Wastegetable สวนผักบนดาดฟ้าใจกลางกรุง

Wastegetable สวนผักบนดาดฟ้าใจกลางกรุง

สวนผักสีเขียวบนดาดฟ้า มองแล้วชื่นใจสุดๆไปเลย

เศษอาหารที่เหลือจากอาหารมื้อใหญ่ในแต่ละมื้อ ถูกวางกองทิ้งอย่างไร้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง Wastegetable สวนผักบนดาดฟ้า จึงได้ก่อกำเนิดขึ้นมา จากแนวคิด Zero Waste เพื่อลดขยะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเริ่มจาก การนำเศษอาหารในร้านอาหารห้าง Center One มาประยุกต์เป็นปุ๋ยหมักออแกนิกคุณภาพดี ที่ถูกนำไปบำรุงสวนผักบนดาดฟ้าของห้างใหญ่ใจกลางกรุง เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน 

พี่หนู และสวนผักบนดาดฟ้าแสนสดชื่น

เส้นทางการเติบโตของ Wastegetable ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าตื่นตื่นใจ ความตั้งของคนกลุ่มหนึ่งที่อยากจะช่วยกันเปลี่ยนแปลงโลก ให้ไปสู่สิ่งแวดลัอมที่ดีขึ้น

อะไรเป็นแรงผลักที่ทำให้เกิดแนวคิดสวนผักบนดาดฟ้า พื้นที่ที่ใครหลายคนมองข้าม ได้ถูกเลือกนำกลับมาใช้ประโยชน์ ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม จนได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างมากในปัจจุบัน ลองมาฟังเรื่องราวน่าประทับใจจาก คุณหนู ปารีณา ผู้ก่อตั้ง Wastegetable บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมุมมองในการทำสวนผักบนดาดฟ้า และจุดเริ่มต้นเล็กๆที่อยากเป็นอีกหนึ่งแรงที่อยากจะขับเคลื่อนสังคมไปด้วย

หลังจากนี้เวลาเห็นฟาร์มผักออแกนิก เราคงจะไม่ได้เห็นฟาร์มผักแค่ในมิติที่ตั้งอยู่บนพื้นดินอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสวนผักเอฟเวอรี่เแวร์ ที่ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นที่ดินว่าง ระเบียง และที่เด็ดสุดอย่างดาดฟ้า ก็คงจะมีออกมาให้เราเห็นเรื่อยๆ 

ตามแพลนที่ทาง Bangkok Rooftop Garden วางแผนจะขยายฟาร์มไปยังพื้นที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ และขยายไปบนตึกในกรุงเทพมหานครกว่า 2800 ตึก หรือถ้าไม่อยากรอ ลองดัดแปลงพื้นที่ว่างบนดาดฟ้าที่บ้านมาเป็นสวนผักออแกนิก สร้างคุณค่าทางอาหารในครัวเรือนเรา หรือจะเปิดเป็นร้านอาหารก็น่าสนใจไม่เบา 

ส่วนใครที่ดูแล้วแต่ยังมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจวิธีทำการเกษตรอินทรีย์ว่าควรทำอย่างไร ทำแบบไหนถึงจะถูกต้อง สามารถมาถามคุณหนูและคุณแจ็คได้ที่ Wastegetable หรือใครอยากลองมาลงมือทำ จะลองมา  Workshop หรือมาเรียนกับทาง Wastegetable ได้ แต่ขอบอกว่า คิวแน่นนิดนึงนะคะ โทรมาสอบถาม หรือติดต่อไปได้เลยผ่านทางเพจ Wastegetable ได้เลย

เบอร์โทร : 081 403 7136

Facebook Pages: wastegetable 

Website : https://bangkokrooftopfarming.com/

กู้ซื้อบ้าน หลังแรกเริ่มต้นไม่ถูก เข้ามาที่นี่เลย !

กู้ซื้อบ้าน หลังแรกเริ่มต้นไม่ถูก เข้ามาที่นี่เลย !

ต้องยอมรับเลยว่า หนึ่งในความมั่นคงของชีวิตคือการซื้อที่อยู่อาศัยให้กับตัวเราเอง และบ้านหลังที่เราตัดสินใจเลือกแล้วก็อาจจะเป็นบ้านที่เราอยู่ต่อไปทั้งชีวิตของเรา แต่เชื่อได้เลยว่า ผู้อ่านหลายคนที่ซื้อบ้านเป็นหลังแรกก็คงจะเริ่มต้นไม่ถูกและไม่รู้ถึงขั้นตอนหรือเคล็ดลับการ กู้ซื้อบ้าน ให้ผ่านแบบง่าย ๆ ซึ่งบทความนี้ก็จะเป็นตัวช่วยให้คุณเอง

ขอบคุณรูปจาก: stories

กู้ซื้อบ้าน หลังแรกต้องทำอย่างไร ?

หาบ้านที่ถูกใจ

ก่อนการตัดสินใจ ซื้อบ้าน สักหลัง การหาข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ให้ตรงใจเรามากที่สุดก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้ศึกษาก็สามารถดูความพึงพอใจจาก ราคา รูปแบบบ้าน ที่ตั้ง และรายละเอียดของบ้านแต่ละประเภทเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันจากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้

โครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนใหญ่แล้ว โครงการอสังหาริมทรัพย์แทบทุกโครงการจะมีเว็บไซต์หลักของโครงการ เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นกับผู้ที่สนใจจากฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างการนำชมเสมือนจริง หรือการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการนั้น ๆ เพื่อสอบถามเพิ่มเติม รวมถึงเดินทางไปยังตัวโครงการเพื่อดูบ้านหรือคอนโดมิเนียมแต่ละหลังจริงๆ ซึ่งการติดต่อโครงการโดยตรงแบบนี้อาจจะทำให้มีโปรโมชั่นลดราคาหรือบริการเสริมอื่น ๆ ที่มาจากโครงการโดยตรง

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตั้งแต่การพูดคุย การเสนอราคา การดูสถานที่จริง และเจรจา โดยนายหน้าส่วนมากนั้นจะได้ค่าคอมมิชชั่นประมาณ 3% จากตัวอสังหานั้น หรืออาจมากกว่าและน้อยกว่าตามแต่ตกลง

เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบ้านมือสอง การ ซื้อบ้าน จากเจ้าของบ้านถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะมีข้อดีคือมีราคาที่อาจไม่แพงมากนักและเรายังสามารถตกลงราคาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ซึ่งอสังหาริมทรัพย์แบบนี้อาจมีการลงขายในเว็บไซต์สื่อกลางต่าง ๆ นั่นเอง

เว็บไซต์สื่อกลาง เว็บไซต์ที่มีอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ให้เลือกมากมายทั้งโครงการเก่า ใหม่ หรืออสังหาริมทรัพย์มือสอง ซึ่งมีราคาที่ไม่แพงเท่ากับการซื้อบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้อาจมีเครื่องมือการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น มีคำแนะนำต่าง ๆ ในการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการรีวิวโครงการอสังหาริมทรัพย์ และ Kaidee ก็เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

เว็บไซต์ Kaidee.com

เตรียมความพร้อมด้านการเงิน

เมื่อตัดสินใจเลือกบ้านที่ชอบแล้วขั้นตอนต่อไปในการ ซื้อบ้าน คือ การคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการซื้อบ้านหลังนี้ตั้งแต่ ราคาบ้าน ดอกเบี้ย และค่าตกแต่งบ้าน ซึ่งเราสามารถติดต่อกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อวัดความสามารถทางการเงินและเปรียบเทียบความคุ้มค่าของสินเชื่อระหว่างธนาคาร โดยทางธนาคารจะมีการตรวจสอบความสามารถทางการเงินของเราผ่านหน่วยงาน 2 หน่วยงาน ได้แก่

สถาบันการเงิน มีหน้าที่ในการตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านประกอบไปด้วย รายได้ ความเสี่ยงภาระหนี้สิน และการเดินบัญชีธนาคาร ซึ่งถ้าหากธนาคารไม่มั่นใจในคุณสมบัติทางการเงินของเราก็สามารถปฏิเสธการยื่นกู้หรือลดวงเงินที่เรายื่นกู้ได้เช่นกัน

เครดิตบูโร ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของผู้กู้ซื้อบ้านว่ามีประวัติธุรกรรมทางการเงินทุกประเภทว่ามีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร และรายงานเพื่อพิจารณาการยื่นกู้สินเชื่อ

การดำเนินการเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน

ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ธนาคารอนุมัติการยื่นกู้ซื้อบ้าน คือการดำเนินการเพื่อให้ผู้ซื้อกลายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงซึ่งผู้ซื้อต้องทำการติดต่อหน่วยงานอีก 2 หน่วยงานดังนี้

วิศวกรตรวจสอบบ้าน ก่อนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการ เราจำเป็นต้องมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของอสังหาริมทรัพย์หลังนั้น ซึ่งผู้ซื้อบ้านส่วนมากก็นิยมใช้บริการวิศวกรในการตรวจสอบความเรียบร้อยของอสังหาฯ โดยมีการตรวจสอบตั้งแต่พื้นที่ด้านนอกบ้าน โครงสร้าง หลังคา พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ ว่ามีความไม่แข็งแรง ความไม่เรียบร้อย รอยร้าว รอยเปื้อน หรือรอยรั่วหรือไม่

เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อเป็นพยานในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การประเมินทุนทรัพย์ และเก็บค่าธรรมเนียมซึ่งในปัจจุบันโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งก็มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อโดยการมอบอำนาจเพื่อดำเนินการในส่วนนี้แทน

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้าน ได้แค่ไหน ?

เคยสงสัยไหมว่าถ้าหากเรามีเงินเดือนเท่านี้ จะสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้สูงสุดแค่ไหนกัน แล้วมันมีวิธีคำนวณหรือไม่วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง

ถ้าหากว่าเรามีเงินเดือน 25,000 บาท

ราคาบ้านที่เราสามารถกู้ซื้อได้คือเท่าไร ?

เราต้องคำนวณความสามารถของราคาบ้านที่ต้องการกู้ซื้อโดยใช้สูตร

รายได้ต่อเดือน *60 = ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้

25,000 * 60 = 1,500,000 บาท

แล้วสามารถผ่อนได้เดือนละเท่าไรกัน ?

จากคำกล่าวที่ว่า การผ่อนชำระเงินต่อเดือนสูงสุดจะทำได้ไม่เกิด 40% ของรายได้ ทำให้เราสามารถคำนวณสูตรในการคิดรายการผ่อนต่อเดือนคือ

25,000 * 40% = 10,000 บาท

ซึ่งในกรณีนี้คือการคำนวณแบบที่ผู้ยื่นกู้ไม่ได้มีภาระหนี้อื่น ๆ ด้วย

และถ้าผู้ยื่นกู้มีภาระหนี้อยู่ก่อนแล้วเดือนเท่าไร ก็จะต้องทำการหักออกจากส่วนที่สามารถกู้ได้สูงสุด เช่น ถ้าหากมีการผ่อนชำระรถอยู่แล้วเดือนละ 5,000 ผู้ยื่นกู้ก็จะมีความสามารถผ่อนชำระบ้านได้สูงสุดเพียง 5,000 บาท

แล้วมีวงเงินกู้สูงสุดเท่าไรล่ะ ?

การคำนวณวงเงินกู้สามารถคิดจากสูตร

(1,000,000 * ความสามารถผ่อนชำระ) ÷7,000 = (วงเงินที่สามารถกู้ได้)

(1,000,000 * 10,000) ÷7,000 = 1,428,571 นั่นเอง

เคล็ดลับการยื่น กู้ซื้อบ้าน ให้ผ่านฉลุย

ขอบคุณรูปจาก: jcomp

‘กู้ซื้อบ้าน’ คำที่หลายคนฟังแล้วกลัวจะไม่ผ่านง่าย ๆ จากเหตุผลต่าง ๆ นานาทั้งเป็นเด็กจบใหม่ ทั้งมีหนี้ผ่อนชำระค้างแต่วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่นำไปใช้แล้วการกู้บ้านของคุณอาจจะผ่านฉลุยไปง่าย ๆ !

อันดับแรกคือ การรู้ถึงความสามารถทางการเงิน ของเราจากสูตรข้างต้น ว่าเรามีสิทธิ์ที่จะกู้ได้มากที่สุดแค่ไหนเพราะถ้าหากเรายื่นกู้เกินความสามารถของเราก็มีสิทธิ์ทำให้ถูกปฏิเสธการกู้ซื้อบ้านก็เป็นได้

อย่างที่บอกไปว่าการตรวจสอบบัญชีธนาคารเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ ดังนั้นการทำบัญชีธนาคารของเราให้สวยงาม ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยการมีจำนวนเงินในบัญชีที่สม่ำเสมอและมีการดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีนั้นอย่างน้อย 6 เดือนก่อนเริ่มทำการซื้อบ้าน

อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถยื่นกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นคือ การ เตรียมเอกสารของคุณให้ครบถ้วน ทั้งสลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงาน หรือหลักฐานรายได้พิเศษที่จะทำให้ธนาคารรู้ถึงรายได้ของคุณว่ามีมากแค่ไหนและช่วยให้คุณกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ การยกเลิกบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น หรือ การชำระหนี้อย่างตรงต่อเวลา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ช่วยให้สถานะทางการเงินของคุณมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยิ่งถ้าคุณสามารถปิดหนี้ต่าง ๆ ก่อนการกู้ซื้อบ้านได้ยิ่งดี เพราะมันจะเป็นหลักประกันว่าคุณสามารถผ่อนบ้านได้ตรงต่อเวลายังไงล่ะ !

สรุปการ กู้ซื้อบ้าน ด้วยตัวเอง

นอกจากเงินที่เราเสียไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดในการ ซื้อบ้าน หลังนี้คือ ตัวของคุณเองที่ต้องตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้ได้บ้านที่ถูกใจซึ่งสามารถหาได้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปด้านต้น

เพราะบ้านที่ถูกใจจะทำให้บ้านกลายเป็นบ้านของเราจริง ๆ <3

10 อสังหาฯ น่าสนใจ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม

10 อสังหาฯ น่าสนใจ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม

รู้จัก…รถไฟฟ้าชานเมือง-สายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต)

ทดลองวิ่งเสมือนจริง “มีนาคม” เปิดให้ประชาชนทดลองใช้ “กรกฎาคม” เปิดจริงเดือน “พฤศจิกายน” ปีนี้! สถานีทั้งหมด 10 สถานี ระยะทางทั้งหมด 26.3 กม. รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 1,120 คน/ขบวน 600,000 คน/วัน ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. แต่จำกัดความเร็วให้วิ่งที่ 120-140 กม./ชม. ค่าโดยสาร 14-42 บาท

ในอนาคตมีส่วนต่อขยายอีก 4 สถานี

  • สถานีคลองหนึ่ง
  • สถานีเชียงราก
  • สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้ให้บริการรถสายนี้คือ รฟท. รถไฟชานเมือง (Commuter) รอบไม่ถี่เท่า BTS และ MRT ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสียงเบา เส้นทางวิ่งส่วนใหญ่ขนานไปกับเส้นทางรถไฟ รฟท. ระยะทางจากทางเข้าไปถึงตัวสถานี เดินไกล ตัวรถเป็นของบริษัท Hitachi นำเข้าจากญี่ปุ่น

ตัวอย่างบรรยากาศรถไฟสายสีแดง : เครดิต ทีมนั่งรถไฟกับนายแฮมมึน

กรุงเทพฝั่งทิศเหนือ น่าลงทุน?

ศูนย์รวมคมนาคมสำคัญของกรุงเทพฯ

  • สถานีกลางบางซื่อ
  • สนามบินดอนเมือง
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หมอชิต (จตุจักร)
  • ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
  • ทางด่วนหลายสาย ถนนหลักหลายเส้น
  • สถานศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
  • โรงพยาบาล
  • ห้างสรรพสินค้า
  • อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งอาหารการกิน ตลาดสด ร้านอาหารดัง

อสังหาฯ ราคาดี ไม่สูงมาก จับต้องง่าย

ส่วนใหญ่เป็นคอนโด Low Rise และ Main Class ไม่หรูหรา มีทั้งโครงการที่กำลังสร้างและสร้างเสร็จแล้ว ขนาดห้องเริ่มต้นค่อนข้างกว้าง เพราะเน้นลูกค้ากลุ่มครอบครัว ราคาขายต่อ/ค่าเช่า มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาเริ่มต้น 7 แสนไม่เกิน 5 ล้าน

10 โครงการอสังหาฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม

Bang
sue

ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์

Ideo Mobi Bangsue Grand Interchange
  • 300 เมตร จาก MRT เตาปูน
  • 800 เมตร จากสถานีกลางบางซื่อ
  • 2 กิโลเมตร จาก MRT บางซ่อน
  • Connect ทุกเส้นทางได้สะดวกกว่าเดิม ด้วยรถไฟฟ้าถึง 3 สาย
  • ครบครันด้วย Facilities ทั้ง Sky Lounge, Sky Fitness, Infinity Edge Pool
  • เริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

เดอะไลน์จตุจักร-หมอชิต

The Line Jatujak-Mochit
  • 1 กิโลเมตรจาก BTS หมอชิต/ MRT จตุจักร
  • ให้คุณออกแบบชีวิตได้ง่ายดาย ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น
  • ด้วยศูนย์รวมคมนาคมแหล่งใหญ่กลางใจเมือง
  • ใกล้ชิดธรรมชาติแบบ 360 องศา กับวิวสีเขียวสวนวชิรเบญจทัศ
  • เริ่มต้นที่ 4.5 ล้านบาท

Ja
tu
jak

Wat
samian
nari

ยู ดีไลท์ รัชวิภา

U Delight Rachavibha
  • ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติมากกว่าที่เคย
  • ด้วยคอนเซปต์ “นิเวศวิทยาชุมชนเมือง Urban Ecology Condo”
  • ภายใต้พื้นที่สีเขียวกว่า 2 ไร่ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • ประหยัดเวลาการเดินทางยิ่งขึ้น
  • เพียง 600 เมตร จากสถานีวัดเสมียนนารี
  • เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท

ONEDER เกษตร

ONEDER Kaset
  • สุดยอดทำเลบนถนนงามวงศ์วาน
  • เพียง 200 เมตร จากสถานีบางเขน
  • โดดเด่นด้วยดีไซนสุดล้ำ “สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ของโลก”
  • จัดเต็มด้วยพื้นที่ส่วนกลาง 2 ไร่ ชีวิตมหัศจรรย์เริ่มต้นที่นี่
  • เริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

Bang
khen

Thung
song
hong

แมกซ์ คอนโดมิเนียม วิภาวดี

Max Condominium Vibhavadi
  • 400 เมตร จากสถานีทุ่งสองห้อง
  • ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
  • รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญ
  • โรงพยาบาล สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า
  • เริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท (วันเปิดตัว)

พลัมคอนโดมิกซ์ แจ้งวัฒนะ

Plum Condo MiX Chaengwattana
  • สะดวกสบายกับการเดินทางด้วย รถไฟฟ้า 3 สาย!
  • 200 เมตร จากรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีราชภัฏพระนคร
  • 600 เมตร จากรถไฟสายสีแดง สถานีหลักสี่
  • 1 กิโลเมตร จากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีฯ
  • เดินทางง่าย! ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วนหลายสาย
  • ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท

Lak
si

Khe
ha

เด็น วิภาวดี

Den Vibhavadi
  • คอนโดมิเนียมราคาย่อมเยา เอาใจสายทุนทรัพย์น้อย
  • พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความดวก
  • ติดถนนใหญ่ “วิภาวดี” ใกล้ทางด่วน เดินทางง่าย
  • 1 กิโลเมตร จากสถานีการเคหะและสถานีหลักสี่
  • เริ่มต้นที่ 1.1 ล้านบาท

กรีน คอนโด ดอนเมือง-สรงประภา

Grene Condo Don Mueang-Song Prapha
  • “365 DAYS VACATION IN PARADISE”
  • ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ (จำลอง) เมืองท่าไมอามี (Miami)
  • ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
  • เพียง 10 นาที ถึงสนามบินดอนเมือง
  • เริ่มต้นที่ 1.29 ล้านบาท

Don
Mue
ang

Lak
hok

พลัมคอนโด พหลโยธิน 89

Plum Condo Paholyothin 89
  • “ให้” คุณได้มากกว่าแบบที่ไม่มีใครกล้า “ให้”
  • ทั้งราคาที่คุ้มค่า ต่ำกว่าล้าน
  • บนทำเลสุดยอดเยี่ยม ติดถนนวิภาวดี
  • เพียง 5 นาที จากสถานีหลักหก
  • เริ่มต้นเพียง 799,000 บาท

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1

Lumpini Township Rangsit-Khlong 1
  • สัมผัสบรรยากาศ “ชุมชนน่าอยู่” ได้ที่นี่
  • เต็มอิ่มกับสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
  • เพียง 10 นาที จากสถานีรังสิต
  • ให้คุณเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น
  • เริ่มต้นที่ 799,999 บาท

Rang
sit

รวมอู่ซ่อมรถ งานดีไม่มีชุ่ย

รวมอู่ซ่อมรถ งานดีไม่มีชุ่ย

คุณใช่ไหมที่กำลังมองหาอู่ซ่อมดีๆไว้สักที่?  แน่นอนว่าตอนนี้ซ่อมอู่ไม่ได้แย่ไปกว่าซ่อมศูนย์เลยนะ เพราะคนส่วนมากก็สะดวกใจที่จะไปซ่อมอู่มากกว่า ทั้งเรื่องราคา การบริการและระยะทางที่ 

ซ่อมอู่ดียังไง?

ตามจริงการซ่อมรถนั้นจะแบ่งเป็นซ่อมอู่และซ่อมห้าง (ซ่อมศูนย์) ซึ่งบางคนก็สบายใจที่จะซ่อมห้างมากกว่าเพราะไม่อยากวิ่งหาอู่ และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ แต่ตามจริงแล้วการซ่อมอู่นั้นก็ไม่ได้ดีน้อยไปกว่ากันเลย 

  • ราคา

สิ่งที่หลายคนคิดเป็นอย่างแรกเรื่องการซ่อมอู่คือเรื่องราคาที่ถูก เพราะค่าแรงและค่าบริการต่างๆไม่เยอะเท่าซ่อมห้าง ทำให้เรื่องราคาเป็นเหตุผลหลักอย่างหนึ่งในการซ่อมอู่

  • เวลา

การซ่อมห้างส่วนใหญ่ต้องจองเวลาล่วงหน้าค่อนข้างนาน แต่ถ้าเป็นอู่ก็จะใช้เวลาน้อยกว่ามาก ดังนั้นใครไม่ชอบรอ การซ่อมอู่ก็เป็นทางเลือกที่ดี 

  • ความสบายใจ

การซ่อมอู่ส่วนมากจะรู้จักอู่ผ่านการแนะนำของเพื่อนหรือคนรู้จัก ทำให้เวลาไปใช้บริการก็สามารถวางใจได้ในระดับหนึ่ง

เลือกอู่ยังไงให้ไม่ต้องห่วงเรื่องโกง

ข่าวโดนโกงจากการซ่อมอู่ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ แต่จะเลือกอู่อย่างไรให้สบายใจเรื่องโดนโกงได้ ให้ลองเช็คตามนี้เลย

  • การบริการ

การบริการเป็นสิ่งสำคัญและยังเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งของคุณภาพการซ่อมหรือการตกแต่งได้อีกด้วย   

  • ความรู้ของช่างและเจ้าของอู่

เมื่อไปที่อู่ใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการ ให้พูดคุยกับช่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะส่งรถเข้าซ่อม เพื่อมั่นใจว่าช่างเข้าใจปัญหาและให้ตัวเราได้รู้ว่าจะได้อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่ใช้เป็นตัวไหน 

  • อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

ลองสังเกตดูภายในอู่รอบๆว่าเครื่องมือและอุปกรณ์เป็นอย่างไร เพราะถ้าเครื่องมือมีไม่ครบครันดูไม่น่าเชื่อถือก็ไม่วครเข้ารับบริการที่อู่นั้น 

6 อู่ซ่อมรถ งานดีไม่มีชุ่ย

เราอาจเคยมีความคิดว่าซ่อมอู่ไม่ดี เพราะอาจโดนโกง หรือได้ของไม่ดี ซึ่งตามจริงก็ต้องบอกว่ามันมีร้านแบบนี้อยู่จริง แต่ร้านที่จะอยู่ได้นานและมีลูกค้าประจำคือร้านที่ไม่โกงไม่ยัดของไม่ดีให้ เช่นร้านตามด้านล่างนี้เลย

1.นวมินทร์ การาจ 

สถานที่ :ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์103 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม 

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00 (ปิดวันอาทิตย์)

อู่คุณภาพขนาดใหญ่ ที่ภายในมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่การรับรองลูกค้าและพื้นที่ซ่อม รวมถึงพื้นที่จอดรถไว้อย่างดี พร้อมช่างในภายอู่ก็มีประสบการณ์และจำนวนที่เพียงพอในการรองรับการซ่อมต่างๆ ที่สำคัญยังเป็นอู่ที่อยู่ในรายชื่อศูนย์ซ่อมตัวแทนจำหน่ายประกันภัยของหลายๆที่อีกด้วย

2.2499 Inter Car Repair

ขอบคุณภาพจาก 2499intercarrepair.com

สถานที่ :ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางซัน เขตคลองสามวา 

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:30 (ปิดวันอาทิตย์)

ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่มีมาตรฐาน ภายในอู่มีแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ทั้งห้องรับรอง ส่วนซ่อมต่างๆ การซ่อมก็มีหลากหลายแบบ ทั้งเคาะ ดึง ทำสี เคลือบสีต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการบำรุงตรวจเช็คระบบเครื่องช่วงล่าง รวมถึงการประกอบต่างๆด้วย เรียกว่าอู่คุณภาพระดับศูนย์บริการเลยก็ว่าได้ อู่นี้ก็เป็นศูนย์ซ่อมตัวแทนจำหน่ายประกันภัยเช่นกัน

3.Feeliq MotorSport

ขอบคุณภาพจาก facebook.com/feeliqmotorsport

สถานที่ :ตรงข้ามซอยหทัยราษฎร์ 50 คลองสามวา

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 18:00 (ปิดวันอาทิตย์)

อู่ซ่อมรถที่สาวกมาสด้าต่างรู้จัก ด้วยบริการที่ครบครันทั้งซ่อมบำรุง ระบบเครื่องยนต์ภายใน-ช่วงล่าง รวมถึงปรับแต่งและจูนเครื่องยนต์ต่างๆ ซึ่งที่อู่นี้นั้นจะเน้นไปที่รถมาสด้าเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้าใครใช้รถมาสด้าอยู่ อยากเช็คหรือซ่อมส่วนไหนขับมาที่นี่ได้เลย  

4.AZC Addzest Carcolor

สถานที่ :ถนนสรงประภา ดอนเมือง 

เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 00:00 

หนึ่งในร้านดังแห่งโลกออนไลน์ที่ใครต่างก็เรียกกันในชื่ออู่สีน้าแจ่ม ซึ่งอู่นี้จะเน้นไปที่การตกแต่ง ทั้งทำสี เปลี่ยนล้อแม็กซ์ จูนเครื่องยนต์ ทำช่วงล่าง แต่งท่อไอเสีย ซึ่งรถส่วนมากที่มานั้นจะเป็นรถแต่งสะส่วนใหญ่ ดังนั้นใครที่รถไม่ได้เสียอะไรแต่อยากแต่งเพิ่มมาหาน้าแจ่มที่นี่ รถคุณจะยิ่งแจ่มแน่นอน  

5.Ble O.P.Garage

ขอบคุณภาพจาก Facebook/Ble-OPGARAGE

สถานที่ : ลาดพร้าว 64 แยก 4 

เวลาเปิด-ปิด : 9 :00 – 18 : 00 (ปิดวันอาทิตย์)

อู่พี่เบิ้ลที่รับทั้งการตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง เบรกและชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงการซ่อมอาการต่างๆ ช่วงล่าง ระบบแอร์ เปลี่ยนยาง ล้อ หม้อน้ำ คอยล์ เป็นต้น เสร็จงานก็สามารถเช็คดูรีวิวทางเพจของอู่ได้เลย เรียกว่า ปลอดภัย วางใจ หายห่วงได้ 

6.เครุ่งเรือง เซอร์วิส

สถานที่ : ถนนพหลโยธิน พญาไท 

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 (ปิดวันอาทิตย์)

อู่ใหญ่ย่านพหลโยธิน มีบริการรถลากและรถสไลด์ออน ภายในอู่จัดพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งห้องรับรอง ที่จอดรถและส่วนซ่อม โดยอู่นี้จะเน้นการซ่อมตัวถังรถและการพ่นสีเป็นหลัก ซึ่งทางอู่จะรับประกันงานซ่อมแต่ละรูปแบบในระยะเวลาที่ต่างกัน หากจะมาที่นี่แนะนำให้ลองโทรเช็คคิวว่างก่อนเสมอ 

สรุป

การจะเปิดอู่ได้แน่นอนว่าเจ้าของอู่รวมถึงช่างภายในต่างก็ต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มากเพียงพอ ซึ่งปัญหาของรถยนต์ก็มีหลากหลายแบบแยกตามรุ่นและประเภทของเครื่องยนต์ ซึ่งบางครั้งถ้าเป็นอู่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ก็อาจซ่อมออกมาไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นการซ่อมอู่จึงต้องเลือกให้ดี อาจเริ่มจากถามคนรอบตัวก็ได้ ไม่แน่อาจเจออู่ดีๆที่กลายเป็นอู่ประจำของเรา แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะอู่ไหน ก็อย่าลืมที่จะโทรสอบถามและจองคิวให้เรียบร้อยก่อน  

ส่วนถ้าใครที่อยากหาแหล่งรวมรถมือสองสภาพสวยหรือเพิ่งซ่อมรถเสร็จอยากปล่อยต่อก็มาที่ Kaidee ได้เลยนะ

WFH นานนัก! มาเปลี่ยนบ้านเป็น Home Office ย่อมๆกันเถอะ

WFH นานนัก! มาเปลี่ยนบ้านเป็น Home Office ย่อมๆกันเถอะ

เริ่มปีใหม่แล้วหลายยังคงทำงานที่บ้านกันอยู่ บางคนทำงานที่บ้านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นานจนลืมไปแล้วว่าออฟฟิศเป็นอย่างไร และสิ่งที่สำคัญบางคนก็รู้สึกว่าทำไมทำงานที่บ้านแล้วถึงทำงานได้ประสิทธิภาพมากกว่า แต่บางคนกลับกัน ทำงานที่บ้านจนรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้น้อยลงบ้าง งานออกมาไม่ดีบ้าง ซึ่งความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ส่งผลกับการทำงานของเรานั้นอาจเป็นบ้านที่เราใช้ชีวิตก็เป็นได้ 

บ้านมีผลต่อการทำงานแบบ Work From Home แค่ไหน

เรื่องการทำงานนั้นจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ เรื่องสิ่งแวดล้อมก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะโยงไปเรื่องของจิตวิทยาที่หากพื้นที่การทำงานของเรามีการจัดวางที่เหมาะสม บรรยากาศจะช่วยส่งผลให้เรามีสมาธิในการทำงานมากขึ้น 

1.สมาธิ อารมณ์และความรู้สึก

แน่นอนว่าการทำงาน เราต้องใช้ทั้งสมองในการคิด ใช้ร่างกายในการเคลื่อนไหว ดังนั้นเรื่องสมาธิและอารมณ์ต่างๆก็สามารถส่งผลต่อการทำงานของเราได้ 

ซึ่งสิ่งหนึ่งในบ้านที่ส่งผลเรื่องสมาธิและอารมณ์ของเรา นั่นคือสีของบ้าน สีโทนต่างๆสามารถส่งผลต่ออารมณ์ของเราได้หลายแบบ

2.ประสิทธิภาพการทำงาน

หากบ้านของเรามีมุมหรือห้องที่ให้เราทำงานได้แบบเงียบสงบ ไม่มีคนอื่นมาวุ่นวาย เราก็จะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

3.ลดการลาป่วยได้

การทำงานที่บ้านสามารถลดความเสี่ยงในการเจอโรคภัยต่างๆได้ค่อนข้างมาก ดังนั้นการลาป่วยก็จะลดลงตามไปด้วย 

Home Office ต้องเป็นแบบไหน

การเปลี่ยนบ้านเป็น Home Office นั้นไม่จำเป็นต้องรีโนเวทแบบยิ่งใหญ่เสมอไป เพียงแค่ปรับพื้นที่บ้านบางจุดให้เหมาะสมต่อการทำงานมากยิ่งขึ้นก็เพียงพอแล้ว

1.Working Space ต้องมี  

พื้นที่การทำงานคือจุดที่สำคัญที่สุด Working Space ของเราควรเป็นพื้นที่ที่สงบเพื่อการโฟกัสงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นจากการมุมเล็กๆที่ห้องนอนส่วนตัว วางโต๊ะและเก้าอี้พร้อมมีไฟที่เพียงพอ ก็สามารถนั่งทำงานได้แล้ว 

แต่หากพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมจริงๆ ควรเป็นห้องเงียบๆไร้ความวุ่นวายจากคนอื่นในบ้าน หากนึกการออกแบบและการวางเฟอรนิเจอร์ไม่ออก ให้ลองนึกถึงออฟฟิศที่เราทำงานแล้วลองจัดตามไปทีละชิ้น ส่วนเรื่องแสงนั้นก็สำคัญ เราสามารถใช้แสงจากธรรมชาติเพื่อช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานได้ หรือหากไม่มีแสงเข้าก็ต้องติดไฟให้เพียงพอ ไม่ให้มืดจนเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อทำงานไปสักพักสายตาจะทำงานหนักและปวดตาได้

อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญคือเรื่องของสีในส่วนของ Working Space อย่างที่เรารู้กันว่าสีส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ของเราได้ โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้สีในโทนเดียวกันแบบไม่มีลวดลาย และหากเลือกสีเข้มก็จะช่วยส่งผลเรื่องสมาธิ ให้อารมณ์ความเงียบสงบ และหากเป็นสีอ่อนก็จะช่วยให้เรารู้สึกสบายตา สดใส และลดความตึงเครียดได้ 

ยกตัวอย่างเช่นห้องสีขาว ที่อาจดูเพลนๆไม่มีอะไร แต่สีขาวนี้จะช่วยให้เรารู้สึกว่าห้องมีความกว้างขวาง มีความสว่าง และที่สำคัญเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นในการทำงานของเราได้

2.จุดพักเบรคระหว่างวัน 

การทำงานที่ดีนั้นควรให้เวลาพักประมาณ 15 นาที ในทุกๆ 3 – 4 ชั่วโมง และจุดพักก็ควรจะเป็นจุดที่ห่างจาก Working Space เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ลดความเครียดและอาการเหนื่อยล้าของส่วนต่างๆในร่างกาย ซึ่งการพักแบบนี้จะช่วยส่งลให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น  

ซึ่งจุดพักเบรคนั้นอาจจะเป็นห้องครัวหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ แค่เราหามุมที่มีที่นั่งสบายๆหรือโซฟานุ่มๆสักตัว พร้อมทีวีหรือหนังสือดีๆสักเล่ม เพื่อนั่งผ่อนคลายสมองสักหน่อยก่อนกลับไปทำงานต่อ 

3.อุปกรณ์ต้องพร้อม

การทำงานที่บ้านของหลายคนก็มีความแตกต่างไปตามรูปแบบงานของแต่ละคน บางคนก็ต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นหลัก แต่บางคนก็อยู่กับโทรศัพท์หรือต้องออกไปหาลูกค้าบ้าง ดังนั้นการมีอุปกรณ์ที่พร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากออฟฟิศไหนสามารถยืมอุปกรณ์มาได้ก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าใครอยากมีอุปกรณ์ที่พร้อมอยู่ในบ้านเป็นของเราเองเลย ก็สามารถหาซื้อมาเพื่อใช้งานได้แบบสบายใจ

อุปกรณ์สำหรับ Work From Home

แน่นอนว่าการทำงานที่บ้านอุปกรณ์ก็ต้องครบไว้ก่อน เพื่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และบ้านของเราก็จะเป็น Home Office ที่พร้อมให้เราทำงานได้อยู่เสมอ

1.โต๊ะทำงาน

โต๊ะที่ดีควรจะมีขนาดความยาวตั้งแต่ 90-120 เซนติเมตรและความสูงที่ 72 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อพื้นที่การวางของที่เพียงพอและการวางขาได้อย่างไม่อึดอัด 

2.เก้าอี้เพื่อสุขภาพ

เราทำงานกันอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน บางคนนั่งทำงานกันข้ามวันข้ามคืนก็มี ดังนั้นการมีเก้าอี้ที่รองรับสรีระของเราได้ดีก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดอาการปวดหลังและช่วยให้รู้สึกนั่งได้สบายมากขึ้น 

3.โน๊ตบุ๊ค/ คอมพิวเตอร์ 

คงไม่มีบริษัทไหนที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คในการทำงาน ซึ่งการมีคอมหรือโน๊ตบุ๊คดีๆสักเครื่องก็ช่วยให้ทำงานอย่างลื่นไหลได้นะ/ๅๅๅๅๅๅ

4.แก้วน้ำเก็บความเย็น

หนึ่งวันต้องดื่มน้ำอย่างต่ำวันละ 8 แก้ว ดังนั้นการมีแก้วน้ำดีๆสักแก้วตั้งไว้ใกล้ตัวก็ช่วยให้เราดื่มน้ำได้บ่อยขึ้นได้นะ 

5.หมอนรองคอ

ตามจริงเก้าอี้เพื่อสุขภาพส่วนมากก็จะมีหมอนรองคอมาด้วย เพื่อลดอาการปวดคอต่างๆ แต่หากใครไม่มีก็ซื้อมาสักชิ้น ใส่ตอนนั่งทำงานหรือเมื่อต้องการงีบสักพักเพื่อฟื้นพลัง

6.หูฟังพร้อมไมค์

เมื่อไหร่ที่ต้องประชุม การพูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์ก็ต้องใช้หูฟังและไมค์ที่ดี เพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน ดังนั้นหูฟังจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆในการ Work From Home

สรุป

การ Work From Home อาจกลายเป็นการทำงานรูปแบบใหม่หรือเป็นรูปแบบหลักของงานหลายๆประเภทที่ปรับตัวในยุคนี้ ดังนั้นการมีบ้านที่เป็น Home Office ไปในตัวก็ช่วยสร้างความสะดวกและยังช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกด้วย หากใครอยากหาบ้านมือสองสักหลังมาทำเป็น Home Office ส่วนตัวล่ะก็ลองมาดูที่ Kaidee ได้เลย เพราะนอกจากบ้านและคอนโดแล้ว เรายังมีสินค้าให้เลือกอีกมากมายกว่า 32 หมวดหมู่เลยทีเดียวเชียว