Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
อย่างที่ทราบกันว่าคอนโดมิเนี่ยม 1 ห้องนอนมักจะมีขนาดไม่เกิน 40 ตารางเมตร ซึ่งข้อนี้แหละที่ทำให้เวลาตกแต่งคอนโดต้องคิดเยอะเป็นพิเศษ เพราะการตกแต่งที่ดี นอกจากจะช่วยให้ขนาดของห้องดูกว้างและดูมีสไตล์แล้ว ยังช่วยให้พื้นที่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย
การตกแต่งคอนโด มีสไตล์ไหนบ้าง
แน่นอนว่าการตกแต่งหรือรูปแบบห้องแต่ละโครงการย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราจะแนะนำสไตล์การตกแต่งเบื้องต้นที่คิดว่าทุกคนน่าจะพอรู้จัก เห็นภาพได้ง่าย ซึ่งมีดังต่อไปนี้
Modern Luxury สไตล์ที่ดูสวยทันสมัยแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งทำมาจากวัสดุมันวาว เช่น อะลูมิเนียมและสแตนเลส โดยอาจตกแต่งผนังด้วยลายหินอ่อน พร้อมเครื่องประดับสีเงินและสีทอง เช่น กรอบรูป แจกัน เป็นต้นVintage Style ย้อนวันวานด้วยห้องสไตล์วินเทจ โดยการตกแต่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นของมือสองเพียงเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงโบราณ หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็สามารถตกแต่งสไตล์นี้ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง โปสเตอร์ภาพยนต์ยุค 80 หรือกล้องฟิล์ม ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์สีขาวหรือสีมันวาวอย่างลงตัวMediterranean Fresh การตกแต่งแนวธรรมชาติ แต่ยังมีชีวิตชีวา ซึ่งจะเน้นไปที่สีฟ้า น้ำตาล และเขียว ประดับและตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มองไปทางไหนก็สบายตาMinimalist Modern สไตล์ที่กำลังมาแรง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้ โดยการตกแต่งห้องจะเน้นแบบเรียบง่าย สบายตา อาศัยแสงจากธรรมชาติเพื่อให้ห้องดูสว่าง เน้นเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเลขาคณิต โดนคำนึงถึงคอนเซ็ปต์ Less is More
6 ทริคแต่งคอนโดง่ายๆ มือใหม่ทำเป็น
1. โทนสีเดียวกันช่วยให้ทุกอย่างเพอร์เฟค
คุณสามารถแต่งคอนโดให้ทุกอย่างดูเข้ากันได้ง่ายๆ แค่พยายามออกแบบ Mood and Tone ตั้งแต่ห้องนั่งเล่นไปจนถึงห้องนอน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสีห้อง วอลเปเปอร์ และเฟอร์นิเจอร์ สำหรับใครที่คิดไม่ออกว่าควรใช้สีอะไรดี สีเบจ เทา และขาว คือสียอดฮิต จะแมทช์กับอะไรก็ดูสวยและลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
2. กระจกช่วยได้
เนื่องจากกระจกจะช่วยสะท้อนให้พื้นผิวดูลึกและมีมิติมากขึ้น การติดกระจกบริเวณต่างๆ จึงช่วยให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณทางเดิน เหนือเตียงหรือโซฟา หรือผนังห้องครัว แต่ทั้งนี้ควรเลือกกระจกขนาดพอเหมาะพอดี และเข้ากับสไตล์ของห้องด้วย จะได้ไม่ดูเด่นจนเกินไป
3. เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้น ทำได้หลายหน้าที่
เพื่อการใช้สอยอย่างคุ้มค่าบนพื้นที่จำกัด การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถทำได้หลากหลายหน้าที่ภายในชิ้นเดียว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการแต่งคอนโด ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก อย่างเช่น โต๊ะสำหรับห้องนั่งเล่นที่สามารถแยกส่วนกลายเป็นเก้าอี้และชั้นเก็บของได้ในเวลาเดียวกัน หรือเตียงนอนแบบลิ้นชักที่สามารถดึงออกมาเป็นโซฟาได้ เป็นต้น
4. ไม่กั้นห้องแบบทึบ
การกั้นห้องแบบทึบจะยิ่งทำให้ห้องดูแคบ แต่ถ้าต้องการกั้นห้องจริงๆ ควรใช้ประตูกระจกบานเลื่อนที่มีความโปร่งใส หรือในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้มองเห็นภายในห้อง ก็สามารถติดผ้าม่านหรือใช้กระจกฝ้าทดแทนได้
5. ห้องมีชีวิตชีวาได้ด้วย ‘ต้นไม้’
ไม่ลืมที่จะเพิ่มชีวิตชีวาให้ห้องของคุณด้วยต้นไม้เล็ก ๆ อาจจะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศสักต้นสองต้นดูก็ได้ เพราะต้นไม้พวกนี้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แถมยังช่วยดูดสารพิษต่างๆ ภายในห้อง สำหรับต้นไม้ฟอกอากาศที่แนะนำได้แก่ เสน่ห์จันทร์แดง ลิ้นมังกร เดหลี
6. สัดส่วนชัดเจน เป็นระเบียบ
ถ้าอยากให้ห้องดูกว้าง อยู่แล้วไม่อึดอัด คุณควรเก็บของให้เข้าที่ และแบ่งสัดส่วนของพื้นที่นั้นๆให้ชัดเจน เพราะถึงแม้จะแต่งห้องสวยแค่ไหน แต่ถ้าห้องยังรก วางของไม่เป็นระเบียบ ก็ไม่ช่วยให้ห้องมีพื้นที่ และน่าอยู่อยู่ดี
การแต่งคอนโดก็เหมือนการแต่งบ้าน นอกจากจะต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว ยังต้องใช้ประโยชน์ได้สูงสุดเวลาอยู่อาศัยด้วย เพราะนอกจากที่ทำงานแล้ว ห้องเล็กๆห้องนี้นี่แหละที่คุณใช้เวลาอยู่กับมัน ลองคิดภาพคุณเหนื่อยๆได้กลับมาเจอห้องสวยๆ มีหมอนนุ่มๆให้นอนดูสิ จะมีความสุขขนาดไหน
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดสักห้อง จะซื้อหรือเช่าก็ดี Kaidee Property เรามีห้องทุกแบบ จะคอนโดสไตล์ไหน เราพร้อม !
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ปัจจุบันไลฟ์สไตล์คนเมืองได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากขึ้น หลายคนเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยโดยการคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินทางและประหยัดพื้นที่เป็นหลัก คอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง แต่สิ่งที่ตามมาก็คือพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะ “ห้องนอน” ที่จะทำอย่างไรให้ห้องนอนของเราสมบูรณ์แบบดูมีชีวิตชีวา วันนี้เรามีเทคนิคเล็กๆ ในการแต่งห้องนอนอย่างไรให้ดูกว้าง รับรองว่าทำตามได้ง่ายและใช้เวลาในการตกแต่งไม่นานแน่นอน
1. เลือกใช้โทนสีอ่อน
หากจินตนาการถึงพื้นที่กว้างสักแห่ง เช่น ท้องทะเล หรือท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลายสบายตา การเลือกสีตกแต่งห้องนอนก็ใช้รูปแบบคล้ายกัน โดยการเน้นใช้โทนสีอ่อนเพื่อความโปร่งสบายจะช่วยทำให้ห้องของคุณมีชีวิตชีวาขึ้น สีที่เลือกใช้ควรเป็นสีขาว สีครีม สีน้ำตาลอ่อน สีฟ้า ซึ่งสีเหล่านี้จะช่วยสะท้อนแสงสว่างได้ดี การใช้สีจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ห้องนอนของคุณดูโปร่งสบายมากขึ้นจากในพื้นที่แคบๆ
2. แบ่งสัดส่วนห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์
การแบ่งสัดส่วนห้องขนาดเล็กต้องอาศัยเทคนิคและการตกแต่งเพื่อจัดให้ห้องนอนของเราไม่ดูอึดอัดจนเกินไป เนื่องด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดจนไม่สามารถตกแต่งเพิ่มเติมได้แล้ว เราจึงแนะนำให้นำเฟอร์นิเจอร์ เช่น โซฟา หรือชั้นวางหนังสือมาใช้ในการแบ่งสัดส่วนของห้องนอนแทน เพราะนอกจากจะได้ห้องนอนที่มีระเบียบแล้ว เรายังได้ใช้ประโยชน์จากเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ร่วมอีกด้วย หรือจะลองใช้วิธีปูพรมเฉพาะส่วนที่ต้องการ เช่น บริเวณหน้าทีวี, มุมอ่านหนังสือ จะช่วยหลอกตาให้ห้องนอนดูเป็นสัดส่วนโดยที่ไม่ผสมปนเปกันไปหมด ส่วนใครที่ต้องการกั้นห้องจริงๆ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ฉากกั้นแบบบานพับแทนซึ่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
3. ติดกระจกเพื่อให้ห้องนอนดูกว้าง
เครื่องประดับบ้านสุดคลาสสิกที่ขาดไม่ได้เลยคือ “กระจก” ซึ่งประโยชน์ของกระจกนอกจากจะใช้ส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากบ้านแล้ว หากเรานำมาติดตกแต่งที่ฝาผนังสักด้านหนึ่งของห้องนอนก็จะช่วยทำให้ห้องนอนขนาดเล็กดูกว้างขวางขึ้นได้ทันที ด้วยคุณสมบัติการสะท้อนของแสงและเงา การตกแต่งห้องนอนล้วนขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะติดกระจกแบบเต็มบานกว้างทั่วผนัง หรือตั้งไว้เป็นบานเล็กๆ มุมใดมุมหนึ่งก็ทำได้ทั้งหมด
4. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลายฟังก์ชัน
เมื่อห้องนอนของเราดูกว้างขึ้นแล้ว แต่หากไม่มีความเป็นระเบียบในการวางสิ่งของต่างๆ ก็จะทำให้ห้องดูรกเหมือนเดิม เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้แบบ 3 in 1 จึงตอบโจทย์มากที่สุดเนื่องจากสามารถจัดเก็บสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้าที่ได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น เตียงนอนที่สามารถใช้เป็นชั้นวางหนังสือ และมีลิ้นชักเก็บของในตัว ซึ่งเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์ให้กับห้องขนาดเล็กได้อย่างลงตัว
5. เลือกขนาดและตำแหน่งการวางเตียงให้เหมาะสม
เตียงคือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญของห้องนอน หากเราเลือกขนาดเตียงผิดก็จะทำให้ห้องดูอึดอัด รวมถึงยังกินพื้นที่ส่วนอื่นเพิ่มไปอีก หรือถ้าเลือกเตียงที่มีขนาดเล็กเกินไปก็จะทำให้ห้องนอนดูโล่งแปลกๆ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อเตียงคุณต้องวัดขนาดให้ดีเสียก่อน นอกจากนี้การวางตำแหน่งของเตียงก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรวางให้ห่างจากผนังเล็กน้อยเพื่อที่จะสามารถเดินขึ้นเตียงสะดวกได้ทุกด้าน
6. เลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ไม่ใหญ่จนเกินไป
การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสำหรับห้องนอนขนาดเล็กก็ไม่ควรเลือกของที่มีขนาดใหญ่และจำนวนที่เยอะจนเกินไป และไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูหนา เพราะจะทำให้ห้องนอนของคุณดูอึดอัด มองแล้วไม่สบาย เฟอร์นิเจอร์ควรมีลักษณะโปร่งจะช่วยลดความอึดอัดของห้องนอน ซึ่งสไตล์การตกแต่งดังกล่าวเป็นที่นิยมมากที่สุดในช่วงนี้ที่เรียกว่า “มินิมอล Minimal”
7. เปิดหน้าต่างรับแสงสว่าง
การเปิดหน้าต่างรับแสงจากดวงอาทิตย์จะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องนอนดูสะอาดสดใส ยิ่งถ้าหากเราออกแบบห้องนอนให้มีความปลอดโปร่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ห้องนอนดูกว้างขึ้น สามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการเลือกใช้ผ้าม่านแบบโปร่งเพื่อให้ลมพัดผ่านในช่วงเวลากลางวันก็จะยิ่งช่วยให้ห้องนอนของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เรานำมาแชร์ให้ในวันนี้ เชื่อว่าคงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้กับคนที่กำลังจะเริ่มตกแต่งห้องนอน หรือหาซื้อคอนโดมิเนียมทั้งมือหนึ่งและมือสองสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee Property กันเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
การจะได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลัง เป็นเรื่องแสนยากเย็นอยู่แล้ว แต่การจะมีบ้านสวยถูกใจนั้นเป็นเรื่องยากกว่า เชื่อว่าคนมีบ้านทุกคนล้วนมีบ้านในฝันในสไตล์ที่เราชอบ
หากรวบรวมกำลังเงินและมีกำลังแรงพร้อมจะลุยแล้ว อย่าปล่อยให้ความฝันลอยอยู่อย่างนั้น เรามาทำมันให้เป็นจริง ด้วยการเริ่มต้นที่ 5 วิธีรีโนเวทบ้านอย่างไรให้ปัง! มาทำบ้านของเราให้มีชีวิตและสีสันกันค่ะ
1.ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน
ข้อแรกของการรีโนเวทบ้าน คือการวางงบประมาณให้ชัดเจน ดูว่าเราไหวในตัวเลขกลมๆ ที่เท่าไร ลองคำนวนค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ดูก่อนก็ได้ค่ะ แจกแจงออกมาเป็นส่วนๆ
อย่างเช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าแรงช่าง ค่าปูกระเบื้อง ค่าอุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ อย่าทำไปเรื่อยๆ โดยไม่วางแผน ค่าใช้จ่ายบานปลายแน่นอน
การที่เราเห็นตัวเลขทั้งหมดจะช่วยให้เห็นภาพรวม ช่วยให้หักลบค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้ง่ายขึ้น บางทีอาจจะไม่ถึงตัวเลขที่วางไว้ หรือถ้าเกินก็น่าจะเป็นตัวเลขซึ่งเรายอมรับได้หรือพอกลั้นใจจ่ายไหว
2.ศึกษาแนวทางที่ใช่
เมื่อได้จำนวนเงินที่มีอยู่ในมือแล้ว ก็ได้เวลาตามหาจิ๊กซอว์ของความฝัน มาต่อเติมบ้านของเราให้กลายเป็นความจริง ด้วยการเอาไอเดียของเรามาต่อยอด หาตัวอย่างห้องสวยๆ เฟอร์นิเจอร์ดีๆ ได้ใน Pinterest Facebook หรือแหล่งไอเดียอื่นๆ
ยิ่งเราดูและให้เวลากับตรงนี้มากเท่าไร จะยิ่งช่วยให้เรามองภาพบ้านได้ชัดขึ้น เลือกอะไรที่แมทช์และมีโทนสีเข้ากัน ทั้งนี้ถ้าใครเงินถึงปรึกษาอินทีเรียก็เป็นตัวเลือกอันยอดเยี่ยมเลยนะคะ
3.ตรวจสอบบ้านและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
ได้แนวทางที่ใจใฝ่ฝันแล้ว ทีนี้มาตรวจสอบสภาพบ้านและห้องต่างๆ ซึ่งต้องการปรับปรุง ซึ่งตรงนี้อยากให้ระมัดระวังนิดหนึ่ง หากบ้านที่เราจะรีโนเวทเป็นอาคารเก่า มีโครงสร้างดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก การทำผนัง รื้อคาน ปูพื้นใหม่ ฯลฯ อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร
บางทีการทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า อย่าเลือกอยู่กับความเสี่ยงเพียงเพราะต้องการประหยัดงบ ระวังจะเป็นแบบ “เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย” เอานะคะ
4.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและดูเรื่องกฎหมาย
หากประเมินคร่าวๆ แล้วรู้สึกว่ามีส่วนที่อยากต่อเติมหรือทุบทิ้งค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า ให้เขาช่วยดูว่าแนวคิดของเรานั้น พอจะเป็นไปได้ไหมในราคาประมาณนี้ ต้องทำหรือลดอะไรบ้าง
รวมถึงการหาผู้รับเหมาที่ถูกใจ ซึ่งขั้นตอนนี้บอกได้เลยว่าค่อนข้างยาก ปัญหาช่างกับการทำบ้านนั้นเป็นปัญหาสุดแสนคลาสิค ถ้าได้ช่างดีก็ดีไป
อย่างไรก็ดีการรีโนเวทบ้านถือเป็นการดัดแปลงอาคาร จึงมีรายละเอียดทางกฎหมายซึ่งต้องระวังพอสมควร เช่น การลดหรือเพิ่มน้ำหนักหลังคาต้องไม่เกินร้อยละ 5 จากของเดิม ต่อเติมจากโครงสร้างเดิมได้ไม่เกินร้อยละ 10 จากของเดิม ฯลฯ หากมากกว่านั้นต้องทำเรื่องขอไปยังสำนักงานเขต แต่ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหา
5.หาแหล่งวัสดุในราคาย่อมเยา
ลิสต์ข้าวของที่จะซื้อและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจับจ่ายใช้สอย หนึ่งในความสนุกของการรีโนเวทบ้านอยู่ตรงนี้แหละค่ะ หลายคนอาจมองว่าเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่การได้เลือกของทีละชิ้นๆ ด้วยมือตัวเอง เราว่าเป็นความสนุกปนความสุข
ทั้งนี้ยังเป็นวิธีช่วยคุมงบได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญการไปเดินสำรวจตลาดบ่อยๆ จะช่วยให้เรารู้ราคามาตรฐาน ยิ่งถ้าได้แหล่งที่ถูกใจในราคาย่อมเยา จะเป็นอะไรสุดแสนเพอร์เฟคมากๆ
รีโนเวทบ้านจนสวยดังใจคิดแล้ว ใครเริ่มรู้สึกว่าอิ่มเอมและดื่มด่ำกับบรรยากาศจนเต็มที่แล้ว อยากเพิ่ม
มูลค่าให้บ้านมากกว่าเดิม จะนำมาปล่อยเช่ารายเดือน หรือลงขายใน Kaidee ก็ได้นะคะ ถือเป็นอีกหนึ่ง
การลงทุนอันคุ้มค่า เป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัวด้วย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
บ้านเมื่อวันเวลาผ่านไป บางทีอาจจะมีส่วนที่ต้องชำรุด ทรุดโทรมตามกาลเวลา เราก็ต้องหมั่นที่จะเช็ก ตรวจตรา และดูแลบ้านทุกครั้ง เพราะบ้านคือสถานที่ที่เราต้องพักพิง อยู่อาศัย ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน โดยบ้านนั้นก็เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ สร้างขึ้นมา แรก ๆ ก็แข็งแรงดี แต่นานวันไปอายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม ก็ต้องหมั่นบำรุงดูแลรักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้แข็งแรงขึ้น ถ้าเปรียบกับบ้าน คือ บ้านก็จะดูใหม่ขึ้น น่าอยู่ขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากว่าบ้านนั้นเก่ามาก ๆ ตรงนั้นชำรุด ตรงนี้ต้องแก้ ก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกที่ซ่อมไม่เสร็จจริง ๆ สักที วิธีที่ดีที่สุดคือ การรีโนเวทบ้านให้กลับมาใหม่เหมือนตอนแรก เพิ่มเติมอาจจะดูทันสมัยกว่า เพื่อให้บ้านอยู่ไปนาน ๆ ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน และที่สำคัญเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรามากขึ้นด้วย
อยากรีโนเวทบ้านแต่…กลัวงบเกิน
การรีโนเวทบ้านใหม่นั้น มีหลายส่วนที่ต้องจัดเตรียม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างการวางแผนให้รอบคอบและตามมาด้วยสิ่งอื่น ๆ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมได้ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ มาบอก ถ้าหากทำตามวิธีการต่อไปนี้ อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ ควบคุมงบประมาณได้ดีเลยนะ
1. วางแผนให้ดีที่สุด
การวางแผน คือ การกำหนดแพลนทุกอย่าง สิ่งที่เราจะทำกับบ้าน มีส่วนไหนบ้าง จุดไหนบ้างที่ต้องรีโนเวท อยากแนะนำว่าให้กำหนดมาครั้งเดียวเลย และแพลนต่อว่าจะจ้างช่างจากที่ไหน ให้ช่างทำส่วนไหนบ้าง โดยการเขียนลงไว้ในสมุดโน๊ตก่อน เพราะว่าจำอย่างเดียวไม่ได้ อาจจะลืมได้
2. กำหนดงบประมาณ
ในส่วนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมงบประมาณของเราได้ เพื่อที่จะไม่ให้งบประมาณเกินจากที่เรากำหนดไว้ คือ การตั้งงบประมาณมาเลยและต้องมั่นใจว่าจะจัดสรรให้อยู่ในงบประมาณเท่านี้ได้ เช่น
จ้างช่างเท่าไร โดยจะต้องโทรไปตกลง คุยรายละเอียดของงานที่จะให้ช่างทำให้เรียบร้อย ซื้ออะไรบ้าง งบซื้อของเท่าไร จะได้รู้ว่าเราควรลด ควรเพิ่มสเปกของสินค้าชิ้นไหนบ้าง ควรเปลี่ยนหรือว่าควรตัดออกไหม
3. เผื่อไว้สักหน่อย
ข้อนี้ คือ การเผื่องบประมาณไว้อีกสักประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์จากงบที่ตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเวลารีโนเวทบ้านไปแล้ว เราอาจอยากจะเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่ตอนแรก เพื่อให้เข้ากันกับพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รีโนเวทไปแล้ว หรืออาจจะมีการซื้อของตกแต่งเพิ่ม เพื่อให้บ้านสวยงามและมีรูปแบบที่เข้ากันนั่นเอง
4. เลือกซื้อของ
หลังจากที่ได้ตั้งงบประมาณไปแล้ว เราก็ต้องหาซื้อของในการรีโนเวทบ้านเองด้วยนะ เพราะจะได้ดูเรื่องราคาของสินค้าได้ ชิ้นไหนแพงไปก็อาจจะดูของที่คล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่าก็เป็นตัวเลือกที่จะทำให้ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง
5. ทำเองบางส่วนก็ดีไม่น้อย
บางจุดหรือว่าบางที่ที่เราสามารถซ่อมเองได้ ติดตั้งเองได้ อยากแนะนำให้ลงมือทำเองเลยดีกว่า เพราะว่าจ้างช่างมาทำแต่ละส่วน ก็ต้องมีค่าแรง ค่าอะไรต่าง ๆ ที่ตามมาทีหลังก็เป็นได้ ถ้าเกิดว่าเรามั่นใจว่าตรงนี้ทำเองได้ ทำเลย แต่ถ้าตรงไหนไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างฝีมือดีกว่านะ
6. ดำเนินการรีโนเวททุกอย่างตามแผน
จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เขียนในสมุดไว้แล้ว ขั้นตอนนี้ก็สามารถดำเนินการทุกอย่างตามแผนที่เราเขียนไว้ในสมุดเช่นกัน เพื่อที่งานรีโนเวทจะได้เสร็จตามแผนและตามงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้นอกเหนือจากแผนที่ตั้งไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับเราก็เป็นได้ แต่แผนที่เตรียมไว้ก็ต้องมีความละเอียดรอบคอบเช่นกัน
7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่าตัดสินใจเอง
แน่นอนว่าการรีโนเวทบ้านต้องระเอียดรอบคอบ บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะมั่นใจว่าจะทำเองได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รู้วิธีการอย่างแท้จริง อาจจะตัดสินใจผิดพลาดในการทำ ผลที่ตามมา คือ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและทำให้ต้องเสียเวลาไปอีก ส่งผลให้การรีโนเวทนั้นเสร็จไม่ตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยดีกว่าที่จะมานั่งเดาเองหรือนั่งทำเอง อย่างเช่นงานที่เฉพาะมาก ๆ อย่าง ทางเดินน้ำ วงจรไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
สิ่งสำคัญในการซ่อมแซมหรือรีโนเวทบ้านใหม่ที่จะทำให้งบไม่บานปลาย คือ ต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมที่สุด อีกทั้งการตั้งงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ควบคุมงบประมาณและกำหนดกรอบอย่างชัดเจนอย่างเช่น การเลือกซื้อของสำหรับรีโนเวท การจ้างผู้รับเหมา เป็นต้น
ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการดูของตกแต่งบ้านสามารถมาหาได้ที่ Kaidee ได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าหากใครที่อยากได้บ้านใหม่ก็สามารถหาได้ที่ Kaidee Property เช่นกัน
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน การสร้างบ้านที่ถูกต้องและถูกหลักฮวงจุ้ยจะช่วยให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น และตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การสร้างบ้านหรือสวนในบ้านจำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และไม้ โดยธาตุที่จะพูดถึงในวันนี้คือ ธาตุน้ำ ซึ่งเป็นธาตุที่ช่วยส่งเสริมให้บ้านร่มเย็น เพราะธาตุน้ำหมายถึง พลังแห่งความโชคดี การเงิน และความเจริญรุ่งเรือง โดยธาตุน้ำสามารถแบ่งออกเป็น บ่อปลา น้ำพุ และน้ำตกได้ แต่ธาตุน้ำที่คนไทยนิยมเพิ่มลงไปในการออกแบบบ้านก็คงจะหนีไม่พ้น บ่อปลาคราฟ
ปลาคราฟ เป็นปลามงคลตามหลักความเชื่อของชาวเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเชื่อว่า ปลาคราฟเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิตและอดทนตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้บ้านไหนที่แขวนรูปหรือเลี้ยงปลาคราฟภายในบ้าน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเจริญรุ่งเรืองนั่นเอง
ขออบคุณรูปจาก: Hartz
ทิศทางของ บ่อปลาคราฟ
สำหรับการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย การจัดวางสิ่งของให้ถูกที่ถูกทิศทางก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีสิริมงคลมากขึ้นได้ รวมถึงบ่อปลาคราฟที่มีในบ้านก็เช่นกัน และเมื่อนำหลักปากัว หรือยันต์ 8 เหลี่ยม มาผสมผสานกับ หลักธาตุทั้ง 5 จึงได้วิธีการจัดวางบ่อปลาคราฟให้ถูกทิศทาง ดังนี้
ตำแหน่งของ บ่อปลาคราฟ ที่ถูกต้อง
ทิศเหนือ การวางบ่อปลาคราฟไว้ทางทิศเหนือซึ่งเป็นทิศประจำธาตุน้ำ จะช่วยทำให้ส่งเสริมธาตุน้ำให้มีพลัง จนเกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานทิศตะวันออก สำหรับทิศตะวันออก เป็นทิศแห่งธาตุไม้ ซึ่งช่วยธาตุน้ำถือเป็นสิ่งที่ทำให้ต้นไม้เติบโต ดังนั้นเมื่อมีการวางบ่อปลาคราฟในทิศตะวันออก จะช่วยให้เสริมสร้างรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้นทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามหลักปากัว ทิศตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นทิศของธาตุไม้อ่อน ๆ ที่เมื่อนำน้ำพุหรือบ่อปลาคราฟวางในตำแหน่งนั้นก็จะช่วยให้ชีวิตมีเงินทองไหลและความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ข้อห้ามของการจัดวางตำแหน่ง บ่อปลาคราฟ
ห้ามวางบ่อปลาคราฟในทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศแห่งไฟ เพราะจะทำให้น้ำไปดับไฟของความเจริญรุ่งเรือง ห้ามวางบ่อปลาคราฟไว้ทางหลังบ้าน เพราะจะไม่ส่งเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้น ห้ามวางบ่อปลาคราฟในห้องนอน เพราะจะทำให้ชีวิตมีปัญหาและอุปสรรค ห้ามวางบ่อปลาคราฟในห้องครัวและห้องน้ำ ห้ามวางบ่อปลาคราฟในทางขวามือของประตูบ้าน เมื่อมองจากในบ้าน เพราะจะทำให้ครอบครัวเกิดการทะเลาะกัน ห้ามวางบ่อปลาคราฟใต้บันได เพราะจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยและโชคร้าย ห้ามวางบ่อปลาคราฟที่มีน้ำไหลช้าหรือหยุดนิ่ง
ลักษณะของ บ่อปลาคราฟ
รูปทรง
ข้อสำคัญที่ต้องระวังในการออกแบบรูปทรงบ่อปลาคราฟคือ ไม่ควรที่จะมีมุมเหลี่ยม เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เพราะเปรียบเสมือนของแหลมคมที่จะทำร้ายคนในบ้าน แต่ก็มีรูปทรงบ่อปลาคราฟบางแบบที่ช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองได้ดังนี้
บ่อปลาคราฟครึ่งวงกลม เป็นรูปแบบบ่อปลาคราฟที่จะทำให้บ้านมีโชคลาภและความมั่งคั่ง โดยต้องมีการทำความสะอาดบ่อปลาคราฟให้ใสสะอาด และกระแสน้ำวนหมุนเข้าบ้านเหมือนเงินทองที่ไหลเข้ามาบ่อปลาคราฟตัว U การสร้างบ่อปลาคราฟตัว U มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยวหันปลายทั้ง 2 ฝั่งออกนอกบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีการงานและการเงินที่เจริญรุ่งเรืองบ่อปลาคราฟวงกลม รูปทรงของบ่อปลาคราฟที่ได้รับความนิยมมาก เพราะไม่มีมุมหรือเหลี่ยมใด ๆ ที่ทำให้เกิดผลด้านร้ายนั่นเอง และยังช่วยให้ครอบครัวมีความสุขอีกด้วย
ความลึก
การขุดบ่อปลาคราฟจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความลึกของบ่อปลาคราฟ เพราะมีความหมายเกี่ยวกับเงินทองที่เข้ามาในบ้าน ถ้าหากว่าบ่อมีความตื้นเขินจะทำให้การเงินภายในบ้านไม่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นจึงควรขุดบ่อปลาคราฟที่มีความลึกพอสมควรเพื่อส่งเสริมการเงินให้เป็นไปในทางที่ดีนั่นเอง
น้ำในบ่อปลาคราฟ
น้ำในบ่อปลาคราฟ ต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำเพราะเชื่อกันว่าถ้าหากน้ำมีความสกปรก จะทำให้ผู้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ และกระแสน้ำในบ่อปลาคราฟควรมีความคดเคี้ยวและไหลเข้าภายในบ้าน ไม่ควรเป็นเส้นตรงหรือไหลออกนอกบ้าน
ปลาคราฟในบ่อ
จำนวนปลาคราฟในบ่อควรที่เป็นมงคลคือ 9 ตัว โดยประกอบไปด้วยสีทองหรือแดง 8 ตัว และสีดำ 1 ตัว ทำให้ส่งเสริมเงินทองและป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามา
ขอบคุณจาก: The Spruce Pets
การตกแต่งบ่อปลาคราฟ
นอกจากตัวบ่อปลาคราฟแล้ว การตกแต่งบ่อปลาคราฟให้สวยงามและถูกหลักฮวงจุ้ยก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยมีหลักการดังนี้
หิน การนำหินมาตกแต่งบ่อปลาคราฟ เป็นการนำความรุ่งเรืองด้านหน้าที่การงานและการเงินมาให้ชีวิต แต่หินที่นำมาตกแต่งไม่ควรเป็นหินก้อนใหญ่ มีเหลี่ยม หรือเป็นรูซึ่งหมายถึงการมีอุปสรรครูปปั้นมังกร ตามความเชื่อของชาวจีน มังกรถือเป็นสัตว์มงคลอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว ดังนั้นการนำรูปปั้นมังกรมาตกแต่งบ่อปลาคราฟ คล้ายกับมังกรกำลังกินน้ำ ก็จะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกันดอกไม้ นอกจากสีสันที่สดใสของดอกไม้ต่าง ๆ ที่จะทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวามากขึ้น การตกแต่งบ่อปลาคราฟยังช่วยปรับความสมดุลของหยินหยางให้สมดุลมากยิ่งขึ้น ซึ่งสีฟ้า ม่วง น้ำเงิน และขาว เป็นสีหยิน ส่วนสีแดง เหลือง และส้ม เป็นสีหยาง
ข้อควรระวังเมื่อสร้างบ่อปลาคราฟ
นอกจากข้อควรทำที่ได้กล่าวมากข้างต้นแล้ว การออกแบบบ่อปลาคราฟที่ถูกหลักฮวงจุ้ยนั้นยังมีข้อควรระวังที่จะส่งผลต่อชีวิตได้ดังนี้
ไม่ควรมีบ่อปลาคราฟ 2 บ่อ เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับบ่อน้ำตา ทำให้อาจส่งผลต่อชีวิตให้มีน้ำตากับเรื่องต่าง ๆน้ำในบ่อปลาคราฟห้ามเน่าเสีย นอกจากจะเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในบ่อปลาคราฟแล้ว ยังเชื่อกันว่าการที่น้ำในบ่อเกิดเสีย จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดเจ็บป่วยได้
สรุปท้ายบทความ
การออกแบบ บ่อปลาคราฟตามหลักฮวงจุ้ยเป็นการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตที่ผู้อาศัยจำเป็นต้องคำนึงถึงเมื่อมีการสร้างบ้านหรือ ซื้อบ้าน ใหม่ และรับรองว่าถ้าหากทำตามหลักการข้างต้นแล้วจะช่วยให้คนภายในบ้านเกิดความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด
อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ