ฝันว่าขับรถหมายถึงอะไร เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย

ฝันว่าขับรถหมายถึงอะไร เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย

ฝันต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องรถหมายถึงอะไร เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย

ฝันถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ คนเปรียบเสมือนการบอกลางจากอนาคต ทำให้การฝันออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ อาจจะหมายถึงสิ่งที่เรากำลังจะเจอในอนาคตก็เป็นได้ วันนี้เราจะว่าด้วยเรื่องของการฝันว่าขับรถ หมายถึงอะไร เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย และฝันแต่ละประเภทบอกเรื่องอะไรเกี่ยวกับชีวิตเราบ้าง บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

ฝันว่าด้วยเรื่องที่ดีจากรถยนต์


ฝันว่าขับรถยนต์

หากฝันว่าขับรถยนต์นั้นหมายความว่า อาจจะต้องมีการเดินทางไกลในถิ่นธุระกันดาร หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายในเรื่องของการงาน ในช่วงนี้คุณอาจจะต้องเจอความลำบากในหลาย ๆ อย่างรวมถึงการปรับตัวในชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นฝันอันที่ไม่เป็นมงคลสักเท่าไหร่

ฝันว่าเห็นรถยนต์

หากฝันว่าเห็นถึงยานพาหนะต่าง ๆ ถือว่าเป็นฝันที่ดี เนื่องจากการทำงานหรือการทำธุรกิจประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงใครที่กำลังหางานใหม่อยู่ ก็อาจจะมีข่าวดีเข้ามาในช่วงนี้ ดังนั้นหากฝันเจออะไรแบบนี้ก็ดีใจได้เลย

ฝันว่าเห็นรถใหม่

หากว่าฝันเห็นรถใหม่ ที่เพิ่งออกมาจากโชว์รูมหรือได้มาจากแหล่งต่าง ๆ ให้ทำนายว่าท่านจะได้รับความช่วยเหลือจากญาติในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการงาน ธุรกิจ การเดินทาง รวมไปถึงชีวิตประจำวันของเรา ส่งผลให้ชีวิตของเรามีสีสันมากกว่าปกติ

ฝันว่าโดนรถชน

หากฝันว่าถูกรถชนหรือว่าเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ให้เดาว่าคุณอาจจะต้องสูญเสียของรักบางอย่าง รวมไปถึงของบางอย่างจะหายไปจากตัวคุณ ดังนั้นช่วงนี้อาจจะต้องระวังตัวหน่อยหรือว่าลองทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรจะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างมาก

ฝันเห็นรถบรรทุกศพ

หากว่าฝันเห็นรถบรรทุกผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ใดก็ตาม ให้เดาว่าช่วงนี้คุณจะได้รับโชคดีจากการเสี่ยงโชค รวมไปถึงการได้รับโชคจากทางแดนไกลอีกด้วย ถือว่าเป็นฝันที่ดี

ฝันว่าด้วยเรื่องที่ร้ายจากรถยนต์

ฝันว่าเกิดอุบัติเหตุ

หากฝันว่าเกิดอุบัติเหตุให้ทำนายว่าคุณกำลังจะเจอกับการสูญเสียบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง ครอบครัว เพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง ดังนั้นหากฝันเจออะไรประเภทนี้ ให้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง รอบคอบในช่วงนี้

ฝันว่ารถเสีย

หากฝันว่ารถเสียให้ทำนายว่าท่านกำลังจะเจอกับปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะญาติฝั่งผู้ใหญ่ที่อาจจะเกิดเรื่องราวที่ไม่ดีได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ กำลังจะพุ่งเข้ามาหาตัวท่านหรือไม่ก็ท่านนั่นแหละที่จะไปเป็นคนแก้ไขเรื่องเหล่านี้

ฝันเห็นทะเบียนรถ

หากว่าฝันเห็นทะเบียนรถช่วงนี้ อาจจะหลีกเลี่ยงในการพาเพื่อนหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในบ้าน เพราะอาจจะเกิดความกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ที่อยู่ในบ้านได้ รวมไปถึงอาจจะทำอะไรจะติดขัดไปหมดอีกด้วย ทำให้เราอาจจะต้องหลีกเลี่ยงการเจรจาไปก่อน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ ๆ กับทางบ้าน

ฝันเห็นรถหาย

หากฝันว่ารถยนต์ของเราหาย ให้ทำนายว่าคุณกำลังจะได้โชคจากทางฝั่งของญาติผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจมากกว่า ซึ่งโชคดีที่มานี้อาจจะมาในรูปแบบของทรัพย์สินเงินทอง รวมไปถึงโอกาสต่าง ๆ ที่จะเข้ามาอีกด้วย นอกจากนี้ยังอาจจะรวมไปถึงเรื่องของสิ่งที่เราเคยสร้างไว้หรือธุรกิจที่เราจะเริ่มเห็นผล

ฝันเห็นถนนหนทาง

หากว่าฝันถึงถนนหนทาง ให้ทำนายว่าเราอาจจะได้เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ หรืออาจจะได้ไปเที่ยวยังต่างประเทศอีกด้วย นับว่าการฝันประเภทนี้เป็นฝันที่ดี โดนเฉพาะใครที่ชอบในเรื่องของการท่องเที่ยว ฝันนี้นับว่าเป็นมงคลสุด ๆ

รถในหมวดอื่น ๆ


ฝันเห็นรถไฟ

ช่วงนี้อาจจะเกิดเรื่องร้ายกับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน ญาติพี่น้องรวมไปถึงเพื่อนอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันหากช่วงนี้ได้รับความเดือดร้อน ก็จะได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ไม่รู้จักรวมไปถึงการเสี่ยงโชคที่อาจจะได้รับโชคแบบไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นฝันดีและฝันร้ายในเวลาเดียวกัน

ฝันเห็นรถพยาบาล

หากฝันเห็นรถพยาบาล ให้ทำนายว่าท่านจะมีเรื่องเดือดร้อนญาติพี่น้องจะไม่ช่วยเหลือพวกท่าน แต่จะได้รับการช่วยเหลือจากบรรดาเหล่าคนไม่รู้จักแทน นับว่าเป็นฝันที่ดี

ฝันเห็นรถทหาร

หากฝันเห็นรถทหาร ให้ทำนายว่ากำลังจะมีคนชวนไปทำงานที่มีความเสี่ยง ต่อท้ังในชีวิตและในเรื่องของทรัพย์สิน หากต้องการที่จะทำอะไรช่วงนี้ ควรคิดให้ดี

ฝันเห็นรถบรรทุก

หากฝันเห็นรถบรรทุก ให้ทำนายว่าช่วงนี้กิจการต่าง ๆ รวมถึงการค้าจะดีขึ้น รวมถึงการลงทุนในช่วงเวลานี้ก็จะดีขึ้นเช่นกัน ใครที่มุ่งร้ายกับคุณก็จะเจอเรื่องราวที่เลวร้ายย้อนกลับไป อย่างไรก็ตามอาจจะมีความกังวลในเรื่องของอารมณ์ ให้ต้องระวัง

ฝันเห็นอู่ซ่อมรถ

หากว่าฝันถึงอู่ซ่อมรถ ให้ทำนายว่าช่วงนี้จะมีลาภมาจากทางทิศเหนือ แต่ให้ระวังในเรื่องอารมณ์ของคุณให้ดีเพราะว่าอาจจะมีเรื่องหรือต้องเสียทรัพย์จากเรื่องนี้ได้

ฝันเห็นรถตำรวจ

หากฝันเห็นรถตำรวจ ให้ทำนายว่าเดือนนี้คุณจะมีปัญหาในเรื่องของการขโมยข้าวของ ไปจนถึงเรื่องของ ความใจร้อน ที่อาจจะทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ของคุณแย่ลงกว่าเดิม ดังนั้นช่วงนี้อาจจะต้องระวังในอารมณ์ให้มาก ๆ

สรุป

จะเห็นได้ว่าการทำนายฝันในเรื่องเกี่ยวกับรถเพียงอย่างเดียว อาจจะให้ผลลัพธ์ออกมาในหลาย ๆ อย่างทั้งในเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามความฝันอาจจะไม่ได้สำคัญมากเท่ากับการกระทำ หากว่าเราคิดดี ทำดี มีสติและมีความตั้งใจ ไม่ว่าฝันอย่างไรเราก็รับมือได้ทั้งหมด

หากเพื่อนๆ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของรถไม่ว่าจะเป็นรีวิวรถ เทคนิคดี ๆ รวมไปจนถึงเรื่องราวของรถแบบครอบจักรวาลก็ขอแนะนำ Kiadee Auto ที่นี่เรามีให้ทุกอย่างที่ต้องการ รวมไปถึงรถยนต์มือหนึ่งและมือสองมือสองมากมายให้คุณได้เลือกหา

อ้างอิง

horoscope.mthai.com
sanook.com/horoscope
Myhora
Horoscope

วิธีเลือกชุดสูทให้เหมาะกับรูปร่าง

วิธีเลือกชุดสูทให้เหมาะกับรูปร่าง

“สูท” มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า “Suite” ที่ตกทอดมาจากภาษาลาติน “Sequor” แปลว่า “I Follow” สื่อความหมายได้ว่าการใส่สูททุกๆ ชิ้นของเสื้อผ้า ตั้งแต่ เสื้อ กางเกง และอื่นๆ จะต้องสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นการตัดสูทจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้สูทออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด นอกจากความสอดคล้องในเรื่องของเสื้อผ้าแล้ว ยังได้สูทที่มีขนาดพอดีกับรูปร่างของคนใส่อีกด้วย

สูทอาจไม่ได้เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติไทย เหตุผลมาจากอากาศของประเทศไทยที่ร้อนเกินกว่าจะใส่สูทในชีวิตประจำวัน โดยส่วนมากผู้ชายไทยจะนิยมใส่สูทในสำคัญ รวมไปถึงพิธีการและสถานที่สำนักงานต่างๆ เพื่อเป็นการแสดงถึงความให้เกียรติด้วยการแต่งตัวเรียบร้อยเป็นระเบียบ 

การเลือกสูทที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่จะทำให้คุณดูดีอย่างเหลือเชื่อ ไล่ไปตั้งแต่การเลือกชุดสูทเข้ากับรูปร่างของคุณมากที่สุด การผูกเนคไทที่ถูกต้อง หรือการเลือกรองเท้าให้เข้ากับชุด วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลและวิธีการเลือกซื้อสูทให้เหมาะสมสำหรับไซส์และรูปร่างของคุณเพื่อออกมาดูดีที่สุด

1. สำหรับผู้ชายรูปร่างใหญ่

ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา

หากคุณเป็นผู้ชายที่มีรูปร่างใหญ่ควรหาสูทแบบเข้ารูปให้พอดีตัว โดยโฟกัสไปที่เนื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งจะทำให้สูทดูกระชับเข้ากับรูปร่างได้อย่างพอดี แต่ถ้าเป็นสูทที่ทอด้วยผ้าเนื้อหนาจะเพิ่มน้ำหนักและปัญหาที่อาจทำให้คุณดูตัวใหญ่มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ และเราอยากจะแนะนำให้คุณเลือกผ้าแบบ Worsted Wool เป็นผ้าวูลเส้นใยละเอียดที่ทอด้วยขนสัตว์อย่างพิถีพิถันจะดีที่สุด

เลือกผ้าสีเข้ม

การเลือกใช้ผ้าสีเข้มจะช่วยลดความใหญ่ให้ดูเล็กลง แต่ถ้าหากคุณเลือกใช้ผ้าโทนสีอ่อนจะยิ่งทำให้รูปร่างของคุณกับชุดสูทดูแน่นและเต็ม สีเข้มจึงเหมาะสำหรับผู้ชายรูปร่างใหญ่เพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของคคุณดูเบาขึ้นและสบายตาไม่อึดอัด เราจึงขอแนะนำเป็นสีดำและกรมท่า สองสีสุดคลาสสิกที่จะช่วยให้ชุดสูทเข้ากับคุณได้อย่างดีที่สุด

เลือกสูทแบบไม่มีลาย

สำหรับผู้ชายรูปร่างใหญ่การเลือกชุดสูทแบบเรียบๆ ไม่มีลายจะทำให้คุณดูดี แต่ถ้าหากคุณเลือกสูทที่มีลายก็จะยิ่งทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้นไปอีก ควรหลีกเลี่ยงลายที่ดูเยอะเกินไป แต่ยังสามารถเลือกดีเทลของลายได้นิดหน่อย เช่น สูดลายทางจะทำให้ดูตัวยาวและดูทันสมัย รวมถึงยังเลือกสูทที่มีลายเล็กได้ แต่เพียงต้องเลือกอย่างระมัดระวังและให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด

เลือกเสื้อสูทที่มีกระดุม 2 เม็ด

เสื้อสูทกระดุม 2 เม็ด เป็นมาตรฐานและดีไซน์มาแล้วว่าเหมาะสมกับร่างกายทุกรูปแบบ โดยจะไม่ดึงดูดความสนใจมารวมที่รูปร่างของคุณเหมือนเสื้อสูทแบบกระดุมเม็ดเดียวหรือสูทกระดุมสามเม็ดที่ทันสมัย ซึ่งสูทแบบนี้จะเหมาะสำหรับผู้ชายผอม แต่ถ้าหากผู้ชายรูปร่างใหญ่มาใส่ก็จะทำให้ดูไม่ค่อยสมส่วนเท่าไรนัก

เลือกเสื้อสูทแบบ Single-Vent 

ควรหลีกเลี่ยงการเลือกเสื้อสูทแบบ Double-Vent เพราะด้วยรอยผ่าสองข้างที่ด้านหลังจะทำให้คุณดูมีบั้นท้ายที่ใหญ่มากขึ้น แถมยังเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสายตาอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรเลือกเสื้อสูทแบบ Single-Vent ที่มีรอยผ่ารอยเดียวที่ด้านหลัง เพื่อจะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้คล่องตัวได้มากขึ้น

2. สำหรับผู้ชายรูปร่างผอมสูง

เพิ่มน้ำหนักด้วยเนื้อผ้า

หากคุณเป็นผู้ชายรูปร่างผอมสูงควรเลือกใช้เนื้อผ้าที่มีความหนาเพื่อจะช่วยเพิ่มให้รูปร่างของคุณดูมีสัดส่วนและมีมวลน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากเลือกใช้ผ้าน้ำหนักเบาก็จะยิ่งทำให้คุณดูบอบบางเข้าไปอีก ผ้าที่แนะนำจะเป็นผ้าทวีต (Tweed) หรือผ้า Worsted Wool แบบมีน้ำหนักนั่นเอง

เลือกผ้าสีอ่อน

การเลือกสีผ้าสำหรับผู้ชายรูปร่างผอมสูงก็ควรจะเป็นสีโทนอ่อน เพราะจะช่วยให้ดูมีมวลของกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งในทางตรงกันข้ามการเลือกใส่สูทลายทาง และสูทโทนสีเข้มก็จะช่วยทำให้ดูสูงขึ้น และผอมขึ้น การเลือกใช้โทนสีอ่อนจึงทำให้อย่างเช่น สีเทาจะช่วยให้ชุดสูทและรูปร่างของคุณดูเหมาะสมพอดีกับรูปร่าง

เลือกสูทแบบกระดุม 3 เม็ด

สำหรับผู้ชายที่มีรูปร่างผอมสูงการเลือกใช้เสื้อสูทแบบกระดุม 3 เม็ด จะช่วยทำให้ตัวดูกว้างไม่ผอมจนเกินไป ซึ่งสามารถสวมใส่ได้อย่างสมาร์ท แต่อย่างไรก็ตามควรติดกระดุมแค่สองเม็ดบนก็พอแล้ว

เลือกสูทแบบ Single-Vent หรือไม่มีเลย

ผู้รูปร่างผอมสูงสามารถเลือกได้ 2 ทางด้วยกันคือ สวมเสื้อสูทแบบไม่มีรอยผ่าหลัง (Ventless) หรือ สวมเสื้อสูทแบบรอยผ่าเดียว (Single Vent) ซึ่งจะทำให้ดูเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบาย และช่วยเสริมสร้างให้เห็นรูปร่างของคุณชัดเจน อีกทั้งยังได้ลุคที่ดูเรียบร้อยอีกด้วย

3. สำหรับผู้ชายตัวเล็ก

หลีกเลี่ยงผ้าที่มีลวดลาย

สำหรับผู้ชายที่มีปัญหาในเรื่องของส่วนสูงนั้นไม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลาย หรือลายพิมพ์หนาๆ บนผ้า เพราะจะยิ่งทำให้เป็นที่ดึงดูดความสนใจในรูปร่างของคุณมากยิ่งขึ้น โดยควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่เรียบๆ เพื่อลดความสนใจในรูปร่างของคุณ

เลือกสูทลายทาง

การเลือกสูทลายทางจะยิ่งช่วยดึงดูดสายตาที่มองมานั้นทำให้คุณดูมีสัดส่วนที่ดูสูงขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคและทริคเล็กๆ ที่ไม่เพียงแต่นำมาใช้ในการเลือกชุดสูทเท่านั้น เพราะยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเสื้อผ้าทั่วไปได้ รับรองว่าลายทางจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณได้แน่นอน

เลือกสูทแบบกระดุมเดียว

หากคุณเป็นผู้ชายรูปร่างเล็กการเลือกสวมใส่สูทที่มีเพียงหนึ่งกระดุมหรือมากที่สุดคือ 2 กระดุมเท่านั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการที่จะได้ลุคแบบไหน โดยสูทกระดุมเดียวจะให้ภาพลักษณ์ที่ทันสมัย แต่ในขณะที่สูทแบบ 2 กระดุมจะช่วยทำให้คุณได้ลุคแบบดั้งเดิมและคลาสสิก ยิ่งกระดุมน้อยเท่าไรจะทำให้สัดส่วนของคุณดูเหมาะกับรูปร่างมากยิ่งขึ้น

เลือกสูทแบบ Double-Vent

สำหรับสุภาพบุรุษร่างเล็กสูทแบบ Double-Vent ถูกสร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ด้วยรอยผ่าคู่ที่ด้านหลังจะช่วยให้รูปร่างของคุณดูมีเสน่ห์ มีมิติ ชวนน่ามองและยังทำให้คุณดูสูงขึ้น โดยสูทแบบ Double-Vent ไม่เพียงแต่จะเหมาะกับคนตัวเล็กเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่ทำให้ชุดสูทของคุณดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

สรุป

สุดท้ายแล้วการเลือกชุดสูทให้พอดีกับตัวและเข้ากับรูปร่างของคุณถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะการมีชุดสูทที่พอดีตัวเข้ากับรูปร่างของตัวเองแล้ว ยังช่วยให้คุณรู้สึกสบาย มั่นใจ และคล่องตัวทุกครั้งเมื่อสวมใส่ ที่สำคัญยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของคุณให้ดูดีและน่ามอง

สำหรับใครที่อ่านจบแล้วและกำลังมองหาชุดสูทหรือร้านเช่า สามารถเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์สินค้าดีราคาถูกที่มีของให้คุณเลือกอีกเพียบ

ส่อง City สองรุ่นใหม่ The City Hatchback และ e:HEV

ส่อง City สองรุ่นใหม่ The City Hatchback และ e:HEV

Honda City ถือว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ด้วยยอดขายมากถึง 16,950 คัน ในครึ่งปี 2020 นี้ถือว่าเป็นรถ Sub-Compact ที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดของ Honda เลยทีเดียว และแล้วทาง Honda ก็ได้บุกตลาดอีกครั้งด้วย Honda City โฉมใหม่ที่จะทำให้ตลาด Eco Car ต้องสะเทือน

Honda City กับสองรุ่นใหม่

Honda ประเทศไทยได้ประกาศผ่านหน้า Facebook ของ Honda Thailand เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเปิดตัวของ Honda City รุ่นใหม่ 2 รุ่นได้แก่ The City Hatchback เป็นที่แรกของโลกกับ Honda City e:HEV ที่เป็นครั้งแรกของรุ่นนี้ในการเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2020 นี้ใน Facebook , Youtube ของ Honda Thailand และในเว็บไซต์ Honda Virtual Experience เวลา 12.30 น.

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ เพราะแต่เดิมเรื่องนี้เป็นข่าวลือมาสักพัก โดยรถรุ่นนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ Honda Vision 2030 ที่เน้นเป้าหมายหลักสองอย่างคือ ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon-free Society) และ ด้านความปลอดภัย เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision-free Society)

Honda City e:HEV

รูปภาพจาก Facebook: Honda Thailand

สำหรับ Honda City e:HEV ถือว่าเป็นครั้งแรกของ City ที่ได้ใช้เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้า e:HEV (อี:เอชอีวี) โดยเป็นการทำงานแบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive อันเป็นการผสานกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรผสมกับกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว

อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Honda Sensing เป็นครั้งแรกใน City อีกด้วย นอกจากนี้ภายในของรุ่นนี้ยังทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เพิ่มมาในส่วนของทั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับระบบ AppleCar Play และ Google Map เสริมเข้ากับระบบแอร์สำหรับห้องโดยสารและการ Start ด้วย Engine Remote Start

ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นทางเลือกของหลาย ๆ คนที่อยากลองใช้งานรถไฮบริดมากขึ้นจากเดิมที่เทคโนโลยีนี้จะอยู่ในรถที่มีราคาแพง ในขณะที่ Honda City e:HEV มีราคาเริ่มต้นเพียง 839,000 บาทเท่านั้น

The City Hatchback

รูปภาพจาก Facebook: Honda Thailand

ในขณะที่ The City Hatchback จะเป็นส่วนเสริมให้รถ City ดูกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรถใน Segment เดียวกัน ทำให้ Honda City จะยังคงเป็นรถเจ้าตลาดไปอีกนาน โดยรุ่นนี้เน้นการออกแบบเพื่อตอบสนองวัยรุ่นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของรถที่ทำออกมาได้โฉบเฉี่ยวและมีความเป็นสปอร์ต เครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบให้กำลังแรงสูงสุดที่ 122 แรงม้า

ผสานเข้ากับการออกแบบภายในที่ใช้งานได้หลากหลาย ปรับได้ถึง 4 โหมดคือ Utility Mode ปรับเบาะด้านหลังลงเพื่อใส่ของ , Long Mode ปรับเบาะด้านหน้าสำหรับใส่ของยาว , Tall ปรับยกเบาะด้านหลังขึ้นเพื่อให้ใส่ของสูงได้และ Refresh Mode ปรับเบาะผู้โดยสารลงเพื่อสุนทรีย์ในการพักผ่อน ส่วนของระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีก็มาอย่างครบครัน ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจมาก ๆ พร้อมกับราคาเริ่มต้นเพียง 590,000 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น The City Hatchback

สรุป

ถือว่าเป็นก้าวใหญ่มาก ๆ สำหรับ Honda City ที่ได้ออกสองรุ่นใหม่ออกมา โดยมองไปถึงเรื่องของความคุ้มค่าและฟังก์ชันในการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตอีกด้วย ทำให้หลาย ๆ คนที่กำลังมองหารถ Eco Cars สักคัน อาจจะชอบรถหนึ่งในสองรุ่นนี้ก็เป็นได้

อ้างอิงจาก

https://www.honda.co.th/cityehev
https://www.honda.co.th/cityhatchback
Facebook : Honda Thailand
www.honda.co.th/news/e_TECHNOLOGY
https://www.honda.co.th/news/businessupdate2020

5 อันดับหูฟังเกมมิ่งรุ่นยอดนิยม 2020

5 อันดับหูฟังเกมมิ่งรุ่นยอดนิยม 2020

ในปัจจุบัน “หูฟัง” นับว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความบันเทิงแก่เราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง รับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด หรือเล่นเกม ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้เสียงที่มีความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ ยิ่งถ้าหากพูดถึงเรื่องการเล่นเกมในยุคนี้ที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของภาพ เสียง ความเหมือนจริง เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด รวมถึงยังเป็นกีฬาระดับโลกที่ใช้ชื่อว่า E-Sports จึงทำให้วงการเกมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นการมีอุปกรณ์ที่ดีมีมาตรฐานก็จะยิ่งช่วยสร้างความบันเทิงให้คุณได้อย่างเต็มที่

“หูฟัง” จึงเป็นหนึ่งในไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับคนรักการเล่นเกมที่ต้องมี ยิ่งถ้าหากเป็นหูฟังที่ได้มาตรฐาน ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดเหมือนจริง หมดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนคนอื่นหรือลำโพงแตกไปได้เลย ซึ่งในปัจจุบันมีหูฟังให้เลือกซื้อมากมายหลายแบรนด์ด้วยกัน หากคุณต้องการจะซื้อหูฟังดีๆ สักหนึ่งชิ้นจะใช้วิธีเลือกจากอะไร และมีแบบไหนบ้าง มาหาคำตอบพร้อมๆ กันไปกับบทความนี้เลย

เลือก “Channel” ให้เหมาะสมกับคุณภาพเสียงที่ต้องการ

โดยทั่วไปแล้วการทำงานของระบบเสียงแบบ Surround จะทำงานด้วยการส่งเสียงออกจากลำโพงหลายตัวจากหลายตำแหน่งที่ติดตั้ง เพื่อส่งมายังทิศทางของผู้ฟังด้วยเสียงที่ต่างกัน จึงทำให้ได้รับมิติของเสียงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสียงใกล้-ไกล หรือ เสียงจากซ้าย-ขวา ที่ส่งเข้ามาจากรอบทิศทาง ซึ่งจะทำให้ได้รับเสียงที่สมจริง ซึ่งหูฟังที่วางขายในปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภท ด้วยกัน ได้แก่  5.1 ch, 7.1 ch และ 9.1 ch แต่ละประเภทให้เลือกจุดประสงค์ของการใช้งานเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การรับฟังได้อย่างเหมาะสมในกิจกรรมโปรดของคุณ

แบบมีสายหรือไร้สาย ?

สิ่งที่ต้องพิจารณานอกจากเสียงแล้ว การเลือกหูฟังแบบมีสายและแบบไร้สายคือสิ่งต่อมาที่ต้องมานั่งเลือก โดยแต่ละแบบนั้นก็จะมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพเสียง และความสะดวกสบาย ซึ่งควรจะเลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก

หูฟังแบบมีสาย

หูฟังแบบมีสายนั้นมีคุณภาพที่ดีกว่าแบบไร้สาย ซึ่งเกิดจากการส่งสัญญาณผ่านสายที่ใช้เชื่อมต่อสู่หูฟังโดยตรง ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงขาดหรือดีเลย์ และยังคงคุณภาพของเสียงที่ถูกส่งออกมาไว้ได้ ซึ่งข้อจำกัดสำหรับหูฟังแบบมีสายคืออาจทำให้พกพาไปข้างนอกไม่สะดวกเท่าไรนัก แต่ข้อดีก็คือไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ จึงทำให้สามารถเชื่อมต่อฟังกับสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เพื่อเพลิดเพลินกับการฟังโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด

หูฟังแบบไร้สาย

หูฟังไร้สายสามารถพกพาง่าย ออกไปใช้งานข้างนอกได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่มีสายมาเกะกะ แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ในหูฟังไร้สายคือเสียงขาดหายหรือดีเลย์ เนื่องจากสัญญาณหรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์นั้นขัดข้อง แต่ถ้าหากหูฟังเหล่านั้นใช้ระบบไร้สายแบบ Dual-Band ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญต้องเลือกใช้หูฟังไร้สายที่มีความจุแบตเตอรี่สูงเพราะจะทำให้สามารถฟังได้ยาวนานขึ้นนั่นเอง

วันนี้ Kaidee จึงได้รวบรวม 5 หูฟังเกมมิ่งรุ่นยอดนิยมที่เหล่าเกมเมอร์ชอบใช้กัน มาดูไปพร้อมๆ กันว่าจะมีรุ่นอะไรบ้าง ตามมากันเลย

1. Sennheiser GSP 670

หูฟังสำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพหรือเหล่าสตรีมเมอร์ทั้งหลาย ถูกสร้างขึ้นมาจากแบรนด์ Sennheiser ผู้ผลิตหูฟังมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี จุดเด่นของหูฟังที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลาย ทั้งแบบไร้สายและมีสาย Bluetooth, Wireless และ MicroUSB ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับ PC และ PS4 ให้เสียงที่คมชัดมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก รองรับระบบเสียง Wireless 7.1 Surround Sound หูฟังยังตอบสนองช่วงเสียงตั้งแต่ 10–23,000 Hz

ตัวโครงสร้างของหูฟังทำด้วยพลาสติกคุณภาพสูง พร้อมดีไซน์การออกแบบที่ดูทันสมัยและผสมผสานกับความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Sennheiser เสริมด้วยโฟมที่ทำให้การสวมใส่นุ่มสบายได้ในเวลานานและไม่เจ็บหู เชื่อว่าเมื่อคุณเห็นแล้วต้องหลงรักอย่างแน่นอน

2. Logitech Astro A50 Gen 4

สุดยอดหูฟังเกมมิ่งขั้นเทพแบบไร้สายที่จัดเต็มครบเครื่องทั้งการออกแบบและคุณภาพเสียง โดยมาพร้อมสัญญาณช่อง 5.8 Ghz สามารถตัดเสียงรบกวนได้มากกว่า 80% ปรับแต่งเสียงได้ถึง 3 ระดับ EQ1: Media ปรับเสียงเบสสำหรับภาพยนตร์และเกม EQ2: Core เป็นการตั้งค่าสำหรับให้เหมาะกับผู้เล่นเดี่ยว EQ3: Pro เหมาะกับการแข่งขันโหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) และยังช่วยให้ได้ยินเสียงคู่แข่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงยังมาพร้อม Base Station ที่เป็นทั้ง Mixamp และ ที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้ภายในตัว 

การออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัย โดยเลือกใช้วัสดุบุฟองน้ำแบบนุ่ม และการตัดเย็บอย่างพิถีพิถันอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์ที่ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ปรับเข้ากับรูปหน้าได้เป็นอย่างดี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

3. Sony MDR-HW700DS

หูฟังแบบ 9.1 ch ที่รองรับระบบเสียงได้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Dolby Digital, DTS, DTS-HD และ TrueHD รวมถึงยังรองรับระบบ 4K Ultra HD อีกด้วย ซึ่งตัวหูฟังเป็นระบบ Wireless ที่เชื่อมต่อด้วยระบบ Dual Band ความถี่ 5GHz ที่ให้ความเสถียรและคมชัดรับประกันว่าไม่มีดีเลย์ พร้อมรีโมทในตัวเพื่อให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ในขณะเล่นเกมหรือดูหนังได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบคุณภาพเสียงแบบสมจริง คมชัดเหมือนกำลังนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์นั้นต้องไม่ควรพลาดหูฟังตัวนี้ ซึ่งการันตีด้วยความที่เป็นแบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับ Sony จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

4. SteelSeries Arctis Pro Wireless

เกมมิ่งเฮดโฟนระดับมืออาชีพซึ่งเป็นรุ่นท็อปของตระกูล Arctis Pro โดยเน้นไปที่การใช้งานระดับมืออาชีพเพื่อต้องการคุณภาพเสียงที่ดีสามารถแยกแยะทิศทางได้ขณะเล่น เชื่อมต่อแบบ Dual Wireless ความถี่ 2.4GHz ให้ความเสถียรที่ไกลถึง 12 เมตร พร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ระบบเสียง Surround DTS X 7.1 v2.0 ใช้คู่กับตัว Transmitter Base Station เพื่อควบคุมการเปิด-ปิด Wireless และตัวหูฟัง ให้เสียงสมจริง พร้อมระบบตัดเสียงไมโครโฟนที่ดีเยี่ยม

ด้านการออกแบบดีไซน์ที่ดูทันสมัยมาในธีมสีดำดุดัน เลือกใช้วัสดุคุณภาพเพื่อให้ผู้ฟังสวมใส่ได้อย่างยาวนาน พร้อมยังสามารปรับระดับเพื่อเข้ากับรูปหน้าได้ตามต้องการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งหูฟังที่ตอบโจทย์ทั้งการดีไซน์และราคาที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี

5. Razer Thresher Ultimate

หูฟังเกมมิ่งสำหรับชาว PS4 และ PC โดยเฉพาะ ด้วยระบบเสียง Surround ไร้สายบนคลื่นสัญญาณ 2.4 GHz ได้ไกลสูงสุด 12 เมตร สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 16 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ขับเคลื่อนด้วยไดร์เวอร์หูฟังขนาด 50mm แบบ Neodymium Magnets มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีเสียงที่ดีที่สุดสำหรับชุดหูฟัง Dolby Headphone ให้มิติเสียงที่สมจริงรวมถึงบอกตำแหน่งทิศทางของเสียงได้อย่างแม่นยำ ไมโครโฟนแบบดิจิทัล Uni-directional ทิศทางเสียงที่แม่นยำและการสื่อสารที่ชัดเจน 

โดยรองรับพอร์ทแบบ Optical ผ่าน BaseStation ที่ทำงานเป็นตัวรับสัญญาณและสามารถ Switch เลือกโหลดการใช้งานได้ทั้ง PS4 และ PC และในกล่องได้แถม Razer Headset Stand สามารถประกอบวางใต้แท่นหูฟังได้อย่างลงตัว พร้อมสกรีนโลโก้ PS4 ไว้อย่างสวยงาม การควบคุมเสียงปรับเพิ่ม-ลดได้บนตัวหูฟังได้ทันที

สรุป

สำหรับหูฟังที่เราได้นำเสนอไปนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการเลือกหูฟังที่ถูกใจต้องนำจุดประสงค์ในการใช้งานของตัวเองมาเพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ หากซื้อหูฟังที่ดีที่สุดและแพงที่สุดมาใช้งานไม่ถูกทางก็อาจจะไม่ได้ศักยภาพที่ดีที่สุดของหูฟังออกมาได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้อ่านให้ได้หูฟังที่ถูกใจมาครอบครอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ของดีราคาถูกที่รอคุณอยู่

5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อจักรยานเสือหมอบ

5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อจักรยานเสือหมอบ

“จักรยาน” เป็นหนึ่งในยานพาหนะยอดฮิตสำหรับคนไทยในช่วงนี้ที่สังเกตได้ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองแล้วต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายของถนนในเวลาเร่งด่วน เบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟฟ้า หรือรถยนต์จำนวนมากที่จอดติดกันแทบจะไม่ขยับในทุกเช้า การเลือกใช้จักรยานก็สามารถพาคุณทะลุตรอกซอกซอยเล็กๆ ไปถึงที่หมายได้รวดเร็วกว่าการนั่งรถเสียอีก 

การปั่นจักรยานที่นอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ยังทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย เนื่องจากการปั่นจักรยานจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ที่เรียกได้ว่าในทุกๆ วันเราจะมีเวลาออกกำลังกาย และเดินทางไปพร้อมๆ กัน 

ซึ่งการเลือกซื้อจักรยานให้ตอบโจทย์การใช้งานตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ บางคนอาจซื้อไว้ปั่นแค่ตอนไปจ่ายตลาด แต่สำหรับบางคนอาจต้องการซื้อไว้เพื่อปั่นออกกำลังกายและใช้ควบคู่กับชีวิตประจำวัน ซึ่งมีจักรยานอยู่ประเภทหนึ่งที่ครอบคลุมการใช้งานได้อย่างหลากหลาย นั่นก็คือ “จักรยานเสือหมอบ”

วันนี้ Kaidee จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับจักรยานเสือหมอบ เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อว่าจักรยานเสือหมอบตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่ ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) คือ 

จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่เหมาะกับการปั่นเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ ระยะทางไกล ท่องเที่ยว และทำความเร็ว โดยดีไซน์หลักของจักรยานเสือหมอบจะถูกออกแบบมาเพื่อให้ขี่ได้เร็วบนถนนพื้นผิวเรียบ และใช้แข่งขันทำความเร็ว ซึ่งท่าขี่จะก้มตัวเพื่อให้ลู่ลมและมีแฮนด์โค้งลงตามชื่อลักษณะ “หมอบ” หรือเรียกว่า “Drop Handlebar” และจะเลือกใช้ยางหน้าแคบเพื่อลดแรงเสียดทาน วัสดุตัวเฟรมส่วนใหญ่ทำด้วย Fiber Carbon หรือ Light Weight Aluminium เพื่อให้มีน้ำหนักเบาเพื่อทำความเร็วโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบดูรายการกีฬาก็จะพบเห็นจักรยานประเภทนี้ได้บ่อยในรายการแข่งขันที่โด่งดังที่สุดอย่าง Tour De France 

ด้วยลักษณะการออกแบบของจักรยานเสือหมอบนั้นจึงไม่เหมาะกับเส้นทางวิบากเป็นอย่างมาก เพราะการออกแบบที่ไม่มีระบบกันสะเทือนและใช้ยางหน้าแคบ โดยปกติแล้วจะใช้หน้ายางขนาด 20, 23, 25 ม.ม. ซึ่งการสัมผัสของตัวยางกับพื้นผิวถนนจริงประมาณไม่เกิน 10 ม.ม. หรือ 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ประกอบกับการใช้วงล้อขนาด 700c เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 ม.ม. จึงเป็นรถที่ทำความเร็วได้เหนือกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ 

จักรยานเสือหมอบมีกี่ประเภท ?

โดยจักรยานเสือหมอบยังสามารถแยกออกได้ 4 ประเภทด้วยกัน เพื่อแบ่งออกตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งบางคนอาจจะชอบทำความเร็วแต่ก็ต้องการลุยเส้นในทางวิบาก หรือบางคนไม่ชอบลุย ชอบที่จะทำความเร็วบนถนนทางเรียบเพียงอย่างเดียว เราลองมาดูกันว่าจักรยานเสือหมอบประเภทไหนบ้างที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเอง

Racing Bikes

เป็นจักรยานเสือหมอบประเภทที่มีน้ำหนักเบาและลู่ลม ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเน้นทำความเร็วในทางราบ และขึ้นเขา นิยมขี่กันเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ โดยตัวถังทั่วไปทำมาจาก Fiber Carbon หรือ Light Weight Aluminium รูปร่างบางมีน้ำหนักน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ตำแหน่งการปั่นที่เป็นมุมชันเพื่อทำให้ผู้ปั่นเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างคล่องตัว

Endurance Bikes

คุณสมบัติของ Endurance Bikes มีความคล้ายจักรยานเสือหมอบประเภท Racing Bikes เกือบทั้งหมด ต่างกันที่องศาของท่าปั่นที่ทำออกมาให้ปั่นได้สบายมากกว่าเดิม โดยปรับการออกแบบของแฮนด์ให้มีลักษณะที่ยกสูงขึ้น ทำให้เวลาตอนปั่นไม่ต้องก้มตัวลงมากเพื่อลดอาการตึงที่หลังและคอ ส่วนมากจะมีขนาดยางที่กว้างและนุ่ม รวมถึงยังให้ความรู้สึกในการปั่นที่สบายกว่า

Cyclocross Bikes 

เป็นจักรยานที่ออกแบบเพื่อให้ลุยได้มากกว่าเดิม สามารถปั่นได้บนทางหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น พื้นเรียบ พื้นขรุขระ กรวด และหญ้า ด้วยลักษณะยางที่หน้ากว้าง หนากว่า มีดอกยาง เพื่อให้ลุยได้มากกว่า ตัววัสดุของเฟรมจะมีความแข็งแรงเพื่อรับแรงกระแทกจากพื้นผิวทางหลายแบบ นิยมเรียกได้หลายชื่อว่า Cross Bikes หรือ CX Bikes ก็ได้เช่นเดียวกัน

Touring Bikes

Touring Bikes จะนิยมมากในหมู่นักปั่นที่ชอบเดินทางไกล เนื่องจากถูกออกแบบตัวเฟรมให้มีความทนทานสูง สามารถบรรทุกสิ่งของ กระเป๋า สัมภาระ ได้จากชั้นวางด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างก็ได้ ช่วงฐานของล้อมีขนาดยาวกว่าปกติ ให้จุดศูนย์ถ่วงที่อยู่ระหว่างกลางเพื่อง่ายต่อการควบคุมรถ รวมถึงยังมีดิสก์เบรกเพื่อง่ายต่อการหยุดรถกะทันหันในขณะที่บรรทุกของหนักๆ

จุดประสงค์ในการใช้งาน

เมื่อทราบถึงประเภทของจักรยานเสือหมอบแล้ว ต่อมาคือเราต้องรู้จุดประสงค์ในการใช้งานของตัวเองว่าจะปั่นไปทำงาน หรือเน้นใช้งานไปที่การปั่นออกกำลังกายเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องมาคิดต่ออีกว่าถ้าหากเราต้องการซื้อมาเพื่อปั่นไปทำงาน ลักษณะพื้นผิวของถนนระหว่างทางจากบ้านไปที่ทำงานเป็นรูปแบบใด เป็นทางเรียบหรือว่าขรุขระ เช่นเดียวกันถ้าหากเราซื้อมาเพื่อปั่นออกกำลังกายก็ต้องดูเส้นทางที่เราปั่นบ่อยๆ เป็นแบบไหน หากเน้นปั่นในสวนที่ถนนมีความเรียบก็อาจจะเลือกใช้เป็นจักรยานเสือหมอบที่เหมาะสำหรับทำความเร็ว เป็นต้น

เลือกขนาดจักรยานให้เหมาะสมกับรูปร่างผู้ขี่

สิ่งสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจซื้อจักรยานเสือหมอบนั้นก็คือ การเลือกขนาดของจักรยานให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ขี่ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการปรับแต่งและเลือกอะไหล่จักรยานเลยทีเดียว ซึ่งการเลือกขนาดจักรยานที่เหมาะสมจะช่วยให้การปั่นมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

ยิ่งถ้าหากว่าเราต้องการจะใช้จักรยานเพื่อลงการแข่งขันก็จะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งทีมแข่งจักรยานที่มีชื่อเสียงส่วนมากจะมีทีมงานคอยวัดสัดส่วนของตัวนักแข่ง เช่น ส่วนสูง, ช่วงความยาวของขา, ความยาวของลำตัว เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลไปประกอบในการสร้างจักรยานและชิ้นส่วนให้นักกีฬาคนนั้นใช้งานได้เหมาะสมกับสรีระร่างกายให้สมดุลมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ใช้งานสูง 179 เซนติเมตร ช่วงขาจากพื้นถึงเป้ากางเกงยาว 81 เซนติเมตร ผลลัพธ์ที่ได้คือ ควรใช้จักรยานขนาด 55 และขาจานหน้าต้องใช้ความยาว 172.5 mm จึงจะเหมาะสมและเข้ากับร่างกายมากที่สุด

งบประมาณในการซื้อ

งบประมาณหรือเงินก็คืออีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานเสือหมอบ เพราะถ้าหากมีงบประมาณที่พร้อมจ่ายอย่างชัดเจนก็จะทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ามีงบในการซื้ออย่างจำกัดลองศึกษาดูรุ่นราคาที่จับต้องได้ หรือเข้าไปที่ร้านขายจักรยานและสอบถามพนักงานเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกซื้อ เพื่อที่เราจะได้รุ่นจักรยานที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและตอบโจทย์ในเรื่องของราคาได้อีกด้วย

สรุป

การเลือกซื้อจักรยานเสือหมอบมาไว้ใช้งานสักหนึ่งคันจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากมีการเตรียมข้อมูลและศึกษามาเป็นอย่างดีก็จะทำให้มีตัวเลือกที่ชัดเจน การเลือกซื้อก็จะมีปัจจัยหลายๆ อย่างมาเกี่ยวข้องประกอบการตัดสินใจที่ดีก็จะทำให้เราได้จักรยานเสือหมอบที่เหมาะสมกับตัวเองและถูกใจเรามากที่สุด

เมื่ออ่านจบแล้วใครที่กำลังมองหาจักรยานมือสองหรือว่าอะไหล่สำหรับตกแต่ง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ของดีราคาถูกกันได้เลย