ทำไม พร้อมพงษ์ จึงเป็นย่านที่ใครๆก็อยากอยู่

ทำไม พร้อมพงษ์ จึงเป็นย่านที่ใครๆก็อยากอยู่

กรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทย จุดหมายปลายทางที่ชาวไทยและชาวต่างชาติต้องมาเยือน ด้วยความความศิวิไลซ์ของเมือง และสเน่ห์ที่น่าค้นหาของเมืองไทยรวมไว้ที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึง ทำให้หลายย่านในกรุงเทพ ถูกจัดเป็นย่านเด่น ย่านทำเลทองที่ใครๆก็อยากมาสัมผัส อยากมาอยู่อาศัย รวมถึง ย่านพร้อมพงษ์ ที่ไม่ได้เป็นย่านจุดหมายของชาวต่างชาติเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นย่านที่คนไทยเอง อยากมาอยู่ในพร้อมพงษ์

รู้จักย่านพร้อมพงษ์แบบคร่าวๆ

เดิมเป็นทุ่งนา มีอาณาเขตที่ใหญ่มาก คนที่มาจับจองพื้นที่ส่วนใหญ่ในย่านพร้อมพงษ์เป็นกลุ่มตระกูลเก่าแก่ เก็บสะสมไว้ไม่ได้พัฒนา จนมีการพัฒนาพื้นที่ในกรุงเทพ พร้อมพงษ์จึงมีการเริ่มพัฒนาขึ้น การพัฒนาในยุคแรก เป็นการพัฒนาอาคารพาณิชย์ และบ้านขนาดใหญ่ของเจ้าของที่ดินสืบทอดมรดกกันมา และเริ่มมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยในพื้นที่นี้ แต่ยังไม่มีมากเท่าในปัจจุบัน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 มีการเกิดขึ้นของห้างเอมโพเรียม ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ในยุคนั้น ได้รับความนิยมจากคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ทำให้พร้อมพงษ์เป็นย่านที่คนเริ่มรู้จัก และตามมาด้วยการเปิดตัวของรถไฟฟ้า BTS, โครงการ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ที่มีห้าง ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มสเฟียร์ พื้นที่ 650,000 ตารางเมตร และโครงการคอนโดมิเนียม ที่ถูกยกระดับพื้นที่ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก 

ในอนาคตอันใกล้ ย่านพร้อมพงษ์มีการวางแผนเกี่ยวกับ การสร้างสถานที่จัดคอนเสิร์ตระดับโลก ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ ดิ เอ็ม ดิสทริค ร่วมกับ AEG บริษัทธุรกิจบันเทิงและกีฬาระดับโลก ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ในรูปแบบของ world class arena สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่จะดึงโชว์ระดับโลกเข้ามาแสดงที่ไทย โดยมีแนวโน้มว่าหลังจากที่ทุกอย่างเปิดพร้อมให้บริการแล้ว จะมีชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่นี้มากขึ้น ซึ่งการพัฒนาจะแปรผันตรงกับความต้องการ ดังนั้น ย่านนี้จะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนอกจากความสะดวกสบาย การพัฒนาศักยภาพของพื้นที่แล้ว ในพร้อมพงษ์ยีงมีชาวพร้อมพงษ์เก่าแก่ดั้งเดิมที่มีฐานะ ทำให้ย่านพร้อมพงษ์กลายเป็นย่านทำเลทอง เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรูหรา พื้นที่แห่งความลักซัวรี่

ทำไมต้องเป็นพร้อมพงษ์ แล้วพร้อมพงษ์มีดีอะไร

คงเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัยว่าทำไมหลายๆคนถึงอยากมาอยู่ที่พร้อมพงษ์ และพร้อมพงษ์มีอะไรที่นอกจาก ที่ดินราคาแพงบ้าง ลองมาทำความเข้าใจไปด้วยกัน

ซอยหมื่นล้าน

ด้วยความที่ย่านนี้เป็น Land of demand ของประเทศไทย ทำให้ถูกได้รับการขนามนามว่าเป็นย่านทำเลทองที่ได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อผลกำไร หรือการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเอง เนื่องจาก บริเวณย่านพร้อมพงษ์ อุดมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อย่าง รถไฟฟ้า BTS, MRT ร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังระดับไฮเอนด์มากมาย ใครที่เป็นสายปาร์ตี้ พร้อมพงษ์ยังเป็นแหล่งรวมสถานที่เอนเตอร์เทนเม้นท์ ไนท์คลับยามค่ำคืน 

  และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้พร้อมพงษ์ ถูกขนามนามว่าเป็น “ซอยหมื่นล้าน” (สุขุมวิท39 หรือซอยพร้อมพงษ์) ด้วยทำเลพร้อมพงษ์เป็นทำเลที่โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ย่านนี้มักเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ค่อนข้างมีกำลังจับจ่ายใช้สอย ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวก การเดินทาง และปัจจัยอื่นๆจึงทำมาเพื่อตอบรับคนกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ และด้วยศักยภาพของพื้นที่ ทำให้ราคาที่ดินในบริเวณนี้มีราคาค่อนข้างสูง ใครที่มาอยู่ในย่านนี้ จึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้สุดคูลไปโดยปริยาย

รวมคอนโดหรู

ความพร้อมของพร้อมพงษ์ ที่กลางวันก็มีชีวิตชีวา พร้อมให้หนุ่มสาวชาวกลางวันได้ใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ ส่วนกลางคืนก็เอาใจสาวสวยหนุ่มหล่อที่รักการ์ปาร์ตี้ด้วยความเป็นย่านไนท์ไลฟ์ที่โดดเด่น ทำให้เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหลาย พร้อมใจกันเปิดคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้จะเป็นคอนโดมิเนียมแบบลักซัวรี่ ที่พร้อมเซอร์วิสลูกบ้านให้เสมือนคุณเป็นคนพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยดีไซน์ที่หรูหรา การบริการที่ดีเยี่ยม ชื่อเสียงของแต่ละคอนโดมิเนียมที่จะการันตีความเป็นคนมีระดับของคุณ

เหมาะกับการลงทุน

หลังจากที่ได้กล่าวไปแล้ว เกี่ยวกับราคาที่ดินที่ราคาค่อนข้างสูง พร้อมพงษ์จึงเป็นย่านที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก จากสถิติราคาที่ดินย่านนี้สูงขึ้น 5-10% ต่อปี ทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านนี้ จึงมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ที่ 2.5-3 แสนบาท/ตารางเมตร และราคาชายต่อยูนิตอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท และสำหรับนักลงทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากราคาที่ดินและคอนโดจะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว หากใครสนใจที่จะลงทุนในรูปแบบการปล่อยเช่า Rental yield มีอัตราสูงเฉลี่ย 5% ต่อปี ตกอยู่ที่มูลค่า 1,000 บาท/ตร.ม./เดือน จึงเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก

International hub ของกรุงเทพ

หากใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวโซนนี้บ่อยๆ คงจะเห็นแล้วว่า พร้อมพงษ์เป็นย่านที่คึกคักมากอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ที่นอกจากจะมีชาวต่างชาติอย่างชาวญี่ปุ่นมาพักอาศัยที่นี่เยอะมาก จนกลายเป็นชุมชนคนญี่ปุ่นแล้ว พร้อมพงษ์ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวต่างชาติ เพราะคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า พร้อมพงษ์มีทุกอย่างไว้คอยตอบรับทุกการใช้ชีวิตของคุณ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นปลายทางหลักที่ชาวต่างชาติเลือกมา เราลองไปดูพร้อมกันดีกว่าว่า International Hub ของกรุงเทพฯ มีอะไรอยู่ในนี้บ้าง

-ออฟฟิศเกรดเอ สำหรับนักธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการมาทำงานหรือทำธุรกิจในประเทศไทย โดยมีอาคารสำนักงานที่โดดเด่น ดังนี้้ Bhiraj Tower @Emquartier, Exchange Tower, The Beverage และ Minor International

-เดินทางง่ายๆด้วยรถไฟฟ้าสายหลัก BTS พร้อมพงษ์, ทางด่วนคลองเตย และ MRT ใกล้ๆอย่างสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

-ไม่สบาย ไม่ต้องไปไกล เพราะมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง สมิติเวช ไว้คอยบริการคุณ

-วันหยุดเบื่อมาก ชอปปิ้งง่ายมากที่ชอปปิ้งมอลล์ชั้นนำอย่าง The Emporium และ The Emquartier ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Gucci, Lius vuitton, Dior ไว้ในที่เดียว

ที่พักของนักเที่ยวจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก พร้อมพงษ์

หลายคนก็คงตั้งคำถามในใจว่า นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมากมาย ครบครันแบบนี้ ยังมีอะไรอีกบ้างที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจที่มาแวะเวียนให้เลือกจุดหมายปลายทางเป็นย่านพร้อมพงษ์ ก็คงจะไม่พ้นที่พักคุณภาพดี บริการเยี่ยม แถมยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

พร้อมพงษ์มีโรงแรม ที่พักหลากหลายราคา ที่คอยตอบโจทย์ความต้องการและกำลังทางการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ อย่างเช่น Hilton Sukhumvit, Bangkok Marriott Marquis Bangkok, Mercure Bangkok, Ibis Bangkok, Hyatt Place, หรือ Holiday Inn Bangkok Sukhumvit  จะเห็นจากรายชื่อโรงแรมที่มีราคาถูกจับต้องได้ จนไปถึงราคาแพงแต่การบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 

ยกระดับชีวิตติดดาวที่พร้อมพงษ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมพงษ์เป็นอีกหนึ่งย่านที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ด้วยความสะดวกสบายและความพร้อมของสถานที่ รวมถึงศักยภาพของทำเลพร้อมพงษ์ การพัฒนาความเจริญในพื้นที่ และอีกหลายเหตุผล ที่จะทำให้คุณตัดสินใจรักย่านพร้อมพงษ์ได้อย่างไม่ยากเย็นเลยใช่ไหม

5 ไอเดียสุดปัง เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน

5 ไอเดียสุดปัง เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากบ้านสวย อบอุ่น ปลอดภัย และมีมุมที่เราชอบมากๆ เราคงไม่อยากเสียพลังงานออกจากบ้านไปไหน และจะดีมากๆ หากภายในบ้านของเราเป็นแหล่งชาร์จพลังงานที่ดีให้กับเราได้ ต้นไม้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเติมพลังงานและการพักผ่อนยามวันหยุดให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านอย่างไร ใช้อะไรได้บ้างนะ

อย่างที่บอกไปว่า ต้นไม้จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น จะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าจะเอาไปวางตั้งไว้เฉยๆ เห็นทีก็คงจะน่าเบื่อ และบรรยากาศคงไม่ต่างจากเดิมมาก งั้นเราลองมาเปลี่ยนมุมภายในบ้านของเราด้วย ไอเดียวสวยๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน ให้ดูสวยเด่น สะดุดตา จนไม่อยากออกไปไหนกันดีกว่า 

เปลี่ยนสวนนอกบ้าน มาเป็นสวนในบ้านได้ด้วย

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคนี้ มักจะอยู่บนคอนโด หรือบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้้กว้างขวางโอ่โถงมาก เพื่อประหยัดเวลาในการดูแลบ้าน จะได้ลดเวลาที่ต้องลงลึกใส่ใจรายละเอียดในการดูแลพื้นที่รอบบ้าน และในวันหยุดพักผ่อน แม้แต่เวลาหลังจากเลิกงานไป หลายๆคนเลือกที่จะใช้เวลาอยู่บ้าน ทำกิจกรรมกับครอบครัว แทบจะตลอดวันที่เราใช้เวลาอยู่น้าน หากบ้านของเราเป็นที่พักผ่อนสุดสบาย เราคงไม่อยากจะออกจากบ้านไปไหนให้เสียพลังงาน

วิธีการง่าย ๆ คือ การเปลี่ยนบ้านให้เป็นสวนเล็กๆ ใช้พื้นที่สีเขียวสบายตา และความมีชีวิตชีวาให้บ้านของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น หรือเรียกง่ายๆว่า การทำ Indoor Garden เพิ่มมุมสีเขียวสักมุมบ้าน หาทำเลวางต้นไม้ที่ได้รับแสงแดดบ้างประปราย เพื่อช่วยให้ต้นไม้ของเราสังเคราะห์แสงได้ ปรับอากาศในบ้านให้พอดี ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป วางต้นไม้ที่เลือกมาในทำเลที่เหมาะสม เช่น ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น หรือโซนกิจกรรมของบ้าน จัดให้เข้าที่และสวยงาม จะเป็นฟัลป่า หรือสวนสวยๆแบบ English Garden ก็ทำได้ 

ข้อแนะนำสำหรับการปลูกต้นไม้ในบ้าน ให้เลือกต้นไม้ที่ปรับตัวได้ในแสงจำกัด รดน้ำปกติเช้าเย็น หรือถ้าเราไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้เพราะงานเยอะ ก็เปิดกระจก หรือตั้งต้นไม้ในมุมใกล้กระจกแบบโปร่งใสเพื่อดึงบรรยากาศภายนอก ต้นไม้จะได้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ในบ้าน การดูแลจึงไม่ต้องมากเท่ากับเลี้ยงแบบระบบปิด

ตกแต่งระเบียงบ้านด้วยต้นไม้ที่ชอบ

บ้านไหน หรือคอนโดไหนมีพื้นที่ระเบียงกว้างๆ ขอบอกว่าเป็นความโชคดีมาก เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระเบียงในการซักผ้า ตากผ้าแล้ว ระเบียงยังสามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนที่แสนอบอุ่นได้ด้วยการตกแต่งพื้นที่ระเบียงของคุณด้วยโต๊ะสวยและต้นไม้สีเขียว

ระเบียงกลายเป็นพื้นที่ยอดฮิตสำหรับคนเมืองที่อยู่บนคอนโด หรือบ้านที่ไม่ได้มีพื้นที่ข้างๆบ้านให้ใช้สอย ใครที่อยากจะปลูกต้นไม้มักจะคิดถึงระเบียงเป็นอันดับแรก พื้นที่โล่งๆของระเบียงที่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากการตากผ้าในวันหยุด ถือเป็นโอกาสดีๆที่เราจะลองเปลี่ยนบรรยากาศเฉาๆ เหงาๆของบ้าน ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว หาต้นไม้สวยๆ ขนาดกลาง เช่น ยางอินเดีย มอนสเตอรา จั๋ง ฯลฯ มาวางตั้งมุมระเบียง บ้านไหนที่ระเบียงขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถตกแต่งได้โดยนำต้นไม้มาแขวน จัดเป็นสวนแนวดิ่ง หรือวางไว้มุมระเบียงเล็กๆได้ 

หากบ้านไหนที่มีพื้นที่ระเบียงกว้าง ยินดีด้วยค่ะ คุณโชคดีมาก เพราะเราสามารถตกแต่งให้ระเบียงของเราให้เป็นมุมอบอุ่นเล็กๆ ด้วยการวางโซฟา หรือโต๊ะเล็กๆได้ เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยไฟสวยๆ ต้นไม้สักจำนวนหนึ่งที่คุณชอบ จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายในวันที่ต้องการการพักผ่อน นั่งอ่านหนังสทอสักเล่ม จิบกาแฟสักแก้ว มองไปที่พื้นที่สวยๆที่เราจัด ต้นไม้และบรรยากาศดีๆจะทำให้คุณ อุ่นใจ สบายตามากๆเลย  

เปลี่ยนเพื่อนเราอย่าง ห้องน้ำ ให้ไฉไลเกินต้าน 

อีกห้องนึงที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาแวะเวียนบ้านของเรา จะต้องมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยือน คือ ห้องน้ำ พื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย หลังจากที่เหนียวตัวมาทั้งวัน หรือต้องทนปวดท้องเพราะไม่ได้ระบายออก เมื่อเราเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา

หลังจากที่เรายกห้องน้ำให้เป็นเพื่อนใหม่ของเราแล้ว เราก็คงอยากให้เพื่อนของเราได้รับสิ่งดีๆด้วยเช่นกัน เราลองมาเปลี่ยนลุคเพื่อนเราจากเรียบๆ ไม่มีชีวิตชีวาด้วยการเติมสีสันลงไปบนห้องน้ำของเราดีไหม เลือกอุปกรณ์สวยๆมาตกแต่งห้องน้ำ อาจจะเป็นที่แขวนผ้าสไตล์อังกฤษ ฝักบัว rain shower และที่ขาดไม่ได้คือ การยกต้นไม้สวยๆมาไว้ในห้องน้ำ แต่ไม่ต้องใหญ่และเยอะมากนะคะ เดี๋ยวจะเหมือนป่าอเมซอนมากเกินไป

ยกต้นไม้เล็กๆ เช่น พลูด่าง เดหลี มาวางบอ่างล้างหน้า ชั้นเก็บของในห้องน้ำ บนชักโครก บนผนังอาจจะแขวนต้นไม้เล็กๆอย่าง เฟิร์นบอสตัน เพิ่มมิติของห้องน้ำด้วยการวางต้นไม้สวยๆในมุมห้องน้ำ อย่าลืมนะคะ อย่าวางเยอะเกินไป จากมุมสวยอาจจะกลายเป็นมุมรกก็ได้

เทอร์ราเรียม (Terrarium) หรือสวนขวดน่ารักๆ ช่วยได้

ถ้าห้องหรือบ้านที่เราอยู่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แนะนำอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านดูสดชื่น ช่วยให้การพักผ่อนของคุณ เป็นเวลาพักผ่อนที่น่าประทับใจ โดยให้เทอร์ราเรียม เป็นเครื่องมือช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และพาคุณย้อนไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่อังกฤษมีการเก็บรักษาพรรณไม้ต่างถื่น เพื่อนำมาเพาะพันธุ์ต่อ โดยการจำลองระบบนิเวศในวัสดุปิดโปร่งแสง หรือที่เราเห็นกันทั่วๆไป ในชื่อของ สวนขวด

หากในห้องของคุณไม่กว้างขวางพอจะจัดมุมต้นไม้ได้ ลองหาเทอร์ราเรียม มาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะทานข้าว บนชั้นวางของ หรือจะวางในมุมอื่นที่เด่นชัดพอให้เรามองเห็นได้ เพราะในบางครั้งเราอาจจะมีเวลาน้อยมากที่จะได้ออกไปไหนไกล หรือแม้จะละสายตาจากสิ่งที่ทำไปมองบรรยากาศสวยๆรอบข้าง สำหรับบางคน อาจจะเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ แบบนี้แล้ว การมีมุมสีเขียวๆเล็กๆ มันคงจะช่วยเราได้มากหากในบ้านของเรา มีมุมต้นไม้น่ารัก เล็กๆ วางตั้งอยู่คอยเป็นกำลังใจให้เรา แถมยังช่วยเราให้รู้สึกผ่อนคลายจากสีสันของต้นไม้ได้อีกด้วย

พื้นที่ไม่มี แปะรูปสีเขียวๆลงไปแทนแล้วกัน

พยายามหาพื้นที่ในห้องเพื่อวางต้นไม้ หรือสวนขวดแล้ว แต่มันก็ยังไม่ได้ ไม่มี ไม่ถูกใจสักที ลองวิธีนี้ ง่ายแสนง่าย ประหยัดเงิน ประหยัดพื้นที่ ประหยัดเวลาด้วย

หลายคนคงเคยผ่านตามาบ้างแล้ว ว่าหลายๆคาเฟ่มักจะใช้รูปภาพต้นไม้ หรือของตกแต่งเป็นต้นไม้ ใบไม้จำลองมาเป็นอุปกรณ์แต่งร้านให้ดูดี ดูสดใส มีชีวิตชีวา ด้วยเหตุผลของการดูแลและการจัดวาง การเลือกรูปภาพสวยๆ อย่างเช่น รูปวาดธรรมชาต รูปภาพต้นไม้ ใบไม้ หรือแม้กระทั่งการนำใบไม้ปลอมมาวางไว้บนชั้นวางของ หรือนำมาเป็นแผ่นรองจานข้าว บนโต๊ะทานข้าว ก็เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแบบประหยัดงบ และไม่ต้องใช้เวลาในการดูมากกว่าปกติ ให้เราได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นอีกมากมาย

พื้นที่สีเขียวในบ้าน ตัวช่วยเรื่องสุขภาพที่ดี

ตัวช่วยเรื่องสุขภาพที่ว่านี้ อาจไม่ใช่การทำให้เราหายจากโรคร้ายต่างๆได้ แต่คือการทำให้สุขภาพโดยรวมของเราดีขึ้น ช่วยกรองอากาศจากสารเคมีจากเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างให้บ้านของเรามีอากาศสะอาดขึ้น เยียวยาสุขภาพจิตของเราด้วยสีสันของต้นไม้  และยังช่วยให้บ้านของเรามีชีวิตชีวามากขึ้น รู้แบบนี้ รอช้าไม่ได้แล้ว เอาไอเดียดีๆที่ได้วันนี้ไปเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านกันดีกว่า จัดไป!

การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

ในยุคที่เทรนด์การแต่งบ้านกำลังมา ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล โมเดิร์น หรือคุมโทนสแกนดิเนเวียนด้วยเฟอร์นิเจอร์จากอิเกีย คุณไม่ใช่คนเดียวที่เลือกไม่ถูกว่าจะแต่งบ้านสไตล์ไหนดี แต่ไม่ว่าจะรักพี่เสียดายน้อง หรือลังเลเลือกไม่ถูก Kaidee Property ก็มีกฎการจัดบ้านง่ายๆ 10 ข้อมาฝากคุณ รับรองว่าแค่ทำตามนี้ บ้านก็ดูดีไปกว่าครึ่ง

10 ข้อควรระวังสำหรับบ้านทุกสไตล์

อยากจัดบ้านทั้งทีแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป วันนี้ Kaidee Property สรุปการจัดบ้านแบบ101 มาให้คุณแล้ว จะต้องโฟกัสอะไรกันบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1.ของสะสมฝุ่น

เคยไหมคะที่เดินผ่านชั้นวางของแล้วเห็นอะไรเยอะแยะยุบยับไปหมด ถ้าเคย นั่นอาจเป็นเพราะคุณวางของตกแต่งกระจุกกระจิกต่างๆ เช่น ตุ๊กตา กรอบรูป หรือโมเดลตัวเล็กๆ มากเกินไป ซึ่งของพวกนี้เมื่ออยู่รวมกันเยอะๆ แล้วไม่ก่อให้เกิดพลังบวกเท่าไร เพราะนอกจากจะสะสมฝุ่นแล้ว ยังทำให้มุมนั้นของคุณดูรกไปหมด

ทางแก้ก็คือลองเลือกวางของที่ทำให้คุณนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูเมื่อไหร่ก็ทำให้คุณมีกำลังใจและได้พลังบวกได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ “น้อยแต่มาก”

การเลือกเพียงแค่ของบางอย่างมาตั้งโชว์นี้จะทำให้คุณรักมุมๆ นี้ของคุณมากขึ้น เพราะมองไปเมื่อไรก็สบายใจและได้พลังบวก

2.จัดระเบียบการเก็บของซะใหม่

คุณควรทำตู้สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ แล้วเอาของที่ไม่ค่อยได้ใช้ ไปเก็บไว้ในที่เดียวกัน เพราะการเก็บของเป็นที่เป็นทางจะทำให้คุณหาของง่ายขึ้นเมื่อต้องการใช้ และยังทำให้บ้านของคุณดูสะอาดสบายตาขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตู้เก็บของนี้ควรเป็นตู้ที่มีฝาปิดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นมุมรกสายตาเหมือนอย่างในข้อแรกที่กล่าวไว้ อีกทั้งเรายังสามารถติดพวก Post-it หรือลิสต์ของที่เก็บไว้ในตู้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า ติดฝาทีเดียว ได้ประโยชน์สองต่อ

3.หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงเยอะเกินไป
หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงอาจดูเหมือนปัจจัยเล็กที่ไม่ค่อยสำคัญ แต่ลองนึกถึงภาพโซฟาที่มีแต่หมอนอิงเต็มไปหมด แถมยังสีไม่คุมโทนอีก แบบนั้นห้องนั่งเล่นของเราอาจดูไม่ค่อยน่ามองเท่าไร

คำแนะนำจาก Kaidee คือให้ลองใช้หมอนอิงแบบที่ปลอกสามารถถอดเปลี่ยนได้ เพราะจะทำให้เราสามารถเปลี่ยนสไตล์ไปมาได้ตามใจชอบโดยที่ไม่ต้องซื้อหมอนอิงมาเพิ่ม เพียงแค่ซื้อปลอกมาเปลี่ยนตามอารมณ์แทนเท่านั้น แถมปลอกหมอนยังหาที่จัดเก็บง่ายกว่าหมอนอิงทั้งใบและไม่เปลืองเนื้อที่มากอีกด้วย

4.กรอบรูปกระจัดกระจาย

สำหรับคนที่ชอบดูรูปแล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆ การติดรูปไว้บนผนังอาจจะดูเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดในการย้อนรำลึกวันวาน แต่เมื่อรูปมันเริ่มเยอะมากเกิน เราก็ต้องจัดหมวดหมู่กันเสียหน่อย

การติดรูปบนผนังนั้นต้องต้องการความใส่ใจเล็กน้อย โดยลองจัดกลุ่มให้กรอบรูปอยู่ใกล้ๆ กันดู เช่น กลุ่มนี้สำหรับรูปภาพวัยเด็ก ส่วนอีกกลุ่มเป็นรูปภาพจากงานสังสรรค์ เป็นต้น

การจัดหมวดหมู่แบบนี้นอกจากจะทำให้ผนังดูโล่งและเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น ยังทำให้เราสามารถเลือกดูภาพได้ตามหมวดหมู่อีกด้วย

5.เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

Inhouse plant
เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

ดูจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในบ้านเราแบบนี้ Kaidee เห็นด้วยว่าเราควรจะมีต้นไม้สักต้นสองต้นในห้อง อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญอยู่ที่เราต้องโฟกัสการเลือกชนิดและไซส์ของต้นไม้

จริงอยู่ที่ต้นไม้บางชนิดช่วยฟอกอากาศและทำให้บ้านดูสดชื่น แต่หากเลือกมาผิดไซส์แล้ว ห้องกว้างๆ จะดูเหมือนป่าเอาได้ หากเพดานห้องคุณสูงเพียง 2 เมตร ต้นไม้ประดับไม่ควรสูงเกิน 1 เมตร และควรเลือกชนิดที่ไม่แผ่กิ่งก้านสาขา หรือพุ่มไม่ใหญ่มากนัก เพียงเท่านี้ห้องของคุณจะดูสดชื่นเหมือนมีสวนเล็กๆ ส่วนตัว

6.ผนังไม่เคยว่าง

สำหรับคนที่รักการแต่งบ้านเป็นชีวิตจิตใจที่เวลาไปไหนก็จะต้องมีของติดไม้ติดมือกลับมาตกแต่งบ้านด้วยเสมอ อาจจะพบปัญหาที่ว่า “ผนังเต็ม” และ “ไม่รู้จะเอาชิ้นนี้ไว้ติดไว้ตรงไหนดี”

ทางแก้ที่ Kaidee แนะนำคือ ลองสับเปลี่ยนของตกแต่งทุกๆ 3 เดือน วิธีนี้เราจะไม่ต้องเพิ่มของบนผนังไปเรื่อยๆ แต่เลือกที่จะเอาอันใดอันหนึ่งลง แล้วเอาอันใหม่ติดขึ้นไปแทน ส่วนเวลาติดก็ให้เว้นช่องไฟด้วยสักหน่อย จะได้รู้สึกว่ามีพื้นที่ว่างบนผนังบ้าง

อีกข้อหนึ่งคือพยายามจัดมุมตกแต่งไว้แค่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ไม่ใช่ติดไปทุกผนัง ลองปล่อยให้ผนังห้องว่างบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกสบายตาขึ้นไม่มากก็น้อย

7.พรมผิดไซส์

Living Room
ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่

พรมดูเหมือนของที่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไร แต่หากขาดไปหลายคนก็คงรู้สึกว่าห้องนั่งเล่นมันโล่งแปลกๆ เพราะเหตุนี้พรมจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องเลือกอย่างใส่ใจ

การจัดโซนของห้องทำได้ง่ายๆ ด้วยการปูพรม สิ่งสำคัญคือต้องเลือกไซส์ให้พอดีกับขนาดพื้นที่ว่างระหว่างโซฟากับโต๊ะรับแขก แต่ถ้าหากพลาดซื้อพรมที่มีขนาดเล็กกว่าพื้นที่มาแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่ตรงส่วนนั้น แถมยังเป็นการซ่อนพื้นที่ว่างไว้อีกด้วย

8.ผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกัน

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยประสบกับเหตุการณ์ “รักพี่เสียดายน้อง” รักมินิมอลแต่ก็แอบขี้เกียจคุมโทนทั้งบ้าน แล้วไปๆ มาๆ การตกแต่งก็ผสมปนเป ไม่ไปทางไหนสักทาง แถมยังผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกันอีกต่างหาก

ทางแก้ที่เราจะเสนอก็คือ “ต่างห้องต่างสไตล์” ให้ลองแบ่งห้องตามสไตล์การตกแต่ง เช่น ห้องนั่งเล่นมินิมอล แต่ห้องนอนโมเดิร์น เป็นต้น วิธีแก้อันนี้นอกจากจะ win-win ให้เราได้ห้องทุกสไตล์ที่เราชอบแล้ว เรายังไม่ต้องมาห่วงว่าของที่ซื้อมาจะหลุด Theme หรือไม่คุมโทนอีกด้วย

9.โซฟารูปตัว L

เชื่อว่าใครๆ ก็ชอบนอนดูหนังบนโซฟาในวันหยุด โซฟา L-shape เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเอนจอยช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทว่าก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนการซื้อโซฟา L-shape เช่นกัน

เนื่องจากเป็นโซฟาไซส์ใหญ่และกินพื้นที่มาก คุณต้องคำนึงถึงเรื่องพื้นที่ของห้องให้มากว่าสามารถจุโซฟาชนิดนี้ไหวหรือไม่ เพราะด้วยความที่เป็นรูปตัว L โซฟาชนิดนี้อาจทำให้ห้องดูทึบและแคบลงได้ ทางที่ดีคุณควรวัดขนาดพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น จะได้จัดโซนพื้นที่ให้พอเหมาะพอดีกับไซส์ของเฟอร์นิเจอร์นั้นๆ

10. ทาสีบนเพดาน

Ceiling Paint

การทาสีเพดานให้เหมือนกับท้องฟ้าจำลองในยามค่ำคืนเป็นไอเดียที่ดีมากสำหรับห้องที่มีเพดานกว้างและสูง 3 เมตรขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากห้องของคุณมีขนาดที่เล็กกว่านั้น การเพนต์ห้องให้เหมือนกับท้องฟ้าตอนกลางคืนอาจจะทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา Kaidee ขอแนะนำว่าให้เลือกเพนต์เป็นสีสว่างหรือสีพาสเทลแทนเพราะสีโทนนี้จะกระจายแสงและยังทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

การจัดบ้านนับเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเพราะบ้านคือสถานที่ที่สะท้อนจิตใจของเรา หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้อยู่อาศัยก็มองแล้วสบายตาส่งผลให้สบายใจตามไปด้วย หากจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยตาม 10 ข้อนี้แล้ว มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไม่ได้ใช้ มาลงขายไว้ได้ที่ Kaidee

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ถ้าพูดถึงย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Central Business District (CBD) โดยมีคำจำกัดความแบบเข้าใจง่าย กระชับ นั่นคือ เขตพื้นที่ศูนย์รวมของแหล่งงานกิจการธุรกิจและกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งถ้าเป็นกรุงเทพมหานครในตอนที่ยังมีความเจริญอยู่ในย่านเดียว

แต่ในปัจจุบันความเจริญได้แผ่ขยายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ รถไฟฟ้าเริ่มครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็กระจายไปผุดขึ้นตามทำเลที่มีแนวโน้มเป็นทำเลทองในอนาคตซึ่งรวมไปถึงที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมือง คือ คอนโด ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งในแบบธรรมดาและระดับ Luxury เพื่อดูดคนให้มาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง 

โดยในปัจจุบัน จะแบ่งย่าน CBD ไว้ประมาณ 6 ย่าน ได้แก่ 

  • Core CBD บางรัก – สาทร ถึง ปทุมวัน – ราชเทวี 
  • Outer CBD พระราม 4 – อโศกมนตรี – สุขุมวิท – ทองหล่อ/เอกมัย 
  • New CBD อโศก – พระราม 9 – รัชดาภิเษก – ห้วยขวาง 
  • North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ 
  • East Center บางนา – สุขุมวิทตอนล่าง 
  • MidTown อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พหลโยธิน – อารีย์ 

โดยวันนี้บทความเราจะมาพูดถึงย่านที่น่าจับตามองและจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคตอย่าง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ นั่นเองครับ

North CBD ย่าน New CBD ตอนเหนือของกรุงเทพฯ

ถ้าให้พูดถึงย่าน New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ย่านศูนย์รวมของแหล่งงาน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ซึ่งย่านห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ เป็นย่านที่รวมเอาศูนย์การค้าต่าง ๆ อาคารทำงานสำนักต่าง ๆ รวมไปถึงคอนโดที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2563 ขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่ทำให้ทำเลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คือ การมีคมนาคมที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ที่มีเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT และมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เหล่าเลยทำให้ทำเลย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครนั่นเอง 

เจาะ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

1. จุดรวมการเชื่อมต่อ การคมนาคมที่ครบครัน 

ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล North CBD ของกรุงเทพแล้ว การคมนาคมก็ต้องครบเครื่อง โดยห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ มีการคมนาคมที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งรถเมล์ที่วิ่งให้บริการถึง 18 สายปลายทางเชื่อมต่อไปทุกเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งในเมืองและชานเมือง อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยจะรวบรวมรถไฟเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเชื่อมกับ

  • แอร์พอตเรลลิงค์วิ่งไป-กลับสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ 
  • รถไฟฟ้าความสูง HSR 
  • รถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง

2. แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง 

ทำเลนี้เป็นทำเลที่รวบรวมเอาแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มาไว้ จึงทำให้เป็นทำเลที่คึกคักมาก อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผู้คนต่างนิยมมาเดินช้อปปิ้ง มาทานอาหารกันอย่างคึกคัก ห้างยูเนี่ยนมอลแหล่งรวมเสื้อผ้าที่หลากหลาย รวมไปถึงห้างสรรพค้าต่าง ๆ อย่าง เมเจอร์ รัชโยธิน โลตัส บิ๊กซี อีกทั้งยังมีตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอย่างตลาดนัดจตุจักรที่ผู้คนต่างมาเดินซื้อของกัน จึงทำให้ทำเลแห่งนี้เป็นทำเลที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

3. ที่ตั้งของอาคารสำนักงานและสถานที่สำคัญ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นทำเล North CBD คือ การที่มีอาคารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศมากมาย เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง

  • ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ 
  • ปตท. สำนักงานใหญ่ 
  • ตึก TMB 
  • SJ infinite 
  • Sun tower 
  • ตึก Bangkok Airways 
  • ตึก THAI Airways 
  • ตึก PST 
  • ไทยรัฐ 

และมีอาคารสำนักงานที่กำลังจะเกิดอีกหลายแห่ง เช่น 

  • S Oasis อาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 
  • Ratchayothin Hills ที่รวมเอา โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อยู่ด้วย คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 
  • Mochit Complex ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและแหล่งค้าปลีก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 

โดยที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของตึกอาคารสำคัญต่าง ๆ แต่ยังมีอาคารสำนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในทำเลแห่งนี้

4. ที่อยู่อาศัย

แน่นอนว่าเป็นทำเล North CBD มีที่อยู่อาศัยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วและในปัจจุบันมีโครงการคอนโดต่าง ๆ ขึ้นเป็นแนวรถไฟฟ้าและขึ้นในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อเยอะมากซึ่งจะเป็นคอนโดหลายประเภททั้งแบบ Low Rise และ High Rise

โดยที่ผู้คนต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่ออยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่จริง ๆ หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนทำงานทำงานที่ทำเลนี้อยู่แล้วในเมือง เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินเชื่อมต่อเข้าเมืองและออกนอกเมืองก็สะดวก

โดยตัวอย่างคอนโดที่อยู่ในทำเลนี้ คือ

  1. Life ลาดพร้าว 

ขอบคุณภาพจาก: Life ลาดพร้าว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว จาก AP Thailand คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 46 ชั้น กับห้องพักทั้งหมด 1,615 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Iconic Lobby
  • The Share Space
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • The Urban Oasis
  • Sky Social Club
  • Theatre House
  • Panoramic Health Club
  • Multi Purpose Room
  • Cityscape Infinity Lap Pool and Sky Cabana
  • Steam
  • Sauna
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • Street Bas Court
  • Play House
  • EV Charger
  • ที่จอดรถ 723 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. Life ลาดพร้าว แวลลีย์ 

ขอบคุณรูปภาพจาก: Life ลาดพร้าว แวลลีย์  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว แวลลีย์ จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 1,141 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • Multi Living Space
  • Library
  • Theatre House
  • Multi Purpose Room
  • สระว่ายน้ำ 3 สระ 
  • Steam and Sauna
  • หน้าผาจำลอง
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • ที่จอดรถ 484 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. The Line พหลโยธิน พาร์ค  

ขอบคุณรูปภาพจาก: The Line พหลโยธิน พาร์ค 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด The Line พหลโยธิน พาร์ค จาก Sansiri คอนโด High Rise สูง 46 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 981 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดจะสร้างเสร็จในปี 2565 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Mailbox
  • Photo Studio
  • Co-Working Space
  • Workshop Room
  • Meeting Room
  • Co-Playing Space
  • Co-Living Space 
  • Co-Cooking Space 
  • สวนดาดฟ้า
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 
  • กล้องวงจรปิดภายในโครงการ 
  • รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายนอก  

  • BTS สถานีพหลโยธิน 24
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว
  • ยูเนี่ยนมอล
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว 
  • เมเจอร์ รัชโยธิน 
  • Avenue รัชโยธิน 
  • SCB Park 
  • โรงเรียนหอวัง
  • มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น 
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • โรงเรียนสารวิทยา 
  • มหาวิทยาลัยจันทรเกษม 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • กรมป่าไม้
  • สำนักงานขนส่ง 
  • สำนักงานสรรพากร 
  • สนามกีฬากองทัพบก 
  • โรงพยาบาลเปาโล เกษตร 
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 4.2 ล้านบาท 

5. อนาคตทำเลทอง ซื้อไว้มีแต่ราคาขึ้น

ไม่ใช่แค่ในอนาคตจะเป็นทำเลทองอีกหนึ่งที่ของกรุงเทพ แต่ในตอนนี้ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทอง ทำเลศักยภาพ เป็น Next North CBD ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพราะด้วยหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ทำเลแห่งนี้กลายเป็น North CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช้อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ทุก ๆ ที่อย่างสะดวกสบาย

สรุปท้ายบทความ 

สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ในอนาคตถ้าไม่อยู่อาศัยแล้ว เพราะต้องขยับขยายก็สามารถขายและปล่อยเช่าเป็นรายได้อีกทางก็ได้ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาขึ้นแน่นอน เนื่องจากทำเลนี้เป็นทำเลทองที่กำลังขยับขยาย เป็นทำเลที่กำลังเจริญและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ถ้าใครคิดจะลงทุนซื้อคอนโดนั่นเป็นความคิดที่ดีเลยละครับ 

แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่ทาง Kaidee Property เราก็มีคอนโดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย ลองเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ คลิกเลย 

จิตวิทยาสี กับ การเลือกสีห้องให้อยู่สบาย

จิตวิทยาสี กับ การเลือกสีห้องให้อยู่สบาย

เคยไหม กับการนอนไม่หลับ เคยไหมกับการว้าวุ่นใจทั้ง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านของเราเอง เพราะจริง ๆ แล้ว จิตวิทยาสี ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงต้องมีการเลือกสีห้องให้เข้ากับห้องต่าง ๆ ใหม่เพื่อให้คุณมีอารมณ์ที่ดีขึ้น แต่จะแต่งห้องใหม่ทั้งที จะมีเคล็ดลับและวิธีการอย่างไรบ้าง มาดูกัน

สีกับอารมณ์

จิตวิทยาสี มีผลต่ออารมณ์ ?

รู้หรือไม่ว่าสีห้องนั้น ส่งผลถึงอารมณ์ของคนเราได้ ดังนั้นความรู้ความเข้าใจในเรื่องจิตวิทยาสีและอารมณ์จะช่วยให้คุณเลือกโทนที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น 

สีแดง

สีแดง ถือเป็นสีแห่งความตื่นเต้น มีชีวิตชีวา ความรัก ความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง และยังมีความหมายแฝงในเรื่องของกามารมณ์ ให้ความรู้สึกที่ร้อนแรง มีพลัง ทำให้เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงจะมีความโดดเด่นและเป็นจุดสนใจ

สีเหลือง

สีเหลือง ทำให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส เบิกบาน และมีชีวิตชีวา เป็นสีแห่งอำนาจบารมี ซึ่งสังเกตได้จากวันที่มีแสงอาทิตย์สีเหลืองจะให้ความสดชื่นแจ่มใสมากกว่าวันที่ท้องฟ้าเป็นสีมืดครึ้ม นอกจากนี้สีเหลืองยังเป็นสีแห่งปัญญา ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการมองโลกในแง่ดีอีกด้วย ถูกใช้ในไฟจราจรเพื่อเพิ่มความระมัดระวังนั่นเอง

สีน้ำเงิน

สีน้ำเงิน สีที่มีความเชื่อมโยงกับท้องฟ้าและสายน้ำ ทำให้สื่อถึงความสงบ สุภาพ หนักแน่น และเคร่งขรึม สามารถช่วยให้มีสมาธิและลดความตื่นเต้นได้ มีความหมายถึงตอนกลางคืนจึงมีความสงบและผ่อนคลายมากกว่าสีอื่น ๆ และนิยมนำไปใช้ในการบำบัดความเครียดหรืออาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจและศิลปะอีกด้วย

สีฟ้า

ในทาง จิตวิทยาสี สีฟ้า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเป็นอิสระ สงบเยือกเย็น ปลอดภัย และปลอดโปร่งสามารถช่วยลดความกระวนกระวายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และสมาธิได้ มักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึงความสง่างาม มีศักดิ์ศรี และความสูงศักดิ์ ในราชวงศ์ต่าง ๆ

สีเขียว

สีเขียว เป็นสีวรรณะเย็น สีแห่งความเป็นธรรมชาติ สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย และสมดุล ถือเป็นอีกหนึ่งสีที่ใช้ในการผ่อนคลายความเครียด จึงได้รับความนิยมมากที่สุดในการตกแต่งอาคารหรือห้องต่าง ๆ เพื่อทำให้รู้สึกถึงความสุขนั่นเอง

สีม่วง

สีม่วง ให้อารมณ์ความรู้สึกที่เร้นลับน่าค้นหา และมีเสน่ห์อยู่ในตัว เป็นสีที่ช่วยในการปลอบโยนจิตใจให้สงบ อ่อนโยน และฟื้นกลับมาจากสภาพจิตใจที่ตกต่ำ เพราะจะกระตุ้นสมองให้มีความฮึกเหิม แต่ในทางกลับกันก็หมายถึงความเศร้าเสียใจและจอมปลอมได้เช่นเดียวกัน 

สีส้ม

สีส้ม สีโทนร้อน ที่มีความอบอุ่น สดใส วัยรุ่น มีชีวิตชีวา ช่วยเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้ตื่นตัวและมีสติปัญญามากขึ้น สื่อถึงความระมัดระวังและสุขภาพที่ดี ช่วยให้กระตุ้นความอยากอาหารจึงนิยมนำมาใช้กับร้านอาหารหรือแบรนด์อาหาร และเป็นดึงดูดพลังงานของเด็ก ๆ ให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

สีชมพู

สีชมพู ในเชิง จิตวิทยาสี สามารถหมายถึงการมีน้ำใจ มีจิตใจดี และความอบอุ่นได้ มีความหมายตรงกันข้ามกับสีแดงซึ่งมีความเข้มกว่า และการมีสีชมพูรายล้อมยังทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัย นักจิตวิทยาจึงมักจะนำสีชมพูมาเพื่อบำบัดความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว หรือคนที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์

สีขาว

สีขาว เป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ เมตตา และอ่อนโยน ในเชิงจิตวิทยาสีให้ความรู้สึกถึงความศรัทธาและความสะอาด ซึ่งเห็นได้จากการชุดสวมใส่ขณะปฏิบัติธรรมและการตกแต่งภายในโรงพยาบาล นอกจากนี้ สีขาวยังสามารถช่วยบรรเทาอารมณ์ต่าง ๆ จากการวิตกกังวล ให้เงียบสงบมากขึ้นได้อีกด้วย

สีดำ

สำหรับ สีดำ มีความหมายในเชิงจิตวิทยาสีว่า การควบคุมพลังอำนาจ แต่ในทางกลับกันก็ยังหมายถึงการหมดพลังและอ่อนล้า ขัดต่อเปลี่ยนแปลงหรือการเจริญเติบโต ในทางแฟชั่นสีดำถูกใช้ไปเพื่อใส่ไปในการแต่งตัว เพราะจะทำให้ผู้สวมใส่ดูผอม สง่า และมีอำนาจ

สีเทา

สีเทา ให้ความรู้สึกถึงความโศกเศร้า หดหู่ และท้อแท้ มีเนื่องจากเป็นสีกลางระหว่างดำและขาวทำให้มีความสมดุล และสามารถใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนในปริมาณมากได้อีกด้วย และยังเป็นสีที่ทำให้รู้สึกถึงความเย็น แต่ควรระมัดระวังการใช้สีเทาโดยใช้คู่กับสีอื่น ๆ

น้ำตาล

สีน้ำตาลเป็นสีแห่งความอบอุ่นและการพักผ่อน เป็นสัญลักษณ์ของความแน่วแน่และความอุดมสมบูรณ์เหมือนสีดินและธรรมชาติ โดยมีสีน้ำตาลอ่อนที่หมายถึงความจริง และสีน้ำตาลเข้มที่หมายถึงไม้หรือหนัง แต่การใช้สีน้ำตาลเยอะจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ได้เช่นกัน

การเลือกสีห้องตามหลัก จิตวิทยาสี

ห้องนอน

ห้องนอน ถือเป็นห้องแห่งการพักผ่อน เป็นห้องที่ต้องการความสงบและสบายใจ สีที่เหมาะกับการทาห้องนอนก็คงจะหนีไม่พ้นสีน้ำเงินหรือสีฟ้าที่มีความเชื่อมโยงกับท้องฟ้าและแม่น้ำจึงเกิดความเงียบสงบและยังช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ก็ควรระวังในการเลือกเฉดสีไม่ให้เข้มจนเกินไปเพราะมิเช่นนั้นอาจส่งผลให้เกิดอารมณ์ที่หม่นหมองได้ ส่วนสีที่ไม่ควรใช้ในห้องนอนก็คงจะหนีไม่พ้นสีแดงและม่วงที่จะกระตุ้นความมีชีวิตชีวาและฮึกเหิม

ห้องนอนสีฟ้า

ห้องนั่งเล่น

เนื่องจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่รวบรวมสมาชิกภายในบ้าน มีทั้งความอบอุ่นและสนุกสนานจากการพูดคุยกัน ดังนั้นสีที่เหมาะกับการทาห้องนั่งเล่นคงจะหนีไม่พ้น สีน้ำตาลและสีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งความอบอุ่นและพักผ่อนนั่นเอง ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ที่มีความเข้มมากอย่างสีดำ หรือกรม เพราะจะทำให้คนที่อยู่ในห้องรู้สึกอึดอัด อึมครึม และหดหู่ยิ่งขึ้นไปอีก

ขอบคุณรุปจาก: decolover.net

ห้องน้ำ

สั่งเกตได้ว่าสีของห้องน้ำส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวเพราะเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาดและบริสุทธิ์ แต่ว่าถ้าหากว่าต้องการจะเปลี่ยนสีของห้องน้ำให้สดใสขึ้น อาจใช้สีที่มีความอ่อนและทำให้รู้สึกสบายใจอย่างสีเทา สีฟ้า และสีเขียวอ่อนเพื่อลดความกระวนกระวายและรู้สึกถึงความสะอาดสดชื่นนั่นเอง

ขอบคุณรูปจาก: Roger Davies

ห้องทำงาน

สีที่เหมาะกับห้องทำงานซึ่งเป็นห้องแห่งการใช้สมาธิและห้องแห่งความสร้างสรรค์นั่นมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สีเขียวสีที่ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานแต่ก็ไม่ตึงเครียดจนเกินไป หรือสีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่าง สีม่วงอ่อน สีส้ม และ สีเหลือง ซึ่งเป็นสีแห่งปัญญา ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และงานศิลปะ รวมถึงการใช้สีแดงที่จะช่วยให้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้นอย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปจาก: burkedecor.com

ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร

สีแดงและสีส้มนอกจากจะเป็นสีที่มีความสดใสรับวันใหม่แล้ว ก็ยังเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดีจึงควรจะใช้สีเหล่านี้ในการทาสีห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร ส่วนสีที่ไม่ควรที่ใช้ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีฟ้า เพราะตามหลัก จิตวิทยาสี แล้ว สีเหล่านี้จะส่งผลให้ความอยากอาหารนั้นลดลงไปมากเลยทีเดียว

ขอบคุณรูปจาก: MODTAGE Design

ห้องเด็ก

ผนังห้องนอนของเด็ก ๆ มักจะถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใสอย่างสีฟ้า ชมพู เหลือง และเขียวพาสเทล เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ แต่ก็ไม่ฉูดฉาดจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดการกระตุ้นอารมณ์ที่มากเกินไป

ขอบคุณรูปจาก: Emily Gilbert

ห้องออกกำลังกาย

เนื่องจากว่าการออกกำลังกายถือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูงจึงเหมาะกับการทาสีแดงซึ่งเป็นสีแห่งความกระตือรือร้น และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกอีกว่า สีแดงยังช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้ดีและกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณรูปจาก: cladglobal.com

สรุปท้ายบทความ

หลักการทาสีห้องตามหลัก จิตวิทยาสี เป็นเพียงตัวช่วยในการตัดสินในเลือกสีต่าง ๆ ให้กับห้องเพราะเราควรที่จะได้เลือกสีห้องที่ตนเองชื่นชอบเสียมากกว่า และหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้แล้วหวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้านหลังจากที่ซื้อบ้านใหม่จาก Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์หลากหลายสไตล์ แล้วอย่าลืมดูแลรักษาผนังของคุณให้คงสภาพดีอยู่เหมือนเดิมเพื่อบ้านที่สวยงามน่าอยู่กันนด้วยนะคะ

อ่านบทความ สีทาบ้านเสริมสิริมงคล ทาแล้วมีแต่ปังกับปัง!!