Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เพราะคนเราต้องเดินทางโดยใช้ขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ทุก ๆ วัน ทำให้มีตัวช่วยในการเดินทางเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหลาย ๆคนคงได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วว่า “สถานีกลางบางซื่อ” ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ กำลังจะมาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่และมีความสมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันว่าที่นี่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและช่วยยกระดับการเดินทางของทุกคนในอนาคตได้อย่างไร
สถานีกลางบางซื่อ คืออะไร ?
สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีรถไฟแห่งใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางของระบบคมนาคมระบบรางแห่งใหม่ที่ดีที่สุดของประเทศไทย ซึ่งระบบรถไฟใหม่นี้ถูกวางให้เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในปี 2558-2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางของการเดินทางของประเทศไทย และในเขตเศรษฐกิจของอาเซียน
ยิ่งไปกว่านั้นสถานีกลางบางซื่อ ยังเป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งของกิน แหล่งช้อปปิ้ง สวนสาธารณะ และสถานที่จัดกิจกรรมมากมาย เรียกได้ว่าเป็นที่ที่รวบรวมทุกไลฟ์ไตล์เอาไว้ด้วยกัน หรือเรียกง่ายๆว่า TOD (Transit Oriented Development)
พื้นที่ต่างๆ ในสถานีกลางบางซื่อ
สถานีกลางบางซื่อมีความใหญ่และทันสมัยเป็นอย่างมาก สำหรับความยาวของสถานีจะอยู่ที่ 596.6 เมตร ความกว้าง 244 เมตร ความสูง 43 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 274,192 ตารางเมตร (ตร.ม.)
อาคารสูง 4 ชั้น จะถูกแบ่งดังนี้
ชั้นใต้ดิน พื้นที่รวม 72,542 ตร.ม. ซึ่งเป็นพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน สำหรับพื้นที่จอดรถยนต์จะแบ่งเป็นพื้นที่รถยนต์ทั่วไป 1,624 คัน และรถแท็กซี่ 262 คัน โดยคาดว่าหากเปิดบริการได้ในปี 2564 จะมีรถที่เข้ามาใช้บริการดังนี้ รถยนต์ส่วนบุคคล 2,656 คัน/วัน รถจักรยานยนต์ 781 คัน/วัน และในปี 2569 รถส่วนบุคคลจะเพิ่มเป็น 9,751 คัน/วัน รถจักรยานยนต์ 2,868 คัน/วัน
สำหรับอัตราค่าบริการจอดรถส่วนบุคคล 30 นาทีแรก ไม่คิดค่าบริการ ชั่วโมงที่ 1-14 คิด 20 บาท/ชั่วโมง และชั่วโมงที่ 15-24 คิด 300 บาท
สำหรับรถจักรยานยนต์ 30 นาทีแรกฟรี ชั่วโมงที่ 1-14 คิด 10 บาท/ชั่วโมง ชั่วโมง 15-24 คิด 150 บาท นอกจากนี้ ในปี 2574 จะมีการปรับค่าจอดรถส่วนบุคคลเป็น 25 บาท/ชั่วโมง และปี 2584 เพิ่มเป็น 30 บาท/ชั่วโมง
ชั้นที่ 1 พื้นที่รวม 86,700 ตร.ม. เป็นพื้นที่ใช้ในการจำหน่ายตั๋ว ศูนย์อาหาร สำนักงาน และร้านค้า รวมถึงเป็นที่พักคอยผู้โดยสาร ห้องน้ำ และจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า (MRT) สายสีน้ำเงิน ชั้นที่ 2 พื้นที่รวม 42,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่ชานชาลารองรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง จำนวน 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกล จำนวน 8 ชานชาลา ชั้นที่ 3 พื้นที่รวม 42,300 ตร.ม. เป็นชานชาลารองรับรถไฟความเร็วสูง จำนวน 10 ชานชาลา ประกอบไปด้วยรถไฟความเร็วสูง สายเหนือ สายอีสาน สายใต้ และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ จำนวน 2 ชานชาลา และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปถึงอู่ตะเภา
สถานีกลางบางซื่อมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
เนื่องจากสถานีกลางบางซื่อมีแนวคิดในเรื่องของ Smart City ที่รวบรวมเอาทุกการเชื่อมต่อทางด้านคมนาคมต่างๆ รวมไปถึงแหล่งธุรกิจที่น่าสนใจมากมายเอาไว้ด้วยกัน เพื่อให้สถานีกลางบางซื่อกลายเป็น “ASEAN Linkage & Business Hub” โดยพื้นที่ต่างๆจะถูกแบ่งออกเป็นโซน ๆ ดังนี้
1. Smart Business Complex ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของธุรกิจสมัยใหม่แบบครบวงจร 2. ASEAN Commercial and Business Hub ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งค้าส่งและค้าปลีกระดับอาเซียนไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า อาคาร สำนักงาน โรงแรม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้ใช้งาน3. SMART Healthy and Vibrant Town ทำหน้าที่เป็นโซนที่อยู่อาศัยและพักผ่อน ซึ่งจะรวมถึงแหล่งพลังงานและสวนสาธารณะในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ระบบรถไฟใหม่ “สถานีกลางบางซื่อ” คืออะไร สำคัญอย่างไร ?
ด้วยความที่สถานีกลางบางซื่อขึ้นชื่อว่าจะเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่มีระบบขนส่งคมนาคมระบบรางที่ดีที่สุดของประเทศ รวมไปถึงเป็นสถานีรถไฟระบบใหม่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้สถานีรถไฟระบบใหม่นี้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางสำคัญ ๆ หลายเส้นทาง โดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท จำกัด เป็นผู้ให้บริการที่มุ่งตรงไปยังชานเมือง แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ
1. รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต
2. รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน
ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตหากแผนแผนเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเส้นทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) หรือแม้กระทั่งสายรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อของสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภาเข้าไว้ด้วยกันเกิดขึ้นจริง ประชาชนและคนใช้บริการน่าจะมีความสะดวกสบาย และประหยัดเวลาเดินทางมากขึ้นอีกเท่าตัว
ตารางเปรียบเทียบระหว่างสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) และสถานีกลางบางซื่อ
ที่มา : http://www.railway.co.th
สถานีกลางบางซื่อส่งผลต่ออสังหาริมทรัพย์ในย่านบางซื่อ-เตาปูน และละแวกใกล้เคียงอย่างไร
นอกจากสถานีกลางบางซื่อจะเข้ามาพัฒนาพื้นที่โดยรอบของย่านนี้แล้ว ยังส่งผลให้จำนวนโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งบ้าน คอนโด และที่ดินในทำเลบางซื่อเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย มากกว่านั้นคือยังทำให้โซนใกล้เคียงอย่างบางโพ สะพานควาย บางกระบือ หรือแม้แต่อารีย์เติบโตตามไปด้วย ดูได้ง่ายๆ จากโครงการที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย
นอกจากนี้ยังรวมถึงทำเลชานเมืองที่รถไฟฟ้าหลากสีที่เชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อขยายออกไป ทำให้การอยู่อาศัยชานเมือง ไม่ว่าจะเป็นย่านตลิ่งชัน หรือรังสิต สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น การอยู่อาศัยจึงไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่บริเวณใจกลางเมืองอีกต่อไป
สรุปท้ายบทความ
สถานีกลางบางซื่อนับว่าเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้ราคาที่ดินและอสังหาฯ ของพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการใช้บริการจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอดูกันอีกครั้งหลังจากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ เราคงจะนึกถึงจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ใช่ไหมครับ แต่มีอีกหนึ่งจังหวัดที่กำลังเติบโตไม่แพ้กัน คือ รังสิต จังหวัดปทุมธานีนั่นเอง โดยเป็นเมืองปริมณฑลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครออกมาทางตอนเหนือ ซึ่งในปัจจุบัน รังสิต เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังจังหวัดในภูมิภาคอื่น ๆ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลตอนเหนือเป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต
ทำไมรังสิต จังหวัดปทุมธานี ถึงเป็นพื้นที่กำลังเติบโต?
ปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ รังสิต จังหวัดปทุมธานี กำลังขยับขยายเติบโตขึ้น สังเกตได้จากที่อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ โดยพื้นที่รังสิตเริ่มรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลอย่าง นนทบุรี ที่เริ่มขยายมายังพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานีมากขึ้น จะเห็นได้จากการขยายการคมนาคมการเชื่องต่อที่ชัดเจนเลย คือ การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงขยายมายังเส้นทางรังสิตและส่งผลให้การขยับขยายอื่น ๆ เช่น การเกิดของโครงการหมู่บ้าน คอนโด และห้างต่าง ๆ เริ่มลงทุนสร้างในพื้นที่เยอะขึ้น โดยเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. ศูนย์กลางของการเดินทาง
สังเกตไหมว่า การเดินทางออกไปต่างจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ จะต้องมาผ่านที่ รังสิต ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวหรือแม้กระทั่งรถสาธารณะก็ยังมีท่ารถในการใช้เป็นที่ขนส่งจากรังสิต ไปจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน จึงทำให้ รังสิต เป็นทางผ่านของรถยนต์ บางวันหรือบางเทศกาลการเดินทางก็ทำให้รถติดยาวเลยละ
2. รถไฟฟ้ามาถึงแล้วนะ
แน่นอนว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างทางของรถไฟฟ้าถึง 2 สาย คือ
รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เปิดให้บริการปี 2564 รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต เปิดให้บริการปี 2564
จึงทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันเลือกทำเลในการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้าน โครงการคอนโด ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยอานิสงส์ของรถไฟฟ้าที่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ทำให้ในตอนนี้ผู้คนต่างพากันจับจองบ้านและคอนโด เพราะในอนาคตราคาจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน
3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ
สถานที่สำคัญของ รังสิต มีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะจะเป็นห้างสรรพสินค้า อย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่รวมเอาห้างสรรพสินค้าอย่าง Robinson Central Zpell และ Big C เชื่อมต่อไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่าน รังสิต นอกจากนี้ยังมีห้างที่อยู่ใกล้ ๆ อย่าง Indexlivingmallo Homepro Tesco Lotus Makro และห้างอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าไอทีขนาดใหญ่อย่าง Zeer จึงทำให้ รังสิต เป็นแหล่งที่รวมเอา LifeStyle ขนาดใหญ่ไว้เพื่อรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครในอนาคตด้วยนั่นเอง
อีกทั้ง รังสิต ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดังไว้หลายแห่ง คือ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง
4. ราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่า
สังเกตได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในเมือง เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมา เพราะพื้นที่ในเมืองเริ่มเหลือน้อย ส่งผลให้การขยับขยายเรื่องที่อยู่อาศัยจึงขยับมาในส่วนของปริมณฑลซึ่งไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบาย สำหรับขนส่งสาธารณะก็มีครอบคลุม อย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้าเริ่มไปถึงแล้ว รวมไปถึง รังสิต จังหวัดปทุมธานีด้วยเช่นกัน
โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในเมืองมาก ผู้อยู่อาศัยสามารถซื้ออยู่ได้ บางคนมีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถขับไปทำงานในเมืองได้อย่างสะดวก มีรถเมล์ที่ครอบคลุม และในปี 2564 ที่จะถึงนี้จะมีรถไฟฟ้าขยายมาถึง 2 สายด้วยกัน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ ราคาขายบ้านและคอนโดของรังสิต จะมีราคาที่ปรับขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง
เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
5. อนาคต คือ ทำเลทอง
สืบเนื่องจากการขยับขยายความเจริญมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลอื่น ๆ มายังรังสิต ปทุมธานี จึงทำให้ในอนาคตรังสิต จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในพื้นที่รังสิต ปทุมธานีคุ้มค่าแน่นอนครับ
สรุปท้ายบทความ
เชื่อได้เลยว่าในอนาคตพื้นที่ที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี จะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการหมู่บ้าน คอนโด และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้านที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายเริ่มมาลงทุนกับพื้นที่ปริมณฑลอย่าง รังสิต จังหวัดปทุมธานีเยอะขึ้น และที่สำคัญราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในปัจจุบันเป็นราคาที่ยังจับต้องได้ ไม่สูงมากนัก ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว
หากเพื่อน ๆ ที่กำลังหาบ้านและคอนโดที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานีอยู่ ลองเข้ามาดูกันก่อนที่ Kaidee Property กันก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกดู เลือกซื้อในแบบที่หลากหลายเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ อีกหนึ่งพื้นที่ที่กำลังได้รับความนิยมของคนเมือง ที่ราคาของที่พักอาศัยสมเหตุสมผลและเอื้อมถึงของสำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงานหรือทำงานได้สักพัก
โดยเป็นทำเลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครอีกหนึ่งพื้นที่เช่นกันกับพื้นที่รอบ ๆ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในปัจจุบัน บางหว้า ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลเป็นทำเลแห่งการเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นด้วยรถยนต์ รถไฟฟ้า และเรือ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า บางหว้า เป็นทำเลที่สำคัญอีกหนึ่งทำเล ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่พักอาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในวันนี้และอนาคต
ทำไม ‘บางหว้า’ ถึงเป็นทำเลที่กำลังเติบโต น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัย?
บางหว้า ทำเลทองแห่งใหม่ฝั่งธนบุรี โดยจะอยู่ในช่วงถนนเพชรเกษม 46 ถึง เพชรเกษม 31 หรือใครที่นึกไม่ออก ให้นึกถึงจุดตัดของเพชรเกษม – ราชพฤกษ์ ก็ต้องมีคุ้นกันบ้างละ
ซึ่งในปัจจุบันบางหว้า มีทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางหว้า และ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางหว้ามาถึงทั้ง 2 สาย จึงทำให้เกิดการขยับขยายตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่ มีสิ่งปลูกสร้างใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งห้างสรรพสินค้า ที่กิน เที่ยว ชอป แบบครบครัน รวมไปถึงคอนโดมิเนียมที่กำลังสร้างมากมาย ตามแนวรถไฟฟ้า ทำให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของคนเมือง วัยทำงานหรือนักศึกษาที่ต้องการหาคอนโดราคาที่ไม่แรงมากกับทำเลที่กำลังเติบโตอย่าง บางหว้า ก็เป็นการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าเลยละครับ
ปัจจัยที่ทำให้บางหว้าเป็นทำเลที่น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัย
1. เดินทางเชื่อมต่อสะดวก
ทำเล บางหว้า มีการคมนาคมที่สามารถเดินทางให้ครบไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ รถเมล์ รถไฟฟ้า และทางเรือ
รถยนต์ สามารถเดินทางเข้าและออกนอกเมืองได้สะดวก ไม่ว่าจะเดินทางไปยังสีลม สาธร ไปอนุเสาวรีฯ ไปจตุจักร ลาดพร้าว หรือเดินทางไปยังรังสิตออกไปปทุมฯ ถึงอยุธยาก็มีเส้นทางที่สะดวกสบายมาก ๆ โดยจะใช้ถนนเพชรเกษม ถนนราชพฤกษ์ หรือจะใช้ทางด่วนอย่าง ทางพิเศษเฉลิมมหานครให้ใช้บริการ รถเมล์ (ประจำทาง)
ถนนราชพฤกษ์ ประกอบด้วยสาย 89, 710, 751 ถนนเพชรเกษม ประกอบด้วยสาย 7, 80, 81, 84, 91, 111, 146, 147, 157, 509, 547
รถไฟฟ้า โดยคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบางหว้าเป็นหลัก ก็จะสะดวกสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางหว้าที่เป็นสถานีปลายทาง ไปยังสถานที่ทำงานหรือสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางหว้า ที่สามารถนั่งไปยังพระราม 9 ผ่านไปถึงบางซื่อยาว ๆ ได้เลยทางเรือ บางหว้ายังมีจุดที่เรือโดยสารผ่านมา นั่นคือ คลองภาษีเจริญ ที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากใช้รถยนต์และรถไฟฟ้า โดยระยะทางที่เรือวิ่งทั้งหมด 11.5 กิโลเมตร 15 ท่า ในอนาคตจะมีการขยายอีก 4 ท่าเรือ โดยจะสิ้นสุดที่ท่าวัดหนองแขม ใครที่สนใจใช้บริการก็สามารถศึกษาข้อมูลของเส้นทางการเดินเรือว่าคุณจะลงที่ท่าเรือไหนนะครับ
2. สิ่งอำนวยความสะดวกกับ Lifestyle คนเมือง
ไม่ต้องอยู่ในเมืองแต่ก็มีแหล่งกิน แหล่งชอป แหล่งเที่ยวในวันชิล ๆ ได้ กับห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อาทิ
The mall บางแค Seacon บางแค Tha mall ท่าพระ The Circle ราชพฤกษ์ The Crystal SB ราชพฤกษ์ The Walk ราชพฤกษ์ Food Villa ราชพฤกษ์
และอีกหลากหลายที่ที่คุณสามารถขับรถไปได้ในระยะที่ใกล้และสะดวกมาก ๆ อีกทั้ง ยังมีตลาดของกิน ตลาดสด ที่มีราคาย่อมเยาว์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ เพียบพร้อมมาก ๆ เลยละครับ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญ อย่างโรงพยาบาลพญาไท 3 มหาวิทยาลัยสยาม สถานีตำรวจ โรงพยาบาลสัตว์ เป็นต้น
3. ราคาคอนโดสามารถเอื้อมถึงได้
คอนโดที่เกิดขึ้นหรือที่กำลังก่อสร้างอยู่ ที่อยู่ตามแนวของรถไฟฟ้า BTS และ MRT บางหว้า ยังมีราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก เป็นราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการที่จะซื้อคอนโดที่แพง อยู่คนเดียว ที่อยู่ในช่วงของวัยเริ่มทำงาน โดยห้องจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านปลาย ๆ อีกทั้งยังเหมาะกับนักลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายหรือปล่อยเช่าในอนาคต เพราะทำเลนี้กำลังเติบโต เชื่อได้เลยว่า ราคาในอนาคตสามารถปล่อยขายหรือปล่อยเช่าได้ในราคาที่พอใจอย่างแน่นอน
ตัวอย่างโครงการคอนโด ใกล้ BTS และ MRT บางหว้า 2563
1. Beat Bangwa interchange
ขอบคุณรูปภาพจาก: Beat Bangwa interchange
รายละเอียด: คอนโด Beat Bangwa interchange จาก Northland Development คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร กับห้องพักทั้งหมด 402 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 134 ยูนิต และ อาคาร B 268 ยูนิต
ที่ตั้งโครงการ: ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Co-working Space Fitness Game Room สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ห้องซัก อบ เสื้อผ้า สวมหย่อมรอบโครงการ สวนหย่อมชั้น 4 ร้านค้าภายในโครงการ Shuttle Service Access Card Control กล้องวงจรปิด รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
ภายนอก
BTS บางหว้า Seacon บางแค Lotus บางแค The Mall บางแค มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 2 โรงพยาบาลพญาไท 3
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 1.69 ล้านบาท
2. The Livin เพชรเกษม
ขอบคุณรูปภาพจาก: The Livin เพชรเกษม
รายละเอียด: คอนโด The Livin เพชรเกษม จาก บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) คอนโด High Rise สูง 32 และ 33 ชั้น 2 อาคาร กับห้องพักทั้งหมด 2,167 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร 2 อาคาร ที่มากับห้องพัก 6 แบบ ประกอบด้วย
ห้อง Studio 1 Bedroom 1 Bedroom Plus 2 ห้องนอน
ที่มีขนาดห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 24 – 55 ตารางเมตร โดยโครงการจะสร้างเสร็จประมาณต้นปี 2566
ที่ตั้งโครงการ: ถนนเพชรเกษม แขวงภาษีเจริญ เขตบางหว้า กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Co-working Space Fitness Game Room สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องซาวน่าและห้องสตรีม ห้องสมุด ห้องซัก อบ เสื้อผ้า สวมหย่อมรอบโครงการ สวนหย่อมชั้นสูงสุดของอาคาร ร้านค้าภายในโครงการ Access Card Control กล้องวงจรปิด รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอีกมากมาย
ภายนอก
MRT ภาษีเจริญ เพียง 300 เมตร Seacon บางแค Lotus บางแค The Mall บางแค มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 2 โรงพยาบาลพญาไท 3
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 1.9 ล้านบาท
สรุปท้ายบทความ
ทำเลบางหว้าถือเป็นอีกทำเลหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีสถานที่กิน เที่ยว ชอป รวมอยู่ในทำเลและบริเวณรอบ ๆ ทำเลบางหว้า สามารถเดินทางได้ไปได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้ง ยังเป็นทำเลที่เดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ ได้ทุกที่อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเดินทางเข้าเมืองหรือออกนอกเมือง และที่สำคัญ การเจริญเติบโตของทำเลที่มีรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT มาถึง ทำให้โครงการของคอนโดมิเนียมต่าง ๆ มาลงทุนขึ้นตามแนวรถไฟฟ้ามากมาย เป็นทางเลือกของคนเมืองวัยเริ่มทำงานหรือคนที่อยากจะหาคอนโดติดรถไฟฟ้า เดินทางเข้าเมืองสะดวก ในราคาที่สามารถเอื้อมถึง ทำเล บางหว้า ก็เป็นทำเลที่น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยอีกหนึ่งทำเลเลยละ
หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยในราคาที่สามารถเอื้อมถึง เข้ามาหาดูกันได้ที่ Kaidee Property ได้เลยนะครับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กำลังจะซื้อคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา อย่าลืมคลิกเข้ามาดูกันก่อนนะ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ขึ้นชื่อว่าอสังหาฯ แล้วทุกคนคงคิดถึงคอนโดหรือบ้านยักษ์ใหญ่ราคาเกินเอื้อมกันใช่ไหมคะ แต่วันนี้ Kaidee Property มีข่าวดีจะมาบอก! ด้วยความที่ Gen Z กำลังจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของตลาดในทุกภาคส่วน ทำให้ตอนนี้เหล่า developer ต่างก็ปล่อยคอนโดมิเนียมทำเลดีราคาเอื้อมถึงมากันยกใหญ่ จะเป็นที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ!
คอนโดที่ไม่ต้องอายุ 30 ก็เป็นเจ้าของได้
วันนี้ Kaidee Property คัดมาให้แล้วแบบเน้นๆ แน่นๆ ราคาตั้งแต่ล้านต้นๆ จนถึงสองล้าน เรียกได้ว่าไม่ต้องเก็บเงินจนอายุครบ 30 ปี ก็ผ่อนสบายๆ เป็นเจ้าของได้ รับรองว่า Gen Z อย่างเราๆ เอื้อมถึงแน่นอน มาเริ่มกันที่แห่งแรกคือ
1.Aspire อโศก – รัชดา จากแบรนด์ AP THAI
ขอขอบคุณภาพจาก APTHAI
ทำเล ตั้งอยู่ในซอย รัชดาภิเษก 3 (ใกล้กับ MRT พระราม 9 และ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ)
ขึ้นชื่อว่ารัชดาก็รู้แล้วว่าเป็นทำเลที่ดีและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เนื่องจากรัชดาเป็นทำเลที่ได้ถูกพัฒนามาเป็น New CBD มาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วทำให้ซอยรัชดาภิเษก 3 พลอยได้รับผลดีไปด้วย เพียงแค่ออกมาปากซอย ก็จะพบกับอาคารสำนักงานระดับ Top-Tier, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก ฯลฯ
การเดินทาง เดินเพียง 15 นาทีถึง MRT พระราม 9 และ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ
เนื่องจากซอยรัชดาภิเษก 3 เป็นซอยที่ตั้งอยู่ระหว่าง MRT สองสถานี ทำให้ตัวเลือกการเดินทางหลากหลายมากขึ้น หากจะเข้าไปในตัวเมือง เพียงเลือกไปทาง MRT พระราม 9 ก็สามารถไปต่อ BTS ที่สถานีอโศกเข้าไปสยาม ศูนย์รวมสีสันชีวิตคนเมือง แล้วเอ็นจอยดินเนอร์หลังทำงานมาทั้งวัน หรือถ้าไม่อยากไปไกล คุณก็สามารถทั้งชิมและช้อปได้ที่ Terminal 21 ที่ BTS สถานีอโศก
การออกไปนอกเมืองก็ง่ายยิ่งกว่าง่าย เพียงแค่ไปทาง MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ แล้วไปต่อ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว คุณก็สามารถไปเยือนวัดพระศรีมหาธาตุซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2484 ในสมัยของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม
ส่วนเรื่องการเดิน 15 นาทีไปยัง MRT นั้นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเนื่องจากมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการหน้าโครงการ ราคาเพียงแค่ 15-20 บาทเท่านั้น
สไตล์การตกแต่ง Classic British Colonial
ขอขอบคุณภาพจาก APTHAI
ด้วยความที่เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise การตกแต่งสไตล์ British Colonial จึงเหมาะมาก ทั้งซุ้มประตูโค้ง บันไดวน และการเลือกสีคุมโทนที่มาใน Theme ขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเก๋ และ Instagramable ในส่วนของส่วนกลางจะเน้นเป็นสวนในแนวราบ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ พร้อมกับสระว่ายน้ำยาว 20 และ 30 เมตร เหมาะสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายจริงจัง
ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท ผ่อนต่อเดือน 7,000 บาท (กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ APTHAI )
2.Kensington Sukhumvit-Theparak จากแบรนด์ ORIGIN
ขอขอบคุณภาพจาก ORIGIN
ทำเล ติดถนนเทพารักษ์
ที่ตั้งของคอนโดแห่งนี้นับว่าเน้นความสะดวกสบายในการเดินทางอย่างแท้จริง เนื่องจากถนนเทพารักษ์เป็นถนนที่เชื่อมถนนสุขุมวิทและศรีนครินทร์ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ที่ดินแถบนี้ถือว่าเป็นที่ดินที่มีศักยภาพเพราะนักพัฒนาที่ดินมีแนวโน้มที่จะเลือกลงทุนในที่ดินตามเส้นสุขุมวิท และตามแนว BTS เป็นหลัก ปัจจุบันโครงการนี้ยังคงรายล้อมไปด้วยหมู่บ้านทาวน์เฮ้าส์และชุมชน ทำให้มีแต่ความสงบในการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวหรือเสาร์อาทิตย์ ส่วนเรื่องของกินของใช้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีทั้ง เซ็นทรัลบางนาและ Mega บางนา อยู่ในระยะใกล้เคียง
การเดินทาง เดิน 26 นาทีถึง BTS สำโรง
เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่อยู่ใกล้ BTS การเดินทางเข้าเมืองจึงเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกสบายมาก เรียกได้ว่า ‘ต่อเดียวถึงสยาม’ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลได้มีแผนพัฒนาเส้นทาง BTS สายสีเหลือง ซึ่งจะเข้าถึงหน้าโครงการโดยห่างออกไปเพียง 58 เมตร (สถานีทิพวัล) หากคำนึงถึงในเรื่องการลงทุนแล้ว ถือว่าคุ้มค่าเพราะ BTS เส้นนี้จะไปเชื่อมกับสถานีสำโรง ทำให้หน้าคอนโดมิเนียมโครงการนี้กลายเป็น Interchange hub ไปโดยปริยาย
ส่วนการเดินทางโดยการใช้รถส่วนตัวนั้นก็ยิ่งกว่าสะดวก เพราะสามารถทะลุไปได้ทุกเส้นทางผ่านถนนถนนสุขุมวิทและศรีนครินทร์ อีกทั้งยังสามารถไปยังส่วนอื่นๆของกรุงเทพฯ ผ่านทางด่วนสุขุมวิท 62, ทางด่วนบางนา และทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก
สไตล์การตกแต่ง Industrial British Loft
การตกแต่งที่นี่จะเลือกเป็นแนว Industrial British Loft ซึ่งความ Industrial นั้นจะเน้นการเผยผิวโชว์วัสดุ ในขณะที่ผสมผสานกับแนว British ซึ่งให้ความหรูหราและมีสไตล์ผ่าน Theme สีทองซึ่งไล่ระดับสีมาจนถึงสีเงิน ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางก็จัดเต็มไม่แพ้กันโดยทางโครงการได้เลือกจัดวางสวนและสระน้ำในพื้นที่ระหว่างอาคารรูปตัว U ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้าใช้บริการได้อย่างทั่วถึง
ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้าน (กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ ORIGIN )
3. Groove Vibes Ladprao 18
ขอขอบคุณภาพจาก GROOVE
ทำเล ซอยลาดพร้าว 18
ด้วยความที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 ทำให้คอนโดมิเนียมโครงการนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนทั้งหมด 4 สายคือ ถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และทางยกระดับอุตราภิมุข ทำให้กลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียมนี้คือคนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ เนื่องจากที่ตั้งทำให้ลัดเลาะไปได้หลายทาง ข้อดีของที่ตั้งนี้อีกอย่างหนึ่งคือเป็นซอยที่มีรถผ่านเข้าออกตลอดเวลา ไม่มีทางเปลี่ยวเพราะเป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยและหมู่บ้าน
การเดินทาง เดิน 9 นาทีถึง MRT ลาดพร้าว
หากใครกังวลว่าคอนโดตั้งอยู่ในซอยแล้วจะเดินทางยาก Kaidee ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลใจไปเพราะในซอยนอกจากจะมีรถวินมอเตอร์ไซค์แล้วยังมีรถสาธารณะผ่านไปมาตลอด ทั้งนี้ตัวโครงการก็มีรถ Shuttle Bus ไว้คอยให้บริการอีกด้วย เมื่อเดินออกมาจากโครงการจนถึงปากซอยลาดพร้าว 18 คุณสามารถใช้บริการ MRT สถานีลาดพร้าวไปยังส่วนต่างๆของกรุงเทพฯ นอกจากนี้เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองอ่อนเส้น รัชดา-พัฒนาการ เสร็จสมบูรณ์ MRT ลาดพร้าวจะกลายเป็น Interchange สำหรับการเดินทางไปรอบนอกและปริมณฑล
ยิ่งไปกว่านั้นเพียงนั่งไปลง MRT พหลโยธิน คุณก็จะสามารถต่อไปยัง BTS สายสุขุมวิทซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างส่วนต่อขยายไปคูคตและรอบนอกอีกด้วย
สไตล์การตกแต่ง Retro Futurism
ขอขอบคุณภาพจาก GROOVE
สำหรับ Groove ที่เป็นแห่งสุดท้ายนี้ ต้องขอบอกว่าการตกแต่งล้ำหน้าราคาไปมากกว่าใคร ด้วยความที่เป็นคอนโด Low Rise ทำให้การจัดการตกแต่งต่างๆสามารถจัดเต็มได้ โดยการตกแต่งสไตล์ Retro Futurism อาจดูแปลกใหม่อยู่บ้าง แต่ต้องขอบอกว่าโดนใจคน Gen Z อย่างจัง เพราะ Groove ได้ลดทอนองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเกินออกไป แล้วเพิ่มความ Modern ที่เล่นกับแสงและเงาผ่านสีสันสดใสอย่างสีทองและเมื่อตกแต่งรวมกับผนังสีขาวจึงทำให้เกิดความเรียบหรูที่ดึงดูดความสนใจนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก
ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท (กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ GROOVE )
สรุปท้ายบทความ
ไม่วาจะเป็นคอนโดมิเนียม Low-rise หรือ High-rise Kaidee Property ก็พร้อมสรรหามาให้โดนใจชาว Gen Z แบบเราๆ ส่วนเรื่องที่ว่าแบบไหนจะใช่ที่สุดนั้น ก็คงต้องไปดูที่ตัวโครงการจริงๆก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร อสังหาฯ ก็ถือเป็นการลงทุนที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน จึงต้องคัดแล้วคัดอีก หรือไม่อยากเหนื่อยใจ ก็ให้ Kaidee หาให้ที่ Kaidee.com
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะกล่าวถึงย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามก็คงจะหนีไม่พ้น เอกมัย และ ทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มีความหรูหราและมีการเจริญเติบโตสูงมากในด้านต่าง ๆ เพราะเต็มไปด้วยความสะดวกทั้งห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งแฮงก์เอาท์ ให้ได้ใช้บริการกัน รวมถึงทำเลของทั้งสองย่านนี้ที่ใกล้กับถนนหลากหลายเส้น และมีสถานีรถไฟฟ้าซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ในย่านนี้มีบ้านเดี่ยวที่มีความหรูหราผุดขึ้นมามากมายเพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับคนรุ่นใหม่
ข้อดีของการมีบ้านเดี่ยว
บ้านเดี่ยวถือเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด มีลักษณะเป็นบ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนตัว ไม่มีผนังของบ้านส่วนไหนที่ติดกัน และด้วยลักษณะเช่นนี้เองที่จะทำให้ การอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวจะช่วยให้หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับเพื่อนบ้านได้อีกด้วย โดยตัวพื้นที่ของบริเวณบ้านนั้น มักจะมีพื้นที่ขนาด 50 ตารางวา ขึ้นไป ทำให้สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ให้กลายเป็นฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังกาย สวน ที่จอดรถ และอื่น ๆ อีกมากมาย
รวมโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านเอกมัย-ทองหล่อ
Sakaya 146 Ekamai
Sakaya 146 Ekamai (ศักยะ 146 เอกมัย) เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury จาก บริษัท ศักยะ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จำนวน 4 ยูนิต ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 โดยตัวบ้านถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Crafting Life Less Ordinary มีทั้งหมด 5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดินขนาด 5-63 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 600-687 ตร.ม. สามารถจอดรถได้ถึง 5-7 คัน พร้อมระบบบ้านอัจฉริยะอย่าง Auto Turntable และ Home Automation ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในก็มาจากแบรนด์ดังในต่างประเทศ เช่น ชุดครัว Bulthaup และ ตู้เสื้อผ้า Kuhlmann เป็นต้น และยังมี สถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย วิ่งผ่านอีกด้วย
ราคาเริ่มต้น เริ่มต้น 63.5 ล้านบาท* (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)
Arna Ekamai
Arna Ekamai (อาณา เอกมัย) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury จาก บริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด ที่มีทั้งหมด 11 ยูนิต ในซอยเอกมัย 12 โดยจับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์โมเดิร์นผ่านการเล่นกับแสงและเงา โดดเด่นด้วยเฟรม Facdade สี่เหลี่ยมและระแนงอะลูมิเนียมสีโรสโกลด์ ที่สามารถบังแสง สายตา และ เสริมความเป็นส่วนตัวได้ โดยแต่ละยูนิตมีพื้นที่ 36-69 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 345-407.23 ตร.ม. สามารถจอดรถได้ 4 คัน ภายในบ้านออกแบบได้โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตอย่างสูงสุดเห็นได้จากทางลาดที่รองรับวีลแชร์และลิฟต์ส่วนตัวที่สามารถไปยังชั้นต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง รวมถึงยังสามารถเดินทางเข้าออกตัวเมืองได้หลากหลายทางทั้งทางรถยนต์และรถสาธารณะ
ราคาเริ่มต้น โปรโมชั่นเริ่มต้น 47-59 ล้านบาท* (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)
Prime Nine Ekamai
ขอบคุณรูปจาก Prime Nine Ekamai
Prime Nine Ekamai (ไพรม์ไนน์ เอกมัย) เป็นโครงการบ้านสุดหรู 3 ชั้น 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ 2-3 ที่จอดรถ ที่ดินเริ่มต้น 36.3-57.8 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 315-345 ตร.ม. สไตล์เพนท์เฮาส์ มีทำเลที่ตั้งอยู่ในโซนเอกมัย-พระราม 9 ตัวโครงการสามารถเดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวเพื่อเชื่อมไปยังถนน 3 เส้น ได้แก่ ถนนเพชรบุรี ถนนสุขุมวิท ทางพิเศษศรีรัช และ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นก็ยังมีรถไฟฟ้า Airport Link รามคำแหง ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการให้ใช้บริการกัน
ราคาเริ่มต้น เริ่มต้น 17 ล้านบาท* (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)
Zilhouette Thonglor
ขอบคุณรูปจาก Zilhouette Thonglor
Zilhouette Thonglor (ซิลลูเอท ทองหล่อ) โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูระดับ Ultra-Luxury จาก บริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างซอยทองหล่อ 25 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ ซึ่งภายในโครงการมีเพียง 3 ยูนิตเท่านั้น บ้านแต่ละหลังมี 7 ชั้น ออกแบบในสไตล์ Sophisticated Modern Luxury โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยและให้ความสำคัญมากในเรื่องความเป็นส่วนตัว บ้านในโครงการแต่ละหลังประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ที่ดินเริ่มต้น 35.00-42.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 608-691 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 69 ล้านบาท* (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)
Quarter Thonglor
ขอบคุณรูปจาก Quarter Thonglor
Quarter Thonglor (ควอเตอร์ ทองหล่อ) ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจสุดหรูอย่างทองหล่อใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โครงการนี้เป็นโครงการจาก บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด และบริษัท คูน แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส จำกัด เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับ Super Luxury ที่ทั้งโครงการมีอยู่ทั้งหมด 8 ยูนิตเพื่อความเป็นส่วนตัวเริ่มต้น 4-5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3-5 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 397 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 74 ตร.ว. พร้อมเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังอย่าง Poggenpohl kitchen และ Siemens หรือเทียบเท่า
ราคาเริ่มต้น 58.8 ล้านบาท* (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)
สรุปท้ายบทความ
นี่คือโครงการบ้านสุดหรูใจกลางเมืองอย่างเอกมัย และ ทองหล่อ ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าทุกคนจะสนุกและตื่นเต้นกับการออกแบบดีไซน์บ้านเหล่านี้ที่สมกับราคาที่ตั้งไว้ ซึ่งถ้าใครที่มีคุณทรัพย์ไม่พอกับโครงการเหล่านี้ และอยากได้อสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน ก็สามารถเข้ามาหาใน Kaidee Property ได้เช่นเดียวกันเพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมบ้านสวย ๆ หลายสไตล์ที่คุณต้องถูกใจ