Mar 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองในยุคหลังโควิด-19 เป็นอย่างไร”
เสื้อผ้ามือสองอาจเป็นอะไรที่หลายคนไม่ชอบ หรือถึงขั้นแขยง ซึ่งก็เป็นได้ด้วยเหตุผลนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขอนามัยความสะอาด การดูแลจัดเก็บของร้านค้า หรือแม้กระทั่งความหวาดระแวงส่วนตัวจากเจ้าของเก่าที่อาจตามมาทวงสินค้าคืน
มือหนึ่งถือเป็นตัวเลือกแรกๆ ของผมเสมอ หากเป็นเมื่อก่อน
ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่หวาดกลัวการใช้เสื้อผ้ามือสอง ด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่ความคิดเหล่านั้นก็เริ่มเลือนหายไปพร้อมกับวัย โดยเฉพาะในช่วงมหาวิทยาลัยที่ผมเริ่มเปิดใจกับเสื้อผ้ามือสอง อันมาจากอิทธิพลของเพื่อนๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ต่างคลั่งไคล้การสวมใส่อาภรณ์ใช้แล้ว
เสื้อผ้ามือสองตัวแรกที่ผมตัดสินใจซื้อคือ เสื้อคอจีนชายแบรนด์ Today Not Going On Tomorrow ซึ่งไม่ได้ค่าโฆษณาในการเอ่ยอ้างชื่อแต่อย่างใด และแม้ว่าทุกวันนี้ เสื้อผ้ามือสองในตู้ของผมจะยังมีไม่เท่ามือหนึ่งอยู่ดี แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นชมไม่น้อย
สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองในปี 2021
ประเด็นสำคัญคือไม่ใช่เฉพาะแนวคิดส่วนตัวของผมที่เปลี่ยนไป แต่ความนิยมเสื้อผ้ามือสองก็ดูจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไร Kaidee ในฐานะเว็บไซต์สินค้ามือสองอันดับ 1 รวบรวมสถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองมาให้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว
มูลค่าตลาดการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองโลก
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตลาดเสื้อผ้ามือสองยังไม่เป็นที่กล่าวถึงในหมู่ผู้นิยมแฟชั่นมากเท่าปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนเทียบกับเสื้อผ้ามือหนึ่งเพียง 42 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการบริโภคสินค้าแฟชั่นของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสื้อผ้ามือสองเริ่มได้รับความนิยมจากวงการแฟชั่นเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น สินค้าเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นที่พูดถึงในกลุ่มนักเคลื่อนไหวอย่างไม่ขาดสายเช่นกัน
ตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีการขยายตัวถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และมีมูลค่ารวมกันในปัจจุบันสูงถึง 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ใครกันล่ะ คือกลุ่มลูกค้าหลักของเสื้อผ้ามือสอง
Gen-Z กับแนวคิดการบริโภคแฟชั่นมือสอง
เว็บไซต์เสื้อผ้ามือสองต่างประเทศอย่าง ThredUP รายงานว่าวัยรุ่น หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า Gen-Z นั้น มีความสนใจและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองอย่างจริงจัง โดยวัยรุ่น 1 ใน 3 คนต้องการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง
Gen-Z มีความสนใจในการซื้อเสื้อผ้ามือสองมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แต่ในทางกลับกัน กลุ่มคนที่เสียเงินหรือสร้างรายได้กับเสื้อผ้ามือสองมากที่สุด กลับไม่ใช่คนกลุ่ม Gen-Z แต่เป็นกลุ่มวัยกลางคน หรือรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เรียกกันว่า Baby Boomer นั่นเอง
มุมมองของผู้ใช้งานเสื้อผ้ามือสอง
เราอาจมีภาพจำในอดีตเกี่ยวกับการซื้อเสื้อผ้ามือสองที่ค่อนข้างเป็นไปทางแง่ลบ ด้วยเหตุผลที่ผมได้บอกไปในตอนต้น แต่ปัจจุบัน ความคิดเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความรู้สึกติดลบกับการใช้เสื้อผ้ามือสองอีกต่อไป
อีกทั้งยังมีการรายงานว่าผู้ซื้อเสื้อผ้ามือสองมีความรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำด้วย โดยมีการเปรียบเทียบว่าการซื้อเสื้อผ้ามือสองทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจเท่ากับการอุปการะสัตว์เลี้ยงสักตัว
การซื้อขายเสื้อผ้ามือสองสร้างความภูมิใจมากกว่าที่หลายคนคิด
ส่วนหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมุมมองดังกล่าวคือ การเข้ามาของโซเชียลมีเดียที่สามารถนำเสนอสินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ในมุมมองที่เป็นประโยชน์ น่าสนใจและตรงใจกลุ่มลูกค้ามากขึ้น รวมถึงยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้คนสามารถเลือกซื้อสินค้ามือสองได้ง่ายกว่าเดิม (เช่น Kaidee เป็นต้น)
เรื่องน่าขบขันคือรายงานฉบับเดียวกันยังกล่าวว่าในขณะเดียวกัน การซื้อเสื้อผ้ามือหนึ่งทำให้คนกลุ่มเดียวกันนี้รู้สึกอับอายเหมือนการแอบกินอาหารฟาสท์ฟู้ดเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากกว่า ทั้งๆ ที่มีตัวเลือกที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อโลกมากกว่า
หลากเหตุผลที่ผู้คนหันมาซื้อเสื้อผ้ามือสอง
นอกจากโซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์ที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เสื้อผ้ามือสองกลายเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลาครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา
การซื้อเสื้อผ้ามือสองช่วยลดรายจ่ายได้มากกว่า
ความคิดที่เปลี่ยนไป
อย่างที่เราได้กล่าวไป คนรุ่นใหม่มีทัศนคติการใช้สินค้ามือสองที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโซเชียลมีเดีย และช่องทางการจับจ่ายที่ง่ายดายมากขึ้น
ลดรายจ่ายในการซื้อเสื้อผ้า
เสื้อผ้ามือสองมีราคาถูกกว่า แต่มีคุณภาพ (แทบ) ทัดเทียมกับเสื้อผ้ามือหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าแบรนด์ปกติทั่วไป แต่ยังรวมถึงเสื้อผ้าหรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีราคาสูงลิ่วหากซื้อมือหนึ่ง แต่สินค้าเหล่านี้มีราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า หากเลือกซื้อมือสองที่มีคุณภาพด้วยความรอบคอบ
ลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม
เรื่องภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่ร้อนแรงสมชื่อมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งวิธีการรับมือมีด้วยกันหลายรูปแบบ การเลือกใช้สินค้ามือสองถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดขยะเหลือทิ้งจากเสื้อผ้าได้หลายเท่าตัว
Covid-19 และผลกระทบต่อตลาดเสื้อผ้ามือสอง
การมาของ Covid-19 สร้างความขวัญผวาให้กับภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับตลาดแฟชั่นที่หลายคนมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและไม่มีความจำเป็นในช่วงเวลาของความยากลำบากนี้
ส่วนเสื้อผ้ามือสองก็ถูกมองในแนวทางคล้ายกัน แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกันคือปัญหาสุขอนามัย ซึ่งวิกฤติการณ์ในปัจจุบันส่งผลให้ต้องมีความเข้มงวดเรื่องความสะอาดมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงเห็นต้องพ้องกัน ว่าตลาดเสื้อผ้ามือสองกำลังเข้าสู่สภาวะซบเซาเป็นแน่ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
สถิติการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองไม่ได้แย่อย่างที่คิดในช่วงที่ผ่านมา
ตัวเลขทางสถิติบ่งชี้ว่าอัตราการซื้อขายเสื้อผ้ามือสองเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หรือกว่า 69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2019 สวนทางกับตลาดเสื้อผ้ามือหนึ่งที่หดตัวลงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์
ส่วนเหตุผลของอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดดังกล่าว คาดว่ามาจากการที่ผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นในช่วงเกิดวิกฤติการณ์ Covid-19 ทำให้แต่ละคนมีเวลาได้สอดส่องตู้เสื้อผ้าของตนเอง ซึ่งทำให้ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว ตัวเองมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นำมาเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้นั่นเอง
เสื้อผ้ามือสอง ของใช้แล้วที่ทรงคุณค่า
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ทั้งในเชิงสถิติและเชิงความรู้ เพื่อที่ทุกคนจะได้หันกลับมาตระหนักรู้ถึงคุณค่าของเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันด้วยเหตุผลนานับประการ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความประหยัดและทัศนคติ มุมมองความคิดที่เปลี่ยนไป
Kaidee ถือเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีพื้นที่ในการสินค้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของ โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงมือสองขนาดใหญ่อย่างรถยนต์และบ้านจัดสรร หากต้องการที่จะสร้างรายได้ ลดรายจ่ายของตัวเองด้วยการขายเสื้อผ้าที่เราไม่ได้ใส่แล้วออกไป ก็ขอเชิญเข้ามาได้เลย
Mar 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในยุค 2020 แบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ถึงจะอยู่ห่างกันคนละฝั่งโลก ต่างไทม์โซนกันมากแค่ไหน ก็เหมือนนั่งสบตาอยู่ข้างๆ กัน ด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตอันทรงพลัง และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมารองรับความห่างตัวแต่ไม่ห่างใจของผู้คน
ยิ่งช่วงนี้การเดินทางไปเจอกันอาจจะไม่สะดวกมากนัก อยู่ในช่วง Social Distancing ตัวช่วยสำคัญของเรา ณ ตอนนี้คือ แอปพลิเคชันต่างๆ ที่เป็นศูนย์รวมการสื่อสารสำคัญ รันไปทั่วทุกวงการ รวมไปถึงการพบหมอออนไลน์ ที่เราตั้งใจเอามานำเสนอคุณผู้อ่านในวันนี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี ช่วยลดความเสี่ยง ไม่ให้เราต้องพะว้าพะวงใจกับคำตอบในกูเกิล ที่ส่วนใหญ่มักให้เราเป็นโรคร้ายมากกว่าที่คิด
5 แอปพบหมอออนไลน์ ให้ชีวิตคุณสบายมากยิ่งขึ้น!
เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่สะดวกใจที่จะไปโรงพยาบาลหรือคลินิกต่างๆ ในช่วงนี้ ถ้าไม่นับเรื่องโควิด ตัวเราเองเป็นคนหนึ่งที่ไปหาหมอยาก หากไม่เจ็บป่วยจนทนไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่อยากไปหาหมอ ด้วยขั้นตอนต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยหน่าย แต่พอมีแอปพบหมอออนไลน์เกิดขึ้น ก็ตอบโจทย์เรามาก มีตัวไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันค่ะ
1. Raksa
แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ตัวแรกๆ ที่ออกมาเปิดตลาดวงการแพทย์ ด้วยสโลแกนที่ว่า “แอปหาหมอออนไลน์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ” ได้ทั้งปรึกษาแพทย์ ไปจนถึงสั่งยาออนไลน์ (ตามข้อกำหนดของ HIPAA และ PDPA)
ด้วยจุดแข็งอย่างจำนวนแพทย์ที่มีรองรับมากถึง 800 คน จากโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ให้คุณแชทกับหมอได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าสะดวกช่วงไหน เจอคุณหมอท่านไหนออนไลน์อยู่ก็ทักไปได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลานัดล่วงหน้าให้ยุ่งยากแต่อย่างใด
ครอบคลุมทุกอาการเจ็บ จะป่วยกาย ป่วยใจ ก็เข้าไปปรึกษาคุณหมอได้ ทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย ได้ทุกเพศทุกวัย ในราคาเริ่มต้น 200 บาท/15 นาที ทั้งยังสั่งยาได้ครบจบในที่เดียว (เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ) ภายใต้ร้านยาคุณภาพในเครือข่าย ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการจัดส่ง ซึ่งทางแอปยังการันตีว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดนั้น ประหยัดกว่าไปโรงพยาบาล
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.doctorraksa.com/th-TH
2. Chiiwii
“ปรึกษาหมอที่ใช่ จากที่ไหนก็ได้” คือสิ่งที่แอปชีวีเลือกขึ้นมาเป็นสโลแกนหลัก ความที่แอปพลิเคชันดังกล่าว มีแพทย์เฉพาะทางหลากหลายด้าน ครอบคลุมทุกวัย ให้คุณปรึกษาได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ทั้งผิวหนัง โรคในเด็กเล็ก อายุรกรรม ตรวจสุขภาพทั่วไป ฯลฯ
ทั้งยังให้ความมั่นใจกับเราว่า หมอในแอปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆโดยจะเลือกปรึกษาผ่านแชท โทร และวิดีโอคอลในแอปก็ได้ตามสะดวก ซึ่งขั้นตอนการใช้งานจะต่างจากแอปอื่นๆ เล็กน้อย ตรงที่เราต้องเข้าไปเลือกหมอที่ถูกใจ แล้วนัดวันและเวลาเพื่อปรึกษาอีกครั้ง
แล้วพอใกล้ช่วงเวลาที่เราเลือกไว้ ระบบจะส่ง Notification แจ้งเตือน เพื่อไม่ให้คุณพลาดจังหวะสำคัญ ส่วนเรื่องราคานั้นส่วนใหญ่ชีวีจะขายเป็นแพ็คเกจ อย่าง โปรแกรมสุขภาพเด็ก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,999 บาท / ปรึกษาได้ 10 ครั้ง ภายใน 3 เดือน หรือโปรแกรมรักษาสุขภายใจ ราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท / ปรึกษาได้ 10 ครั้ง ภายใน 3 เดือน (ดูราคาแพคเกจอื่นๆ ได้ในแอปและเว็บไซต์)
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.chiiwii.com/th หรือ https://www.facebook.com/Chiiwiidoctor/
3. See the doctor now
คอนเซปต์หลักของแอป See the doctor now คือโรงพยาบาลในรูปแบบเทคโนโลยี ให้คุณใกล้ชิดหมอเสมือนได้เจอตัวจริง ครบครันทั้งแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ นักจิตวิทยา เภสัชกร นักโภชนาการไปจนถึงพยาบาล ซึ่งข้อหลังเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวแอปพลิเคชันนี้ ดูพรีเมียมและแตกต่างกว่าแอปพบหมอออนไลน์เจ้าอื่นๆ
ความหลากหลายและครบเครื่องของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนโรงพยาบาลขนาดย่อม ช่วยให้เรามั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ทั้งตัวเองและคนที่คุณรัก มีใบสรุปผลการรักษาให้คุณทุกครั้ง ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมขั้นตอนแต่อย่างใด
ความที่เป็นพรีเมียมแบบนี้ ทำให้ค่ารักษาค่อนข้างสูงกว่าแอปอื่นๆ ในตลาด กรณีเจ็บป่วยทางกายเริ่มต้นที่ 490 บาท / 10 นาที หรือจะซื้อแพ็คเกจปรึกษาได้ไม่จำนวนครั้ง 2,990 บาท/ ปี ไปเลยก็คุ้มไม่น้อย ส่วนความเจ็บป่วยทางใจ ปรึกษาเบื้องต้นกับกับพยาบาลได้ฟรี แต่ถ้าพบหมออัตราค่าบริการอยู่ที่ 2,500 บาท / ชั่วโมง
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.seedoctornow.com/
4. SkinX
เริ่มจากแอปที่ครอบคลุมทุกอาการเจ็บป่วยกันไปแล้ว ทีนี้เราขอแนะนำแอปแบบเฉพาะทางขึ้นมาหน่อย ซึ่งเจ้า SkinX ตัวนี้ เป็นแอปที่เราใช้จริงๆ รีวิวจากผู้มีประสบการณ์ตรง ว่ามันเวิร์กมากสำหรับสาวๆ หนุ่มๆ ที่มีอาการแพนิคเรื่องผิวพรรณเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะผดขึ้นหน้า สิวเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ ริ้วรอยมาเยือนร่องแก้มหรือใต้ตา โรคผิวหนังทั่วไป ผม-หนังศีรษะ ฯลฯ คุณสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางโรคผิวหนังได้ทันที ให้คุณสบายใจทุกปัญหาผิวได้ทุกเวลา เพียงถ่ายรูปผิวส่วนที่ต้องการปรึกษา แล้วเลือกพบแพทย์ที่ออนไลน์ได้ทันที ผ่านระบบวิดีโอคอล
ส่วนค่าบริการนั้น เริ่มต้นที่ 250 บาท/15 นาที ไม่รวมค่ายาตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งถ้ามีการสั่งยาเพิ่มเติมในเคสนั้นๆ เภสัชกรจะจัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ จากนั้นระบบจะจัดส่งยาให้ถึงหน้าบ้านเลย มั่นใจได้ว่าปลอดภัยและสบายใจ
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/skinxpertxpress/ หรือ https://twitter.com/skinx_th?lang=en
5. Ooca
มาต่อกันที่แอปพบหมอเฉพาะทางกันอีกหนึ่งศาสตร์ เชื่อว่าอูก้าแอปน่าจะตอบโจทย์อาการเจ็บป่วยทางใจของคนสมัยนี้ได้ดีทีเดียว โดยแพลตฟอร์มนี้รวมเอานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ชั้นนำ ไว้คอยโอบกอด เยียวยาและรับฟังปัญหาของคุณตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้จุดเด่นของแอปนี้ คือคุณไม่จำเป็นต้องเปิดตัวตนว่าคุณเป็นใคร เพราะระหว่างการพูดคุย สามารถเลือกปิดกล้องได้ตลอดการสนทนา ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าเรื่องราวความเศร้าของคุณ จะถูกเก็บเป็นความลับอย่างดี แถมการปรึกษาผ่าน video call แบบนี้จะช่วยให้เราสบายใจได้มากขึ้น เพียงคุณได้ระบายออกมา
อ่านมาถึงตรงนี้ ดูน่าสนใจใช่ไหมคะ มาดูเรื่องราคาที่เป็นปัจจัยสำคัญกันบ้างดีกว่า โดยหลักๆ แอปนี้มีให้เลือกปรึกษา 2 กลุ่ม คือนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ซึ่งราคาต่างกันประมาณหนึ่ง อย่างนักจิตวิทยาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ส่วนจิตแพทย์เริ่มต้นที่ 1,500 บาท ในระยะเวลา 30 นาที
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ooca.co/how-to-use-corporate
สรุปท้ายบทความ
แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ 5 ตัว ที่เราคัดสรรมาฝากคุณผู้อ่านนั้น มีทั้งแบบครอบคลุมทุกอาการเจ็บปวดทั้งกายใจของทุกเพศทุกวัย การดูแลโภชนาการ พูดคุยเบื้องต้นกับพยาบาล ไปจนถึงเน้นรักษาเฉพาะทาง เรียกว่าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ให้คุณเลือกปรึกษาได้เท่าที่คุณสบายใจ
อย่าลืมว่า การพบหมอออนไลน์แบบนี้ เหมาะกับเคสที่คุณป่วยแบบไม่หนักมาก อยู่ในอาการเบื้องต้นที่ยังพอดูแลตัวเองได้ เพราะสุดท้ายแล้วการไปหาหมอแบบเจอหน้าเจอตัวกัน ยังเป็นทางออกที่ดีที่สุดอยู่ดี ให้เทคโนโลยีอยู่ในขอบเขตของตัวช่วยที่เพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณจะดีกว่า
ไหนๆ แล้วมีแอปพลิเคชันพบหมอดีๆ ขนาดนี้แล้ว จะไม่หามือถือดีๆ มารองรับฟังก์ชันเจ๋งๆ แบบนี้ได้อย่างไร โทรศัพท์ที่ใช้แอปเริ่มเด้งหรือยังคะ ถ้าเริ่ม… ก็ได้เวลาหาของใหม่มาเติมเต็มแล้ว รอช้าทำไม คลิก! Kaidee เลย
Mar 25, 2021 | บทความยานยนต์
เคยเป็นกันไหม เวลาที่มีไฟแดงที่เป็นสัญญาณเตือนบนหน้าปัด มักจะเกิดอาการแพนิคจนทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว ซึ่งจริง ๆ อาจจะมาจากความไม่รู้ว่าสัญญาณแต่ละอันนั้นคืออะไร
ยิ่งผู้ขับขี่มือใหม่ ที่อาจจะยังไม่ค่อยได้ขับรถเท่าไรนัก หรือว่าเพิ่งซื้อรถใหม่และยังไม่ได้อ่านคู่มือก่อนขับขี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด!! และไม่ควรเป็นอย่างมาก!! คุณควรรู้เรื่องของสัญญาณเตือนของรถเสียก่อนว่าแต่ละเครื่องหมายนั้นหมายถึงอะไร จะได้รู้และสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด
สีแต่ละสีบนหน้าปัดที่ต้องรู้!!
ก่อนที่จะมาทราบกันเรื่องสัญญาณ มารู้เรื่องของสีไฟที่แสดงขึ้นเสียก่อน เพราะจะได้เรียงลำดับความสำคัญว่าควรใช้รถต่อ หรือว่าควรที่จะหยุดใช้รถไปเลย จะมีอะไรบ้างมาดูเลย
ไฟสัญญาณสีเขียว
สัญญาณสีเขียวส่วนมากแล้วจะสว่างขึ้นก็ต่อเมื่อ มีการใช้อุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งจะแสดงขึ้นมาเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่นั้นได้รู้ว่า มีอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่นะ (อย่าใช้จนลืมปิดล่ะ😘)
ไฟสัญญาณสีฟ้า
เป็นสัญญาณที่มีความหมายคล้ายคลึงกับไฟสัญญาณสีเขียว แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ สีฟ้านั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานแต่ไม่ได้เป็นค่าเริ่มต้นที่มาจากโรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นสีฟ้านี้ต่อเมื่อเปิดไฟสูงค้างเอาไว้ (มันช่างจ้าเสียเหลือเกิน!! //ทำเสียงน้าค่อม)
ไฟสัญญาณสีเหลือง
เป็นไฟสัญญาณที่เริ่มมีความอันตรายขึ้นมาอีกหนึ่งระดับจากสีอื่น ๆ เพราะหากสัญญาณนี้เตือนขึ้นมาแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึงการเตือนถึงอุปกรณ์บางอย่างทำงานผิดปกติให้ตรวจสอบ แต่ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งอาจจะไม่ต้องรีบร้อนในการตรวจสอบเท่าไรนัก
ไฟสัญญาณสีแดง
สัญญาณทั้งหมดก็ไม่สู้เท่าสีแดงแรง 3 เท่า!! ถ้าเป็นไฟแดงขึ้นเมื่อไรเตรียมเฮได้เลย เพราะคุณจะต้องนำรถไปเข้าอู่เพื่อตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างต่อเนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างที่เสียหายไป
เจอสัญญาณแบบนี้ต้องสนใจทันที!!
มาเริ่มทำความรู้จักกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่นอกจากเข็มไมล์ที่ต้องสนใจ ยังมีสัญญาณอะไรที่จำเป็นจะต้องสนใจบ้าง
ไฟสัญญาณเตือนแบตเตอรี่👇
หากลองสังเกตให้ดีจะรู้ได้ว่าสัญญาณนี้จะติดขึ้นทุกครั้งที่ทำการสตาร์ทรถ แต่จะหายไปเมื่อรถยนต์นั้นสตาร์ทติดเป็นที่เรียบร้อย แต่ถ้าหากรถยนต์สตาร์ทไม่ติดแถมไฟแดงนี้ขึ้นอีก แสดงว่าแบตเตอรี่กำลังมีปัญหาอะไรสักอย่าง ต้องรีบตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน!!
Tips : หากสัญญาณนี้แสดงขึ้นมาระหว่างที่ขับรถอยู่ ให้ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และพยายามหาร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใกล้ที่สุดทันที
ไฟสัญญาณเตือนน้ำมันเครื่อง👇
เป็นสัญญาณที่แจ้งเตือนเรื่องของน้ำมันเครื่อง ซึ่งไม่ได้หมายถึงเรื่องน้ำมันเครื่องนั้นพร่องอย่างเดียว แต่รวมไปถึงอาการจากเรื่องของน้ำมันเครื่องไม่สามารถหมุนเวียนได้ หรืออาจจะเกิดการรั่วซึมของน้ำมัน
Tips : ซึ่งถ้าหากมีสัญญาณนี้เกิดขึ้น ให้จอดเข้าข้างทาง เพื่อพักเครื่องยนต์และตรวจเช็ครอยรั่วตามจุดต่าง ๆ ก่อน
ไฟสัญญาณเตือนถุงลมนิรภัย👇
อันตรายถึงชีวิต!! น่ากลัวที่สุดเหนือกว่าสิ่งอื่นใด เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคุณจะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ เมื่อไร ดังนั้นการที่ถุงลมนิรภัยไม่สามารถทำงานได้ นั่นก็เหมือนก้าวขาไปหนึ่งข้างกับคำว่า “หายนะ” ถึงแม้ว่ารถยนต์จะยังสามารถทำงานได้ปกติก็ตาม
Tips : เมื่อพบสัญญาณนี้แล้ว ควรนำรถเข้าศูนย์ในทันที เพื่อเปลี่ยนถุงลม หรือให้ศูนย์ตรวจสอบการทำงานของถุงลมก่อนจะออกเดินทาง
ไฟสัญญาณเตือนอุณหภูมิ👇
ปัจจุบันสัญญาณไฟอันนี้เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากมาก เนื่องจากเครื่องยนต์สมัยใหม่นั้นมีระบบระบายความร้อนที่ดีกว่าสมัยก่อนเป็นอย่างมาก รวมถึงการคำนวณรอบเครื่องสำหรับเปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้งนั้น ไม่หนักเครื่องยนต์จนเกินไป แต่ถ้าสัญญาณนี้แจ้งเตือนขึ้นเมื่อไร นั่นหมายความว่ารถยนต์ของคุณกำลังร้อนระอุอยู่
Tips : เมื่อคุณทราบแล้วว่าเครื่องยนต์ร้อน ให้คุณหาที่จอดรถข้างทางหรือไม่ก็ปั้มน้ำมัน เพื่อจอดพักรถของคุณให้เย็นลงเสียก่อน
ไฟสัญญาณเตือนเครื่องยนต์👇
ชัดเจนตามสัญญาณเลย คือเรื่องของเครื่องยนต์ที่อาจจะกำลังมีปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเกินกว่าที่จะเป็น หรืออาจจะมาจากเรื่องของรอบเครื่อง แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้น เพราะไฟนี้นั้นเป็นปัญหาที่กว้างเป็นอย่างมาก ทางที่ดีควรนำรถไปเข้าศูนย์ให้เร็วที่สุด
Tips : ปัญหาให้ที่สุดในบรรดาสัญญาณทั้งหมด ควรรีบนำรถไปเข้าศูนย์ให้เร็วที่สุด
สรุปท้ายบทความ
อยากรู้กันไหมล่ะ?? ว่าสัญญาณแบบไหนบ่งบอกอะไร และคุณควรจะต้องรู้เอาไว้ เผื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินอะไร จะได้รีบเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องมานั่งรีรอทนปล่อยให้รถเริ่มพังไปเรื่อย ๆ
ส่วนใครที่กำลังพบเจอกับปัญหาสัญญาณเตือนขึ้นแล้วขึ้นอีก ก็ควรรีบจะนำรถยนต์ของคุณไปซ่อมได้แล้ว!! ลองเข้ามาหาช่างซ่อมรถเก่ง ๆ ได้ที่นี่เลย Kaidee แหล่งรวมช่างซ่อมมากมายหลายแขนง ที่พร้อมจะบริการคุณได้ทุกเวลา
Mar 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เคยไหม เกมอะไรทำไมยิ่งเล่นยิ่งหงุดหงิด ทั้งๆที่เกมควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผ่อนคลาย แต่เล่นหลายรอบก็ไม่ผ่านสักที หัวเสียสุดๆเลยล่ะ ซึ่งเรื่องที่แปลกนั่นคือ เราก็ยังคงเล่นมันต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็หงุดหงิดวนลูปแบบนั้นต่อไป
เกมก็ยาก แต่ทำไมเรายังเล่นอยู่นะ?
ความยากก็ถือเป็นหนึ่งในสเน่ห์ของเกมนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะอะไรที่ง่ายมันก็ไม่น่าติดตาม เช่นเดียวกับคนเนี่ยแหล่ะ อะไรที่ได้มาง่ายๆ แปบๆก็เบื่อ
ซึ่งถ้ามองลึกเข้าไปอีก เกมที่ยากๆจนหัวร้อนปาจอยทิ้งเนี่ย มันทำให้ผู้เล่นอย่างเราตั้งใจที่จะเรียนรู้วิธีการเล่นของเกมนั้นให้มากขึ้น และฝึกให้เราปรับตัวปรับอารมณ์ให้มีสติและคอยสังเกตมากขึ้น
นอกจากนี้มันยังทำให้เกิดสังคมที่พูดคุยเกี่ยวกับเกมนั้นๆขึ้น เช่นการตั้งกระทู้ถามบนเว็บไซต์ การสร้างกลุ่มบนแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆเพื่อพูดคุยและแนะนำการเล่น ว่าเล่นอย่างไรให้ผ่านด่านหรือจบเกมได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการช่วยโปรโมทเกมนั้นๆไปได้ในตัว และถ้ามีคนตั้งกระทู้มากขึ้นก็จะสร้างความสนใจให้กับเกมเมอร์หน้าใหม่ให้มาซื้อเกมนั้นเพื่อลองความหัวร้อนกันอย่างสนุกสนาน
5 อันดับเกมสุดโหด เล่นแล้วหัวร้อนจนไฟลุก!
หลายๆเจ้าผู้ผลิตเกม ต่างก็ทำเกมแนวหัวร้อนออกมากันเยอะ แต่เกมที่ยังคงขึ้นหิ้งอยู่นั้นก็ยังเป็นที่นิยมและมีผู้เล่นเล่นวนเวียนกันต่อไป เช่น 5 เกมตามนี้เลย !
1.Hollow Knight
ภาพจาก Gamivo.com
เกมสไตล์ Action-Adventure แบบ 2D ที่ดูเหมือนเล่นง่ายๆ คล้ายมาริโอ้แน่ๆ แต่เปล่าเลย! เกมนี้การเล่นค่อนข้างยากพอสมควร ซึ่งตัวละครที่เราเล่นนั้นเริ่มแรกอาจมีแค่กระโดดกับฟันศัตรู แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ เปิดแผนที่ให้กว้างขึ้นและไปสู้กับบอสในพื้นที่ต่างๆก็จะได้สกิลเพิ่มมากขึ้น แต่เวลาใช้ก็จะแลกกับค่า Soul ที่เป็นเหมือนค่า SP
ความยากของเกมนี้ เริ่มแรกอาจเป็นเพียงค่าชีวิตที่น้อยแต่ต้องเจอศัตรูที่โจมตีแรงๆ หรือจะเป็นพื้นที่ที่เราต้องกระโดดขึ้น กระโดดข้าม ซึ่งก็มีความยากอยู่ถ้ายังจับแนวทางการกระโดดของตัวเกมยังไม่ถูก แต่ถ้าพื้นที่ไหนไกลเกิน กระโดดข้ามไม่ถึงสักทีก็ไม่ต้องพยายามนานล่ะ ! เพราะบางทีก็ต้องใช้สกิลเพื่อพุ่งตัวข้ามไป
ภาพจาก Gamivo.com
พอเล่นต่อมาสักพักเริ่มมีค่าชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ทีนี้ความยากก็จะย้ายไปที่การเจอศัตรูที่โหดขึ้น ด่านที่ยากขึ้น และบอสที่โหดขึ้น เช่น การสู้กับ Hornet ในครั้งที่สอง ซึ่งอย่ารีบคิดว่ามันจะง่ายแบบรอบแรก เพราะด้วยสกิลและพื้นที่ตอนสู้นั้นทำเอาหัวร้อนได้อยู่พอควรเลยนะ
ด่านที่ทำเอาหัวร้อนปาจอยได้เนี่ย ก็ต้องขอเลือกเป็นการต้องสู้กับบอส Pure Vessel ในด่าน Pantheon Of the Knight ที่เล่นจนต้องร้องโอ้โห จะโจมตีทีก็ถอยหลบได้ แถม Teleport ได้อีก พอสู้ไปได้สักพัก เลือดเริ่มน้อยก็เริ่มมีท่าโจมตีแรงๆอย่าง Triple Slash ฟันสามที โดนทีเกือบตายเลยล่ะ
2.OverCooked 2
ภาพปกเกมแสนน่ารักน่าเล่น แต่เนื้อหาเกมด้านในคือเกมทำลายมิตรภาพของแท้ จะความสัมพันธ์แบบไหนก็ต้องมีสั่นคลอนกันบ้างล่ะ
ตัวเกมเป็นแนวปาร์ตี้ Co-Op เล่นได้ตั้งแต่ 1 – 4 คน การเล่นจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ หนึ่งผู้เล่นอาจต้องทำหน้าที่มากกว่าหนึ่งอย่าง ไม่ว่าจะหยิบของ หั่นผัก ทอดเนื้อ หุงข้าว รวมถึงเสิร์ฟและล้างจาน แค่อ่านตรงนี้ยังรู้สึกเหนื่อยๆสุดๆ แต่ตอนเล่นเราจะต้องตกลงกับเพื่อนให้ดี ว่าใครจะทำอะไร วิ่งไปตรงไหน
ภาพจาก Macgamestore.com
ความยากจะทวีคูณขึ้นเมื่อไปด่านที่สูงขึ้น เพราะบางด่านจะไม่ใช่แค่ครัวธรรมดา บางทีก็เป็นบนรถบรรทุกบ้าง บนฟ้าบ้าง มีเอียงมีลาด มีอะไรมากั้นบ้าง และความหงุดหงิดคือบางทีเราอาจทำไม่ทันหรือเพื่อนทำไม่ดี แต่ความยากทั้งหมดนี้คือสเน่ห์และความสนุกของตัวเกมที่เป็นตัวดึงดูดให้เราเล่นต่อไปเลยนะ
นอกจากตัวเกมธรรมดา ยังมี Season Pass หรือ DLC ให้เราได้ซื้อเล่นเพิ่มได้ ด่านและอาหารก็จะเปลี่ยนไปตามพาร์ทที่เราซื้อเล่นอีกด้วย
3.Dead Cells
ภาพจาก Artstation.com
เกมแนวแอคชัน Rogue-like ที่ออกแบบมาให้การเล่นของเราตายแล้วตายอีก เอ้ย ไม่ใช่! ออกแบบมาให้เราเดินโจมตีศัตรู เก็บไอเท็ม ตาย เริ่มใหม่และหัวร้อนวนไป (เป็นแบบนี้จริงๆ)
ภาพของเกมนั้นเป็นแนว 2D ที่ดูเป็น Pixel แต่สามารถเล่นได้แบบไม่ติดเรื่องภาพเลยล่ะ เวลาเล่นนั้นฉากต่างๆก็จะสุ่มขึ้นมาไม่เหมือนกันในแต่ละรอบ ซึ่งนอกจากการโจมตีศัตรูแล้ว ยังต้องคอยเก็บ Cells เพื่อนำมาอัพสกิลของเรา และยังมีอาวุธต่างๆให้เลือกใช้หลายแบบอีกด้วยนะ
ภาพจาก Rockpapershotgun.com
ความหัวร้อนก็คงเป็นเรื่องการตายแล้วต้องเริ่มใหม่ บางทีเล่นมาสะยาวแต่ดันตายก็เริ่มใหม่นะ สิ่งที่ยังติดอยู่กับตัวละครเราตอนเริ่มใหม่จะเป็นสกิลที่ถูกอัพเกรดแล้ว ดังนั้นคอยหาจุดเซฟเพื่อฟื้นพลังและเซฟในสิ่งที่เราอุตส่าห์เล่นมาสะยาวด้วยล่ะจะได้ไม่หัวร้อนก่อน
4.Among Us
ภาพจาก Mobygames.com
เกมฮิตติดกระแส เล่นกันได้ทั้งคอมและโทรศัพท์ ซึ่งเราต้องเล่นกับเพื่อนๆหรือหาห้องเล่นออนไลน์ เล่นกันได้ตั้งแต่ 4 – 10 คนเลยทีเดียว โดยเราจะเล่นเป็น Crewmate ผู้ที่อยู่ในยานอวกาศ และจะมีหนึ่งคนที่เป็น Imposter ในทีมคอยกำจัดคนไปเรื่อยๆ
ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราต้องหัวร้อนคือเมื่อเราโดนฆ่าแล้ว เราจะกลายเป็นวิญญาณ ลอยไปลอยมาแบบที่คนในทีมคนอื่นไม่เห็น แล้วจะเห็นคนที่กำจัดเราคอยไปฆ่าคนอื่นอยู่เรื่อยๆต่อไป ซึ่งถ้าเล่นแบบ Local เห็นหน้ากัน ก็จะห้ามพูดชื่อว่าใครเป็น Imposter แต่ยังเรายังสามารถไปทำภารกิจต่อไปเรื่อยๆได้
ภาพจาก nme.com
และเมื่อมีใครพบคนโดนกำจัด ก็ต้องรีบไปกดเรียกรวมประชุมและทำการปรึกษากันว่าใครกันแน่ที่เป็น Imposter โดยที่คนโดนกำจัดจะไม่มีสิทธิ์พูดใดใดทั้งสิ้น ดังนั้นแอบเกลียดใครให้รีบกำจัดเขาก่อนเลย!
ความตื่นเต้นจะเริ่มมีมากขึ้น เมื่อมีคนโดนกำจัดไปเยอะแล้ว แต่ยังคงเหลือ Imposter อยู่ คนในทีมจะต้องรีบทำภารกิจให้เสร็จเพื่อปิดเกมให้ได้
5.Cuphead
ภาพจาก Nintendo.com
เกมแอคชั่น 2D ที่สร้างจากการ์ตูนตั้งแต่ช่วงปี 1930 โดยเกมจะให้เราเราเล่นเป็นตัวละคร Cuphead หรือ Mugman ไปวิ่งสู้ในด่านต่างๆ ด้วยภาพอันแสนน่ารักทำให้หวนนึกถึงช่วงการ์ตูนสมัยวัยเด็ก
ดูแล้วเกมน่ารักแบบนี้จะทำให้หัวร้อนยังไงนะหรอ ต้องขอบอกก่อนอย่าเพิ่งรีบคิดว่าจะเล่นแบบหัวเย็นๆตลอดเกม บางทีแค่ด่านธรรมดาหัวก็เริ่มอุ่นแล้ว ! พอไปเจอบอสเมื่อไหร่เนี่ย หัวร้อนสุดๆทั้งต้องยิง ต้องกระโดดหลบ แบบ non-stop
ภาพจาก Sea.pcmag.com
บอสในเกมนี้เรียกว่าเป็นทีเด็ดเลยก็ว่าได้ แต่ละตัวจะมีการโจมตีที่แตกต่างกันออกไป โดยบอสแรกอย่าง The Root pack ที่มี Moe Tato, Weepy และ Psycarrot จะเน้นการสอนเทคนิคต่างๆเวลาต่อสู้ให้เราชินก่อน หลังจากนั้นบอสตัวต่อไปก็จะเริ่มเพิ่มความสนุกปลุกความหัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ ใครชอบความท้าทาย ต้องลองเล่นเลย
สรุป
ตามจริงแล้วถ้าเรายังเล่นไม่เก่ง ยังไม่ชินการคอนโทรลหรือมุมกล้อง เราก็พร้อมหัวร้อนได้ทุกเกมนะ และความยากความท้าทายนี้จะทำให้เรายิ่งสนุก ยิ่งตื่นเต้นและเล่นเกมนั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเกมทำออกมาให้เล่นง่ายง่าย เล่นจบแบบลื่นๆชิวๆก็คงไม่มีอะไรน่าติดตาม
และถ้าใครอยากเล่นเกมหัวร้อนสนุกๆ แต่ยังหาแพลตฟอร์มเล่นไม่ได้ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีทั้งคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งและเครื่องเล่นเกมต่างๆมากมาย เข้ามาเลือกดูกันเลย
Mar 24, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ปักธงยานยนต์ไฟฟ้า ยกทัพ 35 ค่ายเปิดตัวพร้อมจำหน่าย จัดเต็มหลายรุ่นเด็ดตลอดงาน 12 วัน”
กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ประกาศความพร้อมจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ภายใต้แนวคิด Shaping the Next Chapter – วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข จับมือค่ายรถยนต์ 28 บริษัท และจักรยานยนต์อีก 7 บริษัท รวม 35 บริษัท เปิดตัวยนตรกรรมยอดนิยมพร้อมจำหน่าย บนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตร ภายในอาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่าง 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 พร้อมมาตรการตรวจคัดกรองโควิด-19 เข้มข้น
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปีทีแล้ว ทำให้มอเตอร์โชว์เจอ โรค – แล้ว – เลื่อน มากกว่า 1 ครั้ง แต่ในเรื่องร้ายก็ยังมีเรื่องดี เพราะคอนเซ็ปต์งานในปีนี้ Shaping the Next Chapter – วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข ก็ต่อยอดมาจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป และถูกนำมาใช้เป็นธีมงานในที่สุด
จุดเด่นของมอเตอร์โชว์หลายสิบปีหลัง เน้นนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต โดยเฉพาะกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ และถูกชาร์จให้เกิดพลังแห่งการขับเคลื่อน ด้วยมหกรรมงานแสดงรถยนต์เจ้าต้นตำรับในรายการนี้
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าความสมบูรณ์แบบที่เป็นความหวังแห่งอนาคค
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กระแสแรงลัดวงจร
เทรนด์ใหม่ของโลกคือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ก้าวขึ้นมาหายใจรดต้นคอรถเครื่องยนต์สันดาปมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบางคนคิดว่า (อาจจะ) มีแนวโน้มจะแซงในอนาคต ! และในงานมอเตอร์โชว์มีรถพลังงานไฟฟ้าน่าสนใจหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไฮบริดลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า กลุ่มปลั๊กอินที่ใช้เครื่องยนต์จับคู่แบตเตอร์รี่แบบเสียบชาร์จ และรถไฟฟ้าล้วน 100% ที่เรียกว่า EV
ในปีนี้มอเตอร์โชว์จัดโซน Smart EV City เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ด้วยนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างลงตัว ภายในบูทจัดแสดงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า นวัตกรรมสินค้าอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยล้ำอนาคต
โดย Kaidee Auto เปิดประเด็นเรียกน้ำย่อย รวมข้อมูลรถเด่นมอเตอร์โชว์ และรถไฮไลท์จากแต่ละบริษัท ขนทัพจัดเต็มยกทีเด็ดมาแน่นเมืองทอง ส่วนจะมีรถรุ่นงามคันใดบ้าง ตามมาอ่านพรีวิวก่อนได้เลย
รถเด่นในงานมอเตอร์โชว์
รถใหม่มอเตอร์โชว์มีหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเปิดตัวพร้อมจำหน่ายในงานเป็นครั้งแรก และเปิดตัวล่วงหน้าชิมลางก่อนเข้างาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม (Model Change) หรือ ปรับโฉม (Minor Change) สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งแรกในรอบปี ช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดบนเวทีซึ่งมีการแข่งขันสูงที่สุด และ Kaidee Auto คัด 5 รถเด่นในงานมอเตอร์โชว์มาฝากคุณ
Continental GT V8 รถเด่นในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42
Bentley Continental GT V8
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ “เบนท์ลีย์” เปิดตัวพร้อมจำหน่าย Continental GT V8 รุ่นปี 2021 โฉมใหม่หรูหราแต่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ตรอบคัน ถูกออกแบบและวางบทบาทให้เป็นรถแกรนด์ทัวริ่ง ขุมพลังเครื่องยนต์ วี 8 สูบ ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร พลัง 542 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4 วินาที ความเร็วสูงสุด 318 กิโลเมตร/ชั่วโมง สนนราคาเริ่มตันที่ 16.9 ล้านบาท ถูกตาต้องใจเหล่าเศรษฐีเพราะมีราคาถูกลงจากรุ่นก่อนถึง 5 ล้านบาทเลยทีเดียว
Mercedes Benz gle 350de 4matic exclusive หรูหราสมฐานะการเป็น SUV ของค่ายดาว 3 แฉก
Mercedes Benz gle 350de 4matic exclusive
หลังจากพลาดท่าเสียแชมป์ยอดขายรถหรู ให้กับบีเอ็มดับเบิลยูครั้งแรกในรอบ 19 ปี เมอร์เซเดส เบนซ์ จัดแผนรุกหนักตั้งแต่ต้นปี สร้างความความแปลกใหม่อย่างเหนือชั้น ครั้งแรกกับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริด ในการเปิดตัว gle 350de 4matic exclusive วางเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ 194 แรงม้า ผสานพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในเกียร์ 9G-Tronic อีก 136 แรงม้า
เมื่อทั้งสองระบบทำงานพร้อมกันจะได้พละกำลังถึง 320 แรงม้า เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท นับว่าไม่แพงสำหรับลักชัวรีคาร์ที่เสียบปลั๊กชาร์จไฟแล้ววิ่งขับเคลื่อน 4 ล้อได้แบบคันนี้
เจ้าชายกบ Porsche panamera 4 e-hybrid สปอร์ตซาลูนขุมพลังไฟฟ้า
Porsche panamera 4 e-hybrid
ความทรงพลังที่ลงตัวในอีกหนึ่งร่างของเจ้าชายกบ Porsche panamera 4 e-hybrid รุ่นปรับโฉมปี 2021 สปอร์ตซาลูน 4 ประตู ขุมพลังระบบปลั๊กอินไฮบริด แรงจัดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 ทวินเทอร์โบ ความจุ 2.9 ลิตร พละกำลัง 300 แรงม้า เมื่อจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าจะบูสเพิ่มขึ้นเป็น 462 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.4 วินาทีเท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง นับว่าแรงจัดสำหรับรถที่มีตัวถังแบบซาลูน 4 ประตู
และที่สำคัญ ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟเข้าแบตเตอร์รี่จากที่บ้านได้ ราคาเริ่มต้น 7,300,000 บาท
BMW x7 xDrive30d m sport สูงสุดของรถยนต์ SUV จากค่ายใบพัดฟ้าขาว
BMW x7 xDrive30d m sport
นับเป็นยนตรกรรมอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในมอเตอร์โชว์ BMW x7 xDrive30d m sport รถเอสยูวีตัวท็อปสุดของค่ายใบพัดฟ้าขาว หรูหราอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ขุมพลัง 265 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive อันเลื่องชื่อ
BMW x7 xDrive30d m sport ประกอบในไทยทั้งคัน (CKD) จากโรงงานที่ระยอง ราคาเริ่มต้นถูกลงแต่หรูหราจัดเต็มเหมือนเดิม เริ่มต้น 5,999,000 บาท พร้อม BSI รับประกันตัวรถนาน 3 ปี
MINI john cooper works gp inspired edition รุ่นลิมิเต็ด จำหน่ายในไทยแค่ 19 คันเท่านั้น
MINI john cooper works gp inspired edition
ค่ายใหญ่แต่ไซส์เล็กแบบ “มินิ” ส่งไฮไลท์ทีเด็ดในรุ่น MINI john cooper works gp inspired edition ใช้ตัวถังรุ่นแรงของมินิแฮตช์ นำมาตกแต่งด้วยแอโรพาร์ตดุดันรอบคัน พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส B48A20 พละกำลัง 231 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.1 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุด 246 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มินิ เจซีดับเบิลยู จีพี อินสไพร์ อิดิชัน เป็นรุ่นลิมิเต็ดผลิตแบบจำกัดจำนวน ในไทยขายเพียง 19 คันเท่านั้น ราคา 3,448,000 บาท
รวมรถไฮไลท์จากแต่ละบริษัท
นอกจากรถเด่นภายในงานแล้ว Kaidee Auto ได้รวมรถไฮไลท์จากแต่ละบริษัทรถยนต์มาให้อีกเพียบ มีน่าสนใจหลายคัน พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เราคัดเน้น ๆ มาให้แล้ว ถ้ามางานมอเตอร์โชว์ห้ามพลาด ต้องไปเยี่ยมชมบูทเหล่านี้ ! ส่วนรถไฮไลท์ที่น่าสนใจจะมีอะไรบ้างนั้นเราไปชมกันเลย
Aston Martin Vantage Roadster สปอร์ตเปิดประทุนสุดโฉบเฉี่ยว เครื่องวี8 วางหน้า
ASTON MARTIN
Vantage Roadste r รถสปอร์ตที่มาในคอนเซ็ปต์นักล่า หลังคาเปิดประทุน รูปลักษณ์ภายนอกบึกบึน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 ความจุ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า นอกจากนี้ Aston Martin ยังพาเหรดรุ่นเด็ดมาในบูทอีกเพียบ เช่น DBX, DB11 และ Rapide S
Audi e-tron GT ลงตัวในทุกการออกแบบในราคาที่จับต้องได้
AUDI
New Audi e-tron GT รถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นล่าสุด เปิดตัวอย่างเร้าใจจนสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างกึกก้อง นอกจากนี้ทาง AUDI ยังจัดทัพด้วยรถสมรรถนะสูง RS 5 Coupé quattro, RS Q3 Sportback quattro, TT RS Coupe quattro, RS Q8 quattro และ RS 4 Avant quattro จัดเต็มครบทุกรุ่น
Continental GT V8 รถ SUV ทั้งแรงและหรู
BENTLEY
นอกจากจะมี Continental GT V8 เป็นรถเด่นตามที่เราเกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว ภายในบูทคุณจะได้พบกับ Bentayga เอสยูวีตัวแพงที่มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ในรุ่นย่อย Speed, V8 และ Hybrid พร้อมกับรุ่นเด็ดอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Continental, New Flying Spur และ Mulliner
BMW SERIES 5 เปิดตัวอย่างสมบูรณ์แบบ สะกดสายตาทุกมุมมอง
BMW
นำทัพด้วย 5 Series ซีดานหรูของ BMW ที่เป็นตัวปรับโฉม มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย และรถสมรรถนะสูง M340i xDrive ขุมกำลังเบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo พลัง 387 แรงม้า และรถรุ่นเด็ดที่น่าจับตามองอย่างเอสยูวีตระกูลเอ็กซ์ ไม่ว่าจะเป็น x3 และ x4 ตัวถังคูเป้
Ranger FX4 Max เรือธงจากค่าย Ford
FORD
บูท Ford ไฮไลท์อยู่ที่ Ranger FX4 Max อัดแน่นด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ระบบกันสะเทือน FOX ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ความสามารถในการบรรทุกหนักสูงสุดถึง 981 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม พร้อมเทคโนโลยีมาตรฐานอย่างระบบ Keyless Entry/ Push Start และ SYNC 3 สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยในราคาสุดเร้าใจเพียง 1,189,000 บาท
Haval รุ่น H6 รถในกลุ่ม SUV จาก Great Wall Motors เปิดตัวในมอเตอร์โชว์อย่างเป็นทางการ
GREAT WALL MOTORS
ร่วมงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรกสำหรับกลุ่ม Great Wall Motors (GWM ) โดยค่ายรถยนต์น้องใหม่จากจีนทำตลาดภายใต้ 2 แบรนด์หลัก โดยแบรนด์แรกเป็น Haval เปิดตัว All New H6 ครอสส์โอเวอร์เอสยูวี และแบรนด์รถพลังงานไฟฟ้า ORA เปิดตัวรถซับคอมแพ็กต์ Good Cat รูปโฉมกระทัดรัดเน้นความคล่องตัว แต่ตามรายงานจะเป็นแค่การเปิดตัวเพียงอนย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่เปิดราคาขายอย่างเป็นทางการ คงต้องติดตามเรื่องนี้กันต่อไป
HONDA CITY ในตระกูลเจเนอร์เรชันที่ 5 ยังคงเป็นดาวเด่นในมอเตอร์โชว์ ทำตลาดหลายรุ่นย่อย
HONDA
หลายคนลุ้นว่าซีวิคเจเนอเรชันใหม่จะเปิดตัวในงาน แต่ยังก่อน ! เพราะตอนนี้เป็นเวลาของ Honda ในตระกูล City ซิตี้คาร์ที่ตอบทุกโจทย์ของการใช้งาน ด้วยหลายรุ่นย่อย City 1.0 Turbo, รุ่น 5 ประตู All New City Hatchback และรุ่นไฮบริด All New City e:HEV ขับสนุกได้ทุกวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
Hyundai H1 รถอเนกประสงค์เพื่อครอบครัว รูปลักษณ์ด้านหน้าใหม่สวยคมไปอีกแบบ
HYUNDAI
มาพร้อม 2 โมเดลรถอเนกประสงค์ยอดนิยม Hyundai H1 และ Grand Starex นับเป็นดาวเด่นของบูทในปีนี้ นอกจากนี้จัดแสดงคอนเซ็ปต์คาร์พลังงานไฟฟ้าล้ำสมัย IONIQ และ Kona พร้อมทีมงานพริตตี้ที่การันตีได้ถึงความน่ารักทุกคน
Isuzu MU-X รถยนต์ PPV อเนกประสงค์รุ่นฮิตของเมืองไทย
ISUZU
All New Isuzu MU-X รถอเนกประสงค์ยอดนิยม พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายในจากอัตลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ Isuzu Matrix Safety Intelligence และเหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS รวมทั้งพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น
Kia All New Carnival ชิมลางในมอเตอร์โชว์อีกครั้ง ขุมพลังดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร
KIA
ค่าย KIA นำเสนอรถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียม All New Carnival พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ขุมกำลังสมาร์ทสตรีม ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า พร้อมกับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
Maserati รุ่น MC20 ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของค่าย ถ่ายทอดความสปอร์ตในร่างตรีศูล
MASERATI
MASERATI เปิดตัว MC20 ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล ผสานจิตวิญญาณสปอร์ตของเครื่องยนต์ Nettuno V6 630 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 325 กม./ชม. โดยเป็นขุมกำลังที่ Maserati ผลิตขึ้นที่โรงงานของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี
Mazda All-New BT-50 ไมเนอร์เชน์ปรับโฉมแต่งหน้าใหม่ ดูดีไปอีกแบบ
MAZDA
ไฮไลท์อยู่ที่รถกระบะ All-New BT-50 เปิดตัวไปเมื่อมกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Mazda2, Mazda3, CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 มาสด้าประสบความสำเร็จเรื่องยอดขายอย่างมากในอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับงานมหกรรมยานยนต์ในช่วง 5 ปีหลัง ด้วยดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดความสปอร์ตอย่างลงตัวสู่รถทุกรุ่น
Mercedes-Benz E-Class หรูหรามีระดับ เพื่อผู้บริหารคนสำคัญ
MERCEDES-BENZ
ไฮไลท์อยู่ที่ New E-Class มีขุมพลังทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล และปลั๊ก-อิน ไฮบริด ในส่วนรุ่นอื่น ๆ ก็มีให้ดูหลายคัน แต่ที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็น CLS 220d AMG Premium, GLS 350d AMG Premium เอสยูวีหรู และ GLA 35 4MATIC คอมแพ็กต์เอสยูวีสมรรถนะสูง
MG Extender ปรับโฉมใหม่ มุ่งกระตุ้นยอดขายในประเทศให้ปังขึ้น
MG
ไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮามากที่สุด อยู่ที่รถกระบะ New Extender ปรับโฉมใหม่รอบคัน สวยและหน้าตาดีขึ้นเยอะ MG พยายามปลุกปั้นเจ้า Extender ขึ้นมาให้เป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยม เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอีก 1 รุ่น นอกจากนี้ยังมีเอสยูวีพลังงานทางเลือก MG HS PHEV รวมทั้งบรรดาโมเดลยอดนิยมอย่าง MG3 และ ZS ถูกจับตามองเป็นพิเศษเช่นกัน
Mini Countryman เล็กพริกขี้หนู รถยอดนิยมคันเล็กแต่อัดแน่นด้วยความแรง
MINI
แบรนด์รถอังกฤษที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหล จัดแสดง New Countryman รุ่นปรับโฉม 2 รุ่นย่อย กับดีไซน์ที่เน้นย้ำเสน่ห์อันแข็งแกร่งของโมเดลที่ใหญ่ที่สุดของ MINI และรุ่นลิมิเต็ด MINI John Cooper Work GP Inspired Edition ที่มาในจำนวนจำกัดเพียง 19 คัน ในราคา 3,448,000 บาท
All-New Outlander PHEV ตัวความหวังขจอง Mitsubishi ในมอเตอร์โชว์
MITSUBISHI MOTORS
All-New Outlander PHEV คอมแพ็กต์เอสยูวีระบบขับเคลื่อนปลั๊ก-อิน ไฮบริด เป็นการผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ Mitsubishi Motors และติดตั้งเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ S-AWC ที่พร้อมจะลุยบนทุกเส้นทาง ถ้ามาบูท Mitsubishi บอกเลยต้องมาดูให้ได้
Nissan Navara Pro 4X ดุดันและบึกบึนพร้อมลุยทุกเส้นทาง
NISSAN
Nissan มีไฮไล์อยู่ที่รถกระบะ Navara ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความดุดันเร้าใจมากขึ้น พร้อมรุ่นพิเศษ Pro 4X และครอสส์โอเวอร์เอสยูวีแห่งอนาคต Kicks มาพร้อมระบบขับเคลื่อน e-Power พร้อมทั้งอีโคคาร์ Almera กับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร น่าสนใจมากสำหรับบูทนิสสัน
Peugeot All-New 2008 SUV เร้าใจด้วยรูปโฉมทันสมัย
PEUGEOT
สปอร์ตไลท์ที่บูทนี้ยังจับไปที่ ‘All-New 2008 SUV’ คอมแพ็กต์เอสยูวีสุดเท่ของคนเจนใหม่ ในราคาล้านต้น ๆ พร้อม 2 โมเดลยอดนิยม Peugeot 3008 และ 5008
Porsche ในตระกูล Taycan ความแรงในร่างเจ้าชายกบ
PORSCHE
นอกจากจะมี Panamera เป็นรถรุ่นเด่นในงานมอเตอร์โชว์แล้ว บนเวทียังมีเจ้า Taycan รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Porsche ซึ่งมีไลน์การผลิตถึง 7 รุ่นย่อย นับเป็นลักชัวรีคาร์ที่น่าสนใจ เพราะให้ออฟชันเยอะมากในราคาที่เอื้อมถึง สนนราคาในรุ่นเริ่มต้น 6,190,000 บาท พร้อมรถสปอร์ตตัวแรงของแบรนด์เจ้าชายกบอีกเพียบ แนะนำเลยถ้าคุณมามอเตอร์โชว์ต้องมาแวะที่บูท Porsche
ขีดสุดแห่งความหรูหราต้องยกให้ Rolls-Royce กับ The New Ghost
ROLLS-ROYCE
The New Ghost ยนตรกรรมเจเนอเรชันที่ 2 สานต่อตำนานของ Rolls-Royce ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ วี12 ความจุ 6.75 ลิตร ผสานความนุ่มนวลดุจพรมวิเศษ Magic Carpet Ride จากระบบช่วงล่าง Planar ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ในราคาเริ่มต้น 32.7 ล้านบาท พร้อมตัวเลือกรุ่นฐานล้อยาว Ghost Extended ในราคาเริ่มต้น 36.8 ล้านบาท
Subaru Forester เรือธงลำใหม่แห่งค่ายดาวลูกไก่
SUBARU
โดดเด่นอย่างท้าทายด้วยรถยนต์เอสยูวี 2 รุ่น คือ XV และ Forester ที่ถูกยกให้เป็นไฮไลท์ของ Subaru ด้วยการเสริมชุดแต่ง GT Edition และ GT Lite ให้กับ 2 โมเดล เพิ่มความดุดัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ในราคาล้านต้น ๆ กับข้อเสนอมอเตอร์โชว์อีกเพียบ
Suzuki Swift รถยอดนิยมขวัญใจวัยรุ่นมาพร้อมออฟชั่นที่มากขึ้น
SUZUKI
รถดีราคาไม่แพงต้องบูท Suzuki สำหรับในปีนี้พาเจ้า Suzuki Swift อีโคคาร์รุ่นเรือธงมามาปรับโฉมอีกรอบ มีให้เลือกทั้งหมด 6 โทนสี ในราคาเร้าใจ พร้อมรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้ง Ciaz, Ertiga, XL7 และ Celerio
Toyota Yaris และ Ativ รุ่นพิเศษ PLAY Limited Edition ผลิตแบบจำกัดจำนวนแค่ 1,500 คันเท่านั้น
TOYOTA
ห้ามพลาดกับ Yaris และ ATIV รุ่นพิเศษ PLAY Limited Edition ภายนอกดีไซน์ใหม่รอบคัน ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนลายใหม่ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีน่ารัก ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกจัดให้ครบ จำกัดจำนวยผลิตเพียง 1,500 คันเท่านั้น สายรถลิมิเต็ดแนะนำมาดูที่บูทโตโยต้า นอกจากนี้ยังมี New Corolla Altis 1.8 Sport และรถอเนกประสงค์ยอดนิยม Fortuner พร้อมชุดแต่ง Pride Package II
Lexus UX300e เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้า ความหรูหราที่มาพร้อมความประหยัด
LEXUS
Lexus แนะนำเจ้าเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า UX 300e พร้อมรถเฟิร์สคลาสอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น New LS และสปอร์ตซีดาน New IS พร้อมพบประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ KINTO One Experience ก้าวแรกสู่ประสบการณ์การครอบครองรถยนต์ Lexus
Volvo New XC40 Recharge อีกหนึ่งรถขุมพลังไฟฟ้าที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น
VOLVO
ค่ายรถดังจากสวีเดน เปิดตัวเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ New XC40 Recharge ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 78 กิโลวัตต์ชั่วโมงทำให้มีระยะทางการขับมากกว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้า All-Wheel Drive ให้กำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที นับเป็นสุดยอดเอสยูวีพลังงานสะอาดที่ใส่ใจต่อโลกต่อผู้คน และตอบโจทย์การขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่การพรีวิวเรียกน้ำย่อยในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42 เท่านั้น เราแนะนำให้มาชมงานที่เมืองทองธานี ที่นี่มีมาตรการคัดกรองโควิด-19 เข้มข้นมาก ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงพร้อมจำหน่ายรถยนต์แล้ว ยังมีกิจกรรมและการจัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัย ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้รุดหน้า ก้าวไปด้วยกัน !
และถ้าคุณสนใจออกรถคันใหม่ที่งานมอเตอร์โชว์ ก็อย่าลืมแวะเข้าเว็บ Kaidee เพื่อขายรถคันเดิมของคุณ เราเป็นเวทีให้คุณได้เจอกับผู้ซื้อเป็นจำนวนมาก อยากขายรถเลือกขายดีเท่านั้นครับ