Mar 25, 2022 | บทความยานยนต์
NISSAN KICKS e-POWER (นิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์) นับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สร้างเสียงฮือฮาตั้งแต่เปิดตัวด้วยพลังของเทคโนโลยีอย่าง e-POWER ที่ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถครอสโอเวอร์ ที่เร็ว อัตราเร่งยอดเยี่ยม ขับสนุกและประหยัดน้ำมัน
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าเทคโนโลยี e-POWER ของ NISSAN KICKS นี้โดดเด่นอย่างไร บทความนี้มีคำตอบที่จะทำให้คุณต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน
e-POWER เทคโนโลยีสุดล้ำจากทาง NISSAN ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
เทคโนโลยี e-POWER จากนิสสัน เป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกรู้จัก โดยเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกของโลก ในปี 2016 ใน NISSAN NOTE e-POWER และในปี 2018 ใน NISSAN SERENA e-POWER และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของเทคโนโลยี e-POWER อย่างต่อเนื่อง กับการเปิดตัวของ NISSAN KICKS e-POWER โดยเทคโนโลยีใหม่ e-POWER จากนิสสัน เป็นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยใช้เครื่องยนต์น้ำมันเป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้า ให้ความแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพียงแค่เติมน้ำมันตามปกติ เหมือนรถยนต์ทั่วไปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังประหยัดค่าน้ำมัน และค่าดูแลรักษาที่จะทำให้มั่นใจ โดยวิ่งในเมืองประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กม./ลิตร*
การันตีความเชื่อมั่นในด้านเทคโนโลยี และความปลอดภัย
การันตีความเชื่อมั่น และเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัย ด้วยความสำเร็จอีกขั้นของเทคโนโลยี e-POWER จากนิสสัน ใน NISSAN KICKS e-POWER ที่ได้รับรางวัลเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งปีในประเทศญี่ปุ่น จากการคัดเลือกของสมาคมนักวิจัย และนักข่าวด้านยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (RJC) โดยการคว้ารางวัลเทคโนโลยีแห่งปีจาก RJC ในประเทศญี่ปุ่น พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยี e-POWER จากนิสสัน สามารถให้อัตราเร่งแรง ในขณะที่ระบบทำงานเงียบ อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่ต่ำ พร้อมความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนรถยนต์ที่ออกจำหน่ายใหม่ในอาเซียน (ASEAN NCAP)
อัตราเร่งยอดเยี่ยม เร็ว แรง ตอบสนองได้ดั่งใจ
เทคโนโลยี e-POWER เป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ใน นิสสัน คิกส์ เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์การขับขี่ที่อัตราเร่งที่แรงและประหยัด โดยไม่ต้องคอยหาที่ชาร์จไฟ เพียงเติมน้ำมัน เพื่อแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ ระบบ e-POWER จะใช้ไฟจากแบตเตอรี่มาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้านี้ ทำให้เป็นการขับเคลื่อนแบบมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความเร่งเร็ว แรง ตอบสนองได้ดั่งใจตามที่ต้องการ ด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 95 kW.(120 PS) พร้อมกับการตอบสนองที่ยอดเยี่ยม ดั่งใจนึก ให้แรงบิดสูงสุด 260 N.m ซึ่งโดนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองขับอย่างแน่นอน
ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
NISSAN KICKS e-POWER นอกจากจะมีกำลังเครื่องยนต์ที่แรงและตอบสนองได้ดั่งใจเหมือนที่กล่าวมาด้านต้นแล้ว ยังประหยัดน้ำมันอีกด้วยอัตราประหยัดน้ำมัน 23.8 กม./ลิตร* และ 27 กม./ลิตร* เมื่ออยู่ในสภาวะเมือง นอกจากนี้ค่าไอเสียของตัวรถ (CO2) ที่ 100 g/km ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับคู่แข่งที่เป็นรถยนต์ Hybrid system เหมือนกัน
สะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
จะเดินทางไม่ต้องปวดหัวกับการวางแผนหาสถานีชาร์จ หรือต้องเสียเวลานั่งรอเพื่อชาร์จไฟฟ้า เนื่องจาก NISSAN KICKS e-POWER ใช้การเติมน้ำมันเหมือนกับรถปกติ แต่น้ำมันที่เติมน้ำถูกนำไปใช้เป็นพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนตัวรถ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนกับการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าคันอื่น ๆ
สรุปท้ายบทความ
จะเห็นได้ว่าจุดเด่นของเทคโนโลยี e-POWER ของ NISSAN KICKS นั้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้ครบทุกด้าน ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับขี่ มีเครื่องยนต์ที่อัตราเร่งยอดเยี่ยม เร็ว แรง ตอบสนองได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การันตีความเชื่อมั่นในด้านเทคโนโลยี และความปลอดภัย พร้อมกับค่าบำรุงรักษาที่มีราคาเป็นมิตร ให้รถยนต์ครอสโอเวอร์ นิสสัน คิกส์ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความสุขให้กับชีวิตของคุณได้อย่างสมบูรณ์
*Eco Sticker กระทรวงอุตสาหกรรม
*อ้างอิงจากตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ NISSAN KICKS e-POWER จากเว็บไซต์ Nissan.co.th
Mar 23, 2022 | บทความอสังหาฯ
เมื่อนึกถึงย่านลาดพร้าว เราจะเห็นภาพของความเจริญที่เต็มไปด้วยสถานที่ไลฟ์สไตล์ อาคารสำนักงาน คาเฟ่ ร้านอาหาร รวมไปถึงการคมนาคมที่หลากหลายและแสนสะดวก ซึ่งในย่านทำเลศักยภาพที่เต็มไปด้วยความครบครันนี้ Kaidee Property ได้พบหนึ่งโครงการที่อยู่อาศัยที่โดดเด่นอย่าง The Line พหลโยธิน พาร์ค คอนโดมิเนียมที่พร้อมเติมเต็มทุกจินตนาการ ด้วยจุดเด่นอย่างสวนสีเขียวขนาดกว่า 8 ไร่ พร้อมอยู่ใกล้กับเซนทรัลลาดพร้าวเพียง 500 เมตร และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย วันนี้ Kaidee Property เลยจะพาทุกคนไปชมโครงการที่น่าสนใจนี้กัน
The Line พหลโยธิน พาร์ค
โครงการจากการร่วมมือกันของแสนสิริและบีทีเอส เป็นคอนโดรูปแบบ High Rise 32 ชั้น ตั้งสูงตระหง่านบนถนนพหลโยธิน ใกล้ห้าแยกลาดพร้าวที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค คือตัวอาคารที่ออกแบบด้วยแนวคิด “Magical Tree” ให้ตัวอาคารคล้ายกับโครงร่างของต้นไม้ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาที่ตัวอาคารในแต่ละช่วงเวลาของวัน จะทำให้เกิดเงาคล้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายสุดๆ
Eco-Friendly ในทุกรายละเอียด
เรื่องสิ่งแวดล้อม The Line พหลโยธิน พาร์ค ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กับการออกแบบ อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือสวนสีเขียวที่มีขนาดกว่า 8 ไร่ภายในโครงการ และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆยังเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงนวัตกรรมรักษ์โลกอย่างหลังคาโซล่าเซลล์ ถังขยะ Smart Food Recycler ที่ช่วยขจัดเศษขยะจากอาหารให้เป็นสารอินทรีย์ และเครื่อง Refun Machine สำหรับรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก รวมไปถึงสีที่ใช้ทาตกแต่งแต่ละยูนิตก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย และแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ย่อมเป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัยในโครงการนี้ด้วยเช่นกัน
‘เป็นไปได้’ ในทุกจินตนาการของการอยู่อาศัย
เมื่อจินตนาการด้านการอยู่อาศัยของแต่ละคนแตกต่างกัน ภายในโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค จึงออกแบบมาให้รองรับและตอบโจทย์จินตนาการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
พื้นที่ส่วนกลาง
สวนสีเขียว
สวนสีเขียวขนาด 8 ไร่
พื้นที่ส่วนกลางที่คุณจะต้องหลงรัก กับสวนสีเขียวขนาดใหญ่กว่า 8 ไร่ ให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับทั้งสายรักสุขภาพ ช่วงเช้าๆ สามารถลงมาวิ่งออกกำลังกายได้แบบไม่ต้องเดินทางไปสวนสาธารณะอื่นๆให้เสียเวลา หรือช่วงสายๆอยากมารับบรรยากาศแบบ Outdoor ทั้งนั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้หรือออกกำลังกายอื่นๆก็ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่แออัดจอแจอีกด้วย
Co-Lifestyle
Co-Living Lounge
เวลามีคอนโดเป็นของตัวเองแล้ว เราต่างอยากใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการใช้ชีวิตและการพักผ่อน แต่ในโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค เราจะได้เปลี่ยนบรรยากาศที่พิเศษกว่า ด้วยพื้นที่ส่วนกลางแบบ Co-lifestyle บนชั้น 22 ที่สามารถใช้งานร่วมกับเพื่อนๆได้ เริ่มต้นด้วย Co-Living Lounge พื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ เล่นเกมหรือดูหนังกับเพื่อนๆได้อย่างสะดวก ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง พร้อมรับวิวเมืองผ่านกระจก Full-Height ให้คุณได้พักผ่อนร่วมกับเพื่อนๆได้อย่างเต็มอรรถรส
Co-Cooking Studio
ถัดมาเป็น Co-Cooking Studio พื้นที่ทำครัวที่มาพร้อมชุดครัวคุณภาพสูง แถมยังให้คุณได้ทำอาหารไปพร้อมกับชมวิวสวยๆ หรือจะเป็น Co-Working Space ที่แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ พื้นที่นั่งทำงาน Photo Studio และห้องประชุม เพื่อตอบโจทย์การทำงานหลากหลายรูปแบบ และสุดท้าย Co-Playing Studio สำหรับเด็กๆ ที่มีทั้งสไลเดอร์และหนังสือเสริมสร้างทักษะความรู้มากมาย
Co-Working Space
Co-Playing Studio
The Starry Gym และ Twinkle Sky Pool
The Starry Gym
สำหรับห้องฟิตเนสและสระว่ายน้ำก็มีพร้อมแบบไม่ธรรมดา ด้วยฟิตเนสที่ให้มุมมองกว้าง 180 องศาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน และสระว่ายน้ำวิวเมือง ที่มีทั้งจากุชชี่และสระเด็กไว้ให้ด้วย
Twinkle Sky Pool
Vista Point และ Floating Nest
Vista Point
ขึ้นมาบนชั้น 32 ชั้นสูงสุดของโครงการจะพบกับจุดชมวิว Vista Point ให้เราจะได้ใกล้ชิดกับท้องฟ้าและสัมผัสกับวิวย่านลาดพร้าวที่สวยงาม พร้อมกับ Floating Nest จุดพักผ่อนอันแสนสงบที่มี Solar Charger ไว้สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่างๆของคุณไปพร้อมกัน
Floating Nest
ห้องชุด
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แบบ Duplex
ห้องรูปแบบ 1B
รูปแบบห้องของ The Line พหลโยธิน พาร์ค จะแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก โดยขนาดเริ่มต้นของห้องชุดในโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ 31.75 ตารางเมตรในห้องรูปแบบ 1 ห้องนอน ไปจนถึง 82.25 ตารางเมตรในห้องรูปแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งถือว่าได้ขนาดที่เพียงพอต่อการอยู่อาศัย ให้บรรยากาศที่ไม่อึดอัด
ห้องทุกยูนิตจะเป็นห้อง Fully Furnished แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ ตัวห้องมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ไว้ชัดเจน และด้วยความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.55 เมตร ทำให้ห้องมีความกว้างไม่รู้สึกแคบจนเกินไป
ที่สำคัญภายในห้องยังมีระบบปรับอากาศ ช่วยควบคุมปริมาณ คาร์บอน ความชื้น รวมถึงระบบ VOC โดยเราสามารถตั้งค่าเองได้ผ่านแอปพลิเคชัน
เราสามารถเลือกแปลนห้องตามไลฟ์สไตล์ของเราได้มากมาย เพราะที่โครงการนี้มีรูปแบบแปลนห้องให้เลือกรวมแล้วกว่า 21 แบบ และใครที่งบประมาณมากหน่อยยังมีห้องใหญ่แบบ Duplex สองชั้นให้เลือกอีกด้วย
ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ ‘ครบ’ รส
นอกจากประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและใกล้ชิดธรรมชาติภายในโครงการแล้ว เมื่อออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในย่านลาดพร้าวก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับมากมาย
‘ครบ’ เรื่องกิน ฟินเรื่องช้อป
ย่านลาดพร้าวยังเป็นย่านที่รวบรวมร้านอร่อยมากมาย เริ่มจากร้านอาหารภายในศูนย์การค้าเซนทรัลลาดพร้าวและยูเนี่ยนมอลล์ ที่มีให้เลือกจนลายตา แต่หากอยากหาร้านอร่อยนอกห้าง ในลาดพร้าวซอย 1 ก็มีสตรีทฟู้ดให้เลือกอิ่มท้องมากมายตลอดซอย
ส่วนใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ทั้งเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ ก็สามารถเดินช้อปได้ทั้งเซนทรัลลาดพร้าวที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 500 เมตร หรือจะเป็นยูเนี่ยนมอลล์ สวนจตุจักร โลตัสลาดพร้าว บิ๊กซีลาดพร้าว 2 และเมเจอร์รัชโยธิน ก็มีให้เลือกเดินเปลี่ยนบรรยากาศ
สถานที่ไลฟ์สไตล์
เซนทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ สวนจตุจักร โลตัส ลาดพร้าว บิ๊กซี ลาดพร้าว 2 เมเจอร์รัชโยธิน
‘ครบ’ ครันกับสถานที่สำคัญ
สถานที่สำคัญทั้งอาคารสำนักงาน สถานพยาบาลและสถานศึกษาในระแวกนี้ก็มีพร้อมรองรับทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
อาคารสำนักงาน
SCB Park Plaza ตึกช้าง I Tower อาคารพร้อมพันธุ์
สถานศึกษา
โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์น โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
สถานพยาบาล
โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น โรงพยาบาลวิภาวดี
เปลี่ยนเรื่องการเดินทางให้เป็นเรื่องง่าย
ด้วยที่ตั้งของโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค อยู่ใกล้กับห้าแยกลาดพร้าวที่เป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางการคมนาคม ครอบคลุมทุกตัวเลือกการเดินทาง ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองเป็นอย่างมาก
สะดวกทั้ง BTS และ MRT
การใช้ชีวิตทั่วไปไม่ว่าจะไปเรียน ไปทำงาน หรือไปเที่ยวย่านอื่นๆ ก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก ทั้ง BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว และ MRT สถานีพหลโยธิน โดยสามารถเดินจากตัวโครงการไปขึ้นได้ในระยะทางไม่ไกล
เดินทางไกล ไม่ใช่เรื่องยาก
เมื่อต้องการเดินทางไกลไปต่างจังหวัดเรายังสามารถใช้บริการขนส่งมวลชนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือที่เรียกกันว่า สถานีขนส่งหมอชิต2 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวโครงการ
ที่สำคัญเรายังสามารถเชื่อมต่อไปยังสนามบินดอนเมือง ได้อย่างสะดวกด้วยการนั่งรถไฟฟ้า MRT จากสถานีพหลโยธินไปลงสถานีบางซื่อและเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงลงที่สถานีดอนเมือง
สรุปตัวเลือกการเดินทาง
BTS ส่วนต่อขยายสายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าว MRT สายสีน้ำเงิน สถานีพหลโยธิน สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) สนามบินดอนเมือง ทางพิเศษศรีรัช / ทางยกระดับอุตราภิมุข
สรุปข้อมูลโครงการ
คอนโดมิเนียม High-Rise พร้อมเข้าอยู่ 32 ชั้น 1 อาคาร 880 ยูนิต พื้นที่จอดรถ 60% ห้องแบบ Fully Furnished ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ ตร.ม.
โดยรวมแล้วถือว่าโครงการ The Line พหลโยธิน พาร์ค ถูกออกแบบมาเพื่อคนเมืองที่ต้องการความครบครันรอบด้านได้อย่างลงตัว ปัจจุบันโครงการนี้สร้างเสร็จ 100% พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 3.25 ล้านบาท พิเศษสุดๆเมื่อลงทะเบียนกับ Kaidee Property รับส่วนลดวันโอนอีก 120,000 บาท คุ้มค่าขนาดนี้รอช้าไม่ได้แล้ว คลิกลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษด้านล่างนี้ได้เลย
Mar 17, 2022 | บทความยานยนต์
New NISSAN TERRA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งฟังก์ชันสุดล้ำ กับเพื่อนก็สนุก กับครอบครัวก็สุขสันต์ รถที่ใช่กับกิจกรรมแคมป์ปิ้งสุดฮิตในยุคนี้
สมัยนี้หลายคนให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะการบาลานซ์ชีวิตระหว่างงาน และการพักผ่อน จึงหันมาให้ความสนใจกับกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น
ซึ่งการพักผ่อนของคนส่วนมากจะเป็นการออกไปเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ หรืออยู่กับความสงบเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ตัวเอง เช่น บางคนอาจจะชอบการพักผ่อนริมทะเล หรือบางคนชอบพักผ่อนกับบรรยากาศภูเขาป่าไม้
ทำให้กิจกรรมพักผ่อนแนวเอ้าท์ดอร์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น กิจกรรมที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้คือ car camping กิจกรรมนี้จะคล้ายกับการ Road trip ที่เรามักจะเห็นในภาพยนตร์ฝั่งตะวันตกอยู่บ่อย ๆ
Car camping คือการไปเที่ยวธรรมชาติรูปแบบเดินทางไกล โดยมีรถเป็นยานพาหนะในการเดินทาง และใช้เวลาส่วนมากอยู่บนรถ เพราะฉะนั้นรถที่จะเหมาะกับการ Car camping ควรจะเป็นรถที่นั่งสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมพาเราไปในทุกที่ มีความอเนกประสงค์พร้อมใช้งานได้อย่างหลากหลาย
5 ความคูล New NISSAN TERRA สำหรับกิจกรรมคาร์แคมป์สุดชิค
วันนี้เราเลยจะแนะนำ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์ 7 ที่นั่งจากนิสสันที่มาพร้อมความอเนกประสงค์อย่างครบครัน มีสมรรถนะประสิทธิภาพสูง รวมถึงยังมีฟังก์ชันสุดล้ำอีกมากมายที่หาได้ยากในรถประเภทนี้
1. ครบครันด้วยฟังก์ชันความอเนกประสงค์ที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว
การแคมป์ปิ้งด้วยรถยนต์ในประเทศเราโดยส่วนมากจะเลือกใช้รถ SUV หรือ รถยนต์ 7 ที่นั่งเป็นเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง เพราะมีความอเนกประสงค์สูง บวกกับขนาดที่ใหญ่ทำให้เหมาะกับการทำกิจกรรม อย่างเช่น นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ที่มีเบาะนั่ง 3 แถว นั่งได้ถึง 7 คน และสามารถพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ หรือปรับเป็นที่นอนบนรถก็ทำได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกังวลเรื่องขนของเยอะบดบังมุมมองกระจกหลัง เพราะ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ คันนี้มากับฟังก์ชัน IRVM (Intelligent Rear View Mirror) ครั้งแรกของรถอเนกประสงค์กับเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนมุมมองจากกระจกมองหลังปกติเป็นกระจกมองหลังอัจฉริยะได้ด้วยกล้องที่ติดบริเวณประตูหลังให้คุณขับขี่อย่างมั่นใจด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้าง และชัดเจน
อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น การพับเบาะแถวที่สองได้อย่างง่ายดายแบบไม่ต้องลงรถ เพียงแค่กดปุ่ม Auto Tumble Seat จากคอนโทรลกลางเพียงปลายนิ้วสัมผัสไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด
หรือ การเปิดประตูท้ายแบบคูล ๆ ด้วยฟังก์ชัน Auto Lift Gate ที่ทำงานด้วยเซนเซอร์เพียงแค่เรายื่นเท้าไปใต้ท้องรถบริเวณประตูท้าย ประตูด้านท้ายก็จะเปิดออกอย่างอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ได้ดีในสถานการณ์ที่กำลังหิ้วของเต็ม 2 มือ
2. เต็มสมรรถนะ…จะแคมป์ที่ไหนก็ไปถึง
พร้อมพาคุณฝ่าทุกอุปสรรคในทุกเส้นทางด้วยเครื่องยนต์ที่แรงอันดับต้นๆ ในตลาด อย่างเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.3 ลิตร ผสานกับเทอร์โบคู่ที่ให้ความแรงถึง 190 แรงม้า และยังประหยัดเชื้อเพลิงได้ดี
รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ไม่ว่าเส้นทางจะท้าทายขนาดไหนก็ผ่านไปได้ด้วยระบบ Shift-on-the-fly 4WD ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทันทีขณะที่รถวิ่งไม่เกิน 100 กม./ชม. โดยไม่ต้องจอดรถ
ในส่วนของช่วงล่าง นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ คันนี้มีระบบกันสั่นสะเทือนด้วยโครงสร้างแชสซีส์แกร่งด้วยเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน ผสานกันอย่างลงตัวกับระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 ลิงค์ คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพที่ดีนุ่มนวล เกาะถนน และไม่เหวี่ยงไม่โคลงเคลง
3. ปกป้องทุกมิติ ปลอดภัยตลอดทริป
Safety Technology
ในการเดินทางไม่ว่าจะระยะใกล้ หรือไกลเรื่อง “ความปลอดภัย” เป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นเวลาเลือกรถคู่ใจไป car camping ไม่ควรมองข้ามเรื่องระบบ หรือฟังก์ชันความปลอดภัยของรถคันนั้น ๆ
นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่งที่มีระบบความปลอดภัยอย่างครบครันด้วยดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ และปกป้องคุณในทุกๆ มิติด้วยระบบความปลอดภัย “360 Safety SHIELD” ปกป้องรอบคันทั้ง ด้านหน้า ด้านข้างและ ด้านหลัง
ไม่ว่าจะเป็น Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) เทคโนโลยีอัจฉริยะ ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชน, Intelligent Emergency Braking (IEB) ระบบเบรกอัจฉริยะ ที่ทำงานคู่กับ IFCW เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการชะลอความเร็วหรือหยุดรถเมื่อมีความเสี่ยงเกิดขึ้น
Lane Departure Warning (LDW) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง เพิ่มความมั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่เปลี่ยนเลน, Blind Spot Warning (BSW) เทคโนโลยีเตือนรถในจุดอับสายตา, Intelligent Around View Monitor (IAVM) กล้องมองภาพ 360 องศา แสดงภาพแบบ Bird’s-eye View จับจ้องให้ทุกการเคลื่อนไหวไม่คลาดจากสายตาคุณ และ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะที่รถถอยหลัง พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้วัตถุ
4. เที่ยวกับเทอร์(ร่า) บันเทิงแน่นอน
สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่สนุกยิ่งกว่าด้วย ระบบ Entertainment และฟังก์ชันสุดล้ำที่จัดเต็มภายในรถอย่าง
จอ Smart TV 11 นิ้ว
จอ Smart TV จุใจด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 11 นิ้ว มาพร้อมเครื่องเสียงสุดพรีเมียมจาก BOSE 8 ตำแหน่งรอบคันให้ความคมชัดในเรื่องภาพ และคุณภาพเสียงระดับโลก รองรับการเชื่อมต่อออนไลน์ผ่าน YouTube, Netflix ฯลฯ ผ่าน Smart TV Stick สร้างความบันเทิงให้สนุกตลอดการเดินทาง
Wireless Charger and Apple CarPlay
สะดวกสุด ๆ กับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายด้วย Apple CarPlay และยังมี Wireless Charger อีกด้วย ถือว่า นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่พกพาความล้ำสมัยมากมาย เอาคะแนนไปเลยเต็มสิบแบบไม่หัก
5. ดีไซน์เฉิดพาเกิดทุกแคมป์
นอกจากการใช้งานแล้วความสวยงามของดีไซน์ก็สวย สะดุดตาด้วย การออกแบบกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ V-MOTION FRONT GRILLE มาพร้อมกับไฟหน้า QUAD-EYE LED HEADLAMP with LED DAYTIME RUNNING LIGHT ให้ความสว่างมากขึ้นถึง 34% และสะดุดสายตาด้วยสีแดง “Coulis Red” สว่างสดใส สวยงามในทุกมิติ
ภายในสีทูโทน
ในส่วนของภายในถูกตกแต่งด้วยสีทูโทน เบาะนั่งโดยสารมีการแต่งเสริมรายละเอียดด้วยลายเบาะที่สวยงาม รวมถึงการเลือกใช้ Acoustic Glass ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี
สรุป
จากที่กล่าวมาหลายคนคงเห็นแล้วว่ารถที่ตอบโจทย์ต่อการเดินทางไกลไปพักผ่อนควรจะมีคุณสมบัติอะไรบ้าง สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์ 7 ที่นั่งฟังก์ชันครบครัน และราคาคุ้มค่า คงหนีไม่พ้น นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ที่นอกจากรุ่นท็อปสุดเจ๋งอย่าง 2.3 VL 4WD 7AT ทางนิสสันก็ยังมีตัวเลือกราคาน่าคบอย่างรุ่นรองท็อป 2.3 VL 2WD AT ใน ราคาเพียง 1,449,000 บาท* ที่มีฟังก์ชันสุดเจ๋งไม่แพ้ตัวท็อป
มากไปกว่านั้นสำหรับใครที่อยากอ่านรีวิวรถ New NISSAN TERRA คันนี้เพิ่มเติมเรามีบทความอีกมากมายเช่น ขึ้นเขารับลมหนาวกับนิสสันเทอร่า สามารถอ่านที่ The Good Life by Kaidee พร้อมข้อเสนอพิเศษโปรโมชัน
Mar 16, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม , บทความอสังหาฯ
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท InterHome ตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ได้มีการจัดงานประชุมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ ภายใต้แนวคิด “ดึงจุดเด่น จุดขาย วางแผนทำการตลาด การขาย”
โดยการประชุมครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสรุปผลการทำงานในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกาศผลงานการซื้อ-ขายที่มีรายได้สูงยอดเยี่ยม และวิเคราะห์ทรัพย์สินที่ได้รับการฝากขายถึงจุดแข็ง เพื่อวางแผนการตลาดให้เกิดการตอบรับที่ดี ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้การซื้อ-ขายเป็นได้ด้วยความปลอดภัยจากมิจฉาชีพ รวมถึงทางบริษัทยังมีการกล่าวขอบคุณผู้ใช้งานที่เชื่อมั่นและดำเนินการฝากอสังหาฯ บนเว็บไซต์ InterHome
ทางเราคาดว่า ทางเว็บไซต์ InterHome จะสามารถทำผลงานการซื้อขายได้อย่างยอดเยี่ยมและต่อเนื่อง ผ่านการให้บริการอย่างมืออาชีพและคำแนะนำจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ – ขายบ้านไม่ออก บอกอินเตอร์โฮม – รับฝากขาย อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท – ทีมงานมืออาชีพกว่า 150 คน ช่วยขาย – บริษัทมั่นคง ปลอดภัย เปิดมาแล้วกว่า 15 ปี – ฟรี การตลาดแบบจัดเต็ม ทุกช่องทาง!! สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ – https://lin.ee/xTo07Pn ปรึกษาฟรีที่ Call Center : 02-946-6206 เว็บไซต์ – www.interhome.co.th หาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ คลิกเลย!
Mar 2, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม , บทความอสังหาฯ
ช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 วงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา ยังคงคึกคักและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าบางบริษัทเลือกขยับขยายกิจการด้วยการควบรวมกิจการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่าง PropertyScout เข้าซื้อสองเอเจนซีอสังหาฯ และบางบริษัทก็เลือกที่จะขยายทีมภายในองค์กร รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น
ERA บริษัทตัวแทนซื้อ-ขายอสังหาฯ ในไทย และหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Kaidee Property ตัดสินใจเปิดเกมเดินหน้าเชิงรุกต้อนรับปีนี้ ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรทั้งหมดเป็นแนวราบ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังตั้งเป้าขยายทีมงานอีก 3,000 คน ภายใต้คอนเซปต์ “1 ตำบล 1 ตัวแทน” โดยเน้นทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นพิเศษ ซึ่งเริ่มจากการขยายทีมงานเครือข่ายภายใต้ชื่อ Creative Consulting Dept. เพื่อให้คำปรึกษาและแนะแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นนักขายหรือตัวแทนด้านอสังหาฯ
คุณวรเดช ศิวเตชานนท์ CEO แห่ง ERA
ERA พาร์ทเนอร์ของ Kaidee Property
ทั้งนี้นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีอาร์เอ โฮลดิง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนพัฒนาของบริษัทว่า ทาง ERA ยังเน้นเรื่องการรวบรวมข้อมูลและความต้องการของลูกค้า Data Intelligence เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาปรับปรุง เติมเต็มข้อบกพร่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ให้กับทีม รวมถึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน
นอกจากนี้ทาง ERA ยังมีทีม Intelligence Training Dept. ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแล ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กับสมาชิก ทั้งรูปแบบบุคคลและนิติบุคคลทุกประเภท ที่สำคัญยังมุ่งเน้นพัฒนาแพลตฟอร์ม ERA X MOVEST PLATFORM ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย เพื่อให้สอดรับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า GEN Z มากขึ้น
หมายเหตุ : หากคุณสนใจเป็นหนึ่งพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Kaidee Property เพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ติดต่อได้ที่ 02 119 5050 หรือ กรอกรายละเอียด เพื่อให้เราติดต่อกลับหาคุณ
บรรยากาศงาน ERA Thailand 29th Annual Business Conference 2022
ส่วนหนึ่งจากงาน บรรยากาศงาน ERA Thailand 29th 2022