Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
“บ้านหลังแรก” หลายคนคงเริ่มคิดถึงการมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับตัวเอง สำหรับลูกและคนในครอบครัว แต่การมีบ้านหลังแรกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด โดยการเตรียมตัวซื้ออสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกสำหรับมือใหม่ย่อมมีเรื่องให้กังวลใจอยู่เสมอ เพราะว่าบ้านหลังนี้ที่คุณกำลังตัดสินใจซื้อจะต้องอยู่ไปนานอีกหลายสิบปี อีกทั้งยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายหลายส่วนที่ต้องมาศึกษาทำความเข้าใจกัน วันนี้ Kaidee ได้รวบรวมขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้านหลังแรกไว้สำหรับคนที่สนใจกันอยู่
1. รู้ความต้องการในการซื้อ
ต้องรู้วัตถุประสงค์ในการซื้อว่าเพื่ออาศัยอยู่กับใคร มีผู้อาศัยจำนวนกี่คน โจทย์เหล่านี้จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงใจกันที่สุด ยกตัวอย่างเช่น หากอาศัยอยู่คนเดียวเป็นหลัก คอนโดมิเนียมอาจตอบโจทย์มากที่สุด หรืออาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวอาจจะต้องเลือกเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ และหากว่าต้องการพื้นที่ใช้ในการทำธุรกิจส่วนตัว อาคารพาณิชย์ก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า นอกจากนี้ยังต้องกำหนดรูปแบบโครงการที่ต้องการซื้อด้วยว่าจะซื้อเป็นโครงการใหม่หรือโครงการมือสอง ซึ่งจะเชื่อมโยงในเรื่องของงบประมาณที่ต้องเตรียม การติดต่อกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงิน รวมถึงการวางแผนในเรื่องของการผ่อนอีกด้วย
2. เลือกบ้านให้ถูกใจ
การเลือกบ้านให้ตรงใจนั้นจะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการที่ต้องคำนึงถึงระบบคมนาคมที่สะดวกสบายหรือไม่ รวมถึงการศึกษาข้อมูลโครงการว่าได้ออกแบบคอนเซปต์และฟังก์ชันต่างๆ ได้เข้ากับความต้องการและรสนิยมของเราหรือเปล่า เช่น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายก็จะต้องพิจารณาโครงการที่มีฟิตเนสที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกายที่หลากหลาย หรือเป็นคนที่ชอบธรรมชาติก็อาจจะเลือกโครงการที่มีสวนและพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่นไว้พักผ่อน รวมถึงยังต้องดูในเรื่องของผู้บริหารอาคารนิติบุคคลต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพราะการดูแลเอาใจใส่สภาพอาคารและพื้นที่ส่วนกลางให้สวยตลอดนั้นย่อมมีความสำคัญในระยะยาว รวมถึงต้องดูในเรื่องของชื่อเสียงของโครงการ และตัวแทนการขายว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
3. ประเมินการเงินของตัวเอง
การซื้อบ้านหลังแรกด้วยการกู้เงินจากสถาบันการเงินจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี โดยจะพิจารณาจากรายได้ที่แน่นอนของผู้กู้ ตรวจสอบประวัติการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอและไม่มีประวัติเสียมาก่อน ส่วนขั้นตอนการกู้กับธนาคารจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล เอกสารทางการเงินต่างๆ (สลิปเงินเดือน, การเดินบัญชีย้อนหลัง ฯลฯ) หลังจากยื่นเอกสารกับธนาคารเรียบร้อยก็ต้องมาทำความเข้าใจในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น
4. เตรียมพร้อมเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่าย
แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ
– เอกสารและค่าใช้จ่ายระหว่างการซื้อ ได้แก่ สัญญาจะซื้อจะขายโครงการซึ่งต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชน เงินจองและเงินดาวน์ โดยจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าใครเป็นคนจ่าย
– เอกสารและค่าใช้จ่ายช่วงการโอนกรรมสิทธิ์ ประกอบด้วยสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุล โดยจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน ค่าอากร 0.5% ของราคาซื้อขาย ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าจดจำนอง 1% ค่าเขียนคำขอ 20 บาท ค่าอากรแสตมป์ 5 บาท ค่าพยาน 20 บาท
5. ตรวจเช็กให้ดีก่อนรับมอบโอน
ก่อนจะถึงวันรับมอบโอนทางโครงการจะนัดหมายให้ผู้ซื้อเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อย โดยจะต้องตรวจสอบจุดสำคัญให้ดีๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญา หากเกิดข้อผิดพลาดไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ ทางโครงการจะต้องแก้ไขให้เสร็จก่อนวันรับมอบ
จบไปแล้วกับ 5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อบ้านหลังแรก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้แก่ผู้ที่กำลังตัดสินใจหาซื้อบ้านหลังแรกอยู่ สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาบ้านมือสองหรือคอนโดมิเนียม สามารถเข้ามาเลือกดูได้ที่ BaanKaidee แหล่งรวบรวมบ้านและคอนโดมิเนียมอีกมากมายที่รอคุณอยู่
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ปัจจุบันการซื้อบ้านหลังหนึ่งๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง ทำให้ผู้ซื้อต้องคิดแล้วคิดอีกในการซื้อ เพราะเหตุนี้การขายบ้านมือสองก็เลยอาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ต้องการขายบ้าน วันนี้เรามีเทคนิคและทริคดีๆมาเสนอ เพื่อให้การขายบ้านมือสองของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น ขายได้ไว และได้ราคาที่สูงตามมาด้วย พร้อมแล้ว ไปชมกันเลย
1.ตั้งราคาให้เหมาะสม
หนึ่งในตัวแปรสำคัญในการที่จะขายบ้านได้ไวนั้นก็คือเรื่องของราคา โดยทางผู้ขายต้องคำนวณราคาตั้งขายให้เหมาะสม ไม่ให้ถูกหรือแพงจนเกินไป ต้องคำนวณทั้งในเรื่องของ สภาพบ้าน ทำเลที่ตั้ง ราคาตลาด ราคาประเมิน รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่ใช้ในการตกแต่งซ่อมแซม เพื่อไม่ให้ขายขาดทุน แต่อย่างไรก็ตาม การตั้งราคาบ้านนั้นไม่ควรตั้งให้สูงกว่าราคาตลาดมากไป เพราะฉะนั้นก่อนจะตั้งราคา ผู้ขายควรจะศึกษาข้อมูลและราคาตลาดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจตั้งราคา
2.ขายในหลายๆช่องทาง
ปัจจุบันนี้มีช่องทางมากมาย ทั้งใน Online และ Offline ที่จะเป็นกระบอกเสียงให้เราบอกต่อถึงสินค้าและบริการที่เรา
ต้องการขาย โดยอาจจะติดประกาศไว้หน้าบ้าน ฝากโบรชัวร์ไว้ตามร้านกาแฟในละแวกใกล้เคียง หรือมุ่งเน้นมาทางช่องทางออนไลน์โดยประกาศขายผ่าน Platform ต่างๆเช่นที่ BannKaidee เนื่องจาก Platform Online เป็น Platform ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้ในทุกที่ทุกเวลา ทำให้โอกาสที่เราจะเจอคนที่สนใจที่จะซื้อบ้านในทำเลที่เราต้องการขายมีมากขึ้น
3.เลือกใช้บริการนายหน้ามืออาชีพ
อีกวิธียอดนิยมที่สะดวกสบายและไม่ยุ่งยากก็คือการฝากนายหน้าขายบ้านนั่นเอง โดยวิธีนี้ถือเป็นวิธียอดนิยมในปัจจุบันที่ทำให้การขายสำเร็จและลุล่วงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยเสียค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆแลกกับความสะดวกสบาย เพราะนายหน้าจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้ผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ยุ่งยาก ตลอดจนปิดการขาย ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่นิยมมากๆในปัจจุบัน
4.ทำบ้านให้เหมือนใหม่
คงไม่มีใครอยากซื้อบ้านที่มีสภาพเก่า ทรุดโทรม ดังนั้นสิ่งแรกที่คนขายบ้านโดยเฉพาะบ้านมือสองควรทำ ก็คือการทำความสะอาด ตกแต่ง ซ่อมแซมบ้านหลังเก่า ให้ดูเหมือนบ้านหลังใหม่ เพื่อที่คนซื้อจะได้สนใจมากขึ้น โดยอาจลงทุนในการรีโนเวทบ้าน ซ่อมแซมส่วนที่พัง ทาสีใหม่ และตกแต่งบ้านให้สวยงามขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเป็นต้นทุนที่เยอะเกินไป เพราะเมื่อคุณตกแต่งบ้านให้เหมือนใหม่ นอกจากจะทำให้ขายบ้านได้ไวขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านของคุณเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย
5.ใจเขาใจเรา
มาถึงข้อสุดท้ายซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานในการซื้อ-ขาย คือใจเขาใจเรา คุณอยากได้บ้านแบบไหน อยากได้ราคาประมาณเท่าไหร่ ให้สมมุติตัวเองเป็นผู้ซื้อบ้านเอง แล้วลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นผู้ซื้อเราต้องการเจอคนขายบ้านแบบไหนนะ เราต้องการผู้ขายที่พูดจาดี ดูแลบ้านให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ ตั้งราคาได้เหมาะสม ไม่โก่งราคาเกินไป ใช่มั้ยนะ ถ้าเราต้องการแบบนั้นก็ให้ทำตัวแบบนั้นเลย เพื่อที่ผู้ซื้อจะได้เกิดความประทับใจและตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น แถมยังได้มิตรภาพดีๆเป็นของแถมอีกด้วย
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเทคนิคการขายบ้านมือสองได้เร็วและได้ราคาดี ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่มั้ย ใครที่สนใจลงประกาศซื้อ-ขายบ้านมือสองสามารถลงประกาศได้ที่ BaanKaidee ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้คุณขายบ้านได้เร็วยิ่งขึ้น รีบๆลงกันน้า
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ใครก็ตามที่กำลังมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยหรือหาไว้เพื่อเกร็งกำไรไว้เผื่ออนาคต วันนร้เราจะมาเน้นพื้นที่ 5 พื้นที่กำลังจะมาแรง ขึ้นแล้วขึ้นอีกในอนาคต ซื้อเก็บไว้มีแต่รวยกับรวย!! ไม่มีคำว่าขาดทุนอย่างแน่นอน
1. คอนโดย่านบางใหญ่ – นนทบุรี
ด้ายการขยายตัวของย่านเศรษฐกิจ รวมไปถึงการเข้าถึงด้วยคมนาคมสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตั้งแต่สถานี เตาปูน – คลองบางไผ่ ซึ่งวิ่งผ่านจุดสำคัญต่างๆ เช่น ศูนย์ราชการนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุข และห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่าง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต เป็นต้น จึงทำให้นักลงทุนทางอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันลงทุน สร้างคอนโดมากมายตามแนวของรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้นั่นเอง ในอนาคตอันใกล้นี้เส้นทางนี้มีนโยบายการสร้างมอเตอร์เวย์เกิดขึ้น ทำให้จุดตรงนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางของพื้นที่กรุงเทพโซนทางด้านตะวันออก
2. คอนโดย่านรัชดาภิเษก – กรุงเทพฯ
เป็นหนึ่งในทำเลระดับท็อปๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เป็นจุดศูนย์กลางของบริษัทน้อย-ใหญ่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าอยู่ตลอดทั้งสาย แหล่งการค้า แหล่งช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนมากมาย รวมไปถึงระบบคมนาคมที่สะดวกสบาย ทำให้ทำเลตรงนี้เป็นเสมือนสวรรค์บนดินของนักลงทุน เพราะราคาต่อตารางวา ตกประมาณอยู่ที่ 350,000 บาทเลยทีเดียว
3. คอนโดย่านลาดพร้าว – กรุงเทพ
ย่านการค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์และอื่นๆ อีกทั้งยังมีบริษัทมากมายที่พร้อมจะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำเลตรงนี้ราคาในอนาคตจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน เพราะในปัจจุบันพื้นที่ตรงนี้ก็มีราคากว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร และอนาคตคาดว่าจะเติบโตได้ถึงปีละ 3% – 10% เลยทีเดียว
4. คอนโดย่านตากสิน บางหว้า – กรุงเทพ
ไม่แพ้กันเลยระหว่างย่านนี้กับย่านบางใหญ่ เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้ง เนื่องจากการมาของ BTS ซึ่งเป็นสายที่เชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าหลากหลายสาย ทั้งสายสีเขียว ที่เชื่อมได้ไปยันใจกลางเมืองอย่างสยาม รวมถึงสายสีน้ำเงินที่สามารถเดินทางไปย่านชานเมืองอย่างบางแคได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ดึงดูดนักลงทุนต่างๆเข้ามาสร้างคอนโดเป็นจำนวนมาก และขายออกหมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว
5. คอนโดย่านรังสิต – ปทุมธานี
เป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมสถานศึกษาไว้อย่างแนบแน่น อาทิ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น รวมไปถึงทางด้านของปทุมธานีนั้นเป็นพื้นที่ของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้มีประชากรทั้งแรงงานและนักศึกษาอาศัยรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีอัตราในการเติบโตด้านคอนโดเป็นอย่างมาก และในอานาคตอันใกล้พื้นที่ด้านรังสิตนั้นมีโครงการที่จะมีห้างสรรพสินค้าใหม่ รวมไปถึงรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายไปถึง ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงต่อประชากรที่ต้องการหาที่พักอาศัย ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นที่หนึ่ง ที่มีความน่าลงทุนสูง
จากข้อมูลต่างๆที่รวบรวมมาให้จากแหล่งข้อมูลต่างๆนั้น ผู้ที่จะลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดนั้น ควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ศึกษากลุ่มเป้าหมาย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการให้เช่าต่อ หรือเพื่อเกร็งกำไรต่อในอนาคต เพราะการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงสูง หากนักลงทุนท่านไหนสนใจทำกำไรหรือหาคอนโดเก็บในย่านเหล่านี้เพื่อเก็งกำไรแล้วล่ะก็ สามารถเข้ามาเลือกดู เลือกชมต่อได้ที่ BaanKaidee
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าพูดถึงย่านชุมชนเก่า แหล่งรวมของอร่อยฝั่งธนฯ ที่น่าสนใจในยุคนี้ ก็อดนึกถึง ‘ย่านตลาดพลู’ ไม่ได้
ต้องบอกว่าตลาดพลูเป็นอีกทำเลทองที่โดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะด้านการเดินทางที่มีทั้ง BTS สถานีตลาดพลู และถนนเทอดไทซึ่งเชื่อมกับถนนหลายเส้น อาทิ ถนนรัชดาภิเษกที่ใช้เดินทางไปย่านท่าพระ และถนนราชพฤกษ์ที่เชื่อมต่อไปยังสาทร ด้านอาหารการกินเองก็ไม่น้อยหน้าใคร เหมาะแก่การอยู่อาศัยมาก ๆ
วันนี้เราเลยไปเสาะหา 6 คอนโดตลาดพลู ราคาไม่เกิน 3 ล้านที่น่าสนใจมาฝากทุกคน จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
Supalai Park Talat Phlu Station
Credit: Supalai Society
คอนโด High rise 34 ชั้นย่านตลาดพลูจาก Supalai Society ห่างจาก BTS สถานีตลาดพลูเพียง 300 เมตร ระยะเดินง่าย ไปกลับสบาย แถมใกล้ The mall ท่าพระในระยะเพียง 700 เมตร Type ห้องเริ่มที่ Studio 27.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท มีให้เลือกทั้งแบบ Fully fitted และ Fully furnished
Supalai Park Talat Phlu Station เป็นคอนโดที่ได้พื้นที่ค่อนข้างเยอะในราคาเอื้อมถึงง่าย ส่วนกลางเพียบพร้อม ทั้งสระว่ายน้ำ, Fitness Center & Sauna, Roof garden และอีกเพียบ ที่สำคัญยังตั้งอยู่ในย่านของกินละลานตา จะอยู่เองก็ได้ ปล่อยเช่าก็เลิศ เป็นอีกหนึ่งคอนโดย่านตลาดพลูราคาไม่เกิน 3 ล้านที่น่าสนใจมากทีเดียว
Supalai Loft @ Talat Phlu Station
Credit: Supalai Society
อีกโครงการ High rise 34 ชั้นจาก Supalai Society เจ้าเดิมในทำเลตลาดพลูเหมือนกัน สำหรับ Supalai Loft @ Talat Phlu Station จะอยู่ฝั่งเดียวกับ The Mall ท่าพระ และห่างจาก BTS ตลาดพลูประมาณ 600 เมตร มากกว่า Supalai Park Talat Phlu Station นิดหน่อย
แต่ข้อดีคืออยู่ฝั่งเดียวกับ The mall ท่าพระเลย เรียกว่าหาของกินง่ายมาก Type ห้องโครงการนี้จะเริ่มที่ Studio แบบ Fully fitted แต่ให้เนื้อที่จัดเต็มถึง 33 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาท ส่วนกลางครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ,Fitness Center & Sauna, Sky lounge, Roof Garden , และอีกมายมาย
U-delight @ Talat Phlu Station
Credit: Grand Unity
คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 34 และ 27 ชั้นจาก Grand Unity เดินทางสะดวกในย่านที่เต็มไปด้วยของกิน! ห่างจาก BTS สถานีตลาดพลูประมาณ 700 เมตร ระยะเดินเพลิน ๆ แป๊บเดียวถึง
ระหว่างทางก็คึกคักไม่เบา มีตลาดให้ฝากท้องได้ทุกมื้อ ข้ามฝั่งแล้วเดินต่ออีกหน่อยก็เจอ The Mall ท่าพระ รับรองว่าอยู่ย่านนี้ไม่มีอดค่ะ ส่วนกลางก็ถือว่าครบทั้งสระว่ายน้ำ ,สวนหย่อม, Fitness Center, ห้องสมุด ,และอื่น ๆ
ห้องจะเริ่มที่ 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม ราคาช่วงเปิดขายเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านต้น ๆ ในปัจจุบัน เท่าที่ลองส่องตลาดมือสองจะขายกันอยู่ที่ 2.2 – 2.3 ล้านบาทขึ้นไป มีทั้งขายห้องเปล่าและพร้อมเฟอร์นิเจอร์เลย
ถ้ามองภาพรวมแล้ว U Delight @ Talat Phlu Station เป็นคอนโดตลาดพลูที่น่าสนใจมาก เหมาะกับทั้งคนที่อยากซื้อไว้อยู่เองหรือปล่อยเช่าในอนาคต!
Altitude Unicorn Sathorn- Tha Phra
Credit: Altitude Development
คอนโด High Rise 34 ชั้นที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ผลงานชิ้นโบว์แดงของ Altitude Development ที่มีกำหนดแล้วเสร็จปี 64 นี้ ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกสบาย ห่างจาก BTS สถานีตลาดพลูเพียงแค่ 130 เมตรเท่านั้น เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเดินไกล อยากได้ฟีลลงบันได BTS แล้วถึงเลย!
Type ห้องเริ่มที่ 1 Bedroom ขนาด 23.64 ตร.ม. แบบ Fully furnished จัดเต็มเฟอร์นิเจอร์ในราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท ส่วนกลางจัดเต็มเอาใจคนรุ่นใหม่ในทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Lobby bar, Co-working area ,สระว่ายน้ำ ,Fitness Center , Co-kitchen space ที่เปิดให้ทุกคนมาทำอาหารจัดปาร์ตี้ย่อม ๆ ได้และ E-sport room ไว้เอาใจคอเกมโดยเฉพาะ
บอกเลยว่าคนที่ชอบคอนโดส่วนกลางจัดเต็ม ทำเลดีในราคาไม่เกิน 3 ล้าน เก็บ Altitude Unicorn Sathorn-Tha Phra เป็นตัวเลือกได้เลยค่ะ
The Matt Sathorn-Thapra
Credit: VIP Condominium
ส่องแต่คอนโด High rise มาเยอะแล้ว ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาดูคอนโดย่านตลาดพลูแบบ Low rise สูง 8 ชั้น ที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย Unit ที่น้อยลงจาก VIP Condominium ทำเลเดินทางสะดวกห่างจาก BTS สถานีตลาดพลู 330 เมตร เท่านั้น
ส่วนห้องที่นี่จะเริ่มที่ 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. แบบ Fully Furnished แต่งครบจบพร้อมอยู่ ด้านส่วนกลางก็จัดเต็มไม่แพ้ High rise โครงการเพื่อนบ้านในย่านนี้ มีทั้งสระว่ายน้ำ,Infinity pool ชั้นบนสุด, Active Gym & Boxing Corner, สวนรอบโครงการ, Coworking-space , และอีกเพียบ
ก่อนอื่นขอบอกว่าตอนนี้ทางโครงการ Sold-out แล้วนะคะ เนื้อหอมสุด ๆ แต่ถ้าใครสนใจ ก็ลองหาเป็นห้องมือสองมาจับจองได้ค่ะ
และนี่ก็คือ 6 คอนโดย่านตลาดพลู ราคาไม่เกิน 3 ล้านที่เราไปเสาะหามาให้แล้วว่าน่าสนใจมาก ๆ ทั้งในด้านทำเล การเดินทาง อาหารการกิน ห้างสรรพสินค้า และอีกมากมายหลายด้าน
ใครที่สนใจคอนโดมือสองย่านตลาดพลู จะแบบเช่า ขาย ขายดาวน์ หรือแบบไหน ที่ไหนก็แล้วแต่ ลองแวะมาดูที่ BaanKaidee ได้เลยค่ะ อาจจะเจอที่ที่ถูกใจในราคาใช่เลยในไม่กี่คลิก
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
การทำบุญบ้าน นอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับบ้านหรือที่อยู่อาศัยของเรา ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพพระรัตนตรัย และสร้างสัมพันธ์อันดีต่อเทวดาเจ้าที่ที่ปกป้องคุ้มครองบ้านอีกด้วย ซึ่งการทำบุญบ้านอย่างถูกวิธีก็จะยิ่งส่งเสริมให้ที่อยู่อาศัยของเราเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น และการ ทำบุญบ้าน ก็ไม่ได้มีความยากอย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง
ฤกษ์ ทำบุญบ้าน
การทำบุญบ้านให้มีประสิทธิภาพนั้น การหาฤกษ์งามยามดีก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำบุญบ้านของเรามีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น แบ่งเป็นวันและเวลาดังนี้
- วัน ในบางตำราเชื่อว่าการทำบุญบ้านไม่ควรที่จะทำในวันเสาร์ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวันแห่งโทษทุกข์ หรือในประเทศจีนเชื่อว่าการทำบุญบ้านที่ดีต้องตรงกับวันธงไชยเพราะจะช่วยส่งเสริมความสุขให้คนในบ้าน แต่ในทางปฏิบัติแล้ววันดีสำหรับการทำบุญบ้านนั้น อาจเป็นวันที่เจ้าบ้านมีความสะดวกหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน
- เวลา ช่วงเวลาที่ดีในการทำบุญบ้านมีให้เลือกทั้งหมด 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงถวายภัตตาหารเช้าเริ่มพิธีประมาณ 7.30 น. และช่วงถวายภัตตาหารเพล เริ่มพิธีประมาณ 10.30 น. หรือตามศาสนกิจของพระสงฆ์ที่ได้เชิญมาด้วย
พระที่นิมนต์ ทำบุญบ้าน
การทำบุญบ้านตามประเพณีไทยมักจะนิมนต์พระสงฆ์เป็นเลขคี่ คือ 5 7 และ 9 รูป ถ้าหากว่าผู้จัดมีกำลังทรัพย์และพื้นที่ในการจัดงานที่มากพอแนะนำว่าควรนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ซึ่งเป็นเลขมงคลจะเหมาะสมที่สุด โดยผู้จัดงานต้องแจ้ง ประเภทงาน วันจัดงาน สถานที่ จำนวน และการเดินทางมายังสถานที่จัดงาน เพื่อความสะดวกแก่พระสงฆ์นั่นเอง
บทสวด ทำบุญบ้าน
สำหรับบทสวดมนต์ที่ต้องใช้พิธีการทำบุญบ้านมีหลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บทบูชาพระรัตนตรัย บทอาราธนาศีล 5 บทสมาทานศีล และ บทอาราธนาพระปริตร ตามลำดับ
การจัดสถานที่ ทำบุญบ้าน
ในการทำบุญบ้าน เราจำเป็นต้องจัดสถานที่ในการทำบุญบ้านให้สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่ในการจัดโต๊ะหมู่บูชาและพื้นที่สำหรับพระสงฆ์ทำพิธี รวมถึงไม่ควรแขวนรูปภาพไว้เหนือศีรษะพระสงฆ์
การเตรียมอุปกรณ์ทำบุญบ้าน
ก่อนที่พิธีจะเริ่ม การจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญในการทำบุญบ้านเป็นสิ่งที่ต้องจัดวางให้ถูกต้อง ถูกตำแหน่ง ซึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ประกอบไปด้วย
- โต๊ะหมู่บูชาพระ เพื่อเคารพพระรัตนตรัยและมีพระพุทธรูปเป็นพระประธาน การตั้งโต๊ะหมู่บูชานั้นไม่ได้มีทิศทางการตั้งที่แน่นอนตายตัว แต่ควรจะวางไว้ตำแหน่งขวามือของพระสงฆ์รูปที่ 1 และไม่ควรอยู่ในมุมอับ เช่น ใต้บันได หรือหน้าห้องน้ำ
- อาสนะ มักจะหยิบยืมใช้จากทางวัด โดยควรจัดวางอาสนะให้ไม่ชิดหรือห่างจนเกินไป ต้องคำนึงข้าวของเครื่องใช้ของพระสงฆ์ด้วย
- ของถวายสังฆทาน ทั้งปัจจัยต่าง ๆ เครื่องอุปโภคบริโภค หรือผ้าไตรก็สามารถถวายได้เช่นกัน
- อุปกรณ์การเจิมและการพรมน้ำมนต์ นั่นก็คือน้ำขี้ผึ้ง ดินสอพอง หรือแป้งเจิมสำหรับติดแผ่นทองภายในบ้าน
- อาหาร แบ่งเป็นทั้งหมด 3 ชุดด้วยกัน ได้แก่ สำหรับพระพุทธ พระสงฆ์ และเจ้าที่เจ้าทาง (หรือศาลพระภูมิ) ซึ่งแต่ละชุดก็ประกอบไปด้วย ข้าว อาหารคาวผลไม้ ของหวาน และน้ำดื่ม ซึ่งอาหารส่วนมากมักจะนิยมถวายด้วยอาหารมงคล เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และขนมถ้วยฟู เป็นต้น
และนอกจากอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้แล้ว ทางผู้จัดงานก็ยังต้องเตรียมอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับพิธีจัดงานทำบุญบ้านให้ครบครัน ได้แก่
- ธูป เทียน
- เหรียญทุกประเภท ทั้งหมด 108 บาท
- ถุงเงิน ถุงทอง อย่างละ 2 ถุง
- ธนบัตรทุกประเภท ทั้งหมด 1,900 บาท
- ข้าวตอก ถั่ว งา
- ดอกกุหลาบสีแดง สีเหลือง ดอกดาวเรือง ดอกรัก (เฉพาะกลีบ)
- ดอกบานไม่รู้โรย
- เครื่องครัว
- พระพุทธรูปภายในบ้าน
- แหวน สร้อย เครื่องประดับ และของมีค่าต่าง ๆ
- ตะกร้าและถังน้ำ 2 ใบ (ใบใหม่)
ขั้นตอนปฏิบัติของพิธีทำบุญบ้าน
- นิมนต์พระสงฆ์เข้ามายังสถานที่จัดงาน ถวายน้ำ สนทนาธรรม และเริ่มพิธีเมื่อถึงฤกษ์
- ผู้จัดงานจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา โดยเริ่มจากเทียนด้านขวา ด้านซ้าย และธูปตามลำดับ
- ผู้จัดงานกราบพระพุทธ และเริ่มสวดบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล 5 สมาทานศีล และอาราธนาพระปริตร ตามลำดับ
- ผู้จัดงานจุดเทียนสำหรับน้ำมนต์ เมื่อพระสงฆ์สวดถึงท่อน “อเสวนา จ พาลานัง” ถวายข้าวพระพุทธ โดยวางภัตตาหารบนโต๊ะหรือผ้าขาวด้านหน้าโต๊ะหมู่บูชา (สูงกว่าอาสนะพระสงฆ์)
- ผู้จัดงานและแขกช่วยกันประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
- เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จ นำจตุปัจจัย ดอกไม้ ธูป เทียน ดอกไม้ และสังฆทานมาวางที่หน้าพระสงฆ์ทุกรูป ปลายดอกไม้ชี้ไปด้านขวามือของพระสงฆ์ และผู้จัดงานยกถวาย หลังจากที่กล่าวคำถวายสังฆทาน
- ลาข้าวพระพุทธ และถวายสังฆทาน
- พระสงฆ์สวดอนุโมทนา ผู้จัดงานและแขกกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศล
- พระสงฆ์พรมน้ำมนต์ พร้อมสวดชยันโตฯ
- นำจตุปัจจัยขึ้นรถ เพื่อส่งพระกลับวัด
- เสร็จพิธีทำบุญบ้าน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีและขั้นตอนในการทำบุญบ้านของประเทศไทย ง่าย ๆ แค่ทำตามนี้ก็ช่วยทำให้ชีวิตเฮงขึ้นได้ด้วย หวังว่าผู้อ่านจะเอาข้อมูลที่เรานำมาฝากไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ส่วนใครที่ยังหาบ้านสวย ๆ ยังไม่ได้ ลองเข้ามาหาที่ Kaidee Property ดู เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมบ้านหลายหลากสไตล์ให้คุณได้เลือก
อ่านบทความ มาดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 กัน !!