมรรถนะดี และเครื่องยนต์ที่รองรับทางเลือกได้มากขึ้นถึง E85
เขย่าตลาดในไทยด้วยเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส R20A ระบบ i-VTEC พละกำลัง 155 แรงม้า และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร รหัส K24Z7 ระบบ i-VTEC พลัง 170 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ และ CVT
CR-V มือสอง เจเนอเรชัน 5 ปี 2017
โฉมที่ขายอยู่ในปัจจุบัน ได้รับการออกแบบห้องโดยสารที่กว้างขึ้น เติมความอเนกประสงค์ที่มากกว่า ออกแบบใหม่ดูเท่กว่าเดิมขึ้นอีก มาพร้อมพื้นที่ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญเจเนอเรชันนี้มีทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลขายในไทยแล้ว
โดยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร ระบบ i-VTEC อัปเกรดให้แรงถึง 173 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร i-DTEC เทอร์โบ ให้พลังถึง 160 แรงม้า นับเป็น CR-V โฉมที่ค่อนข้างประหยัดเชื้อเพลิงมากทีเดียว ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
CR-V มือสอง หนึ่งในรถขายดีที่สุด
CR-V มือสอง ได้รับความนิยมมาก ถ้าคุณอยากได้รถอเนกประสงค์ขนานแท้ ที่ไม่ใช่อเนกประสงค์ดัดแปลงมาจาก “รถกระบะแบบ PPV” ก็ดูจะมีเจ้าตัว CR-V นี่แหละที่เป็นคำตอบในลิสต์ลำดับต้นๆ ด้วยพื้นฐานแตกต่างและเหมือนกับรถเก๋งมากกว่า ทั้งในเรื่องปรัชญาการออกแบบ, ห้องโดยสาร, เครื่องยนต์, ฟังค์ชันการใช้งาน และที่สำคัญ คือ ระบบช่วงล่างนุ่มนวล
ทุกอย่างที่อัดแน่นในร่างของ CR-V ทุกเจเนอเรชัน จึงเป็นคำตอบว่าทำไม CR-V มือสอง จึงเปรียบเสมือนเป็น “ยูนิคอร์น” ของวงการรถยนต์ใช้แล้ว ขายต่อราคาดี ซื้อเข้าก็มีกำไร (จากการใช้งาน) ราคาไม่ถูกหรอก แต่ก็นับว่าคุ้ม เพราะประหยัดกว่าเดินเข้าห้างไปซื้อมือหนึ่งเยอะ
และที่สำคัญมาตรฐานวงการรถมือสองสมัยนี้ก็ไม่ขี้เหร่ ทุกอย่างมีการันตีเกือบเทียบเท่าศูนย์บริการ เดี๋ยวนี้เต็นท์รถมองภาพลักษณ์และการครองใจลูกค้าเป็นสำคัญ จึงคัดสรรค์ CR-V คุณภาพดีมาขาย ไม่มีผู้ประกอบการเจ้าไหน นำยรถห่วย ชนหนัก น้ำท่วม มาขายหรอก เพราะไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่สร้างมา
แต่คุณก็ต้องเลือก CR-V ให้เป็นด้วย ที่สำคัญต้องรู้จักรถและเข้าใจฟีลลิ่งในการขับ รถรุ่นนี้จึงจะเติมเต็มให้คุณได้แน่นอน
จุดเด่น CR-V มือสอง
รถอเนกประสงค์แท้ ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย แม้จะไม่ใช่รถสายลุยป่า หรือไปวิ่งในถิ่นทุรกันดารก็จริง (แต่ก็ขับได้นะ) ทว่าก็คล่องตัวทุกการขับขี่ ตอบสนองด้วยช่วงล่างแบบรถเก๋งที่นุ่มนวล
รูปโฉมสวยขึ้นทุกเจเนอเรชัน โดยเจ้า CR-V นับเป็น “รถที่ยิ่งทำก็ยิ่งสวย” เรื่องนี้ต้องให้คำชมกับทีมงานผู้ออกแบบของ HONDA ที่ปรับปรุงการทำงานอยู่ตลอดเวลา นับเป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นตลอด
กำลังเครื่องยนต์ค่อนข้างดี ถึงแม้ CR-V จะมีตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ และแบบน้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยเจเนอเรชันใหม่ก็ใส่เครื่องยนต์ระบบ V-TEC เติมเข้ามาให้ อัตราเร่งจึงค่อนข้างดี ความเร็วสั่งได้ ตอบสนองตามการกดคันเร่ง วิ่งทางไกลนับว่าเยี่ยม
ศูนย์บริการเยอะ อะไหล่ไม่แพง ด้วยความที่ CR-V เป็นรถตลาดที่ได้รับความนิยม มีสายการผลิตโรงงานในไทย อะไหล่จึงไม่แพง มีให้เลือกทั้งของแท้และเทียบ
จุดอ่อน CR-V มือสอง
ราคาค่อนข้างสูง อย่างที่บอกไปว่าทาง HONDA จับตลาดกลุ่มท็อป ราคาของ CR-V จึงค่อนข้างแพง รถป้ายแดงเฉลี่ยออกรถต้องจ่ายสด หรือ เงินผ่อน รวมเบ็ดเสร็จหลักล้าน
ไม่ใช่รถประหยัดเชื้อเพลิง ถ้าจะขับ CR-V สิ่งแรกที่ต้องทำใจยอมรับได้ก็คือเรื่องนี้ ถามว่ากินเชื้อเพลิงเยอะมั้ย ก็ไม่ได้มากหรอก แต่ตอบได้เลยว่าไม่ประหยัดนะ
CR-V มือสอง เลือกซื้ออย่างไร ให้ได้รถคุณภาพดี
อันดับแรก คุณต้องรู้เจเนอเรชันของ CR-V ที่ต้องการ เพราะมีให้เลือกเยอะมากถึง 5 เจเนอเรชัน แล้วตามมาพิจารณาในรุ่นย่อยพร้อมออปชันของรุ่น และตามด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ โดยในรุ่นใหม่ทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลมีราคาแพงกว่าเบนซิน
ต่อมาก็เป็นเรื่องของสภาพ CR-V มือสอง เพราะในตลาดรถยนต์ใช้แล้ว มีให้เลือกหลายเกรด ราคาแตกต่างกันไปตามสภาพ รถปีลึกราคาถูกกว่าในรุ่นปีใหม่ อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจไม่ยาก
และสุดท้าย… พิจารณาที่ผู้ขายเป็นสำคัญ โดยรถ CR-V ก็เหมือนรถมือสองทั่วไป มีผู้ขายอยู่ 3 กลุ่ม คือ เต็นท์รถ, ฟรีแลนซ์ และเจ้าของรถขายเอง ซึ่งผู้ขายล้วนแตกต่าง ทำให้คุณได้รับบริการหลังการขายที่แตกต่างกันด้วย
สรุปให้เข้าใจง่าย
CR-V มือสอง รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมจาก HONDA ตอบโจทย์การใช้งานด้วยตัวถังขนาดใหญ่ ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ทำตลาดมากกว่า 20 นับถึงปัจจุบันมี 5 เจเนอเรชัน โดดเด่นด้วยออปชันรวมไปถึงฟังค์ชันการใช้งานปแบบ SUV แท้ๆ โดยเฉพาะช่วงล่างแบบรถเก๋งที่นุ่มนวล แม้จะอยู่ภายใต้ตัวถังขนาดใหญ่ก็ตาม ตอบโจทย์ทางการใช้งานในเมือง และวิ่งทางไกลตามต่างจังหวัด ราคาไม่จัดว่าถูก แต่ก็นับว่าคุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่จ่ายต่อการใช้งานระยะยาว
Sep 27, 2021 | บทความอสังหาฯ
เอกมัย – รามอินทรา ย่านที่รวมเอาความครบครันหลากหลายด้านไว้ ไม่ว่าจะช้อปปิ้ง กินข้าว เดินชิล หรือจะเป็นด้านอนามัยและการศึกษาอย่างโรงพยาบาลและโรงแรมก็มีครบ รวมถึงยังมีที่พักอาศัยเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ทน่าอยู่อย่าง We Condo ด้วย
1 วันในย่านนี้ไปไหนได้บ้าง
เป็นที่รู้กันดีว่าย่านนี้มีความครบในหลายด้านกับสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะกิน-อยู่-เที่ยว-ช้อป ก็เดินทางได้ง่ายๆ ครั้งนี้เราลองมาดูกันว่า 1 วันในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ไปอิ่มอร่อย ไปเที่ยว หรือไปช้อปที่ไหนได้บ้าง
รวมแหล่งของอร่อย
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ของอร่อยต้องมาก่อนเสมอ ดังนั้นก่อนจะไปที่อื่นมาดูสถานที่รวมของกินในย่านนี้กันก่อนเลย
เราเริ่มต้นจาก We Condo ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม-รามอินทรา จุดหาของกินที่ใกล้และประหยัด นั่นคือตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ที่สามารถเดินจาก We Condo ไปได้ในระยะประมาณ 350 เมตรเท่านั้น หรือหากจะขับรถไป ตลาดเลียบด่วนนี้ก็มีพื้นที่จอดรถที่กว้างถึง 17 ไร่พร้อมไว้ให้คุณแล้ว
Facebook.com/Liabduan.nightmarket
ตลาดเลียบด่วนถือเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ขึ้นชื่อที่หนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นที่ตลาดที่กว้างกว่า 16 ไร่ มีแบ่งโซนตามประเภทของที่ขายไว้ โดยเฉพาะโซนของกินที่มีร้านอาหารคาว-หวานมากมาย เผลอๆ เดินแค่ที่นี่ที่เดียวก็อิ่มท้อง แถมมีของกินติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน
Facebook.com/Liabduan.nightmarket
เวลาเปิด-ปิดในช่วงนี้จะเปิด-ปิดเร็วขึ้นที่เวลา 12:00 – 20:00 น. (จากปกติที่เปิดเวลา 17:00 – 2:00น.) ตามมาตรการรัฐ ดังนั้นใครสายกินอิ่มแบบสบายกระเป๋าสามารถมาที่นี่ได้ตั้งแต่เที่ยงเลย
emc.co.th
ใครอยากหาของกินแต่ไม่อยากไปห้างที่คนเยอะๆ ก็ต้องเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เลย หากใครอยากกินเป็นมื้อจัดหนัก ชาบู บุฟเฟต์ ปิ้งย่าง ซูชิ อาหารญี่ปุ่น ที่ The Walk เกษตร นวมินทร์ก็มีให้เลือกหลากหลายร้าน อย่าง Tenjo Sushi&Yakiniku Premium Buffet, Kagonoya, Shabushi, Bar B Q Plaza ฯลฯ
อีกที่หนึ่งคือ The Crystal เอกมัย รามอินทรา ที่นี่ก็จะมีร้านอาหารหลากหลายเช่นกัน อย่าง ร้านโอ้กะจู๋, Salad Factory, Peppina, Hong Bao, MK, YUU BarBQ and Shabusuki ฯลฯ
อิ่มท้อง พร้อมช้อป
เติมพลังด้วยของอร่อยกันแล้ว ถึงเวลาของการเดินเล่นช้อปปิ้ง ในย่านนี้ก็มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกเดินถึง 5 ที่เลยทีเดียว
Big C รามอินทรา Central Ramindra Central East Ville Fashion Island The Promenade
centralpattana.co.th
อยากช้อปของใช้ก็สามารถไป Big C รามอินทรา อยากเดินช้อปเก๋ๆ ได้บรรยากาศปลอดโปร่งก็ไป Central East Ville หรือ The Promenade ชอบเดินช้อปห้างใหญ่แบบจุใจก็ต้องที่ Central Ramindra หรือ Fashion Island ได้ และที่สำคัญย่านนี้ยังมี Index Living Mall พร้อมให้คุณช้อปเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านเข้าคอนโดแบบสะดวกอีกด้วย
ซึ่งหากจุดเริ่มต้นเป็น We Condo ล่ะก็ ห้างเหล่านี้อยู่ในระยะทางประมาณที่ไม่เกิน 8 ก.ม. เท่านั้น ขับรถไปแบบชิลๆได้เลย
หยุดยาวอยากเที่ยวไกลก็ไปได้
ในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก รวมถึงมีถนนที่ตัดผ่านและเชื่อมผ่านมากมายอย่างถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนรามอินทรา ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าวหรือถนนกาญจนาภิเษก เป็นต้น
mrta-pinkline.com
หรือหากไม่มีรถส่วนตัว อยากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเทา พร้อมให้คุณได้เดินทาง ดังนั้นไม่ว่าจะไปเที่ยวย่านอื่นๆ หรืออยากขับรถไปต่างจังหวัดก็ไปได้อย่างสะดวกสุดๆ
สถานที่สำคัญอื่นๆ
นอกจากเรื่องกิน เที่ยว ช้อปแล้ว ย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ยังมีสถานที่สำคัญยามฉุกเฉินอย่างโรงพยาบาล หรือกับครอบครัวที่มีลูกๆก็มีตั้งแต่โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยด้วย
โรงเรียน/มหาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มหาวิทยาลัยเกริก
เมื่อนับระยะทางโดยมีจุดเริ่มต้นเป็น We Condo จะใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการเดินทางไปยังสถานศึกษาเหล่านี้ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งหากน้องๆ มหาลัยคนไหนไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู (เปิดใช้งานปีพ.ศ. 2565) โดยขึ้นสถานีที่อยู่ใกล้กับ We Condo นั่นคือสถานีวัชรพลที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทาได้เลย
ยามเจ็บป่วย ก็มีที่รักษาพร้อม
เมื่อเจ็บป่วยหรือมีเรื่องฉุกเฉินด้านสุขภาพ ก็มีโรงพยาบาลพร้อมให้เข้าพบแพทย์รักษาอย่างสะดวก โดยย่านนี้จะมีโรงพยาบาลหลักๆ อย่างโรงพยาบาลสินแพทย์และโรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ในระยะ 7 ก.ม.จาก We Condo เรียกว่าใกล้จนสบายใจได้ว่าจะถึงมือแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว
สรุปสถานที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา
ที่อยู่อาศัย
ห้างสรรพสินค้า
Central East Ville Central รามอินทรา The Promenade Fashion Island Big C รามอินทรา The Walk The Crystal Index Living Mall
ตลาด
สถานศึกษา
โรงเรียนบดินทรเดชา 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มหาวิทยาลัยเกริก
โรงพยาบาล
โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท
เติมเต็มไลฟ์สไตล์การกิน-เที่ยว-ช้อปให้ดียิ่งขึ้นที่ We Condo
อย่างที่ได้เห็นกันว่าย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีสถานที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกิน การเที่ยวหรือการช้อปอย่างครบครัน และจะเติมเต็มไปมากกว่านั้นด้วยการอยู่อาศัยที่ We Condo คอนโดสไตล์รีสอร์ท ให้คุณได้ฟินไปกับบรรยากาศแสนผ่อนคลายที่หาได้ยากในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ และด้วยรูปแบบห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดี ทำให้คุณได้มีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าในทุกตารางเมตร พร้อมให้คุณได้ใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างสุขกายสบายใจตามไลฟ์สไตล์ของคุณเอง
และที่สำคัญ We Condo พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้! ราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้าน พร้อมฟรีค่าโอนและค่าส่วนกลางปีแรก หากใครอยากดูข้อมูลโครงการของ We Condo เพิ่ม เปิดดูได้ที่นี่เลย “แฮปปี้ มีสไตล์ สบายกระเป๋าแม้อยู่ในเมืองที่ We Condo ”
Sep 27, 2021 | บทความยานยนต์
ในยุคสมัยนี้ ถ้าให้พูดถึงเรื่องของรถยนต์แล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพลังงานในอนาคตและยิ่งเป็นยุคสมัยที่คนเราหันกลับมามองเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งทาง NISSAN ก็ได้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมของผู้คน จึงออกมาเป็น NISSAN KICKS ที่เป็นรถยนต์ B-SUV มาพร้อมกับเทคโนโลยี e-POWER ที่ตอบโจทย์คนรักโลก รักครอบครัวอย่างถึงที่สุด เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูกันว่ารถยนต์คันนี้จะมีอะไรว้าว ๆ ให้ได้ตื่นเต้นบ้าง บทความนี้ขออาสามาสรุปให้อ่านกัน
ก่อนที่จะมาเป็น NISSAN KICKS อย่างที่เห็น ๆ กัน
รู้กันไหม!! หนึ่งในความกล้า!! ที่น่าภาคภูมิใจ รถยนต์รุ่นนี้นั้นเคยเป็นเพียงรถยนต์ Concept มาก่อน หลายปีมาแล้วหากใครได้เคยติดตามในช่วงของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่งกำเนิดมาได้ไม่นาน ในช่วงนั้นก็ยังไม่ได้ฮิตเหมือนอย่างในปัจจุบัน
แน่นอนว่าตัวผมเองก็ไม่ได้สนใจเพราะด้วยราคาของรถในช่วงนั้นมันแพงเสียเหลือเกิน แต่ก็มี NISSAN KICKS Concept นี่แหละ ที่สร้างมาความฮือฮาในวงการยานยนต์ไม่ใช่น้อย เพราะว่าเป็นนวัตกรรมที่หลายเจ้ายังไม่กล้าที่แม้แต่จะลองทำอย่าง e-POWER บวกกับราคาที่คาดการณ์ออกมาหากเทียบ ๆ กับสเปคแล้ว พูดได้ประโยคเดียวว่า “เป็นรถที่ใฝ่ฝัน” เพราะมันราคาถูกจริง ๆ และปฎิเสธไม่ได้เมื่อทำออกมาจริง ราคานั้นไม่ได้แพงเหมือนกับที่คาดการณ์เอาไว้เลย จนกลายมาเป็นรถยนต์ที่ใครหลาย ๆ คนต้องการที่จะครอบครองเมื่อรุ่นนี้เปิดตัว
ความพิเศษของ NISSAN KICKS ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
เป็นเรื่องของความชื่นชอบส่วนตัวที่รู้สึกได้เลยว่ารถยนต์รุ่นนี้มีอะไรที่พิเศษกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ตัวผมมองว่าเป็นข้อดีสุด ๆ และสามารถรับรู้ได้ทันทีถ้า “คุณได้มาพบเจอหรือสัมผัสมันด้วยตัวเอง”
“ผมที่เห็นครั้งแรกก็หลงใหลไปเสียแล้ว”
อย่างแรกเลยคือดีไซน์สวย
ก็ต้องพูดตามตรงว่าสวยจริง ๆ เพราะเป็นดีไซน์ล้ำในแบบที่คนยุคใหม่ชอบเลยก็ว่าได้เป็น ความสวยงามแบบอนาคตที่เรียกว่า V-MOTION กระจังหน้าที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์การออกแบบจากทาง NISSAN (ตัวผมเองเห็นครั้งแรกยังใจสั่น) ไม่เว้นเรื่องของการดีไซน์โดยรวม และสีสันมากมายที่ทำออกมาเลือกตามสไตล์ความชื่นชอบของแต่ละคนได้อย่างลงตัวจริง ๆ
กระจกมองหลังที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น
เป็นกระจกมองหลังที่ตัวผมเองไม่ค่อยเห็นได้ถูกนำมาชูโรงเท่าไร แต่แท้จริงแล้ว กลับมีลูกเล่นและฟังก์ชันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งตัวกระจก Intelligent Rear View Mirror (IRVM) นี้ทำได้เป็นอย่างดี
มีกล้องติดมาให้ในตัว : ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะถ้าหากผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างหลังนั่งกันเต็ม อาจจะส่งผลต่อวิสัยทัศน์การมองข้างหลังได้ แต่ด้วยที่ตัวกระจกนั้นมีกล้องติดมาทำให้สามารถมองหลังได้อย่างไร้ปัญหา
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น เร่งเครื่องไม่ต้องรอรอบ
ที่รถยนต์ NISSAN KICKS สามารถขับได้อย่างสนุกเป็นเพราะเครื่องยนต์ที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้า e-POWER นั้นสามารถขับอัตราเร่งได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องรอรอบของเครื่องยนต์เหมือนรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมัน ทำให้ตอนที่เหยียบคันเร่งนั้น สามารถควบคุมความเร็วได้ดั่งใจนึก จะเร่งเครื่องเพื่อแซงก็ทำได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด แถมประหยัดได้มากอีกด้วย
ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยปลายเท้าข้างเดียวเท่านั้น
เป็นอีกความแปลกใหม่ในวงการยานยนต์เลยก็ว่าได้กับระบบ One-Pedal ที่จะมาช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถ เร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว ได้เพียงแค่เหยียบคันเร่งอันเดียว ซึ่งการทำงานของระบบนี้ทำงานอย่างไรกันล่ะ ระบบนี้มาด้วยกันอยู่ 4 โหมด เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า
Normal Driving : เป็นโหมดทั่ว ๆ ไปที่ใช้ในการขับขี่ ตัวของรถยนต์จะวิ่งด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ส่งมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนรถRapid Acceleration : การเหยียบหรือกระแทกคันเร่งเพื่อใช้ในการแซงหรือการขึ้นเนินที่สูงชัน มอเตอร์ไฟฟ้าจะขับพลังงานออกมามากขึ้นDeceleration : การถอนเท้าออกจากคันเร่งเพื่อใช้ในการลงจากเนินหรือเพื่อชะลอความเร็ว ทำให้กระแสไฟฟ้านั้นย้อนกลับและเปลี่ยนไปเป็นการชาร์จไฟฟ้าคืนสู่แบตเตอรี่ (นี่แหละ!! ที่ทำให้ประหยัด)Cruising : ในโหมดนี้มีไว้เพื่อการขับขี่ที่มีระยะทางไกล เมื่อแบตเตอรี่ใกล้ที่จะหมดลง เครื่องยนต์จะสามารถรู้ได้ทันทีและเปลี่ยนจากการใช้พลังงานไฟฟ้า กลับมาใช้พลังงานเชื้อเพลิงแทนเพื่อให้ Inverter ทำงานแล้วกลับมาชาร์จไฟฟ้าใหม่
หมดห่วงในเรื่องของการรับประกันจากทาง NISSAN
เพียงแค่คุณเป็นคนหนึ่งที่ได้เป็นเจ้าของ NISSAN KICKS ทาง NISSAN เค้าก็มีรับประกันในส่วนของเครื่องยนต์ e-POWER แบตเตอรี่และอื่น ๆ อีกมากมายนี้ไปให้เลยฟรี ๆ “ขอย้ำว่าฟรี!!” เพื่อให้คุณหายห่วงและคุ้มค่าในทุกครั้งที่เดินทาง โดยแบ่งประกันได้ดังนี้
รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (ตามระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี (ไม่จำกัดระยะทาง) แพ็กเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Platinum Package พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 10% นาน 5 ปี บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุ้มค่าขนาดไหน กับการซื้อ NISSAN KICKS มาขับขี่ในชีวิตประจำวัน
สเปคของ NISSAN KICKS
กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร ที่ 3,600 – 5,200 รอบ/นาที ซึ่งทำหน้าที่ปั่นไฟฟ้าไปเก็บไว้ยังแบตเตอรี่ไฟฟ้า EM57 High Power พละกำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 4,000 – 8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500 – 3,008 รอบ/นาที แบตเตอรี่ Lithium-ion 1.57 kWh 4 Modules
“อ่านมาขนาดนี้แล้ว คงอยากรู้ราคากันแล้วล่ะสิ”
ความรู้สึกหลังได้ลองขับ NISSAN KICKS
ความเห็นส่วนตัวของผมหลังจากที่ได้ลองมาขับ NISSAN KICKS ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้นเลย คือ ส่วนสูง 188 ของผมไม่ได้มีปัญหาต่อการขับขี่แต่อย่างใด เข่าไม่ติด แถมยังขับได้สบาย ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมได้ลองสตาร์ทรถดูก็รู้สึก “เอ้ย!! เสียงเงียบดีมาก” แทบไม่ยินอะไรเลย (ขับไปไหนมาไหน คือไม่รบกวนเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน) และแล้วก็มาถึงจุดสำคัญของการทดลองขับครั้งนี้ การขับออกถนนใหญ่ ผมนั้นตื่นเต้นตั้งแต่สัมผัสแรกที่พวงมาลัย เพราะว่ามัน “เบามาก” แถมควบคุมรถได้ง่าย ช่วงล่างหนึบยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่านี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะส่วนที่ชอบที่สุดของรถยนต์ NISSAN KICKS คันนี้เลยคือระบบ One-Pedal ยิ่งในช่วงรถติด ๆ แล้วล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง ขาไม่เมื่อยเลย เพราะเพียงแค่ยกคันเร่งออก รถก็จะชะลอลงโดยไม่ต้องเหยียบเบรก จึงไม่จำเป็นต้องสลับเท้าไปมาระหว่างแป้น ลดภาระของขาไปได้เยอะจริง ๆ สุดท้ายเลยเรื่องกระจกมองหลัง เพียงแค่ดันปุ่มก็จะตัดไปเป็นกล้องให้ หมดห่วงแม้จะมีคนมานั่งข้างหลังและบดบังวิสัยทัศน์ ซึ่งที่พูดมาทั้งหมดอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ แต่ผมอยากคุณทั้งหลายที่ได้อ่านบทความนี้ได้ลองสัมผัสประสบการณ์กับรถยนต์คันนี้ด้วยตัวเองจริง ๆ ว่าดีแค่ไหน และผมบอกเลยว่า “คุณอาจจะตกหลุมรักรถคันนี้โดยไม่รู้ตัว” เหมือนกับผมในตอนนี้
ราคาสุดจะสบายกระเป๋าของ NISSAN KICKS
ขอบอกเลยว่าราคาเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นนี้ไม่ได้แรงอย่างที่คิด หากเทียบกับความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีฟังก์ชันครบครันขนาดนี้ โดย NISSAN KICKS มีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อยด้วยกัน
รุ่นย่อย ราคา NISSAN KICKS e-POWER S 889,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER E 949,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER V 999,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER VL 1,049,000 บาท
มารับชมรูปลักษณ์แห่งอนาคตเลยดีกว่า
ภายนอก-ภายในที่สวยงามเหนือระดับ
สีสันที่มีใน NISSAN KICKS
สีดำแบล็ค สตาร์ สีเทา กัน เมทาลิค สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ สีขาว สตอร์ม ไวท์ สีเหลือง ซันไลท์ สีส้ม โมนาร์ช สีแดง เรเดียนท์ เรด สีน้ำเงิน ไนท์ บลู สีส้ม โมนาร์ช – หลังคาดำ สีแดง เรเดียนท์ เรด – หลังคาดำ สีเทา กัน เมทาลิค – หลังคาดำ
สรุปบทความ NISSAN KICKS
เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ด้วยความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครกับเทคโนโลยี e-POWER ทำให้ NISSAN KICKS เป็นทางเลือกของการประหยัดพลังงานที่ยอดเยี่ยม แถมฟังก์ชันการใช้งานที่มีมาให้อย่างจัดหนักจัดเต็ม คุ้มค่าคุ้มราคา ใครที่เป็นสายเทคโนโลยีต้องห้ามพลาดเลย ส่วนใครที่อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกข้อมูลยังไม่จุใจเท่าไร สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่เว็บไซต์ของทาง NISSAN ได้เลย เพียงคลิกปุ่มข้างล่างนี้
ส่วนใครที่ชื่นชอบในการอ่านบทความที่รวบรวมข่าวสารของวงการรถยนต์ หรือกำลังรอเรื่องราวใหม่ ๆ ของ NISSAN KICKS แล้วล่ะก็ มารอดูกันว่าบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร รอติดตามอ่านได้ในเดือนถัดไปที่ The Good Life by Kaidee แล้วเจอกันใหม่นะ
Sep 27, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะพูดถึง เอกมัย ใคร ๆ ก็นึกถึงความเจริญรุ่งเรืองของสิ่งก่อสร้างตึกสูงอย่าง คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นมามากมายจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จากจุดเด่นของย่านที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางที่แสนจะหลากหลาย อีกทั้งใกล้กับพื้นที่ยอดฮิตในกรุงเทพอย่าง ท่องหล่อและพร้อมพงษ์ ที่มีความเจริญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เอกมัย ก็กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมและอาศัย จนมีนักลงทุนเห็นโอกาสนี้และนำไปสู่การพัฒนาที่ดิน ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนที่จะเป็น เอกมัย
ถึงแม้ว่าเอกมัยในปัจจุบันจะกลายเป็นย่านที่ได้รับการพัฒนาจนมีความเจริญมากเพียงใด ในอดีต ย่านนี้ก็ไม่ใช่ย่านที่ได้รับความนิยมดังเช่นปัจจุบัน เพราะความเจริญที่กระจุกตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในบริเวณสุขุมวิทตอนต้นอย่างอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ ทำให้เอกมัยเป็นเพียงย่านเล็ก ๆ ที่ถูกใช้ในการเดินทางเพื่อลัดเลาะไปยังย่านข้างต้นเท่านั้น
จนเมื่อทองหล่อได้รับการพัฒนามากขึ้นจากการที่นายทุนมีการเก็บสะสมที่ดินต่าง ๆ เพื่อเปิดกิจการร้านค้า รวมไปถึงที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น ร้านอาหาร และร้านกินดื่ม จนเต็มไปทั่วพื้นที่ จนทำให้นักลงทุนต้องหาพื้นที่ทำเลใกล้เคียงเพื่อที่จะทำธุรกิจต่าง ๆ ถนนเอกมัยจึงได้รับเลือกและกลายเป็นย่านเอกมัยมาจนถึงทุกวันนี้
เอกมัย แหล่งรวมความเจริญ
นอกจากย่านแฮงเอาต์ที่เอกมัยได้รับการขนานนามแล้ว ที่ย่านแห่งนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่สามารถตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากมาย อย่างศูนย์การค้า พื้นที่ Co-Working Space หรือพื้นที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมสุดหรูมากมาย ที่ผุดขึ้นมาเพื่อคนที่ต้องการสีสันความเจริญใจกลางเมืองใหญ่
การเดินทางในย่าน เอกมัย
เอกมัยเป็นเพียงไม่กี่ย่านในตัวเมือง ที่มีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทางสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเขตอื่น ๆ ทั้งรถไฟฟ้า ถนน รถตู้ หรือรถเมล์ ที่ผ่านถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิทเพื่อรองรับคนไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ถนนทั่วไป
ในย่านนี้มีถนนเส้นหลักทั้งหมด 2 เส้นได้แก่ สุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างย่านทองหล่อและพระโขนง รวมถึงทะลุกับถนนเส้นอื่น ๆ ด้วยซอยย่อย ๆ มากมาย และถนนเอกมัยซึ่งเป็นชื่อเดียวกับย่านที่สามารถทะลุไปยังถนนเพชรบุรียาวไปจนถึงย่านบางกะปิ
ทางพิเศษ
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ถือเป็นทางพิเศษที่อยู่ใกล้กับย่านเอกมัยมากที่สุด ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในเอกมัยสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครได้ โดยสามารถขับรถตรงไปตามซอยสุขุมวิท 42 เข้าสู่ถนนกล้วยน้ำไท ไปยังจุดขึ้นลงที่อยู่บริเวณสุขุมวิท 62
รถไฟฟ้า
อย่างที่หลายคนรู้กันว่า เอกมัยมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท) ในชื่อสถานีว่า เอกมัย ซึ่งอยู่บริเวณบริเวณทางแยกเอกมัยใต้ หรือแยกซอยสุขุมวิท 63 และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ และ พระโขนง-ท่าพระ) ที่จะวิ่งผ่านพื้นที่ใกล้เคียงอย่างทองหล่ออีกด้วย
รถตู้
จุดจอดรถรับ-ส่งคิวรถตู้เอกมัยหลัก ๆ จะอยู่ที่สถานีขนส่งเอกมัย (ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเกตเวย์เอกมัย 200 เมตร) ซึ่งรถตู้ที่ว่าก็เป็นรถตู้ที่จะวิ่งไปทางฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ฉะเชิงเทรา พัทยา ตราด เกาะช้าง และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 100 บาท
รถเมล์
ย่านเอกมัยมีรถเมล์สายสำคัญทั้งหมด 8 สาย ได้แก่ สาย 2 (สำโรง-ปากคลองตลาด), สาย 25 อู่แพรกษา-บ่อดิน-ท่าช้าง), สาย 38 (ส.ราชภัฎจันทรเกษม-วิทยาลัยรามคำแหง), สาย 23 (อู่เมกา-เทเวศร์), สาย 48 (มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2-วัดโพธิ์), สาย 511 (ปากน้ำ-สายใต้ใหม่), สาย 545 (นนทบุรี-สำโรง) และสาย 508 (ปากน้ำ-ท่าราชวรดิษฐ์)
สิ่งอำนวยความสะดวกย่าน เอกมัย
ห้างสรรพสินค้า
เกตเวย์เอกมัย เมเจอร์เอกมัย
โรงพยาบาล
โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาล กล้วยน้ำไท
สถานศึกษา
โรงเรียนมัธยม วัดธาตุทอง โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส โรงเรียน ปทุมคงคา
วัด
วัดธาตุทอง
วัดเกาหลี ฮันมาอืมซอนวอน
ตลาด
เอกมัย มาร์เก็ต
สวนสาธารณะ
สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์
คอนโดมิเนียมน่าอยู่ใน เอกมัย
RHYTHM Ekkamai
ขอบคุณรูปจาก: apthai.com
RHYTHM Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมย่านเอกมัย ระดับ High Rise สูง 32 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนศูนย์กลางความเจริญ ในซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ใกล้ รถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยเพียง 350 เมตร ที่ได้มีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองที่หลากหลาย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตให้เหมือนอยู่บ้าน ซึ่งคอนโดแห่งนี้แบ่งห้องทั้ง 303 ยูนิต ออกเป็น 6 แบบ ดังนี้
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 39.5-40 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 74.5-86.5 ตร.ม. DUPLEX 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 64-129.5 ตร.ม. SKY VILLA พื้นที่ใช้สอย 109-121 ตร.ม. PENTHOUSE พื้นที่ใช้สอย 100-177 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 5.72 ล้านบาท
Noble Ambience สุขุมวิท 42
ขอบคุณรูปจาก: noblehome.com
Noble Ambience สุขุมวิท 42 คอนโดมิเนียมเอกมัย ระดับ Low-Rise ความสูง 8 ชั้น 259 ยูนิต ที่อยู่ห่างจาก BTS เอกมัยเพียง 350 เมตร ถูกออกแบบด้วยการลดทอนสิ่งทำไม่จำเป็นให้มีความเรียบง่ายอย่างพอดี แต่ให้คุณได้ใช้ชีวิตได้เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เพื่อถอดความวุ่นวายในชีวิต มีห้องให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 27.55-34.8 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 61.2 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
XT Ekkamai
ขอบคุณรูปจาก: sansiri.com
XT Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมระดับ High Rise ย่านเอกมัย จาก Sansiri ร่วมกับ Tokyu Corporation ที่อยู่บนซอยเอกมัย ตัวโครงการมีทั้งหมด 537 ยูนิต รวม 38 ชั้น ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS เอกมัย มีการออกแบบจากความเข้าใจในชีวิต สู่การดีไซน์ที่อยู่อาศัย ที่ใช้ชีวิตให้สุด สนุกตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในแบบของคุณ ซึ่งคอนโดมิเนียมแบ่งห้องออกเป็น
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29.75-38 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45-57 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท
ความเป็นไปของ เอกมัย
ในอนาคต ถึงแม้ว่าการเจริญเติบโตของย่านเอกมัยจะไม่ได้มีการก้าวกระโดดมากนัก แต่เราเชื่อว่าเอกมัยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งมีธุรกิจมากมายอย่างร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรืออสังหาฯ จากนักลงทุนเจ้าต่าง ๆ ที่จะผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติด้วยราคาที่อาจสูงขึ้นเรื่อย ๆ
และถ้าใครสนใจอสังหาฯ มือสองคุณภาพดี แต่ราคาไม่แพง ย่านเอกมัย ก็สามารถค้นหาใน Kaidee Property ได้เช่นกัน
อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ
Sep 24, 2021 | บทความอสังหาฯ
นิติบุคคลคอนโดฯ หรือนิติบุคคอาคารชุด เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในคอนโดให้อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยและทำให้การอยู่ร่วมกันของผู้เช่าหรือเจ้าของห้องเป็นไปโดยราบรื่น
โดยนิติบุคคลคอนโดนั่นจะเป็นใคร มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร Kaidee รวบรวมมาให้อ่านในบทความนี้แล้ว
นิติบุคคลคอนโดคือใคร
เนื่องจากคอนโดหรือภาษาทางการเรียกว่า “อาคารชุด” นั้นเป็นอาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์เป็นส่วนๆ ได้ เรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล” หมายความว่า ถ้าเราซื้อคอนโด 1 ห้อง เราก็จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นๆ ได้เลย
กับอีกส่วนเรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนกลาง” หมายถึงบรรดา Facilities หรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ ภายในคอนโดที่เจ้าของห้องชุดทุกคนใช้งานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ ฯลฯ ซึ่งกฏหมายกำหนดให้ต้องมีกลุ่มคน สำนักงาน หรือ “นิติบุคคลอาคารชุด” เข้ามาจัดการและดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการจัดหานิติบุคคลคอนโดจะเริ่มขึ้นเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดห้องแรก ซึ่งส่วนมากผู้พัฒนาโครงการหรือดีเวลอปเปอร์จะเป็นผู้คัดเลือกและจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลฯ ชุดแรกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมี ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคล องค์กร (นิติบุคคล) ก็ได้ เป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลอาคารชุดนั้นๆ
หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด
งานบริหารจัดการของนิติบุคคลคอนโดที่ทำในนามของผู้จัดการนิติฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่ 5 ส่วนงานหลักๆ ได้แก่
การดูแลทรัพย์ส่วนกลาง
ถือเป็นเนื้องานหลักของผู้จัดการนิติบุคคลฯ เลยก็ว่าได้ โดยการดูแลทรัพย์ส่วนกลางนั้นครอบคลุมตั้งแต่การดูแลภาพรวมของอาคารและพื้นที่ที่เป็นส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ โถงทางเดิน ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งต้นไม้ในสวน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและดูดี ไปจนถึงการบำรุงรักษางานระบบให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไล่ตั้งแต่ระบบน้ำดี ระบบน้ำเสีย ระบบไฟส่องสว่าง ระบบลิฟต์ การจัดการขยะ ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากที่สุด ตลอดจนดูแลความเรียบร้อยต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น
เรียกเก็บค่าส่วนกลาง
เพื่อทำนุบำรุงพื้นที่ส่วนกลางคอนโดให้น่าอยู่น่าใช้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลาง ซึ่งทางโครงการอาจเรียกเก็บเป็นรายเดือนหรือรายปีก็ได้ รวมถึงค่ากองทุนส่วนกลางที่เรียกเก็บเพียงครั้งเดียวจากเจ้าของห้องซึ่งถือเป็นเจ้าของร่วม โดยผู้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจำนวนนี้ก็คือผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดนั่นเอง สำหรับเงินส่วนกลางนี้มากกว่าครึ่งจะถูกใช้ไปกับการจ่ายค่าจ้างบุคคลากรที่ดูแลคอนโดทั้งหมด รองลงมาคือค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟที่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด
นอกจากนี้ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่างจากลูกบ้าน เช่น ค่าน้ำประปา ค่าใช้บริการ Conciege หรือค่าแม่บ้านทำความสะอาดห้องได้อีกด้วย
ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์
ผู้จัดการนิติบุคคลฯ ยังทำหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องชุดเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากเป็นไปอย่างสงบสุข และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอาคารชุด ข้อบังคับและระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดหรือมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม
จัดประชุมเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ
หน้าที่หลักๆ สุดท้ายของนิติบุคคลฯ คือการจัดประชุมกับเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ ทั้งในระดับประชุมย่อยและประชุมใหญ่ รวมถึงติดตามงานต่างๆ ตามข้อบังคับในทางกฎหมาย ซึ่งหนึ่งในการจัดประชุมที่สำคัญลำดับต้นๆ คือการประชุมเพื่อสรรหา “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” ที่มาจากตัวแทนของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมนั่นเอง
คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด
ความรับผิดชอบต่างๆ ของผู้จัดการนิติบุคคลฯ หากทำได้อย่างดีก็จะสะท้อนออกมาผ่านสภาพแวดล้อมต่างๆ คอนโด รวมถึงความพึงพอใจจากผู้อยู่อาศัยที่อาจมอบความไว้วางใจให้ผู้จัดการนิติฯ ช่วยทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เป็นนายหน้าในการขาย-ปล่อยเช่าห้อง หรือบางครั้งก็ช่วยเป็นหูเป็นตา ฝากกุญแจห้องเพื่อให้ช่างซ่อมบำรุงเข้าไปปรับปรุงห้องขณะที่ตัวเองไม่สามารถมาดูหน้างานได้ เป็นต้น
และเพื่อให้การทำหน้าที่ของผู้จัดการนิติฯ อยู่ในกรอบที่เหมาะสมจึงต้องมีหน่วยงานตรวจสอบหรือที่เราเรียกว่า “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” นั่นเอง ซึ่งจะประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 9 คน แต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม และกรรมการแต่ละชุดจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยมีอำนาจครอบคลุมในหลายมิติ อาทิ
ควบคุม และตรวจสอบการบริหารจัดการของผู้จัดการนิติฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกบ้านคอนโดให้ได้มากที่สุด มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องราว คำร้องต่างๆ และตัดสินใจต่อปัญหาขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดในคอนโด มีอำนาจพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ปรับปรุงหรือบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายให้ผู้จัดการนิติฯ เพื่อไปปฏิบัติภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย เป็นต้น
นอกจากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการนิติฯ แล้ว ลูกบ้านที่อยู่อาศัยในฐานะ “เจ้าของร่วม” ก็มีหน้าที่ตรวจตราการบริหารงานของนิติบุคคลคอนโดได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากพบว่ามีการทำงานบกพร่อง หรือมีการทุจริตที่ส่งผลต่อลบคอนโด ก็สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องให้มีประชุมเจ้าของห้องร่วม เพื่อให้ผู้จัดการนิติฯ ชี้แจงได้ และหากผลการชี้แจ้งไม่สมเหตุสมผล หรือส่อไปในทางมิชอบ เจ้าของร่วมทุกคนก็สามารถยื่นเรื่องต่อที่ประชุมเพื่อมีมติถอดถอนผู้จัดการนิติบุคคลฯ นั้นได้เช่นกัน
สรุปความสำคัญของนิติบุคคลคอนโด
นิติบุคคลคอนโดถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทุกคอนโดต้องมี ไม่เพียงเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดที่กำหนดให้เจ้าของโครงการนั้นๆ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อทำหน้าที่ดูแลจัดการรักษาทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการป้องกันสิทธิในการใช้ทรัพย์ส่วนกลางให้เท่าเทียมกันทุกราย มิให้เจ้าของร่วม หรือผู้อยู่อาศัยคนใดคนหนึ่งเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างไม่เป็นธรรมหรือเกินขอบเขตในกรรมสิทธิ์ส่วนตัวอีกด้วย หรืออาจกล่าวง่ายๆ ว่า นิติบุคคลคอนโดก็คือตัวกลางที่จะประสานให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากภายในคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตได้อย่างผาสุขนั่นเอง