Apr 19, 2022 | บทความยานยนต์
เปรียบเทียบ Haval H6 PRO หรือ ULTRA รุ่นไหนเหมาะ และตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
มาแรงสุดแบบฉุดไม่อยู่กับรถไฮบริดเอสยูวี Haval H6 ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชัน และเทคโนโนยีสุดล้ำมากกว่าใครเพื่อนในรถประเภท C SUV ในราคาจับต้องได้
Haval H6 วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่รุ่น PRO และ ULTRA ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนที่กำลังสนใจรถเอสยูวีไฮบริดคันนี้อยู่คงมีคำถามในใจว่าระหว่างทั้งสองรุ่น มันต่างกันอย่างไร และ ซื้อรุ่นไหนคุ้มค่ากว่ากัน?
วันนี้ Kaidee Auto เราจะมาเทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่าทั้ง 2 รุ่นมีอะไรที่ให้มาไม่เหมือนกัน เพื่อให้คุณได้เจอกับ H6 รุ่นที่ใช่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต
ดีไซน์ที่แตกต่างสะท้อนหลายอารมณ์
Exterior
ความแตกต่างแรกที่สังเกตเห็นได้เลยคือ ดีไซน์ภายนอกที่แตกต่างเล็กน้อยแต่ให้ความรู้สึกคนละอารมณ์ด้วยกระจังหน้า
Classic Geometric Pattern ของ H6 PRO จะเป็นสี Glossy Black แต่ H6 ULTRA เป็นสี Chrome
ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับไฟหน้า LED ที่ให้ความสว่างแบบ Ultra-High Flow มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ แต่ในรุ่น ULTRA จะมีไฟตัดหมอกเสริมมาให้
ในส่วนของล้อแม็กทั้ง 2 รุ่นมีดีไซน์ และขนาดที่ต่างกัน รุ่น PRO จะมากับล้อขอบ 18 ดีไซน์สปอร์ตหน่อยๆ ส่วน H6 ULTRA จะมากับล้อขอบ 19 ดีไซน์เรียบหรูดูภูมิฐาน
ถัดมาที่ด้านท้ายของทั้งสองรุ่นเรียกได้ว่าเหมือนกันเลยเพราะทั้งคู่มาพร้อมกับไฟท้าย LED Taillight Strip พาดกลางสไตล์ Horizontal ที่ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์มาแต่ไกล
หลังคาของรุ่น PRO จะเป็นหลังคาแข็งปกติกลับกันรุ่น ULTRA จะเป็นหลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิด อัตโนมัติ
Interior
เรามาดูออฟชั่นภายในที่เหมือนกันของทั้ง 2 รุ่นก่อนแล้วจะสัมผัสได้ว่า H6 ฟังก์ชันภายในท่วม คุ้มค่าตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
ดีไซน์ และฟังก์ชันภายในที่ให้มาเหมือนกันระหว่างรุ่น PRO และ ULTRA ได้แก่…..
ไฟ Ambient Light
หัวเกียร์แบบ High Gloss
พวงมาลัย Multi-Function
ระบบแอร์ปรับอากาศแยกซ้ายขวาอัตโนมัติป้องกันละอองฝุ่น PM2.5 ได้ด้วย CN95 Filter ลำโพงภายในรถ 8 จุด พร้อมเทคโนโลยีปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า จอมาตรวัดดิจิตอลขนาด 10 นิ้ว
เรามาดูในส่วนที่ต่างกันระหว่างตัว PRO กับ ULTRA กันบ้าง สิ่งแรกที่เห็นความต่างได้เลยเมื่อเข้ามาภายในรถคือ สีภายในรถที่ไม่เหมือนกันตัว H6 PRO จะมากับสีทูโทน Piano Black
ภายในสี Piano Black
ในขณะที่รุ่น ULTRA เป็นทูโทนสีขาว และโรสโกลด์
ภายในสี White & Rose Gold
Haval ให้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้ามาทั้งสองรุ่นแต่ตัว ULTRA พิเศษกว่าตรงที่เบาะด้านซ้ายมีปุ่มให้ปรับที่คนขับ และผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับได้
จอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 10 และ 12 นิ้ว
ตำแหน่งคนขับรุ่น ULTRA จะมีหน้าปัดลอยตัว Head Up Display (HUD) มาให้ และ กลางคอนโซลของรถภายในรุ่น PRO มากับจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ส่วนรุ่น ULTRA จะได้จอขนาด 12 นิ้ว พร้อมกับ Wireless Charger
ตอบสนองทุกการขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะสุดล้ำ
ในด้านของสมรรถนะของทั้ง 2 รุ่นนั้นมาในสเปกเดียวกันด้วย เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดถึง 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 530 นิวตัน-เมตร
เสริมการขับเคลื่อนด้วยเกียร์อิเล็กทรอนิกส์ DHT รองรับการขับเคลื่อนของรถไฮบริดโดยเฉพาะ และ ไฮไลท์ที่คุณจะได้มันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นเลยคือ LEMON HYBRID Platform
LEMON HYBRID PLATFORM
เทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่จากทาง GWM ที่จะช่วยเสริมโครงรถสร้างของรถ และเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูล หรือ โหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน, สปอร์ต, ประหยัด และ สภาพถนนลื่น
จัดเต็มเทคโนโลยีช่วยขับขี่แบบไม่กั๊ก
อีกหนึ่งสิ่งที่รุ่น PRO และ ULTRA ต่างกันในราคาส่วนต่างหนึ่งแสนบาทคือ เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่รุ่น ULTRA มีเสริมเพิ่มเข้ามา 8 รายการได้แก่
ระบบช่วยจอดทั้ง 3 รูปแบบ (IAP) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ระบบเลี่ยงเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (ELK) ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนจากด้านหลัง (RCW) ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบช่วยเตือนการเปิดประตูรถ (DOW)
แต่ก็ใช่ว่ารุ่น PRO จะไม่ครบครัน เพราะถ้าเปรียบเทียบกับรถ C SUV ใน segment เดียวกัน H6 PRO ถือว่าให้เทคโนโลยีช่วยขับขี่ และระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มกว่าใครเพื่อนเลยก็ว่าได้ เช่น
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ (LSEB) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า / ด้านข้าง และม่านถุงลม
และอีกมากมายดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก
เปิดโลกใหม่ด้วยฟังก์ชันแห่งอนาคต
ให้ได้คุณสัมผัสฟังก์ชันแห่งอนาคตตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ที่จะเชื่อมต่อทุกด้านของชีวิตให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยระบบ Intelligent Connectivity ที่รองรับทั้งการสั่งการแบบ Voice Command ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงได้ และทำงานอย่างรวดเร็วโดยที่คุณสามารถตั้งชื่อคู่หูอัจฉริยะของคุณได้ตามใจชอบ เช่น สั่งว่า H6 เปิดหน้าต่างทั้งหมดหน้าต่างทั้งหมดก็จะเปิดอย่างรวดเร็ว
มากไปกว่านั้น H6 ยังรองรับการควบคุมรถด้วย Intelligent GWM Application ซึ่งเป็น Application ที่มีระบบตรวจสอบสถานะพร้อมควบคุม feature ต่างๆ เช่น ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์, ระบบตรวจสอบสถานะประตู, ระบบตรวจสอบสถานะหน้าต่าง และ อื่นๆ อีกมากมาย
สรุป
สุดท้ายนี้ที่เปรียบเทียบมาทั้งหมด สรุปสั้นๆ ได้ว่า H6 PRO เหมาะกับคนที่ชอบอารมณ์ความสปอร์ต เช่น กระจังหน้าดำ, ตกแต่งภายในสี Piano Black และไลฟ์สไตล์ไม่ได้เน้นใช้ฟังก์ชันพิเศษมากมาย ตัว PRO คือคำตอบที่คุ้มค่าเกินราคามากๆ ครับ
แต่ใครที่หลงไหลหรือชอบฟังก์ชันล้ำสมัย รวมถึงดีไซน์ที่หรูหราด้วยภายในสี White & Rose Gold, กระจังหน้าสี Chrome และอื่นๆ เราขอแนะนำรุ่น ULTRA ที่ให้ฟังก์ชันเสริมมาอย่างจัดเต็ม สาย Gadget หรือ Technology ต้องหลงรักอย่างแน่นอน เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบแล้วว่า H6 รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ
สุดท้ายนี้ถ้าใครอ่านบทความนี้แล้ว แล้วอยากจะไปสัมผัสเจ้า Haval H6 ตัวจริงแบบสุดพิเศษ เราขอแนะนำ GWM Experience Center ที่ไม่ได้เป็นแค่โชว์รูมแต่เป็น The 4th Space หรือพื้นที่ที่ 4 ของทุกคนอีกด้วย
โดยมีพื้นที่รองรับกิจกรรมต่างๆ เช่น Working Space, Relaxing Zone, คาเฟ่, สไลด์เดอร์ขนาดใหญ่ และ การจัดแสดงเทคโนโลยี และ นวัตกรรมยานยนต์ที่ทันยุคสมัยรวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Apr 7, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม , บทความอสังหาฯ
หลาย ๆ คนคิดว่าการขายอสังหาริมทรัพย์สักหลัง คงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ตั้งแต่การลงขาย เอกสาร หรือการหาลูกค้าที่เหมาะสม ดังนั้นการใช้บริการนายหน้าอสังหาฯ ก็จะลดความลำบากเหล่านี้ออกไปได้หมดสิ้น แต่เราก็จำเป็นที่จะต้องเลือกนายหน้าที่ดีและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ดังนี้
มีความรู้และประสบการณ์การซื้อขายอสังหาฯ
ลองสอบถามถึงระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผลงาน และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อย่าง การประเมินราคาอสังหาฯ การทำการตลาด และการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
มีฐานลูกค้าในจำนวนที่มากพอ
ข้อดีของการมีฐานลูกค้าเยอะสำหรับนายหน้า ก็จะช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสที่จะข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ได้มากกว่า สามารถเปรียบเทียบราคาที่คุ้มค่าได้ดีกว่า และจะช่วยกระจายข่าวอสังหาฯ ของคุณได้รวดเร็วกว่าอีกด้วย
เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ของอสังหาฯ ของคุณ
ความเชี่ยวชาญในทำเลต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยอสังหาริมทรัพย์ของคุณสามารถขายได้ในราคาที่คุ้มค่าและง่ายดาย เพราะจะสามารถค้นหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รู้ถึงข้อมูลเชิงลึก โน้มน้าวลูกค้า และดำเนินการเอกสารได้รวดเร็ว
มีทักษะการสื่อสารที่ดีเยี่ยม
ทักษะในการสื่อสารเป็นคุณสมบัติที่พึงมีสำหรับการเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่จะช่วยโน้มน้าว แนะนำ ติดต่อ และสร้างความเข้าใจให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
มีเงื่อนไขการซื้อขายที่ชัดเจน
ปกติแล้วค่านายหน้าที่ได้รับความนิยมจะอยู่ในช่วงของ 2-5% ของราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งก่อนที่จะเริ่มดำเนินการใด ๆ ก็จำเป็นจะต้องมีการตกลงราคาดังกล่าวให้เรียบร้อยเสียก่อน
ทั้งหมดนี้คือ คุณสมบัติของการเป็นนายหน้าที่ดีและเหมาะสมกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และปัจจุบันทางบริษัท Bangkok Asset ก็ได้มีการเปิดรับสมัครนายหน้าที่ต้องการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า โดยสำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถติดต่อได้ที่
☎️ 082-652-4561 (คุณนุ ฝ่ายรับฝากขายอสังหาฯ)
☎️ 064-928-9496 (คุณแขก)
หรือลงทะเบียนได้ที่นี่ : https://bit.ly/3l5v5Bx
ค้นหาอสังหาริมทรัพย์น่าสนใจจาก Bangkok Asset คลิกที่นี่
Apr 4, 2022 | บทความยานยนต์
เผยความเจ๋งของ NISSAN KICKS e-POWER พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ไม่เหมือนใครจากนิสสัน
งาน Motor Show 2022 มหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว ที่ได้รวมเอารถยนต์จากบรรดาค่ายชั้นนำในประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับการซื้อรถใหม่เพราะว่าจะได้โปรโมชันที่ดีและอาจจะหาไม่ได้จากที่อื่น
สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้อรุ่นไหนดี วันนี้ทาง Kaidee Auto ขอแนะนำรถยนต์ที่เรียกได้ว่าน่าสนใจมาก ๆ ที่ทั้งเร็ว แรง ตอบสนองได้ดั่งใจ นั่นคือ NISSAN KICKS e-POWER เอง รถคันนี้ดียังไง ทำไมถึงต้องซื้อวันนี้มาหาคำตอบกัน
โดนใจครั้งแรกที่ได้ลองขับ เครื่องแรงตอบสนองได้ดั่งใจ
สิ่งแรกที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของรถ NISSAN KICKS e-POWER คือการที่พลังเครื่องของรถนั้นโดนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองขับ โดยเรื่องนี้ได้รับการการันตีจากคุณอิซาโอะ เซคิกุจิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย ที่ได้กล่าวในบูธนิสสันในงาน Bankok International Motor Show 2022 เมื่อไม่นานมานี้
ซึ่งเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ของ NISSAN แรงได้ดั่งใจจนทำให้ใครหลาย ๆ คนติดใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองขับนั้นมาจากเทคโนโลยี e-POWER ที่จะกล่าวในหัวข้อถัดไป
e-POWER เทคโนโลยีเหนือชั้นจากทาง NISSAN ทำให้คุณสัมผัสความแรงได้มากกว่าที่เคย ทั้งยังประหยัด ด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร*
เจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลกกับเทคโนโลยี e-POWER ที่ได้สร้างความแตกต่างระหว่าง NISSAN KICKS e-POWER กับรถคันอื่น ๆ ในตลาดอย่างสิ้นเชิง โดยเทคโนโลยี e-POWER ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยมีเครื่องยนต์น้ำมันเป็นตัวปั่นไฟ แค่เติมน้ำมันก็ใช้งานได้เหมือนรถยนต์ปกติ ไม่ต้องวางแผนการเดินทาง ให้ทั้งความแรง และประหยัดเหนือกว่ารถทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนของกำลังของเครื่องยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสิ่งนี้ทำให้รถมีกำลังแรงม้าสูงสุด 129 PS และ แรงบิดสูงสุด 260 Nm ซึ่งเทียบเท่ารถขนาด 1,800 cc เลยทีเดียว จึงทำให้ นิสสัน คิกส์ เป็นรถที่เรียกได้ว่า ขับสนุก เร่งแรง ตอบสนองดั่งใจ แต่ผู้อ่านหลายๆท่าน อาจจะกังวลว่า หากเป็นรถที่แรง จะต้องเป็นรถที่เปลืองน้ำมันแน่นอน แต่สำหรับ NISSAN KICKS e-POWER นั้น ให้ทั้งความแรง และอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร*
*อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดเมื่อขับขี่ในเมือง
เทคโนโลยีครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานทุกไลฟ์สไตล์
นอกจากเทคโนโลยี e-POWER แล้ว นิสสัน คิกส์ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ครบครันทั้งในเรื่องของความสะดวกสบาย และความปลอดภัยอย่างครบครัน ที่จะช่วยให้การขับขี่ของคุณ มั่นใจ และปลอดภัยได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (INTELLIGENT AROUND VIEW MONITOR) ที่ทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือน ให้คุณปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ หรือเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (INTELLIGENT REARVIEW MIRROR) ที่จะทำให้คุณหมดกังวลเรื่องวิสัยทัศน์ในการถอยรถ แม้หลังรถคุณจะบรรจุของมากแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล โดยเทคโนโลยีนี้สามารถเปลี่ยนมุมมองจากกระจกมองหลักปกติเป็นกระจกมองหลังอัจฉริยะ ด้วยกล้องที่ติดตั้งบริเวณประตูหลัง ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น
อีกทั้งยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (INTELLIGENT CRUISE CONTROL) โดยในสถานการณ์ที่มีรถอยู่ข้างหน้า ระบบจะชะลอรถตามความเร็วของรถคันหน้า และรักษาระยะห่างระหว่างรถตามที่ปรับไว้ได้เองโดยอัตโนมัติ เมื่อสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ ระบบจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติ และกลับไปสู่ระดับความเร็วที่ผู้ขับตั้งไว้
สีภายนอก และภายในที่หลากหลาย เลือกปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์
อีกหนึ่งจุดเด่นที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือในเรื่องของสีภายนอกของ NISSAN KICKS e-POWER ที่ให้คุณสามารถเลือกปรับแต่งสีของตัวรถได้อย่างโดดเด่นไม่ซ้ำใครในสไตล์ของตัวเอง ด้วยสีภายนอกมากถึง 13 สี ทั้งแบบธรรมดาและทูโทน พร้อมชุดแต่งมากมายให้คุณได้เลือก
สรุป
จะเห็นได้ว่า นิสสัน คิกส์ ได้นำเสนอความเป็นรถ Crossover ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี e-POWER ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองขับ ด้วบเครื่องที่แรง และตอบสนองได้ดั่งใจ พร้อมกับอัตราประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน นี่จึงเป็นรถที่เหมาะมาก ๆ หากคุณมองหารถที่ขับสนุก เร่งแรง ประหยัดน้ำมัน แถมเทคโนโลยีครบครัน ต้อง NISSAN KICKS e-POWER เท่านั้น!
Mar 31, 2022 | บทความยานยนต์
รู้จักกับ Haval H6 รถไฮบริดคอมแพคเอสยูวีที่กำลังมาแรงในตลาด และครองยอดขายอันดับหนึ่งถึง 3 เดือนติดในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 64
สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดถึงรถ Compact SUV เป็นรถอีกหนึ่งประเภทที่นิยมในบ้านเรา ซึ่งถ้าให้พูดถึงรถคอมแพคเอสยูวีที่กำลังเป็นกระแส และได้รับความสนใจอย่างมากในเวลานี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก Haval H6 รถเอสยูวีไฮบริดที่ผลิตโดย Haval ผู้ผลิตรถประเภท SUV โดยเฉพาะภายใต้บริษัท Great Wall Motors
H6 HEV เป็นรถรุ่นแรกที่ทาง Great Wall Motors Thailand นำเข้ามาทำการตลาด และขายในประเทศไทย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เริ่มความสำเร็จก้าวแรกด้วยการครองยอดขายอันดับ 1 ในรถประเภท Compact SUV ถึง 3 เดือนติดในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 64
เชื่อว่าหลายคนได้ยลโฉมเจ้า H6 ผ่านตากันมาบ้างแล้วทั้งบนถนน และสื่อต่างๆ แต่วันนี้เราจะมาเผยคำตอบว่าทำไมเจ้ารถเอสยูวีไฮบริดอย่าง Haval H6 ถึงได้รับความนิยม
ดีไซน์ที่โดดเด่นอย่างทันสมัย
เชื่อว่าเวลาที่หลายคนเล็งที่จะซื้อรถสักคันนึง ปัจจัยแรกเลยที่จะทำให้เราถูกชะตาต้องใจ และหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถคันนั้นแน่นอนครับมันคือ เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก หรือดีไซน์ที่ดึงดูดนั่นเอง ซึ่งเจ้า Haval H6 เป็นรถคอมแพคเอสยูวีที่มีดีไซน์โดดเด่นอย่างล้ำสมัย
ด้านหน้าของรถโดดเด่นดูดีมีเอกลักษณ์มาแต่ไกลด้วยกระจังหน้า Classic Geometric Pattern แบบ 3 มิติ พร้อมไฟหน้า LED ที่ให้ความสว่างแบบ Ultra-High Flow มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และมากับล้ออัลลอย19 นิ้ว ในรุ่น Ultra พร้อมคิ้วซุ้มล้อสีดำที่ตัดกับตัวสีรถอย่างลงตัว
ด้านท้ายมากับไฟท้าย LED Taillight Strip พาดกลางเป็นเส้นนอนยาวให้ความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยวแบบล้ำสมัย มาพร้อมกับประตูท้ายไฟฟ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
และ อีกหนึ่งไฮไลท์คือหลังคาด้านบนของ H6 รุ่น Ultra ที่มี Panoramic Sunroof หรือหลังคาแก้วเต็มใบให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งจากภายในรถมากขึ้น
โดยรวมเรียกได้ว่าหน้าตาภายนอกของเจ้า H6 คันนี้หล่อสปอร์ต หรูหราดูภูมิฐาน และทันสมัยสวยงามแบบครบจบในคันเดียวก็ว่าได้
เรามาต่อกันที่ความพิเศษภายในห้องโดยสารกัน เริ่มจากการตกแต่งคอนโซล และเบาะหนังเป็นสีทูโทนที่สะดุดตา
หัวเกียร์ดีไซน์ High-Gloss
ไฟ Ambient Light เพิ่มบรรยากาศภายในรถ
Automatic Panoramic Sunroof
หลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิดอัตโนมัติ เผยให้เห็นความกว้างขวางของห้องโดยสาร และพร้อมเปิดรับบรรยากาศแบบอิสระจากภายนอก
Haval H6 มีขนาดภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายเหมาะสำหรับทุกสรีระ ด้านหน้าคนขับมีพวงมาลัย Multi-Function และจอมาตรวัดดิจิตอลขนาด 10 นิ้วพร้อมหน้าปัดลอยตัว Head Up Display (HUD)
กลางคอนโซลพบกับจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12 นิ้วมาพร้อมกับ feature เด็ดอย่าง Voice Command หรือระบบสั่งการด้วยเสียงที่ใช้ง่ายไม่ยุ่งยากสะดวกสุดๆ ในขณะที่ขับรถ
Wireless Charger
รวมถึง Wireless Charger ที่มีมาให้ในรุ่น Ultra ตามจริงรถเอสยูวีไฮบริดคันนี้ยังมีอะไรเจ๋งๆ อีกมากมายให้พูดทีเดียวคงไม่หมด เชื่อว่าแค่นี้หลายคนคงสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าที่ทาง Haval มอบมาให้กันบ้างแล้วแหละ
ขับขี่อย่างเหนือระดับด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ผสานกับเทคโนโลยีสุดล้ำ
เครื่องยนต์เบนซินความจุ 1,499 ซีซี เทอร์โบผสานมอเตอร์ไฟฟ้า
อีกหนึ่งไฮไลท์ของเจ้า H6 คือเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่มีอัตราเร่งดีแรงดั่งใจสั่ง ด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดถึง 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 530 นิวตัน-เมตร
มาพร้อมกับเกียร์อิเล็กทรอนิกส์แบบมัลติโหมดรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถไฮบริดโดยเฉพาะ หมดกังวลเรื่องเกียร์กันไปเลยทีเดียว
มากไปกว่านั้น Haval H6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่มากับ LEMON HYBRID Platform เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง GWM ซึ่งจะช่วยเสริมให้รถมีโครงสร้างที่ดีขึ้น สมรรถนะที่ตอบโจทย์ยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากขึ้น และสามารถปรับการขับขี่ได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน, สปอร์ต, ประหยัด และ สภาพถนนลื่น
รถเอสยูวีไฮบริดคันนี้ยังได้เปรียบในเรื่องของระบบเบรกที่ให้ดิสก์เบรกขนาดใหญ่มาทั้ง 4 ล้อพูดได้ว่าด้านสมรรถนะการขับขี่ของ H6 คันนี้ไม่แพ้ใครในรุ่นอย่างแน่นอน
การรวมกันเป็นหนึ่งระหว่างรถยนต์ และเทคโนโลยี
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด H6 เป็นรถไฮบริดเอสยูวีที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำมากมายเพื่อมอบความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อย่างเต็มขั้น
LIFE+ ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการของคุณในทุกเส้นทางด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 ซึ่งถือว่าเป็น First In Class ในรถ segment เดียวกันอย่าง
ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่ (WDS) ทำหน้าที่ช่วยควบคุมรักษาระยะห่างจากรถบรรทุก และรถจะกลับเข้าสู่กลางเลนส์ตามปกติ
ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (IAP) 3 รูปแบบ ช่วยการถอยจอดรถในแนวตรง , แนวเอียง และจอดเทียบด้านข้าง
ระบบถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ตัวรถจะจดจำเส้นทางในความเร็วที่ต่ำกว่า 30 km/h และสามารถใช้ระบบนี้เพื่อถอยหลังอัตโนมัติได้ในระยะทางถึง 50 เมตร
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับเบรก และเครื่องยนต์เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า รวมถึงระบบ stop-and-go ที่จะช่วยหยุดรถ และออกตัวในพื้นที่จราจรพลุกพล่าน
ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ทำงานด้วยกล้องรอบทิศทางมีความละเอียดสูงถึงสี่ล้านพิกเซลเพื่อแสดงภาพรอบตัวรถในทุกมิติเพื่อการขับขี่ที่ง่ายขึ้น
ความล้ำของเจ้า H6 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะยังมาพร้อมกับ GWM Application ที่มีระบบตรวจสอบสถานะ พร้อมควบคุม feature ต่างๆ ภายในรถ
มากไปกว่านั้น GWM Application ยังให้คุณได้สร้าง community ของคุณเองได้ด้วยกิจกรรมประจำสัปดาห์ รวมถึงเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตด้วยการซื้อรถแบบ Online To Offline ที่สามารถดูรถได้ทะลุปรุโปร่งเสมือนไปโชว์รูมด้วยตัวเอง และยังมี Feature อีกมากมายให้คุณได้ลองสัมผัส
สรุป
เป็นไงกันบ้างครับกับ 3 ข้อเหตุผลที่เราได้เผยให้เห็นว่าทำไม Haval H6 ถึงเป็นรถเอสยูวีไฮบริดที่มาแรงในขณะนี้ เชื่อว่าหลายคนคงหายสงสัย และอยากจะลองด้วยตัวเองกันแล้วละสิ
งั้นจะรออะไรเพราะทุกคนสามารถไปชม และสัมผัสรถจริงได้ที่บูธ Great Wall Motor โซน A3 ภายงาน Motor Show 2022 ครั้งที่ 43 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 และ เรายังมีโปรดี “Great Wall Great Deal” มาบอกต่อ H6 ราคาเริ่มต้น 1,149,000 บาท รุ่น Pro ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน หรือ
โปรโมชั่น H6 รุ่น Ultra ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดสำหรับใครที่สนใจเจ้า H6 สามารถติดตามอ่านบทความต่อไปได้ในเดือนหน้าที่ The Good Life By Kaidee
Mar 30, 2022 | บทความยานยนต์
หากพูดถึงแบรนด์รถจากแดนมังกรที่มาแรงมากๆ ในเวลานี้ คงหนีไม่พ้น Great Wall Motor หรือ GMW ที่ได้นำเอารถเข้าจำหน่ายในแดนสยามของเราหลากหลายรุ่น ที่แต่ละรุ่นเรียกได้ว่าน่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะ Haval Jolion
โดยรถรุ่นนี้ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้กล่าวในงานเฉลิมฉลอง All New HAVAL JOLION Hybrid SUV คันแรกของโลกจากสายการผลิต เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมาว่า Haval Jolion ได้สร้างยอดขาย 5 พันคันใน 20 วัน ที่เปิดตัวในประเทศจีน และ 4 หมื่นคันในปี 2021 เรียกได้ว่าน่าสนใจมาก ๆ วันนี้เราเลยอยากพาผู้อ่านทุกท่านมารีวิวแบบคร่าว ๆ ของ Haval Jolion หรือในฉายา “ สิงโตอารมณ์ดี ” เพื่อให้รู้จักกันมากกว่าที่เคย
รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น
สิ่งแรกที่ทำให้หลายๆ คนต้องสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นของ Haval Jolion คือรูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถที่นำเสนอความทันสมัย ผ่านกระจังหน้ารถ Star Matrix ที่โดดเด่นในการออกแบบผสมเข้ากับไฟหน้า LED เต็มระบบ พร้อม Welcome Light ทำให้ด้านหน้าของรถดูมีมิติเป็นอย่างมาก
ในส่วนของไฟท้าย LED ก็โดดเด่นไม่แพ้ด้านหน้าที่เป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหราและความทันสมัยเข้าด้วยกัน ควบคู่กับอักษร Haval อันเป็นเอกลักษณ์
ภายในที่สร้างนิยามใหม่ให้กับรถ SUV
Haval Jolion ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถ SUV Segment เดียวกันในด้านของการออกแบบภายใน ที่ทำให้ภายในบริเวณคอนโซลสี Rose Gold มีปุ่มให้น้อยที่สุด และให้เราสามารถควบคุมรถทั้งคันได้ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
เสริมด้วยกับการตกแต่งภายในที่ออกมาในรูปแบบ Two –tone เบาะปรับไฟฟ้าสี Black-Gray ที่สามารถปรับทิศทางได้ 6 ทิศในฝั่งของผู้ขับขี่ พวงมาลัยแบบ Multi-Function ขนาดเหมาะสมพร้อมฟังก์ชันต่างๆ อย่างครบครัน สามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และฟังเพลงจาก JOOX ได้อีกด้วย ส่วนด้านข้างมีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายให้คุณได้ชาร์จมือถือของคุณในระหว่างการขับรถ ในส่วนของเกียร์เป็นเกียร์แบบ Electronic Shifter
ในส่วนของฝั่งผู้โดยสารด้านหลังก็ได้รับการออกแบบมาอย่างดีด้วยขนาดรถที่มีมิติ ใหญ่ นั่งได้สบาย Head room มีพื้นที่เยอะ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะพับเบาะหลังแบบ 60-40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บของอีกด้วย เรียกได้ว่า Haval Jolion ได้รับการออกแบบภายในมาอย่างใส่ใจมากๆ
ใช้งานง่ายสะดวกสบายผ่าน GWM Application
สิ่งที่ทำให้ Haval Jolion แตกต่างและคุ้มค่าจากรถใน Segment เดียวกันคือเรื่องของการใช้งานผ่าน GWM Application ที่ผู้ใช้งานสามารถที่จะควบคุมรถทั้งคันผ่านมือถือได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดซันรูฟ การเปิด-ปิดแอร์ การล็อก-ปลดล็อกประตูก็สามารถที่จะทำได้ หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบลมยางและน้ำมันของรถได้ผ่านมือถือ ซึ่งรุ่นอื่น ๆ ใน Segment เดียวกันมีน้อยมาก ๆ ที่จะฟีเจอร์ระดับนี้
นอกจากนี้ตัว GWM Application ใช้ติดต่อ Call center เพื่อขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน หรือ 24hrs Roadside Assistance รวมไปถึงการตามหาคอมมูนิตี้ของคนขับรถ GWM ได้อีกด้วย ซึ่งหากเป็นรถแบบปกติ การที่เราจะได้ฟีเจอร์นี้ต้องจ่ายเงินแพงกว่าเจ้าสิงโตอารมณ์ดีหลายเท่าตัว
ครบเครื่องเรื่องความปลอดภัย
สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของความปลอดภัยที่ทาง GMW จัดมาแบบไม่กั๊กใน Haval Jolion แบบครบครันชนิดที่ว่ารถรุ่นอื่นต้องอาย ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ, ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า / ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง รวมไปถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันทั้งทางตรงและทางโค้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย
Hybrid SUV ในราคาที่จับต้องได้
หมัดเด็ดของ Haval Jolion คือในเรื่องของราคาที่ดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับ SUV B Segment ด้วยราคารุ่นเริ่มต้นนั้นเพียง 879,000 บาท แถมไม่ใช่รถธรรมดาด้วยแต่เป็นรถ HYBRID SUV และในส่วนของรุ่น Top หรือ รุ่น Ultra มีราคาเพียง 999,000 บาท ไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ถูกกว่ารถรุ่นอื่นในตลาดเมื่อเทียบกับ Option ที่ได้รับ
สรุป
Haval Jolion ถือว่าเป็นรถ HYBRID SUV ที่โดดเด่นมาก ๆ ในช่วงราคานี้ จากรูปลักษณ์ที่สวยงาม หรูของตัวรถทั้งภายในและภายนอก Option ต่าง ๆ ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมตัวรถผ่านมือถือที่รุ่นอื่น ๆ น้อยที่จะมี ระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มในทุก ๆ ด้าน และราคาที่ดีมาก ๆ จึงไม่แปลกที่จะขายดีในประเทศจีน และอาจจะกลายเป็นรถขายดีรุ่นถัดไปของตลาด SUV ในประเทศไทยในอนาคต
อ้างอิง
*อ้างอิงยอดขาย: https://www.gwm.co.th/press-release/items/great-wall-motor-celebrates-world-s-first-car-of-all-new-haval-jolion-hybrid-suv/