Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เราเชื่อเลยว่า ในวันวาเลนไทน์ช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 แบบนี้คู่รักหลายคู่ก็คงไม่อยากออกไปไหนสักเท่าไร แต่ถ้าอยู่บ้านเฉย ๆ เหมือนวันปกติก็คงน่าเบื่อมากเกินไป ลองเติมความหวานชื่นให้กับความรักด้วย เครื่องพ่นควันอโรม่า ที่นอกจากจะเพิ่มบรรยากาศให้ความโรแมนติกแล้ว ก็ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย
เครื่องพ่นควันอโรม่า คืออะไร ?
ก่อนที่จะไปถึงเบื้องลึกของเครื่องพ่นควันอโรม่า เรามาทำความรู้จักกันแบบเบื้องต้นก่อนว่า เครื่องพ่นควันอโรม่าเป็นเครื่องพ่นควันไอน้ำจากน้ำที่อยู่ภายในเครื่อง ซึ่งเราสามารถเติมน้ำมันหอมระเหยเพิ่มลงไปได้ โดยในตลาดทั่วไปเราก็สามารถพบเครื่องพ่นควันอโรม่าได้หลายประเภท หลายยี่ห้อ และหลายคุณสมบัติ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันเลยทีเดียว
ประเภทของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
อย่างที่บอกไปว่า เครื่องพ่นควันอโรม่าสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทตามคุณสมบัติและหลักการทำงาน ดังนี้
Humidifiers เป็นเครื่องเพิ่มความชื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหาระบบทางเดินหรือผิวแห้งได้
Ultrasonic Diffuser เป็นเครื่องพ่นควันที่สร้างไอน้ำจากน้ำมันหอมระเหยโดยใช้เทคโนโลยี Ultasonic ทำให้ไอน้ำที่ออกมามีความละเอียด ไม่เห็นหยดน้ำบนพื้น และส่งกลิ่นหอมไปอย่างกว้างขวาง
Nebulizing Diffuser เครื่องพ่นควันอโรม่าที่สามารถส่งกลิ่นได้กว้างที่สุด เพราะใช้แรงดันในการดันน้ำมันหอมระเหยออกมา มักจะถูกใช้ในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีความกว้างขวาง
Heat Diffusers จัดอยู่ในเครื่องพ่นควันประเภท Diffuser ที่มีการทำงานคล้ายเตาในสมัยก่อน โดยใช้ความร้อนในการทำน้ำมันหอมระเหย แต่เครื่องพ่นควันอโรม่าประเภทนี้ก็มีข้อเสียคือ ทำให้ความหอมน้อยลง
Evaporative Diffusers พัดลมปรับอากาศที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกับเครื่องพ่นควันอโรม่า และด้วยหลักการทำงานนี้เองที่ทำให้น้ำมันหอมระเหยกระจายอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่ต้องหมั่นเติมน้ำหอมระเหยอยู่บ่อย ๆ
ประโยชน์ของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
นอกจากความหอมของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มาจากน้ำมันหอมระเหย และความสวยงามในการประดับตกแต่งแล้ว การใช้เครื่องพ่นควันอโรม่ายังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่เราอาจคาดไม่ถึง ดังนี้
อากาศมีความบริสุทธิ์มากขึ้น
งานวิจัยพบว่า ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยอย่างออริกาโนและไทม์ จะช่วยฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศได้ รวมถึงอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย
ลดฝุ่น
เนื่องจากไอน้ำที่พ่นออกมาจากเครื่องพ่นควันอโรม่ามีไอออนประจุลบ จะสามารถจับตัวกับประจุบวกที่เป็นฝุ่นซึ่งลอยอยู่บนอากาศ และส่งผลให้ฝุ่นเหล่านี้ตกลงมาสู่พื้นห้อง ทำให้อากาศภายในห้องมีความสะอาดมากขึ้น
เพิ่มความชื้น
ไอน้ำจากเครื่องพ่นควันอโรม่าจะทำให้อากาศภายในห้องมีความชื้นมากขึ้นถึง 40-60% ส่งผลให้สุขภาพคอและจมูกของเราดีขึ้น หายใจคล่องยิ่งขึ้น และผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
บำบัดอารมณ์ความรู้สึก
รู้หรือไม่ว่า น้ำมันหอมระเหยจากเครื่องพ่นควันอโรม่าจะช่วยบำบัดอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งเพิ่มความสดชื่น ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย รู้สึกกระฉับกระเฉง ผ่อนคลาย และลดความเครียดได้
สร้างบรรยากาศให้ห้อง
คุณสมบัติของกลิ่นที่นอกจากมีความหอมแล้ว กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยยังช่วยเพิ่มบรรยากาศให้กับพื้นที่โดยรอบและห้อง ทำให้เราสามารถจดจำช่วงเวลาอันมีคาเหล่านั้น ได้เป็นอย่างดี
วิธีเลือกซื้อ เครื่องพ่นควันอโรม่า
ถ้าหากเราเลือกเครื่องพ่นอโรม่าที่ไม่เหมาะสมกับห้องเรา ก็อาจทำให้กลิ่นที่ระเหยออกมากระจายได้ไม่ทั่วทั้งห้อง ซึ่งเกณฑ์ในการเลือกนั้นมีอยู่ 2 ส่วนประกอบด้วยกัน คือ
เลือกจากขนาด เครื่องพ่นควันอโรม่า
เครื่องพ่นควันอโรม่าส่วนใหญ่จะมีขนาดที่สามารถบรรจุน้ำได้ประมาณ 100-300 มิลลิลิตร โดยการเลือกเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มขนาดเหมาะสม จะต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของพื้นที่ภายในห้อง และความจุของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่เหมาะสมกันเพื่อกลิ่นหอมที่ทั่วถึง ดังนี้
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 100 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาดไม่เกิน 25 ตารางเมตร
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 300 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาด 25-50 ตารางเมตร
เครื่องพ่นควันอโรม่าขนาด 500 มิลลิลิตร เหมาะกับ ห้องขนาดมากกว่า 50 ตารางเมตร
เลือกจากฟังก์ชันการทำงานของ เครื่องพ่นควันอโรม่า
ปัจจุบัน เครื่องพ่นควันอโรม่าจะมีการทำงานอยู่ 2 ฟังก์ชัน ได้แก่ ระยะเวลาการทำงาน ที่มีตั้งแต่ 1-8 ชั่วโมง ซึ่งความแรงของไอน้ำที่ออกมาจะแปรผกผันกับระยะเวลา หรือพูดง่าย ๆ คือ ยิ่งเครื่องทำงานหนักก็จะมีระยะเวลาการพ่นควันอโรม่าที่น้อยลงนั่นเอง และ แสงไฟ ของเครื่องพ่นควันอโรม่าที่มีหลากหลายสีเพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดีขึ้นหรือหรี่ลงเพื่อให้นอนหลับสบายนั่นเอง
น้ำมันหอมระเหยช่วยเพิ่มความหวานให้วันวาเลนไทน์
นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว การใช้เครื่องพ่นควันอโรม่าพร้อมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มอารมณ์ความรู้สึกให้กับคนที่อาศัยอยู่ ซึ่งรู้ไหมว่าน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ ก็ส่งผลต่ออารมณ์ของเราที่แตกต่างกัน และเนื่องจากในวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เราจะมาพูดถึง 5 กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยให้ความรักมีความโรแมนติกมากยิ่งขึ้นไปอีก
กลิ่นกุหลาบ
ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้แห่งความรัก ดังนั้นแน่นอนว่ากลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่ออกมาจากเครื่องพ่นควันอโรม่า จะให้กลิ่นที่จะช่วยให้ความรักในวันวาเลนไทน์ของคุณหวานชื่น และยังช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทั้งจิตใจและร่างกายของคุณ ทำให้กลิ่นดอกกุหลาบกลายเป็นกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ได้รับความนิยมจากคนชนชั้นสูงในอดีต โดยเฉพาะ นางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นราชินีแห่งความสวยงาม
กลิ่นกระดังงา
ดอกกระดังงา ถือเป็นดอกไม้กลิ่นหอมที่มีกลิ่นเย้ายวน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่า น้ำมันหอมระเหยกลิ่นกระดังงาเพียงไม่กี่หยดก็ช่วยกระตุ้นอารมณ์ของคู่รักได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังช่วยสร้างอารมณ์ความสนุกสนานได้อีกด้วย แต่ในการใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ก็ควรจะระวังไม่ให้มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดความรู้สึกคลื่นไส้เวียนหัวได้
กลิ่นมะลิ
มะลิ เป็นดอกไม้อีกหนึ่งกลิ่นที่สถาบันวิจัยในประเทศอังกฤษยังกล่าวด้วยว่า จะช่วยลดอาการซึมเศร้าและความรู้สึกเชิงบวก ซึ่งกลิ่นนี้ก็เป็นกลิ่นที่สาวหลาย ๆ คนชื่นชอบเพราะมีทั้งกลิ่นที่หอม และสรรพคุณต่าง ๆ ในการเพิ่มความสุข สร้างจิตใจที่เบิกบาน และช่วยให้หลับสบายตลอดทั้งคืน
กลิ่นวานิลลา
สำหรับคู่รักคู่ไหนที่ชอบกลิ่นที่หวานหอม น้ำมันหอมระเหย กลิ่นวานิลลา ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะกลิ่นนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ของคุณหวานเหมือนกลิ่นวานิลลา รวมถึงช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
กลิ่นลาเวนเดอร์
นอกจากการกลิ่นหอมที่จะช่วยให้บรรยากาศโรแมนติกด้วยเครื่องพ่นควันอโรม่าแล้ว กลิ่นลาเวนเดอร์ ยังเป็นดอกไม้ที่มีสรรพคุณการลดความตึงเครียด ซึมเศร้า หดหู่ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งกลิ่นมะลิก็เป็นกลิ่นที่สาว ๆ ก็มักจะใช้หยุดในอ่างอาบน้ำ
สรุปท้ายบทความ
นี่คือเครื่องพ่นควันอโรม่าที่เรานำมาให้อ่านกันว่ามีประเภทไหนบ้าง และมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นไหนบ้าง ที่ช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้กับวันวาเลนไทน์ของคุณ ซึ่งใน Kaidee ก็มีให้เลือกซื้อมากมาย รวมถึงบทความที่จะทำให้ความรักของคุณดียิ่งขึ้น 5 แบรนด์เทียนหอมตัวดัง ต้องตำมาติดบ้าน และ อยากมีคู่ใช้ตัวช่วยนี้ 5 แอปหาคู่ 2021
Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รวม 3 เจ้าแม่ตำนานรักสุดตราตรึงที่สายมูต้องไปไหว้ขอคู่
นับถอยหลังสู่วันวาเลนไทน์กันหรือยังคะทุกคน ขอมือคนโสดกันหน่อยยย เพื่อนพี่น้องรอบข้างคนไหนจะแพลนไปเดตกับคนรู้ใจก็อย่าหาได้แคร์ไม่ เพราะสายมูอย่างเรา (หรือคนที่ยังไม่เข้าสู่วงการสายมูก็เวลคัมค่า) ยังมีเวลาไปเยี่ยมเยียนไหว้พระขอคนรู้ใจแบบไว ๆ ทันใจ
ถ้าสายมูคนไหนไปไหว้พระเด็ด ๆ ดัง ๆ ตั้งแต่พระตีมรูติ พระลักษณมี พระพรหม มาหมดแล้ว เราขอแนะนำ 3 เจ้าแม่ที่ยืนหนึ่งเรื่องขอคู่ครองที่คุณอาจจะยังไม่เคยไปไหว้ พิเศษสุด! เวลาเหลือน้อย เราแถมลิสต์ของไหว้และวิธีไหว้ขอคู่มาให้แบบเน้น ๆ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง
แม่นากพระโขนง
ตำนานรักแท้อมตะคู่คนไทยมานับร้อยปี
หากนึกถึงตำนานรักอมตะที่คนไทยคุ้นเคย เชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่จะแวบขึ้นมาในใจใครหลายคนคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘แม่นาก’ หรือที่หลายคนมักสะกดว่า ‘แม่นาค’ หญิงสาวเจ้าของตำนานรักแท้ไม่เลือนหายแม้เหลือเพียงวิญญาณชวนตราตรึงใจใครหลายคน
มาย้อนรำลึกถึงเรื่องราวของแม่นากกันหน่อยดีกว่า ว่ากันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่สี่ ช่วงรัตนโกสินทร์ แม่นากมีสามีชื่อมาก ทั้งสองครองรักและมีลูกด้วยกัน
ระหว่างที่แม่นากท้อง พ่อมากจำต้องไปประจำการเป็นทหารในเมือง ทว่าในระหว่างที่พ่อมากไม่อยู่ แม่นากถึงกำหนดคลอดและตายท้องกลม
ต่อให้กายสลาย แต่ความรักและห่วงหาสามีที่จากบ้านไปไกลทำให้วิญญาณแม่นากยังไม่ยอมไปไหน เมื่อพ่อมากกลับมา ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาตามปกติโดยที่พ่อมากไม่รู้เลยว่าภรรยาและลูกได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว
แม้สุดท้ายเรื่องนี้จะจบโศก แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดคือความรักอมตะ เหนือกาลเวลาและสังขารที่แม่นากมีต่อพ่อมากไม่เสื่อมคลายจวบจนวันสุดท้าย แม่นากจึงกลายเป็นตำนานรักแท้ที่โด่งดังจวบจนทุกวันนี้
ในปัจจุบันความเชื่อเรื่องแม่นากยังคงไม่เสื่อมคลายไป ผู้คนยังคงไปสักการะบูชากันที่ศาลย่านาค ตั้งอยู่ภายในวัดมหาบุศย์ ซอยสุขุมวิท 77
รวมทริคไหว้ขอคู่ที่ศาลย่านาก วัดมหาบุศย์ ไหว้ยังไงให้ได้ผล
การไหว้ขอพรความรักกับแม่นากนั้นมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่บ้าง เริ่มจากต้องขอพรหาคู่แท้ เพราะแม่นากเป็นผู้ที่รักแท้มั่นคงกับสามี ข้อปฏิบัติสำคัญเลยคือต้องซื่อสัตย์ ยึดมั่นในรักเดียวใจเดียว บางความเชื่อให้เน้นขอพบรักที่ซื่อสัตย์มั่นคง
ของไหว้ขอคู่เสริมความขลัง
- พานชุด ผลหมากรากไม้ (ยกเว้นมังคุด) น้ำแดง ขนมหวาน น้ำมะพร้าว
- ธูปเทียน
- พวงมาลัย
- ชุดสไบ เครื่องแต่งกาย
ข้อห้ามในการไหว้ขอคู่กับแม่นาก
- ห้ามพรมน้ำอบและรดน้ำแม่นาก
- ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ดวงตา และปาก
- ห้ามน้ำมันจันที่องค์แม่นาก
เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก
รักแท้ข้ามแดนจีน-ไทย กับโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความพ่อแง่แม่งอน
ตำนานรักของ ‘เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก’ และ ‘พระเจ้าสายน้ำผึ้ง’ เป็นตำนานที่อยู่คู่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยามายาวนาน เรื่องราวความรักของทั้งคู่ถือเป็นรักอมตะโศกเศร้าเคล้าน้ำตาที่เกิดขึ้นสองฟากฝั่งแม่น้ำ
เดิมทีเจ้าแม่สร้อยดอกหมากเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน เมื่อถึงวัยออกเรือน โหรหลวงทำนายว่าจะได้คู่ครองเป็นกษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา พระเจ้ากรุงจีนจึงส่งสาส์นไปยังพระเจ้าสายน้ำผึ้ง พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปยังกรุงจีน
หลังฝ่าภัยอันตรายมากมาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จมาถึงกรุงจีนโดยสวัสดิภาพและเข้าพระราชพิธีราชาภิเษกกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก หลังจากใช้ชีวิตคู่อย่างแสนสุขในกรุงจีนชั่วระยะหนึ่ง ทั้งสองก็กลับมายังประเทศไทย
ช่วงที่ถึงริมฝั่งแม่น้ำบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหารในปัจจุบัน พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จเข้าวังเพื่อเตรียมขบวนมาต้อนรับพระนาง ครั้นเมื่อขบวนเสด็จมาถึง เจ้าแม่สร้อยดอกหมากไม่เห็นพระสวามีมาด้วยก็เกิดความน้อยใจ ฝากไปบอกว่าถ้าพระองค์ไม่เสด็จมารับ ก็จะไม่ขึ้นไป
เมื่อเสนาบดีมาทูล พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงแกล้งตอบกลับว่าถ้าไม่อยากขึ้น ก็อยู่ที่นั่นต่อไป เจ้าแม่สร้อยดอกหมากน้อยใจจนกลั้นลมหายใจฆ่าตัวตาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งโศกเศร้ากับการจากไปของนางอันเป็นที่รัก ภายหลังตัดสินใจสร้างวัดเจ้าพระนางเชิง
ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก จะไหว้ขอคู่ทั้งทีต้องที่นี่
ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมากโด่งดังในด้านการขอพรความรักมานมนาน ตามคำบอกเล่าแต่โบราณ เจ้าแม่สร้อยดอกหมากมั่นคงในความรักที่มีต่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งมาก
จุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งที่คนนิยมไปไหว้กันจึงหนีไม่พ้นเรื่องบนบานขอความรัก ขอลูก ถ้าสมหวังดั่งใจแล้ว
ของที่นิยมนำมาแก้บนไหว้ขอคู่ เช่น
- สร้อยไข่มุก
- เครื่องสำอาง
- สิงโตเชิด
- ผลไม้ ดอกไม้ น้ำดื่ม
เจ้าแม่เขาสามมุข
สามมุข-แสน เมื่อรักแท้ต้องแลกด้วยชีวิต
เจ้าแม่องค์สุดท้ายที่เราหยิบยกมาบอกเล่าเรื่องราวความรักสุดตราตรึงคือเจ้าแม่เขาสามมุข แห่งศาลเจ้าแม่เขามุข จ.ชลบุรี เรื่องราวชีวิตรักที่ยิ่งใหญ่ของหนุ่มสาวชาวบ้านชื่อ ‘สามมุข’และ ‘แสน’ สามมุขเป็นหญิงฐานะยากจนที่พบรักกับแสน และสัญญาว่าจะครองรักกันชั่วนิรันดร์ หากใครผิดคำสาบาน ต้องโดดหน้าผาตาย
แต่เส้นทางรักของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นอย่างใจคิด เมื่อ ‘กำนันบ่าย’ พ่อของแสนรู้เข้า ก็กีดกันและจับแสนคลุมถุงชน เมื่อสามมุขรู้เข้าก็เสียใจ สามมุขตัดสินใจจะกระโดดหน้าผาตามคำสัญญา เมื่อแสนตามมาเห็นเช่นนั้นจึงกระโดดหน้าผาตายตาม สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็จบลงด้วยน้ำตา
รักแท้ที่แลกด้วยชีวิตของทั้งคู่เป็นที่พูดถึงไปทั่ว หลังกำนันบ่ายสำนึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้ลูกชายและคนรักต้องตาย ก็นำสิ่งของของทั้งคู่ไปไว้ที่ภูเขาซึ่งภายหลังตั้งชื่อว่าเขาสามมุข และได้มีการจัดตั้งศาลขึ้นมา
ไหว้ขอคู่ที่ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข จ.ชลบุรีต้องทำยังไง
จากตำนานรักแท้สุดซึ้งที่ยอมแลกด้วยชีวิต ทำให้ศาลเจ้าแม่เขาสามมุขโด่งดังเป็นที่นิยมในด้านการมาขอพรให้ความรักสมหวัง เชื่อกันว่าหากใครมาขอความรักที่นี่ เจ้าแม่จะช่วยให้สมหวังไม่เหมือนความรักของตนเอง
ของที่ใช้ไหว้ขอคู่ที่ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข
*เขียนชื่อนามสกุลและคำขอพรลงในว่าว ถ้ามีคนรัก เขียนชื่อคนรักลงไปด้วย
- ของถวายแก้บนได้แก่ผลไม้ 5 อย่าง (ต้องมีมะพร้าวอ่อน สัปปะรด และกล้วยน้ำว้า)
- ของบนอื่น ๆ ได้แก่ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ชุดไทย
สรุปท้ายบทความ
อีกไม่กี่วันก็วันวาเลนไทน์แล้ว ถึงเวลาชาวมูเตลูออกเดินสายไหว้ขอคู่กันหรือยัง ถ้าแวะไปไหว้พระตรีมูรติ พระลักษณมี พระแม่อุมาเทวีมาหมดแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะเรายังมีเจ้าแม่อีกหลายองค์ที่โดดเด่นและโด่งดังเรื่องขอความรัก
เจ้าแม่ทั้งสามที่เรายกมาวันนี้ซึ่งก็คือ แม่นากพระโขนง เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และเจ้าแม่เขาสามมุข ทั้งสามองค์มีเรื่องราวชีวิตที่ตราตรึงใจไปคนละแบบ
แม้จะเป็นความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมทั้งสิ้น แต่เนื้อในความรักที่มั่นคงและบริสุทธิ์ของทั้งสาม ทำให้มีผู้คนไปสักการะขอความรักและ(ว่ากันว่า)สมหวังกันหลายต่อหลายคนแล้ว สายมูคนไหนที่ยังไม่ได้ไปเยือน แนะนำว่าอ่านเสร็จแล้วไปเลย เผื่อจะเจอคนพิเศษไปเดตกันทันวันวาเลนไทน์
หรือถ้าใครที่ไปไม่ทัน ลองแวะเข้า Kaidee.com เลือกเช่าเครื่องรางของขลังเสริมดวงด้านความรัก หรือจะเป็นวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับแม่นากพระโขนง เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และเจ้าแม่เขาสามมุข ของดี ๆ มีให้เลือกกันตรงนี้ อย่ารอช้า ไปดูกันเลย
Feb 10, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ใกล้เข้ามาแล้วกับวันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของชาวจีน เป็นเทศกาลที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยแบ่งเป็น 3 วันคือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ตามลำดับ ซึ่งในปี 2564 นี้ เทศกาลตรุษจีนมีตั้งแต่วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2564 และสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าวันตรุษจีนตามธรรมเนียมและประเพณีของชาวจีนแท้ ๆ เป็นอย่างไร มี อาหารมงคล อะไรบ้างที่กินแล้วจะทำให้ชีวิตเฮง ! วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง
อาหารมงคล วันตรุษจีน
อาหาร ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ทำให้ในเทศกาลตรุษจีน นอกจากการแต่งกายและกิจกรรมแล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญ ซึ่งอาหารที่เราจะพูดถึงในวันนี้ถือเป็น อาหารมงคล ที่เราควรกินในตรุษจีน เพราะจะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้น
รวม อาหารมงคล
ปลา (鱼 Yú) “ความเหลือเฟือ”
คำว่า ปลา ในภาษาจีน มีการออกเสียงที่คล้ายกับคำที่แปลว่า “ความเหลือเฟือ” ทำให้ชาวจีนเชื่อว่าการรับประทานปลาจะทำให้ชีวิตมีกินมีใช้เหลือเฟือ และนอกจากนี้แล้วปลายังเป็นสัตว์ที่ยังสามารถต่อสู้กับวิญญาณที่ชั่วร้ายได้อีกด้วย โดยปลาที่ชาวจีนนิยมกินกันก็มีชื่อที่เป็นมงคล ทั้งปลาตะเพียน ปลาแกง และปลาดุก นิยมทำเป็นปลานึ่งซีอิ๊ว ปลาทอดเปรี้ยวหวาน และ ปลาทอดสามรส
ซึ่งวิธีการกินปลาของชาวจีนนั้นจะต้องเป็นจานสุดท้าย กินให้เหลือเพียงหัวและหางของปลาเพื่อสื่อความหมายว่า เริ่มต้นและจบปีด้วยความเหลือเฟือ โดยหันไปทางแขกหรือผู้สูงอายุเพื่อแสดงความเคารพ
เกี๊ยว (饺子Jiǎozi) “ความมั่งคั่งร่ำรวย”
ด้วยรูปลักษณ์ของอาหารมงคลอย่าง เกี๊ยว ที่คล้ายกับลักษณะของเงินสกุลจีนในยุคโบราณ ทำให้ตามความเชื่อของชาวจีน การรับประทานเกี๊ยวจะส่งผลให้ผู้ที่รับประทานมีความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งเมนูของเกี๊ยวที่นิยมกินมักจะมาจากการผสมผสานกับหมู ไก่ กุ้ง และปลา อย่าง ขนมจีบ เกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง หรือ เกี๊ยวน้ำ
โดยชาวจีนจะทำเกี๊ยวที่มีจำนวนของจีบเป็นเลขมงคล ไส้ป่องกำลังดี และไม่ใช้กะหล่ำปลีดองในการทำไส้เกี๊ยว เพราะมีการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าอุปสรรคในภาษาจีน และในบางครอบครัวจะมีการใส่เส้นด้านสีขาวเพื่อแสดงอายุที่ยืนนานของคนที่รับประทาน
เปาะเปี๊ยะ (春卷 Chūnjuǎn) “ความร่ำรวย”
เนื่องจากชื่อของ เปาะเปี๊ยะ มีเสียงที่พ้องกับ ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงฤดูของเทศกาลตรุษจีน และรูปลักษณ์ที่มีลักษณะยาวเหลืองคล้ายกับแท่งคำทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย เปาะเปี๊ยะทอดจึงเป็นหนึ่งใน อาหารมงคล วันตรุษจีนของชาวจีน
หมี่ซั่ว (长寿面 Chángshòu Miàn) “อายุยืนยาว”
เหตุผลที่ หมี่ซั่ว เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนนาน เพราะเส้นหมี่เป็นอาหารเส้นที่มีความยาวมากกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่น ๆ ซึ่งชาวจีนส่วนใหญ่จะรับประทานหมี่ซั่ว ผัดหมี่ใส่กุ้งซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่าหัวเราะ แฝงนัยการมีความสุขตลอดทั้งปี
โดยการรับประทานหมี่ซั่วที่ดีนั้น ไม่ควรตัดเส้นเพราะชาวจีนเชื่อกันว่ายิ่งกินเส้นที่ยาวเท่ามาก ก็จะยิ่งมีอายุที่ยืนยาวมากเท่านั้น
ไก่ (鸡 jī) “ความเจริญก้าวหน้า”
สัตว์ปีกที่ความหมายดีอย่าง ไก่ ก็เป็นอีกหนึ่ง อาหารมงคล ที่ชาวจีนนิยมรับประทาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าจากเอกลักษณ์ของไก่ 2 อย่างคือ ลักษณะของหงอนไก่ที่เปรียบเสมือนหมวกของขุนนาง และลักษณะนิสัยของไก่ที่ขันตรงเวลาเปรียบเสมือนการมีวินัยและรู้หน้าที่ ซึ่งนอกจากความเจริญก้าวหน้าแล้ว ไก่ยังมีความหมายถึงความพร้อมหน้าภายในครอบครัวและชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย
สังเกตได้ว่าการรับประทานไก่ในวันตรุษจีนจะรับประทานทั้งลำตัวไม่ว่าจะเป็น หัว ตัว และขา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถสับหรือหั่นได้ แต่การไหว้เจ้านั้นห้ามทำเด็ดขาด
ขนมเข่ง (年糕 Niángāo) “เดินสูงขึ้นในทุก ๆ ปี”
จากชื่อในภาษาจีนของ ขนมเข่ง ที่ออกเสียงเหมือนคำว่า ได้รับสูงกว่าปีก่อน ทำให้ขนมเข่งกลายเป็นอีกหนึ่งขนมมงคลที่ชาวจีนนิยมรับประทานกันในวันตรุษจีน ซึ่งมีหลากหลายความหมายทั้งความสูงที่เพิ่มขึ้น คะแนนที่เพิ่มขึ้น ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น หรือแม้แต่การงานที่ดีขึ้น
บัวลอย (汤圆 Tāngyuán) “ความร่มเย็นในครอบครัว”
บัวลอย ขนมหวานมงคลของชาวจีนที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลโคมไฟและตลอดฤดูใบไม้ผลิ มีเสียงและลักษณะที่สื่อถึงความกลมเกลียวภายในครอบครัว ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายเมนู
ผลไม้มงคล
นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีผลไม้มากมายที่มีความหมายดี ๆ ดังนี้
ส้ม (橘子 Júzi) “ความโชคดีและร่ำรวย” เพราะชื่อที่คล้ายกับคำว่าความสำเร็จ ทำให้ส้มเป็นนผลไม้มงคลที่คนจีนนิยมรับประทาน โดยจะต้องมีรูปร่างที่กลมและสีเหลืองทอง
กล้วย (香蕉 Xiāng jiāo) “ลูกหลานเต็มเมือง” จากลักษณะของหวีกล้วยที่ออกเป็นเครือ จึงเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวที่เจริญงอกงามขยายใหญ่และร่ำรวยเงินทอง
แอปเปิล (苹果 Píngguǒ) “อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” มีความหมายถึงความเงียบสงบ ไม่มีความวุ่นวายหรือโรคภัย และมีแต่ความสันติ
องุ่น (葡萄 Pútáo) “การงานประสบความสำเร็จ” องุ่นเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตและเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน เพราะในภาษาจีนแต้จิ๋ว คำว่าองุ่นนั้นมีการออกเสียงเหมือนกับคำว่า งอกงาม และอีกเหตุผลหนึ่งคือ องุ่น มีการออกผลที่เป็นพวงนั่นเอง
สับปะรด (菠萝 bōluó) “ความโชคดี” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว สับปะรด เป็นคำพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า เรียกสีแดงมา ซึ่งสีแดงถือเป็นสีแห่งความโชคดีของประเทศจีน ทำให้สับปะรดเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีนั่นเอง
สาลี่ (酥梨 Sūlí) “มีโชคลาภเงินทอง” ด้วยสีเหลืองของสาลี่ที่เหมือนทองคำ และสาลี่เป็นผลไม้ที่มีความเย็นสดชื่น ทำให้คนจีนชื่อกันว่าสาลี่เป็นผลไม้มงคลที่กินแล้วจะทำให้มีโชคลาภและพบเจอแต่เรื่องดี ๆ
ทับทิม (石榴 Shíliu) “ครอบครัวอบอุ่น พี่น้องรักใคร่” เพราะทับทิมมีเนื้อที่เป็นสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลของชาวจีน ส่วนตัวเมล็ดทับทิมที่มีเยอะแยะมากมายเปรียบเสมือนกับลูกหลานที่เยอะ ทำให้ทับทิมเป็นผลไม้มงคลของชาวจีน ซึ่งชาวจีนจะแบ่งทับทิมให้กับทุกคนในบ้านได้รับประทาน เพื่อเป็นกุศโลบายในการแบ่งปัน รวมถึงยังเป็นผลไม้ที่มีอำนาจในการไล่ภูตผีปีศาจอีกด้วย
ผลไม้ต้องห้ามในวันตรุษจีน คือผลไม้ที่มีสีดำเพราะเป็นผลไม้ที่ใช้สำหรับการไว้ทุกข์ ได้แก่ องุ่นดำ เชอร์รี่ดำ มังคุด เป็นต้น
สรุปท้ายบทความ
ดังนั้นถ้าอ่านแล้ว อย่าลืมกลับบ้านไปหาครอบครัวที่น่ารักและพูดคุยด้วยความรู้สึกดี ๆ กันนะคะ
ส่วนใครที่ไม่รู้จะสั่งอาหารวันตรุษจีนกันที่ไหน Kaidee ก็มีอาหารและผลไม้ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อมากมายเช่นเดียวกัน
Feb 10, 2021 | บทความยานยนต์
เมื่อเดือนที่ผ่านมาทาง AP Honda ได้เปิดตัวหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ขวัญใจมหาชนอย่าง PCX รุ่นใหม่ โดยมาพร้อมกันถึงสองรุ่น ที่ได้เสียงฮือฮาอย่างมากจากทางฝั่งของแฟน ๆ ของค่ายปีกนกและสิงห์มอเตอร์ไซค์หลาย ๆ คน แต่ว่ารุ่นนี้จะน่าซื้อหรือไม่เรามาดูกัน
ยอดจดทะเบียนจักรยานลดลง สะท้อนภาพอะไร
หากเราดูสถิตของยอดจดทะเบียนของจักรยานยนต์ย้อนหลัง 5 ปีจะพบว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมายอดจดทะเบียนของจักรยานยนต์ลดลงอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2019 – 2020 ยอดขายลดลงมากถึง 10% จากผลกระทบจากทางด้านเศรษฐกิจและการระบาดของเชื้อ Covid – 19 ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่แบรนด์รถจักรยานยนต์หลาย ๆ เจ้าจะแข่งขันกันทำตลาดในช่วงต้นปี 2021
หนึ่งในแบรนด์ที่เดินเกมทางด้านการตลาดก่อนเจ้าอื่นก็คือ AP Honda กับการเอาหนึ่งในรถขวัญใจมหาชนอย่าง PXC มาอัปเกรดโฉมใหม่ เครื่องใหม่ พร้อมกับอิงกระแส Hybrid ที่กำลังมาแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะน่าซื้อหรือไม่เรามาอ่านรีวิวกัน
จุดเด่นของ PCX 160
สำหรับ PCX 160 ทาง AP Honda ได้ทำการปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ให้ดีขึ้นดังต่อไปนี้
ไฟหน้าแบบใหม่
สิ่งแรกที่หลาย ๆ คนต้องโดนใจเมื่อได้สัมผัสคือเรื่องของไฟหน้าแบบใหม่ แบบโค้งรับกับหน้าของมอเตอร์ไซค์ ทำให้รถรุ่นนี้ดูหรูหรามากขึ้น มีความเป็นมอเตอร์ไซค์พรีเมียมมากขึ้น ยิ่งคู่กับสีใหม่อย่างน้ำตาลดำ ยิ่งทำให้รถมอเตอร์ไซค์คันนี้ดูดีขึ้นไปอีก
เครื่องแรงขึ้น
ในส่วนของเครื่องยนต์ต้องเรียกได้เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอยากรู้มากที่สุด ซึ่งก็มีข่าวดีเพราะทาง AP Honda ได้ทำการเพิ่มขนาดของเครื่องยนต์ขึ้นไปอีก 10 CC ทำให้รถรุ่นนี้ขี่ได้ดีขึ้น สนุกขึ้น พร้อมที่จะพาคุณไปลุยทุกพื้นที่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ดังนั้นจากนี้ไปเราคงเรียก PCX 150 ไม่ได้ต้องเรียกว่า PCX 160
ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
สำหรับรุ่น Top ของ PCX 160 ได้มีการเพิ่มเครื่องยนต์ Hybrid เข้ามา ทำให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันมากขึ้นผ่านเทคโนโลยี e:HEV ใครที่เป็นสายซิ่งปิดเต็มปลอกน่าชอบในส่วนนี้
หัวชาร์ทแบบ USB-C แบตเต็มเร็วขึ้น
หลังจากที่ใช้หัว USB 2.0 มาอย่างยาวนาน ในที่สุด PCX รุ่นนี้ได้มีการเปลี่ยนหัวชาร์ทใหม่เป็นแบบ USB-C ทำให้สามารถที่จะชาร์ทได้เร็วขึ้น อันนี้สาย Raider น่าจะชอบเพราะว่าการที่เราสามารถชาร์ทได้เร็วและไวขึ้น หรือใครที่ชอบลืมชาร์ทแบตมือถือก่อนนอนแล้วต้องรีบออกไปทำงาน ฟังก์ชันนี้น่าจะตอบโจทย์เป็นที่สุด
ครั้งแรกในรถเอทีคลาส 150 cc กับระบบ HSTC
Honda Selectable Torque Control หรือ HSTC หากจะให้เรียกสั้น ๆ คือระบบป้องกันล้อรถยกเวลาเข้าโค้งและออกตัว แต่เดิมระบบนี้จะมีในรถ Bigscooter และ Big Bike ตอนนี้ได้มาอยู่ในส่วนของรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางแล้ว เรียกได้ว่าตอบโจทย์ระบบความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม
ตัวท็อปปรับโหมดได้
ในส่วนของใครที่ต้องการไปให้สุดกับ PCX 160 ก็มีรุ่นท้อปอย่าง e:hev ได้มีการเพิ่มในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้รถมีกำลังที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีพร้อมกับโหมดที่สามารถปรับได้ว่าจะเป็นโหมดธรรมดาหรือโหมดสปอร์ต เอาใจสายซิ่งโดยเฉพาะ
ของแต่ง
นอกจากมอเตอร์ไซค์สุดเท่แล้ว ยังมาพร้อมกับของแต่งมากมายให้ได้เลือก โดยที่เด่น ๆ คือ Wild Shield Clear ที่ทำให้เราขี่รถได้สะดวกขึ้นและที่ขาดไม่ได้เลยคือที่ยึดมือถือ เพราะจะทำให้เราสามารถดูแผนที่และเดินทางได้ง่ายขึ้น สำหรับของแต่อื่น ๆ นั้นก็แล้วแต่ว่าเราจะชอบเลย
สเปกของ PCX 160
ในส่วนของสเปกของ PCX 160 มีรายละเอียดตามด้านล่างเลย โดยรุ่นที่หลาย ๆ น่าจะสนใจเป็นพิเศษคือ PCX 160 e:HEV
จะเห็นได้ว่ารูปทรงอาจจะไม่ได้เปลี่ยนมากแบบเห็นได้ชัดเจน แต่ก็ดีไซน์ของ PCX ก็โดดเด่นกว่าเจ้าอื่นมาก ๆ ขนาดของรถกำลังพอดีไม่ได้ใหญ่มากจนแทรกตามท้องถนนไม่ไหว ไม่ได้เล็กจนทำให้เข้าโค้งลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ๆ ก็สามารถขับขี่รถจักรยานรุ่นนี้ได้สบาย
คุ้มค่าที่ซื้อไหม
ในส่วนของ PCX 160 ต้องบอกว่าหากเทียบกันกับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่น ๆ ในย่าน 150 cc ด้วยกันต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะคุ้มทั้งในเรื่องของรูปร่างหน้าตาและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ แต่หากถามโดดเด่นจนกระโดดถึงล้ำหน้าค่ายอื่นหรือไม่ อันนี้อาจจะต้องพิจารณาด้วยตัวของผู้อ่านเองว่าเราต้องการใช้รถด้านไหน
สรุป
PCX 160 นับว่าเป็นหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ที่น่าสนใจสำหรับรุ่น 150 cc ทั้งในเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ Option ในการซื้อที่มีหลากหลายตั้งแต่รุ่นธรรมดา ไปจนถึงรุ่น Hybrid ถ้าหากคุณกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้อยู่ PCX รุ่นนี้ตอบโจทย์เป็นที่สุด
อ้างอิง
Ap Honda Thailand
web.dlt.go.th
Feb 10, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในยุคที่การลงทุนกลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัว เหมือนใคร ๆ รอบตัวก็พากันซื้อหุ้นตัวนั้นตัวนี้เต็มไปหมด อารมณ์แบบรู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง แต่พอหันกลับมามองตัวเอง กลับไม่กล้าเสี่ยงแบบเขาซะงั้น กลัวขาดทุน กลัวเข้าเนื้อ วันนี้ Kaidee มีคำตอบมาให้สำหรับ “คนที่ไม่อยากเสี่ยง” แต่ “ขอลอง” คำตอบที่ว่านั้นก็คือ การลงทุนใน “กองทุนรวม” นั่นเอง
กองทุนรวมคืออะไร
กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ การที่เรานำเงินไปลงทุนกับ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า บลจ. โดยที่ บลจ.ที่ว่านี้จะเป็นคนรวบรวมเงินจากนักลงทุนรายย่อยต่าง ๆ เพื่อนำเงินก้อนนี้ ไปลงทุนในสินทรัพย์ตามที่นโยบายของกองทุนได้ระบุไว้ บลจ.ทั้งหมดที่จดทะเบียนประกอบในประเทศไทยมีทั้งหมด 26 ที่ (คลิกที่นี่เพื่อดูรายชื่อ บลจ. ทั้งหมด)
ทำไมกองทุนรวมถึงเหมาะสำหรับเด็กจบใหม่
มาถึงหัวข้อที่ว่า ทำไมกองทุนถึงเหมาะกับเด็กจบใหม่มากกว่าหุ้น? คำตอบของ Kaidee คือ เพราะกองทุนนั้นเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนที่เพิ่งเริ่มทำงานนั่นเอง มาดูกันดีกว่า ว่าเพราะอะไร
- ไม่ต้องติดตามราคาผันผวนของตลาดหุ้น
- ไม่ต้องนั่งเครียดศึกษาเรื่องกองทุนหรือตราสารหนี้มากมายเพราะจะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลให้ทำกำไรหรือขาดทุนน้อยที่สุดอยู่เสมอ
- ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการลงทุน
- ความเสี่ยงไม่เท่าการลงทุนในตลาดหุ้น
- กระจายความเสี่ยงในการลงทุนเนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะแบ่งสัดส่วนของเงินลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ใช่การซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง
จะสังเกตได้ว่า 5 ข้อนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์เด็กจบใหม่ที่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน เย็นกลับมาก็เหนื่อยแล้ว ไม่มีใจจะไปเช็กตลาดหุ้นหรือราคาขึ้นลงอีก สู้เอาเวลาไปดู Netflix ดีกว่า จริงไหม
นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงผลตอบแทนในระยะยาวระหว่าง กองทุนรวม กับ ดอกเบี้ยเงินฝาก จะเห็นได้ว่ากองทุนรวมจะได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เนื่องจากดอกเบี้ยเงินฝากต่อปีจากธนาคารที่เป็นที่รู้จักอย่าง SCB หรือ Kasikorn สูงสุดจะอยู่ที่ 1.50 % ต่อปีเท่านั้น
และเมื่อพิจารณาอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี หากมัวแต่เอาเงินไปฝากไม่ไปลงทุน สุดท้ายในระยะยาว ดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝากก็จะไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้อยู่ดี
ในทางตรงกันข้าม เรามาดูผลการดำเนินงานและอัตราปันผลของกองทุนรวมที่ Kaidee ขอยกตัวอย่าง คือ กองทุน K-FIXED
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Kasikorn
กองทุน K-FIXED คือกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเพื่อที่จะได้ผลตอบแทนในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำ เราจะสังเกตได้ว่า ภายใน 1 ปีนั้น ผลตอบแทนของกองทุนนี้ก็ทะลุ 2 % ซึ่งมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามการลงทุนกับตราสารหนี้ในระยะยาวนั้น คุณต้องแน่ใจว่าเงินที่นำไปลงทุนนั้นเป็นเงินเย็น และจะไม่นำออกมาใช้เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากตราสารหนี้แต่ละตัวนั้นมีอายุสั้นยาวต่างกัน อย่างเช่น K-FIXED นี้อาศัยการลงทุนตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปถึงจะเห็นผลกำไรที่ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นอายุของตราสารหนี้จะแปรผันตรงกับผลตอบแทนและความเสี่ยง นั่นหมายความว่า ยิ่งถือตราสารหนี้ไว้นานเท่าไร ผลตอบแทนและความเสี่ยงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น ดังที่เห็นได้จากกราฟ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Kasikorn
จะสังเกตได้ว่าระหว่างทางของการถือตราสารหนี้จะมีการแกว่งขึ้นลงของราคาบ้าง อย่างไรก็ตามเราไม่จำเป็นต้องเช็กราคาตราสารหนี้รายวันแบบหุ้นอยู่แล้วเพราะตราสารหนี้คือการดูผลตอบแทนในระยะยาว และผู้จัดการกองทุนจะพยายามบริหารไม่ให้ขาดทุนอยู่แล้ว (ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจด้วย)
บริการกองทุนรวมของธนาคารคืออะไร
พูดถึงกองทุนรวมกันไปแล้วมาดูบริการของธนาคารกันดีกว่า หากการหากองทุนเหมาะ ๆ สักกองมันยากมากนัก ไหนจะต้องมาดูผลการประกอบการ ดูแนวโน้ม อาจจะยุ่งยากเกินจนทำให้ถอดใจ ทำให้ธนาคารหลายที่สร้างบริการที่ช่วยเราวางแผนว่าควรซื้อกองทุนตัวไหนบ้างขึ้นมา ซึ่งบริการการแบ่งสรรปันส่วนเงินลงทุนไปซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ นี้เรียกว่า “Asset Allocation”
โดยก่อนที่ธนาคารจะทำ Asset Allocation ให้เรานั้น ทางธนาคารจะให้เราทำแบบสอบถามก่อนว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน จากนั้นจึงจะจัดพอร์ตให้เรา
ทั้งนี้สัดส่วนของกองทุนนั้นจะถูก “Rebalance” หรือปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ตลาดตามดุลยพินิจของผู้ดูแลกองทุน อาจจะเป็นทุก 3 เดือน หรือ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
วันนี้ Kaidee จะพาไปรู้จักกับ 2 ธนาคารที่เสนอบริการจัดการกองทุนสุดคูลที่เพียงแค่คลิกก็ลงทุนได้ง่าย ๆ ไม่ต้องไปเปิดบัญชีที่ธนาคารให้วุ่นวายอีกต่อไป
SCB ROBO ADVISOR
SCB ROBO ADVISOR คือบริการการจัดการกองทุนรวมที่มีจุดเด่นคือ การนำเอา “AI” หรือเทคโนโลยีสมองกลมาวิเคราะห์ข้อมูล Algorithm ของตลาดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีหยุดพัก ซึ่งจะได้เปรียบการวิเคราะห์จากคนจริง ๆ อยู่มาก เพราะคนเราไม่สามารถดูตลาดได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น AI สามารถจัดพอร์ตได้มากกว่า 100 แบบ และสามารถพัฒนาไปถึง 300 แบบในอนาคต
การลงทุนกับ SCB ROBO ADVISOR นั้นก็ไม่แพง เพราะเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท และลงทุนรายเดือนเพียง 2,000 บาท (คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการเปิดบัญชี)
K Wealth Plus
บริการ Wealth Plus จากธนาคารกสิกรไทยนั้นจะเสนอการลงทุน 2 แบบ คือ “ลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง” (General Saving) และ “ลงทุนเพื่อเป้าหมาย” (Major Purchase) ซึ่งบริการนี้มีจุดเด่นคือ การช่วยเรากำหนดเป้าหมายการลงทุน และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะกับผลของระดับความเสี่ยงที่เรารับได้จากการทำแบบทดสอบ
การลงทุนเพื่อความมั่งคั่งนั้นจะเน้นผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะดอกเบี้ยเงินฝากเป็นหลัก ในขณะที่การลงทุนเพื่อเป้าหมายจะเน้นแนะนำพอร์ตที่เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา เช่น เก็บเงินซื้อคอนโด หรือซื้อรถ เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นการลงทุนประเภทนี้ Wealth Plus จะคำนวณระยะเวลาในการออมให้เราอีกด้วย
ทั้งนี้จะมีการปรับพอร์ตตามภาวะตลาด หรือ “Auto Rebalance” ให้ทุก 6 เดือน
การลงทุนกับ K Wealth Plus นั้นเริ่มต้นที่ 10,000 บาท และลงทุนรายเดือนเพียง 1,000 บาทเท่านั้น
สรุปท้ายบทความ
การลงทุนระยะยาวตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องสำคัญเพราะนอกจากจะเป็นการบริหารวินัยในการใช้เงินของตัวเองแล้ว เรายังได้เก็บเงินไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินอีกด้วย การลงทุนในกองทุนรวมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตามหากจะลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รู้ชัดเพื่อที่จะได้แบ่งสรรปันส่วนเงินลุงทุนได้อย่างถูกต้องนั่นเอง