ที่สุดแห่งปี 2020 คนไทย “สนใจ” อะไรบ้าง ไปดูกัน!

ที่สุดแห่งปี 2020 คนไทย “สนใจ” อะไรบ้าง ไปดูกัน!

ปี 2020 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีของ “การยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง” เชื่อว่าชีวิตวิถีใหม่ “New Normal” ที่เราได้ยินกันจนชินหู คงทำให้ชีวิตหลายๆ คนต่างไปจากเดิมอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้อย่างชัดเจนคือ “การเปลี่ยนแปลง” จะทำให้เราเติบโตขึ้น

เราลองมาดูกันว่า รูปแบบชีวิตแนวใหม่ ใส่หน้ากาก เว้นระยะทางสังคม ในปีที่ผ่านมานั้น คนไทยเรา “สนใจ” เสิร์ชหาอะไรกันบ้าง ทั้งนี้เราแบ่งไว้เป็น 4 หมวดหมู่หลัก คือ เทรนด์ฮิตมาแรง, อสังหาริมทรัพย์, ยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือ เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพกันชัดๆ ไปเลยค่ะ

เทรนด์มาแรงประจำปี

Year in Search Thailand 2020

1.Covid 19

คำ “ค้นหา” ยอดฮิตอันดับหนึ่งที่คนไทย “สนใจ” มากเป็นอันดับหนึ่งประจำปี 2020 เชื่อว่าไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นประเด็นที่คนทั้งโลกจับตามอง และเต็มไปด้วยความหวังให้โรคร้ายนี้หมดไปจากโลกนี้สักที

2.เราไม่ทิ้งกัน / คนละครึ่ง

โครงการของทางรัฐบาล ซึ่งออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด โดยทั้งสองโครงการนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ก็พบปัญหาหลายจุด อย่างที่เราทราบกันดี

3.ที่เที่ยวเชียงใหม่

หลังจากสถานการณ์โควิดเบาบางลงช่วงกลางปี กระแสการท่องเที่ยวก็กลับมาอีกครั้ง ยิ่งช่วงใกล้สิ้นปี อากาศหนาว หมูกระทะและวิวภูเขา “เชียงใหม่” จึงเป็นจุดหมายหลัก ที่ชาวไทยจำนวนมากนิยมไป

Credit : Fah_parisaa
Credit : Fah_parisaa

4.ร้านชานมไข่มุก

มั่นใจว่าสาวกชานมไข่มุกทั้งหลาย น่าจะเคยเสิร์ช “ร้านชานมไข่มุก ใกล้ฉัน” แน่นอน อย่างว่าแหละค่ะ ความหิวไม่เข้าใครออกใคร เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตเหนือกาลเวลาตัวนี้

5.เพลงวิบวับ

“เพชรผมวิบๆๆๆๆ เพลงผม hit hit hit hit hit พวกผมแม่ง fucking lit”

เพลงป๊อปยอดฮิตแห่งค่าย Mindset Mob ที่ร้องโดย Mindset, Daboyway, Younggu, และ Diamond ซึ่งโด่งดังเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ จนตอนนี้ยอดวิวทะยานไปถึง 274 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย แม้จะโดนกระแสดราม่า ว่าเหยียดเพศก็ตาม

Credit : YouTube Chanel -Mindset Mob

อสังหาริมทรัพย์

Top 5 Properties in Thailand 2020

1.อณาสิริ รังสิต – คลอง 2

โครงการจากแสนสิริ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Modern Japanese มีให้เลือกทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มาพร้อมคอนเซปต์ “ชีวิตวิถีใหม่ กับบ้านสไตล์ญี่ปุ่น” เน้นตอบโจทย์คนเมือง ตั้งอยู่ในทำเลดี ใจกลางรังสิต

Credit : www.sansiri.com
Credit : www.sansiri.com

2.ศุภวัฒนาลัย

“บ้านเพื่อผู้สูงวัย” คือคอนเซปต์หลักอันโดดเด่นของศุภาลัย ที่คำนึงถึง “สังคมผู้สูงอายุ” ที่ประเทศไทยเรากำลังเผชิญ ดังนั้นดีไซน์และสิ่งอำนวยความหลัก จึงเน้นกลุ่มลูกค้าวัย 50 ขึ้นไป โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก จ.สระบุรี (มีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง)

Credit : www.supalaiwellnessvalley.com
Credit : www.supalaiwellnessvalley.com/

3.บ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41

จุดเด่นของ “บ้านภูริปุรี” คือการนำเอาแนวคิดสถาปัตยกรรมไทยสุดเก๋า “ย่อมุมไม้สิบสอง” มาเป็นเอกลักษณ์ของการดีไซน์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ศิลปะแนวนี้มักพบตามวัดหรือพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้โครงการของ develop เจ้านี้ ได้รางวัลความคิดสร้างสรรค์และการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม (Baan Puri Puri ลาดพร้าว 41 เป็นโครงการที่ 3)

Credit : www.baanpuripuri.com

4.เดอะ ไพรเวซี่ จตุจักร

“Live The Enchanting Moment สัมผัสมนต์เสน่ห์ใหม่ แห่งการใช้ชีวิต”

คอนเซปต์หลักของคอนโดสไตล์ Luxury ซึ่งโดดเด่นด้วยทำเลใจกลางเมือง พื้นที่ใช้สอย ความคุ้มค่า จนได้รับรางวัล Best Mid End Condo Development ส่วนเรื่องเรื่องดีไซน์ภายในก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ถึงขนาดได้รับรางวัล Highly Commended: Best Mid End Condo Interior Design

Credit : theprivacy.pruksa.com

5.เดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา – ตราด กม. 7

อภิมหาโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ของ MQDC ด้วยการทุ่มงบกว่า 125,000 ล้านบาท เนรมิตให้ริมถนนบางนาตราดเป็น “The Land of Everlasting Happiness” ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีให้ทุกวัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นโครงการ Mixed-use ที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

Credit : www.mqdc.com/th

ยานยนต์

Top 5 Autos in Thailand 2020

1.Toyota Corolla Cross

“A New Journey” การเดินทางครั้งใหม่ของโตโยต้า ที่ครั้งนี้เปิดตัว Corolla Cross มาเพื่อตีตลาดรถยนต์ C-SUV นอกจากดีไซน์เหนือระดับอันทันสมัยแล้ว ตัวรถยังมาพร้อมระบบไฮบริด ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.3 กม./ลิตร กำลังเครื่อง 98 แรงม้า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ฟูลด้วยระบบ Toyota Safety

Toyota-Corolla-Cross

2.Honda City : Hatchback 2020

ส่วนฝั่งฮอนด้าส่งรุ่นดังตัวฮิตอย่าง Honda City Hatchback ออกมาตีตลาด เอาว่าแค่ชื่อรุ่นก็กินขาด มาพร้อมคอนเซปต์ “My space move me” สไตล์สปอร์ตรอบคัน ไฟท้ายใหม่แบบ LED โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ตัวเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo ให้กำลัง 122 แรงม้า มาพร้อมระบบ Turbocharger

3.Isuzu Mu-x Originality Redefined

ว่ากันว่าตัวนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่น “มาสเตอร์พีซ” ของอีซูซุ มาพร้อมความหรูหรามีระดับ “เหนือทุกความเชื่อ เหนือทุกความสำเร็จ” ให้คุณสนุกกับการขับขี่ได้ทุกเส้นทาง ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยดีเยี่ยม (มี 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active)

4.BMW 220i Gran Coupe M Sport

ทันทีที่ BMW 220i เปิดตัว M Sport รุ่นใหม่ ก็ได้รับความนิยมจากผู้ที่นิยมรถแนวสปอร์ตเป็นจำนวนมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามตามแบบฉบับ BMW ทั้งยังมาพร้อมเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นกว่าเดิม อย่างเบนซิน 4 สูบ 2.0 เทอร์โบ 192 แรงม้า ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมหลายแสน

5.GPX Drone

ข้ามมาที่ฝั่งมอเตอร์ไซค์กันบ้าง “GPX Drone” ตัวนี้ คือพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ตัวดัง แห่งค่าย GPX ที่ร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก SYM ด้วยการพัฒนาให้รถรุ่นนี้ เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม อัดแน่นด้วยเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี 4 จังหวะ ผสมผสานกับความสปอร์ตและความพรีเมียมได้ลงตัว

โทรศัพท์มือถือ

Top 5 Mobile phones in Thailand 2020

1.Iphone 12

ทุกๆ เดือนตุลาคมของทุกปี มักเป็นช่วงที่เหล่าสาวกแอปเปิ้ลหลายคนจับตามอง ถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของแบรนด์ดังยี่ห้อนี้ สำหรับไอโฟน 12 ที่ออกมาล่าสุดนั้น เทคโนโลยี 5G คือจุดเด่นสำคัญ รวมถึงรูปลักษณ์ที่เรียบหรูสวยงาม ยังคงเป็นเอกลักษณ์อันเสมอต้นเสมอปลายของ Apple จริงๆ

2. Samsung Galaxy S20 Plus

ใครที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นขวัญใจ เชื่อว่าต้องมีซัมซุงรุ่นนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ ด้วยดีไซน์อันสวยงามเรียบหรูดูดี กล้องที่จัดเต็มด้วยคุณภาพ ไปจนถึงฟีเจอร์การใช้งานที่ครบเครื่องและครบครัน ทันทุกเทคโนโลยี ทำให้ Galaxy S20 Plus เป็นหนึ่ง “Best Android phone” ประจำปี 2020 เลยทีเดียว

3.Huawei P40 Pro Plus

จุดแข็งของหัวเหว่ย คือ “เรื่องกล้อง” ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือกว่าแบรนด์อื่น อย่างที่รู้กันว่า แบรนด์นี้ใช้ระบบกล้องตัวเดียวกับไลก้า ฉะนั้นวางใจได้แน่นอน ยิ่ง P40 Pro Plus ตัวนี้ จัดเต็มด้วยเซ็นเซอร์กล้อง 4 ตัว เลนส์เทเลโฟโต้ 2 ตัว ทั้งยังมาพร้อมระบบประมวลผลอันชาญฉลาด มั่นใจได้เลยว่า ภาพของคุณโดดเด่นกว่าใคร

4.Oppo Find X2 Pro

“Trusted Reviews Awards 2020 Best Phone Winner” คือรางวัลที่ Oppo Find X2 Pro คว้าไปครอง ด้วยคุณสมบัติและลูกเล่นต่างๆ ที่ทางแบรนด์ ให้มาคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ว่าจะเป็น ระบบเร็วที่ดีที่สุด พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ 512 GB และหน้าจอที่คมชัด ให้สีสันสดใสสวยงาม

5.Realme X50 5G

หากคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ทว่าเต็มไปด้วยประสิทธิภาพจัดเต็มให้นึกถึง “Realme” เพราะนี่คือโทรศัพท์ราคาย่อมเยาที่สุดในตลาด ที่รองรับเทคโนโลยี 5G ได้อย่างสบายๆ ทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการสุดแข็งแกร่ง ใช้งานและเล่นเกมได้ไหลลื่นกว่าเดิม รวมทั้งถ่ายภาพได้ดีในพื้นที่แสงน้อย

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับที่สุดแห่งปี 2020 ที่เราคัดเอา “ตัวเด่นตัวปัง” ของแต่ละหมวดหมู่มารีวิวสรุปไว้เป็นความทรงจำ พอได้ Remind กันให้ชุ่มชื่นหัวใจ ว่าที่ผ่านมามีอะไรดี มีอะไรเก๋บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นปีที่แย่ไปซะทั้งหมดเนอะ

พาส่อง!! สไตล์และวิธีแต่งตัวสุดเท่ของ 2 หนุ่มแห่ง Kaidee

พาส่อง!! สไตล์และวิธีแต่งตัวสุดเท่ของ 2 หนุ่มแห่ง Kaidee

ณ บริษัท Kaidee เวลาเริ่มงาน

มินก็ได้รับโจทย์ในการทำ Content แบบงง ๆ จากหัวหน้า

.

หัวหน้า : “ให้มินและพี่นิว ไปเดินดูเสื้อผ้ามือ 2  ที่เป็นสไตล์ของ You ทั้งสองที่ตลาดนัดรถไฟศรีนคริทร์ แต่มีงบแค่คนละ 600 บาทนะ!!” (พี่เค้าน่าจะเห็นความจัดจ้านในการแต่งตัว)

ซึ่งสิ่งแรกที่มินกับพี่นิวทำก็คือ การมองหน้ากัน และก็ตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า “ได้ครับ!!” (ซึ่งมารู้ทีหลังก็คือพี่นิวและหัวหน้าคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เสียใจ T-T)

และในตอนเย็นของวันนั้นมิน พี่นิว และเพื่อน ๆ ทีมงานก็มุ่งหน้ากันไปอย่างทันทีที่ตลาดนัดรถไฟ แต่ว่าสิ่งแรกที่เป็นปัญหาก่อนเลยก็คือ ไม่รู้จะไปยังไงกันดี จะไปด้วยรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ดี ด้วยความตลาดนั้นก็ไกลในระดับนึง แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจได้ว่า “แท็กซี่” แล้วกัน และพอไปถึงก็ได้รู้ว่าไกลจริง (คิดไม่ออกเลยว่าตอนกลับจะทำยังไงดี??)

คนเยอะอยู่นะเนี่ย!!

เมื่อถึงตลาดรถไฟศรีนครินทร์

แผนที่เผื่อใครจะไปเดินเล่น cr. ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์

ไม่รอช้ามินและพี่นิวก็มุ่งตรงไปโซนที่ขายเสื้อผ้ามือ 2 ที่อยู่บริเวณโกดังที่อยู่ด้านในสุดหากดูจากแผนที่ (โซนตลาดนัด) เมื่อเดินมาถึงโซนนี้คนจะไม่ค่อยเยอะเท่าไรนัก เดินได้สบาย ๆ แถมมีร้านค้ามือ 2 มากมายให้เลือก แต่ด้วยความที่เรามีงบคนละ 600 บาท บวกกับสไตล์การแต่งตัวของเราที่แตกต่างกัน ตัวมินนั้นชอบการแต่งตัวแนวสตรีท ส่วนตัวพี่นิวนั้นแต่งตัวแนววินเทจ ความลำบากของการไปเสื้อผ้าเหล่านี้คือ “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” เหมือนกับการที่เรางมเข็มในมหาสมุทร แต่อันนี้เป็นงมเสื้อผ้าในราวแทน

แผนที่เดินทางไปตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์

กองสูงเป็นภูเขาเลย~~

เสื้อผ้าแนวสตรีท

สไตล์การแต่งตัวสุดแนว ที่ตอนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คงหนีไม่พ้น “แนวสตรีท” (ไม่ใช่การแต่งตัวเป็นถนนนะ) ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง ก็มีให้เห็นอยู่ว่าเค้าแต่งตัวกัน ซึ่งจริง ๆ แนวนี้มันไม่มีอะไรมากอย่างที่คิดเลย มันก็คือการ Mix & Match อะไรก็ได้ที่มีอยู่ในตู้ ไม่จำเป็นต้องแพง (ไม่ใช่อะไร ที่แต่งแบบนี้เพราะไม่ค่อยมีเงิน //ร่ำร้อง ๆ)

เสื้อผ้าแนววินเทจ

การแต่งตัวที่นำเอาแฟชั่นยุคเก่า ๆ กลับมาใส่ใหม่อีกครั้ง ซึ่งต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป หรือถ้าหากเทียบกับเวลาในปัจจุบัน ก็คือนำเสื้อยุค 80 หรือ 90 มาใส่ให้ดูเท่และมีสไตล์ อย่างเช่นเสื้อวง กางเกงสแล็ค กางเกงยีนส์ เป็นต้น

วิธีการเลือกเสื้อผ้าของเราสอง

เราสองคนนั้นมีวิธีการเลือกเสื้อที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แค่เห็นก็รับรู้ได้ในทันทีเพราะว่าแค่ลำดับการเลือกก็แตกต่างกันแต่ก็มีบางส่วนที่คล้าย ๆ กันอยู่ รวมไปถึงสีสันของเสื้อผ้าก็ด้วย วันนี้เดี๋ยวมินและพี่นิวจะมาเล่าถึงวิธีการเลือกว่าจะเริ่มยังไงดี

How to เลือกเสื้อผ้าของมิน

วิธีเลือกซื้อเสื้อผ้าการแต่งตัวของมิน ส่วนใหญ่จะเริ่มเลือกจากเสื้อก่อน เพราะตัวมินเอง (คิดว่า) เสื้อนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่จะมองหาอะไรก็ตามมา Mix&Match ต่อกับส่วนอื่น ๆ ได้ง่ายกว่า อย่าไปกลัวที่จะแต่งตัว

เลือกเสื้อยังไงดี?

นั่นสิครับ!! เลือกยังไงดี?? ทางที่ง่ายที่สุดเมื่อไปเดินตลาดเสื้อผ้ามือ 2 แบบนี้คือ มองหาอะไรก็ตามที่เป็นสไตล์ที่ชอบก่อน เพื่อที่จะได้กรองอะไรก็ตามที่ไม่ชอบออกไป ซึ่งเสื้อมินจะเลือกดูอยู่ไม่กี่อย่าง คือ

1.สีเสื้อ

เริ่มกันด้วยสีเสื้อก่อนเลย ต้องมองก่อนว่าตัวเองนั้นเหมาะกับสีโทนไหน ร้อนหรือว่าเย็น เทคนิคส่วนตัวของมินเองที่จะทำให้รู้ว่าตัวเองเหมาะกับโทนสีไหนคือ ให้ลองหาเครื่องประดับ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งสีเงิน ส่วนอีกชิ้นเป็นสีทอง เอามาลองใส่และดูว่าใส่สีไหนแล้วเข้ามากกว่ากัน

  • สีเงิน : ถ้าหากใส่สีเงินแล้วเข้ามากกว่าสีทอง แสดงว่าคุณเหมาะกับการใส่เสื้อสีโทนเย็น เช่น สีฟ้า เขียว ม่วง เป็นต้น
  • สีทอง : ถ้าหากใส่สีทองแล้วเข้ามากกว่าสีเงิน แสดงว่าคุณเหมาะกับการใส่เสื้อสีโทนร้อน เช่น สีแดง ส้ม เหลือง เป็นต้น
  • เข้าทั้งสองสี : เป็นอะไรที่โชคดีมาก เพราะว่าคุณจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีอะไรก็ได้

2. ลายเสื้อ

มาต่อกันที่ลายเลยดีกว่า อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่บอกกันได้ยากที่สุด เพราะแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน (ง่าย ๆ คือจริตของแต่ละคน) เลือกกันตามความชอบได้เลย

3. ขนาด

มินมักจะชอบเลือกเสื้อผ้าที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองอยู่เสมอให้มันดูเป็นทรง Over Size เพื่อที่จะใส่ได้สบาย ๆ ไม่อึดอัดเวลาสวมใส่ไปไหนมาไหน ถ้าอยากให้ใส่ได้อย่างสบายแนะนำเลย บวกเพิ่มอีก 1-2 ไซส์จากเดิมที่ใส่อยู่

มาต่อกันเลยที่กางเกง!!

เมื่อได้เสื้อแล้ว กางเกงจะเป็นลำดับถัดไปเสมอที่มินจะเลือก ซึ่งเลือกได้ไม่ยากเลย มี 3 ตัวเลือก คือหากางเกงที่เป็นสีดำ สีที่ตรงกันข้ามกับเสื้อ หรือสีกางเกงที่มีสีอยู่ในเสื้อ เพื่อให้มีลูกเล่นในการแต่งตัวที่มากขึ้น แต่อย่างสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ ทรงของกางเกง ต้องเลือกให้เหมาะกับเสื้อที่เลือกมาเช่นกัน

สุดท้ายคือรองเท้า

รองเท้าที่มินเลือก ก็จะเป็นอะไรที่ง่าย ๆ เรียบ ๆ (ในใจคืออยากได้ Nike Air Jordan 1 แต่มันเกินงบไปไกลเกิน) ท้ายที่สุดเลยไปจบกับรองเท้าสีขาว ไม่ก็สีดำ เพื่อให้เข้าได้กับทุกสีนั่นเอง

How to เลือกของพี่นิว

มาต่อกันที่การเลือกเสื้อผ้าในแบบสไตล์ของพี่นิวกันเลย สิ่งหนึ่งเลยที่เหมือนกับมิน คือพี่นิวนั้นเริ่มเลือกดูเสื้อผ้ามือ 2 จากเสื้อก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ไปเลือกส่วนอื่นต่อ เพื่อให้ง่ายต่อการ Match และเป็นสไตล์ของพี่นิวมากที่สุด

เสื้อแบบไหนกันที่ต้องการ?

ด้วยความที่พี่นิวนั้นชอบใส่เสื้อให้มีหลาย ๆ เลเยอร์ในการแต่งตัวหนึ่งครั้ง ทำให้ส่วนในการเลือกเสื้อของพี่นิวนั้นมีทั้งแจ็คเก็ตและเสื้อข้างในที่ต้องเลือกเพื่อให้สามารถใส่ด้วยกันได้อย่างลงตัวที่สุด

1. เสื้อแจ็คเก็ต

มาดูที่เสื้อแจ็คเก็ตก่อนเลย พี่นิวจะเลือกเป็นเสื้อผ้าร่มทรง Sport ที่ความรู้สึกวินเทจนิด ๆ สตรีทหน่อย ๆ ซึ่งสีส่วนมากจะเป็นสีดำ ที่ตัดกับสีที่สดแสบตา (แสบตาจริง รอดูได้เลย > <) แต่ขนาดของเสื้อต้องพอดีตัว ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไป

2. เสื้อยืดข้างใน

ในส่วนนี้พี่นิวจะเลือกให้ไม่เยอะเท่าไหร่นัก ลายเรียบ ๆ ที่มีสีพื้นเป็น ขาว ดำ หรือไม่ก็เทา ที่เข้าได้กับทุกสี แต่ขนาดที่เลือกนั้นจะเป็น Over Size ที่คอกว้าง ๆ เพื่อให้ใส่ได้สบายในสภาพอากาศของประเทศไทย

กางเกงแบบไหนกันที่มัดใจพี่นิว

กางเกงที่โดนใจพี่นิวจะเป็นกางเกงทรงสแล็คที่ขากว้าง ๆ กางเกงทรงลุงสไตล์ญี่ปุ่น เต่อเล็กน้อย  (หรือว่าจริง ๆ แล้วพี่เค้าเป็นลุงแล้ว?? หยอก ๆ) เพื่อให่ได้โชว์ถุงเท้าที่สามารถเล่นสีไปได้อีกระดับ ซึ่งจะเลืกโทนสีเข้มอย่าง สีดำ กรม และเขียวเข้ม

มาจบกันที่รองเท้า

เลือกจากทรงของรองเท้าล้วน ๆ ไม่ว่าจะทรงที่เป็นแนว Daddy Shoes ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ (ทรงรองเท้าที่มีขนาดใหญ่กว่ารองเท้าทั่วไป) หรือไม่ก็เป็นรองเท้ากีฬาไปเลย ที่ไม่ได้ดูใหม่มากนัก ยังคงเอาไว้ถึงความ Vintage

สัมภาษณ์พ่อค้า

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของทั้งตัวมินและพี่นิวเองนั้น ก็เลยผุดไอเดียที่อยากจะลองถามพ่อค้าตามร้านต่าง ๆ ซึ่งก็สัมภาษณ์มาได้เยอะมากกก!! (แค่ 2 คนเท่านั้น) นั่นแหละครับ มันก็ยังดีกว่าไม่ได้มาเลยสักคนเดียว มาเริ่มกันเลยที่พี่คนแรกกันเลยดีกว่า

พี่เต้ แห่งร้าน Thaigunyarn

ราคาเสื้อวินเทจมันคือ ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

พี่เต้

ด้วยความที่เห็นจากการแต่งตัวของพี่เต้ จึงเข้าไปถามถึงสไตล์การแต่งตัวที่พี่เต้ชอบ ซึ่งสไตล์ที่พี่เต้แต่งบ่อยมีอยู่ด้วยกันถึง 3 แนวด้วยกัน (โคตรคูล!!) แต่ทั้งหมดนั้นเป็นแนววินเทจทั้งหมด แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ แนววินเทจของ 3 ประเทศ นั่นก็คือ

Japan Vintage

ความวินเทจของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ยาก ดูจากรูปของพี่เต้ได้เลย นี่แหละคือญี่ปุ่น เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ชาติไหนก็ไม่เหมือน คือการใส่เสื้อเชิ๊ตกับกางเกงสแล็คหรือยีนส์ที่เป็นทรงกระบอก ไม่ก็เป็นทรงบอลลูน อาจจะใส่หมวกหรือใส่เครื่องประดับแบบมินิมอลที่ไม่ทำให้ลุคนี้ดูเยอะจนเกินไป

USA Vintage

ความวินเทจของอเมริกานั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแต่งตัวแบบ Workwear ถ้าเรียกให้ง่าย ๆ เลยก็คือ ชุดช่าง (ช่างแอร์ในตำนานรึเปล่า?? ฮ่า ๆ) ซึ่งสไตล์นี้มีความเท่ แถมได้ฟังก์ชันการใช้งานของเสื้อผ้าอีกด้วย

England Vintage

ด้วยความที่เรารู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเนียบและหรูหราสูง ความวินเทจของประเทศนี้ก็จะดูมีความเป็น “คุณหญิง คุณชาย” สูง ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นเสื้อเชิ๊ตและกางเกงสแล็ค

ร้านของพี่เต้

แนว ๆ เก๋ ๆ ทั้งนั้น

ถึงตาที่จะให้พี่เต้เล่าถึงร้านตัวเองกันบ้างแล้ว ร้าน Thaigunyarn เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่ขายจะเป็นแนววินเทจเกือบทั้งหมด และขายของตามแนวการแต่งตัวที่พี่เต้ชอบ ซึ่งในร้านส่วนใหญ่นั้นจะเป็น สินค้าแบบ Dead Stock เกือบทั้งหมด ทำให้มีความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร แต่คงไว้ซึ่งความเท่และวินเทจอย่างเต็มเปี่ยม ร้านจะตั้งอยู่ที่โกดัง 8 อยู่ติดกับร้าน TATTOO

Dead Stock คือ เสื้อผ้าเก่าที่เก็บเอาไว้เป็นเวลานาน และยังไม่เคยนำออกมาใส่

เสื้อที่พี่เต้ภูมิใจนำเสนอ

เอาเรื่อง!! เสื้อ Michael Owen ก็มา

ซึ่งเสื้อ Michael Owen ตัวนี้มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เพราะเสื้อตัวนี้ไม่ใช้เสื้อที่ทาง Official นั้นทำออกมาวางขาย แต่เป็น Bootleg ที่เหล่าแฟนคลับนั้นทำออกมากันเอง ขายกันเอง และใส่กันเอง แถมไม่มีลิขสิทธิ์อีกด้วย แต่เป็นเสื้อที่อยู่ในช่วงยุค 80 หรือ 90 ทำให้มีความแรร์มาก ๆ บวกกับราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ราคาเสื้อ Michael Owen อยู่ที่ : 8,500 บาท

พี่ม้ง แห่งร้าน Siam OLD SCHOOL

ทุกตัวคือ Limited

พี่ม้ง

มาถึงคนสุดท้ายกันแล้วด้วยความที่มินเห็นว่าพี่เค้ามีความชิล ๆ และดูเป็นกันเอง รวมไปถึงการแต่งตัวที่ดูเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งแน่นอนคำถามแรกที่ถามเลยก็คือสไตล์การแต่งตัว พี่ม้งก็ได้ตอบมาว่า “แต่งตัวมันเปลี่ยนไปแล้วแต่วัน แต่ต้องเป็นของเก่าและวินเทจ” (น้ำเสียงพี่เขาเท่จัด ๆ) เพราะสำหรับพี่ม้ง ทุกตัวมีความหมาย หาได้ยาก และมันมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น มันประเมินค่าได้ยากจริง ๆ

ร้านของพี่ม้ง

จัดร้านได้คูลมาก

ในร้าน Siam OLD SCHOOL นั้นมีของเยอะมากมายทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมไปถึงของกุ๊กกิ๊กน่ารัก ๆ ซึ่งพี่ม้งนั้นไม่ได้จำกัดเลยว่าเค้าจะขายของแนวแนวไหน เพราะพี่เค้าขายทุกแนว ตามความชอบของตัวพี่ม้งเอง ชอบอะไรก็หยิบเอาอันนั้นแหละมาขาย ทำให้ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่เข้ามาแล้วซื้อจบได้ในร้านเดียว ไม่ต้องไปร้านอื่นต่อ

เสื้อราคาเดือดที่สุดในร้าน

พี่นิวเลยขอเอาลงมาถ่ายสักหน่อย

เสื้อวงสุดเท่จากวง PENTERA ลายที่ทำออกมาให้กับเพลงสุดฮิตอย่าง Cowboy from hell อีกทั้งยังเป็นเสื้อแบบ Over Print คือการที่สกรีนลายเสื้อให้เลยมาจนถึงที่แขนเสื้อ เพราะส่วนใหญ่ของการสกรีนเสื้อมักจะสกรีนแค่บริเวณหน้าเสื้อเท่านั้น และด้วยความที่เสื้อตัวนี้เป็นแบบ NOSWT (New old stock with tag) ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เสื้อวินเทจที่ยังไม่เคยใส่และยังมีป้ายห้อยอยู่ ทำให้ตัวนี้มีความพิเศษกว่าตัวอื่น ๆ

ราคาเสื้อ PENTERA Over Print ราคา : 35,000 บาท

FINAL LOOK!!

และนี่คือเสื้อที่ได้มาจากตลาดรถไฟศรีนครินทร์ในงบเพียง 600 บาท ของพวกเรา!! ซึ่งเราทั้งคู่ก็ให้โจทย์กันและกันว่าจะสลับสไตล์กัน มินใส่วินเทจ พี่นิวใสสตรีท จะเป็นยังไง ไปดูกัน!!

สไตล์ปกติที่เราทั้งคู่แต่งกัน

ปกติการแต่งตัวของเราทั้งคู่ก็ไม่ได้ราคาแพงเท่าไรอยู่แล้ว เดี๋ยวเราทั้งคู่จะมายกตัวอย่างคร่าว ๆ ของสไตล์ทั้งคู่ว่าจะเป็นยังไง และราคาเท่าไหร่บ้าง ไปดูกันเลย!!

หากใครที่ลำบากในการที่จะเดินทางมาเลือกดูสินค้ามือ 2 ที่ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์แล้วล่ะก็ ที่ Kaidee มีสินค้าสองหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ที่คูล จนไม่ต้องออกจากบ้านไปซื้อเสื้อผ้าที่ไหนเลย

เติมเต็มชีวิตของคุณ ให้ดีกว่าเดิมที่ “The Good Life”

เติมเต็มชีวิตของคุณ ให้ดีกว่าเดิมที่ “The Good Life”

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เข้าสู่ปีศักราชใหม่แบบนี้…

นอกจาก Kaidee App โฉมใหม่สุดแสนไฉไล ที่พวกเราชาว Kaidee ตั้งใจมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับสมาชิกทุกท่านในปี 2021 แล้ว เรายังมีอีกหนึ่งไอเทมลับ “The Good Life” บล็อกอันเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดเจ๋ง ซึ่งเราเองภูมิใจนำเสนอไม่แพ้กัน

เริ่มต้นชีวิตดีๆ ที่ The Good Life

The Good Life คือบล็อกดีๆ ที่รวบรวมเรื่องราวแนว Positive บอกเล่าเรื่องธรรมดา ซึ่งคุณพบเจอได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นลืมตาจนหลับตานอน เป็นข้อมูลง่ายๆ อ่านได้ทุกที่สบายใจทุกเวลา

ความที่เชื่อว่า “ทุกคนมีดีในตัวเอง” อยู่แล้ว ชาว Kaidee อยากให้เรื่องราวของเรา เติมเต็มสิ่งดีๆ และแต่งแต้มให้คุณมีรอยยิ้มมากกว่าเดิม รวมทั้งเสริมสร้างการมองโลกในแง่บวก ให้ผู้อ่านทุกคนมีใจที่แข็งแรง พร้อมขับเคลื่อนแต่ละวันด้วยพลังงานดีๆ

คอนเซปต์ The Good Life

“See the good in everything, what we have is Good and Real”

คอนเซปต์ที่ The Good Life ตั้งใจนำเสนอ เพราะเราเชื่อว่าทุกๆ คนมีชีวิตดีๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง ความสุขหมุนอยู่รอบตัวเราเสมอ ส่วนเรื่องราวต่างๆ ในบล็อกนั้น เป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่คอยเติมเต็มส่วนที่ขาด ให้คุณมีชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนเนื้อหาโดยรวมเป็นเรื่องราวเชิงบวก เป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงได้ทุกคน ที่สำคัญ “The Good Life” สำหรับเรา ไม่ใช่ชีวิตดีสำหรับคนอ่านเท่านั้น เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ อันเต็มไปด้วย Passion ของคนเขียนและดีไซเนอร์

จุดเด่นของ The Good Life

1.เนื้อหาแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ใช้งานง่าย สบายตา

2.เรื่องราวอ่านง่าย สบายใจ ฟีลกู้ด เข้าถึงคนทุกวัย

3.หลากหลายทั้งบทความ วีดีโอ ภาพถ่าย ฯลฯ ให้คุณสนุกกับทุกคอนเทนต์

4.อาร์ตเวิร์กสะดุดตา จัดเต็มทั้งแอนิเมชันและกราฟิกสุดเจ๋ง

5.ค้นหาเรื่องราวที่คุณสนใจได้ตรงใจ ด้วยฟิลเตอร์หน้าเพจ

6.บันทึกเนื้อหาคุณชอบ ไว้กลับมาอ่านซ้ำได้

7.ติดตามผลงานของดีไซเนอร์ได้จากภาพและอาร์ตเวิร์ก รวมทั้งงานเขียนของนักเขียนที่คุณชื่นชอบได้ เพียงคลิกที่รูปโปรไฟล์

ปากกาขาว
Content Creator

Mefsterious
Content Creator
Nonante-six
Content Creator
Lily
Designer

Chompoo
Designer
Sarm
Designer

คอนเทนต์สไตล์ The Good Life

อย่างที่บอกไปว่า เนื้อหาโดยรวมของ The Good Life เป็นแนวอารมณ์ดี ให้คุณมีรอยยิ้มที่มุมปากน้อยๆ หลังอ่านจบ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นที่คุณตามหา ทั้งในแง่ของข้อมูล ข้อคิดเห็นและความบันเทิงต่างๆ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและค้นหา

1.ครบครันกับเนื้อหา 4 หมวดหมู่

  • ไลฟ์สไตล์
    เพลิดเพลินไปกับเนื้อหาสบายๆ เทรนด์ใหม่มาแรง รีวิวซีรีส์ หาที่เที่ยว สัตว์เลี้ยงแสนรัก พระเครื่องสุดขลัง ฯลฯ ให้คุณเติมเต็มความสุขทุกๆ วัน
  • ยานยนต์
    รถตัวดังออกใหม่มาแรง เรามีข้อมูลให้คุณ พร้อมด้วยเทคนิคยานยนต์ดีๆ ไปจนถึงอัปเดตข่าวสารในวงการรถที่น่าสนใจ
  • อสังหาริมทรัพย์
    รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับบ้าน ที่ดิน คอนโด และอสังหาฯ อื่นๆ รวมถึงทำเลน่าสนใจ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ เทรนด์อสังหาฯ มาแรง ไปจนถึงรีวิวอสังหาฯ ต่างๆ
  • ข่าวสาร
    หมวดหมู่นี้ของ The Good Life หมายรวมถึงโปรโมชั่น กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของพวกเราชาว Kaidee

2.หลากหลายด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ

  • บทความ
    หากเทียบจำนวนคอนเทนต์ทั้งหมดของ The Good Life บทความคือแชมป์อันดับหนึ่งเรื่อง “จำนวนมากที่สุด” เรียกว่าตอบทุกข้อสงสัย ครบทุกความต้องการที่คุณมองหา ทั้งทริคเล็กๆ น้อย ให้คุณเอ็นจอยไลฟ์ รีวิวมือถือใหม่ เปรียบเทียบรถรุ่นดัง เที่ยวที่ไหนดีวันหยุด ฯลฯ
  • วิดีโอ
    ส่วนใครที่ไม่ชอบอ่านอะไรเยอะ รักสนุกกับเนื้อหาที่ย่อยง่าย ดูได้ทุกที่ทุกเวลา ใน The Good Life มีวิดีโอดีๆ ให้คุณเข้ามาเลือกดูหลากหลายหมวด ทั้งไลฟ์สไตล์ บ้าน และรถ ครบครันทั้งรีวิวดี ทำเลโดน ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิม
  • แคมเปญและงานอีเวนต์น่าสนใจ
    งานไหนดี อีเวนต์ไหนดัง The Good Life ไม่พลาดเกาะกระแส นำมารีวิวรวมถึงนำความน่าสนใจของแต่ละงานมาบอกเล่า ผ่านบทความและวิดีโอเก๋ๆ ด้วยการรวมเป็น Section พิเศษให้กับคนที่สนใจในงานนั้นๆ โดยเฉพาะ ถึงไม่ได้ไปก็เหมือนไปเอง
  • พอดแคสต์
    อนาคตไม่ใกล้ไม่ไกล พวกเรายังมีอีกหนึ่งสื่อน่าสนใจอย่าง “พอดแคสต์” ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่รักในการฟัง โดยเนื้อหาหลักๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิทยา การใช้ชีวิต ไปจนถึงมุมมองดีๆ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อบล็อก “The Good Life” ของเรานั่นเอง

3.โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยสะดุดตา

นอกจากเนื้อหาดีๆ ที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตที่ดีของคุณแล้ว สิ่งหนึ่งพวกเราชาว The Good Life ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ “อาร์ตเวิร์ก”

ทันที่ที่คุณเข้ามาในบล็อกของเรา จะเห็นได้ว่า Visual ต่างๆ เก๋ไก๋สะดุดตาอยู่ไม่น้อย ทั้งอาร์ตเวิร์กประกอบบทความ ลูกเล่นต่างๆ ในวิดีโอคลิป เราอยากให้คอนเทนต์ของเรามีชีวิตชีวา ไม่จืดชืด ดูแล้วสนุกสนาน รู้สึกตื่นตาตื่นใจ

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไป ทั้งเนื้อหาดี อาร์ตเวิร์กมีสไตล์ มีหลายหมวดหมู่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ดีไซเนอร์ของเราอยากนำเสนอ คือ “ฟิลเตอร์หน้าโฮมเพจ” ที่เราตั้งใจเอาแท็กต่างๆ ที่น่าสนใจของแต่ละบทความ มาให้คุณเลือกคลิกได้เลย

เรียกว่าเข้ามาปุ๊บ ก็ตอบได้ทุกคำถาม ง่ายและตรงใจมากกว่าเดิม

รับรองว่า คุณจะมี “วันที่ดี” ที่ The Good Life และจะมี “ชีวิตดี” ขึ้นกว่าเดิมที่ Kaidee

Kaidee App ปี 2021 โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

Kaidee App ปี 2021 โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2021 ทั้งที พวกเราชาว Kaidee ภูมิใจนำเสนอของขวัญสุดพิเศษ “Kaidee Application” รูปโฉมใหม่สุดแสนไฉไลกว่าเดิม ด้วยดีไซน์แอปอันสวยงามและเรียบหรู ทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ ให้คุณใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม ทว่ายังครอบคลุมสินค้ากว่า 30 หมวดหมู่ไว้เหมือนเดิม เพื่อให้สมกับตำแหน่ง

“ตลาดซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย”

Kaidee-logo

Kaidee App มี “Dee” มากกว่าที่คิด

ทันทีที่คุณกดเข้ามาใน Kaidee หน้าตาแอปที่สวยงามสะดุดตา และโทนสีน้ำเงิน แสดงถึงความน่าเชื่อถือ คงเป็นสิ่งแรกที่สมาชิกทุกคน สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เราตั้งใจพัฒนาให้ผู้ใช้งานทุกท่าน แลกเปลี่ยนสินค้ากันได้สะดวกกว่าเดิม ส่วนจะมีอะไรเก๋ๆ บ้างนั้น ไปดูกันค่ะ

คอนเซปต์หลักของ Kaidee App

“หาอะไรก็เจอ” คือคอนเซปต์หลักที่พวกเราชาว Kaidee รักษามาตลอด

ปี 2021 นี้ ถึงหน้าตาแอปจะเปลี่ยนไป แต่คอนเซปต์ “หาอะไรก็เจอ” ยังคงเดิม เพิ่มเติมขึ้นด้วย “ความแข็งแกร่ง” อย่างการแบ่งหมวดหมู่ที่ชัดเจนขึ้น คือ Kaidee Auto, Kaidee Property และ Kaidee Marketplace ให้คุณสะดวกทั้งลงขายและซื้อของ ได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา

จุดเด่นของ Kaidee App ปี 2021

1. ค้นหาง่าย ใช้งานสะดวก เสิร์ชอะไรก็เจอ

2. แบ่งสินค้าออกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ลึกและชัดเจนกว่าเดิม

3. หลากหลายด้วยสินค้ากว่า 30 ประเภท ครอบคลุมทุกความต้องการ

4. โดดเด่นด้วยของสะสมหายาก อย่าง พระเครื่อง ธนบัตรที่ระลึก ฯลฯ ที่แอปช้อปปิ้งออนไลน์อื่นๆ ไม่มีให้คุณ

5. มีตัวช่วยปิดการขายอันยอดเยี่ยม ด้วยโปรโมชั่น Hot และ Premium

6. รายละเอียดของสินค้าที่ชัดเจนขึ้น ช่วยให้คุณตามหาสินค้าที่ถูกใจได้ง่ายกว่าเดิม

Kaidee App ลงขายง่าย ซื้อได้สะดวก

ปีใหม่ แอปใหม่ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือสมาชิกทุกท่านยังซื้อขายสินค้าได้สะดวกและง่ายดายเหมือนเดิม ทั้งนี้หากใครยังไม่ชินกับรูปแบบใหม่ เพื่อความเข้าใจที่มากกว่าเดิม เรามีขั้นตอนต่างๆ มาฝากกัน

ลงขายง่ายๆ ที่ Kaidee App

1.กดปุ่มลงขาย แล้วเลือกหมวดหมู่สินค้า/บริการ หากเป็นสินค้าหรือบริการประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ หรือรถยนต์ กดเลือก “มาร์เก็ตเพลส” (มอเตอร์ไซค์ รถประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ รวมอยู่ในหมวดมาร์เก็ตเพลส)

2. กรอกรายละเอียด ใส่รูปภาพ และข้อมูลการติดต่อ

3. เลือกโซนและระยะเวลาที่จะให้ประกาศของคุณแสดง

4.จากนั้นกดปุ่ม “ยืนยันการลงขาย”

5.ระบบจะแสดงข้อความยืนยันสถานะการลงขาย และยอด Kaidee Egg (หากมีค่าใช้จ่าย)

6. กรณีที่คุณต้องการ “แก้ไขประกาศ” หรือ “โปรโมท” เพิ่ม ให้ไปที่หน้าประกาศของฉัน ตามหมวดหมู่ที่คุณเลือกลงสินค้าไว้

หมายเหตุ : หากหมวดหมู่นั้นมีการจำกัดสิทธิ์ลงประกาศฟรี เมื่อคุณใช้สิทธิ์ฟรีครบแล้ว ในขั้นตอนการเลือกโซน จะไม่มีโซน “ประกาศทั่วไป” ให้คุณเลือกอีก ราคาและเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามแต่ละหมวดหมู่

รายละเอียดเพิ่มเติม : Kaidee Help Center – อยากขาย

ซื้อของ Kaidee App

KaideeApp-Buyer

1.พิมพ์ชื่อสินค้าที่คุณต้องการลงในช่องค้นหา วิธีนี้จะทำให้คุณหาสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

2. “ค้นหาสินค้าตามหมวดหมู่” วิธีนี้จะทำให้คุณได้เห็นประกาศของสินค้าประเภทเดียวกัน ที่มีขายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หรือค้นหาเป็นระดับจังหวัดก็ได้เช่นกัน

3. หากไม่มีสินค้าที่เฉพาะเจาะจง ให้กดที่คำว่า “หน้าแรก” จากนั้นคุณจะเห็นหมวดหมู่ทั้งหมดที่เรามี จากนั้นเลือกดู สินค้า / บริการได้ตามความชอบส่วนตัว

4. หากได้สินค้าหรือบริการที่ถูกใจ สามารถติดต่อผู้ขายได้ทั้งแชทและโทร ทั้งนี้แนะนำว่า ให้เลือกผู้ขายที่มีเครื่องหมายการันตี “ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน”

รายละเอียดเพิ่มเติม : Kaidee Help Center – อยากซื้อ

ปิดการขายได้ไว ด้วยโปรโมชั่น Hot and Premium

สมาชิกของเราบางคนอาจยังไม่เข้าใจกับตัวช่วยพิเศษ Hot and Premium ที่ทาง Kaidee ตั้งใจทำมาเพื่อคุณ ให้ปิดการขายได้รวดเร็วและไวขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังช่วยคัดกรองผู้ขายที่มีคุณภาพได้มากขึ้น

ถึงแม้จะมีผู้ขายบางรายหายไป แต่เพื่อบรรยากาศการซื้อขายที่ดี ในทางกลับกันยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้ขายอีกทางหนึ่ง เนื่องด้วยคู่แข่งลดลง โอกาสที่ผู้ซื้อจะเห็นประกาศของคุณก็มีมากขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญ…

“การลงประกาศฟรีที่ Kaidee ยังทำได้อยู่”

ตัวอย่างโปรโมชั่นสินค้าหมวดต่างๆ

หมายเหตุ : การชำระค่าลงประกาศจะเป็นการชำระเงินต่อ 1 รายการประกาศเท่านั้น คุณสามารถลงกี่ประกาศก็ได้ตามต้องการ โดยอาจเลือกชำระทีละรายการ หรือชำระหลายรายการพร้อมกันก็ได้

รายละเอียดเพิ่มเติม : โปรโมชั่นสินค้าหมวดอื่นๆ

เชื่อถือได้! ด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านบัตรปชช.

Buyer : ความที่ Kaidee ซื้อขายส่วนใหญ่แบบ Consumer to Consumer หรือ C2C ใครๆ ก็เป็นผู้ขายได้ ในฐานะผู้ซื้อเราควรพิจารณาให้ดีอย่างถี่ถ้วน อย่าโอนเงินไปก่อน แนะนำให้ซื้อกับผู้ขายที่มีเครื่องหมายการันตี “ยืนยันด้วยบัตรประชาชน” เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา สามารถเอาข้อมูลเหล่านั้นไปตามตัวดำเนินคดีได้

Seller : แนะนำให้ผู้ขายยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขบัตรประชาชน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ ทาง Kaidee อยากให้สมาชิกของเรามั่นใจว่า ระบบของเราปลอดภัยและเชื่อถือได้ เราไม่ได้เก็บข้อมูลทั้งหมดของคุณไว้แต่อย่างใด ทุกอย่างเชื่อมกับระบบหลังบ้านของทะเบียนราษฎร์โดยตรง

สุดท้ายนี้ ทีมพัฒนา Kaidee App ของเรา ยังฝากไว้ว่า ทุกฟีดแบค ทุกคอมเมนต์ของผู้ใช้งานทุกท่าน พวกเรารับรู้ และพยายามแก้ไขปรับปรุงระบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกทุกคนใช้งานกับเราอย่างมีความสุข ทั้งยังฝาก 3 คำสั้นๆ สำหรับแอปใหม่เอาไว้ว่า

“หา เจอ ง่าย” และ “ขาย ได้ หมด”

เลือกสีห้องนอนตามวันเกิด ดวงปัง ชีวิตรุ่ง !

เลือกสีห้องนอนตามวันเกิด ดวงปัง ชีวิตรุ่ง !

แน่นอนว่าสีสันของห้องนอน นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีแล้ว ยังช่วยสร้างอารมณ์ และเสริมสร้างพลังบวกแก่เราได้ แต่ใครจะรู้ว่าสีสันต่าง ๆ ที่เราเห็น ล้วนส่งผลต่อโชคชะตา และความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้ แต่อีกมุมนึงเราเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลล้วน ๆ

pantone 2021

ความหมายของแต่สีมงคลแต่ละสี

แม้แต่ละสีจะมีความหมาย แต่คุณก็สามารถเลือกสีสันให้ดูสวยงามมากขึ้นได้ แค่ลองอิงจากสีของเฉดต่าง ๆ จาก Pantone

ห้องนอนสีเทา

สีแห่งความหยั่งรู้ ความสมบูรณ์ และความสมดุล ซึ่งจะช่วยดึงดูดความฉลาดที่อยู่ในตัวคุณให้ปรากฎ

ห้องนอนสีเขียว

สีแห่งการเจริญเติบโต การมีสุขภาพที่ดี มีความเจริญรุ่งเรือง การเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อีกทั้งยังเป็นสีแห่งความมั่งคั่ง ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นสีดึงดูดกระแสการเงินให้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง มีเข้ามาไม่ขาด

ห้องนอนสีชมพู

สีที่ช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น เป็นสีแห่งการเยียวยา โดยเฉพาะด้านการเงิน และยังเป็นสีที่ช่วยสร้างให้มีความมั่นใจและความสบายใจมากขึ้นอีกด้วย

ห้องนอนสีม่วงอ่อน

สีแห่งการปกป้องจิตวิญญาณ สีแห่งความสำเร็จ ความปรารถนาและหน้าที่การงานที่ดี

ห้องนอนสีครีม

สีที่ช่วยในการฟื้นตัว ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง มีความมั่นคงทางอารมณ์ เป็นสีที่เหมาะกับห้องนอนผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กที่มีอารมณ์รุนแรง

ห้องนอนสีชมพูอมส้ม

สีที่ช่วยกระตุ้นเรื่องความรักความสัมพันธ์ ความมีเสน่ห์
เหมาะสำหรับคนโสดที่ต้องการหาแฟนดี ๆ สักคน

painting

หลักเกณฑ์ในการใช้สีกับห้องนอน

  • ไม่ควรใช้สีขาวล้วนกับห้องนอน เพราะสีขาวสะท้อนสีอื่นทุกสี และเก็บพลังไม่อยู่ จึงทำให้เกิดการสะท้อนไปมาของพลัง จนเกิดภาวะสับสนวุ่นวายของพลังขึ้นภายในห้องนอน ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ วิตกกังวล หลับไม่สนิท อาจทำให้มีภาวะเก็บกดรุนแรง และหายจากการเจ็บป่วยได้ช้า
  • สีของห้องนอนควรมีความแตกต่างจากสีของห้องอื่น ๆ ภายในบ้าน เพราะถ้าเป็นสีเดียวกันหมดจะทำให้พลังนิ่ง ทำให้ชีวิตเป็นไปอย่างไร้จุดมุ่งหมายที่แน่นอน
  • สีของห้องนอนควรเป็นสีอ่อน ๆ และเย็นตา เช่น สีเขียวอ่อน สีชมพู สีเหลือง สีส้มอ่อน หากห้องนอนตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็ควรเป็นสีชมพู เพื่อช่วยเสริมความรักความสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สีเข้มทึบ เช่น สีน้ำตาลดำ สีเขียวเข้ม สีเทาเข้ม เพราะจะทำให้ขาดพลังชีวิต มีความเป็นหยินมากเกินไป และที่สำคัญที่สุดควรเป็นสีที่เจ้าของห้องนอนมีความชื่นชอบด้วย

เกิดวันนี้ ควรใช้สีห้องนอนแบบไหนกันนะ ?

คนเกิดวันจันทร์

ห้องนอนควรใช้สีครีม สีเขียวอ่อน สีเหลืองอ่อน หรือจะใช้สีขาวปนเข้าไปด้วยก็ได้ เพื่อช่วยเสริมดวงชะตา และเพิ่มความสวยงามให้กับห้องของคุณ

ข้อห้าม สำหรับผู้เกิดวันจันทร์ไม่ควรเลือก คือสีสด ๆ เพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีความสุข

คนเกิดวันอังคาร

วันอังคาร ห้องนอนควรเลือกสีอ่อน ๆ เช่น สีเขียวอ่อน สีฟ้าอ่อน เพื่อแสดงถึงความรู้สึกอ่อนโยน เนื่องจากสีประเภทนี้จะทำให้เกิดความสงบและมีสมาธิ ทำให้สมาชิก ในบ้านเกิดความรู้สึกสบายใจ และสามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายต่าง ๆ ออกไปได้

คนเกิดวันพุธ

สำหรับผู้ที่เกิดพุธกลางวันควรเลือกสีฟ้า สีขาว สีดำ และสีแสด เพราะเชื่อว่าจะสีเหล่านี้จะช่วยเสริมความสิริมงคลและทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่ความสุข

สำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางคืน ควรเลือกสีชมพู สีเขียวอ่อน สีขาวนวล และสีเทา เพราะเป็นสีที่สามารถเสริมดวงชะตาของคนในบ้านได้

คนเกิดวันพฤหัสบดี

สีของห้องนอนควรเลือกสีส้มอ่อน สีพีช สีขาว สีฟ้าอ่อน และสีเหลืองครีม เนื่องจากสีเหล่านี้สามารถสร้างความสุขให้คนที่เกิดในวันนี้ได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นสีสีเอิร์ธโทนไปเลยก็ได้ เช่น สีน้ำตาล สีเปลือกไม้ แต่ถ้าเป็นบ้านไม้ไปเลยก็ยิ่งเสริมดวงชะตาได้มาก

frame

คนเกิดวันศุกร์

คนที่เกิดวันศุกร์ ควรเลือกสีห้องนอนอย่างสีเขียวอ่อน สีพีช และสีขาว เพราะสีเหล่านี้จะช่วยสร้างความสุข

สำหรับสีของเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น แจกัน ผ้าม่าน หรือโคมไฟ ควรเลือกใช้เป็นสีเหลืองครีม สีฟ้าอ่อน หรือสีส้มอ่อน เพื่อเพิ่มความสง่าราศี เสริมดวงชะตา และความเป็นสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัย

คนเกิดวันเสาร์

คนเกิดวันเสาร์ควรเลือกสีโทนสีอ่อน ๆ เช่น สีควันบุหรี่ สีเขียวอ่อน หรือสีขาว และไม่ควรเลือกบ้านสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เพราะจะทำให้คนภายในบ้านร้อนรุ่ม ไม่สงบสุข แต่ให้เลือกสีเขียวอ่อนจะดีที่สุด เพราะสีเหล่านี้สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงห้องต่าง ๆ ในบ้าน อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกอบอุ่น และปลอดภัย

คนเกิดวันอาทิตย์

แม้ว่าสีแดงเป็นสีที่เหมาะกับคนเกิดวันอาทิตย์ แต่ในความจริงแล้วก็ไม่ควรนำสีนี้มาทาห้องหรือภายในบ้านด้วยเช่นกัน สำหรับการเลือกสีของห้องนอนของคนเกิดวันอาทิตย์นั้น ควรเลือกทาสีโทนสว่าง อย่างสีควันบุหรี่หรือสีขาว ซึ่งถ้าผนังของบ้านเป็นไม้หรืออิฐ ควรตกแต่งด้วยผ้าม่านสีขาว แค่นี้ก็จะช่วยเสริมดวงชะตาของคนที่เกิดวันอาทิตย์ได้แล้ว

การเลือกสีห้องนอนให้ตรงตามฮวงจุ้ยสีตามปีนักษัตรทั้ง 12 ปี

  1. ปีชวด (ปีหนู) สีควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีทอง สีเงิน สีดำ สีขาว สีเทา และสีฟ้า
  2. ปีฉลู (ปีวัว) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีม่วง สีส้ม และสีน้ำตาล
  3. ปีขาล (ปีเสือ) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีดำ สีเขียว สีฟ้า สีเหลืองอมเขียว และสีเทา
  4. ปีเถาะ (ปีกระต่าย) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีฟ้า สีเหลืองอมเขียว สีเทา สีดำ และสีเขียว
  5. ปีมะโรง (ปีมังกร) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีน้ำตาล และสีส้ม
  6. ปีมะเส็ง (ปีงู) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีเขียว สีเหลืองอมเขียว สีแดง สีม่วง และสีส้ม
  7. ปีมะเมีย (ปีม้า) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีเขียว สีเหลืองอมเขียว สีแดง สีม่วง และสีส้ม
  8. ปีมะแม (ปีแพะ) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีแดง สีม่วง สีส้ม สีเหลือง และสีน้ำตาล
  9. ปีวอก (ปีลิง) สีที่ถูกควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีเหลือง สีน้ำตาล สีขาว สีทอง และสีเงิน
  10. ปีระกา (ปีไก่) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีเหลือง สีน้ำตาล สีทอง สีเงิน และสีขาว
  11. ปีจอ (ปีหมา) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีแดง สีน้ำตาล สีม่วง สีส้ม และสีเหลือง
  12. ปีกุน (ปีหมู) สีที่ควรทาในห้องนอน ได้แก่ สีทอง สีเงิน สีขาว สีฟ้า สีเทา และสีดำ

สรุปท้ายบทความ

เพราะสีสันส่งผลต่อความรู้สึกของคุณได้ ดังนั้นการเลือกสีที่เหมาะสมก็จะยิ่งช่วยให้สุขภาพจิตและการอยู่อาศัยของคุณดีขึ้น ลองเลือกสีที่ชอบ ความรู้สึกที่ใช่ และจะยิ่งดีถ้าเป็นสีที่ถูกโฉลกกับดวงชะตา หรือถ้าใครสนใจด้านจิตวิทยาก็อาจจะเลือกสีห้องนอนให้ตรงตามหลักจิตวิทยาดูก็ได้